[Fic Nomin] SweetRevenge กลรักดอกโบตั๋น (จบ)

ตอนที่ 2 : หลานที่ไม่ถูกนับญาติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

ตอนที่ 1 หลานที่ไม่ถูกนับญาติ

 

"ค..ครับ?"ผมคิดว่าผมคงจะตื่นเต้นจนหูเพี้ยนไป ผมได้ยินเหมือนว่าผม..

"คุณหนูจะต้องแต่งงานกับคนที่คุณท่านระบุไว้ครับ"มันคือความจริง ผมถูกจับแต่งงานกับคนที่ผมไม่รู้จัก หรือเรียกง่ายๆว่าถูกคลุมถุงชน

"คือผมคิดว่าแค่มาเจรจาเรื่องพินัยกรรม แต่การแต่งงาน"

"เพื่อแลกกับเงินห้าสิบล้านหยวนในส่วนของคุณหนูและเขาครับ สรุปง่ายๆนะครับ หากคุณหนูไม่แต่งคุณหนูก็จะไม่ได้รับส่วนแบ่งของเงินกองนั้นทันที และจะถูกแบ่งเป็นสองส่วนอีกส่วนจะถูกยกให้อีกฝ่ายที่ยินยอมจะแต่ง อีกส่วนก็จะถูกเอาไปบริจาคให้แก่กลุ่มสมาคมที่ถูกเขียนเอาไว้ครับ"ตอนนี้การตัดสินใจของผมสำคัญมากๆ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่บ้านผมไม่ได้ลำบากมากขนาดนี้ ผมคงจะปฏิเสธไปในทันที แต่ตอนนี้ก็อดคิดไม่ได้เลยว่าถ้าหากผมปฏิเสธไป..

 

..แม่ผมจะต้องเหนื่อยอีกนานแค่ไหน?

..ปิ่นเองคงจะเหนื่อยไม่แพ้กัน

..เปมน้องชายผมก็กำลังอยู่ในวัยเรียน

..ตายายที่อยู่ทางนั้น ท่านจะลำบากหรือไม่?

ทุกปากท้องตอนนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผม แต่ถ้าหากผมตอบรับเงื่อนไขนี้ ผมจะต้องเจอกับอะไร พูดได้เต็มปากว่าผมมืดแปดด้านแล้ว

 

"ว่าไงครับคุณหนู"ทุกคนต่างจ้องมองผม ราวกับจะฉีกขย้ำผม ถ้าหากผมไม่เป็นไปตามหมากเกมของพวกเขา

"ขอเวลาให้ผม..คิดได้มั้ยครับ?"คุณทนายพยักหน้ารับ ผมจึงขอตัวเดินออกจากห้องโถงออกไปสูดอากาศภายนอกเป็นเวลาสักพัก เผื่อความคิดดีๆจะผุดขึ้นมา หาทางออกจนพบ

"..."ต่อให้อากาศดีแค่ไหน ผมก็ยังคิดไม่ออก มันลำบากในการไตร่ตรองยิ่งนัก หรือว่าสุดท้าย ตัวของผมเองต้องยอมทำตามเงื่อนไขนี้กัน

"ไม่มีอะไรให้ต้องลังเล"ผมโตพอที่จะตัดสินมันได้แล้วว่าสิ่งใด ถูกหรือผิด

ผมจึงกลับเข้าไปในห้องโถง

"คุณหนูใช้เวลาไม่นานนะครับ ตัดสินใจได้แล้วใช่มั้ยครับ?"ผมพยักหน้ารับ

"ผมตัดสินใจได้แล้วครับ"ทุกสายตากลับมาจับจ้องผมอีกครั้ง

"ผม..ยอมทำตามเงื่อนไขครับ"

"แต่ฉันไม่!"เสียงประตูถูกผลักอย่างแรง พร้อมกับใครที่ไม่คุ้นหน้าเดินเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต

"มาแล้วหรอ ไอเด็กนอกคอก หลิน จิวซิน"พวกคุณอาก็ทักทายเขาไม่ค่อยหน้ายินดียิ่งนัก มันทำให้ผมพอจะคาดการณ์ได้ว่าเขามีท่าทีอย่างไรในบ้านหลังนี้

"ใช่ ฉันมาแล้ว ฉันไม่ยอมรับเงื่อนไขอะไรทั้งนั้น"เขาปฏิเสธทุกข้อเสนอ ราวกับว่าเขากำลังสร้างความโมโหให้กับคนที่เสียชีวิตไปแล้วอย่างคุณปู่ ที่เป็นคนสร้างเงื่อนไขนี้ขึ้นมา

"ให้แต่งกับคนเห็นแก่เงิน จืดชืดไร้รสนิยมอย่างแม่นั่น ฉันขอปฏิเสธ"เขาชี้นิ้วมาทางผมแบบไม่ลังเล การแต่งงาน หรือ คนที่คุณปู่กล่าวถึงคือ เขาที่ยืนตระหง่านหน้าฉันงั้นหรือ

"พูดจาอะไรให้เหมาะสมด้วย อาป่านเขาเป็นหลานแท้ๆของอากงนะ ไม่ใช่เด็กถูกเก็บมาเลี้ยงอย่างแก"

 

"หลานที่ไม่ถูกนับญาติ 20กว่าปีงั้นหรอ?"

 

"..."คำพูดวาจาของเขาพูดทิ่มแทงผมอย่างไม่ลังเล เราไม่เคยรู้จักกัน แต่มันไม่จำเป็นที่จะต้องทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้

"ตลกดีนะ อากงเนี่ย เข้าใจจับเด็กนอกคอกอย่างฉันกับ หลานที่ไม่ถูกนับญาติมาแต่งงานกันแต่ฉันไม่แต่ง ฉันไม่ยกสมบัติของอากง ให้คนที่เอาตัวแลกกับเงิน"

"..ก็ถูกนะครับ ที่ผมมีสิทธิ์ที่จะไม่ถูกนับญาติ เพราะผมอยู่เมืองไทย ไม่เคยมาสมสู่เยี่ยมเยียนหาคุณปู่..”

“…”

“..ก็ถูกที่ผม ยอมรับเงื่อนไขเพื่อแลกกับเงิน”

“แต่ไม่ถูกตรงที่ผมเห็นแก่เงิน ไร้ศักดิ์ศรี แต่เพราะผมมีความจำเป็นครับ ความจำเป็นของครอบครัวของผมเองครับ"ผมเองไม่ได้มาเพื่อนั่งก้มหัวให้ใครว่าเหยียบย่ำ แต่ผมมาเพื่อครอบครัวที่เมืองไทย ไม่ได้มาเพื่อประโยชน์ของตนเอง

"ฉลาดดี แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอดูดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย"คงจะทำความเข้าใจยากระหว่างผมและเขา

"คุณทนาย หากผมไม่แต่งจะเกิดอะไรขึ้น"

"จากพินัยกรรมของคุณหลิน ตงฉิน บอกไว้ว่าหากฝ่ายใดไม่ยินยอมที่จะแต่งงาน เงินจะตกเป็นของฝ่ายที่ยินยอมเงื่อนไขครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งจะถูกนำไปบริจาคครับ ส่วนคุณจิวซินจะหมดสิทธิ์ในกองมรดกนี้ทันทีครับ"เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที

“แกจะไม่เอาทรัพย์สินของท่านพ่อก็ได้ แล้วก็ออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว”

“ไม่! งั้นฉันทำตามเงื่อนไขก็ได้ แล้วเธอ!”เขาก็ชี้มาทางผมอีกครั้ง

“เธอเจอดีแน่!”เขาประกาศกร้าว ราวกับแม่ทัพเปิดศึกสงครามเช่นใดเช่นนั้น ก่อนจะเดินออกไป

“หนูป่าน อย่าถือสาเจ้าเด็กนอกคอกนั่นเลย มันก็พาลตามภาษาพวกอันธพาล”ถึงจะยังมีคำถามมากมาย ผมก็ทำได้แค่รับรู้ หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นผมเองก็ยากที่จะคาดเดาได้

 

...

“นี่เป็นห้องคุณหนูนะครับ แต่อีกไม่กี่สัปดาห์คุณหนูก็จะได้ย้ายไปอยู่เรือนหอกับคุณจิวซินแทนนะครับ”คุณทนายอาสาพาผมมาส่งที่ห้องที่ผมอยู่ก่อนที่ผมจะได้แต่งงาน ห้องกว้างกว่าที่คิด

“คุณทนายครับ”เขาหันมามองผม มีบางอย่างที่ผมต้องการจะทำและต้องขอให้เขาช่วย

“ครับ?”

“คือผมอยากส่งจดหมายไปที่ไทย ฝากคุณทนายช่วยเรื่องนี้ได้มั้ยครับ?”เราเองก็อยากให้ทางนั้นได้รับรู้ความเป็นไปทั้งเรื่องพินัยกรรมและเรื่องการแต่งงานของผม เขาพยักหน้ารับด้วยความเต็มใจ

“ขอบคุณมากนะครับ”ผมยื่นซองจดหมายให้เขา ก่อนเขาจะเดินออกจากห้องไป

“เฮ้อ..”สมองของผมแทบจะเป็นสีขาวโพลน สิ่งที่เกิดขึ้นราวกับฝันไปทั้งเรื่องพินัยกรรม ทั้งเรื่องการแต่งงาน ดูวุ่นวายดูยุ่งเหยิงไปหมด

“ปึง!”เสียงประตูถูกเปิดขึ้นมา พร้อมใครบางคนที่เดินเข้ามาพร้อมกระชากข้อมือผมออกไป ผมสะบัดออก แต่ไม่หลุดด้วยแรงของอีกฝ่ายที่เยอะมาก จนผมเริ่มเจ็บ

“ปล่อยนะครับ คุณจิวซิน”ใช่ เขาเองที่บุกเข้ามาพาผมออกไปที่ไหนสักแห่ง เขาไม่ตอบอะไรก่อนจะผลักผมเข้าห้อง ที่คิดว่าน่าจะเป็นห้องของเขา

“แก้ผ้าซะ”ผมมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความตกใจ

“ก็บอกเอาตัวแลกเงินไม่ใช่หรือไง ฉันมีเงินนะอยากได้เงินมากไม่ใช่หรอ?”อะไรกันผู้ชายคนนี้ แปลกไปหมดทุกอย่างทั้งความคิดและการกระทำ

“ถ้าจะพาผมเพื่อมาพูดต่อว่ากับสิ่งที่ผมทำ ไม่จำเป็นหรอกครับที่ต้องมาห้องนี้ ด่าผมที่ห้องผมเองก็ได้”ผมเดินออกจากห้องไปแต่ก็ถูกเขากระชากตัวกลับมา

“พูดมาได้เต็มปากนะว่าห้องของผม สิทธิก็ไม่มี ปากก็ยังเก่งอีกนะ”

“ก็ถ้าไม่มีอะไรผมก็ไม่จำเป็นจะต้องคุยหรอกครับ ขอโทษนะครับที่ดูวางอำนาจ ปากเก่งไปแต่ผมขอลา”ผมไม่สน เพราะผมไม่อยากจะเจรจาอะไรกับคนแบบนี้

“อะไรกัน อีกไม่กี่สัปดาห์เราก็จะเป็นผัวเมียกันแล้วนะ ปรารถนา”ผมมองหน้าเขา เขายิ้มเหยียดใส่ผม ผมหันมามองหน้าเขาตรงๆ

“ก็ถ้าไม่เต็มใจ อย่าพูดเลยครับว่าเราจะเป็นผัวเมียกัน”ผมเดินไปโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น เขาเอาแต่สร้างความแปลกใจให้ผมตั้งแต่เจอกันครั้งแรก

 

...

“ปรารถนา เราจะได้เห็นดีกันอีกแน่”ร่างสูงเสียอารมณ์เพราะคำพูดอีกฝ่ายที่เพิ่งออกไปจากห้องของเขา ทำไมเธอถึงกล้าตอกกลับเขา เขาเอาแต่คิดหาวิธีทุกอย่างให้เธอออกไปจากบ้านหลังนี้ให้ได้

“นายน้อยครับ ฝ่ายใต้กำลังมีปัญหากับเราครับ”ชายชุดดำที่ทำหน้าที่รับใช้ตระกูลหลิน เดินเข้ามาในห้องเพื่อแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น ทางเขาที่ได้ยินอย่างนั้นก็เลือดขึ้นหน้าหนักกว่าเดิม

“ต้องให้ฉันลงมือจัดการเองตลอดเลยหรือไง..”ใช่ เขาเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นมาเฟียประจำตระกูลที่คอยจัดการกับกลุ่มอื่นที่สร้างปัญหาให้กับตระกูลเขา เขาจึงออกเดินทางไปยังสถานที่ที่นัดเพื่อสะสางปัญหา

“มาแล้วหรอเจ้าเด็กน้อยจิวซิน”ชายสูงอายุ ยืนมองด้วยสายตาเหยียดหยามใส่เขา เขาเดินตรงมาอย่างสง่าก่อนจะหยิบกระบอกปืนขึ้นมาจ่อหัวอีกฝ่าย ทำให้ลูกน้องทั้งสองฝั่งต่างยกปืนขึ้นมา

“เดี๋ยวใจเย็นสิ เรายังไม่ได้ตกลงกันเลยนะ จะใจร้อนไปไหนกัน”จิวซินยิ้มเยาะเย้ยให้ ก่อนจะค่อยเก็บปืน

“ยังคงดื้อด้านจริงๆเลยนะครับ ไร้อำนาจยังมากร่างอีกนะครับ เหมือนว่าตอนนี้ที่บ้านจะลำบากอยู่นี่ครับ เงินที่เคยได้จากการโกงกินรีดไถชาวบ้านก็ไม่มี เงินที่เคยสะสมไว้ก็หมดไปเพราะการพนัน น่าสมเพชดีนะ”รอยยิ้มอีกฝ่ายหุบยิ้มทันทีที่จิวซินพูดเสร็จก่อนจะกระชากคอเสื้อจิวซิน

“พลั่ก!”แต่ก็ถูกจิวซินต่อยเข้าที่หน้า จนลูกน้องรีบเข้ามาจัดการเขาลูกน้องของฝั่งจิวซินจัดการภายในไม่กี่นาที

“ผมว่ายอมวางมือไปซะดีๆเถอะครับ ถึงอากงจะเสียไปแล้วใช่ว่าจะมายึดอำนาจง่ายๆ ผมไม่อยากทำร้ายคนแก่”จิวซินเหยียดตามองก่อนจะหันหลังกลับไป

“แก!”ชายแก่ลุกขึ้นก่อนจะจ่อปืนไปทางจิวซิน

“ปัง!”แต่ก็ถูกจิวซินหันมายิงกลับเข้าที่ขาข้างขวา

“โอ๊ย!!”เลือดก็ไหลอาบพื้นจากขาของชายแก่ผู้นั้น

“รอบนี้แค่ขานะครับ ถ้ามีรอบหน้าผมคงไม่เล็งแค่ขาแน่นอน”สายตาดุดันนั่นทำให้อีกฝ่ายถึงกับล้มพับเพราะความกลัว เด็กนี่มันน่ากลัวจริงๆ มันสามารถฆ่าได้ทุกคนที่ขัดขวางมัน

 

“เดี๋ยวฉันขอไปทำธุระก่อน แล้วค่อยกลับบ้านใหญ่”จิวซินบอกลูกน้องเขาก่อนจะขับรถไปที่ไหนสักแห่ง และเขาก็โผล่มาที่บ้านหลังหนึ่ง เขาเดินเข้าไปแต่ก็ต้องหยุดเพราะใครบางคนที่มองเขาด้วยความตกใจ

“มาทำไม?”หญิงสาวที่ถือถาดน้ำชาเดินออกมาจากบ้าน จิวซินเดินดิ่งเข้าไป แต่อีกฝ่ายเลือกที่จะเดินหนี

“อย่าหนีผมไปเลยได้มั้ย?”เขาเข้าสวมกอดร่างผู้หญิงตรงหน้าด้วยความโหยหา แต่หญิงสาวก็แกะมือของเขาออก

“เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้จิวซิน นายจะแต่งงานแล้วนะ”จิวซินมีสีหน้าที่แย่ลง ก่อนจะเดินไปยืนตรงหน้าหญิงสาว

“มันก็แค่งานแต่งที่แลกกับเงิน ไม่มีความรักอะไรทั้งนั้น เพราะผมรักพี่แค่พี่คนเดียว”หญิงสาวส่ายหัวช้าๆ

“ไม่ ยังไงก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี นายก็รู้ว่าพ่อแม่ของพี่ไม่ชอบเธอ”ถึงไม่มีเรื่องแต่งงานของจิวซิน ก็ยังคงติดปัญหากับทางพ่อแม่ของหญิงสาว

“แค่เรารักกันมันก็พอแล้วไม่ใช่หรอ?”เขายังคงอ้อนวอนหวังอีกฝ่ายจะเห็นใจ

“นายกลับไปเถอะ”เธอบอกก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้จิวซินยืนเสียใจอยู่ข้างหลัง

 

ปรารถนาpart

“เหงาจังเลย”หากตอนนี้ผมอยู่เมืองไทย ผมคงได้ไปเป็นอาสา รอบรรจุเป็นหมอเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย หรือคงจะได้ช่วยเหลือตายายและแม่ทำนา ทำกับข้าวรอทุกคน แต่ตอนนี้ผมทำได้แค่นั่งอยู่ในห้องมองบรรยากาศที่เริ่มจะชินตา

“คุณหนูคะ ขออนุญาตนะคะ”คุณแม่บ้านเคาะประตูขออนุญาตก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง

“เชิญเลยครับ”ผมบอกก่อนจะเลื่อนตาไปมองหนังสือที่ผมหยิบติดตัวมาอ่านแก้เหงา

“คุณหนูคงจะเหงาน่าดูเลยนะคะ มาอยู่ที่นี่คนเดียว”ระหว่างที่คุณแม่บ้านทำการจัดเตียงต่างๆให้ก็พูดคุยราวกับรู้ถึงความรู้สึกของผม

“ครับ แต่ผมก็ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวผมจัดการต่อเองดีกว่า ลำบากคุณแม่บ้านเอา”ผมลุกไปหยิบผ้าห่มมาจัด

“คุณหนูพักผ่อนเถอะค่ะ เดินทางมาเหนื่อยป้าจัดให้เอง”เธอยิ้มให้ก่อนจะมาจัดผ้าห่มแทนผม

“ขอบคุณนะครับ”

“คุณหนูได้คุยกับนายน้อยหรือยังคะ?”

“นายน้อยคือใครหรอครับ?”ผมไม่รู้จึงถามคุณป้าไป

“อ๋อป้าหมายถึงคุณจิวซินค่ะ ได้คุยบ้างหรือยังคะ?”อ๋อหมายถึงคุณจิวซินนี่เอง

“คุยแล้วครับ แต่ดูไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่”การคุยของผมและเขาถ้าให้เลือกผมว่าอย่าคุยกันดีกว่า

“ป้าว่าแล้วเชียว นายน้อยเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนค่ะ ปากถึงจะร้ายแต่จริงๆเขาก็เป็นคนที่ใจดีนะคะ คุณหนูก็ลองค่อยๆปรับตัวไปเรื่อยๆ เดี๋ยวนายน้อยก็จะค่อยๆพูดดีเองค่ะ”ไม่รู้สิครับ ไม่รู้ว่ามันจะดีขึ้นจริงหรือเปล่า ผมก็พยักหน้ารับ หวังว่าจะเป็นตามที่คุณป้าท่านบอกนะ

“คุณหนูต้องการอะไรก็เรียกป้าได้นะคะ”

“ขอบคุณมากนะครับ”ผมบอกก่อนจะโค้งให้ ท่านก็เดินออกจากห้องไป จริงๆตั้งแต่เดินทางก็เหนื่อยพอสมควร ขอผมหลับก่อนไม่งั้นร่างกายของผมคงแย่แน่ๆ

ในขณะเดียวกันนั้นรถคันหนึ่งก็แล่นมาจอดหน้าบ้าน กระจกด้านหลังค่อยๆเลื่อนลง ชายผู้หนึ่งได้นั่งมองเข้ามาด้วยสายตาเรียบเฉย

“เธอคงจะมาถึงแล้วสินะ อีกไม่นานเราคงได้เจอกันนะครับ”เขายิ้มมุมปากก่อนกระจกจะเลื่อนขึ้น และรถขับออกไป

 

...

“นายน้อยกลับมาแล้วหรอคะ”คุณแม่บ้านประจำตระกูลออกมาต้อนรับ นายน้อยอย่างจิวซินที่เพิ่งกลับมา เขากวาดตามองไปรอบๆ

“แล้วพวกคนอื่นล่ะ วันนี้มีนัดทานข้าวเย็นกันไม่ใช่หรือไง?”เขาได้ยินตั้งแต่เช้าว่าพวกคนในตระกูลจะทานข้าวเย็นกัน แต่บรรยากาศในบ้านกลับเงียบผิดปกติ

“เหล่าคุณชายและคุณหญิงท่านล้มเลิกไปค่ะ เหมือนสัปดาห์หน้าคุณหญิงเล็กท่านจะพาคุณหนูป่านไปลองชุดแต่งงาน”จิวซินหน้าเสียอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด

‘คนพวกนี้จะเสือกทุกเรื่องเลยหรือไง’จิวซินเกลียดคนในตระกูลอย่างกับอะไรดี

“เรื่องแบบนั้นปล่อยให้ผัวเมียจัดการกันเองสิ คนอื่นไม่เกี่ยว”คุณแม่บ้านพอจะรับรู้ความรู้สึกของนายน้อยตัวเอง จึงยิ้มออกมา

“นายน้อยพูดไม่เพราะอีกแล้วนะคะ พวกเขาเป็นญาติเรานะคะเขาแค่หวังดี เพราะกลัวสามีอย่างนายน้อยจะใจร้ายไม่พาคุณหนูป่านไปลองชุด”ใช่ตอนแรกความคิดของเขาไม่มีวันที่จะพาคนแบบนั้นขึ้นรถไปด้วยเด็ดขาด แต่พอรู้ว่ามีคนจะมายุ่งย่ามเห็นทีว่าเขาจะต้องทำซะแล้ว

“แล้วว่าแต่แม่นั่น..”

“คุณหนูป่าน หมอป่าน หรือ คุณป่านค่ะ ใช้แม่นั่นกับเธอไม่ได้ค่ะ”เขาก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปอีก

“ทำไมต้องญาติดีกับแม่..”คุณแม่บ้านทำท่าจะดุ

“ทำไมต้องญาติดีกับคุณป่านด้วย เอาตัวแลกกับเงิน กิริยามารยาทต่อล้อต่อเถียงเก่ง ปากดีไม่เห็นจะต้องญาติดีกันเลย”คุณแม่บ้านทำหน้าดุใส่

“แต่คุณหนูป่านเป็นหลานของท่านผู้นำตระกูลและเป็นภรรยาของนายน้อยนะคะ ต่อให้เธอจะดีขนาดไหนสุดท้ายนายน้อยก็คงหาจุดด่างพร้อยมาให้เธออยู่ดี ลองคุยดีๆกับเธอสิคะดิฉันคิดว่าเธอคงจะต้องทำให้นายน้อยประทับใจแน่นอนค่ะ”ถึงจะมีเงื่อนไขหลายอย่างก็ไม่ได้ทำให้ป่านดูดีในสายตาของจิวซินเลยแม้แต่น้อย

“คุณป้าครับ ผมจะมาถามว่า..”ว่าเสร็จคนที่พูดถึงก็เดินลงมาจากชั้นบน ในขณะที่พูดอยู่พอเขาเห็นหน้าของจิวซินก็ต้องหยุดชะงักยืนนิ่งไปพัก

“ว่าไงคะคุณหนู”คุณแม่บ้านก็เดินไปหาป่านแทน

“คือผมจะถามว่าหนังสือในกระเป๋าของผม คุณป้าเก็บไว้ไหนหรอครับ”เขาถามหาสิ่งของ พลางหลบตาของอีกฝ่ายที่ยืนจ้องคิ้วขมวดใส่

“ป้าเก็บไว้ในลิ้นชักที่ตู้ข้างเตียงค่ะ”เจ้าตัวพยักหน้ารับยิ้มให้คุณแม่บ้าน

“คุณหนูจะรับประทานมื้อเย็นเลยมั้ยคะ? ป้าจะได้เตรียมให้ทานพร้อมนายน้อยเลยค่ะ”ป่านรีบมองหน้าจิวซินก่อนจะหันกลับไปมองคุณแม่บ้านพลางส่ายหัวเบาๆ

“ไม่ดีกว่าครับ พอดีผมยังไม่หิว เดี๋ยวผมค่อยลงมารับประทานเองอีกทีครับ”ป่านบอกก่อนจะหันหลังกลับเตรียมจะเดินกลับห้อง

“ป้าครับ จัดไว้สองที่ครับ”จิวซินบอกคุณแม่บ้านก่อนจะหันไปมองอีกคนที่หันมามองตน

“มากินข้าว ถ้าไม่อยากโดนลากเข้าห้องรอบที่สอง”ป่านจึงเดินตามจิวซินไป ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามจิวซิน ป่านได้แต่นั่งนิ่งมองไปรอบๆโดยที่ไม่สบตากับจิวซิน

“ทำเป็นอวดเก่งไม่หิว กลัวฉันก็บอกมา”จิวซินยังคงทำหน้าเย็นชาใส่อีกฝ่าย

“ไม่หรอกครับ ผมยังไม่หิวจริงๆและที่ผมยอมมาทานข้าวกับคุณก็เพราะว่าผมไม่อยากไปเถียงหรือทะเลาะกับคุณอีก หวังว่าหลังจากทานข้าวเสร็จเราจะแยกย้ายกันไปคนละทางนะครับ”ป่านบอกด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและสงบกว่าเดิม อีกฝ่ายก็ยิ้มมุมปากให้ราวกับรู้สึกขำในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมา

“ทำไมล่ะ อีกไม่กี่สัปดาห์เราก็ต้องนอนด้วยกันอยู่ดี ไม่เตรียมตัวก่อนหรือไง”ป่านก็ทำได้แค่ตกใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

“ผมคงไม่อยากเตรียมพร้อมอะไรกับเรื่องแบบนั้นหรอกครับ มันเสียเวลา”เหมือนจะมีไฟล้อมรอบทั้งคู่ แต่พวกเขาไม่ทำอะไรทั้งนั้นนอกจากพูดเสียดสีซึ่งกันและกัน

“ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะคนอย่างฉันจะทำทุกอย่างให้เธอเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เอง”เขายืนยันว่าจะทำทุกอย่างให้ป่านออกไปจากบ้านนี้เอง โดยไม่ได้รับอะไรไปทั้งนั้น

“ครับ ผมจะเก็บคำของคุณเอาไว้”คุณแม่บ้านและเหล่าสาวใช้ต่างยกอาหารมาเรียงรายต่อหน้าทั้งคู่ ดูเหมือนว่าจิวซินจะไม่สนใจอะไรลงมือทานอย่างไม่ลังเล แต่ผิดกับป่านที่ไม่เคยได้ทานอาหารเยอะขนาดนี้มาก่อน ได้แต่อ้ำอึ้ง และหันไปมองคุณแม่บ้าน

“ทำไมเยอะจังเลยครับ”เธอยิ้มออกมาในสิ่งที่ป่านพูด

“คุณหนูก็ต้องทานเยอะๆนะคะ”ป่านได้แต่เกรงใจค่อยๆคีบข้าวกินทีละนิดๆ

“ก็แน่นอนอยู่แล้วว่าคงไม่มีปัญญาจะได้ทานอาหารเยอะเท่านี้”ป่านมองด้วยสายตาเอือมๆในใจก็คงได้แต่คิดว่าจะมีสักนาทีมั้ยที่จิวซินจะเลิกจิกกัดเสียดสีเขา ป่านจึงได้แต่เงียบและลงมือทานต่อ

 

...

หลังจากทานเสร็จ ป่านก็ช่วยเหล่าคนใช้เก็บ ทำความสะอาด

“คุณหนูคะ ไม่ต้องช่วยหรอกค่ะพวกเราทำได้”ป่านจึงส่ายหัวมือยังคงช่วยเก็บจามชาม

“ให้ป่านช่วยเถอะครับ”คนใช้จึงได้แต่ยอมให้อีกฝ่ายลงมือทำ โดยตัวเองก็คอยช่วยให้มากที่สุด

“นี่เดี๋ยวไปหาฉันที่ห้องด้วย”ป่านถึงกับหันไปมองจิวซินที่เดินผ่านเขาไป

‘มีอะไรอีกเนี่ย?’หลังจากที่ป่านช่วยงานเสร็จ เธอจึงเดินไปที่ห้องของจิวซินแต่โดยดี

“มีอะไรหรอครับ?”พอเข้ามาเขาก็ต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายเปลือยกายท่อนบนนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กในห้อง ป่านรีบหันหน้าหนี

“ผมคิดว่าผมมาผิดเวลา”ป่านเตรียมจะหันหลังเดินออกไปรอข้างนอกก่อน

“ไม่ต้องออกไปและหันมา”ป่านค่อยๆหันมาช้าๆ รู้ตัวอีกทีอีกฝ่ายก็เดินมาอยู่ข้างๆแล้วทำเธอตกใจไม่น้อย

“มีอะไรหรอครับ?”เขาถามมันอีกรอบ สายตาจึงเลื่อนไปมองใบหน้าคมแทน ทั้งคู่ต่างจ้องตากัน

“ฉันแค่จะบอกว่า สัปดาห์หน้าฉันจะพาไปลองชุดแต่งงาน”ป่านก็ตะลึง เพราะเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะคิดถึงเรื่องนี้เลย

“แต่ว่าคุณอาท่าน...”แต่ว่าคุณอาของเธอได้นัดเธอไว้ก่อนหน้าแล้ว

“ช่างเขาสิ เธอต้องไปกับฉันเท่านั้น”ร่างสูงเปิดประตูก่อนจะผลักร่างบางออกไป

“อะไรของเขากัน ผีเข้าผีออกรึไง?”

 

ToBeContinue

 

writer talk :

จิวซินคนใจร้ายแกกล้ากระชากป่านของฉันได้ไง!

ยังไงก็ฝากติดตามต่อด้วยนะคะ ติชมอย่างไรก็ตามสบายเลยนะจ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #12 Tttttakky (@taktoktak) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 23:45
    สนุกดีค่ะ แต่เราติดใจอยู่อย่างนึง ตกลงว่าหมอป่านจะเป็นหลานสาวหรือหลานชานกันแน่คะ เห็นบอกว่าเป็นหลานสาวแต่ไรท์บรรยายแทนน้องว่าผม เราก็เลยสับสนนิดหน่อยค่า
    #12
    0
  2. #8 meiliy_char (@maejin_narak) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 00:18
    หนูจะรอดจากคนใจร้ายยังไงเนี่ย คนพี่ก็ดุนัก 😤
    #8
    0
  3. #2 Jamikung (@nurha) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 01:24
    ไม่ชอบหมอป่านอะไรขนาดนั้น หนูป่านดีจังเลยนะ ไรท์สู้ๆนะค้าบบบบบบ ผมติดตามนะะะะ
    #2
    0