[Fic Nomin] SweetRevenge กลรักดอกโบตั๋น (จบ)

ตอนที่ 4 : เรื่องในอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

 

ตอนที่ 3 เรื่องในอดีต

 

“คุณหนูคะ ดิฉันเตรียมของพร้อมแล้วค่ะ”วันนี้ผมวางแผนจะไปซื้อของที่ตลาดหลังจากรอบที่แล้วผมไปตลาดในสภาพที่ไม่พร้อม คราวนี้ผมไปกับสาวใช้และคนขับรถของบ้านใหญ่ที่จะมารับไปส่งที่ตลาด รอบนี้ผมต้องได้ซื้ออะไรติดมือกลับมาแน่ๆ

“เชิญครับคุณหนู”ผมรอไม่นานนักรถจากบ้านใหญ่ก็มารับ

“ไกลเหมือนกันนะครับ”นั่งรถมาสักพักก็สัมผัสได้ว่าตลาดช่างห่างไกลจากบ้านยิ่งนัก ถ้าไม่มีพี่เลี่ยงจินผมคงต้องแย่แน่ๆ แต่จนวันนี้ผมก็ยังไม่เจอเขาเลย เพราะผมย้ายมาอยู่บ้านหลังปัจจุบัน และเราเองก็ไม่รู้จัก สนิทกันมาก จึงทำให้ผมไม่ได้เจอเขาอีกเลย

“คุณหนูคะสนใจจะซื้ออะไรก่อนไหมคะ”พอมาถึง ผมเดินสำรวจก็เจอพืชผัก วัตถุดิบต่างๆที่น่าสนใจทั้งนั้น ผมอยากลองทำแกงจืดและไข่เจียวดู ส่วนอาหารจีนสำหรับคุณจิวซิน คงจะลองทำสามชั้นตุ๋นเต้าเจี้ยว และกุ้งผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่แม่ชอบทำให้พ่อทาน

 

แต่แล้วผมก็ต้องชะงัก เมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาพร้อมช่อดอกโบตั๋นยื่นมาให้ผม

 

“?”ผมมองไม่เห็นหน้าเขาจึงรับไปแบบสงสัย

“เหมือนจะเจอเด็กดื้อที่ตลาดอีกแล้วนะ ไม่หลงใช่มั้ยรอบนี้”เสียงนี้ผมเงยหน้ามอง

“พี่เลี่ยงจิน”ผมยิ้มออกมาเขายืนอยู่ตรงหน้าผม

“ไม่หลงใช่มั้ย?”ผมพยักหน้ารับ รอบนี้มาด้วยความพร้อมจริงๆไม่หลงแน่นอน

“คุณหนูคะ จะให้ดิฉันไปซื้อของเตรียมเลยมั้ยคะ?”สาวใช้เห็นเหมือนผมจะมีธุระจึงอาสาจะไปซื้อของแทนผม

“งั้นฝากด้วยนะ”เธอยิ้มรับก่อนจะแยกเดินไป

“ให้ขนาดนี้หวังอะไรหรือเปล่าครับ?”ผมมองช่อดอกโบตั๋นในมือ อยู่ดีๆมาให้โดยไม่มีมูลเหตุแบบนี้ก็น่าสงสัยอยู่นะ

“หวังจะไปดื่มน้ำชาบ้านเธอไง”ใช่เราเคยบอกเขาไว้นี่หน่า

“คือผมย้ายบ้านแล้ว พี่คงไม่เจอผมสินะครับ”

“ย้ายทำไมหรอ?”

“ผมแต่งงานแล้วครับ ย้ายไปอยู่เรือนหอแทน”เขาก็ทำหน้าตกใจไปก่อนจะมองช่อดอกโบตั๋น

“แต่งกับใครหรอ?”

“แต่งกับคุณหลิน จิวซินครับ”สีหน้าของเขาแย่ลง คงจะรู้สินะว่าคุณจิวซินเป็นคนอย่างไร

“งั้นดอกไม้ช่อนี้พี่ก็คงให้เป็นของขวัญวันแต่งงานล่ะกัน”เขายิ้มให้

“ขอบคุณนะครับ”

“แล้วคุณจิวซินล่ะ ไม่มาด้วยหรอ?”ผมส่ายหัวบอก

“เขาไปทำงานครับ”

“คงจะยุ่งน่าดูเลยสินะช่วงนี้ยิ่งอาละวาดกันเยอะอยู่..”ทำไมพี่เขาพูดเหมือนรู้อะไรบางอย่าง

“หมายความว่าไงหรอครับ?”เขาก็ทำท่าเหมือนเผลอพูดอะไรไม่ดีออกไป อีกแล้วนะอาการแบบนี้เรื่องมันเป็นแบบไหนกันนะ พวกเขาถึงทำตัวแบบนี้ เหมือนมีอะไรปิดบังอยู่

“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่เธอไปไหนมาไหนก็ระวังด้วยล่ะช่วงนี้พวกอันธพาลมันอาละวาดจะยึดดินแดนอยู่”มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรอ เราเองก็ไม่เคยรู้เลย

“ครับ งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ เดี๋ยวสาวใช้และคนขับรถจะรอนาน ขอบคุณนะครับช่อดอกไม้นี้”ผมหยิบช่อดอกไม้เดินกลับรถ เพราะอากาศดูครึ้มๆเกรงว่าอีกไม่นานฝนจะตก ไม่งั้นจะลำบากเอา

“ด้วยความยินดีครับ”

 

...

 

“นายครับ ผมจัดการเรียบร้อยแล้วนะครับ”ผู้ชายชุดดำเดินมาบอกเลี่ยงจินหลังจากที่ปรารถนากลับไป เลี่ยงจินที่ดูอ่อนหวาน สีหน้าเปลี่ยนหน้าตาดูเย็นชาราวกับไร้จิตใจ เขาเดินไปตามทางก่อนจะมาหยุดที่โกดังร้าง ผู้ชายคนหนึ่งถูกตรึงไว้กับเสาด้วยสภาพสะบักสะบอม เลือดอาบ

“ปล่อยกูนะ!”เขาพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล เลี่ยงจินเดินเข้าใกล้ก่อนจะซัดเข้าที่หน้าชายคนนั้นอย่างแรง แววตาเริ่มแข็งกร้าว

“ผมว่าผมบอกไปแล้วไม่ใช่หรอครับ ว่าถ้าแตะต้องเขาแม้แต่ปลายเล็บเมื่อไร คุณจะไม่มีวันตายดีแน่”เขาหยิบปืนสีดำขลับออกมา

“แกเป็นพวกเดียวกับไอจิวซินหรือไง!!”เลี่ยงจินยิ้มมุมปากก่อนจะส่ายหัวเบาๆ

“ไม่มีวันนั้นหรอกครับ”เขาพูดด้วยเสียงเย็นยะเยือก จนอีกฝ่ายหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด

“แล้วแกทำแบบนี้ไปทำไม!”

“เพราะว่าผมกำลังทำแผนบางอย่างถึงพูดไปคุณก็ไม่มีวันเข้าใจอยู่ดี คุณผิดสัญญาเองนะครับ
ลาก่อน”ปืนสีดำขลับราวกับมัจจุราชจ่อมาที่ขมับของอีกฝ่าย

“ปัง!”เลือดสีแดงสดกระเด็นไปทุกทิศทาง จนเปรอะใบหน้าเนียน เขาลุกขึ้นหยิบผ้าเช็ดคราบเลือดออกจากตัว

“ฝากจัดการ อย่าให้เหลือร่องรอยเด็ดขาด”เขาหันไปสั่งชายชุดดำ ก่อนจะเดินจากไป

“นี่มันเพิ่งเริ่มต้น จิวซิน แกต้องรับผิดชอบในสิ่งที่แกทำลงไป”ดวงตาที่แข็งกร้าวนั้น รอยยิ้มถูกเผยขึ้นอย่างสะใจ

 

 

จิวซินpart

“นายครับ เราพบศพแถวท้ายตลาดคาดว่าจะเป็นอันธพาลที่คอยอาละวาดเขตเราครับ”ช่วงบ่ายในวันนั้นก็มีลูกน้องมาแจ้งผมว่าเจอศพอีกรายในเขตของเรา ซึ่งผมก็หาหลักฐานชี้ตัวไม่ได้เลยว่าใครเป็นคนทำ คนจากเขตเหนือหรอ แต่ทางนั้นไม่ได้รายงานอะไรเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่ฝั่งเราแต่มาจัดการ ผมได้แต่ภาวนาว่าคนที่มาฆ่าคงไม่ใช่คนจากฝั่งทางตะวันตก

เพราะถ้าเขาทำ

มันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ผมไม่รู้และไม่เคยเห็นหน้าผู้นำฝ่ายตะวันตกเลยสักครั้ง ผมเคยถามฝั่งทางเหนือ และฝั่งทางใต้ ทุกคนก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเลือดเย็นแค่ไหน และรุ่นราวอายุยังพอๆกับผมรับตำแหน่งไม่นานก็ล้างอันธพาลได้ทั้งเมือง ผมฝั่งตะวันออกจึงต้องระวังมาก

“วันนี้ยังไม่ได้กลับบ้านไปหาคุณหนูป่านหรอครับ”ลูกน้องโพล่งขึ้นถามผม ผมก็แอบรำคาญ ไม่อยากเจอหน้าบ่อย

“ไม่ และก็ไม่อยากด้วย”ผมบอกก่อนจะดูเอกสารความเรียบร้อยต่างๆของบริษัท ผมเริ่มชินกับงานที่กองอยู่ตรงหน้าไปแล้ว

“นายน้อยพักเถอะครับ ผมเห็นนายน้อยทำมันตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะครับ”ผมเงยหน้ามอง เซ้าซี้กันอยู่ได้

“ไม่ต้องมาสั่ง ไปจัดงานตัวเองเลยไป!”น่ารำคาญจริงๆเลยพวกนี้ รบเร้าให้ผมกลับอยู่ได้ ก็บอกว่ายังไม่อยากกลับยังจะเซ้าซี้อีก

 

...

 

“คุณจิวซินกลับมาแล้วหรอคะ?”คนใช้เดินออกมาต้อนรับผม ก็ไม่ได้อยากกลับไปเลยสักนิด

“แล้วป่าน?”ผมจึงถามหาเธอสาวใช้จึงพาผมเดินเข้าไปในครัว กลิ่นหอมลอยออกมาจากห้องครัว

“คุณหนูคะ นายน้อยกลับมาแล้วค่ะ”ผมก็ต้องตกใจ ภาพของป่านกำลังทำอาหารอยู่ในครัว เธอเป็นคนลงมือทำเอง เธอหันมามองผมแบบดีใจ ใบหน้าแบบนั้นหมายความว่าอะไรกัน

“ฝีมือคุณหนูอร่อยมากเลยค่ะ”พวกสาวใช้ก็จัดโต๊ะอาหารยกอาหารต่างๆมาเรียงรายต่อหน้า

“ผมอยากให้คุณลองชิมดู”อาหารต่างดูมีสีสัน ไม่คิดเลยว่าคนอย่างเธอจะทำอาหารเป็น ผมมองหน้าก่อนจะเริ่มทาน เธอมองผมตาแป๋วใจจดใจจ่อ

 

อร่อย..อร่อยมากด้วย

 

ผมพยายามเก็บอารมณ์เอาไว้ จะไปชมเดี๋ยวเธอจะได้ใจ

“ก็งั้นๆ ไม่เห็นจะอร่อยตรงไหนเลย”ผมบอกในขณะที่มือยังตักอาหารใส่ชามตัวเอง

“ครับๆ”เธอก็ยิ้มให้ผม อะไรกันคนนี้ยิ้มบ้ายิ้มบออยู่ได้

“คิดว่าคุณจะไม่กลับมาบ้านซะแล้ว”เธอก็พูดทัก เพราะเมื่อวานผมไม่ได้กลับ เพราะว่างานยุ่ง แต่ประเด็นสำคัญคือไม่อยากเห็นหน้าของเธอเท่านั้น มันน่าหงุดหงิดตลอดเวลา

“ทำไมภาวนาให้ฉันไม่กลับหรือไง?”เธอก็ถอนหายใจใส่

“ก็ถ้าภาวนาให้ไม่กลับ ผมคงไม่ทำอาหารจีนให้คุณทานหรอกครับ”เดี๋ยวนะ ป่านทำอาหารจีนเพื่อรอผม? ไม่เธอแค่หลอกให้ผมตายใจ เธออาจจะคิดวางแผนฆ่าผมตลอดเวลาอยู่ก็ได้

“เธอคงไม่ได้เอายาพิษใส่ในอาหารให้ฉันกินใช่มั้ย?!”

“ไปกันใหญ่แล้วนะครับ ผมว่าคุณต้องพักผ่อนเยอะๆแล้วหล่ะ”เธอบอกก่อนจะทานอาหารโดยไม่สนใจผม แม้แต่สักวิผมก็ไว้ใจเธอไม่ได้เลย

 

...

 

“คุณหนูคะ”สาวใช้ที่เดินมาถามธุระจากป่านก็ต้องชะงัก เมื่อป่านทำท่าทางให้เงียบก่อนจะหันไปมองที่จิวซิน ที่กำลังหลับบนเตียง

“เดี๋ยวฉันลงไปหาเอง”เธอบอกสาวใช้ ก่อนจะหันไปหยิบผ้าห่มห่มให้คนที่นอนอยู่ และคลายเนคไทให้หลวมขึ้น เธอจัดการทุกอย่างก่อนจะเตรียมเก็บของเพื่อออกไปทำอย่างอื่นต่อ

“อย่าทิ้งผม...”เสียงอีกฝ่ายละเมอออกมาป่านจึงเดินเข้าไปดู ใครจะไปคิดว่าผู้ชายร่างสูงคนที่คอยกดขี่ หาเรื่อง ทำทุกอย่างเพื่อทำร้ายจิตใจและร่างกายของเธอจะนอนน้ำตาซึมบนเตียงกว้าง

“อย่าทิ้ง..ผมนะ”ป่านคงคิดแค่ว่าเขาคงจะฝันร้ายมาก เธอจึงนั่งลงข้าง ก่อนจะใช้มือเล็กๆลูบที่ฝ่ามือของเขาอย่างอ่อนโยน

“ไม่เป็นไรนะ”เธออมยิ้ม กับสิ่งที่เธอเห็นเพราะมันต่างจากที่เธอเคยรู้จักจริงๆ ถ้าหลินจิวซิน พยัคฆ์ที่แสนดุร้าย กลายเป็นหลินจิวซิน เจ้าแมวน้อยเชื่องๆแบบนี้ก็คงจะดีสิ นั่นคือสิ่งที่ปรารถนาคิด

“พี่..ลี่อิน”แต่พอคนตรงหน้าอุทานชื่อของใครบางคนออกมา ก็สร้างคำถามให้ป่านไม่น้อย เธอค่อยๆชักมือกลับก่อนจะเดินออกไป แม้ท่าทีจะสงบนิ่งราวกับไม่รู้สึกอะไร แต่ใจเธอก็คงคิดสงสัยเป็นธรรมดาว่าเขากำลังฝันถึงอะไรอยู่กันแน่

“คุณหนูครับมีคนมาหาค่ะ”ฉันก็ต้องสงสัยว่าใครมาบ้านเวลานี้กัน

“ฝากเตรียมน้ำชาต้อนรับแขกด้วยนะครับ”ผมบอกเพื่อออกไปดูว่าใครมา

“สวัสดีครับพี่ป่าน”หยางเค่อขับรถมาที่บ้านผม

“น่าจะโทรบอกกันก่อนพี่จะได้ไปเตรียมหนังสือให้”เจ้าตัวก็ทำหน้าเรียบๆใส่ ไม่พูดอะไรมากก่อนจะเดินตามผมเข้าบ้าน

“วันนี้มีธุระอะไรหรอ?”

“ผมมาที่นี่ต้องมีธุระด้วยหรอครับ?”คงจะมาแบบมาเที่ยวสินะ

“ไม่หรอก พี่เห็นว่ามาโดยไม่ได้บอกก่อนก็คิดว่าจะมีเรื่องอะไรเสียอีก”เจ้าตัวก็ส่ายหัวไปมา

“พี่จิวซินได้อยู่บ้านเปล่าครับ?”

“อยู่แต่หลับเพิ่งกลับมา จะคุยกับคุณจิวซินหรอ?”เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นผมจะได้ไปปลุกเขา

“ไม่ครับ ผมแค่ถามตามมารยาทเท่านั้น”อ๋อ ถามเพราะแบบนี้เองสินะ

“สีหน้าพี่ดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ แต่ดีกว่าเมื่อวานเยอะเลยครับ”คงจะเบาปัญหาไปบางเรื่อง ผมถึงเริ่มมีสีหน้าที่ดีขึ้น และมีแค่น้องที่มองเห็นมัน

“อืม ก็นิดหน่อย พี่ทำขนมเอาไว้เดี๋ยวไปเอามาให้นะ”ผมเดินไปในครัวหยิบขนมที่ทำไว้มาให้หยางเค่อทาน

“ไม่คิดเลยนะครับว่าพี่จะทำขนมเป็น”ทุกคนดูตกใจมากในความสามารถในการทำอาหารของผม พอได้ยินแบบนี้ก็ค่อยดีใจหน่อย

“เครียดเรื่องพี่จิวซินหรอครับ?”น้องเขาสามารถอ่านใจผมได้หรอ

“ถ้าพี่สงสัยอะไรก็ถามผมได้ผมตอบได้เท่าที่รู้นะครับ เพราะถ้าไม่รู้ผมก็บอกไม่ได้”มันก็มีเรื่องสงสัยแต่ไม่รู้ว่าควรจะถามดีมั้ย

“ขอบใจนะ แต่พี่ไม่ได้สนใจมันแล้วหล่ะ”ผมไม่ขอรับรู้อะไรดีกว่า

“ไม่สงสัยที่ผมบอกหรอครับ ว่าทำไมพี่จิวซินถึงไม่มีวันรักพี่”

“...”ถึงสมองจะบอกให้ผมลืมมัน และห้าม แต่ในใจก็อยากรู้ เพื่อให้ตัวเองไม่ว้าวุ่น รับรู้ถึงเหตุผล และรู้ในจุดยืนของตัวเองถูก

“พี่จิวซินเขามีคนที่เขาชอบอยู่แล้วครับ ผมไม่มั่นใจหรอกครับว่าใช่คนที่ผมคิดหรือเปล่า แต่แม่ผมก็มักจะมาพูดให้พ่อฟังและผมได้ยินพอดี”

“เอาเรื่องครอบครัวมาพูดแบบนี้ไม่กลัวโดนดุหรือไง”นึกภาพคุณนายถิงดึงหูลูกตัวเองก็อดขำไม่ได้

“ไม่ต้องหรอก แค่พี่รู้แค่นี้ก็พอแล้วจ๊ะ”รู้แค่ว่าเขามีคนที่ชอบแล้วก็พอแล้ว

“ผมดีใจนะครับที่พี่ป่านเป็นคนแบบนี้เพราะถ้าเป็นคนอื่นคงอาละวาดทำลายข้าวของ อยู่ไม่สุขแน่ พี่ไม่เสียใจหรอที่ต้องมาอยู่แบบนี้ ขนาดแม่ผมยังบอกเลยว่ามันนรกชัดๆที่ได้เป็นสะใภ้บ้านนี้ ทั้งเหนื่อย และท้อ”พูดซะยาวจนผมจับใจความไม่ได้

“คือพี่เองก็ยังฟังเราพูดไม่รู้เรื่องเท่าไร แต่ถ้าถามว่าพี่เสียใจมั้ย ไม่หรอกถ้าเพื่อสิ่งที่พี่รออยู่พี่ทนได้”แม่ผมบอกเสมอว่าถ้าเราได้เลือกทำอะไรไปแล้วก็อย่าเสียใจ เพราะเราเป็นคนเลือกมันเอง

“แม้จะต้องเสี่ยงชีวิตก็ตามหรอครับ?”

“?”ผมไม่เข้าใจว่าหยางเค่อกำลังสื่อถึงอะไร

“เรื่องนี้ผมพอจะรู้ด้วยตัวเองได้ว่าไม่ควรพูด เอาเป็นว่าระวังตัวไว้ก็ดีนะครับ”น้องกำลังจะลุกออกไป ผมคว้าแขนน้องเอาไว้

“บอกมาสิ แค่เรื่องนี้ก็พอ”

 

 

จิวซินpart

ผมลืมตาขึ้นมาบนเตียง นี่ผมหลับไปนานขนาดไหนกันนะ พอมองนาฬิกา นี่ก็ 4 โมงเย็นพอดี ผมลุกออกจากเตียงไปล้างหน้า บ้านดูเงียบไป ผมจึงเดินลงมา ผมเห็นป่านนั่งอยู่ที่โซฟารับแขก

“นี่ไม่คิดจะปลุกฉันเลยหรือไง?”เธอไม่ตอบอะไรผม ผมจึงเดินเข้าไปหา

“หรือว่าเธอกำลังโหยหาริมฝีปากของฉัน”ผมชะโงกหน้าใส่อีกฝ่าย เธอไม่พูดหรือแสดงอาการอะไรทั้งนั้น เธอหันมามองผมด้วยสายตาที่ดูว่างเปล่า

“บอกผมได้มั้ย เรื่องงานของคุณ”ผมดึงตัวเองกลับก่อนจะนั่งลงโซฟาตรงกันข้าม

“จะอยากรู้ไปทำไม?”เรื่องงานของผมจะให้เธอเข้ามายุ่งไม่ได้เด็ดขาด

“ผมเป็นภรรยาคุณนะครับ”ผมแทบจะขำออกมาในสิ่งที่เธอพูดออกมา เธอไม่เคยแสดงตัวเองว่าเป็นภรรยาผมเลย แต่วันนี้กลับมาเรียกร้องเพื่อรับรู้ในสิ่งที่ผมบอกไม่ได้

“อย่ารู้ไปเลย อยู่บ้านทำหน้าที่ไปเถอะ”ผมลุกเพื่อจะเดินออกไป

“ครับ ผมก็จะเชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูดมา โดยไม่ฟังคำพูดของคุณอีก”ไปรับรู้จากใครมาอีกล่ะ เธอลุกเดินขึ้นไปโดยไม่หันมามองผม

“ใครมาพูดอะไรให้ฟังนะ”ผมจึงเดินไปหาสาวใช้

“วันนี้ตอนที่ฉันหลับอยู่มีใครมาบ้านมั้ย?”

“คุณหยางเค่อค่ะ มาหาคุณป่าน”ไอเจ้าเด็กเวรหยางเค่อ ผมคงต้องจัดการปากพล่อยๆของมันสักหน่อย ผมรีบขับรถไปที่บ้านของมัน

“หยางเค่ออยู่ไหน?”พอถึงพวกเหล่าแม่บ้านแตกตื่นการมาของผม ไม่นานคุณหญิงถิงถิงจอมนินทาก็มาต้อนรับ ผมจึงถามหาลูกชายสุดที่รักของเขา

“หยางเค่ออยู่ในห้อง..”ผมเดินผ่ากลางเข้าไปในบ้านโดยไม่รออนุญาต ขึ้นไปบนห้องที่หยางเค่ออยู่

“ไอเด็กเวร มึงพูดอะไรกับป่าน!”ผมผลักประตูเข้าไป กระชากคอเสื้อมัน

“ผมว่าพี่น่าจะรู้นะครับ ว่าผมบอกอะไรไป”ผมง้างมือจะต่อย

“อย่านะ!”คุณชายหลีเฟยเข้ามารั้งหมัดของผมเอาไว้

“ปล่อยครับ ผมต้องสั่งสอนปากพล่อยๆของมัน ที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน”ผมหันไปเตือนเพราะถ้าผมโมโหกว่านี้ บ้านนี้ได้พังแน่

“ผมไม่ได้ยุ่ง แต่พี่ป่านเป็นคนถามผมเอง ผมบอกเพราะไม่อยากให้เขาเป็นห่วงคนแบบพี่ ที่ไม่ยอมบอกอะไรเลย ดีแต่ทำร้ายเขา”ความโกรธผมเริ่มขึ้น

“ก็มันเรื่องของกู กูจะทำอะไรกับป่านก็ได้!”มันสิทธิของผม ผมจะบอกหรือไม่บอกมันก็เรื่องของผม

“แม้แต่เอาชีวิตพี่ป่านมาเสี่ยงกับเรื่องแบบนั้นโดยไม่ได้รับรู้อะไรเลยหรอครับ”

“แล้วมึงจะห่วงทำไม ผู้หญิงเอาตัวเข้าแลกเงินแบบนั้น!”มันยิ้มมุมปาก เยาะเย้ยผม ผมพยายามจะต่อยมันแต่คุณชายหลีเฟยก็ไม่ยอมปล่อย

“ก็เพราะพี่คิดแบบนี้ไงครับ ผมถึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่ลี่อินถึงไม่เลือก”ไอเด็กเวร ผมหลุดจากการรั้ง ผมก็ต่อยลงหน้าของไอเด็กเวรหยางเค่อ

“อย่านะ อย่าทำลูกอา อาขอร้อง”คุณหญิงถิงถิงเดินเข้ามาคุกเข่าขอร้องผม

“ต่อยเลยครับ! ผมสะใจ และจำไว้ว่าสักวันพี่จะสูญเสียทุกอย่างไป พี่จะไม่เหลือใครเพราะตัวพี่เอง”ผมเตรียมจะต่อยแต่ก็ต้องหยุดและปล่อยมันไป

“กูไม่มีวันนั้นหรอก”

“ผมจะคอยดูล่ะกัน”ผมเดินออกจากบ้านหลังนี้อย่างหัวเสีย พอลงจากบ้านมา ผมก็เห็นป่านยืนอยู่หน้าบ้าน สายตาเธอดูโกรธผม ผมเดินผ่านเธอไป

“หยางเค่อเป็นอะไรมั้ยครับ”เธอไม่สนใจผมเช่นกัน เธอเข้าไปถามคุณหญิงถิงถิงจอมนินทา หยางเค่อมันก็เดินลงมา

“พี่ขอโทษนะ”จะไปขอโทษมันทำไม ผมเลือดขึ้นหน้าก่อนจะเข้าไปกระชากเธอออกมาจากบ้านหลังนั้น

“ปล่อยนะคุณจิวซิน”เธอพยายามขัดขืนผม ผมจึงจับเธอขึ้นไปนั่งบนรถ และขับออกไป

 

ปรารถนาpart

ตั้งแต่สาวใช้ รับสายและได้รู้ว่า คุณจิวซินไปอาละวาดที่บ้านหยางเค่อ ผมจึงรีบเดินทางไปบ้าน
หยางเค่อก่อนเรื่องจะบานปลายไปกว่านี้ เพราะผมเอง

“ครั้งนี้คุณผิดนะครับ”เขากระชากแขนผมอีกแล้ว ผมบอกหลังจากที่เรานั่งรถโดยไม่พูดอะไรกันเลยตั้งแต่ออกจากบ้านหยางเค่อมา

“ก็มันอยากเสือกเรื่องของฉันทำไมล่ะ”

“ผมเป็นคนขอให้น้องพูดเองครับ ถ้าจะว่าหรือทำร้ายก็ทำที่ผม”เขาเบรครถอย่างแรงจนผมกระแทกกับหน้ารถ

“เธอเป็นคนบอกเองนะ”เขาโน้มตัวก่อนจะจูบลงบนริมฝีปากผม เขากดจนริมฝีปากผมช้ำ อีกแล้วที่ทำแบบนี้ ผมพยายามผลักเขาออก

“อย่าทำแบบนี้ ผมขอร้อง”ผมพยายามกลั้นน้ำตา จ้องตาเขา พอเขามองก็ดูโมโหมาก จึงต่อยพวงมาลัยไปอย่างแรงจนผมตกใจ

“ผมจะไม่ยุ่งกับคุณอีก ต่อจากนี้เราอย่ายุ่งกันเลยนะครับ”ยิ่งเป็นแบบนี้ ยิ่งแย่เหมือนทุกครั้งที่เราทำอะไรแบบนี้กลับดูแย่ลง ผมจะไม่ยุ่งกับชีวิตเขาอีก ทันใดนั้นก็มีรถมอเตอร์ไซค์ขี่มาจอดหน้ารถก่อนจะจ่อปืนมาทางผม

“ระวัง!”คุณจิวซิน โน้มตัวมาบังผมเอาไว้

“ปัง!!ๆ”แล้วเสียงปืนก็เงียบไป คุณจิวซินหันไปมองก่อนจะหันมามองผม

“เป็นอะไรมั้ย?”ผมไม่เป็นไร แต่สายตาก็เลื่อนไปเห็นแขนของคุณจิวซิน มีรอยเลือดค่อยๆซึมขยายเป็นวงกว้างจนแขนเสื้อสีขาวของเขาย้อมด้วยสีแดง

“คุณบาดเจ็บ!”ผมรีบเอาผ้าเช็ดหน้าซับแผลเอาไหว ไม่ให้เลือดไหลไปเยอะกว่านี้

“รีบกลับเถอะครับ”เขาจึงรีบขับพาผมกลับบ้านทันที พอถึงบ้านผมรีบช่วยพยุงเขา คนใช้ที่เห็นก็ต่างตกใจกัน

“ไปเตรียมกล่องยามาให้ผม”ผมพาเขาขึ้นไปบนห้องนอน ผมพาเขานั่งลง คนใช้ก็เตรียมกล่องยาเอาขึ้นมาให้ผม

“เดี๋ยวผมจัดการเอง”สาวใช้พยักหน้ารับก่อนจะออกไป

“คุณไหวมั้ยคุณจิวซิน”เขาพยักหน้าทั้งๆที่สีหน้าเขาไม่ดีเลย

“ขอดูแผลนะครับ”ผมจึงปลดกระดุมเสื้อ ถอดเสื้อออกเผยให้เห็นว่าแขนของเขาอาบไปด้วยคราบเลือด เลือดยังไหลอยู่เลย ผมพยายามซับเลือด และดูแผล แผลไม่ลึกมาก กระสุนไม่ฝัง

“อดทนหน่อยนะครับ”ผมก็เริ่มทำแผล

 

10 นาทีผ่านไป..

“ดีนะครับที่กระสุนแค่ถากแขน แต่เลือดไหลเยอะมาก คุณเข้มแข็งมากนะครับ”ผมพันแผลที่แขนของเขา ก่อนจะจัดเก็บของต่างๆและให้เขาพักผ่อน

“เธอไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?”

“ไม่ครับ หลับพักผ่อนนะครับ ถ้าไม่ดีขึ้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะตามหมอใหญ่มาดูแผลอีกที”ผมทำได้ตามของที่มี เขาไม่พูดอะไรผมจึงเดินออกมาเก็บของ

 

...

 

“พ่อครับ!!”เด็กชายคนหนึ่งกำลังร้องไห้ออกมาอย่างทรมาน ตรงหน้าเขาคือร่างไร้วิญญาณของพ่อที่นอนจมกองเลือด เขาถูกย้ายไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า เขากลายเป็นคนที่เลื่อนลอยราวกับว่าโลกนี้ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

“จิวซิน นี่คือคนที่จะมาอุปการะหนูนะจ๊ะ”ตรงหน้าของเด็กชายคือผู้ชายอาวุโสดูมีอำนาจดูน่ากลัว มองจิวซิน เขาเข้ามาก่อนจะนั่งลงตรงหน้าเขา

“หลังจากนี้เธอต้องมาอยู่กับฉัน”เขาคือเศรษฐีที่รวยที่สุด เขาเลี้ยงดูจิวซินอย่างดี แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังเขาจะเป็นมาเฟียที่น่ากลัวที่สุดตอนนั้น เขาสอนจิวซินต่อสู้ทุกอย่าง เขาถูกเลี้ยงมาอย่างเข้มงวด แต่ไม่มีใครในครอบครัวยอมรับเขาเลย ทุกคนต่างมองเขาด้วยสายตาที่เหยียดหยาม รังเกียจ นอกจากคนที่รับเขามาเลี้ยงอย่างคุณหลินตงฉินเท่านั้น ที่ยอมรับในตัวของเขา

“ยิงซะ!”นั่นคือสิ่งที่คนที่เขารักสั่งให้ทำ เขากำลังสอนให้เด็กชายที่เริ่มโตขึ้นหัดจับปืนยิง และวันนี้เขาก็ได้ยิงคนจริงๆ คนเหล่านี้คือคนที่มาทำร้ายคนในครอบครัวหลิน เด็กหนุ่มที่ไร้จิตใจจ่อปืนยิงอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล เพราะเขาคิดได้อย่างเดียวว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาถูกยอมรับ

นับวันจิวซินเริ่มกลายเป็นคนที่ไร้หัวใจ เย็นชาต่อทุกสิ่ง

วันนี้เป็นวันรวมญาติ เขาจึงออกมาเดินเล่นข้างนอกเพียงคนเดียว

“นั่นเธอจะทำอะไร!”ในมือของเขาถือมีด กำลังจะเฉือนกบที่ผ่านมาแถวนั้น แต่ก็มีเสียงหนึ่งทำให้เขาหยุดการกระทำ ผู้หญิงหน้าตางดงามเดินมาหาเขาและพยายามทำให้เขาหยุดทำ

“อย่ายุ่ง”เขาพูดเสียงเรียบนิ่ง แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่หยุด

“นี่นายมีหัวใจหรือเปล่าเนี่ย นายชื่อจิวซินใช่มั้ย”เขาไม่พูดอะไรนอกจากเดินผ่านไป

“นี่ ฉันลี่อินนะ ยินดีที่ได้รู้จัก และอย่าทำแบบนั้นอีกนะ มันไม่ดี”เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเด็กผู้หญิงตรงหน้าต้องการอะไร จนผ่านไป เขาเริ่มสนิทกับลี่อิน ลี่อินเริ่มทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนมากขึ้น เขาเริ่มมีความรู้สึก เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น จนเขาเริ่มชอบเธอ

 

แต่สิ่งที่ทำให้เขารับรู้อย่างเจ็บปวดมากที่สุด คือสิ่งที่เขาทำมันก็เป็นเพียงการแสดงหุ่นเชิดของอากง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามองว่ามันเป็นความรักความห่วงใย จริงๆมันก็เป็นเพียงการหลอกใช้ดีๆนี่เอง

 

“อย่ามายุ่งกับลูกสาวฉัน คนอย่างแกไม่สมควรได้ใช้ชีวิตกับลี่อินจำไว้”คุณหญิงฟ่านแม่ของลี่อิน พูดบอกเขาและขัดขวางทุกอย่างไม่ให้จิวซินพบกับลี่อิน เขาจึงทำทุกอย่างเพื่อให้คุณหญิงฟ่านยอมรับ แต่วันนั้นช่างริบหรี่เหลือเกิน จนเขาถูกจับคู่แต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ลี่อินก็ไม่เคยคิดจะรั้งเขาไว้เลย เขาเสียใจมากจึงทำทุกอย่าง ทำจนกว่าเขาจะได้รักกับลี่อินสักที

 

...

 

“โอย”ร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงค่อยๆลืมตาขึ้นมาเพราะความเจ็บปวดกับแผลที่เขาได้รับมาเมื่อวานจากการลอบฆ่าของใครก็ไม่รู้ เขาเลื่อนตาไปมองรอบๆ จนไปหยุดที่ข้างเตียง ร่างบางฟุบนอนอยู่แสงแดดอ่อนๆส่องเข้ามาจากหน้าต่าง จนเห็นว่าหน้าของคนข้างๆเขาสวยแค่ไหน ผมสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาที่หลับพริ้ม สันจมูกเรียวและริมฝีปากบางสีชมพูอ่อน ทำให้เขาเคลิ้มไปชั่วขณะ

 

เขาจึงเอื้อมมือจะไปลูบหัวอีกฝ่าย แต่ก็ต้องหยุดชะงัก ในใจของเขากำลังสับสนกับความรู้สึกตัวเอง ทุกครั้งที่เขาจะทำร้ายเธอ พอเห็นน้ำตาเขาก็ทำมันไม่ได้ ไม่ว่าทุกคำพูดที่เธอพูด เขากลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เสียงที่เขาไม่อยากได้ยินกลับเป็นเสียงเดียวที่ทำให้เขาผ่อนคลาย ถึงปากจะบอกว่าชีวิตของเธอไม่เห็นสำคัญ แต่พอมีอันตรายเขาก็ไม่อยากให้เธอเป็นอะไร

 

“อย่าทำให้ฉันสับสนไปมากกว่านี้ได้มั้ย ปรารถนา”

 

ถึงเขาจะรู้ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เขาและเธอต้องการคืออะไร เขาก็หยุดที่จะห้ามความรู้สึกตัวเองไว้ไม่ไหว จึงพยายามทำทุกอย่างให้เธอออกไปจากชีวิตเขาให้ไวที่สุด

 

 

ToBeContinue

 

writer talk :

จะรักหรือเปล่า จะชอบก็ไม่ชอบสักทีโว้ย

คิดเห็นอย่างไรก็เม้นกันได้นะคะ น้องป่านสู้ๆนะลูก

ผิดพลาดประการใดขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #6 nanananana (@nanananana) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 22:53
    ดูแลขนานนี้หาที่ไหนไม่ได้แล้วนะ จิวซิน
    #6
    0
  2. #5 Mnl2000 (@lonelyluhan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 18:35
    เปิดใจให้น้องเถอะ ฮืออ
    #5
    0