Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 9 : เข้าสู่พื้นที่อาณาเขตส่วนกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    6 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

9. เข้าสู่พื้นที่อาณาเขตส่วนกลาง

                วันที่ 3 ของการเดินทาง ลิ่วล้อทั้ง 5 กลุ่ม ออกมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง วันนี้สถานการณ์ น่าจะตึงเครียดกว่าวันที่ 1-2 

วันนี้ ทุกคน เตรียมตัว งัดเอาเล่ห์เหลี่ยมที่ซุกซ่อนเอาไว้ ออกมาห้ำหันกัน อย่างไม่คิดชีวิต จะไม่ไว้หน้ากันอีกต่อไป

หยางสู่ ก้าวเดินหนักๆ ออกมา พร้อมกล่าวว่า

                “วันนี้ พวกเราจะเดินทางเป็นเพิ่มอีกเป็น 2 เท่า เข้าสู่อาณาเขตสี่ในห้าส่วน ของเขตรอบนอก”

แล้วกวาดสายตามองไปยัง กลุ่มของหลิวเหวิน หลี่เทียน และอวี่ซิน 

“พวกเจ้า จะต้องทิ้งคนเจ็บ ที่เป็นภาระ เอาไว้เบื้องหลัง ซึ่งข้าหยางสู่ จะเป็นคนเพื่อคอยดูแลเอง” 

แล้วหยางสู่ ก็กวาดสายตามอง มายังกลุ่มของเชียงจาง ก่อนจะออกคำสั่งว่า 

“เจ้าจงเลือก สมาชิกมาหนึ่งคน ให้คอยดูแลคนเจ็บ” 

เชียงจางหันมามองเฟยหลงเป็นคนแรก เฟยหลงส่ายหน้า มองต่อไปยังหลิวอัน หลิวอันก็ส่ายหน้า กล่าวว่า 

“ข้าจะอยู่ ดูแลศิษย์น้องเฟยหลง ต่อไป” 

เชียงจางจึงทอดสายตามองกวนหมิง ที่มีระดับพลังแค่ ระดับ 5 ขั้นปลาย เป็นคน อยู่ดูแล

                ตอนนี้ ก็พอจะสรุปได้ว่า กลุ่มของเชียงจาง มีสมาชิกเหลืออยู่เพียง ระดับ 7 อยู่ 3 คน ได้แก่ เชียงจาง หลี่จื่อ เผิงไฮ้ ระดับ 6 อีก 2 คน ได้แก่ หลู่ซือ เย่ฮาน  ระดับ 5 ขั้นปราย 1 คน คือ หลิวอัน และคนสุดท้ายเฟยหลง ผู้กำลังเก็บงำความสามารถเอาไว้

……………….

 

                “พวกเราออกเดินทาง กันต่อได้แล้ว” 

หยางสู่ออกคำสั่ง แล้วจึงสับเท้าถี่ๆ เดินนำคณะ สมาชิกหลักในสังกัด 10 คน เดินติดตามขนาบข้างซ้ายขวา ตามด้วย หลี่เทียน-สังกัดพรรคใต้หล้า และอวี่ซิน –พรรคเหนือตะวัน เดินขนาบข้างกันไป เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกันไป หากฝ่ายใดแอบชะล่าใจ อีกฝ่ายก็จะกระโจน เข้ากัดคอ ของอีกฝ่ายในทันที

สุดท้าย ก็เป็นกลุ่มของ หลิวเหวิน-สำนักดาบภูผา และม่านหลิว-สำนักเรือนศิลาฟ้า

และท้ายขบวน ก็คือ กลุ่มของเชียงจาง

……………

                เมื่อเดินทางมาครึ่งวัน ก็เดินทางมาได้สามในห้าส่วนของพื้นที่รอบนอก หยางสู่กล่าวว่า 

“ข้าจะให้ พวกเจ้าพักผ่อนกันครึ่งชั่วโมง แล้วพวกเราจะเร่งเดินทางกันต่อไป ซึ่งวันนี้ จะไม่มีการ ออกค้นหาสมุนไพรใดๆ ทั้งสิ้น พวกเราจะถึงพื้นที่ สี่ในห้าส่วนในเวลาพลบค่ำพอดี

พรุ่งนี้ พวกเราก็จะเดินทางเข้าไปในส่วนสุดท้ายของเขตรอบนอก ข้าจึงจะอนุญาต ให้พวกเจ้า ออกค้นหาสมุนไพรได้ อย่างอิสระ” 

ทั้งห้ากลุ่มไม่มีใครคิดจะโต้แย้งคำสั่ง เพราะทุกคน ต่างเหน็ดเหนื่อย การเอ่ยปาก อาจจะทำให้สูญเสียพลังงานได้

                หลิวอันกล่าวว่า

“ศิษย์น้องเจ้าเหนื่อยหรือไม่”

เฟยหลงส่ายหน้า หลิวอันกำลังดื่มน้ำอึกๆ กล่าวว่า 

“เจ้าดื่มน้ำแยะๆ พวกเราต้องเดินทางกันอีกไกล”

หลิวอันยื่นกระบอกน้ำให้ยิ้มๆ เผิงไฮ้เอง ก็จ้องมองเฟยหลง อย่างสำนึกถึงบุญคุณ ที่ช่วยชีวิตเอาไว้เมื่อวาน เผิงไฮ้เป็นคนคิดมาก และไม่เคย แสดงความอ่อนแอให้ใครได้เห็น แต่เมื่อวานเขาถึง กับเป็นลมสลบไป เพราะความหวาดกลัวที่สุดในชีวิต จึงรู้สึกเสียหน้า ต่อทุกๆ คน ในกลุ่ม

วันนี้ จึงหน้าม่อย เศร้าๆ และเงียบๆ ไป ส่วนเชียงจางช่วงนี้ การตัดสินใจ ไม่ได้เต็มร้อยเหมือนเดิม หลี่จื่อจึงขนาบข้าง คอยให้คำปรึกษา อยู่ตลอดทาง 

เฟยหลงคิดว่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป กลุ่มของเขา คงไม่สามารถผ่านไปยัง อาณาเขตส่วนกลางได้แน่ โดยไม่ต้องคิดถึงอาณาเขตส่วนในเลยด้วยซ้ำ

เฟยหลงนั่งดื่มน้ำ และถอดทอนใจ

                “ได้เวลา เดินทางต่อแล้ว” 

หยางสู่ออกคำสั่งอีกครั้ง แล้วพวกเขาก็มุ่งเดินทางสู่พื้นที่ สี่ในห้าส่วนต่อไป จวบจนเวลาพลบค่ำก็มาถึง ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ทุกคนจึงตั้งกระโจมอย่างง่าย พร้อมล้มตัวลงพักผ่อน การวางค่ายพักแรม ยังคงว่างเอาไว้เช่นเดิม อย่างเช่นสองวันก่อน 

เมื่อตั้งกระโจมเสร็จเรียบร้อยแล้ว หยางสู่ก็นั่งเด่น อยู่บนก้อนหินใหญ่ๆ ก้อนหนึ่ง ล้อมรอบด้วยสมาชิก อันเป็นลิ่วล้อทั้ง 5 กลุ่ม 

หยางสู่ยกมือขึ้น นวดเฟ้นหว่างคิด กล่าวว่า

                “พื้นที่ สี่ในห้าส่วน คืออาณาเขตของค้างคาววิญญาณระดับ 4 พวกมันจะจู่โจมกันเป็นฝูง ซึ่ง 1 ฝูง จะมีกัน 10 ตัว ขนาดของพวกมันจะใหญ่ เป็น 4 เท่า ของพื้นที่อาณาเขต 1 ใน 5 ส่วน นั้นแสดงว่า พวกมันจะมีขนาด เป็นหนึ่งในสามส่วน ของพวกเรา หรือมีขนาดเท่ากันกับเด็กอายุ 5 ขวบ 

ส่วนพื้นที่ส่วนสุดท้าย ส่วนที่ 5 มันจะมีขนาดเป็นครึ่งหนึ่ง ของพวกเรา หรือเท่ากันกับเด็ก 8 ขวบ 

ส่วนพื้นที่ส่วนกลาง จะแบ่งเป็นสองเขต คือ เขตนอก และเขตใน ค้างคาวจะมีเท่ากันกับ ปลายคางของพวกเรา หรือเท่ากันกับนาง” 

หยางสู่ชี้นิ้วตรงไปยังม่านหลิว 

“ส่วนเขตสุดท้าย คือเขตชั้นใน หรือบนยอดเขา มันมีขนาดเท่ากันกับเจ้า” 

หยางสู่ชี้ตรงมายังเชียงจาง

                “คืนนี้ ก็นับว่ายังไม่มีอันตรายใดๆ ให้ต้องกังวล ยังคงจัดเวรยามเช่นเดิม วันนี้ทุกคนจง พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เราจะเข้าสู่ส่วนที่ห้า ใครมีข้อสงสัยอะไร ก็ให้กล่าวออกมา” 

หยางสู่กวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่มีใครปริปาก จึงลุกขึ้น และเดินเข้ากระโจมไป

                ค่ำคืนนี้ ก็ผ่านไปอย่างสงบเช่นเดิม 

……………

เฟยหลงคิดว่า ความน่ากลัวจริงๆ รอคอยทุกคนอยู่ ในอาณาเขตส่วนกลาง และบนยอดเขา

ในสามวันนี้ เฟยหลงไม่ได้เดินทางเข้าป่า มาอย่างเปล่าประโยชน์ เขาได้ สร้างเปิดทำลาย ประตูที่ 8 ของวิชาพฤกษาวงกตเพลิง ได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว พลังยุทธ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย พลังจิตวิญญาณก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 

และสุดท้าย ความหวังของเฟยหลง ก็เป็นความจริง รางวัลที่ได้รับ จากการเปิดประตูที่แปด ก็คือ วิชากระบี่รากวิญญาณพฤกษา

วิชากระบี่นี้ มีเพียงแค่กระบวนท่าเดียว และไม่ได้ฝึกยากเย็นเหมือนกันกลับวิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ หรืออีกชื่อหนึ่งคือกระบี่เก้าโลหิตค้างคาว ซึ่งเป็นวิชาดัดแปลง นำมาให้ศิษย์ของโรงหมอกระบี่เก้าค้างคาวได้ฝึกฝน แม้จะแสดงพลังออกมาได้เพียงครึ่งเดียวก็ตาม

                เฟยหลงคิดว่า หากรวม สองวิชากระบี่ เข้าด้วยกัน เขาคิดว่า จะสามารถ เปิดทำลาย ประตูกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ประตูแรกได้

                เมื่อถึงตอนนั้น คนที่มีพลังยุทธ์ต่ำกว่า ขั้นหล่อหลอม ก็อาจจะไม่ใช้คู่มือของเขาอีก แม้คนๆ นั้น จะมีพรสวรรค์ต่อต้านสวรรค์มากมายเพียงใดก็ตาม

                เฟยหลงจึงใช้เวลา อันมีค่านี้ ฝึกฝนวิชากระบี่รากวิญญาณพฤกษา อย่างไม่ได้หลับนอนพักผ่อน แต่เวลาก็ยังน้อยเกินไป 

จนยามเช้าของวันใหม่ ก็มาเยือนอีกครั้ง แม้เพลงกระบี่นี้ จะมีเพียงกระบวนท่าเดียว เฟยหลงก็ยังคงฝึกได้เพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น

...................

                หยางสู่ยืนอยู่อย่างโดดเด่นอีกครั้ง พร้อมกล่าวว่า 

“ระหว่างทาง พวกเราอาจจะปะทะ กับฝูงค้างคาว บ้างประปราย จงดูแลตัวเองให้ดีด้วย และค้างคาวที่ถูกฆ่า ใครเป็นคนฆ่า คนนั้น ย่อมได้เป็นเจ้าของ ข้าขอย่ำว่า คนที่ฆ่าจะได้เป็นเจ้าของ” 

หยางสู่มองตรงไปยังหลี่เทียน พร้อมกล่าวว่า 

“ข้าไม่ต้องการ ให้เจ้าละเมิดกฎของข้าอีก เจ้าอย่าได้แย้งชิง ภายใต้คำสั่งของข้า ข้าไม่ถือสา หากพวกเจ้าจะแย้งชิงกัน เมื่อไม่ได้อยู่ ภายใต้สายตาของข้า เจ้าเข้าใจหรือไม่ หลี่เทียน” 

ชายผู้หยิ่งยโส และกดขี้ข่มเหง คนอื่น เพาะสร้างศัตรู โดยไม่แกร่งใจต่อฟ้าดิน ได้แต่พยักหน้าตอบรับ

                “ออกเดินทางได้”

การจัดรูปขบวน ยังคงเป็นเหมือนเมื่อวาน กลุ่มของเชียงจาง ยังคงเดินปิดท้ายขบวนอยู่เช่นเดิม หลิวอันกล่าวว่า 

“เจ้าเดินอยู่ด้านหน้า ข้าจะเดินปิดท้ายแถว คุ้มครองเจ้า จากด้านหลังเอง” 

เฟยหลงยิ้มๆ และทำตามคำสั่งของหลิวอัน ม่านหลิวมองเฟยหลง และหลิวอันแปลกๆ เพราะนางลงความเห็นอย่างมั่นเหมาะแล้วว่า ในกลุ่มของเชียงจาง คนที่มีพลังแข็งแกร่งมากที่สุด จะต้องเป็นเฟยหลง แต่เมื่อยามใด หลิวอันบอกว่าจะคอยปกป้อง คุ้มครองเฟยหลง นางจะจ้อง และแสดงสีหน้าประหลาดใจ

                “เจ้ามองอะไร”

หลิวเหวิน ถามขึ้น 

ม่านหลิวหันไปมองคนถาม กล่าวว่า 

“เจ้าคิดว่ากลุ่มนั้น ใครแข็งแกร่งที่สุด” 

หลิวเหวิน มองสำรวจบุคคลทั้งเจ็ด กล่าวว่า 

“เจ้าคนเดินนำขบวน นับว่ามีความสามารถ แต่เจ้าคนที่อยู่ด้านขวา ข้าจำชื่อไม่ได้ ก็ไม่นับว่าเลวนัก ส่วนเจ้าคนที่อยู่ด้านซ้าย น่าจะชื่อว่าหลี่จื่อ ทั้งสามคนนี้ หลี่จื่อน่าจะแข็งแกร่งที่สุด” 

ม่านหลิวส่ายหน้า มุมปากหยักขึ้น กล่าวว่า 

“ข้าขอเตือนเจ้า ด้วยความหวังดี เจ้าไม่ควรจะเพาะสร้าง ความแค้นกับพวกเขา” 

แล้วม่านหลิว ก็ก้าวเดินเร็วขึ้น ไม่ได้สนใจจะสนทนากับหลิวเหวิน อีก เสียงรำพึงดังขึ้น 

“สตรีนางนี้ คงจะกินอะไรผิดมา ข้าไม่ได้ตอบอะไรผิด ไปสักหน่อย” 

เพื่อความแน่ใจ จึงได้หันไปมอง กลุ่มของเชียงจางอีกครั้ง สำรวจด้วยความมั่นใจ เมื่อมั่นใจจริงๆ แล้วว่าไม่ผิดพลาด จึงแล้วสะบัดแขนเสื้อ เดินขึ้นนำขบวนต่อไป

                ..............

                เฟยหลง เอี้ยวตัวกลับไปมอง หลิวอันอยู่ตลอดการเดินทาง ในขบวน นับว่าหลิวอัน มีพลังอ่อนด้อยที่สุด หลิวอันเดินลากขา เอาฝ่ามือปาดเหงื่อที่หน้าผาก อยู่บ่อยครั้ง เฟยหลงมักจะชะลอฝีเท้า รอคอยหลิวอันอยู่เสมอ ตอนนี้ จึงทิ้งห่างจากคณะเดินทาง อยู่ไกลพอสมควร

จนสุดท้าย ก็มองไม่เห็น เงาหลังของขบวนอีก เชียงจางร้อนใจจนร่างสั่นเทิ้ม เดินล้ำหน้าออกไปค้อมตัว คารวะหยางสู่กล่าวว่า

                “ท่านผู้อาวุโส พวกเราหยุดพักสักครู่ ได้หรือไม่” 

หยางสู่ย่อมรับรู้ว่า มันเกิดอะไรขึ้น สีหน้ายังคงขึงขัง อยู่เช่นเดิม กล่าวว่า 

“คนที่ไร้ความสามารถ ก็ไร้ประโยชน์สำหรับข้า เมื่อครั้งเจ้า เข้ามาสมัครร่วมคณะกับข้า เจ้ากล่าวกับข้าว่า จะไม่ทำตัวเป็นภาระ กับคณะเดินทางของข้า อย่างเด็ดขาด ข้าหยางสู่ ให้ความสำคัญ กับคำพูดมากที่สุด”

แล้วจึงเดินนำขบวนต่อไป อย่างไม่แยแส ไม่เหลียวหลังกลับมามองอีก 

ทันใดนั้น หยางสู่ก็ตะเบ็งเสียงขึ้นว่า 

“ข้างหน้ามีฝูงค้างคาวจำนวน 1 ฝูง หลี่เทียน ข้าจะให้โอกาสเจ้าก่อน เป็นคนแรก ไปจัดการพวกมันซะ” 

หลี่เทียนแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ ฝูงค้างค้าวเมื่อกล้าจู่โจมคณะเดินทาง ที่มีพลังยุทธ์เหนือกว่า ก็ไม่แตกต่างจาก เงินก้อนขาวๆ ที่บินเข้ามาวางอยู่ ภายในกระเป๋า อย่างไม่ได้คาดฝัน 

กลุ่มของหลี่เทียนจึงพุ่งตัวออกไปโจมตี ฝูงค้างคาวในทันที มีจำนวนครึ่งหนึ่ง ถือคันธนูน้าวจนสุดแขน ยิงออกไปอย่างไม่พลาดเป้า ไม่นานฝูงค้างคาวนับสิบๆ ตัว ก็จบชีวิตลง 

หลี่เทียนจึงสั่ง ลูกสมุนเก็บ ทั้ง 10 ตัว เอาไว้ภายในแหวนมิติ รอเวลาชำแหละ เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง

“เพียงแค่ ฝูงค้างคาวระดับ 4 สิบตัว เจ้าถึงกับดีอกดีใจจนเนื้อเต้น พรรคใต้หล้า คงเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างอดๆ ยากๆ ใช่หรือไม่”

สมาชิกผู้ติดตามอวี่ซิน ต่างพากันหัวเราะออกมาคลื่นใหญ่ บ้างคน แสร้งเอาฝ่ามือปิดปาก กลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ หลี่เทียน ใบหน้าแดงกล่ำ กำลังจะระเบิดอารมณ์ 

หยางสู่ยกฝ่ามือขึ้นสะบัดพึ่บพั่บ ออกห้ามทัพ

“ยัยแก่อวี่ซิน หลายวันนี้ ข้าไม่ได้ตอแยเจ้า แต่เจ้ากับกล้าตอแยข้าซึ่งๆ หน้า ข้าหลี่เทียน รู้จักหนักเบา เจ้ารอคอยการตอบโต้กลับ จากข้าได้เลย” 

แล้วสะบัดแขนเสื้อ กลับเข้านำขบวน

หยางสู่กวาดตาของทุกคน และทอดสายตา มองลงไปยังที่ห่างไกล ปรากฏเงาร่างของ เฟยหลง และหลิวอัน กำลังติดตามขึ้นมา ใกล้จะเดินตามพวกเขาทันแล้ว 

หยางสู่ปั้นหน้าเหยียดหยาบ

“เด็กไร้ประโยชน์ ก็ปล่อยให้มันเป็นอาหารค้างคาว อยู่บนภูเขาลูกนี้นั้นล่ะดี พวกเราเดินทางต่อ” 

เชียงจางทนไม่ไหวอีกต่อไป กล่าวว่า 

“ท่านผู้อาวุโส พวกเราพี่น้อง ผู้ผันกันไม่ต่างจากพี่น้องแท้ๆ ข้าขอสัญญาว่า จะติดตามท่านไปให้ทัน ขอให้ผู้อาวุโสเดินทางล่วงหน้าไปก่อน” 

เชียงจางคารวะ ด้วยความเคารพ

หยางสู่ จริงๆ แล้ว ก็ไม่ได้ให้ค่าราคาใดๆ กับกลุ่มของเชียงจางเลย จะมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ไม่ได้กระทบต่อความสามารถโดยรวม ของคณะเดินทางแต่อย่างใด จึงกล่าวว่า 

“ตามแต่ใจของเจ้า อาณาเขตนี้ ไม่ได้มีแต่ค้างคาวระดับ 4 แม้แต่ระดับ 5 ก็มีเป็นจำนวนมากมาย ขอให้กลุ่มของพวกเจ้าจงรักษาชีวิตเอาไว้ให้ดี แล้วตามข้าไปให้ทัน” 

หลี่เทียนกล่าวอย่างดูถูกดูแคลน ต่อว่า 

“ข้าว่าพวกมัน คงเหลือแต่โครงกระดูก เมื่อพบกันอีกครั้ง” 

อวี่ซินได้ที่ตะล่อมถามว่า

“เจ้าหนูเชียงจาง สมุนไพรระดับสูงในมือเจ้า ขายให้ข้า ในตอนนี้ ได้เลยได้ไม่” 

เชียงจางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน กล่าวว่า 

“หากท่านผู้อาวุโสต้องการ ข้ายินดีจะขายให้” 

เชียงจางนำสมุนไพรออกมาจากแหวนมิติทั้งหมด และยืนส่งให้ อวี่ซินโยนถุงใส่เงินให้ โดยไม่จำเป็นต้องนับเชียงจางก็ยื่นส่งให้ เผิงไฮ้เป็นคนเก็บรักษาเอาไว้ แล้วค้อมตัวลงคารวะอวี่ซิน แล้วหันหลังเดินจากไป

“พวกเรา เดินทางกันต่อ” หยางสู่ออกคำสั่ง

.......................

แล้วกลุ่มของเชียงจาง ก็ถูกทิ้งเอาไว้กลางป่า พร้อมฝูงค้างคาวระดับ 5 อีกจำนวนมาก ไม่นาน เฟยหลง หลิวอัน ก็เข้ามารวมกลุ่ม หลิวอันกล่าวว่า 

“ศิษย์พี่ ข้าขอโทษด้วย มันเป็นความผิดของข้าเอง ข้าพลังยุทธ์ต่ำต้อย ทำให้เป็นภาระของพวกท่าน” 

หลิวอันหน้าม่อยคอตก เชียงจางส่ายหน้ากล่าวว่า 

“ช่างมันเถอะ ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน ข้ากลับรู้สึกว่า อยู่ภายใต้อันตรายของฝูงค้างคาว ยังจะรู้สึกปลอดภัยกว่าอยู่ร่วมกันกับ คณะเดินทางนั้น เสียอีก” 

หลิวอันพยักหน้ากล่าวว่า

“จริงด้วย วันก่อนเจ้าหลี่เทียนนั้น ก็จงใจจะฆ่าศิษย์พี่เผิงไฮ้ มันช่างสารเลวจริงๆ” 

เผิงไฮ้ กล่าวว่า “เมื่อข้ามีพลังมากกว่านี้ ข้าจะกลับมาฆ่ามัน ให้ได้” 

หลี่จื่อ ถามว่า “ตอนนี้ พวกเราควรทำยังไงดี”

“เป็นความผิดของข้าเอง ที่พาพวกเจ้ามาลำบาก พวกเราไม่อาจจะหนี้ ลงเขาไปก่อนได้ เพราะข้าได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับหยางสู่แล้ว จนกว่าจะครบสามวัน ก่อนที่จะเข้าสู่เส้นแบ่งอาณาเขตส่วนกลาง พวกเราไม่สามารถตระบัดสัตย์ ผิดคำพูดได้ เพราะต่อไป พวกเราอาจจะไม่สามารถยึดอาชีพ เป็นผู้ติดตามของใครได้อีก” 

หลิวอันกล่าวว่า “หากพวกเราเจอกับฝูงค้างคาว จะทำยังไง” 

เชียงจาง หลี่จื่อ เผิงไฮ้ เฟยหลง หลู่ซือ เย่ฮาน มองหน้ากันไปมา เผิงไฮ้กล่าวว่า 

“พวกมันเป็นแค่ ค้างคาวระดับ 5 ข้าสามารถสู้กับมันได้ 5 ตัว โดยไม่แพ้” 

หลี่จื่อกล่าวว่า “ข้าสู้ได้ 6 ตัว โดยไม่แพ้”

เชียงจางกล่าวว่า “ข้าสู้ได้ 5 ตัว หรืออาจจะหกตัว โดยไม่แพ้”

หลิวอันกล่าวว่า “ข้าสู้ได้ 2 ตัว โดยไม่แพ้”

หลู่ซือ และเย่ฮาน กล่าวว่า “ข้าสู้ได้ 3 ตัว โดยไม่แพ้” ดั้งนั้นสองคนรวมกันจึงเป็น 6 ตัว

ส่วนเฟยหลงกล่าวว่า “ข้าสู้ได้ 10 ตัว โดยไม่แพ้” 

ทุกคนเมื่อได้ยิน ต่างหัวเราะกันคลื่นใหญ่ เห็นเป็นเรื่องสนุกสนาน คิดว่าเฟยหลง กำลังแอบปล่อยมุกออกมา ทำให้ทุกคนได้รู้สึกดีขึ้น และมันก็เรียกสีหน้าอันเคร่งเครียดของทุกคน ให้ดีขึ้น มาได้จริงๆ

“เช่นนั้น พวกเราก็สามารถต่อสู้ กับฝูงค้างคาวได้ 3 ฝูง โดยไม่แพ้ พวกเราออกเดินทาง กันต่อเถอะ” 

เชียงจางออกคำสั่ง

สิ่งที่น่าแปลกก็คือ ระหว่างทาง พวกเขาไม่พบเจอกับฝูงค้างคาวเลยสักตัว เฟยหลงมีประสาทสัมผัสดีกว่า ทุกๆ คนในกลุ่ม เขาสัมผัสได้ถึงฝูงค้างคาวจำนวนมาก ที่พร้อมจะพุ่งเข้ามาจู่โจม แต่พอเข้ามาภายในรัศมี 500 เมตร พวกมันก็รีบพากันถอยร้นไป 

เฟยหลง จึงลองสำรวจปฏิกิริยาของสายโลหิตกิเลน ภายในร่างกายของเขา เมื่อฝูงค้างคาว เข้ามาอยู่ภายในรัศมี 500 เมตร สายโลหิตกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ก็จะมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับตอนที่เขา จับจ้องมองม่านหลิว มันทำให้นางรู้สึกหวาดกลัว 

เฟยหลงคิดว่า สายโลหิตกิเลน มันเริ่มจะเป็นรูปเป็นร่าง เริ่มย้อนทวนสายเลือดดังเดิมแห่งบรรพชน จึงทำให้ฝูงค้างคาววิญญาณรู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้เขาอีก 

แตกต่างจากตอนที่ เขานอนสลบอยู่หน้าโรงหมอกระบี่เก้าค้างคาว อย่างสิ้นเชิง ในวันนั้น เขาเกือบจะถูกฝูงค้างคาวกินเป็นอาหาร หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากจี้หงหลิง เสียก่อน

แต่ตอนนี้ เมื่อเขาฝึกฝนวิชากิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ฝูงค้างคาวเหล่านี้ แม้แต่ระยะ 500 เมตร ก็ยังไม่กล้าเข้ามาใกล้เขา

เมื่อรู้เช่นนั้น พอมีฝูงค้างคาวกลุ่มใหม่ เข้ามาใกล้ เฟยหลงก็จะใช้วิชาวิชากิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นวิชาหลักของเส้นชีพจรคู่ที่สอง แผ่จิตสังหารออกไป 

ดังนั้นการเดินทางในวันนี้ จึงไม่เกิดอันตรายใดๆ ขึ้นกับกลุ่มของเชียงจางเลย แถมระหว่างเดินทาง ยังเก็บเกี่ยวสมุนไพรวิญญาณระดับสูง ได้อีกเป็นจำนวนมาก

คนที่ตะโกนออกมาบ่อยครั้งที่สุด ก็คือหลิวอัน 

“ศิษย์พี่ ข้าพบสมุนไพรฟ้าเคียงเดือนระดับสูง อีกแล้ว”

และอีกไม่นานตะโกนว่า “ข้ารวยแล้ว นี้มีอยู่ตั้งห้าต้น” 

พวกเขาเก็บเกี่ยวสมุนไพรจนลืมเวลา แต่คนที่มีสติสัมปชัญญะอยู่โดยตลอดเวลา คือเฟยหลง เขาจึงกล่าวว่า นี้ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้ว พวกเรา ตั้งกระโจมพักแรมกันยังที่แห่งนี้ กันเลยดีหรือไม่” 

เชียงจางผู้ไม่ยินย่อมผิดคำพูด กล่าวว่า 

“เราน่าจะติดตามกลุ่มของหยางสู่ทัน หากรีบเร่งเดินทาง พวกเราอดทนกันอีกสักนิดเถอะ” 

เชียงจางกล่าวอธิบาย ทุกคนแม้จะรู้สึกเสียดาย กับสวนป่าสมุนไพรรอบๆ แต่เมื่อเวลาไม่เช้าแล้ว จึงเร่งเดินทางต่อไป แล้วสุดท้าย ก็ตามมาสมทบ กับคณะเดินทางของหยางสู่ทัน จริงๆ 

ในเวลา ก็ย่างเข้าสู่ช่วงพลบค่ำพอดี

…………..

คณะของหยางสู่ มองกลุ่มของเชียงจาง อย่างกับมองเห็นผี คนที่เอ่ยปากเป็นคนแรก ยังคงเป็นหลี่เทียน 

“พวกเจ้าโชคดี หรือฝูงค้าวคางมันตาบอดกันแน่ ถึงปล่อยพวกเจ้ารอดชีวิตมาได้” 

“นี้คงต้องขอขอบคุณสวรรค์มีตา เห็นพวกเราพี่น้องลำบาก จึงยื่นมือเข้าช่วย” 

หลิวอันปั้นหน้าตอบอย่างขึงขัง ตอบคำถามกลับไปอย่างไร้ยางอายเช่นกัน

“ข้าเชียงจาง เป็นคนรักษาคำพูด เมื่อรับปากแล้วว่าจะกลับมา ข้าก็ย่อมจะกลับมา และเมื่อท่านผู้อาวุโสเดินทางเข้าสู่เขตชั้นกลาง ข้าและพี่น้อง คงต้องขอแยกเดินทาง จากไปเพียงลำพัง ขอให้ท่านผู้อาวุโสทุกท่าน โปรดเข้าใจในความลำบากใจ ของพวกเราพี่น้องด้วย”

หยางสู่กล่าวเสียงเฉื่อยชาว่า

“มีหรือไม่มี พวกเจ้าอยู่ คณะเดินทางของข้า ก็ไม่ได้รับผลกระทบอันใดๆ หลังจากวันพรุ่งนี้ พวกเจ้าแยกทางไปได้ ข้าไม่คิดจะรั้งพวกเจ้าเอาไว้”

“ขอบคุณท่านผู้อาวุโส เราพี่น้องขออำลา” 

เชียงจางหันมาส่งสัญญาณ ทุกคนค้อมตัวลงคารวะ ด้วยความเคารพ หันหลังตรงไปยังพื้นที่ว่าง และตั้งกระโจมพักผ่อน

ภายหลังกลุ่มของเชียงจางจากไป หลี่เทียน กล่าวว่า 

“วันนี้ กลุ่มข้าเสียมือดีไปอีก 2 คน กลุ่มของยัยแก่อวี่ซิน ก็เสียไปอีก 2 คน กลุ่มของหลิวเหวินเสียไปถึง 3 คน มีเพียงกลุ่มของม่านหลิว สมาชิกยังอยู่กันครบ ท่านหัวหน้า ไม่คิดหรือว่า ตอนนี้ พวกเรายังจำเป็นต้องใช้คนอยู่หรอกหรือ พวกมันแม้มีพละกำลังบ่มเพาะกันน้อยนิด แต่ก็ยังสามารถใช้เป็นเหยื่อล้อ ฝูงค้างคาวได้”

หยางสู่กล่าวว่า 

“ข้าให้ความสำคัญกับคำพูดตัวเอง มาโดยตลอด หากวันนี้ ข้ากลืนน้ำลายตัวเอง พลิกลิ้นไปมา วันหน้ายังจะมีใครหน้าไหน มาเข้าร่วมกลุ่มกับข้าอีก”

“ท่านหัวหน้าคณะ ไม่จำเป็นต้องลำบากใจใดๆ เรื่องรั้งคน จงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” 

หลี่เทียนทำหน้าที่ประจบสอพลอได้ถูกเวลา หยางสู่กล่าวว่า 

“หากพวกมัน ตกลงใจ จะอยู่กันต่อเอง เช่นนั้น ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับข้าอีก” 

หยางสู่สะบัดแขนเสื้อ แล้วเดินจากไป

…………..

กลับมากล่าวถึง กลุ่มของเชียงจางอีกครั้ง...

ภายหลังจากตั้งกระโจมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เรียกเหล่าพี่น้อง มาเข้าร่วมประชุม เชียงจางกล่าวว่า

“พวกเจ้า มีความคิดเห็นอย่างไร”

เผิงไฮ้ กล่าวว่า 

“จากการสังเกตของข้า พวกเขาสูญเสียคนไป ไม่ต่ำกว่า 7 คน ส่วนบาดเจ็บนั้นไม่แน่ชัด แสดงว่าพวกเขาถูกโจมตี โดยฝูงค้างคาวฝูงใหญ่ มากๆ” 

หลี่จื่อ กล่าวว่า 

“หยางสู่ แม้จะเป็นคนรักษาคำพูด แต่จะต้องมีคน ไม่ต้องการให้พวกเราจากไป” 

หลิวอัน กล่าวว่า 

“หรือพวกมัน ก็ไม่กลัวตายกันด้วย ข้าคิดว่า เจ้าหลิวเหวิน อะไรนั้นล่ะ ยิ่งตัวดี มันเองก็ระมัดระวังตัว มันไม่คิดที่จะพาคนเข้าไปตาย ยังเขตชั้นกลางเช่นกัน” 

เชียงจาง กล่าวว่า 

“เจ้าหลิวเหวิน มันจะต้องลาก พวกเราลงบ่อโคลนเดียวกันมันแน่ๆ หากมันยืนกร้าน จะกลับลงเขาไป หยางสู่จะต้องคัดค้านแน่ๆ เจ้าหลิวเหวิน มันเป็นคนเห็นแก่ตัว หากมันไม่สามารถจากไปได้ มันก็คงไม่คิด จะให้พวกเราจากไปด้วยเช่นกัน”

เฟยหลงกล่าวว่า 

“เรามาถึงเส้นแบ่งอาณาเขตระหว่างอาณาเขตชั้นนอก และอาณาเขตชั้นกลางแล้ว พวกเราจะเดินหน้าหรือถอยหลังก็ต้องตายทั้งสิ้น 

หยางสู่ก็ไม่ใช่ตัวดีอันใด แม้มันจะบอกว่าปล่อยเราไป แล้วไม่คิดหรือว่า มันจะไม่ให้ลูกสมุนรอบสังหารพวกเรา การจัดส่งคน เพื่อจะติดตามไปส่งพวกเรา มันยังจะมีเรื่องดีๆ เช่นนี้เกิดอยู่จริงๆ หรือ 

มันเพียงใช้เป็นข้ออ้างเท่านั้น เพียงพวกมันกล่าวว่า พวกเราถูกฝูงค้างคาวโจมตี จะยังมีใครกล้า ออกหน้าค้นหาความจริงให้พวกเราบ้าง

ข้าคิดว่า เดินหน้าก็คือเส้นทางตาย ถอยหลังก็ ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเช่นกัน เช่นนั้น เราก็เกาะกลุ่มกับพวกเขาไปก่อน เมื่อมีโอกาส พวกเราก็ค่อยพากันหลบหนี้”

“ศิษย์น้องเฟยหลง กล่าวมีเหตุผล ไอ้เจ้าหยางสู่ มันยิ่งกำลังขาดคน มันคงไม่ใจดี ส่งใครลงเขาไป ให้เสียเวลาอันมีค่าของมันหรอก มันตั้งใจจะส่งคน ลงไปฆ่าพวกเราทิ้งมากกว่า สมุนไพรที่พวกเราหาได้ ก็จะตกเป็นของพวกมันทั้งหมด” 

หลิวอันกล่าวสนับสนุน ความคิดของเฟยหลง

เชียงจาง หลี่จื่อ เผิงไฮ้ เหงื่อแตกพลั่ก ไม่คิดว่าเรื่องราวจะยุ่งยาก เลวร้ายได้ถึงขั้นนี้

…………

                “วันนี้ การประชุมรอบกองไฟ คงได้มีเรื่องสนุกๆ เกิดขึ้นแน่ๆ” เย่ฮานกล่าวขึ้น

หลิวอันตบมือสนับสนุน กล่าวว่า 

“หากเจ้าหลิวเหวิน มันรู้ว่า เราจะยังอยู่ต่อ มันคงจะกระอักออกมาเป็นเลือด”

                “เรื่องนี้ จะให้ใครรู้ไม่ได้ พวกเรายังคงยืนกรานว่า จะยังต้องการจะจากไปเช่นเดิม” 

เฟยหลงให้คำแนะนำ

เชียงจางเป็นคนฉลาด ย่อมรับรู้ความตั้งใจของเฟยหลง กล่าวว่า 

“พวกมันคิดที่จะ ใช้พวกเราเป็นตัวเบี้ยในกระดาษหมาก คิดหยิบยื่นผลประโยชน์ให้กับพวกเรา ใช้พวกเราเป็นเหยื่อล้อฝูงค้างคาว เราจะคว้าโอกาสนี้ ใช้รีดไถ่ผลประโยชน์สักเล็กน้อย และเมื่อเกิดความชุลมุน พวกเราค่อยถือโอกาสพากันหลบหนี ใครมีความเห็นอื่นหรือไม่”

                “ศิษย์พี่กล่าวถูกต้อง”

หลิวอันกล่าวสนับสนุนอีกครั้ง ทุกคนผงกศีรษะรับ ดังนั้น ค่ำคืนนี้ พวกเขาจึงออกไปนั่งเสนอหน้า ล้อมรอบกองไฟเหมือนเช่นทุกวัน

ยกเว้นหัวหน้าคณะหยางสู่ ยังไม่ได้เสนอหน้าออกมา

......................

                การเปิดบทสนทนา ยังคงยกให้ หลี่เทียน-สังกัดพรรคใต้หล้า แน่นอนว่าบุคลิกเฉพาะตัว อาทิเช่น เสียงหัวเราะดังๆ ย่อมไม่สามารถละทิ้งไปได้ 

“วันนี้ ข้าหลี่เทียน มีสิ่งที่จะพูดกับพวกเจ้า พวกเราต่างติดตามคณะของหยางสู่มา ต่างก็มีความฝัน ย่อมต้องมีจุดประสงค์ สำหรับข้าหลี่เทียน ความต้องการ ย่อมเป็นสมุนไพรระดับนภา และผนึกแก่นธาตุทั้งห้า ไม้ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง ของค้างคาววิญญาณห้าธาตุ ข้าเชื่อว่า พวกเจ้าทุกคน ก็คงจะมีความคิดเห็น ไม่ได้แตกต่างไปจากข้า

ดังนั้น พวกเราต่างเดินทางมาจนถึง เส้นแบ่งอาณาเขต หนึ่งในสามส่วนแล้ว หากคิดจะถอยหลังกลับไปในตอนนี้ นับว่าน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง”

                เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ก็มีคนกล่าวแทรกขึ้นว่า 

“ผู้อาวุโส การสูญเสียชีวิต จากฝูงค้างคาว พวกเราย่อมสามารถจะย่อมรับได้ แต่การแย้งชิง จากกลุ่มที่มีพลังเหนือกว่า พวกเราย่อมไม่สามารถย่อมรับมันได้ ดังนั้น กลุ่มของพวกเรา จึงคิดว่าจะขอถอนตัว”

                หลิวเหวิน-สำนักดาบภูผา ตอบโต้กลับด้วยน้ำเสียงชิงชัง 

หลี่เทียนกล่าวว่า 

“ต่อไปนี้ จะไม่มีเรื่องแย้งชิงทรัพยากรใดๆ ระหว่างกลุ่มของพวกเราอีก หากมีใคร คิดฝ่าฝืน ข้าหลี่เทียน จะเป็นคนออกหน้า ลงมือสังหารมันเอง”

หลิวเหวินกล่าวต่อว่า

“ท่านผู้อาวุโส ต่างก็ทราบว่า กลุ่มของข้า สูญเสียสมาชิกไปเป็นจำนวนมากที่สุด และยังอ่อนแอมากที่สุด ข้าต้องการสมาชิกเพิ่มอีก 

หากผู้อาวุโสอนุญาต ข้าต้องการให้กลุ่มของเชียงจาง เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกชั่วคราว รับฟังคำสั่งโดยตรงจากข้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่เช่นนั้น แม้จะใช้เหตุผลใดๆ ข้าหลิวเหวิน ก็ไม่คิดที่จะ เข้าไปเสี่ยงอันตรายจากอาณาเขตส่วนกลาง เพิ่มได้อีกแล้ว”

                หลี่เทียนทอดสายตา มามองยังกลุ่มของเชียงจาง กล่าวว่า 

“เจ้าหนูเชียงจาง ข้ารู้ว่ากลุ่มของเจ้า มายังสถานที่แห่งนี้ด้วยจุดประสงค์สิ่งใด มันคือผนึกแก่นธาตุทอง ใช่หรือไม่ ข้าหลี่เทียน ข้อสัญญากับเจ้าว่า จะมอบแก่นธาตุทอง ให้พวกเจ้าจำนวน 3 ก้อน ส่วนสมุนไพรระดับนภา กลุ่มของพวกเจ้าค้นหาได้เท่าไหร่ ล้วนตกเป็นของพวกเจ้าเอง และยังจะได้รับค่าจ้าง ในการติดตามขบวน ในอัตราเดียวกันกับ กลุ่มของหลิวเหวิน พวกเจ้าเห็นสมควรว่า เป็นอย่างไร”

                เชียงจางแสร้งทำสีหน้าหนักใจ ก่อนจะกล่าวว่า 

“ข้าขอปรึกษา กับสมาชิกในกลุ่มก่อน ได้หรือไม่” 

หลี่เทียนพยักหน้า 

เชียงจางแสร้ง หันมามองทุกคน และพากันเดินเข้ากระโจม ถ่วงเวลาเอาไว้สิบห้านาที แล้วเดินออกมา กล่าวว่า 

                “พวกเราปรึกษากันแล้ว ต่างลงความเห็นว่า พวกเรายินดีจะเข้าสู่อาณาเขตส่วนกลาง แต่พวกเราต้องการแก่นธาตุทอง 5 ก้อน ค่าจ้างเป็นสองเท่า และพวกเรา ไม่ยินดีจะเข้าร่วมกลุ่มเดียวกันกับหลิวเหวิน ต่างคนต่างดูแลสมาชิกของกลุ่มตัวเองไปเช่นเดิม 

หากท่านผู้อาวุโสไม่เห็นด้วย พวกเราจึงต้องขอถอนตัว และพวกเราต้องการให้ท่านหัวหน้าคณะหยางสู่ ออกหน้ามาเป็นผู้รับรองเงื่อนไขนี้ ด้วยตัวท่านเอง 

และพวกเรา ยังต้องการค่าจ้างเป็นเงินมัดจำ ก่อนล่วงหน้าครึ่งหนึ่ง ก่อนจะออกเดินทาง”

…………….

                เสียงไม่พึงพอใจดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง

“หากกลุ่มของเชียงจาง ได้รับผลประโยชน์จำนวนมาก ตามที่เรียกร้อง กลุ่มของข้า ก็จะต้องได้รับมันด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้น ข้าและกลุ่มของม่านหลิว ย่อมรู้สึกว่า พวกท่านกำลังกดพวกเราให้ต่ำลง จนเทียบเท่ากับสวะชั้นต่ำ” 

หลิวเหวินท้วงติงขึ้น อีกครั้ง

                “หากพวกเจ้าทุกคน ยินย่อมเข้าไป ยังอาณาเขตส่วนกลาง ข้าหยางสู่ จะไม่เอาเปรียบพวกเจ้า ข้อตกลง กลุ่มของเชียงจาง ข้าจะไม่คัดค้าน และพวกเจ้า ก็จะได้ก็จะได้เพิ่มขึ้นอีก หนึ่งส่วน ข้าย่อมพิจารณาจากความสามารถ ของพวกเจ้าแต่ละกลุ่ม พวกเจ้าเห็นว่าเป็นอย่างไร”

                สุดท้ายหลิวเหวิน ก็ไม่กล้างัดข้อ ขัดแย้งกับหยางสู่ ก่อนจะกล่าวว่า 

“ขอบคุณท่านผู้อาวุโส พวกเราจะทำงานตามหน้าที่ อย่างดีที่สุด”

                เชียงจางกล่าวว่า

“ขอบคุณท่านหัวหน้าคณะ พวกเราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” 

คำกล่าวเหล่านี้ ก็ดังมาจากกลุ่มของม่านหลิวด้วย เช่นกัน 

ยกเว้นกลุ่มของ อวี่ซิน –พรรคเหนือตะวัน ที่ความตั้งใจเดิม ก็คิดจะเข้าไปเสี่ยงโชค ภายในอาณาเขตส่วนกลางอยู่ก่อนแล้ว

ส่วนกลุ่มของม่านหลิว นับว่ามีความคิดลึกซึ่งมากที่สุด นางย่อมอ่านสถานการณ์ออกแต่แรก หากกลุ่มของเชียงจาง หลิวเหวิน ถอนตัว นางเองก็คงคิดจะถอนตัว แต่ในขณะนี้ สองกลุ่มนี้ตัดสินใจเดินหน้าต่อ นางเองก็จำเป็นต้องกระทำเช่นเดียวกัน

                สุดท้ายราตรีอันมืดมิด ค่ำคืนนี้ ก็ผ่านพ้นไป อย่างรวดเร็ว นับว่าไว้เหมือนโกหก แสงอาทิตย์ยามเช้า ส่องแสงอ่อนละมุน ชี้นำทางของทุกคนอีกครั้ง

............................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น