[Fic Nomin] SweetRevenge กลรักดอกโบตั๋น (จบ)

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    3 ก.ค. 63

บทนำ

 

“นี่ไปอยู่ที่โน่นก็ดูแลตัวเองให้ดีๆ หากมีเรื่องอะไรก็เขียนจดหมายมาหาแม่ได้เสมอนะ”ผมสวมกอดแม่สุดที่รักทั้งน้ำตา ข้างๆตัวผมเป็นกระเป๋าสัมภาระประมาณ 2 ใบ ในมือก็มีจดหมายฉบับสีชมพูซีดกำไว้อยู่

“ครับแม่ แม่ก็ดูแลสุขภาพด้วยนะ อย่าหักโหมทำงานจนเกินไปนะครับ”ผมปาดน้ำตาก่อนจะยกมือไหว้ลา

“พี่ป่าน ถ้าพี่มีปัญหาอะไรล่ะก็ กลับบ้านเลยนะ”ปิ่นน้องแฝดของผม บอกผมด้วยความเป็นห่วง

“รู้แล้วๆ”ผมก็ยิ้มให้ก่อนจะลูบหัวอย่างเอ็นดู

“ไปก่อนนะครับ”มือหนึ่งข้างหยิบกระเป๋า ส่วนอีกข้างโบกมือลา ก่อนจะหิ้วสัมภาระทั้งหมดขึ้นรถเก๋งที่จ้างไว้ เข้าไปนั่งก่อนจะออกไป

“ดูแลตัวเองดีๆนะ!”แม่และปิ่นก็ตะโกนตามหลังผม ผมหันไปมองทางหน้าต่างข้างๆ ก่อนจะยิ้มทั้งน้ำตา

เป็นครั้งแรกที่ผมได้ออกเดินทางเพียงลำพังจากบ้านเกิด ผมคลี่จดหมายสีชมพูซีดที่กำไว้ เปิดดูเนื้อความภายใน ซึ่งเป็นตัวอักษรภาษาจีนหมด แต่ด้วยความที่พ่อผมเป็นคนจีนจึงได้เรียนมาตลอดเวลา ไม่ยากต่อการอ่าน เขียน และพูด จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว พ่อของผมได้เสียชีวิตลงจากโรคร้ายที่ไม่สามารถรักษาได้ จึงทำให้ผมฮึดสู้ที่จะเป็นหมอให้ได้ และผมก็ทำสำเร็จ

ส่วนเนื้อความภายในจดหมายกล่าวโดยรวมถึงพ่อและครอบครัวของเรา ผู้ส่งไม่บอกชื่อ บอกแค่นามสกุล ได้เชื้อเชิญให้ผมไปเมืองจีนเพื่อไปเจรจาถึงเรื่องพินัยกรรมของคุณปู่โดยที่ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะผมถูกกล่าวถึงมากที่สุด ผมจึงต้องเดินทางไปเมืองจีน เพื่อไปพบญาติทางคุณพ่อ

“ผมควรจะทำอย่างไรดี ถ้าพวกเขาไม่นับผมเป็นญาติ”ผมก็มักจะคิดแง่ลบเสมอ พวกเขาไม่รู้จักผมเลย ไม่เคยได้ยินชื่อ หรือเห็นหน้า ยากนักที่พวกเขาจะยอมรับผมในฐานะญาติคนหนึ่งในตระกูล

“คุณก็ลองค่อยๆปรับตัวสิครับ เดินทางไกลดีนะครับ เมืองจีน”คนขับรถก็คุยให้คำแนะนำผม

“ผมเองก็คงจะทำอย่างนั้นเช่นกันครับ”ผมก็คิดไว้แบบนี้เหมือนกัน ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรผมเองก็คาดเดาไม่ได้เลยครับ

“ขอบคุณมากนะครับ”ผมมาลงที่สนามบิน ผมก็ยื่นเรื่องกับพนักงาน พร้อมเอกสารต่างๆมากมาย

“กรุงเทพฯ-เซี่ยงไฮ้ 1 ที่ครับ”เมื่อดำเนินการทุกอย่างเสร็จ ผมจึงได้แต่นั่งรอเครื่องบินมาจอดเทียบท่า และได้แต่ภาวนาว่าจะไม่มีปัญหาอะไร

 

ไม่นานนัก ผมก็ออกเดินทางสู่ต้นตระกูลของคุณปู่ เพื่อพินัยกรรมที่ครอบครัวของผมมีส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากที่เครื่องบินลงจอดที่เซี่ยงไฮ้ ผมก็มานั่งรอ ชะเง้อหา ในจดหมายระบุไว้ว่าจะมีคนมารับที่สนามบินตามเวลาที่กำหนด เครื่องบินลงจอดช้ากว่าที่เวลาที่ระบุไว้ ผมทำให้พวกเขาต้องรอ ผมลองหยิบจดหมายสีชมพูขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ว่าสิ่งที่ผมอ่านไม่ผิดเพี้ยนไป

“แล้วเราจะไปอย่างไรเนี่ย”มาครั้งแรกใช่ว่าจะชำนาญทาง จะรู้จักใครในประเทศนี้

“ใช่คุณหมอป่านหรือเปล่าครับ”ผมเงยหน้ามองละจากการอ่านจดหมาย ไปมองคนตรงหน้า

“ครับ”ผมก็ตอบรับชายสองคนที่สวมชุดจีนสีดำลายนกกระเรียน ก่อนจะส่งกระดาษให้ผมอ่าน

‘คุณหมอป่าน ปรารถนา กลิ่นนรี หลานของท่านผู้นำตระกูล’เป็นชื่อของผม

“คุณมาจากบ้านตระกูลหลินใช่มั้ยครับ?”เขาพยักหน้ารับสีหน้าของเขาทั้งสองไม่ผุดแม้แต่รอยยิ้มจนผมเริ่มกลัว

“กระผมไม่ทำอะไรคุณหนูหรอกครับ เชิญครับ”เขาพูดบอกกับผม ผมเองก็คงจะต้องตามไป เพราะความหนักแน่นและสายตาของพวกเขาทั้งสอง สรรพนามที่เรียกผมคือ คุณหนู ผมเองที่ไม่รู้เหตุผลคงทำได้แต่ตอบรับไปเช่นนั้น

“คุณหนูพอจะสื่อสารภาษาจีนได้ใช่มั้ยครับ?”ชายหนึ่งคนถามโพล่งขึ้นมา

“พอได้ครับ แต่ไม่ชำนาญครับ”ผมเรียนและคุยกับคุณพ่อประจำ เพราะท่านกลัวว่าท่านจะลืมภาษาเสียเอง

“ครับ ผมจะได้รายงานคนในตระกูลถูกว่าคุณหนูพอที่จะพูดภาษาจีนได้”

“ครับ..”ระหว่างทางผมได้มองไปรอบๆ เมืองเซี่ยงไฮ้นี้ดูเจริญยิ่งนัก พอๆกับบางกอก มีอะไรให้สะดุดตาหลายอย่าง จนผมเกือบจะเพลิดเพลินกับบรรยากาศจนลืมจุดมุ่งหมายที่แท้จริง

“ถึงแล้วครับ”ผมก้าวลงจากรถ นี่คือบ้านคุณปู่จริงๆหรอ ทำไม...

“ผมควรไปทางไหนหรอครับ?”ผมถามเขาไม่ผิดหรอกครับ เพราะว่าเมื่อก้าวลงมา เห็นแต่ตึกรามบ้านช่องใหญ่โตมโหฬาร 6-7 หลัง ตั้งตระหง่าน บนพื้นที่ เกือบ 50 กว่าไร่จากการคาดการณ์ของผมเอง ผมต้องฝันไปแน่ๆ ที่นี่คือ บ้านของคุณปู่ของผม?

“ทางนั้นเลยครับ”เขาก็ผายมือไปยังบ้านที่ใหญ่โตราวกับวังตั้งอยู่ตระหง่านหน้าของผม

“ทุกคนกำลังรอคุณอยู่ครับ”ผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปช้าๆเพื่อทำใจให้พร้อมต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

“เธอต้องทำได้แน่ๆ ป่าน..”ผมพูดก่อนจะผลักประตูเบาๆ ประตูก็เลื่อนเปิด กลิ่นเทียนหอม พร้อมด้วยสมุนไพรที่หอมคละคลุ้งบริเวณ แสงไฟสีอ่อนชวนสบายตา บนพื้นมีพรมสีแดงปูยาวสุดสายตา ผมเดินตามพรมนั่นไปโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อย เดินตามไปโดยไม่รู้เลยว่ามันจะนำผมไปไหน ในขณะที่ผมเดินก้าวไปโดยไม่คิดอะไร..

“เดี๋ยว!”มีมือหนึ่งกระชากผมเอาไว้

“ข..ขอโทษครับ”ผมรีบขอโทษ ที่เผลอเดินไปโดยไม่สนใจเลยว่ามาทำอะไร

“อ๊ะ! เธอคือ หลานคนไทยของอากงที่ชื่อป่านหรือเปล่า?”ผู้หญิงผมยาวสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาประกายเป็นสีทองอ่อนๆ ริมฝีปากรูปกระจับ ทำให้ผมเย้ายวนกับภาพลักษณ์ของเธอไม่น้อย และที่สำคัญเขารู้จักชื่อของผม

“ค..ครับ คุณคือ..?”เขายิ้มให้ก่อนจะพาผมไปห้องข้างๆที่ใกล้ที่สุด

“ฉันชื่อ ลี่อินจ๊ะ หลิน ลี่อิน ลูกของคุณอาของเธอไง ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ”รอยยิ้มที่เผยให้เห็นทำให้ทุกอย่างดูสบายผ่อนคลายขึ้นมา กลิ่นชากรุ่นตรงหน้า ทำให้ผมหยุดปล่อยใจไม่ได้เลย ผมยิ้มตอบกลับ ก่อนจะก้มหัวลงเบาๆ

“ครับ ผมปรารถนา เรียกว่าป่านก็ได้ครับ”เมื่อเขาแนะนำตัวมาก่อนเราก็ต้องแนะนำตัวกลับตามมารยาท

“ตอนนี้พวกเขากำลังประชุมในส่วนพินัยกรรมอยู่ เธออย่าเพิ่งเข้าไปตอนนี้เลย เธอเข้าใจที่ฉันพูดใช่มั้ย?”

“ครับ แต่ว่าผมเป็นตัวแทนจากทางฝั่งคุณพ่อ ต้องขอตัวจริงๆนะครับ ขอบคุณสำหรับชานะครับ”ผมบอกก่อนจะขอบคุณและลาเดินออกไป เพราะผมต้องมีส่วนร่วมในส่วนนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมจะพลาดไม่ได้จริงๆ

“ขอโทษนะครับ”ผมเดินตรงมาห้องใหญ่ที่พี่ลี่อินบอก ทุกคนที่ผมไม่คุ้นหน้า พวกเขาคือญาติของผมจริงๆหรอ ทุกคนต่างหันมองผมที่ยืนอยู่หน้าประตู มีคนนั่งเรียงรายรอบโต๊ะ ทุกคนดูมีราศีที่ดูมีอำนาจผิดกับผมที่แทบไม่มีอะไรเลย แม้กระทั่งอำนาจอะไรทั้งนั้น

“คุณป่านสินะครับ”ผู้ชายสวมแว่นที่ยืนอยู่ก็มองผมและยิ้มให้ ก่อนจะผายมือตรงที่นั่งที่ว่างอยู่

“เชิญนั่งก่อนสิครับ”ผมโค้งให้ก่อนจะเดินมานั่งลงอย่างช้าๆ

“หนูหรอ ลูกของอาเว่ย”ผู้หญิงที่ดูมีอายุหันมาถามผม ถึงสถานะของตัวผม หลินหลี่เว่ยคือชื่อพ่อของผมเอง

“ใช่ครับ”ผมพยักหน้ารับ เธอค่อยๆรินชาให้

“เอ่อ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมรินเองดีกว่าครับ”หากให้ผู้ใหญ่มารินน้ำชาให้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ เรื่องมารยาทพื้นฐานผมเรียนรู้จนจำขึ้นใจ

“ครับ ทุกคนพร้อมหน้ากันผมจะเปิดพินัยกรรมเลยนะครับ”คนนั้นคงเป็นทนายประจำตระกูลสินะ เขาก็ดึงเอกสารแผ่นหนึ่งจากซองสีน้ำตาลซีดออกมาและนั่นก็คงเป็นพินัยกรรม

“ตามที่ผู้นำตระกูลหลิน ได้เขียนไว้ก่อนสิ้นใจ ท่านได้ระบุไว้ว่าที่ดินในเมืองต่างๆจำนวน48 ไร่ แบ่งให้ลูกตามเลือดเนื้อเชื้อไขจำนวนคนละ 12 ไร่..”ผมยังคงนั่งฟัง พอจับใจความได้อยู่

“ครอบครัวคุณชายรองจะได้รับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จำนวน 2 บริษัทและเงินอีก 4 ล้านหยวน”น่าจะเป็นคุณอาคนแรก ท่านก็แสดงสีหน้าออกมาด้วยความพอใจ

“ครอบครัวคุณชายกลางจะได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสมาคมและมูลนิธิที่คุณท่านเคยเป็น พร้อมเงินอีก 3 ล้านหยวน”นี่น่าจะเป็นคุณอาคนที่สอง ก็ยิ้มพอมีความสุข

“ครอบครัวคุณหญิงเล็ก ได้รับธุรกิจตลาดใหญ่ของตระกูล และเงินจำนวน 2 ล้านหยวน”คุณอาคนที่สามก็ทำสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“ส่วนคุณชายใหญ่..”คุณทนายมองหน้าผมพักหนึ่ง

“..ได้สืบทอดตำแหน่งประธานบริษัทใหญ่ บริษัทส่งออกสินค้าที่เป็นรายได้หลักของตระกูล”ทุกคนต่างหันมามองผม ซึ่งจากการคาดการณ์คงไม่ใช่สายตาที่ดีนัก

“และได้รับเงินจำนวน 50 ล้านหยวนครับ..”สายตาทุกคนก็จ้องผมหนักกว่าเดิม ผมพยายามมองแค่คุณทนายเพื่อหลบสายตาเหล่านั้น

“แต่มีข้อแม้ครับ”

“?”ข้อแม้ ผมไม่ได้ยินผิดไปใช่มั้ย?

“คุณป่านต้องแต่งงานกับคนที่คุณท่านระบุไว้ครับ”

 

 

 

writer talk :

พยายามมโนนะคะว่าทรัพย์สมบัติมันเยอะ555 น้องป่านของพรี่~

หากนักเขียนเบลอหรือผิดพลาดอะไรก็คอมเม้นบอกกันได้นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #7 meiliy_char (@maejin_narak) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 00:00
    เง้อออ น่าติดตาม
    #7
    0