Affection - Noren -

ตอนที่ 1 : INTRO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    19 เม.ย. 61



INTRO


          ผมแบกกระเป๋าใบยักษ์ลงจากรถของเพื่อนบ้านคนเก่าที่อาสามาส่งผมและแม่ แม่เจอประกาศขายบ้านหลังนี้แปะอยู่ที่ข้างทาง บ้านหลังใหญ่ที่ถูกห้อมล้อมด้วยต้นไม้สูง สิ่งก่อสร้างสิ่งเดียวที่ถูกโอบกอดไว้ด้วยธรรมชาติ มันทั้งเงียบสงบและห่างไกลผู้คน แม่ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ที่สุดเพราะท่านทำงานเป็นนักเขียน จินตนาการกับธรรมชาติเป็นของคู่กันอยู่แล้ว แต่ผมไม่ค่อยชอบบ้านหลังนี้สักเท่าไหร่ แหงล่ะ ผมเป็นนักเรียนม.ปลาย สิ่งก่อสร้างที่มอบความบันเทิงเป็นสิ่งที่คนแบบผมต้องการ ซึ่งที่นี่ไม่มี ผมเหวี่ยงเจ้ากระเป๋าใบยักษ์ลงบนพื้น เจ้าของคนเก่าไม่ได้เอาเฟอร์นิเจอร์ในบ้านไปสักชิ้น ทุกอย่างยังอยู่ครบ ผมเงยหน้าขึ้นไปมองชั้นบน มันให้ความรู้สึกเหมือนผมกำลังอยู่ในหนังสยองขวัญสักเรื่องที่ชั้นบนเป็นเหมือนสถานที่ต้องห้ามของคนที่ยังอยากมีชีวิต ผมเดินขึ้นบันไดโดยที่มือก็ลูบไปตามราวบันไดที่มีแต่ฝุ่นเกาะเต็มไปหมด 


         ชั้นบนมีทั้งหมด3ห้องผมไล่เปิดแต่ละห้องอย่างช้าๆ การเลือกห้องนอนเป็นอะไรที่ต้องพิถีพิถันที่สุด เพราะมันจะอยู่กับผมไปอีกครึ่งชีวิต จนกว่าจะเรียนจบมีงานทำและเริ่มสร้างครอบครัว เพราะผมคงไม่เลี้ยงลูกตัวเองให้โตในสถานที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้แบบนี้หรอก ห้องแรกที่ผมเปิดมันค่อนข้างเต็มไปด้วยหนังสือเก่าๆชั้นหนังสือที่ทำจากไม้ให้อารมณ์เหมือนหนังย้อนยุคหลายๆเรื่องที่ผมเคยดู มันอาจจะมาจากปี1900s ผมว่าห้องนี้แม่อาจจะเก็บไว้เป็นห้องเขียนหนังสือแน่ๆ ผมปิดประตูห้องลงแล้วเดินไปยังห้องต่อไป ห้องนี้ดูเหมาะกับแม่มาก ผ้าม่านสีขาวบางๆที่ทำให้แสงอาทิตย์เข้ามาปลุกในยามเช้าได้เป็นอะไรที่แม่ชอบมากที่สุด แถมยังดูเป็นห้องที่รับลมอยู่ตลอดเวลา ผมตัดสินใจยกห้องนี้ให้แม่ เพราะผมไม่ค่อยชอบแสงแดดที่มาปลุกกันในตอนเช้าสักเท่าไหร่ เพราะแบบนี้ห้องสุดท้ายที่อยู่ในมุมอับจึงตกเป็นของผม ผมเปิดประตูห้องนี้ออกอย่างกล้ากลัวๆ ในใจก็ภาวนาขอให้ไม่มีตัวประหลาดโผล่มาทักทายกัน ผมหลับตาตอนเปิดประตูบานนี้อย่างห้ามไม่ได้ ผมค่อยๆลืมตาขึ้นทีละข้างก่อนจะพบว่าห้องนี้นี่แหละที่เหมาะสมกับผมที่สุดแล้ว ห้องที่ไม่รับแสงอาทิตย์ในยามเช้า แต่การตกแต่งออกจะดูเป็นห้องเด็กผู้หญิงไปหน่อย แต่ก็นั่นแหละ เจ้าของคนเก่าบอกว่าบ้านนี้ไม่เคยมีผู้ชายอาศัยอยู่ ผมนี่แหละที่เป็นผู้ชายคนแรกที่ได้เหยียบเข้าบ้านหลังนี้  ทันทีที่ได้ห้องของตัวเองแล้วก็รีบวิ่งลงไปหยิบกระเป๋าตัวเองที่ถูกทิ้งไว้ตรงโถงทางเดินด้านล่าง ผมแบกกระเป๋าเสื้อผ้าและโน้ตบุ้คแล้วเดินขึ้นบันไดอย่างยากลำบาก ใช้เข่าตัวเองดันประตูให้เปิดออก วางทุกอย่างลงกับพื้นแล้วกระโดดขึ้นไปนอนบนเตียง ทำไมถึงได้นุ่มขนาดนี้นะ ถ้าได้นอนดูหนังบนเตียงนุ่มๆแบบนี้ตลอดปิดเทอมก็คงจะดี เพราะแบบนี้ผมเลยตัดสินใจล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบเจ้าโทรศัพท์ออกมา ทันทีที่เปิดหน้าจอโทรศัพท์ผมก็อยากจะย้ายบ้านมันเสียตอนนี้เลย เพราะที่นี่ไม่สัญญาณอะไรเข้าถึงสักอย่าง ถึงว่าทำไมไม่มีข้อความเข้าเลยตั้งแต่มาถึง อยากปาไอ้โทรศัพท์ที่ไร้ประโยชน์อัดกำแพงชะมัด ผมยัดโทรศัพท์ตัวเองเข้าไปใต้หมอนเพราะไม่อยากจะปามันทิ้งอย่างที่คิดเอาไว้ ผมพลิกตัวเพื่อหาท่านอนที่คิดว่าสบายที่สุดแล้วเข้าสู่โลกของความฝัน

.
.
.
.

         ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหนเพราะตอนนอนก็ไม่ได้ดูเวลา แต่รู้แค่ว่าตื่นขึ้นมาพระอาทิตย์ก็โบกมือลาหายไปแล้ว มีเพียงพระจันทร์ที่กำลังทำหน้าที่แทนเพื่อนตัวเองอยู่ ผมลุกขึ้นนั่งแล้วบิดขี้เกียจก่อนจะสังเกตเห็นว่าตัวเองยังไม่ได้จัดกระเป๋าเลย ผมเลื้อยลงจากเตียงแล้วตรงไปยังกระเป๋าก่อนจะเททุกอย่างออกมา เปิดกล่องดนตรีที่หยิบติดมือมาด้วยแล้วฟังเสียงดนตรีที่ถูกบรรเลงออกมาเพราะกลไกของกล่อง ผมยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกหลังจากมาถึงที่นี่ เสียงเพลงของเจ้ากล่องดนตรีอันจิ๋วทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่ฟังมัน ผมปิดมันลงแล้วยัดมันไว้ใต้เตียง แต่เหมือนผมจะไปเจอเข้ากับกล่องคุกกี้ที่ถูกเก็บไว้ใต้เตียง บางทีเจ้าของคนเก่าอาจจะเอามาซ่อนแม่ตัวเองเอาไว้แล้วลืม ผมหยิบเจ้ากล่องคุกกี้นั่นออกมาเปิดอย่างถือวิสาสะ ทั้งที่ในใจหวังว่าอาจจะเจอขนมในกล่องใบนี้แต่เปล่าเลย มันกลับเป็นผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดที่ส่วนขอบของมันเป็นลูกไม้และปักตัวอักษรย่อไว้ที่มุมล่างด้านขวา

‘J’

ผมวางผ้าเช็ดหน้าไว้ที่เดิมแล้วหยิบสมุดไดอารี่ที่วางข้างๆกันขึ้นมา เมื่อเปิดหน้าแรกก็พบว่ามันเป็นการแนะนำตัวของเจ้าของไดอารี่เล่มนี้ เธออายุ18เท่ากับผมตอนที่เริ่มเขียนมัน จากการอ่านวิธีเขียนทำให้รู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างเพ้อฝัน และเธอมีจินตนาการเป็นเลิศ หน้าต่อไปกล่าวถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอที่บ้านหลังนี้

มันห่างไกลจากผู้คน ไร้ซึ่งความเจริญและน่าเบื่อ

บรรทัดนี้ค่อนข้างจะตรงกับที่ผมคิดในตอนแรกที่มาถึงที่นี่ ผมหลุดขำออกมานิดหน่อยเมื่อรู้ว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้ ผมเหลือบไปมองที่มุมกระดาษด้านบนที่เขียนวันที่เอาไว้ 01/04/1948 นี่ผมเกิดตอนเธออายุ70ปีหรอ ให้ตายเถอะ บางทีคนที่ขายบ้านหลังนี้ให้กับแม่ผมอาจจะเป็นเธอก็ได้ ผมเปิดอ่านไดอารี่ของเธอไปเรื่อยๆอย่างอดไม่ได้ เธอเขียนมันทุกวันอย่างไม่รู้จักเหนื่อย แต่ก็แน่นอนอยู่แล้วการอยู่ในที่แบบนี้คงมีวิธีแก้เบื่ออย่างเดียวคือนั่งเขียนไดอารี่ ทุกหน้าที่เธอเขียนมักจะมีคำว่าน่าเบื่ออยู่ในทุกประโยค จนกระทั่งวันที่25/04/1948การเขียนไดอารี่ของเธอเริ่มเปลี่ยนไป ไม่มีคำว่าน่าเบื่ออยู่ในหน้านี้แม้แต่คำเดียว


เขามองฉันมาจากความมืดตรงหน้า เสียงแรกที่ฉันได้ยินจากเขายังคงติดอยู่ในหัว ตอนทานอาหารเย็นฉันไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้นึกถึงเขาได้แม้แต่น้อย’ 

อะไรกัน มาอยู่ที่นี่ได้ครึ่งเดือนก็มีคนมาจีบแล้วหรือไง หรือบางทีไอ้สิ่งที่ผมอ่านอยู่อาจจะเป็นนิยายไม่ใช่ไดอารี่ ผมอ่านมันต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งไปสะดุดกับประโยคนึงของเธอเข้า

เขาคือหมาป่า ที่เอาแต่วนเวียนอยู่ในหัวของฉัน’ 

สรุปคนที่เธอพูดถึงเป็นหมาป่า เหอะ ไม่ใช่ว่าตกหลุมรักเจ้าหมาป่าหรอกใช่มั้ย ผมปิดไดอารี่เล่มหนาลงแล้วยัดมันกลับเข้าไปใต้เตียง ไอ้อาการเพ้อฝันของเด็กสาวนี่มันมีมานานแล้วหรือไงกัน ผมเดินออกจากห้องแล้วตรงไปหาแม่ที่ตอนนี้น่าจะอยู่ในห้องสมุดที่ผมเปิดเจอเมื่อเช้า ผมเปิดประตูบานแรกออกและมันเป็นไปตามคาดแม่ของผมกำลังนั่งเขียนหนังสืออยู่ แม่หันมายิ้มให้ผมที่ยืนมองแม่อยู่ตรงประตู

 

“มาพอดีเลย เอาอาหารบนโต๊ะไปวางไว้ที่หลังบ้านให้แม่ที เจ้าของบ้านคนเก่าเค้าสั่งเอาไว้”

 

“ทำไมหรอครับ เค้าเอาไว้บูชาอะไรหรอ” ผมถามแม่กลับไป เพราะคนดีๆที่ไหนจะเอาอาหารไปวางไว้หลังบ้าน

 

“เห็นเค้าบอกเอาไว้ว่าจะมีสุนัขมากินนะ อ้อ อย่าลืมน้ำด้วยล่ะ แล้วก็ที่สำคัญวางจานเสร็จรีบเข้าบ้านเลยนะ ห้ามอยู่ดูเด็ดขาด” หวังว่าจะไม่ใช่ไอ้หมาป่าที่เด็กคนนั้นพูดถึง เพราะมันคงจะดูแปลกไปถ้าใช่ เพราะหมาน่ะอายุขัยอย่างมากก็แค่10-13ปี แล้วถ้ายิ่งเป็นหมาป่าด้วยแล้วอายุขัยอย่างมากก็แค่8ปีเท่านั้นแหละ ผมน่ะเคยทำงานวิจัยเรื่องพวกนี้ส่งครูมาก่อนทำไมผมจะไม่รู้

 

“ครับ รับทราบครับ” ผมตอบแม่ที่ยังนั่งเขียนหนังสืออยู่ ผมเดินออกมาโดยที่ไม่ลืมปิดประตูห้องให้กับแม่ เมื่อไหร่จะเปิดเทอมนี่เป็นคำถามแรกที่ผุดในหัวของผมหลังจากคุยกับแม่เสร็จ แค่วันแรกยังน่าเบื่อขนาดนี้แล้ววันต่อไปที่ผมต้องใช้ชีวิตแบบเดิมๆจะน่าเบื่อขนาดไหน ผมใช้มือเขี่ยเนื้อสดๆในจานที่แม่วางไว้ เป็นแค่หมาแต่กินหรูจังนะ ผมคว้าถ้วยในตู้ออกมาแล้วเติมน้ำใส่จนเต็ม มืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็หยิบจานที่เต็มไปด้วยเนื้อขึ้นมาก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูหลังบ้าน ผมพยายามใช้ศอกหมุนลูกบิดเพื่อเปิดประตู ถ้ารู้ว่ามันลำบากขนาดนี้ผมเดินมาเปิดประตูก่อนแล้วค่อยถือจานมายังดีกว่าอีก ในที่สุดความพยายามของผมก็ประสบความสำเร็จผมทำตามที่แม่บอกอย่างเคร่งครัด แต่จู่ๆผมกลับนึกสนุกขึ้นมาได้ ผมเองก็อยากจะเห็นหน้าตาของเจ้าหมาป่าตัวนี้ว่าจะเป็นหมาพันธุ์อะไร หมาใน บุชด็อก หรือว่าโคโยตี้ ผมเปิดประตูออกให้พอเห็นจานข้าวแล้วแอบมองอยู่แบบนั้น จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนเกือบจะห้าทุ่มแล้วแต่ก็ยังคงไร้วี่แววของเจ้าหมาป่า ผมเกือบจะถอดใจแล้วหากไม่ได้ยินเสียงเห่าหอนที่กึกก้องไปทั่วทั้งป่า มันกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พุ่มไม้ที่สั่นไหวก่อนจะแหวกออกเพราะสุนัขตัวโต มันตัวใหญ่มาก มากจนผมรู้สึกว่าเนื้อที่แม่เตรียมไว้อาจจะทำให้มันไม่อิ่มก็ได้ รูปร่างและหน้าตาของมันดูคล้ายคลึงกับสุนัขของตระกูลสตาร์คในGame of thronesนวนิยายแฟนตาซีระดับสูงของGeorge Raymond Richard Martinที่ผมชอบอ่านตั้งแต่เด็กๆ แต่ขนาดของเจ้าสุนัขตรงหน้าอาจจะดูใหญ่กว่านิดหน่อย มันเดินด้วยท่วงท่าที่สง่างามตรงมายังจานที่เต็มไปด้วยเนื้อ ผมและสุนัขตรงหน้าห่างกันเพียงแค่ประตูกั้น ผมพยายามกลั้นหายใจเพื่อไม่ให้มันรู้ตัว แต่เพราะสัญชาตญาณของสัตว์ป่าที่ขึ้นชื่อเรื่องจมูกดีทำให้ผมและมันได้สบตากัน ผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ลอดผ่านช่องประตูเข้ามาของเจ้าสุนัขตรงหน้า มันถอยหลังไปสามก้าวแล้ววิ่งหายเข้าไปในป่า ผมปิดประตูลงแล้วหอบหายใจอยู่ตรงนั้น ใจเต้นแรงเป็นบ้า แต่อย่าพึ่งคิดว่าผมตกหลุมรักหมาป่าตัวนั้นนะ ผมแค่กลัวมากจนหัวใจทำงานหนักเท่านั้นเอง ผมลุกขึ้นโดยที่ขาของผมมันสั่นนิดๆ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นหมาตัวใหญ่เท่านี้มาก่อนเลย ผมรีบเดินขึ้นบันไดเพราะความกลัว อยากให้แม่มาเห็นเจ้าหมาตัวนั้นจังเผื่อแม่จะคิดได้ว่าควรย้ายออกจากที่นี่ ผมเปิดประตูห้องของตัวเองแล้วล็อคมันราวกับกลัวว่าเจ้าหมานั่นมันจะเปิดประตูเข้ามากินผมทั้งๆที่มันก็แค่หมาธรรมดาที่ตัวใหญ่กว่าปกติ แล้วมันจะเปิดประตูได้ยังไงกันเล่า พอคิดแบบนี้ก็อยากเอามือตีหัวตัวเองโทษฐานที่กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง ผมวางหัวตัวเองลงบนหมอนอีกครั้ง พยายามจะหลับตาลงแต่ในหัวกลับมีแต่ภาพของหมาตัวนั้นไหลเข้ามาอย่างไม่จบสิ้น ผมตัดสินใจลุกไปหยิบยาแก้แพ้ในกระเป๋าที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงมากิน ระหว่างรอยาทำหน้าที่ของมันผมก็หยิบไดอารี่เล่มเดียวกันกับตอนหัวค่ำขึ้นมาอ่าน  หน้าของวันที่25ที่ผมยังอ่านไม่จบกล่าวถึงลักษณะของหมาป่าที่เด็กสาวตกหลุมรักมันช่างคล้ายคลึงกับเจ้าตัวที่ผมเจอจนผมเผลอคิดว่ามันอาจจะเป็นตัวเดียวกัน แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อหมาป่าน่ะอายุขัยอย่างมากก็แค่8ปีเท่านั้นแหละ ผมเคยบอกไปแล้วนี่

ก่อนเข้านอน ฉันมาลองคิดเล่นๆดูหากวันนึงเขากลายเป็นคนขึ้นมา เขาจะเป็นแบบไหนกันนะ


ก็คงจะเป็นมนุษย์มีขนไงล่ะครับคุณผู้หญิง คงไม่ใช่เจคอปแบบในหนังหรอก นี่ถ้าผู้หญิงคนนี้ได้ดูเรื่องทไวไลท์จะคลั่งขนาดไหนกันนะ คงไม่ใช่ว่าเอามีดไปจี้เบลล่า สวอนให้เลิกยุ่งกับเจคอปหรอกใช่มั้ย ผมเริ่มรู้สึกง่วงแล้วสิ ผมวางเจ้าไดอารี่เล่มยักษ์ไว้ข้างๆตัวแล้วหลับตาลง ผมหลับตาลงได้ไม่นานก็มีเสียงหอนที่โหยหวนของหมาป่าดังไปทั่วทั้งบริเวณ ถ้าเป็นเวลาอื่นผมอาจจะลุกขึ้นมานั่งตรงมุมห้องแล้วขดตัวเพราะความกลัว แต่เพราะความง่วงที่เกิดจากฤทธิ์ยาทำให้ผมไม่แรงจะเปิดเปลือกตาขึ้นได้แล้ว จะถือว่าเสียงนี้เป็นเสียงเพลงที่แม่เปิดกล่อมผมให้หลับก็แล้วกัน


___________________


 

B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #18 nnchan (@nnchan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 15:00
    ชอบแนวนี้มากๆเลยค่ะ งื้ออออติดตามนะคะ
    #18
    0
  2. #17 CBKDMINT (@CBKDMINT) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 21:05
    น่าติดตามมากค่ะ ตอนเเรกเราเดาว่าเด็กผู้ชายคือโน่เเค่พอบอกว่าหมาป่าตัวใหญ่เเล้วก็เลยลองเปลี่ยนเป็นจวิ้นเเทน5555
    #17
    0
  3. #13 Wrn Js (@js-wrn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 01:25
    ภาษาและการบรรยายดีมากเลยค่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตามมากค่ะ
    #13
    0
  4. #7 ssILvEr__ (@Melina-K) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 20:10

    สนุกมากๆเลยค่ะ ฮื่ออ ชอบการบรรยาย จะติดตามนะคะ <3

    #7
    0
  5. #6 9000012 (@soft_exofans) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 22:55
    คำสวยมากๆเลยค่ะ แต่งดีมากๆๆๆๆ งือออ จะรอนะคะๆๆ รับมาต่อน้าาา
    #6
    0
  6. #4 สาวก NOREN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:01

    รีบๆมาอัพน้าาาาาา

    #4
    0
  7. #3 (@Wscheer) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 21:00

    ชอบมากๆเลยค่ะๆๆๆ ภาษาสวยมากๆๆ เนื้อเรื่องน่าสนใจดีค่ะ รอนะคะๆ

    #3
    0
  8. #2 scoob (@scoob) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 13:58
    ชอบมากเลยค่ะแงงง หมาป่าเจโน่แน่ๆเลยค่ะ 555 ขอแนะนำอะไรนิดนึงนะคะ เราว่าย่อหน้านึงมันเยอะและยาวก่อนไปอะค่ะ เราลายตา แต่ตอนนี้ก็ดีแล้วค่ะ สู้ๆนะคะ ^^
    #2
    0