[Yaoi, Boy's Love] Cherish... ผมหวง... by PaPure

ตอนที่ 2 : Cherish... ผมหวง... by PaPure Part 002

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62

O W E N TM.

เรื่อง ::  Cherish... ผมหวง...

แต่ง ::   PaPure

ตอน ::  002

 

ฟ้ามืดแล้ว ภายในห้องขนาดประมาณห้องเก็บของใต้บันได เด็กหนุ่มสองคนกำลังช่วยกันจัดของเก็บข้าวของใส่กระเป๋า คนหนึ่งเจ้าของห้อง ส่วนอีกคนเป็นเพื่อนรักซึ่งมาช่วยอีกแรง ด้วยห่วงและคิดถึงเพื่อนตนที่ต้องจากกันอย่างจริงจัง สำหรับข้าวที่ว่านั้นก็น้อยนิดเหลือเกิน เก็บทุกอย่างแล้วเรียบร้อยก็ได้แค่กระเป๋าสะพายหลังลูกหนึ่ง กับกระเป๋าถือขนาดกลางอีกใบ

 

“ปัณณ์ นายจะย้ายไปอยู่บ้านคุณป๋าคนนั้นจริง ๆ เหรอ เขาเป็นคนยังไง ปัณณ์จะเชื่อใจเขาได้แค่ไหน แล้วยังจะลูกชายคุณป๋านั่นอีก ปัณณ์แน่ใจแล้วนะที่ตัดสินใจอย่างนี้”

นรวีย์เอื้อมมือมาเขย่ามือเพื่อนรัก ก่อนเอ่ยถามให้แน่ใจเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้ จริงอยู่ที่ทางบ้านของปัณณ์ไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่ฝ่ายนั้นเท่าไหร่ แต่กับการที่ต้องย้ายออกไปอยู่กับใครก็ไม่รู้อย่างที่เพื่อนตนกำลังทำอยู่นั้น มันไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลยในความรู้สึกของเด็กหนุ่ม

 

นรวีย์เด็กหนุ่มซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของปัณณ์ที่เหลืออยู่ ตั้งแต่เจ้าตัวต้องลาออกจากโรงเรียนหลังเรียนจบเพียงชั้น ม.3 นรวีย์เป็นเด็กเก่ง ฉลาด มีไหวพริบรอบด้าน สอบเข้าเรียนชั้น ม.4 ของโรงเรียนสาธิตที่ติดอันดับหนึ่งของประเทศได้ตามความปรารถนาของป๊า ซึ่งเป็นพ่อค้านักลงทุนเกร็งกำไรติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ

 

ถึงอย่างนั้นนรวีย์ก็ไม่เคยถือตัวหรือแบ่งชนชั้นของความเป็นคนแต่อย่างใด นรวีย์เป็นเพื่อนที่คอยยื่นมือให้ความช่วยเหลือปัณณ์มาตลอดตั้งแต่ทั้งคู่รู้จักกัน แม้ปัณณ์จะเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกพี่น้องในบ้านเดียวกันดูถูก หรือแม้กระทั้งเพื่อในห้องล้อเลียนก็ตาม

 

“คุณป๋าไม่ใช่คนอื่น คุณป๋าเป็นคนดูแลปัณณ์มาตลอด ตั้งแต่ปัณณ์จำความได้ คุณป๋าก็เป็นคนเดียวที่คอยอยู่ข้าง ๆ ครอบครัวของปัณณ์ พอคุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่คุณป๋าก็คอยตามมาดูแล เพียงแต่ที่นี่ไม่ยอมรับเท่านั้น ปัณณ์เลือกทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองแล้ว เชื่อในสิ่งที่ปัณณ์เลือกนะวีย์ คุณป๋าไม่ใช่คนอย่างที่วีย์คิด ส่วนพี่เตชน์... เขาก็เป็นคนดี... ปัณณ์เชื่ออย่างนั้น”

ปัณณ์อธิบายเหตุผลของตนให้เพื่อนตัวเล็กเข้าใจ แต่ถึงอย่างนั้นปัณณ์ก็ยังไม่กล้าพอที่จะบอกเล่าเรื่องความรักครั้งแรกของตนให้เพื่อนสนิทรู้

 

“อืม... เราเชื่อปัณณ์ จะไปพรุ่งนี้แล้วใช่เปล่า อย่างนี้เราก็คิดถึงปัณณ์แย่เลยสิ คราวนี้จะหนีป๊าออกมาเที่ยวเล่นก็เป็นว่าอดล่ะสิ คราวนี้ให้เราไปนอนเป็นเพื่อนดีปะ?”

เพื่อนตัวเล็กหน้าม่อยด้วยความใจหาย จริงอยู่ที่ปัณณ์ไม่เรียนต่อ แต่เพราะปัณณ์เป็นเด็กดี ทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่ยังเล็ก จนถึงตอนนี้ผ่านมา 3 ปีแล้ว นรวีย์ก็ยังคอยไปมาหาสู่กับปัณณ์มมาโดยตลอด

 

“ไว้ทุกอย่างลงตัว วีย์น่าจะไปหาปัณณ์ที่นั่นได้ ไม่งั้นก็นัดเจอกันข้างนอก ไม่ได้จากกันตลอดไปซะหน่อย อย่าทำหน้าตาอย่างนั้นสิ เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว วีย์นี่ก็!!!

ปัณณ์หันหน้าเพื่อนตัวเล็กบาง เพราะฝ่ายนั้นมีเชื้อสายจีน ผิวถึงได้ขาวผ่องแก้มใสเห็นเลือดฝาด จมูกเล็กจิ้มลิ้มเชิดปลายนิด ๆ บอกให้รู้ว่าเอาแต่ใจ ขี้งอน และดื้อดึงใช่เล่น คิดได้อย่างนั้นปัณณ์ก็อดบีบปลายจมูกเพื่อนรักไม่ได้ด้วยหมั่นเขี้ยวความช่างสงสัยและกังวลอย่างน่ารักเพื่อนสักครู่ ก่อนจะอธิบายเรื่องการไปมาหาสู่ระหว่างกัน ช่วงที่ตนต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น

 

“อืม... ว่าไงว่าตามกันอยู่แล้วนี่ แต่ต้องห้ามลืมวีย์นะปัณณ์ สัญญาก่อน”

คนตัวเล็กพยักหน้ายอมรับข้อเสนอนั้นอย่างเสียไม่ได้ เพราะไม่ต้องการให้เพื่อนร่างโปร่งไม่สบายใจ ทางนั้นยังมีเรื่องที่ต้องคิดต้องเผชิญอีกมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายออดอ้อนขอคำสัญญาเป็นสิ่งยืนยันว่าฝ่ายนั้นจะไม่ลืมกัน และเป็นเพื่อนกันตลอดไป

 

นิ้วก้อยเรียวยาวถูกยกขึ้นรอให้อีกคนอื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยว คำสัญญาเช่นนี้เพื่อนรักทั้งสองใช้มันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กตัวน้อย จนตอนนี้เวลาทั้งคู่ต้องการจะออดอ้อนกันและกันก็ยังคงใช้ท่าทางเช่นนี้อยู่ ไม่นานปัณณ์ก็ยื่นนิ้วก้อยเข้ามาเกี่ยวกันไว้ พร้อมกับรอยยิ้มสดใสจากเพื่อนรักทั้งสองที่ส่งให้กัน

 

“งั้นก็กลับไปได้แล้ว ดึกดื่นมืดค่ำ เดี๋ยวป๊าจะเป็นห่วง พรุ่งนี้ไม่ต้องมาส่งก็ดีนะ เดี๋ยวปัณณ์เป่าปี่ขึ้นมา อายคนอื่นเขาน่ะ”

คนตัวสูงกว่าบอกเพื่อนเพราะรู้นิสัยทั้งตัวเองและเพื่อนรักเป็นอย่างดี ที่ชวนให้มาเก็บของเป็นเพื่อนกันตั้งแต่วันนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผล เพราะหากต้องมาอำลากันในวันนั้นจริง ๆ น้ำตาทั้งสองคนคงอาบไปทั้งสองแก้ม

 

“รู้หรอกน่า จัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วโทรหานะ แล้วเจอกันนะ ปัณณ์”

นรวีย์พยักหน้ารับรู้ ก่อนอำลาเพื่อนรักกลาย ๆ ขณะพากันลงมาจากห้องนอนซึ่งอยู่บริเวณชั้นลอยคั่นระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2

 

...

 

ร่างสูงสง่ากำยำก้าวขาลงจากรถ porsche cayenne รถเอสยูวีสุดหรู ซึ่งเจ้าตัวเลือกใช้เพื่อเจ้าตัวเล็กโดยเฉพาะ แม้ตนจะไม่ได้รักเด็กมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่เมื่อวันหนึ่งต้องมารับหน้าที่พ่อ เตชน์ก็อยากจะทำมันอย่างเต็มที่ ชีวิตหนุ่มที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แต่กลับต้องหยุดและปรับเปลี่ยนชีวิตเพื่ออีกชีวิตเล็ก ๆ ซึ่งเจ้าตัวเต็มใจที่จะถูกแชร์

 

รถคันนี้เตชน์เลือกซื้อไว้สำหรับครอบครัว นั่นก็หมายถึงติณณ์ บุตรชายเพียงคนเดียวของชายหนุ่ม เด็กน้อยที่ถูกผู้เป็นแม่ทอดทิ้งเพียงเพราะรู้ว่าหากอยู่กินกับตนจะเป็นเพียง เมียของนายเตชน์ โดยปราศจากนามสกุลโชติอักษร ปราศจากหุ้นส่วนของบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์อันดับต้นของเมืองไทย หล่อนจะได้เพียงตัวและลูกของเขาเท่านั้น หญิงสาวผู้เป็นแม่เลือกรับเงินสด 5 ล้านบาทแล้วเดินจากไปทันทีที่คลอดลูกชาย...

 

เพราะต้องตื่นแต่เช้าในช่วงวันหยุด เพื่อมารับเด็กหนุ่มที่กำลังจะมาเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เตชน์ค่อนข้างหงุดหงิดที่ถูกปลุกทั้งที่ไม่เต็มใจ แต่เมื่อเดินลงมาเจอกับเจ้าลูกชาย แต่งตัวหล่อยืนยิ้มแป้นรอไปรับเด็กคนนั้นเป็นเพื่อน อารมณ์ที่ว่าขุ่น ๆ อยู่ก่อนหน้านั้นก็หายไปง่าย ๆ

 

“รับปัน รับปัน ปัน ปัน ปัน”

เสียงเล็ก ๆ ที่คอยแต่จะบอกให้คนเป็นพ่อรู้ ถึงจุดประสงค์ที่เจ้าตัวมายืนรออยู่ตั้งแต่เช้า แล้วเจ้าตัวเล็กก็ท่องออกแนว ๆ ร้องเพลงนั้นมาตลอดทาง จนรถหยุด

 

“เอ้า ลงมาเจ้าตัวแสบ”

เตชน์เปิดประตูรถให้ลูกชาย ก่อนจะอุ้มเจ้าตัวเล็กที่ออกไปในทางสมบูรณ์เกินกว่าเด็กวัยเดียวกันอยู่เล็กน้อยลงมาจากรถ

 

“ปัน ปัน ปัน”

แต่ก็อุ้มได้ไม่นานนัก เพราะเมื่อเจ้าตัวอ้วนกลมในแขนเห็นใครกำลังเดินมาหาก็ตะเกียดตะกาย เตรียมกระโจนตัวเข้าหาอีกฝ่ายทันที

 

“เดี๋ยว ๆ ไอ้แสบ เดี๋ยวพี่เขาก็เดินมาหา อย่าใจร้อนนักสิ มันอันตราย”

คนเป็นพ่อปรามลูกชายเสียงดุ ทำให้เด็กน้อยยอมนิ่งอยู่สักพัก แต่เมื่อเป้าหมายเดินเข้ามาใกล้แล้ว เจ้าตัวแสบก็กระโจนออกจากอ้อมแขนผู้เป็นพ่อจนได้

 

“โอ๊ะ คุณติณณ์ เดี๋ยวครับ ปัณณ์ของเต็มมือเลย โอ๊ะ... เฮ้อ!!! รอดไปนะครับ คุณติณณ์”

ฝ่ายเด็กหนุ่มที่ถือกระเป๋าใบไม่เล็กไม่ใหญ่ใบหนึ่ง พร้อมกระเป๋าเป้ขนาดย่อมอีกใบสะพายหลัง เดินเข้ามาหาทันทีที่เห็นเด็กน้อยตัวกลมหน้าแป้นลงจากรถ ด้วยไม่ต้องการให้อีกฝ่ายรอนาน แต่ยังไม่ทันถึงรถดี เจ้าเด็กตัวกลมก็วิ่งกรุก ๆ ตรงมาหา

 

ครั้นจะโวยวายว่าอย่าวิ่งตนถือของก็ไม่ทัน สุดท้ายกระเป๋าถือเลยถูกโยนไว้ข้าง ๆ ตัว แล้วสองแขนก็รอรับเด็กอ้วนกลมที่วิ่งเข้าหาแทน นับเป็นโชคที่ปัณณ์เลือกเด็กเท่านั้น เพราะถ้าถือกระเป๋าด้วยแล้วรับเด็กเข้ามาอีกปัณณ์คิดว่าตัวเองน่าจะแย่ เด็กคนนี้สมบูรณ์เกินกว่าเด็ก 3 ขวบไปมากทีเดียว

 

“ปัน ปัน ปัน กลับบ้านกันปัน”

เด็กน้อยที่ไม่รู้สึกรู้สากับน้ำหนักของตัวเอง โอบกอดรัดคอคนอุ้ม หอมแก้มซ้ายขาวจนครบทุกซอกมุม พยักหน้าหงึกหงักพร้อมกับปากที่พูดชวนให้คนอุ้มไปอยู่ด้วยกัน

 

“อ้า... ครับ ๆ เดี๋ยวคุณติณณ์ลงไปยะ... อ๊ะ... ขอบคุณครับ พะ... คุณเตชน์”

ร่างโปร่งกำลังจะปล่อยให้เด็กน้อยในอกลงยืนบนพื้นเพื่อที่ตัวเองจะได้จัดการกับกระเป๋าได้ แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างนั้น ใครบางคนก็เก็บมันขึ้นมาถือให้เสียแล้ว ปัณณ์จึงแค่เอ่ยคำขอบคุณอีกฝ่าย

 

“อืม ของที่จะเอาไปบ้านฉันมีแค่นี้? อืม งั้นไปกันเลย ฝากติณณ์ด้วยแล้วกัน”

เตชน์เอ่ยบอกฝ่ายนั้น ก่อนจะจัดการเก็บกระเป๋าในมือไว้ที่เบาะด้านหลัง แล้วเดินมาเปิดประตูรถฟากข้างคนขับด้านหน้าให้คนซึ่งรับหน้าที่ดูแลลูกชายตนเข้าไปนั่ง

 

“ครับ มีเท่านี้ ขอบคุณครับ”

ร่างโปร่งบางที่มีเจ้าตัวเล็กอยู่เต็มสองแขน ได้แต่ค้อมตัวพร้อมเอ่ยขอบคุณความใจดีของฝ่ายนั้น ปัณณ์ขึ้นนั่งบนเบาะนุ่มข้างคนขับโดยมีเจ้าตัวเล็กอ้วนกลมนั่งยิ้มแป้นเรียก “ปัน ปัน ปัน” ไม่ขาดเสียง อยู่บนตักนิ่ม

 

เตชน์เดินกลับมาด้านคนขับ ยอมรับว่าเด็กคนนั้นน่าหวานใช่เล่น ทั้งลูกชายตัวเล็กยังเกาะติดแจขนาดนี้ ทั้งที่ปกติฝ่ายเจ้าตัวแสบมักจะเขม่นทุกคนที่เข้าใกล้ตนเกินระยะ 3 เมตร ไม่ร้องไห้งอแง ก็นั่งหน้าคว่ำนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา เป็นว่าเรื่องเอาผู้หญิงเข้าบ้านนั่นก็เป็นเรื่องที่แทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เลย แต่ครั้งนี้อาจเพราะฝ่ายนั้นเป็นผู้ชาย คงต้องดูกันต่อไป

 

....

 

บรรยากาศภายในดูผ่อนคลายกว่าที่ปัณณ์คาดคิดเอาไว้มาก คงเพราะมีหนูติณณ์ที่คอยแต่จะเรียกร้องให้ปัณณ์ทำอย่างโน้น อย่างนี้อยู่ตลอดทาง เสียงเจื้อยแจ้วดังอยู่เพียงครู่ ไม่นานเจ้าของเสียงก็หมดแรง หลับตาพริ้มคอพับคออ่อนอยู่บนตักอุ่น ๆ นั่นเอง

 

“ชอบเด็กเหรอ?”

คำถามแรกสำหรับการสนทนาโดยปราศจากเจ้าตัวเล็กผู้สร้างบรรยากาศดังขึ้น เมื่อเตชน์แน่ใจว่าลูกชายตัวแสบหมดแรงหลับสนิทไปแล้ว ร่างสูงไม่เคยเห็นลูกชายตนเป็นมิตรกับใครเท่าครั้งนี้มาก่อน

 

“ก็... ตอนเด็ก ๆ เคยช่วยที่บ้านเลี้ยงน้อง ๆ ครับ ส่วนคุณติณณ์คงเพราะแกไม่ค่อยมีเพื่อน ตอนที่เจอกันดูเหมือนผมจะวัยใกล้เคียงกันมากสุด”

ร่างบางไม่ได้พยักหน้าตอบรับ เพราะโดยส่วนตัวเจ้าตัวไม่ค่อยนิยมเด็กตัวเล็ก ๆ นัก คงเพราะต้องทำงานจนไม่มีเวลาไปสาระเรื่องอื่น ส่วนเรื่องที่เคยช่วยที่บ้านเลี้ยง นั่นก็เป็นเรื่องของความจำเป็นซึ่งร่างบางก็เพียงแค่พยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุดเท่านั้น แต่กับเด็กน้อยบนตักนี่ เพราะฝ่ายเด็กน้อยเข้ามาแสดงท่าทีเป็นมิตรก่อน ตนก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องตั้งแง่กับเด็กน้อย ทั้งยังเป็นหลานของคุณป๋า อะไรที่แบ่งเบาภาระท่านได้ปัณณ์ยินดีทั้งนั้น

 

“เจอกันก่อนหน้านี้ที่ไหน?”

คำถามต่อไปถูกส่งมาอีก เตชน์ต้องการเก็บข้อมูลระหว่างเด็กหนุ่มกับลูกชายตัวเล็กให้มากที่สุด เพราะถึงตอนนี้หน้าที่ดูแลติณณ์ก็คงต้องยกให้เป็นหน้าที่ของคนข้าง ๆ นี่เป็นแน่แท้ การที่ลูกชายถูกอกถูกใจร่างโปร่งบางข้าง ๆ นี่มาจากอะไร นั่นเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มต้องการทำตอบ

 

“ก็งานเดียวกับที่เราเจอกันนั่นแหละครับ ผมเจอกับคุณติณณ์ที่นั่น คุณติณณ์ตามคุณป๋าไปที่งานเพื่อรอคุณ แต่คุณยังไม่ทันได้เจอลูกก็หายไปไหนไม่รู้ คุณติณณ์ไม่มีเพื่อน คุณป๋าก็ต้องคุยธุระ เราเลยได้อยู่ด้วยกันเกือบทั้งคืนน่ะครับ”

ปัณณ์ตอบ แม้จะเจือไปด้วยความไม่พอใจอยู่เล็ก ๆ ที่คนเป็นพ่อไม่ยอมดูแลใส่ใจลูกชายตัวเอง แต่ร่างบางก็พยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้ ด้วยไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองจะเข้าไปมีส่วนร่วมได้

 

“อยู่ด้วยกันแค่คืนเดียว สนิทกับลูกชายฉันได้ขนาดนี้ เก่งใช้ได้เหมือนกันนะ ปันปัน”

เตชน์ถึงกับคิ้วกระตุก ชายหนุ่มไม่ค่อยสบอารมณ์นักเมื่อถูกเด็กหนุ่มกระทบกระเทียบ ด้วยคืนนั้นเป็นความผิดของตนจริง ๆ ชายหนุ่มไม่รู้เรื่องที่ลูกชายไปงานในคืนนั้นด้วย แค่รู้ว่าป๋าพยายามจะจับคู่ให้ตัวเอง เจ้าตัวก็อารมณ์เสียหุนหันออกจากงานไป กว่าจะรู้เรื่องก็ถูกลูกชายตัวแสบงอนหน้าตูมไม่พูดด้วยอยู่ตั้งหลายวันกว่าจะยอมคืนดี

 

“ครับ”

ร่างบางหน้าคว่ำ ไม่ค่อยชอบวาจาเสียดสีอย่างนี้ของอีกฝ่ายนัก แต่ที่สามารถทำได้ก็แค่ตอบรับคำพูดนั้นผ่าน ๆ เพราะไม่ต้องการจะต่อล้อต่อเถียงให้ยืดยาว อีกทั้งตนก็ยังเป็นคนนอกและเด็กกว่าอีกฝ่ายอยู่มาก การที่ต่อล้อต่อเถียงมากความมันไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะเกิดขึ้น หรืออย่างน้อย ๆ ตนก็ไม่ควรที่จะเป็นคนเริ่มหรือตัวต้นเรื่อง 

 

 

To be con”””

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #5 nabe (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:18
    ความมุ้งมิ้งกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ พี่เตชน้องปัน มีโซ่ทองคล้องใจเป็นน้องติณด้วยนี้สิเนอะ อิอิอิ
    #5
    0
  2. #3 มามา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:25
    ทำไมน้องปันปันน่าสงสารจังดีนะหลุดมาจากบ้านนั้นได้เสียที
    #3
    0
  3. #2 vevi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:26
    น่าติดตามมากๆเลยค่ะ สงสารน้องปัณณ์ เอ็นดูหนูติณณ์ หมั่นไส้คุณเตชน์ แต่คุณป๋าเก่งที่สุดดดดดดด

    น้องวีร์คอยช่วยเพื่อนด้วยนะคะ
    #2
    0