Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 44 : เส้นทางบันทึกแดนสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    17 พ.ค. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

44. เส้นทางบันทึกแดนสวรรค์

เฟยหลงสะบัดมือป้ายสิทธิ์ แหวนมิติลอยเขามาอยู่กลางฝ่ามือ ก่อนจะสะบัดฝ่ามือ โยนทั้งสองชิ้นนี้ ให้กับหลิวอัน กล่าวว่า

“ดูดกลืนพลังปราณเทวะ แล้วสำรวจดูสิ่งของภายในแหวน”

หลิวอันปฏิบัติตามทันที ป้ายสิทธิ์ของหลิวอัน ปกติเป็นระดับมนุษย์ระดับต่ำ ยามนี้ถูกยกระดับเป็นขั้นขุนพล ทันที ส่วนสิ่งของภายในแหวน ภายหลังจากสำรวจมันแล้ว หลิวอันส่ายหน้า

“ไม่ได้มีสิ่งของๆ ข้าอยู่ภายในนี้เลย”

เฟยหลงจึงต้องหันไปกวาดสายตามอง ลู่เหยี่ยน อย่างพิจารณาให้ละเอียดอีกครั้ง

ลู่เหยี่ยน ร่างสูงโปร่ง ท่าทางจะเป็นคนมีปฏิภาณเลิศล้ำ มากกว่าเหมาหยวนจี้-โหย้ววู่หลาน สีหน้าเคร่งขรึม ระมัดระวังตัว อาจจะถึงขั้นขี้ระแวงเลยด้วยซ้ำ ดวงตายาวเรียว คาดเดาความคิดได้ยาก มือเรียวถือดาบยาวประมาณ 4 เชียะ สวมเสื้อแขนยาวพลิ้วลู่แนบโบกสะบัดไปตามสายลม นับว่า เหมาหยวนจี้-โหย้ววู่หลาน-ลู่เหยี่ยน จะมีลักษณะการแต่งกายคล้ายๆ กัน

“หากเจ้าคืนสิ่งของภายในแหวนมิติกลับมา ข้าสัญญาว่า จะลืมความขัดแย้งระหว่างพวกเรา หากไม่ยอมคืน ข้าเฟยหลงขอสัญญาว่า จะติดตามไล่ล่าเจ้าไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว”

ลู่เหยี่ยนแย้มมุมปากมากเล่ห์ ออกมากล่าวว่า

“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังมองหาสิ่งใดอยู่ และข้าก็รู้สึกจะถูกชะตากับมัน เป็นอย่างมาก”

เฟยหลงกัดฟันกรอดๆ เพียงแค่คำกล่าวนี้ ก็พอจะรู้แล้วว่า บุรุษผู้นี้ไม่คิดจะส่งของกลับคืนมา ด้วยบุคลิกอันมีลักษณนิสัยใจคอเช่นนี้ หากไม่ได้มีความมั่นใจจริงๆ ว่าจะต่อสู้ แล้วได้รับชัยชนะ ก็คงจะไม่ยินยอมวิ่งเข้าชนตรง

แน่นอนมันก็คือ ความคิดระวังภัย ซึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิดมา ของมนุษย์ปุถุชนทุกรูปนาม

“หากเจ้าแน่จริง ก็อย่าได้คิดหลบหนี มาต่อสู้กัน ให้รู้แพ้ รู้ชนะ”

เฟยหลงท่าทายอย่างดื้อด้าน แต่ลู่เหยียนเหยียบยิ้มกล่าวว่า

“ข้าเดินทางมายัง พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ ก็เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของข้า ทำไมข้าจึงจะต้องเอาชีวิต มาล้อเล่นกับเจ้าด้วย เจ้าคงอาจจะหลงลืมมันไปแล้วว่า สถานที่แห่งนี้ มันได้ถูกตั้งกฎ ให้ทุกคนต้องแย่งชิงกันตั้งแต่เริ่มแรกอยู่แล้ว ข้าแย่งชิงสิ่งของ มาจากพวกเจ้าได้ นั้นก็คือส่วนหนึ่งของ โชคชะตาวาสนาของข้า หากแน่จริงเจ้าก็เข้ามาแย่งชิงมันกลับคืนไป”

เฟลหลงต้องยอมรับว่า สิ่งที่ลู่เหยี่ยน เอ่ยออกมา มันไม่ผิดไปเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่แห่งนี้ ทุกทีล้วนแล้วแต่ ก็ไม่แตกต่าง เป็นเช่นเดียวกันทั้งหมด ต่างหนีคำว่า แย่งชิง ไปไม่ได้เลย

สิ่งของที่ถูกนำเข้ามา จากดินแดนภายนอก เมื่ออยู่ภายในดินแดนแห่งนี้ มันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ ไปในทันที ไม่อาจจะกล่าวอ้าง ข้างๆ คูๆ ได้ว่า มันเคยเป็นของตนเองมาก่อน

“เช่นนั้น ข้าจะแย่งชิงมันกลับคืนมา เจ้าเองก็จง พยายามวิ่งให้เร็วๆ อย่าให้ข้าตามจับได้ล่ะ”

เฟยหลงโคจงเคล็ดวิชากิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ อย่างไม่คิดจะเก็บออมมันอีกต่อไป เมื่อเขาสร้างเปิดทำลายประตูที่ 6 ได้แล้ว แก่นโลหิตกิเลน ภายในร่างกายก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้น อย่างผิดหูผิดตา มันแผ่กระจายรัศมีออกไป ทั่วทุกทิศทาง ทันใดนั้นเหนือศีรษะก็ปรากฏ ร่างเงาของสัตว์วิญญาณเทวะตัวน้อยขึ้นมา มันยังคงบุคลิกเกียจคร้าน เอาไว้อย่างเหนียวแน่น

มันอ้าปากหาวหวอดๆ มันหลิ่วตามามองเฟยหลง เหมือนมันจะเอ่ยถามว่า ไหนล่ะ อาหารของข้า

เฟยหลงหลับหูหลับตา ชี้นิ้วส่งไปยังซากศพสองร่าง ที่นอนแผ่หลาอยู่ตตรงมุมหนึ่งไม่ไกลนัก ท่านั่งเช่นเด็กทารกของมัน เปลี่ยนกลายเป็นก้าวเดินเตาะแตะสี่ขา ร่างกายอ้วนจ่ำม่ำ ช่างน่ารักน่าชัง ทำให้ทุกคนต่างหลงรักมัน ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

แต่เมื่อผู้บ่มเพาะได้เห็นในสิ่งที่มันกระทำ ถึงกับพากันกลบฝังความน่ารัก ของมันเอาไว้ ร่างสั่นเทิ้ม แล้วถอยหลังกรูดคนละหนึ่งก้าว เลยที่เดียว

มันกระโดดขึ้นไปบนร่างของเหมาหยวนจี้ แล้วตะปบขุดเอา แก่นพลัง แก่นธาตุ แก่นโลหิตมารฟ้าออกมา แล้วกลืนกินเคี้ยวกร้วมๆ ยังกับกำลังกินลูกอม หรือขนมหวาน จากนั้นก็เดินเตาะแตะไปยังร่างของโหย้ววู่หลาน กระทำเช่นเดียวกัน

เหตุการณ์นี้ ตกอยู่ภายใต้สายตาของ ผู้บ่มเพาะทั้งหมดบนชั้น 3 ตลอดเวลา ผู้บ่มเพาะบนชั้นนี้ ล้วนแล้วแต่ มีส่วนเกี่ยวข้องกันกับราชวงค์กิเลนทั้งสิ้น แม้จะไม่ได้มีฐานะสูงส่งเป็นโอรสแห่งกิเลน แต่พวกเขา ล้วนมีฐานะเป็นบุตรแห่งกิเลน ทั้งสิ้น พลังฝีมือไม่ต่างอาจจะประเมินได้เลยสักคน

พวกเขาต่างเบิกตาโพลง เมื่อได้เห็นการปรากฏตัวขึ้น ของสัตว์วิญญาณเทวะ ตามจารึกแห่งราชวงค์กิเลน ผู้ที่ให้กำเนิดสัตว์เทวะตัวแรก และทรงสติปัญญา มันเกิดขึ้นเมื่อ 1000 ปีก่อน บุคคลผู้นั้น มีพลังระดับบ่มเพาะ อยู่ในระดับพิภพแห่งฟ้า ระดับปลายเท่านั้น

ในประวัติศาตร์ ย้อนกลับไปเป็นเวลาหลายหมื่นปี ไม่เคยมีใคร ให้กำเนิดสัตว์วิญญาณเทวะ เมื่อมีพลังบ่มเพาะอยู่เพียงแค่รู้แจ้งสวรรค์มาก่อนเลย หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้ จะมีพรสวรรค์มากยิ่งกว่าบุคคลเมื่อ 1000 ปีเสียอีก

สิ่งที่ปรากฏขึ้น มันสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ให้กับราชวงค์กิเลนได้เลย และมันจะได้รับการบันทึกต่อไปอีก เป็นเวลาหลายหมื่นปี

“เด็กหนุ่มคนนี้ เป็นใครกันแน่ ไยเขาถึงได้ ท่าทายสวรรค์ถึงเพียงนี้”

พวกเขาต่างตั้งคำถาม ความต่างอยากรู้อยากเห็น ต่างไม่อาจจะเก็บงำความต้องการนี้เอาไว้ได้ ระหว่างที่พวกเขา กำลังตั้งคำถามอยู่ภายในใจนั้นเอง ร่างสีแดง ซึ่งมีมงกุฎสีแดง สวมเอาไว้บนศีรษะ ก็กระโดดขึ้นมาจนถึงบนชั้น 3 มันเริ่มมุดเข้าไปภายในผ้าม่านบางๆ แล้วกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะ ซึ่งมีสตรีห้านางนั่งอยู่ มีตีเนียนมองนั้นมองนี้ไปเรื่อย แล้วมันก็หลิ่วตาจ้องมองไปยัง แก่นโลหิตหยกขาวมันแพะ

เฟยลู่เหมย กำลังเหม่อลอยหลงใหล ในความน่ารักน่าชังของมัน จนลึมที่จะป้องกันหยกสีขาว ที่ถืออยู่กลางฝ่ามือของตนเอง เจ้ากิเลนตัวน้อยเดินเตาะแตะ โชว์ความน่ารักของตนเอง ก่อนจะตะปบมับไปที่หยกชิ้นนั้น แล้วอ้าปากกลืนมันลงท้องไป แล้วเดินวนไปวนมา อยู่บนโต๊ะ ดมนั้นดมนี้ แล้วก็เตะจนกระจัดกระจายล้มลงระเนระนาด อย่างกับเด็กอันธพาลตัวน้อย ที่ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน เมื่อก่อกวนจนพอใจแล้ว ก็กระโดดลงจากโต๊ะ แล้วจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง

เสี้ยวเวลาต่อมา เฟยลู่เหมยจึงค่อยจะ ได้รับรู้ว่า ตนเองได้ถูกขโมยสิ่งของไปเสียแล้ว

“ไม่ได้นะ เจ้าจะทำอย่างนั้นไม่ได้ เจ้าจะกลืนกินมัน เข้าไปไม่ได้นะ รีบคายมันคืนออกมา ให้กับข้า”

นางโพล่งขึ้นเสียงดัง แต่ แต๊ แต่ มันก็สายเกินไปเสียแล้ว สัตว์วิญญาณเทวะ พุ่งเข้าไปลอยคว้างอยู่ข้างๆ ร่างของเฟยหลงเสียแล้ว

……….

ตั้งแต่ต้นจนจบ เฟยหลงก็ไม่ได้ให้ ความสนใจกับการกระทำ ของเจ้าลูกแมวน้อย จอมเกเร ตัวนี้อยู่แล้ว และก็ไม่ได้รับรู้เลยว่า มันเพิ่งจะได้กลืนกินแผ่นหยกชิ้นหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญกับตนเองเป็นอย่างมากๆ ลงท้องไป

สาเหตุเพราะ มั่วแต่โคจรเคล็ดวิชาอย่างบ้าคลั่ง อย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อที่จะรีบๆ สังหารลู่เหยี่ยน

“ข้าไม่คิดที่จะมีปัญหา กับบุตรแห่งกิเลน เช่นนั้นข้าคงจะต้องขอตัวไปก่อน”

ลู่เหยี่ยนแสยะยิ้ม แหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า

วาดฝ่ามือไขว่สลับกันไปมา บนท้องฟ้าปรากฏรูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป เปล่งลำแสงสีทองครอบสถานที่แห่งนี้เอาไว้ แล้วในเวลาต่อมา ใต้พื้นดิน รอบๆ อาณาบริเวณ เริ่มเกิดแรงสั่นสะเทือน ก่อนจะปรากฏลำแสงเล็กๆ พุ่งขึ้นมา จากใต้พื้นดิน

ผู้บ่มเพาะคนหนึ่งตะเบ็งเสียงออกมาอย่างตื่นตระหนก

“ฉิบหายแล้ว ระเบิดหยกดูดวิญญาณ”

คำผรุสวาทไม่น่าฟังดังขึ้น

ผู้บ่มเพาะจำนวนมากมาย เกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้น ต่างพยายามวิ่งหนี เพื่อรักษาชีวิต

ในยามนี้ ไม่มีใครยังจะใจเย็นยืนอยู่นิ่งๆ ได้อีก มีเพียงความคิดเดียวผุดขึ้น นั้นก็คือ รีบพากันหลบหนีออกไปจากสถานที่ ผีสางแห่งนี้ ไม่เช่นนั้น ร่างกายอาจจะแหลกเป็นจุณ กลายเป็นภูตผี อยู่เฝ้าหุบเขาแห่งนี้ ตลอดไป

..........

“เจ้ากล่าวว่า จะติดตามไล่ล่าข้า ไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว เช่นนั้น พวกเราก็มาเริ่มวิ่งไล่จับกันเถอะ เจ้าเป็นแมว ข้าเป็นหนู เจ้าก็จงพยายามไล่ล่าติดตามข้าให้พบ ออ บางทีข้าอาจจะยืนอยู่ข้างๆ กับเจ้า โดยที่เจ้าไม่รู้ตัวเลยก็เป็นได้”

ลู่เหยี่ยนสะบัดมือปรากฏหน้ากากสีดำ ขึ้นมากลางฝ่ามือ มันก็คือสมบัติวิเศษ จากดินแดนกระบี่นิรนาม หน้ากากดาราแปรเปลี่ยนกายา

ดวงดารา แปรเปลี่ยนกายาข้า

พร้อมกันนั้น ระเบิดราวๆ ห้าสิบกว่าลูก ก็เริ่มระเบิดขึ้น ฝุ่นผงคลี่ปกคลุมคละคลุ้ง ผู้บ่มเพาะต่างวิ่งเตลิดเปิดเปิง เพ่นหนีตายกันจ้าละหวั่น ราวกับฝูงผึ่งแตกรัง

ลู่เหยี่ยน เร้นกายเป็นบุคคลอื่น แอบแฝงกายหนีไปกับกลุ่มฝูงชนเหล่านั้น

เฟยหลง และหลิวอัน จ้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าควรวิ่งติดตามใครไปดี

ทันใดนั้นเจ้าแมวน้อย ก็กระโดดขึ้นมานั่งอยู่บนศีรษะของเฟยหลง ดึงทึ้งเส้นผม หลุดหายไปกระจุกหนึ่ง ร้องเหมี่ยวๆ ชี้กงเล็บ ตรงไปยังทิศทางหนึ่ง เฟยหลงหลุบสายตามองเส้นผมของตนเอง ปลิวว่อนอยู่เกลื่อนพื้น ก็ถึงกับอยากจะจับเจ้าแมวน้อย ไร้ประโยชน์ตัวนี้ ปาเอาใส่กลุ่มของลูกระเบิดรอบๆ ให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราว กันไปเสียเลย

แต่เมื่อมองเห็นเจนตนาที่ คิดจะช่วยเหลือของมัน ก็จำต้องเก็บกดความไม่พอใจเอาไว้ กล่าวว่า

“หลิวอันตามข้ามา”

แล้วเฟยหลงก็พุ่งกายหายวับไปยังทิศทางหนึ่ง หลิวอันเองพุ่งติดตามไป แม้แต่เหล่าลูกรักแห่งสวรรค์บนชั้นที่สาม ก็ยังต้องพุ่งไล่ติดตามหลังไปด้วย

“เฟยหลง หยุดก่อน ข้ามีเรื่องอยากจะพูดคุยกับเจ้า”

เฟยหลงได้ยินเสียงร้องไล่ตามหลังมา แต่ไม่คิดจะหยุด สาเหตุก็ง่ายมากๆ เขาคิดว่า สตรีนางนี้เสียสติ และเขากับนาง ต่างก็ไม่ได้สนิทสนมกัน นับว่าเป็นคนแปลกหน้ากันเสียด้วยซ้ำ หากคิดหยุดรอ แม้สักวินาที เป้าหมายที่กำลังติตตามไล่ล่าอยู่ ก็อาจจะหลุดพ้นจาก รัศมีการดมกลิ่นของเจ้าแมวตัวน้อยไป ก็อาจจะเป็นได้

..................

1 ชั่วโมง ใจกลางหุบเขาเสือโคร่งสยบฟ้า

เมื่อมีคนคิดจะหลบหนี เส้นทางที่หลบหนี ก็ควรจะเป็นเส้นทางอันปลอดภัย แต่ลู่เหยี่ยนกับเลือกหลบหนี เข้ามายังใจกลางอาณาเขตของเสือโคร่งสยบฟ้า มันออกจะไร้เหตุผลเกินไปแล้ว หรือเจ้าแมวน้อย ความจริงมันไม่ได้มีญาณทิพย์วิเศษวิโส อะไรเลย เพียงแต่ชี้กงเล็บมั่วๆ ไปอย่างนั้นเอง

โอ้ย...เขาถูกดึงเส้นผมอีกหนึ่งกระจุก เหมือนว่ามันจะเข้าใจความคิดของเขา มันรีบกระตุ้นให้เขารีบรุดเดินหน้าต่อไป

ในเมื่อเข้ามายังสถานที่อันตรายเช่นนี้แล้ว ก็น่าจะถือโอกาสให้หลิวอัน ได้ฝึกฝนฝีมือ ไปในตัวเลยล่ะกัน

เสือโคร่งสยบฟ้า ตัวแรกปรากฏขึ้น

มันมีรูปร่างบึกบึน ตัวใหญ่พอๆ กันกับลูกช้างโตเต็มวัย มันมีลักษณะนิสัยดื้อรั้นถือทิฐิ หรือก็คือไร้เหตุผลนั้นเอง หน้าตามู่ทู่ ทอแววเหี้ยมโหด ดวงตาทอประกายแวววาวเย็นยะเยียบสยบผู้คน มันเป็นสัตว์อสูรธาตุพิเศษ นั้นก็คือ ธาตุสายฟ้า แม้ว่ามันจะมีพลังบ่มเพาะ ไม่สูงมากนัก แต่ก็ไม่มีใครคิดจะเข้าใกล้มัน โดยไม่ได้มีอุปกรณ์วิญญาณ กั้นพลังปราณสายฟ้าของมันเอาไว้เสียก่อน

โล่อักขระกั้นฟ้า

มีลักษณะการใช้งานเช่นเดียวกันกับ กระจกกั้นจิต คือโยนขึ้นไปเหนือศีรษะ แล้วก็จะมีลำแสงมาครอบร่างเอาไว้ ยิ่งมีระดับสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะกั้นสายฟ้าได้ดียิ่งขึ้น แต่หากต้องเจอเข้ากับเสือที่มีพลังระดับสายฟ้าสูงๆ โล่นี้ก็อาจจะแตกสลายได้ในทันทีเช่นกัน

“หลิวอันออกไปสู้ กับมัน”

เฟยหลงออกคำสั่ง

หลิวอันกำกระบี่เอาไว้ แล้วพลิ้วกายออกไปประจันหน้ากับเสือตัวนั้น แล้วร่ายรำเพลงกระบี่อย่างคล่องแคล่วว่องไว เพียงไม่กี่นาที ก็ตัดศีรษะของมัน หลุดออกมาได้

หลิวอันยามนี้ มีพลังบ่มเพาะอยู่ในระดับ 8 รู้แจ้งสวรรค์ วิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ 3 กระบวนท่าแรก อยู่ในระดับตำนาน สร้างเปิดทำลาย เคล็ดวิชาปลูกสร้างเส้นชีพจรมารฟ้า ได้แล้ว 5 ประตู ฝึกฝนคัมภีร์วายุกลางเมฆา อยู่ในระดับล้ำลึก ดูดกลืนผนึกความรู้แจ้งสวรรค์ธาตุลม จนเข้าใจกฎแห่งธรรมชาติธาตุลม ระดับ 2

สันดานของเสือในป่าแห่งนี้ มันจะจู่โจมคู่ต่อสู้ตรงๆ ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนเช่นมนุษย์ต่อสู้กับมนุษย์ มันจะวิ่งเข้าชนตรงๆ กระโดดจู่โจมตะปบกงเล็บรัวๆ แล้วเอี้ยวตัวกลับอย่างว่องไว วิ่งชน ตะปบ รัวๆ

หลิวอันปกติก็ไม่ใช่นักฆ่าโดยกำเนิด แรกๆ อาจจะประดักประเดิด อยู่บ้าง นานๆ เข้า ก็เริ่มจะคล่องแคล่วว่องไวมากขึ้น

อย่างที่จะรู้ๆ กันว่า สัตว์อสูรในอาณาเขตรอบนอก อาณาเขตที่ 1 ไม่ได้มีความแข็งแกร่งมากนัก แต่หากผ่านเข้าไปยังอาณาเขตลึกๆ กว่านี้ ก็ไม่แน่ว่า จะสังหารพวกมัน ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้

เฟยหลงไม่ได้ใช้กระบี่ ในการสังหารเสือเหล่านี้ เข้าซึ่งเข้าใจกฏแห่งธรรมชาติธาตุลม ได้ถึงระดับ 6 แล้ว เพียงแค่สะบัดฝ่ามือ สายลมก็แปรเปลี่ยน กลายเป็นใบมีด พุ่งบั่นคอเสือออกเป็นท่อนๆ

เจ้าแมวตัวน้อย กระโดดลงไปกลืนกิน แก่นโลหิต แก่นธาตุ แก่นพลัง ราวกับเป็นขนม ลูกกวาด

นานแล้วที่เฟยหลงไม่ได้เรียก เตาหลอมกิเลนโลหิตสวรรค์ ออกมา เมื่อมันได้พบกันกับซากเสือ ถึงกับพุ่งตรงเข้าไปดูดกลืนกินอย่างตะกละตะกลาม มันร้องหึ่งๆ ราวกับผึ้ง มันคงกำลังประท้วงว่า ทำไม่ถึงเพิ่งจะเรียกข้าออกมา อาหารมีแค่นี้ ข้ายังจะกินอิ่นได้อย่างไร

เฟยหลงเบ้ปาก ยามนี้ ทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการเพื่อปรุงเม็ดยาสวรรค์ ก็ถูกเจ้าแมวน้อยแย่งชิงไป ตัวเขาเองต่างหาก จึงเป็นผู้ถูกกระทำของจริง ไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นอย่างยิ่ง ต้องทำงานไม่แตกต่างไปจากกรรมกรแบกหามเลยสักนิด ต้องเลี้ยงดูปูเสื้อ สัตว์เล็กสัตว์น้อย แม้แต่หมอปรุงยาเก่าๆ ก็ยังคิดหลอกใช้ ให้เขาหาอาหารให้ดื่มกิน

คิดแล้วเฟยหลงอยากจะหายไป ผูกคอฆ่าตายจริงๆ

..........

เฟยหลงนึกโมโหเจ้าลู่เหยี่ยน มันจะกระเสือกกระสน เข้ามาทำไมยังกลางป่ากลางเขาแห่งนี้ นี้ก็ปาเข้าไปครึ่งค่อนวันแล้ว เขาฆ่าเสือไปติดต่อกันราวๆ 50 ตัว ก็ยังไปไม่ถึงจุดหมายเสียที

ทันใดนั้นเหนือท้องฟ้า ประมาณ 1 กิโลเมตร ปรากฏรูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป ขึ้นมาชุดหนึ่ง เสียงสนั่นหวั่นไหวกึกก้อง ไปทั่วทั้งหุบเขา สายฟ้าเปล่งประกายแลบแปลบปลาบ ราวกับพายุใหญ่จะมา

เฟยหลงพุ่งตรงไปยังตำแหน่งนั้นทันที

...........

สถานที่แห่งนี้ เป็นซากปรักหักพักแห่งหนึ่ง ต้นไม้ใหญ่จำนวนมากกมายขึ้นกันอย่างหนาทึบ ต้นไม้เลื้อยต่างระโยงรยางค์ไขว่สลับกันไปมา ด้วยการเปิดขึ้นของรูปแบบอักขระ ทำให้แรงลมยิ่งกระโชก เพิ่มความปั่นปวนม้วนตลบไปทั่วบริเวณ

ลู่เหยี่ยน ยืนอยู่ตรงจุดกึ่งกลางรูปแบบนั้นพอดี ฝ่ามือสลับไขว่กันอย่างคล่องแคว่วว่องไว

มุมหนึ่งนอกเส้นรูปแบบอักขระ มีแผ่นจารึกโบราณเก่าๆ ปรากฏขึ้น เฟยหลงกวาดสายตาอ่านอักขระนั้นอย่างคราวๆ ไม่ความว่า

เส้นทางบันทึกแดนสวรรค์

รูปแบบนี้ ถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ลู่เหยี่ยนถึงกับตื่นตระหนก เมื่อเห็นเฟยหลง ยืนอยู่ภายนอกเส้นรูปแบบอักขระ ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา กล่าวว่า

“ข้าไม่คิดเลยว่า เจ้าจะติดตามข้ามาถึง สถานที่แห่งนี้ได้จริงๆ แต่ข้าคงต้องขอแสดงความเสียใจ กับเจ้าด้วย รูปแบบนี้ มันสามารถเปิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หากเจ้ายังต้องการจะติดตามไล่ล่าข้าต่อไป ก็จงเดินทางเข้าไปยังอาณาเขตที่ 4 ให้ได้เสียก่อน แล้วตามหา เส้นทางบันทึกแดนสวรรค์ ให้พบ”

จากนั้นรูปแบบ ก็เริ่มร่วมตัวกัน กลายเป็นเส้นๆ หนึ่ง พุ่งทะยานตัวขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับมังกรตัวหนึ่ง ต่อจากนั้นสถานที่รอบๆ โดยเฉพาะซากปรักหักพักโบราณ ก็พากันถล่มทะลาย ยุบตัวลงเป็นหลุมเป็นบ่อ ขยายกว้างกว่าครึ่งกิโลเมตร

เฟยหลงถึงกับตื่นตระหนก กับอาการเสียสติของลู่เหยี่ยน ครั้งแรกก็ระเบิดค่ายพัก ต่อมาก็ถล่มหุบเขาแห่งหนึ่งหายไปทั้งแถบ

แต่อีกใจหนึ่ง เขาก็ยังอดชื่นชม บุรุษคนนี้ไม่ได้ เพราะเป็นผู้บ่มเพาะ ที่มีจิตใจอันเด็ดเดียวจริงๆ รูปแบบนี้ จากที่เฟยหลงสำรวจมันอย่างคราวๆ มันยังไม่สมบูรณ์ดีเสียด้วยซ้ำ เพียงผิดพลาดเล็กน้อย มันอาจจะระเบิดร่างแหลกเละไปพร้อมๆ กับหุบเขาแห่งนี้เลย แต่โชควาสนาของลู่เหยี่ยน กับนับว่าแข็งแกร่งเกินมนุษย์ไปจริงๆ

หรือบุรุษผู้นี้ จะเป็นลูกรักที่สวรรค์โปรดปรานจริงๆ

.............

เฟยหลงหันกลับไปสำรวจสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง แล้วถอดทอนใจ รำพึงรำพันว่า เส้นทางบันทึกแดนสวรรค์ มันคือสถานที่ฝีสางแบบใดกันแน่

แล้วจึงหันไปมองหลิวอัน กล่าวว่า

“หลิวอัน พวกเราเดินทางกันต่อเถอะ ข้าหวังว่า เราจะได้พบสมาชิกทุกคนพร้อมๆ กัน ไม่งั้นคงจะต้องเสียเวลาอยู่อาณาเขตที่ 1 นี้อีกหลายวัน”

เฟยหลงวาดฝ่ามือ รูปแบบอักขระเคลื่อนมิติฝืนกฎ ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ หลิวอันเดินเข้ามาภายใต้อาณาเขตรูปแบบ เตรียมที่จะเคลื่อนผ่านมิติไป แต่ทันใดนั้น ประมาณ 100 ก้าว ได้ปรากฏผู้บ่มเพาะกลุ่มหนึ่ง

เป็นสตรี 5 คน มีผ้าปกปิดใบหน้า เคลื่อนที่ด้วยความเร็วดุจวิหค

“เฟยหลงเจ้าจงหยุดก่อน ข้าต้องการจะสนทนากับเจ้าสักครู่”

เฟยลู่เหมย ตะเบ็งเสียงขึ้นอย่างร้อนรน เฟยหลงหันไปจ้องมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไป ให้ความสำคัญกับรูปแบบทรงกลมสีแดง ที่กำลังหมุนวนปั่นปวน อยู่เหนือศีรษะต่อไป ก่อนจะเพ่งจิตสมาธิ เข้าไปยังภายในรูปแบบนั้น แล้วชี้ตรงไปยังตำแหน่งหนึ่งบนแผนที่

“กวนหมิง”

แล้วเฟยหลง และหลิวอันก็หายวับไปทันที กลุ่มของเฟยลู่เหมย ถึงกับตะโกนออกมา อย่างตื่นตะลึกพรึงเพริด

“เขาถึงกับได้ครอบครอง รูปแบบอักขระเคลื่อนมิติฝืนกฎ”

เมื่อพวกเขา เข้ามายังถึงจุดที่เฟยหลงหายตัวไป สถานที่แห่งนี้ ก็เงียบสงบราวประป่าช้า ไปเสียแล้ว ไม่มีใครหลงเหลืออยู่อีก ทิ้งเอาไว้ก็แต่เพียง สถานที่อันรกล้าง พื้นดินยุบพังทลายลง

.............

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #42 dear27042540 (@dear27042540) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 21:42
    ได้โปร ลงตอนต่อไป กำลังลงแดงตายอยู่แล้ว
    #42
    0
  2. #39 น้องเฟย์ (@jayeerambo) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 14:49
    ทำไมตัวเอกมันดูโง่จัง ปล่อยให้หนีไปได้ทั้งสองคน มัวแต่พล่าม
    #39
    0
  3. #37 reader0000 (@lonely2014) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 09:07
    หยกสีขาวถูกกินไปแล้ว จะเอากลับคืนมาได้ไหมเนี่ย
    #37
    0
  4. #36 อัมพร (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 13:59

    ขอบคุณค่ะ

    #36
    1
  5. #35 toooootooooo2 (@toooootooooo2) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 10:02

    เฟยของเราจะได้ไปเจอครอบครัวเปล่าครับ

    #35
    1
    • #35-1 (@wirath1987) (จากตอนที่ 44)
      17 พฤษภาคม 2563 / 11:18
      มีแผนให้เฟยหลงหลุดไปยังทวีปอื่นอยู่ครับ555++
      #35-1
  6. #34 อดีตไร้ค่า (@geela) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 09:38
    -หลิวอัน นี้ชอบทำให้เรื่องยุ่งได้ตลอด หน้ากากเทพขนาดนั้นยังให้เอาออกมาอีก กากแล้วยังโง่อีก ทำตัวเป็นเจ้าหญิงจ้าวน้ำตาไปได้ มีเรื่องก็ก้มหน้าเศร้าบีบน้ำตาตลอด แทนที่จะส่งเสริมเป็นฉุดดึงเสียนี้
    #34
    1
    • #34-1 (@wirath1987) (จากตอนที่ 44)
      17 พฤษภาคม 2563 / 11:19
      หลิวอันเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน
      #34-1
  7. #33 dear27042540 (@dear27042540) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 01:20
    ในแวนมันมีอะไรบอกหน่อย ไหนบอกว่ามีแต่ของที่ไม่สำคัญไง
    #33
    3
    • #33-2 (@wirath1987) (จากตอนที่ 44)
      17 พฤษภาคม 2563 / 07:18
      มันเป็นอุปโกง ที่สำคัญมากเพียงชิ้นเดี๋ยวที่ถูกนำเข้ามาคับ ส่วนสิ่งที่ไม่อาจจะนำเข้ามาด้วย ก็เม็ดยาจากดินแดนเทวะต่างๆ ที่เฟยหลงหลอม และสิ่งของที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคมารฟ้า พวกเคล็ดวิชาต่างๆ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ
      #33-2
    • #33-3 อดีตไร้ค่า (@geela) (จากตอนที่ 44)
      17 พฤษภาคม 2563 / 09:40
      เอาของเทพเข้ามา-ไม่ยอมใช้ เอาไปให้คนอื่นใช้เฉย น่าจะให้เสือคาบไปกินได้แล้ว
      #33-3