[Fic Nomin] SweetRevenge กลรักดอกโบตั๋น (จบ)

ตอนที่ 6 : งานเลี้ยงน้ำชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    24 มิ.ย. 63

 

ตอนที่ 5 งานเลี้ยงน้ำชา

 

ปรารถนาpart

“หลังจากนี้ห้ามไปเจอมันอีก”พอถึงบ้านคุณจิวซินก็เริ่มดุผมเรื่องพี่เลี่ยงจิน

“ทำไมครับ?”ผมไม่เข้าใจจริงๆว่าเขาต้องการอะไร ทำไมถึงห้ามผมไม่ให้เจอพี่เลี่ยงจิน

“เธอชอบมันหรือไง ฉันถึงห้ามไม่ได้”เรื่องความชอบมันก็ชอบแค่พี่น้องเท่านั้น พี่เขาเหมือนเป็นพี่ชายของผม แต่ไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงกระวนกระวายขนาดนั้น

“ผมคิดกับพี่เลี่ยงจิน ได้แค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้นครับ”ผมหวังว่าเขาจะเข้าใจ

“ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ไว้ใจมัน”

“คุณจะกังวลทำไมครับ คุณเป็นคนบอกผมเองไม่ใช่หรอครับว่าเราไม่ได้รักกัน”นี่คงเป็นอีกหนึ่งคำถามที่ผมอยากถามเขา ปากเอาแต่พร่ำบอกว่าผมและเขาไม่มีทางรักกัน และเขาเองก็รักพี่ลี่อินนั่นคือสิ่งที่ผมรู้ แต่ทำไมต้องห้ามผมด้วย ผมจะสนิทกับใคร คุยกับใครโดยที่อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมก็ไม่ได้

“ก็ใช่.. แต่”เขาดูอึกอักๆที่จะตอบออกมา ผมก็ยิ่งสงสัย

“แต่อะไรครับ?”เขาทำหน้านิ่งไปสักพัก

“ฉ..ฉันก็ไม่ได้เกลียดเธอเหมือนกัน”คำพูดของเขาทำผมตกใจอีกครั้ง แต่ผมก็กลับดีใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้เหมือนกันว่าคือความรู้สึกอะไร

“ขอบคุณนะครับ”ผมยิ้มให้ อย่างน้อยความสัมพันธ์ของเราก็ดีขึ้นกว่าเดิม

“นายน้อยครับ ผมมีเรื่องจะคุย.. อ่าวคุณหนูสวัสดีครับ”คุณทนายเข้ามา คงจะแปลกใจภาพที่คุณจิวซินนั่งข้างๆผมได้โดยที่เราไม่ได้ทะเลาะกัน

“ว่ามาเถอะ”ผมเตรียมจะลุกแต่ก็ถูกคุณจิวซินรั้งเอาไว้

“ก็เป็นภรรยา เธอมีสิทธิ์รับรู้ได้ฉันอนุญาต”คุณทนายทำหน้าตะลึงในสิ่งที่คุณจิวซินพูด ผมเองก็เหมือนกัน ผมจึงนั่งลงข้างๆ

“งานเลี้ยงน้ำชาที่จะจัดขึ้น บัตรเชิญมาแล้วนะครับ”เขามอบบัตรเชิญให้คุณจิวซิน

“ทำไมถึงมีสองใบ?”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ปีนี้คนที่เป็นเจ้าภาพเหมือนจะเป็น..”พวกเขาหันมองหน้าผม เพราะคิดว่าผมไม่รู้ ผมจึงพยักหน้า

“บอกมาเถอะครับ ผมรับรู้มาบ้างแล้ว”คงเป็นเพราะเหตุการณ์ที่คุณจิวซินถูกทำร้าย พวกเขาจึงคิดว่าผมน่าจะเดาเหตุการณ์ได้แล้ว

“ครับ เป็นมาเฟียจากทางตะวันตกครับ”คุณจิวซินทำหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด

“เขาไม่เคยคิดจะมางาน..”

“นั่นแหละครับที่ผมสงสัยว่าทำไมปีนี้ถึงมางานได้ ผมมีลางสังหรณ์ไม่ดีเลยและบัตรเชิญ 2 ใบนั่นอีก เหมือนเขาต้องการจะให้..”

“ให้ผมไปร่วมงาน”ผมก็เริ่มพอคาดเดาได้ เหมือนว่าทางตะวันตกต้องการให้ผมและคุณจิวซินไปร่วมงาน ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันแต่แล้วความคิดลึกๆในสมองผมก็ดึงเหตุการณ์อะไรบางอย่างมาให้ผมฉุกคิด

‘ความลับ แต่ไม่นานก็ได้รู้ ถ้าเราไปงานเลี้ยงน้ำชาที่จะจัดขึ้นเร็วๆนี้’

‘อะไรกัน พี่อยากให้เราไปจะตาย พี่อุตส่าห์จะเตรียมอะไรน่าตื่นเต้นๆให้เราแล้วด้วยสิ’

คำพูดที่พี่เลี่ยงจินบอกเรา หวังว่ามันคงจะไม่ใช่อย่างที่ผมคิดนะครับ

“ยังไงฉันก็ไม่ให้ป่านไปเด็ดขาด”คุณจิวซินคัดค้านหัวชนฝา เขาไม่ยอมให้ผมไปเด็ดขาด

“ให้ผมไปเถอะครับ ผมเองก็มีบางเรื่องที่ต้องพิสูจน์”ผมหันไปบอกเขา เขามองหน้าผมด้วยความโมโห แต่ผมก็ต้องการไปเหมือนกันเพราะมีเรื่องบางเรื่องมันค้างคาในใจของผม

“มันอันตราย เธอจะเอาชีวิตไปเสี่ยงหรือไง”ผมไม่ได้อยากเสี่ยงชีวิตหรอกครับ ผมจับมือของเขามองหน้าพยายามอ้อนวอน

“ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ผมสัญญาว่าผมจะดูแลตัวเองอย่างดี”เขาเงียบไป

“ผมเองก็หวังว่าปีนี้จะไม่มีเหตุร้ายแรงอะไรทั้งนั้นนะครับ”ทุกคนก็ต่างหวังไว้เช่นนั้นเหมือนกัน

 

เลี่ยงจินpart

“พี่ใหญ่ไปสร้างเรื่องอีกแล้วนะครับ”ผมกลับบ้านมา ก็พบคนเล็กของบ้านนั่งมองผมด้วยสายตาโมโหก่อนจะเดินถือสมุดบางเล่มมาหาผม

“นี่หมายความว่าไงครับ พี่บอกว่าจะไม่ยุ่งกับฝั่งตะวันออกอีก แต่นี่อะไรครับพี่ใหญ่ต้องการจะยั่วโมโหผมใช่มั้ยครับ”ผมถึงกับเถียงไม่ออก ผมหันไปมองคนใช้ ทุกคนต่างก้มหน้าหลบความผิด ผมเองก็ไม่กล้าจ้องหน้าคุณคนเล็กเหมือนกัน เพราะเธอน่ากลัวมาก

“โธ่คุณหนูเหมยอ้าย ของผม”ผมพยายามง้อเธอ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล

“เรื่องมันผ่านมาแล้วนะครับ พี่ใหญ่ก็ได้ใช้ชีวิตใหม่แล้วผมเองก็อยากให้พี่ใหญ่”

“ไม่ลืมครับ และไม่มีวันลืมด้วย”เรื่องทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้น ผมไม่มีวันลืมมันเด็ดขาด

“ครับ ผมก็อยากขอแค่ว่าอย่าทำให้มันแย่ไปกว่านี้เลยนะครับ เพราะคนที่จะเจ็บก็คือพี่ใหญ่เองนะครับ”คนเล็กมองผมด้วยสายตาเป็นห่วง จะเจ็บอีกสักร้อยครั้ง พันครั้งจะเป็นไรไป ถ้ามันแลกกับความสะใจ ความแค้นที่ถูกชำระหลังจากที่ผมรอมันมาเนิ่นนาน

“แล้วทำไมพี่ใหญ่ถึงเชิญฝั่งนั้นไปสองใบล่ะครับ”

“พี่มีคนที่พี่อยากจะให้เขาได้รับรู้อะไรที่น่าตื่นเต้นๆอยู่”

 

ปรารถนาpart

“คุณหนูของป้า คิดถึงจังเลยค่ะ สบายดีไหมคะ?”วันนี้ผมกลับมาบ้านใหญ่เพราะว่าคุณจิวซินจะเข้ามาเอาชุดสูท และพาผมไปเลือกชุดที่จะใส่ไปออกงานคืนนี้ คุณป้าท่านก็วิ่งมาต้อนรับอย่างไว ผมก็กอดท่านเพราะผมเองก็ไม่ได้กลับบ้านใหญ่มาพักหนึ่งแล้ว

“สบายดีครับ แล้วคุณป้าล่ะครับ?”คุณจิวซินที่จอดรถก็เดินขึ้นมาดึงผมออกจากคุณป้า

“กอดแต่ป่าน ไม่กอดผม ผมก็น้อยใจนะครับ”ผมยิ้มให้ คุณป้าเองก็เข้าไปกอดคุณจิวซิน

“ค่อยสบายใจหน่อยที่คุณจิวซินไม่ทะเลาะกับคุณป่าน ต่อหน้าป้าแล้ว”ก็พูดไปครับ ผมมองอีกฝ่ายก็ทำหน้าขรึมๆใส่

“ก็แค่ช่วงนี้แหละครับ ยังทะเลาะกันบ้าง”ผมก็บอกความจริงไป ป้าก็หัวเราะออกมา คุณจิวซินก็หลุดยิ้มออกมา เอาเป็นว่าเราทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น และเขาก็ยอมให้ผมไปงานเลี้ยงน้ำชาอีกด้วย แต่ก็ห้ามนู่นห้ามนี่สารพัด โดยที่ผมก็ไม่เข้าใจว่าจะห้ามอะไรเยอะขนาดนั้นกัน

“นายน้อยทะเลาะกับคุณหนูเยอะ ระวังลูกเต็มบ้านนะครับ”คุณป้าพูดอะไรออกมาก็ไม่รู้ ผมจึงรีบหลบหน้าคุณจิวซินก่อน

“คุณป้าก็พูดไปครับ ใครอยากมีลูกกับเธอกัน”เสียงเขาก็ไม่ได้ก้าวร้าวกว่าแต่ก่อนนั่นคือสิ่งที่ผมรับรู้ได้

“ไม่รู้แหละ ผมไปดูสูทก่อน”

“งั้นผมรอข้างล่างนะครับ”ผมเองก็ไม่อยากไปกวนสมาธิเขาในการเลือกสูท เขาหันมองผมทำหน้าหงุดหงิดๆเล็กน้อย ก่อนจะจับแขนผม

“ไปช่วยฉันเลือกด้วย เป็นภรรยาก็หัดทำหน้าที่สิ”เอ๊ะ? ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร ก็พาผมขึ้นไปบนห้องเขาที่บ้านใหญ่ เหล่าสาวใช้ และคุณป้าก็ต่างอมยิ้มกัน

“คุณจิวซิน ผมว่าชุดนี้ก็ดูดีนะครับ”เขาหยิบสูทจากในตู้ออกมาประมาณ 3 ตัว เขาก็ยืนมองพักหนึ่ง ผมจึงหยิบชุดสูทสีกรม พร้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวไม่มีลวดลายพร้อมเนคไทสีเดียวกับเสื้อตัวนอก เขาเองก็มองหน้าผม

“ไม่ดีหรอครับ?”หรือว่ายังไม่ถูกใจ ผมกำลังจะวาง เขาก็คว้าเอาไว้ และเก็บตัวอื่นๆเข้าตู้

“ตัวนี้แหละ ฉันก็ชอบ”ค่อยโล่งใจหน่อยที่เราเลือกได้ถูกใจเขา

“งั้นผมลงไปรอข้างล่างนะครับ”ผมปล่อยให้เขาจัดการกับของตัวเอง

“เนี่ยฉันเห็นนายน้อย สั่งให้ทำความสะอาดสูทสีขาวนะ แต่ทำไมถึงกลายเป็นสูทสีกรมได้นะ”ผมเดินผ่านได้ยินเหล่าคนใช้พูดพอดี

“คุณนี่นะ^^”ผมได้แต่ยิ้มกับสิ่งที่เขาทำ น่ารักจริงๆ

 

...

“จำที่ฉันพูดไว้แล้วใช่มั้ย แล้วก็ห้ามอยู่ห่างฉันด้วย”พอมาถึงงานเขาก็ไม่ลืมที่จะบอกสิ่งที่เขาพูด ผมจำได้จึงพยักหน้ารับและเดินลงมาจากรถ

“นี่”เขาคว้าแขนผมมาคล้องแขนของเขา

“ก็เป็นสามีภรรยาต้องทำแบบนี้ไม่ใช่หรอ?”พูดเสร็จ หน้าเขาก็เริ่มแดงขึ้น ผมมองก่อนจะยิ้มให้

“ครับ”และเราก็เดินเข้างานไปด้วยกัน ภายในงานดูคึกครื้น เหล่าบรรดาคุณหญิงคุณชาย ผู้มีอิทธิพลต่างๆ ก็นั่งลงตามโต๊ะที่จัดไว้ คุณจิวซินก็พาผมเข้าไปนั่ง เหมือนคล้ายๆการนัดพบมากกว่า แทบไม่มีวี่แววอย่างที่พวกเขากังวล หรือว่ามันยังไม่เริ่มกันนะ

“สวัสดีเจ้าหนู วันนี้พาสาวสวยมาด้วยกิ๊กหรอ”ผู้ชายร่างสูงดูน่าเกรงขามเดินมาโอบไหล่คุณจิวซิน คุณจิวซินก็ยิ้มก่อนจะค่อยดึงตัวออกจากการถูกโอบ

“นี่เมียผม คุณเสวี่ยเทียนเจ้าพ่อทางเหนือไม่ยอมแต่งงานสักทีก็พาลคนอื่นว่ามีกิ๊ก นิสัยไม่ดีเลยนะครับ”เจ้าตัวก็กัดฟันจนดังกรอดๆ มองคุณจิวซินก่อนจะยิ้มให้ผม

“ผมเสวี่ยเทียน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”เขายื่นมือจะทักทายแบบฝรั่ง ผมกำลังจะยื่นมือ แต่ก็ต้องชะงักเพราะคุณจิวซินที่นั่งคั่นกลางดึงมือคุณเสวี่ยเทียนออก

“ผม ปรารถนาครับ เรียกผมว่าป่านก็ได้ครับ”ผมก็แนะนำเขาก็ตกใจเหมือนคนอื่น

“ไม่ใช่คนจีนหรอครับเนี่ย ไอจิวซินนี่หัดไปคว้าของดีจากต่างประเทศเลยหรอ!?”ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมจึงยิ้มแหยๆเพราะคุณจิวซินแยกเขี้ยวใส่คุณเสวี่ยเทียนเรียบร้อยแล้ว

“ผมมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีสักเท่าไร ที่อยู่ดีๆฝั่งตะวันตกมันถึงเป็นเจ้าภาพจัดงานทั้งๆที่มันไม่เคยมาร่วมงานเลยสักปี”เขาก็คุยกัน ผมเองทำได้แค่จิบน้ำชาเรื่อยๆ ก็แอบน่าเบื่ออยู่เหมือนกัน แต่เพราะสิ่งที่ผมอยากพิสูจน์อยากรู้ ผมจึงทนได้ ผมพยายามกวาดสายตาหาเขา พี่เลี่ยงจิน แต่ก็ไม่เห็นเลย

“คุณจิวซินผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”เหมือนเขาจะไม่ได้สนใจ ผมจึงเดินไปตามทางหาห้องน้ำ ทางทำไมดูมืดจัง ในขณะที่ผมกำลังก้าวไปเรื่อยๆ ก็มีแขนปริศนาดึงตัวผมเข้าไปหา

“!! ทำอะไรอ่ะ”ผมพยายามร้องเสียงดังเผื่อคนได้ยิน ผมมองไม่เห็นหน้าเขา เขาชูมืดเล่มบางให้ผมดู

“ตามมาเงียบๆครับ”ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินไปให้เงียบที่สุด เขาเดินพาผมเหมือนพาไปไหนสักที่

“จะพาผมไปไหน”ผมถามเสียงสั่นๆเพราะความกลัวเริ่มถาโถมใส่ ในใจผมได้แต่ภาวนาว่ามันต้องไม่เป็นอะไรทั้งนั้น

 

จิวซินpart

“เมียมึงไปนานจังว่ะ ไอจิวซิน”ในขณะที่ผมคุยเรื่องงาน ผมก็นึกขึ้นได้ว่าผมเพิ่งปล่อยให้ป่านไปห้องน้ำคนเดียว แต่นี้มันสักพักแล้วทำไมเธอยังไม่กลับมาสักที

“เดี๋ยวผมไปตามก่อนนะพี่”ผมกำลังจะลุกไปตามป่าน ผมก็ต้องชะงักเพราะคนของฝั่งตะวันตกเริ่มยื่นล้อมรอบงาน มันเริ่มแปลกๆแล้ว แต่แล้วในงานก็ไฟดับ

“ว้าย!”เสียงบรรดาคุณหญิงคุณชายก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ ผมจึงหยุดนิ่งไม่นานไฟก็ติดอีกครั้ง บนเวทีตรงหน้ามีผู้ชายชุดสูทสีดำคนหนึ่งยืน ใบหน้าถูกสวมด้วยหน้ากากงิ้ว และข้างๆเขาก็มีอีกคน แต่พอผมลองมองดีๆ

“ป่าน!!”ใช่เธอยืนตัวสั่นข้างๆผู้ชายสวมหน้ากากงิ้วคนนั้น ผมพยายามจะวิ่งไปหาเธอ

“!!”แต่ผมก็ต้องหยุดเมื่อชายที่สวมหน้ากากงิ้วชูมีดเล่มบางมาขู่ผม

“อย่าขยับเชียวล่ะ ถ้าไม่อยากให้เธอเป็นอะไรไป”ทุกคนในงานเริ่มตื่นตระหนก โธ่เว้ย! เราไม่น่าปล่อยป่านไปคนเดียวเลย

“ทุกคนอาจจะสงสัยว่าผมเป็นใครสินะ”ทุกคนต่างเงียบสงัด ไม่กล้าทำอะไรทั้งนั้น

“สวัสดีอย่างเป็นทางการนะครับ ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายตะวันตก ปีนี้ผมอาจจะเล่นแรงไปก็มันวันเปิดตัวผมนี่หน่า ใช่มั้ยครับ?”หัวหน้าฝ่ายตะวันตก คนที่ผมต้องการจะรู้ตัวมัน มันหันไปมองป่านก่อนจะหันมองผม

“คุณจิวซินฝ่ายตะวันออกคงจะสงสัยสินะครับ ว่าผมเป็นใครและทำไมถึงต้องจับคนสวยมาด้วย?”ว่าเสร็จก็หัวเราะในลำคอ ตอนนี้ผมอยากจะเข้าไปจัดการมันแต่มันติดตรงที่ว่าเธอยังอยู่ตรงนั้น ปรารถนาเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย ผมจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากมองมันด้วยความโมโห

“ผมจะไม่เปิดหน้ากากจนกว่าคนสวยจะเรียกชื่อผมออกมาถูก”อะไรกัน ป่านก็มองมาทางผมด้วยสายตาที่หวาดกลัว

“อย่าทำอะไรป่านนะ ไม่งั้นแกไม่ได้ตายดีแน่”ผมกำหมัดแน่น มันก็ไม่ทำอะไร และดึงหน้าป่านไปมองมัน

“ว่าไงครับคนสวย ผมว่าคุณคงรู้แล้วคำตอบแล้ว เรียกผมสิครับ”ป่านทำหน้าอึกอักๆ เหมือนเธอจะรู้เพราะเธอต้องการจะพิสูจน์อะไรบางอย่างที่เธอสงสัย เธอเริ่มน้ำตาคลอ ไอเวร! ผมโมโหตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เลย

“พี่เลี่ยงจิน?”พอป่านบอกชื่อ ผมก็ต้องตกใจ เลี่ยงจินคนที่ป่านเจอที่ตลาด มันก็ค่อยๆถอดหน้ากากออก และใบหน้านั่นมันคือเลี่ยงจินจริงๆ

นี่มันคือเรื่องอะไรกันแน่

 

ปรารถนาpart

พอหน้ากากถูกเปิดออกเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่มีให้ผม แต่ครั้งนี้เป็นรอยยิ้มที่ผมกลัวที่สุด เหมือนไม่ใช่พี่เลี่ยงจินที่ผมรู้จัก ใช่เขาไม่ใช่พี่เลี่ยงจินที่ผมรู้จัก เขาคือคุณเลี่ยงจินหัวหน้าฝ่ายตะวันตกที่เป็นศัตรูกับคุณจิวซิน

“เดาถูกจนได้นะครับ เก่งเหมือนกันนะเนี่ย”ในหัวผมเต็มไปด้วยคำถาม ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“คุณจิวซินผมอุตส่าห์เตือนแล้วแท้ๆว่าให้รักษาให้ดีๆ แค่นี้ยังดูแลไม่ได้เลย”ผมหันมองคุณจิวซินที่ตอนนี้เลือดขึ้นหน้า พร้อมจะอาละวาดได้ทุกเมื่อ พี่เลี่ยงจินก็ผลักผมออกห่างจากเขา

“เลือกสิครับว่าจะอยู่กับใครจะอยู่กับพี่หรือมัน”ผมไม่ลังเลเดินลงจากเวทีไปหาคุณจิวซิน คุณจิวซินก็รีบคว้าตัวผมไปโอบไว้ ผมไม่กล้ามองหน้าเขาเลย

“ได้ครับ คราวนี้ถือว่าผมปล่อยไป แต่ถ้ามีรอบหน้าพี่ไม่ปล่อยหนูกลับมาหามันแน่ๆ”

“แก!”คุณจิวซินชักปืนออกมาจะยิงใส่พี่เลี่ยงจินพวกลูกน้องจึงจ่อปืนมาทางเรา

“เดี๋ยวสิครับ ผมอุตส่าห์จะให้งานเลี้ยงน้ำชาครั้งนี้ไร้รอยเลือดสักหน่อย”ผมมองหน้าคุณจิวซิน

“เก็บปืนก่อนเถอะครับ”เขามองหน้าผม เขามองผมด้วยสายตาเป็นห่วงก่อนจะเก็บปืน

“น่ารักจริงๆเลยนะครับน้องป่าน อย่างนี้ค่อยทำให้พี่ชักอยากจะแย่งเธอมาเป็นของพี่แล้วสิ”ผมไม่เข้าใจเลยว่าเขาหมายความว่าไง

“เอาเถอะครับ ผมก็แค่มาเตือนมาเฟียทางฝั่งตะวันออกนิดหน่อย ว่าระวังให้ดีรักษาสิ่งที่ล้ำค่าไว้ให้ดี เพราะผมจะแย่งมาหมด ทั้งอำนาจและก็ภรรยาของคุณ”เขาประกาศศึกใส่กัน คุณจิวซินก็กำหมัดแน่น ผมจึงจับมือเขาเอาไว้ ให้เขาควบคุมอารมณ์เอาไว้

หลังจากนั้นงานก็ถูกดำเนินการต่อราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนมีสีหน้าที่เคร่งเครียดมาก เพราะถ้าหากฝ่ายตะวันตกคิดไม่ซื่อบุกทำลายทุกเมืองเมื่อไร คงไม่ใช่เรื่องดีแน่

ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่เลี่ยงจินที่แสนดีคนที่ผมรู้จักจะกลายเป็นมาเฟียฝ่ายตะวันตก ทุกอย่างที่พี่เขาทำกับผมมันคือเรื่องจริง หรือเรื่องโกหกกันแน่

“ทำไมเธอไม่รอฉัน?”โดนดุจนได้

“ผมเห็นว่าคุณจิวซินคุยธุระอยู่ผมเลยไม่อยากขัด”เขาก็ทำหน้าเหวี่ยงๆเสียอารมณ์ใส่ผม

“ดีนะที่มันไม่ทำอะไรเธอ”

“เป็นห่วงหรอครับ?”ผมก็แกล้งถามไป เขาก็มองหน้าผมด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

“ใช่ฉันเป็นห่วงเธอ รู้มั้ยว่าฉันกลัวแค่ไหนตอนที่เธอถูกจับไปอยู่กับมันบนเวที”ตกใจจริงนะครับที่อยู่ดีๆเขาก็พูดอะไรแบบนี้

“รู้สึกดีจัง ขอกอดได้มั้ยครับ”และผมก็เริ่มไม่เป็นตัวเองเพราะผู้ชายคนนี้อีกแล้ว เขาก็ทำตาโตตกใจกับสิ่งที่ผมพูด

“คนอะไรน่าไม่อาย มาขอกอดคนอื่น”เราเนี่ยนะ

“ไม่ได้สินะครับ”แต่แล้วเขาก็ดึงผมเข้าไปกอดเหมือนตอนที่ผมวิ่งลงไปหาเขา อบอุ่นจัง

“ให้ได้อยู่แล้วหล่ะ”เพราะแบบนี้ไงผมถึงรู้สึกดีกับเขาตลอด

 

ลี่อินpart

“ทำไมฉันห้ามแกถึงไม่เคยฟัง อยากแต่งงานกับมันมากหรือไง ไอเด็กนอกคอกจิวซิน”ฉันนั่งร้องไห้ หลังจากที่คุณแม่รู้ว่าฉันแอบไปบ้านของจิวซินมา เธอก็ดุฉัน ตอนนี้ใบหน้าด้านซ้ายของฉันชาไปหมด เพราะฝ่ามือของคุณแม่ที่ฟาดลงมาเพื่อสั่งสอน

“หนูขอโทษ..”

“แกอยากให้ฉันใจร้ายมากหรือไง ลี่อิน!”ไม่หนูไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้

“หนูจะไม่ยุ่ง..”

“แกทำไม่ได้! กี่ครั้งแล้ว จะให้ฉันอายไปถึงไหนห่ะ? สงสัยต้องลงโทษขั้นเด็ดขาด”ฉันเข้าไปกอดขาของคุณแม่ ร้องไห้ ปฏิเสธทุกอย่าง

“ไม่เอาค่ะ หนูขอโทษคุณแม่อย่าลงโทษหนูเลยฮึกๆ”

“ฉันจะจับแกแต่งงานกับทายาทเจ้าพ่อฝั่งใต้ แกจะได้ไม่ดิ้นพร่านไปหาไอเด็กนอกคอกจิวซินอีก”ไม่นะ เราจะถูกจับแต่งงานกับใครก็ไม่รู้

“ไม่เอานะคะ คุณแม่ คุณแม่อย่าทำแบบนี้เลยฮึกๆ หนูขอร้อง”แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นผล

“จับมันไปขัง ฉันจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้ไวที่สุด”ไม่เอา ไม่เอาอย่าทำอย่างนี้ พวกคนใช้ก็จับฉันจะพาฉันไปขังอีกครั้ง ฉันจึงพยายามดิ้นให้หลุด ไม่นานคนใช้ก็ล้มและปล่อยให้ฉันหลุด ฉันวิ่งไปจากที่นี่ ไปให้ไกลที่สุด

“ลี่อิน!”เสียงของแม่ตามไล่หลัง ฉันวิ่งขึ้นรถ และขับออกไป ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ที่ที่ฉันไม่เคยมีอิสระเลยสักครั้ง ทำไมพอฉันคิดแบบนี้ ฉันกลับคิดถึงนายนะ

หลินจิวซิน

ฉันที่ขับอยู่ก็ต้องหักรถเพราะมีรถคันหนึ่งสวนมา

“เอี๊ยด!!!!!”คุมไม่อยู่แล้ว

“โครม!!!!!”ร่างของฉันกระแทกกับพวงมาลัยอย่างแรง จุกอกไปหมด เจ็บจัง

“จิวซิน..”

 

ปรารถนาpart

ผมตื่นเช้ามาเตรียมมื้อเช้าให้คุณจิวซินทานเหมือนอย่างเคย เขาก็ลงมาทานอาหารที่ผมเตรียมไว้ให้ แต่แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

“เดี๋ยวฉันรับเอง”คุณจิวซินลุกไปรับโทรศัพท์แทน เขายืนฟังพักหนึ่งก่อนจะทำหน้าตาตกใจจนปล่อยหูฟังโทรศัพท์หล่น

“คุณจิวซินเป็นอะไรครับ?”ผมเดินไปถามเขา

“ลี่อิน..”

“พี่ลี่อินทำไมครับ?”เขาน้ำเสียงเริ่มสั่นๆ

“พี่ลี่อินเกิดอุบัติเหตุ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล”พี่ลี่อินเกิดอุบัติเหตุ คุณจิวซินรีบคว้ากุญแจรถจะไปโรงพยาบาล ผมก็เดินตามไปด้วย

“ให้ผมไปด้วยครับ”เขาไม่พูดอะไรผมนั่งรถไปกับเขา เขาขับรถเร็วมาก เร็วจนผมกลัวว่าจะอันตรายเกินไป

“คุณจิวซินใจเย็นๆนะครับ พี่ลี่อินต้องไม่เป็นอะไร”ผมพยายามปลอบเขาเพื่อให้เขาใจเย็นลง จนในที่สุดเราก็มาถึงโรงพยาบาล เราต่างถามถึงพี่ลี่อิน พยาบาลจึงพาเรามาพบพี่ลี่อิน

ตอนนี้อาการพี่ลี่อินก็ปลอดภัย แต่ยังไม่ฟื้นคงเพราะบาดแผลและอีกหลายอย่าง คุณจิวซินเขาก็รีบเข้าไปหา ผมยอมรออยู่ข้างนอกแทน ผมมองผ่านประตูไม่เคยเห็นคุณจิวซินเสียใจขนาดนี้มาก่อน เขากุมมือพี่ลี่อิน ตัวสั่นเพราะน่าจะร้องไห้ ผมเลิกหันมองก็พบว่าคุณอาฟ่านกำลังเดินมา

“คุณอาฟ่าน สวัสดีครับ”ผมก็ทักทายท่านตามมารยาทแต่ดูท่านจะไม่ชอบสักเท่าไหร่ ท่านก็เดินผ่านผมเข้าไปในห้องพักฟื้นพี่ลี่อิน ผมจึงเดินตามเข้าไป

“แกมาทำไม?”คุณจิวซินหันมาเห็นหน้าคุณอาฟ่านก็จ้องด้วยสายตาที่โกรธ

 

“ผมจะมาเยี่ยมคนที่ผมรักไม่ได้หรอครับ?”

 

“...”

 

“พูดออกมาได้เต็มปากนะว่าคนที่แกรัก ทั้งๆที่เมียแกยืนอยู่ตรงนี้หน้าไม่อาย”เขาก็ชี้มาทางผม แต่ดูเหมือนคุณจิวซินจะไม่ได้ใส่ใจมันเลย มือของเขายังกุมมือของพี่ลี่อินอยู่

“ก็ถ้าคุณยอมผมตั้งแต่แรก พี่ลี่อินคงไม่ต้องมาทนทรมานแบบนี้ โดนคุณกดขี่ ทำร้าย บังคับสารพัด คุณเป็นแม่จริงๆหรือเปล่าครับ?”คุณอาก็โมโหมาก จึงเดินเข้าไปตบหน้าคุณจิวซิน

“!!”ผมตกใจกับภาพตรงหน้ามาก คุณจิวซินหันกลับมาก่อนจะลุกขึ้นยืน

“คุณก็รู้นะครับ ถ้าผมโมโหมากมันจะเกิดอะไรขึ้น ต่อให้คุณแก่ผมก็ทำได้”

“แก!!”เขาเตรียมจะตบรอบสอง แต่ผมไปคว้ามือเขาเอาไว้ก่อน

“นี่เธอ!”ผมจึงค่อยๆปล่อยและมายืนประจันหน้าแทนคุณจิวซิน

“ผมขอโทษนะครับ แต่ถ้าคุณอาตบหน้าสามีผมอีกผมเองก็คงจะยอมไม่ได้เช่นกัน”ผมบอกก่อนจะโค้งตัวเพื่อลาก่อนจะคว้ามือคุณจิวซินพาออกมาข้างนอก

“เธอจะไปขอโทษทำไม”พอพ้นออกมา เขาก็สะบัดมือผมทิ้ง

“ผมไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปกว่านี้ครับ ไม่งั้นคุณจะไม่ได้มาเยี่ยมพี่ลี่อินแน่ๆหากผมปล่อยให้คุณทำร้ายคุณอา”ผมบอกเหตุผลทั้งหมดไป

“...”ผลปรากฏว่าเขาเงียบราวกับยอมรับในเหตุผล

“วันนี้พอก่อนนะครับ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็ได้”วันนี้หากไปเจอหน้าคุณอาอีกคงจะไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไร ผมบอกเพื่อให้เขามีความหวังว่าพรุ่งนี้เขาจะได้มาเจอกับ...

...คนที่เขารักอีก

ทำไมผมเจ็บจังเวลาคิดถึงประโยคนั้น คุณคิดเช่นไรกันแน่นะ ตกลงจะรักหรือไม่รักกันแน่เป็นคำถามที่ไม่กล้าถามเลย จึงทำได้แค่มองหน้าเขาเพียงเท่านั้น

 

...

“พี่ป่านสวัสดีครับ”เช้าวันต่อมา คุณจิวซินก็แต่งตัวออกจากบ้านไปแต่เช้าโดยไม่บอกผมแต่ผมก็พอจะเดาได้นะครับ คงไปเยี่ยมพี่ลี่อิน ผมขณะกำลังฝึกจัดดอกไม้ หยางเค่อก็เดินมาทักทาย

“สวัสดีจ๊ะ วันนี้ดูมีความสุขนะ”เจ้าตัวถึงไม่ยิ้มแต่แววตานี่แทบเปล่งประกายออกมา เจ้าตัวไม่พูดอะไร ก่อนจะชี้ไปที่รถที่ขับมาที่บ้าน

“คุณพ่อซื้อรถให้ผม คราวนี้ผมมาโดยไม่ต้องพึ่งรถของที่บ้านแล้ว”จริงหรอเนี่ย คุณอาเฟยและคุณอาถิงถิงช่างใจดีจังเลย ผมก็พลอยดีใจไปด้วย

“พี่ป่าน ตอนคุณทนายมาบ้านผม พอรู้ว่าผมจะมาบ้านพี่ เขาก็ฝากอะไรบางอย่างมาให้พี่ด้วย”หยางเค่อก็ยืนบางอย่างให้ผม มันเป็นจดหมายพอดูหน้าซอง

“จดหมายจากครอบครัวนี่”ผมมองด้วยความดีใจก่อนจะเปิดซองจดหมาย มีกระดาษแนบมา และรูป? ผมหยิบรูปขึ้นมาดูเป็นรูปแม่ ปิ่น และเปมในชุดรับปริญญา ผมยิ้มทั้งน้ำตาเจ้าเปมเรียนจบแล้ว

“ทำไมถึงมีพี่ป่านอยู่ในรูปด้วย วันที่มันเป็นวันที่พี่ป่านอยู่จีนนี่”ผมก็ยิ้ม คงจะงงสินะทำไมถึงมีผมอีกคนอยู่ในรูป

“นี่ไม่ใช่พี่หรอก”

“?”

“เขาเป็นแฝดน้องของพี่เอง ชื่อปิ่น”หยางเค่อก็ทำหน้าเข้าใจ คงจะหายงงแล้วล่ะ

“ไม่รู้เลยนะครับเนี่ยว่าพี่ป่านมีแฝดด้วย ถ้ามาจีนด้วยผมคงแยกไม่ออกหรอก”เอาจริงๆผมก็ปิ่นคงมีแค่หน้าตาเท่านั้นที่เหมือนกัน นอกนั้นนิสัยเราต่างราวกับฟ้ากับเหว ผมเป็นคนใจเย็น ปิ่นนั้นอารมณ์ร้อน พอๆกับคุณจิวซินเลยล่ะ แต่พวกเราต่างห่วงและรักกันมาก ส่วนเจ้าเปมก็เป็นคนที่อยู่ระหว่างกลางผมและปิ่นคือไม่ได้ใจเย็นสักทีเดียว และก็ไม่ได้ใจร้อนขนาดนั้น เป็นคนครึ่งๆกลางๆ

ผมจึงเริ่มอ่านจดหมาย

 

‘ถึง พี่ป่านสุดที่รัก

พี่ป่านเป็นไงบ้าง ผมปิ่นนะผมเป็นคนเขียนจดหมายฉบับนี้แทนแม่เพราะตอนนี้แม่กำลังวุ่นหาชุดใส่ไปถ่ายรูปกับเจ้าเปมที่ตอนนี้เรียนจบแล้ว ใช่เจ้าเปมเรียนจบแล้วแถมได้คะแนนดีเลยทีเดียว ผมนึกภาพไม่ออกเลย พี่ห้ามร้องไห้นะ เสียดายสินะที่ไม่ได้เห็นภาพเจ้าเปมร้องไห้กราบแม่ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมให้มันแสดงให้พี่ดูตอนกลับมา มันดูโตมาก โตจนผมเองก็ตกใจว่าเจ้าเด็กแก่นที่วิ่งตามเราต้อยๆ จะเรียนจบแล้ว พี่ลันเองก็แวะมาหาแม่เป็นระยะแถมบ่นว่าคิดถึงพี่จนใจจะขาดแล้ว พวกผมยังรอพี่กลับมาเยี่ยมบ้าน

ปล.ผมเองก็แอบร้องไห้เหมือนกันนะครับ

ด้วยรักและคิดถึง

ปริณดา(ปิ่น)’

 

 

“ดูพี่มีความสุขมากเลยนะครับ ที่ได้อ่านจดหมายจากครอบครัว”ผมเก็บมันเข้าซองอย่างดี

“ใช่ ครอบครัวคือความสุขของพี่”ครอบครัวที่ผันฝ่าทุกอย่างร่วมกันมา คอยดูแลซึ่งกันและกัน เวลาร้องไห้เราก็ร้องไห้ด้วยกัน เวลาเราหัวเราะก็หัวเราะด้วยกัน มันเป็นความสุขที่พี่คิดถึงมันมากที่สุด

“พี่ไม่คิดถึงหรอครับ”

“คิดถึงสิ คิดถึงมากด้วย พี่อยากให้ทุกอย่างที่นี่จบลงด้วยดีก่อน”อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงวันครบรอบวันเสียชีวิตของคุณปู่แล้ว ผมจะได้อิสระสักที

“แต่สายตาพี่คงไม่ได้อยากจากที่นี่”

“อืม พี่ยังคงมีบางอย่างที่เป็นห่วงแต่เร็วๆนี้มันก็จะจบแล้ว พี่คงคิดถึงเธอแย่เลย”หยางเค่อก็ทำหน้าสงสัย

“พี่จะกลับไทย?”

“อืม”มันเป็นสิ่งที่ผมวางแผนไว้ได้พักหนึ่งแล้ว ว่าหลังจากที่ผมและคุณจิวซินได้รับสิ่งที่ควรได้รับเราก็คงหย่ากัน และผมก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป ผมก็จะกลับไทยและคงไม่ได้กลับมาที่นี่อีก

“ไม่กลับไม่ได้หรอครับ”ผมมองหน้าหยางเค่อ สีหน้าของน้องเริ่มปรากฏอารมณ์ น้องทำหน้าเศร้าผมเองก็อดขำในสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่มันก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันนะ ผมก็เริ่มจะสนิทกับทุกคนแล้ว

“ไม่ได้หรอก พอพี่หย่ากับคุณจิวซินพี่ก็ไม่มีความจำเป็นจะอยู่ที่นี่แล้ว”

“แต่พี่ก็รักพี่จิวซิน”ผมถึงกับชะงักในสิ่งที่หยางเค่อพูด ผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผมห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ทุกท่าทาง การกระทำที่อาจจะดูใจร้ายแต่ก็แฝงด้วยความอบอุ่น อ้อมกอด รอยยิ้มทุกอย่างที่เป็นเขา ผมพลาดแล้วเพราะผมเริ่มหลงรักเขาตั้งแต่ตอนนั้น

“ถึงจะรัก แต่ทุกอย่างมันไม่ได้เกิดเพราะความรักแต่แรก เขาคงไม่มีวันรักพี่หรอก”ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้เริ่มจากความรักแต่แรก มันเกิดขึ้นจากทรัพย์สินที่ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง เขาเองก็มีคนที่รักอยู่แล้ว ต่อให้เราพยายามมากเท่าไร ก็ดูจะสูญเปล่า

“เขาอาจจะรักพี่ก็ได้”ผมได้แต่ขำ เพราะยิ่งผมเริ่มคิดแบบนั้น ก็จะมีบางอย่างตอกย้ำผมเสมอ

“เอาเถอะ วันนั้นยังไม่มาถึง เราก็มาทำทุกวันให้เป็นความทรงจำที่ดีดีกว่า”ยิ่งคิดถึงวันนั้นเดี๋ยวก็รู้สึกแย่อีก สู้ทำให้ทุกวันเป็นความทรงจำที่ดีไว้ยามจากกันจะได้คิดแต่เรื่องดีๆ

“ครับ”ผมก็หันไปจัดดอกไม้ต่อ

“คุณหนูคะ มีแขกมาหาค่ะ”ผมมองออกไปมีรถคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน พอหันมาที่ประตูอีกทีก็พบกับใครบางคนที่ผมคาดไม่ถึง

“พี่เลี่ยงจิน”

 

 

ToBeContinue

 

 

writer talk :

พี่เลี่ยงจิน ร้ายนะครับทำป่านกลัวแล้ว

ตัวละครเยอะก็อย่าเพิ่งด่านะคะ55555

มีความคิดเห็นอย่างไรก็สามารถติชมได้นะคะ

ผิดพลาดประการใดขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #11 meiliy_char (@maejin_narak) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 23:20
    อยากให้แฝดมาจีนด้วยจัง

    อยากเห็นเด็กแสบ 555
    #11
    0