[Yaoi, Boy's Love] Cherish... ผมหวง... by PaPure

ตอนที่ 1 : Cherish... ผมหวง... by PaPure Part 001

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    26 ก.พ. 59

O W E N TM.

เรื่อง ::  Cherish... ผมหวง...

แต่ง ::  PaPure (archi_10_001)  

ตอน ::  001

 

ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ ชั้นหนังสือวางตัวเรียงรายตลอดแนวผนัง สูงตั้งแต่ระดับพื้นจรดเพดาน กินเนื้อที่ยาวกว่า 5 เมตร นั่นเป็นความต้องการของผู้บริหารระดับสูงของโชติอักษรกรุ๊ป หนังสือหลากหลายแนว ต่างทั้งด้านดีไซด์และเนื้อหาภายใน แต่ละเล่มถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ตามความต้องการของเตชน์ซึ่งเป็นเจ้าของห้องนี้คนล่าสุด   

 

“ไอ้คุณเตชน์ครับ ช่วยหยุดเดินซะทีเถอะครับ ผมมองตามคุณแล้วปวดตา ปวดหัวไปหมด”

ภคินที่ถูกเตชน์เรียกตัวเข้าหาทันทีที่ร่างสูงถึงห้อง บ่นปวดหัว เพราะตั้งแต่ฝ่ายนั้นเรียกตนเข้ามาในห้องก็ยังไม่เห็นสั่งงานหรือบ่นอะไรให้ฟังอย่างที่เคย เอาแต่เดินวนไปวนมาพร้อมถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่าอยู่อย่างนั้น

 

“ภคิน” บุตรชายของ “ภาม” ทนายประจำครอบครัวโชติอักษร ทั้งยังควบตำแหน่งเลขาหน้าห้องร่างกายกำยำตัดปัญหาเรื่องเจ้านายกับคุณเลขาสุดสวยตามคำสั่งท่านประธาน รวมกับหน้าที่เพื่อนรักแต่เล็กแต่น้อยของเจ้านายด้วยอีกหนึ่งตำแหน่ง

 

“แกก็รู้เรื่องที่ป๋าจะให้ฉันแต่งงาน เด็กนั่นเป็นผู้ชายนะเว้ย แล้วยังอายุไม่ครบ 20 เลย ไม่รู้ว่าป๋าคิดอะไรของเขา”

ในที่สุดเตชน์ก็หยุดเดิน ก่อนจะเอ่ยปากบ่นแบบออกแนวขอความเห็นกลาย ๆ จากเพื่อนสนิท

 

“จะให้ฉันออกความเห็นในฐานะอะไรล่ะ เพื่อน หรือว่าเลขา”

ภคินย้อนเข้าให้ จนได้รับสายตาขวาง ๆ จากเจ้าของคำถามนั่นแหละ ชายหนุ่มร่างกำยำถึงได้ออกอาการขำกับท่าทางอย่างนั้นของเพื่อนรัก

 

“ถ้าในฐานะของเลขา ฉันว่ามันมีประโยชน์กับแกในการบริหารโชติอักษรต่อไป เพราะน้องปัณณ์ถือหุ้นอยู่ในมือครึ่งหนึ่งเท่ากับแก คานอำนาจก็จะหมดไป แกจะสามารถบริหารโชติอักษรทั้งหมดด้วยมือของนายเพียงคนเดียว แต่ถ้าในฐานะเพื่อน น้องปัณณ์น่าสงสารว่ะ อยู่กับทางญาติทางโน้นไม่ได้สบายอย่างที่เห็น ดูฝ่ายนั้นจะอยากได้หุ้นจากน้องมากจนออกนอกหน้า แล้วมันก็จะย้อนกลับมาในเรื่องงานของแกอีกรอบ ถ้าแกไม่แต่ง แต่ถ้าแกแต่งกับน้องปัณณ์ เรื่องการบริหารก็จะไม่มีปัญหา แล้วก็ยังช่วยกันน้องปัณณ์ให้ออกมาจากญาติทางโน้น แกไม่นิยมแนวนี้อยู่แล้วนี่ น้องครบ 20 ดูแลตัวเองได้ก็หย่า... แค่นั้นก็จบ”

ภคินอธิบายตามที่ตนได้รับข้อมูลมา ส่วนตัวแล้วชายหนุ่มค่อนข้างถูกชะตากับเด็กคนนั้นอยู่มาก เพราะอย่างนั้นการให้ข้อมูลครั้งนี้จึงค่อนข้างเอนเอียงไปในทางที่หว่านล้อมให้เจ้านายยอมรับข้อเสนอของท่านประธานกลาย ๆ

 

“อืม... แต่นั่นหมายถึง แกต้องยอมรับให้น้องปัณณ์ดูแลบริหารที่นี่อีกครึ่งหนึ่งที่ว่านั่นด้วยนะ หึ ๆ แต่ฉันก็เชื่อว่าน้องปัณณ์ก็รักที่นี่ไม่น้อยไปกว่าแกหรอกว่ะ ไอ้เตชน์”

ภคินสำทับอีกรอบ เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักนั้นผูกพันธุ์กับที่นี่มากเพียงใด

 

“เด็กนั่นมีปัญหาเรื่องที่บ้าน ฉันเลยต้องแต่งงานเพื่อรับมาเลี้ยงดูเหรอวะ คนอื่นไม่มีแล้วรึไง ถึงได้ต้องมาเป็นฉันที่ซวยได้แต่งงานกับผู้ชายเนี้ย”

เตชน์บ่นออกมา กับการที่ผู้ชายซึ่งไม่ได้มีรสนิยมอะไรแบบนั้นอย่างตน ต้องไปแต่งงานกับเด็กผู้ชาย มันเป็นเรื่องที่รับกันได้ง่าย ๆ เสียเมื่อไหร่กัน

 

“งั้นก็เดินไปบอกป๋าเลยว่า แกไม่แต่ง เป็นผู้ชายทั้งแท่ง ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายด้วยกัน แกรับไม่ได้... ปะ... ไปบอกตอนนี้เลย อีกเดี๋ยวป๋าต้องออกไปคุยธุระข้างนอก ถ้าแกช้าเดี๋ยวไม่ได้คุยพอดี”

ฝ่ายภคินก็ยุส่ง ด้วยรู้ดีว่าเตชน์นั้นเกรงใจผู้เป็นพ่ออยู่มาก แม้ภายนอกจะดูเป็นคนโวยวายโผงผาง แต่จริง ๆ แล้วเจ้านายของตนนั้นรักและเคารพท่านประธานอย่างที่สุด ยิ่งฝ่ายท่านประธานยื่นคำขาดขนาดนี้ เรื่องที่เตชน์จะปฏิเสธก็คงเป็นเรื่องที่ยากอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

 

“ป๋ายื่นคำขาดขนาดนั้น ฉันปฏิเสธมีหวังหัวขาด เจ้าติณณ์ก็อีกคน ท่าทางคราวนี้จะหัวขาดทั้งพ่อทั้งลูก”

ชายหนุ่มผู้บริหารโอดครวญ ก่อนรำพึงถึงลูกชายวัย 3 ขวบ ที่อาภัพเมื่อผู้หญิงซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแม่นั้น เห็นเงินสำคัญกว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง

 

การที่ต้องเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวไม่ได้ยากนักในความคิดของเตชน์ แต่การที่ต้องทำงานไปด้วย ออกสังคมไปด้วย พร้อม ๆ กับเลี้ยงลูกอ่อนก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก เตชธรรมเข้ามาช่วยดูแลจัดการระบบทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางอย่างน่าทึ่ง ท่านเป็นทั้งคุณปู่ที่น่ารัก และเป็นเหมือนพ่อคนที่ 2 ของบุตรชายตนเลยก็ว่าได้

 

“อีกอย่างนะที่แกควรจะรู้เอาไว้ น้องปัณณ์เนี้ย เลี้ยงเจ้าติณณ์เก่งทีเดียวว่ะ เห็นว่าเจอกันไม่กี่ครั้ง เจ้าติณณ์ก็เรียกหาแต่ “ปัน ปัน ปัน” ถ้าแกแต่งงานกับน้องปัณณ์ เรื่องเจ้าติณณ์ก็ไม่เป็นปัญหา เชื่อฉันเถอะ ป๋าเลือกทางที่ดีที่สุดไว้ให้สำหรับแก และน้องปัณณ์แล้ว”

ภคินโคลงหัวเล็กน้อยด้วยขำกับกับคำรำพึงของเพื่อน ก่อนจะอธิบายขยายความเรื่องที่ฝ่ายนั้นกังวล เพราะลูกชายตัวเล็กของชายหนุ่มนั้นถูกว่าที่คุณแม่ (รึเปล่า) ซื้อใจด้วยใจไปเรียบร้อยแล้ว

 

...

 

สองขาก้าวยาวและว่องไวตามแบบฉบับคนทำงานเก่ง แม้อายุอานามเริ่มย่างก้าวเข้าเลขหกแล้ว แต่ความทะมัดทะแมงกระฉับกระเฉงนั้นหาได้ลดลงไปตามการเวลาไม่ เตชธรรมเดินลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กอันเป็นที่ตั้งของบ้านหลังเก่า ขนาดกลาง ๆ ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวและของชำ อันเป็นที่อาศัยของเด็กหนุ่มตัวบาง ทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของผู้มีพระคุณ ซึ่งเคยโอบอุ้มดูแลและเป็นคนสำคัญซึ่งทำให้ตนมีวันนี้

 

เขาหวังเหลือเกินว่าจะได้ค้ำจุนอุ้มชูให้อยู่ดีมีสุขก่อนจะสิ้นลมหายใจ ริมฝีปากหยักยกยิ้มกว้างขึ้นเมื่อมองเห็นเป้าหมายของตนอยู่ไม่ไกลนัก

 

“อ๊ะ... คุณป๋า เดินเข้ามาทำไมตั้งไกลครับ โทรมาก็ได้เดี๋ยวปัณณ์เดินออกไปหา อืม... แต่ต้องล้างชามก๋วยเตี๋ยวให้เรียบร้อยก่อนน่ะครับ คุณป๋ารอไหวรึเปล่าครับ ดะ...เดี๋ยว...”

เด็กหนุ่มตัวเพรียวบาง แก้มป่องขาวนวลจนเห็นเส้นเลือดฝาด ปากกระจับสีชมพูระเรื่อ เอ่ยเรียกขึ้น ทั้งที่มือยังคงง่วนอยู่กับงานตรงหน้าเป็นระวิง ร่างบางพยายามหาที่นั่งให้แขกเพียงคนเดียวของตน ทั้งยังพยายามเร่งมือดับงานตรงหน้า เพราะว่าไม่ต้องการให้ผู้ใหญ่รอนาน จนแขกอย่างเตชธรรมอดที่จะยิ้มเอ็นดูกับท่าทีอย่างนั้นไม่ได้

 

“ไม่เป็นไรหรอก ทำงานของปัณณ์ไปเถอะ คุณป๋ารอได้ ธุระของคุณป๋าไม่ได้รีบเร่งอะไรนักหรอก” คนที่ได้ชื่อว่า “คุณป๋า”

เอ่ยบอกเด็กหนุ่มพร้อมรอยยิ้ม แล้วก็ได้รับรอยยิ้มแสนสดใสของเด็กหนุ่มตอบกลับมาเช่นกัน

 

“ครับ คุณป๋า เดี๋ยวปัณณ์จะเร่งมือ รับรองไม่เกินชั่วโมง คุณป๋าไม่เมื่อแน่นะครับ”

ร่างบางพยักหน้ารับคำพร้อมรอยยิ้ม สองมือเรียวก็ยังทำหน้าที่ของมันไม่ได้หยุด พลางเอ่ยถามย้ำแขกคนสำคัญด้วยรู้ดีว่าที่นั่งพักซึ่งเจ้าตัวทราบดีว่าอีกฝ่ายคงไม่สบายนัก

 

เพราะเรียนหนังสือได้ถึงแค่ชั้น ม.3 งานที่สามารถทำได้จึงเป็นเพียงแค่งานที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย เงินที่ได้ก็น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำบ้าง บางร้านใจดีก็จ่ายให้เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าจะได้ทำบ่อย ๆ

 

ทางด้านเตชธรรมก็นั่งบนเก้าอี้ขนาดเล็กสำหรับนั่งล้างจาน นั่งดูอยู่ได้ครู่เดียวก็นิ่งไม่ได้ สุดท้ายก็เลยได้ถอดสูทพับแขนเสื้อ แล้วลงมือล้างจานเป็นเพื่อนเด็กหนุ่ม แม้จะดูเงอะงะอยู่ในช่วงแรก ๆ แต่เมื่อคุ้นชินแล้ว คนกร้านงานหนักเมื่อครั้งยังหนุ่มก็ช่วยเด็กหนุ่มซึ่งกำลังกร้านงาน จัดการจานชามกองโตหลังร้านได้หมดในเวลาอันรวดเร็ว

 

“โอ้.. คุณป๋าเก่งจังเลยครับ ต้องขอโทษจริง ๆ นะครับ งานของปัณณ์ทำให้คุณป๋าต้องลำบากไปด้วย เสื้อก็เปื้อน กางเกงก็เปียก... ละ...”

ร่างบางบอกพร้อมส่งสายตาละห้อย หลังได้รับเงินและคำชมจากเจ้าของร้าน เพราะจานชามกองโตถูกล้างจนเกลี้ยงทั้งยังสะอาดเอี่ยมด้วยเวลาอันรวดเร็ว สายตาที่เศร้าอยู่แล้วยิ่งดูเศร้ามากขึ้นไปอีก เมื่อเจ้าตัวลุแก่โทษที่ใช้แรงงานคนอายุมากอย่างคุณป๋า ก่อนจะเอ่ยขอโทษแล้วเตรียมจะร่ายยาว ถ้าไปติดว่าอีกฝ่ายท้วงเอาไว้

 

“พอเถอะปัณณ์ เรื่องเยอะเหมือนกันนะเราน่ะ แล้วเรื่องที่คุณป๋าให้เก็บไปคิด ปัณณ์ตัดสินใจได้รึยัง หืม?”

ผู้ช่วยจำเป็นส่ายหน้ากับคำขอโทษต่าง ๆ นานา พร้อมเบรกไม่ให้ร่างบางเอ่ยคำขอโทษอะไรอีก ก่อนเข้าเรื่องจริงจัง แม้ตนจะประกาศออกสื่อไปแล้วเมื่อคืนนี้ แต่ถึงอย่างไร เตชธรรมก็อยากให้เด็กหนุ่มตรงหน้าตอบตกลง ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้อย่างเต็มใจ

 

“ปัณณ์ไปเป็นลูกของคุณป๋านะ ต่อไป... คุณป๋ากับพี่เตชน์จะดูแลปัณณ์เอง”

เตชธรรมเอ่ยบอกเจตนารมณ์ตนอีกครั้ง เพราะการที่เด็กหนุ่มไม่ได้เข้ามาเป็นในโชติอักษร ทำให้การที่ตนจะเข้าไปดูแลอะไรหลาย ๆ เกี่ยวกับเด็กหนุ่มนั้นทำได้ไม่เต็มที ดังเช่นช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

ทั้งที่ครอบครัวทางโน้นได้รับเงินปันผลจากโชติอักษรอยู่ทุกปี ซึ่งเตชธรรมเชื่อเหลือเกินว่ามันมากพอที่จะส่งเสียลูกหลานทุกคนของบ้านนั้นให้ได้ร่ำเรียนสูง ๆ ด้วยซ้ำ จนแล้วจนรอด ปัณณ์ก็ไม่ได้รับโอกาสให้เรียน ต่อด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีเงินส่งเสีย แล้วอย่างนี้จะได้ตนนิ่งนอนใจปล่อยให้ลูกของผู้มีพระคุณตกระกำลำบากได้อย่างไร

 

“ปัณณ์... ปัณณ์ไม่อยากเป็นภาระของใครครับ ปัณณ์อยู่อย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว พี่เตชน์เองก็คงไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก ถ้าพี่เขาทราบเรื่อง”

เด็กหนุ่มก้มลงมองที่มือตัวเอง ตั้งแต่เด็กจนโตเจ้าตัวชาชินเสียแล้วกับคำว่า “ตัวภาระ” ซึ่งได้รับรู้มาตลอด ชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้แม้มันจะไม่ได้สุขสบายอะไรนัก แต่การที่ได้ทำงานหาเงินเลี้ยงดูตัวเองก็เป็นเรื่องที่ร่างบางภูมิใจยิ่งนัก

 

“พี่ของปัณณ์น่ะเขารู้เรื่องแล้ว แล้วก็ยอมรับแล้วด้วย เหลือแต่ปัณณ์นั่นแหละที่ยังรีรอ ปัณณ์ให้โอกาสคุณป๋ากับพี่เตชน์ได้ดูแลปัณณ์เถอะนะ ให้คุณป๋าได้ตอบแทนผู้มีพระคุณคนสำคัญของคุณป๋าบ้างเถอะ นะปัณณ์ ไปอยู่ที่โชติอักษร ไปเป็นลูกคุณป๋าที่บ้านของเราด้วยกันเถอะนะปัณณ์”

เตชธรรมใช้ลูกอ้อนเข้าช่วย ไม่ว่าจะต้องใช้วิถีทางไหน ถึงอย่างไรเขาก็ต้องทำให้ปัณณ์ยอมแต่งงานกับเตชน์ให้ได้

 

เด็กทั้งสองคนเคยเจอกันเมื่อนานมากแล้ว ที่แปลกคือ... คนที่ควรจะจำเรื่องราวทั้งหมดได้น่าจะเป็นชายหนุ่มวัย 20 ปี อย่างเจ้าเตชน์ แต่สุดท้ายกลายมาเป็นเด็กน้อยวัย 5 ขวบอย่างปัณณ์ซะอย่างนั้นที่ยังคงจะเรื่องราวของ “พี่เตชน์” ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่เตชน์นั้นคงลืมไปเสียแล้วว่าเจ้าตัวเคยมีน้องชายอย่าง “น้องปัณณ์” อยู่

 

“ครับ... ปัณณ์จะเป็นลูกอีกคนของคุณป๋า”

ท้ายที่สุด ปัณณ์ก็ยอมตอบรับข้อเสนอนั้น ภาพพี่ชายใจดี คอยดูแลเอาใจใส่ตนในครั้งนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ แม้จะเสียใจที่อีกฝ่ายจำตนไม่ได้เลยในงานเมื่อคืน

 

แต่ถึงอย่างนั้น

หัวใจดวงน้อย ๆ ดวงเดียวดวงนี้ของ “ปัณณ์”

ก็ถูก “พี่เตชน์” ยึดเอาไว้แล้วทั้งตัวตั้งแต่เมื่อ 13 ปีก่อน

 

“รักครั้งแรก” มันลืมยาก...

 

แต่สำหรับ “ปัณณ์”

 

“รักครั้งแรก” ไม่มีวันลืม...

 

 

 

 

To be con”””

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #4 nabe (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:07
    น่ารัก น่าติดตาม น้องปันพี่เตช มันน่าจะเป็นอะไรที่ละมุนอบอุ่นใจนะ
    #4
    0
  2. #1 I'm beautiful (@waiina2003) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:02
    ติดตามค่า น่าสนใจมากๆเลย
    #1
    0