[Yaoi, Boy's Love] Cherish... ผมหวง... by PaPure

ตอนที่ 3 : Cherish... ผมหวง... by PaPure Part 003

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62

O W E N TM.

เรื่อง ::  Cherish... ผมหวง...

แต่ง ::  PaPure

ตอน ::  003

แท็ค ::  #Cherishผมหวง


 

 

      รถเอสยูวีคันสวยถูกขับไปจอดเทียบหน้าตึก “โชติอักษร” คนขับหันมามองคนนั่งข้าง ๆ เล็กน้อย ก่อนขยับตัวลงจากรถแล้วอ้อมมารับเจ้าตัวเล็กบนตักร่างบางออกไปก่อน พลางปลดสายเข็มขัดนิรภัยให้ร่างบางเจ้าของตัก ปัณณ์นิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยเดินลงจากรถตามร่างสูงไป

 

      ร่างบางที่เพิ่งลงจากรถได้แต่เร่งฝีเท้าเดินตามชายหนุ่มร่างกำยำไป ใจก็ขลาดเขลาเกินกว่าจะทักท้วงหรือเอ่ยถามว่าพาตนมาที่ตึกโชติอักษรเพราะอะไร ทั้งเครื่องแต่งกายที่ตนสวมใส่อยู่นั้น ก็ไม่ได้มีความเหมาะสมกับสถานที่แห่งนี้เลยแม้แต่น้อย ร่างบางได้แต่จ้ำอ้าวเร่งเท้าถี่ยิบเกรงว่าจะตามร่างสูงไม่ทัน จนกระทั่ง...

 

      “โอ๊ะ... โอ้ย... ขะ... ขอโทษครับ”

ด้วยความที่ร่างบางเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดินตามเตชน์ท่าเดียว ครั้งเมื่อฝ่ายนั้นชะงักฝีเท้ายืนรอลิฟต์ หัวกลม ๆ ของปัณณ์จึงได้โหม่งเข้าที่แผ่นหลังกว้างใหญ่ตรงหน้าอย่างจัง ร่างบางที่ทั้งตื่น ทั้งตกใจก็ได้แต่ทำหน้าจ๋อย ยกมือไหว้ขอโทษอีกฝ่ายเป็นการใหญ่

 

      “ปัน ปัน ปัน อุ้ม...”

ฝ่ายชายหนุ่มที่ถูกชนก็ได้แต่นิ่วคิ้ว ด้วยกลัวว่าร่างอ้วนป้อมในอ้อมแขนจะตื่น... แต่เพียงไม่นานร่างเล็กกลมนั่นก็ฟื้นคืนชีพจริง ๆ และเจ้าตัวต้นเหตุที่ทำให้เด็กชายตื่นก็เป็นคนเดียวกับเจ้าตัวเล็กเรียกให้อุ้ม

 

      “เฮ้อ... ฝากหน่อย... ฉันขอเวลาเคลียร์เอกสารสักครู่”

เตชน์ถอนหายใจหน่าย ๆ เมื่อเริ่มรู้สึกว่าลูกชายเพียงคนเดียวของตนนั้น ชักจะติดอกติดใจเด็กใจแตกตรงหน้าตนจนออกนอกหน้านอกตามากไปเสียแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้มีทางเลือกมากมายอะไรนัก จึงจำใจยื่นลูกชายในแขนให้อีกฝ่ายดูแล ด้วยถ้าเข้าบริษัทแล้ว นอกจากภคินซึ่งเป็นเลขาควบตำแหน่งทนายและเพื่อนสนิทของตน เด็กชายไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้ และแม้แต่ตนเองซึ่งเป็นพ่อจะขยับไปทางไหนก็ดูเหมือนจะอยู่ในสายตาของลูกชายตัวกลมนี้เสมอ

 

      “อ๊ะ... ครับ ๆ”

ร่างบางได้แต่พยักหน้าพลางยื่นมือออกไปอุ้มเจ้าตัวเล็กอ้วนกลมในอ้อมแขนอีกฝ่าย เตชน์เลือกที่จะแตะที่ข้อศอกร่างบางเป็นการนำทางไปสู่ห้องพักรับรองสำหรับแขก ชายหนุ่มคาดว่าตนจะใช้เวลาจัดการเอกสารที่ว่านั้นเพียงไม่นาน

     

      เตชน์นำทางปัณณ์ไปตั้งแต่ลิฟต์จนถึงห้องรับรอง ตลอดทางมีแต่สายตาสนอกสนใจสงสัยว่าคนที่อุ้มลูกชายแสนแสบของเตชน์ได้นั้นเป็นใครกัน หากแต่คนเดินนำก็ไม่ได้สนใจนัก ฝ่ายคนถูกนำก็เกรงว่าเด็กน้อยจะตื่นจนไม่ทันได้มองสถานการณ์รอบตัวเองสักเท่าไหร่

 

      “รออยู่ที่นี่แล้วกัน ฉันคงจัดการเอกสารที่ว่านั่นไม่นานเท่าไหร่หรอก ในตู้เย็นมีของอยู่บ้าง ถ้าหิวก็หาอะไรทานรองท้องไปก่อนเลย”

เตชน์เอ่ยบอกเด็กหนุ่มตรงหน้าเพียงเท่านั้น ลูบหัวเด็กน้อยที่ยังคงหลับสนิทในอ้อมแขนร่างบางอยู่ 2-3 ครั้ง ก่อนจะเดินออกไปยังห้องทำงานของตนซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

 

...

 

      เตชน์นั่งหน้าเครียดอยู่ภายในห้องทำงาน ปัญหาที่คิดว่าไม่หนักหนาเมื่อครู่กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาพอควรเมื่อเจ้าตัว เอกสารเก่า ๆ ของลูกค้าคนสำคัญถูกร่างสูงเจ้าของห้องเรียกดูข้อตกลงระหว่างกันย้อนหลังกว่า 3 เดือน เอกสารที่คิดว่าไม่มากมายกลับกลายเป็นตั้งกองอยู่เต็มโต๊ะรับแขกไปหมด เวลาที่คิดว่าเป็นเพียงแค่ชั่วครู่ก็ดูจะยืดยาวออกไปแบบไม่มีกำหนด

 

      “คุณเตชน์คะ? คุณหนู...”

เลขาหน้าห้องแสนรู้ใจกดอินเตอร์คอมเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวของสองชีวิตในห้องรับรอง ซึ่งดูเหมือนว่าจะถูกลืมไปเสียสนิท เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมง เจ้านายใจดีของหล่อนก็ยังไม่เสร็จจากงานที่ต้องสะสารอย่างเร่งด่วนนั้นเสียที

 

      เตชน์เงยหน้าจากกองเอกการเล็กน้อยเพื่อมองเวลาที่ข้อมือของตน ส่ายหน้ากับความสะเพร่าในหน้าที่พ่อของตน พลางลุกขึ้นเพื่อเตรียมไปจัดการเรื่องลูกน้อย แต่ครั้นเมื่อนึกถึงเด็กหนุ่มอีกคน ความที่อยากแกล้งคนโปรดของป๋า ร่างสูงจึงถอยกลับมานั่งที่เดิม แล้วสั่งการเลขาผ่านอินเตอร์คอม

 

      “หื้ม... อืม... ฝากจัดการเรื่องอาหารให้หน่อย ฉันน่าจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก ไม่ต้องจัดเผื่อนะ ฉันต้องการสมาธิ”

เจ้าตัวบอกไปแบบนั้น ก่อนจะลงมือจัดการกับเอกสารต่าง ๆ ตรงหน้าในเสร็จ อย่างน้อย ๆ ชายหนุ่มก็ไม่ต้องการให้ลูกชายต้องมาทนนั่งรอตัวเองทำงานอยู่อย่างนี้เป็นเวลานานเกินไปนัก

 

      ผ่านไปครู่ใหญ่ ๆ เสียงเคาะประตูหน้าห้องอันเป็นสัญญาณที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น ก่อนเลขาคนสนิทจะเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมอาหารแบบง่าย ๆ ซึ่งเจ้าของห้องมองผ่าน ๆ ก็รับรู้ได้ว่าเป็นของโปรดตน

 

      “หื้ม... บอกไม่ต้องเตรียมเผื่อไง มันใกล้จะเรียบร้อยแล้วล่ะ”

ชายหนุ่มเอ่ยบอกเลขาสาว ก่อนจะขมวดคิ้วนิด ๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายส่งยิ้มล้อเลียนมาให้ นึกเอ็นดูกับท่าทางช่างฉอเลาะของลูกเจ้านาย แล้วยังพี่เลี้ยงวัยละอ่อนที่ค่อยดูแลเอาใจใส่เด็กตัวน้อยมาก มากจนเหลือเผื่อแผ่มาถึงเจ้านายรวมถึงตัวหล่อนเองด้วย

 

      “คำสั่งคุณหนูตัวเล็กค่ะ เธอคงไม่อยากให้พ่อต้องเป็นกระเพาะซ้ำ ๆ ซาก ๆ ค่ะ ทานเสียหน่อยเถอะค่ะ ใกล้เสร็จแล้วไม่ใช่หรือคะ? ทานอาหารครู่เดียว ไม่ได้เสียเวลามากมายอะไรสักหน่อยนะคะ”

คุณเลขาร่างบางเอ่ยตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะวางสำรับแบบจัดเต็มสวยงามบนโต๊ะเจ้านาย แล้วไม่วายเอ่ยกำชับอีกรอบ เพราะเจ้านายหล่อนมักจะวุ่นวายกับงานเสียจนลืมดูแลสุขภาพตัวเอง

 

...

 

เตชน์ใช้เวลาอีกครู่ใหญ่กว่าจะจัดการเอกสารทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย เพื่อนสนิทที่พ่วงอีกหลายตำแหน่งในบริษัทถูกโทรตามเพื่อช่วยประสานงานบางอย่าง ซึ่งฝ่ายนั้นก็จัดการทุกอย่างจนเป็นที่เรียบร้อยสมใจเจ้านาย

 

“เฮ้อ! เรียบร้อยซะที เมื่อยเป็นบ้า”

เตชน์บ่นกับตัวเอง พลางขยับกายบิดตัวไปมาไล่ความเมื่อขบ สายตาคมกล้าทองมองไปยังนาฬิกาเรือนสวยข้างผนัง บอกเวลาบ่ายสามโมงพอดิบพอดี เจ้าตัวขมวดคิ้วฉับเมื่อนึกได้ว่าตนไม่ได้มีที่บริษัทเพียงลำพัง

ชายหนุ่มผุดลุกจากที่นั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนสาวเท้าก้าวยาว ๆ ตรงไปยังห้องรับรองที่ปล่อยให้ใครบางคนดูแลลูกชายสุดรักไว้ด้านใน ภาพที่เห็นทำเอาชายหนุ่มถึงกับชะงักปลายเท้าอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ ๆ ทั้งสองคนนั้นอย่างเชื่องช้าแสนแผ่วเบา

 

เด็กหนุ่มที่เพิ่งรู้จักสนิทสนมกับลูกชายตนเพียงไม่นาน ทั้งอายุยังไม่เต็มยี่สิบขวบปีด้วยซ้ำ หากแต่ฝ่ายนั้นกลับตระกองกอดลูกชายตัวน้อยตนไว้บนตักอย่างทะนุถนอม เสื้อคลุมสีอ่อนที่เด็กหนุ่มสวมคลุมกายเพื่อกันไอเย็นในช่วงเช้า ถูกถอดออกเพื่อห่มคลุมเรือนร่างเล็กแสนบอบบางของเด็กน้อยที่หลับสนิทบนตักนั้น แก้มกลมของเด็กน้อยอิงซบกับแผ่นอกแบบบางนั้นเยี่ยงคนคุ้นเคย

และเมื่อเตชน์เดินเข้าประชิดอีกนิด เด็กหนุ่มที่หลับอยู่ก็รู้สึกตัว ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังระวังภัยบางอย่าง สองแขนเล็ก ๆ กระชับกอดร่างของเด็กน้อยไว้แนบอกยิ่งกว่าเดิม จนกระทั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ร่างบางจึงยองคลายสัมผัส และสายตาหวาดระแวงเมื่อครู่ก็อ่อนแสงลง

 

“งานฉันเพิ่งเรียบร้อยน่ะ กลับกันได้แล้ว เธอ...โอเครึเปล่า?”

เสียงที่เตชน์ใช่เรียกฝ่ายนั้นอ่อนโยนขึ้นอย่างไม่รู้ตัว อาจเพราะเห็นว่าฝ่ายนั้นดูแลลูกชายตัวแสบของเจ้าตัวเป็นอย่างดีก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามอคติที่ชายหนุ่มมีให้กับปัณณ์นั้นดูจะคลายลงไปมากกว่าครึ่ง

ร่างสูงยื่นมือเตรียมประคองร่างบาง เมื่อฝ่ายนั้นเตรียมจะชันตัวลุกขึ้น แต่กลับเซถอยลงไปนั่งอยู่ท่าเดิม ถึงอย่างนั้นสองแขนเล็กเรียวก็ยังคงพยายามตระกองกอดร่างน้อย ๆ ในอกไว้อย่างแสนถนอม

 

“...”

ปัณณ์พยายามใช้สายตามองไปยังพ่อของเด็กน้อยในอ้อมแขน เพื่อที่จะบอกให้ฝ่ายนั้นช่วยรับลูกชายไปดูแลต่อ และดูเหมือนฝ่ายนั้นเองก็คงจะรับรู้ได้ถึงความต้องการนั้น... หากแต่กลับไม่ยอมรับลูกชายตัวเองไปเสียที...

 

“เธออุ้มน่ะดีแล้ว ถ้าฉันรับมาอุ้มแล้วตื่นมาร้องไห้โยเย เดี๋ยวจะพาลซวยไปกันหมด”

เตชน์บอกอย่างนั้น ทำเอาปัณณ์มุ่ยหน้าไม่พอใจ ด้วยกำลังเข้าใจว่าฝ่ายคนเป็นพ่อนั้นไม่สนใจลูกชายตัวเองเท่าไหร่นัก ตั้งแต่ปล่อยให้นั่งเปื่อยรออยู่ในห้องรับรองนี่อยู่ร่วมครึ่งวัน แล้วยังไม่ยอมอุ้มลูกชายตัวเองอีก

 

“ผมอุ้มน้องเอง ผมดูแลน้องเอง”

เพราะค่อนข้างไม่พอใจเกี่ยวกับท่าทีละเลยลูกชายของฝ่ายนั้นเป็นทุนอยู่แล้วตั้งแต่งานคราวก่อน พอมาเจอแบบนี้อีก เด็กหนุ่มตัวบางจึงยิ่งไม่สบอารมณ์กับการกระทำของชายหนุ่มสักเท่าไหร่

 

“หึ! เธอโกรธแทนติณณ์? ทำยังกับเป็นแม่?”

ชายหนุ่มร่างสูงกระแซะ ถึงใจจะอุ่นซ่านเมื่อเห็นท่าทีที่เด็กหนุ่มแสดงออกว่าเป็นห่วง และแสนจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนลูกชายตนเท่าไหร่ แต่เตชน์ก็อดที่จะเปรยกระทบไม่ได้...

 

“ผมขอโทษครับ”

ทางฝ่ายปัณณ์ก็คล้ายจะรู้ตัวว่าแสดงท่าทีไม่เหมาสมออกไป เด็กหนุ่มเอ่ยขอโทษทั้งที่จริง ๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นความผิดร้ายแรงอะไร ร่างบางพยายามลุกขึ้นด้วยตัวเองอีกครั้ง ทั้งที่สองแขนยังคงกอดเด็กน้อยเอาไว้แนบอก

หากแต่ครั้งนี้ง่ายขึ้น เมื่อพ่อของเด็กเข้ามาประคองช่วยอีกแรง ถึงอย่างนั้นปัณณ์ก็ไม่ว่ายเซถอยกลับไปเช่นเดิม ดีที่เตชน์รั้งประคองไว้ได้ทัน ร่างทั้งร่างของเด็กหนุ่มจึงเอนมาพิงอกคนช่วยประคองอย่างเสียไม่ได้

 

“เดินไหวรึเปล่า?”

คนตัวใหญ่กว่าเอ่ยถาม เมื่อรับรู้ถึงกำลังขาที่ไม่ค่อยปกตินักของปัณณ์ แล้วจึงเข้าใจว่าเหตุใดฝ่ายนั้นถึงได้ปึงปังกับตนนั้น เพียงเพราะไม่รับลูกชายมาอุ้มไว้เอง

 

“พอไหวครับ... แต่ผมกลัวน้องตก...”

เพราะเตชน์ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถามอีกครั้ง ปัณณ์จึงยอมเอ่ยขอความช่วยเหลืออีกครั้ง ด้วยห่วงกลัวว่าเด็กน้อยในอ้อมแขนจะร่วงตกลงไป ด้วยกำลังขาที่อ่อนแรงของตน

 

“ฉันอุ้มลูกเอง”

คนเป็นพ่อบอก ก่อนรับตัวเจ้าเด็กอ้วนขึ้นมาอุ้มแนบแผงอกแข็งแรงของเจ้าตัว เสื้อคลุมสีอ่อนนั้นถูกส่งคืนให้เจ้าของ แต่ก็ใช่ว่าปัณณ์จะได้เป็นอิสระ เพราะนอกจากคนเป็นพ่อจะใช้มือหนึ่งอุ้มลูกชายตัวเองแล้ว ยังเผื่อแผ่แขนอีกข้างประคองเอวบางของปัณณ์อีกด้วย

 ครั้นปัณณ์จะเบี่ยงหนีหรือเอ่ยประท้วง ก็จนทั้งกำลังและปัญญา ร่างแบบบางจึงทำได้เพียงแค่เดินตามแรงประคองนั้นไปที่ลิฟต์ เพราะปล่อยให้ตักตนเป็นที่พำนักของเจ้าหนูน้อยอยู่นานร่วมครั้งค่อนวัน อาการปวดชาเลยมาเยือนกว่าจะคลายก็ตอนที่เดินมาถึงรถแล้ว...

พอคนเป็นพ่อมีทีท่าว่าจะปล่อยให้ลูกตัวเองนอนอยู่เบาะหลัง ปัณณ์ก็เอ่ยเสนอตัวของเป็นเบาะให้เจ้าหนูตัวกลมอีกรอบ ซึ่งผู้เป็นพ่อก็ดูจะยินยอมอย่างง่ายดายจนน่าแปลกใจ...

     

 

To be con”””


มาต่อแล้วค่ะ ช้าหน่อย แต่ก็จะค่อย ๆ มาต่อนะคะ
อิอิ มีคนเม้นต์ด้วยแหละ โฮะ ๆ
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

เรื่องนี้มีแท๊กด้วยนะคะ 

แท็ค ::  #Cherishผมหวง

ทวิต ::  @twinsbams

สำหรับใครที่เล่นทวิต ก็มาสะกิดกันได้นะคะ

แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ

สนุกกับนิยาย เน๊าะ...

PaPrue^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #9 Kalamall (@000222333) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 15:41
    ชอบจังแนวนี้ >__<
    #9
    0
  2. #6 TLKyungsoo (@aceikmo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:00
    เริ่มหลงสเน่ห์น้องปัณณ์แล้วใช่มั้ยคะพี่เตชน์ แกล้งน้องอีกแหนะ พระเอกเรื่องนี้น่าตีจริงๆ แอบอยากเห็นคุณพี่เตชน์เวอร์ชั่นหึงน้องปัณณ์จังเลย คิดว่าคนอย่างพี่เตชน์นี่คงหึงแรงจับปล้ำแน่เลย อยากอ่านง่ะ><
    #6
    0