[Fic Nomin] SweetRevenge กลรักดอกโบตั๋น (จบ)

ตอนที่ 5 : ผมไม่ได้เกลียดคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    17 มิ.ย. 63

 

ตอนที่ 4 ผมไม่ได้เกลียดคุณ

 

“คุณตื่นแล้วหรอครับ”ผมตื่นขึ้นมาก็พบคนบนเตียงยังนอนมองผมอยู่ หน้าตายังไม่ค่อยดีขึ้นเลย

“เป็นไข้หรือเปล่า?”ผมเข้าไปวัดไข้ เขาก็ปัดมือผมและลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะค่อยๆลุกเดินออกไป

“อะไรของเขานะ?”ผมจึงเดินตามไปห่างๆ กลัวจะเป็นอะไรไป

“เลิกตามฉันมาสักที”ผมถูกห้ามไม่ให้ตาม แต่ผมไม่ทำหรอก

“วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะครับ ผมบอกคุณทนายแล้ว”คุณจิวซินหันมามองผมแบบหงุดหงิด

“ฉันไปได้ อย่ามายุ่ง!”

“ก็ถ้าสภาพดีกว่านี้ ผมถึงจะยอม งั้นผมไปเตรียมข้าวต้มให้คุณทานก่อนนะครับ”ผมจึงเดินลงไป แต่ก็ถูกเขารั้งแขนไว้

 

“เลิกยุ่งกับฉันสักที เธอจะทำดีเอาหน้าหรือไง! ฉันบอกแล้วไง พอได้เงินเราก็จะหย่ากัน”

 

“…”

 

“ทำไมรับไม่ได้หรอ หรือคนอย่างเธอติดใจจูบของฉัน”คนแบบเขาเลิกคิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้เลยหรือไง

“บางครั้งผมก็คิดว่าคุณพูดมากเกินไปนะครับ ผมเข้าใจแล้วครับว่าคุณต้องการจะสื่อสารอะไร”ผมจึงค่อยๆสะบัดมือออก

“หรือเธอปฏิเสธว่ามันไม่จริง..”ดูท่าว่าผมจะพูดถูกเกินไป

“ผมบอกแล้วว่าผมจะไม่ยุ่งกับคุณอีก ผมจะอยู่ที่บ้าน ระมัดระวังตัวเองและจะไม่สงสัย ไม่ถาม หรือสนใจอะไรกับคุณอีก พอใจแล้วนะครับ”

“ปรารถนา..”

“ครับ?”ผมหันไปตามเสียงเรียกของเขา

“เธอไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลยใช่มั้ย?”

“หมายความว่าอย่างไรครับ? ผมไม่เข้าใจ”อาจจะด้วยภาษาจีนที่ผมไม่ค่อยได้ฟังบ่อย ผมจึงถามกลับไป

“ช่างมันเถอะ”แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมพูดอีกครั้ง ผมจึงเดินลงไปเตรียมข้าวต้ม

 

...

 

“เธอคงจะไม่คิดเกินเลยใช่มั้ย ปรารถนา”จิวซินเดินมามองตามร่างบางที่เดินลงไปด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม

“เธออย่าดีกับฉันเลย เพราะฉันไม่สมควรจะได้รับมัน เธอต้องเกลียดฉันแน่ หากรู้ว่าฉันจะทำอะไรกับเธอต่อไป..”ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อจากนี้นอกจากเจ้าตัวจะรู้เอง

 

...

 

“ป่าน พี่ได้ข่าวมาจากคุณทนายว่าจิวซินบาดเจ็บหรอ”พี่ลี่อินเดินทางมาที่บ้าน สงสัยคุณทนายคงแจ้งเรื่องนี้ให้ทุกคนทราบ หยางเค่อก็มาด้วย

“ครับ ตอนนี้ไม่เป็นอะไรมากแล้ว เขาทานข้าวต้มเสร็จก็ขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องแล้วครับ”ทุกคนจึงมีสีหน้าที่โล่งใจ

“พี่ขอเข้าไปหาเขาได้มั้ย?”ผมพยักหน้ารับ พี่ลี่อินจึงเดินขึ้นไป ดูพี่ลี่อินจะสนิทกับคุณจิวซินมากเลย ดีแล้วที่เขายังมีคนเป็นห่วง

“ว่าแต่เราเมื่อวานเป็นไงบ้าง พี่ขอโทษด้วยนะที่เป็นสาเหตุให้เราเจ็บตัว”หยางเค่อส่ายหัวก่อนจะยื่นกระเช้าผลไม้ให้

“ผมไม่เป็นไรหรอกครับ เจ็บแค่นิดเดียว”เจ้าตัวบอกก่อนจะหันให้ดูแผล แต่ก็เป็นรอยม่วงๆยังช้ำอยู่

“แล้วมานี่คุณแม่ไม่ว่าหรอ เมื่อวานเจ้าของบ้านเพิ่งบุกไปต่อย”

“ไม่หรอกครับ เพราะเขาห้ามผมไม่ได้อยู่แล้ว”

“เอาแต่ใจนะเราเนี่ย แล้วมากับพี่ลี่อินได้ไง?”ทั้งที่เมื่อวานโดนต่อยซะขนาดนั้น แต่วันนี้ก็ยังมาหาได้ และมาพร้อมพี่ลี่อิน

“ผมได้ยินคุณแม่คุยกับคุณอาฟ่าน ผมเลยขอติดรถมากับพี่ลี่อิน”อย่างนั้นเอง

“ผมมาเพราะว่าผมมาอยู่เป็นเพื่อนพี่ป่าน กลัวพี่ป่านจะต้องนั่งอยู่คนเดียว”

“ขนาดนั้นเชียว”ในบรรดาญาติๆนอกจากพี่ลี่อิน ผมก็คงมีหยางเค่อที่สนิทด้วย ผมยิ้มก่อนจะพาไปที่ศาลาริมน้ำแทน

“พี่ป่านขอถามอะไรได้มั้ยครับ?”

“ว่ามาสิ”ผมยินดีตอบทุกเรื่องเหมือนที่น้องทำกับผม

“เมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่พี่และพี่จิวซินออกไปจากบ้านผม”ที่แท้ก็ถามถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่เกิดขึ้นหลังจากที่เราและคุณจิวซินออกไปจากบ้านของหยางเค่อ

“พี่และคุณจิวซินก็ทะเลาะกันนิดหน่อย แต่อยู่ดีๆก็มีใครไม่รู้ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้ารถพี่และยิงใส่ คุณจิวซินเอาตัวมาบังพี่เอาไว้เลยบาดเจ็บ”เจ้าตัวก็ทำท่าครุ่นคิดไปพักหนึ่ง

“ผมคิดว่าจะเป็นรถเก๋งคันสีดำเสียอีก เห็นขับตามรถพี่ออกจากบ้านผมไป แถมรถคันนั้นเหมือนจะเป็นรถประจำกลุ่มมาเฟียตะวันตกอีกด้วย”อะไรนะ เมื่อวานมีรถตามเรามาอีกหรอ ผมไม่ได้สังเกตเลยและเป็นรถของมาเฟียตะวันตกอีก คู่อริอีกกลุ่มของคุณจิวซิน

ใช่ หยางเค่อบอกผมทุกอย่างว่าคุณปู่ทำธุรกิจอะไร คุณจิวซินรับตำแหน่งอะไร งานที่เขาทำคือการปกครองเมืองนี้ให้อยู่ภายใต้การปกครองของมาเฟียตะวันออก ตอนแรกผมไม่เชื่อด้วยซ้ำ แต่พอเจอเหตุการณ์เมื่อวานผมจึงรับรู้ว่าสิ่งที่น้องพูดมันคือเรื่องจริง เขาทำงานอันตรายขนาดนี้โดยไม่บอกเราเลย ยอมรับว่าผมโกรธมาก แต่เขาคงไม่อยากให้ผมมายุ่งเกี่ยวจึงไม่บอก ผมจึงว่าอะไรเขาไม่ได้

และไหนจะกลุ่มมาเฟียตะวันตกอีก หยางเค่อบอกว่าพวกเขาน่ากลัวมากและไม่รู้ว่าจะบุกเข้ามาจู่โจมหรือทำร้ายเมืองเราเมื่อไร น้องจึงให้ผมระวังตัวเอาไว้

 

“ใกล้งานเลี้ยงน้ำชาแล้วด้วย”

 

“มันเป็นงานอะไรหรอ?”ผมเคยได้ยินผ่านๆเวลาคุณทนายมาที่บ้านมาคุยกับคุณจิวซิน แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่ามันมีความสำคัญอย่างไร

“มันเป็นงานเลี้ยงที่รวมผู้มีอิทธิพลของประเทศ ซึ่งนั่นก็แปลว่ามาเฟียแต่ละฝ่ายก็มาร่วมงานด้วย และทุกปีที่จัดงาน มักจะเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทเสมอและหนักมากด้วย”คุณจิวซินคงจะคิดหนักมากสินะ

“ครอบครัวผมจึงไม่ร่วมงานเลย ส่วนใหญ่พี่จิวซินจะเป็นคนออกงานเสมอ ผมหวังว่าพี่คงจะไม่ไปนะครับ มันอันตราย”

“อืม เข้าใจแล้ว”คุณจิวซินเองก็คงไม่อยากให้ผมร่วมงานเหมือนกัน

“นี่พี่เพิ่งเจอหนังสือวรรณกรรมจีนเก่าของพ่อพี่ สนใจอยากอ่านมั้ยเดี๋ยวพี่ไปหยิบให้”ผมจึงหยุดความเครียดของหยางเค่อด้วยการแนะนำวรรณกรรมของพ่อผมที่ผมเพิ่งหาเจอในกระเป๋าที่ห้องนอน

“พี่เห็นหน้าผมเหมือนหนอนหนังสือหรือไงครับ แต่ผมเอาครับ”จะยังไงกันแน่เนี่ยเจ้าเด็กคนนี้ ผมจึงเดินขึ้นไปเพื่อไปหยิบหนังสือให้น้อง และจะไปจัดผลไม้ที่น้องเอามาเยี่ยมคุณจิวซิน ให้คุณจิวซินทานตอนที่จะขึ้นไปเอาหนังสือ

 

...

 

“จิวซิน!”ลี่อินหลังจากที่ขออนุญาตจากป่านก็รีบขึ้นมาหาจิวซินอย่างกระวนกระวายใจ พอเข้ามาจิวซินที่นั่งดูหนังสือก็ตกใจกับการปรากฏตัวของเธอ

“พี่ลี่อินมาได้ไง?”ร่างบางส่ายหัวก่อนจะมองดูแผลทั้งน้ำตา

“ผมไม่เป็นไร ชอบไล่ผมทำไมถึงมาหาผมเองล่ะ”ร่างบางทำหน้าขรึมใส่จิวซิน จนจิวซินอดยิ้มไม่ได้และเขาก็คว้ามือของลี่อินมาโอบเอาไว้

“เพราะพี่เป็นห่วงนาย พี่แค่มาเยี่ยมเท่านั้น”เสียงของลี่อินเบาลง

“ผมรักพี่นะ เผื่อพี่อาจจะลืม”ลี่อินไม่พูดอะไร ค่อยๆดึงมือกลับ

“แต่นายแต่งงานกับ..”จิวซินดึงลี่อินเข้ามาก่อนจะจูบลงบนริมฝีปาก มันเป็นความต้องการของทั้งสองคนที่โหยหา เขาต้องการจะทำมันมานานแล้ว แต่เพราะอุปสรรคหลายๆอย่างพรากทั้งสองออกจากกัน

 

“...”

 

ในขณะที่ทั้งคู่กำลังรำลึกความหลัง ปรารถนาที่เดินมาพร้อมจานผลไม้ก็ต้องตกใจภาพตรงหน้า เธอพยายามกำจานเอาไว้ไม่ให้มันหล่นเด็ดขาด ก่อนจะออกไปอย่างช้าๆโดยที่ทั้งคู่ไม่รู้
 

เธอเดินลงมาด้วยสีหน้าว่างเปล่า แต่หากมองดีๆ ดวงตาของเธอทั้งสองข้างสั่นไหว น้ำใสๆคลอจนมันเอ่อล้น เธอวางจานผลไม้ ก่อนจะเข้าไปนั่งที่ห้องเก็บของ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ออกมา

 

‘นี่สินะคือความจริง ความจริงที่คุณจิวซินจะไม่มีวันรักเรา’

 

เธอร้องออกมา ร้องโดยไม่มีเสียงแม้แต่น้อย มีแค่เสียงลมจากการหายใจ ร่างของเธอสั่นไปทั้งตัว หัวใจที่เคยโดนบีบก็บีบหนักกว่าเดิม บีบจนมันแทบจะแตกสลาย

 

หยางเค่อpart

 

ผมนั่งรอพี่ป่านอยู่ที่ศาลาอยู่พักหนึ่งแต่ก็ไม่เห็นมีวี่แววพี่เขาเลย

“จะหาเจอมั้ยเนี่ย?”แต่แล้วตาผมก็เหลือบไปเห็นร่างเล็กๆของพี่ป่านเดินมาอย่างช้าๆ

“ขอโทษนะหยางเค่อ พอดีพี่ว่าพี่ลืมไปแล้วว่ามันเก็บไว้ตรงไหน”คิดไว้แล้วเชียว เธอยิ้มแบบเดิมที่ชอบยิ้มให้ผม แต่ผมคงไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่า ตาของพี่ป่านแดงมาก

 

เหมือนว่าเพิ่งร้องไห้?

 

“พี่ป่านเป็นอะไรเปล่าครับ?”ผมก็ถามเขา ผมได้แต่ภาวนาว่าพี่ป่านคงไม่ได้ไปเห็นภาพอะไรที่ผมพยายามดึงพี่เขาออกมาเสมอ ภาพระหว่างพี่จิวซินและพี่ลี่อิน

“พี่ขยี้ตา พอดีตาพี่แห้งก็เลยแดง แต่ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว”เสียงพี่เขาสั่น ผมว่าไม่ใช่แค่ตาแห้งแล้วล่ะ

“ถ้าพี่อยากระบายก็ทำได้นะ ผมไม่ถือ”อีกฝ่ายก็ค่อยน้ำตาไหล อุตส่าห์พยายามรั้งไว้แล้วแท้ๆ คงเห็นจริงๆแล้วล่ะ

“ขอโทษนะที่ต้องมาให้เธอเห็นภาพแบบนี้”มือของพี่ปาดน้ำตาอย่างช้าๆ ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งเงียบๆ มองดูภาพพี่ป่านร้องไห้ออกมา ภาพที่พี่เขาดูอ่อนแอที่สุด อ่อนแอกว่าครั้งไหนๆ

จนถึงเวลาที่ต้องกลับพี่ลี่อินเดินลงมา พี่ป่านก็เงียบไปเลยหลังจากที่นั่งร้องไห้ ผมจึงไม่พูดอะไร และพาพี่ลี่อินขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน

“หวังว่าพี่จะยังกลัวคุณอาฟ่านอยู่นะครับ”ผมพูดลอยๆขึ้นมาระหว่างทาง อีกฝ่ายมีอาการกังวลอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันมามองหน้าผม

“พี่ทำไม่ได้ หยางเค่อ”เหมือนเธอจะสารภาพผิดกับผมยังไงยังงั้น ผมได้แต่ถอนหายใจและปล่อยมันไป ผมเองก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรแล้ว นอกจากปล่อยให้เป็นเรื่องของทั้งสามคนจัดการกันเอง

 

จิวซินpart

 

“คุณหนูผลไม้ช้ำหมดเลยจะให้ดิฉันทิ้งไหมคะ?”ผมเดินลงมาจากด้านบน เสียงคนใช้เจื้อยแจ้วกับป่านที่เพิ่งกลับมาจากการส่งแขก

“ทิ้งเถอะครับ สงสัยผมคงจะลืมทิ้งไว้ตอนไปคุยกับหยางเค่อ”คุยกับไอเด็กเวรนั่นอีก ผมเดินลงมาเธอก็มองหน้าผม ดวงตาของเธอดูอ่อนล้ามาก

“ซุ่มซ่ามจริงๆนะ”ปากผมก็มีดีแค่ด่าทอเธอ แต่เธอก็ไม่พูดอะไร ก่อนจะเดินไปหยิบกล่องยา และมานั่งข้างๆผม

“ขอดูแผลนะครับ”เธอก็ค่อยๆแกะผ้าพันแผล เหมือนมือของเธอจะสั่นๆ

“นี่ถ้าไม่มีสติก็อย่าเพิ่งทำ”แต่เธอก็ยังดูแผลผม และค่อยความสะอาดแผล ผมจึงหันไปมองเธอ เธอเอาแต่ก้มหน้าทำแผลให้ผมต่อไป

“เธอไม่คิดจะพูดอะไรเลยหรือไง เป็นใบ้หรอ?”ผมด่าเธออีกครั้ง เผื่อมันจะกระตุ้นความโมโหของเธอ ให้พูดเถียงผมหรือว่าผม แต่เหมือนจะผิดคาด เธอทำแผลผมจนเสร็จและเดินไปเก็บกล่องยา มันผิดแปลกไปจากเดิม หรือว่าไอหยางเค่อพูดอะไรอีก

“นี่เธอไปฟังอะไรไม่ดีจากไอหยางเค่อมาอีกใช่มั้ยป่าน”ผมดึงเธอเข้ามาใกล้ เธอมองผม รอบตาเธอแดงก่ำ เธอจึงหันหน้าหนีผม เธอเป็นอะไร

“ไม่ได้ฟังอะไรทั้งนั้นครับ ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ”เธอพูดเสียงเรียบ มันเกิดอะไรขึ้น ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

 

“นี่ฉันเห็นว่าคุณหนูเขาหั่นและถือขึ้นไปชั้นบนแล้วนะ ทำไมถึงลืมตอนคุยกับคุณหยางเค่อได้นะ”

 

ป่านขึ้นไปข้างบนหรอ ทำไมผมไม่เห็นจะรู้เลยนะ เธอคงไม่ได้เห็น... แต่ถึงจะเห็นมันก็ไม่เห็นจะต้องรู้สึกอะไรนี่ เราไม่ได้รักกันสักหน่อย หรือว่าไม่ใช่?

 

ปรารถนาpart

 

หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ ผมเดินขึ้นไปเพื่อไปเอาของบางอย่างในห้องนอน แล้วเขาก็นั่งอยู่ เขาลุกก่อนจะดันตัวผมชิดผนัง เขาโน้มตัวลงมาจูบผม ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไปจากที่มองว่ามันน่ารังเกียจ มันทุเรศ มันสกปรก

แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกเสียใจ เสียใจที่นึกถึงภาพที่เขาทำอะไรกับพี่ลี่อิน ผมไม่ควรรู้สึก แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำผม ว่าผมมันอ่อนแอแค่ไหน แม้แต่ใจตัวเองก็ห้ามไม่ได้ เขานิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะค่อยๆคลายจูบ

 

“ขัดขืนฉันสิ! ทำแบบเดิมที่เธอทำกับฉันสิ ปฏิเสธฉัน รังเกียจฉันสิ! ทำไมถึงเงียบ!”

 

ตั้งแต่ตอนนั้น ผมก็พยายามเก็บทุกอย่าง ความรู้สึกต่างๆ แต่ตอนนี้มันกลับมาปะทุผมอีกครั้ง น้ำตาของผมไหลอีกครั้ง ไหลอาบหน้า หนักกว่าครั้งไหนๆ หนักที่สุดจนผมแทบลงไปกองกับพื้น

 

“ผมไม่เคยเกลียดคุณเลยนะครับ ฮึกๆ”

 

ผมบอกเขา บอกความรู้สึก บอกในสิ่งที่ผมเป็นมาตลอด ผมไม่เคยเกลียดเขาเลย ไม่ว่าจะท่าทีที่คอยทำร้าย ด่าทอ ย่ำยีผมไม่เคยเก็บมันมาทำให้ผมรู้สึกเกลียดเขาเลย เขาจ้องหน้าผมก่อนจะดึงร่างของผมเข้าไปกอด

 

“คุณจิวซิน ฮึกๆ”

 

“ขออยู่แบบนี้ก่อนได้มั้ย?”ผมไม่พูดอะไร เพราะความรู้สึกของผมมันช้ำไปหมดทั้งหัวใจ น้ำตาของผมไหลจนเปรอะไหล่ของเขา ผมพยายามแล้ว แต่ทำไม่ได้สักที

 

...

 

“คุณหนูน่าจะให้ดิฉันออกมาซื้อเองนะคะ ถ้าฝนตกจะแย่เอานะคะ”คนใช้ก็บอก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องมาเลือกเอง แต่วันนี้คงมีบางอย่างแปลกไป

 

“จะมาเองทำไมก็ไม่รู้”

 

ครับคุณจิวซินตามผมมาด้วยและอาสาขับรถมาส่งผมเอง ผมปฏิเสธไปแล้วแต่เขาก็ยังมา ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อคืน ผมจำได้แค่ว่าผมร้องไห้จนหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกที ผมก็นอนอยู่บนเตียง โดยคุณจิวซินก็นอนอยู่ข้างๆ

“ถ้าคุณลำบากก็กลับไปรอที่รถก็ได้ครับ”ผมบอกแต่เขาก็ยังคงเดินตามมา

“เจอกันอีกครั้งแล้วนะป่าน”เสียงแบบนี้ พี่เลี่ยงจินเดินมา วันนี้เขาแต่งตัวดูดีผิดปกติ

“พี่เลี่ยงจิน”การมาตลาดแล้วได้เจอเขาก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดี

“มาตลาดเองเพื่อมาหาผู้ชายหรอกหรอ?”คุณจิวซินขัดบทสนทนาก่อนเดินมายืนข้างๆผม

“อ่าวคุณจิวซิน ยินดีที่ได้พบกันนะครับ”พี่เลี่ยงจินก็ทักทายสวัสดีอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าคุณจิวซินจะไม่ค่อยรู้สึกดีเลย

“ทำไมวันนี้สามีอย่างคุณจิวซินออกจากบ้านได้ล่ะครับ ทุกทีเห็นปล่อยภรรยาที่น่ารักอย่างป่านมาตลาดซื้อของคนเดียว น่าสงสัยนะครับ”

“ก็เป็นสามี จะออกมากับภรรยาไม่ได้หรอครับ”ว่าเสร็จก็โอบร่างผม ดึงเข้ามาชิดร่างเขา ก่อนจะยิ้มมุมปากให้พี่เลี่ยงจิน

“คุณจิวซินทำอะไรครับ?”ผมหันไปถามแต่เจ้าตัวก็ยังไม่ปล่อย

“อ๋อหรอครับ แต่ดูเหมือนว่าป่านดูไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไรนะครับ”คุณจิวซินก็มองหน้าผม พี่เลี่ยงจินก็ดึงผมออกจากอ้อมแขนของคุณจิวซิน

“ทำอะไรช่วยเกรงใจหน้าสามีของเขาด้วยนะครับ”ไม่คิดเลยว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา คุณจิวซินก็คว้าแขนผมอีกข้าง

“ก็ถ้าเขาไม่ยอม ผมก็คงไม่ยอมเหมือนกันครับ”ไปกันใหญ่แล้วทั้งสองคน

“ถ้าจะทะเลาะกันกลางตลาด ผมขอตัวนะครับ และช่วยปล่อยแขนผมทั้งสองคนเลย”ทั้งคู่ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี ผมจึงเดินไปกับสาวใช้เพื่อไปซื้อของต่อ

 

...

 

“คุณต้องการอะไรกันแน่?”หลังจากที่ป่านเดินออกไปจากชายหนุ่มทั้งสอง จิวซินจึงถามเลี่ยงจิน
อย่างไม่ลังเล

“จะให้พูดตรงๆก็ไม่ดีสิครับ”จิวซินมองหน้าเลี่ยงจินอย่างฉงน

“หวังว่าคุณจะไม่ต้องมาเจอป่านอีก”จิวซินสั่งห้าม เขาทำยอมทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ป่านมาเจอผู้ชายคนนี้เพราะเขาไม่ไว้ใจเลย

“อะไรกันครับ หวงหรอครับ ผมว่าเราต้องเจอกันอีกหลายรอบเลยนะครับอย่าเพิ่งพูดตัดบทผมแบบนี้สิครับ”ความโมโหของจิวซินเริ่มเพิ่มขึ้น เขาอยากจะซัดคนตรงหน้าในความปากเก่งจริงๆ แต่เขาพยายามกลั้นมันเอาไว้

“ผมจะหวงหรือไม่หวง ป่านก็เป็นภรรยาผมและก็จำไว้ด้วยนะครับว่าถ้าคุณยุ่งกับป่านอีก คุณได้เจ็บตัวแน่”เลี่ยงจินก็หัวเราะออกมา มองหน้าจิวซินอย่างตลก จิวซินสับสนในตัวชายคนนี้จริงๆ ว่าเขาแค่ปากเก่ง หรือมีอะไรมากกว่านั้น?

“ก็รักษาเอาไว้ให้ดีล่ะกัน เพราะผมจะแย่งมันมาให้หมดเลย ทุกสิ่งทุกอย่าง... เจอกันงานเลี้ยงน้ำชานะครับ”เลี่ยงจินเดินจากจิวซินไป ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงพูดแบบนั้นออกมา มันทำให้ความรู้สึกของร่างสูงในตอนนี้กังวลไปซะทุกอย่างในสิ่งที่เลี่ยงจินพูด และการนัดเจอที่งานเลี้ยงน้ำชาคืออะไร ผู้ชายคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

 

ปรารถนาpart

 

“นี่เมื่อไรจะยอมพาพี่ไปทานน้ำชาสักที”พี่เลี่ยงจินที่เดินมาก็ถามผม

“ดูจากเมื่อกี้แล้ว ผมว่าคงไม่ดีกว่า”ขืนพาไปบ้านแตก คุณจิวซินคงได้อาละวาดแน่ๆ เขาก็อมยิ้ม ขำเล็กน้อย ราวกับนึกภาพเหตุการณ์ออก

“ผมเจอพี่จนนึกว่าพี่เป็นเจ้าของตลาดแล้วนะเนี่ย”ผมก็พูดติดตลกไป เจอกันก็แค่ตลาด ราวกับว่าเขาอยู่แต่ตลาดยังไงยังงั้น

“เธอเนี่ยนะ พี่เป็นมากกว่านั้นอีก”

“คืออะไรหรอครับ?”เราเองก็ไม่รู้เลยว่าพี่เขาเป็นใครมาจากไหน ทำอะไร

“ความลับ แต่ไม่นานก็ได้รู้ ถ้าเราไปงานเลี้ยงน้ำชาที่จะจัดขึ้นเร็วๆนี้”พี่เลี่ยงจินไปงานเลี้ยงน้ำชาด้วย พูดอย่างนี้ผมก็อยากรู้ แต่ว่าหยางเค่อเตือนแล้ว

“ผมคงไม่ได้ไปหรอกครับ”จากการคาดเดาคุณจิวซินคงไม่ให้ไปแน่นอน พี่เลี่ยงจินก็ทำหน้าเศร้าๆ

“อะไรกัน พี่อยากให้เราไปจะตาย พี่อุตส่าห์จะเตรียมอะไรน่าตื่นเต้นๆให้เราแล้วด้วยสิ”แสดงว่าพี่เขาคงไม่รู้สินะว่างานนี้มันอันตราย

“ป่านกลับบ้าน”คุณจิวซินก็เดินมาก่อนจะดึงตัวผมกลับ ผมหันไปมองพี่เลี่ยงจิน

“ขอตัวกลับก่อนนะครับ”พี่เขาก็ยิ้มให้ก่อนจะโบกมือลาผม ยังคุยกันไม่เสร็จเลย

 

เลี่ยงจินpart

 

“นายครับ ผมยืนยันกับทางผู้จัดงานแล้วนะครับ ว่าเราจะไปกัน”ลูกน้องของผมเดินมารายงานในสิ่งที่ผมวานให้ทำ

“เปิดตัวแบบนี้มันจะดีหรอครับ?”

“แน่นอนสิ ก็ไหนๆจะเปิดศึกกันก็ต้องเปิดตัวสิ เขาจะได้ไม่ว่าเราว่าเราขี้ขลาด”งานเลี้ยงน้ำชาเร็วๆนี้สนุกแน่ ผมอดใจรอไม่ไหวเลยทีเดียว โดยเฉพาะสายตาของไอจิวซิน ผมชอบมากตอนมันกังวลที่ผมขู่ไว้ว่าจะแย่งทุกสิ่งของมัน

 

ทุกสิ่งเหมือนที่มึงพรากไปจากกู

 

 

ToBeContinue

 

 

writer talk :

ป่านไม่เคยเกลียดนายเลยนะจิวซิน ทำไมนายถึงทำแบบนั้น

แล้วงานเลี้ยงน้ำชา ทำไมเลี่ยงจินถึงอยากจะให้ป่านไปร่วมงาน

ปมก็ค่อยๆคลาย เรื่องก็จะน้ำเน่าอีก555555555

ผิดพลาดประการใดขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #10 meiliy_char (@maejin_narak) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 01:03
    แงงง งสารน้องป่าน แอบเหยียบเรือพี่เลี่ยงด้วยสิ
    #10
    0