Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 42 : เจ้าชื่ออะไร อายุเท่าไหร่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    14 พ.ค. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

42. เจ้าชื่ออะไร อายุเท่าไหร่

เฟยหลงคัดลอกผนึกจิตวิญญาณ ระดับสูง แล้วเริ่มดูดกลืนอย่างบ้าคลั่ง ไม่นานเมล็ดพันธ์จิตวิญญาณก็เปล่งประกายสีเขียวอ่อนออกมา แล้วก็เริ่มควบแน่นเป็นก้อนกลมๆ มีขนาดเท่ากันกับกำปั้นของเด็กทารก

พลังจิตวิญญาณพุ่งทะยาน จากระดับกึ่งวิญญาณรู้แจ้ง มันไต่ระดับจนไปแตะระดับกึ่งวิญญาณพิภพ นับว่ามันยกระดับครั้งเดียว ไปถึงเก้าระดับทันที ขอเพียงเฟยหลงเปิดจุดชี่ไห่เสวี่ยซานได้จนครบทั้งหมด 10 จุด พลังจิตวิญญาณก็จะบรรลุคอขวด จนยกระดับถึงขั้นวิญญาณพิภพ ทันที

ศิษย์อันเป็นลูกรักแห่งสวรรค์จำนวนมากมาย ต้องผนึกจุดทั่วร่างของตนเอง อย่างต่ำ 10 จุด แต่สำหรับเฟยหลง จุดทั่วร่างของเขาจำนวน 108 ได้ถูกผนึกเอาไว้ แล้วตั้งแต่เกิดแล้ว เช่นนั้น เฟยหลงจึงสามารถที่จะ เปิดจุดชี่ไห่เสวี่ยซาน ได้จนครบทั้งหมดถึง 108 จุด

เฟยหลงคิดว่าเ ขาจะต้องใช้เวลากี่ชาติกี่ภพ ถึงจะเปิดจุดทั้ง 108 นี้ จนสำเร็จได้

..............

วกกลับมายัง วิชาบ่มเพาะของเฟยหลง กันสักนิด

อักขระประตูมังกรพื้นฐาน อยู่ในขั้นตอนการสร้างประตูที่ 2 สุดท้ายก็สร้างประตูได้สำเร็จแล้วจริงๆ แม้จะมองดูเฉื่อยชา แต่จริงๆ แล้ว ของเพียงมีเวลาแม้สักเสี้ยววินาที เฟยหลงจะกินเม็ดยาสวรรค์ อย่างไม่ได้ขาด แล้วโคจรเคล็ดวิชานี้มาโดยตลอด ทั้งยามหลับก็ยังไม่ว่างเว้น

วิชากิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ สืบเนื่องจากการถือกำเนิดสัตว์วิญญาณเทวะ หรือกิเลนตัวน้อย ทำให้พลังบ่มเพาะของเส้นชีพจรคู่ที่ 1 เส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ เลื่อนระดับถึงขั้นรู้แจ้งสวรรค์ ระดับ 2 ทำให้พลังบ่มเพาะของเส้นชีพจรคู่ที่ 2 เส้นชีพจรกิเลน เลื่อนระดับถึงขั้นกึ่งรู้แจ้งสวรรค์

ยามนี้เฟยหลงจึงสามารถฝึกฝน วิชากิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ สร้างเปิดทำลาย ได้ถึงประตูที่ 6 แล้ว

วิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์ เมื่อสามารถสร้างเมล็ดพันธ์จิตวิญญาณ จนสมบูรณ์ได้แล้ว วิชานี้จึงนับว่าพุ่งทะยานอย่างไม่ลืมหูลืมตา ยามนี้เฟยหลงสามารถฝึกฝนจนสำเร็จ การสร้างเปิดทำลาย ได้ถึง 9 ประตู

ยามนี้ อาวุธเข็มจิตวิญญาณ เฟยหลงสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องถึง 9 เล่ม

จากที่ท่านผู้อาวุโสหลิงเป่าเทียน ผู้ที่ได้มอบแหวนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ให้เขาระหว่างการทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยาระดับสูง ห้าดาว ได้กล่าวเอาไว้ว่า วิชานี้ มีด้วยกันทั้งหมด 4 ก้อน อีก 3 ก้อน ถูกเก็บเอาไว้ยัง พระราชวงค์ของจักรพรรดิกินเลนฟ้า ยังทวีปกิเลนฟ้า

หากเขาต้องการจะฝึกฝนวิชานี้ต่ออีก 3 ก้อน เขาคงจะต้องบุกไปแย่งชิง จากมือของจักรพรรดิกิเลน

วิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ สามารถฝึกฝนสำเร็จ สร้างเปิดทำลายได้ 9 ประตูแล้ว

วิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ 9 กระบวนท่า สามารถฝึกฝนจนสำเร็จ เพียงแค่ระดับล้ำลึก

วิชาปลูกสร้างเส้นชีพจรมารฟ้า ไม่สามารถฝึกฝนได้ สืบเนื่องจาก การต่อต้านของเส้นชีพจรภายในร่างกาย ต้องรอให้ผ่านพ้นภัยพิบัติของเส้นชีพจร ไปให้ได้เสียก่อน

วิชาบ่มเพาะอักขระผันแปรห้าธาตุ สามารถฝึกฝนสำเร็จ สร้างเปิดทำลายได้ถึง ประตูที่ 2 เช่นนั้นยามนี้ เมล็ดธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ทอง อยู่ในระดับขั้นปลาย ขอเพียงสร้างเปิดทำลาย ประตูที่ 3 ได้สำเร็จ ก็จะถูกยกระดับกลายเป็น แก่นธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ทอง ได้ทันที

ยกเว้นก็แต่ ธาตุลม ยามนี้ ได้ถูกยกระดับกายเป็นแก่นธาตุลม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สืบเนื่องมาจากได้ฝึกฝนคัมภีร์วายุกลางเมฆา

วิชากายวิญญาณมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เขาสามารถฝึกฝนสำเร็จ สร้างเปิดทำลายได้ถึงประตูที่ 2 แล้ว

คัมภีร์วายุกลางเมฆา สามารถฝึกฝนสำเร็จ สร้างเปิดทำลายได้ถึงประตูที่ 2 วายุกลางเมฆา ร่างเงาหมื่นภูตพราย ยามนี้อยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญ ขั้นปลายสุด

ผนึกความรู้แจ้งสวรรค์ธาตุลม ระดับ 6 ภายหลังจากได้ดูดกลืนไปเป็นจำนวนมาก ก็สามารถเข้าใจถึง กฏแห่งธรรมชาติธาตุลม ได้ถึงระดับ 6 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

…………

ระยะเวลาภายในดินแดนกระบี่นิรนามจำนวน 30 วัน ก็จบสิ้นลง ส่วนหลิวอันนับว่า พลังบ่มเพาะพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจริงๆ เฟยหลงได้โยนกระบี่วิเศษเล่มหนึ่งให้ มันเป็นสมบัติที่ได้มาจากแหวนมิติทั้ง 9 วง กระบี่เล่มนี้เป็นสมบัติวิเศษระดับสวรรค์ ระดับต่ำ

“ข้าให้เป็นของขวัญ สำหรับความพยายามของเจ้า”

หลิวอันเงียบขรึม มากขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก เฟยหลงไม่ค่อยจะชอบใจ ลักษณะหลิวอันคนใหม่นี้นัก แต่ยังมีสิ่งใดบ้างในโลกแห่งนี้ จะยังคงสภาพ เป็นเช่นเดิมอยู่ตลอดไป

หลิวอันรับรู้ว่า เฟยหลงไม่ต้องการคำขอบคุณ เขาจึงกล่าวว่า

“ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้ สังหารใครก็ตาม ที่คิดจะทำลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเทพภูตผี เซียนสวรรค์ ข้าจะฆ่ามันทั้งหมดเพื่อเจ้า”

เฟยหลงยิ้มรับ และให้ความเคารพ ต่อคำกล่าวประโยคนี้ ของหลิวอัน เพราะมันคือคำกล่าวที่ออกมาจากจิตใจส่วนลึกของหลิวอันจริงๆ

“พวกเราไปฆ่าไอ้พวกสารเลว นั้นกันเถอะ”

เฟยหลงเอ่ยขึ้น สิ้นเสียงลำแสงก็ได้ผลักพวกเขา ออกมจากดินแดนกระบี่นิรนามทันที

……………

หุบเขาเสือโคร่งสยบฟ้า ถ้ำแห่งเซียน สถานที่เฟยหลงสร้างขึ้น

เฟยหลงและหลิวอันยืนนิ่งๆ สูดลมหายใจพักหนึ่ง ก่อนจะแหงนหน้ามองท้องฟ้าอันปลอดโปร่ง ก่อนจะเดินรุดหน้าไปยังค่ายใหญ่ของชุมโจร ทั้งสองคนลัดเลาะ ผ่านป่ารกชัฏ ถ้ำสัตว์ดุร้าย ที่ราบหุบเหว หน้าผา อยู่ร่วมกว่าหนึ่งชั่วโมง สุดท้ายก็มาถึงยังช่องแคบของหุบเขา ซึ่งเป็นประตูทางเข้า มีผู้บ่มเพาะคนหนึ่งทำหน้าที่ประจำจุด

“พวกเจ้ามาจากสำนักใด ได้นำบัตรเชิญมาด้วยหรือไม่”

เฟยหลงถึงกับหยุดชะงักไปชั่วขณะ เขาคิดจะมาฆ่าคน ยังจะต้องถือเทียบเชิญมาด้วยหรือ

“หากไม่มีบัตรเชิญ ก็คงจะขอเชิญเจ้ากลับไป อย่าได้คิดตีเนียน เข้ามาดื่มกินของฟรี”

หลิวอันรู้สึกว่า หากปล่อยให้ ผู้บ่มเพาะคนนี้ กล่าววาจาไร้สาระต่อไปอีก ก็คงจะต้องถูกเฟยหลงบั่นศีรษะหลุดในไม่ช้า จึงสะบัดมือปรากฏเม็ดยาฟื้นฟูจิตวิญญาณ ระดับล้ำลึก ขึ้นมาจำนวนสองเม็ด แล้วโยนออกไป กล่าวว่า

“นี้นับว่า เป็นบัตรเชิญสองใบได้หรือไม่”

ยามเฝ้าประตูเบิกตาโพลง นานๆ ถึงจะมีใครสักคนรู้จัก มารยาทในเข้าสังคมเช่นนี้ กันสักคน ปั้นหน้ายิ้มแย้มกล่าวอย่างนอบน้อมว่า

“เชิญคุณชายทั้งสอง เข้าไปร่วมงานกันได้เลย”

...........

ค่ายชุมโจรหลักแห่งนี้ นับว่ามีพื้นที่ ให้ใช้สอยอย่างครบครัน มีทั้งลานฝึกซ้อม พื้นที่กั้นเอาไว้เป็นสัดส่วน สำหรับ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย เป็นหอปรุงยา หอกระบี่ บ่อนพนัน ร้านค้า ห้องครัว ห้องอาหาร นับว่าพวกเขาต่างรู้จัก หาความสุขสนุก บนความทุกข์ยากของคนอื่นจริงๆ

ส่วนพื้นที่ลานฝึกซ้อมยามนี้ ถูกกั้นแบ่งเอาไว้ เป็นพื้นที่จัดงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง

โต๊ะเก้าอี้ถูกจัดเอาไว้ จัดเรียงตามตำแหน่งตายค่ายพรรคใหญ่สักแห่ง ผู้ที่ได้รับความน่าเชื้อถือ จะได้รับเกียรติคอรบครองโต๊ะเก้าอี้ ที่อยู่สูงที่สุด ซึ่งแบ่งไล่ระดับได้ ดังนี้

พื้นที่ยกพื้นชั้นสาม มีโต๊ะเก้าอี้อยู่ห้าชุด นั่งเอาไว้ โต๊ะละห้าคน

พื้นที่ยกพื้นชั้นที่สอง มีโต๊ะเก้าอี้อยู่สิบชุด นั่งเอาไว้โต๊ะละห้าคน

พื้นท่าสำหรับแขกกเฬวราก จะปูเอาไว้ด้วยพื้นไม้ง่ายๆ บางโต๊ะน่าจะเรียกว่าโต๊ะเสริมเสียด้วยซ้ำ เพาะมันถูกต่อออกมาจนนอกลานไม้

จากการกวาดสายตาอย่างคราวๆ เฟยหลังนับจำนวนแขกกลุ่มนี้ได้ เกือบห้าสิบโต๊ะ อาหารที่นำมาตอนรับแขก แน่นอนว่า มันไม่หลงเหลือมาจนถึงมือของเฟยหลงและหลิวอัน เสียด้วยซ้ำ

เจตนาของคนเมามิได้อยู่ที่สุรา

เฟยหลงนึกถึงสำนวนนี้ขึ้นมาได้ เขามาที่นี้ เพื่อฆ่าใครสักคน ยังจะต้องมาห่วงว่า ไม่มีอะไรจะกินอยู่อีกหรือ มันนับว่าเป็นเรื่องน่าหัวร่ออยู่ นิดๆ จริงๆ

เมื่อวันวาน เพิ่งผ่านมาเพียงไม่กี่ชั่วยาม เขาเพิ่งจะสังหารพวกกเฬวรากไปถึงห้าสิบคน แต่พอวันต่อมา แทนที่จะมีใครสักคนออกไปคนหาความจริง วันนี้กลับพากันมาจัดงานสังสรรค์อย่างใหญ่โต ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน

มันเป็นการหยามความรู้สึก และไม่ให้ความสำคัญกับเขาเลยสักนิด

เฟยหลงยกมุมปากขึ้น

“ข้าจะทำให้พวกแก่ ได้จดจำ แม้จะลงไปยังนรกโลกันตร์กันแล้ว ก็ยังไม่อาจจะลืมเลือนมันได้”

เฟยหลงเดินแหวกกลุ่มฝูงคน เดินรุดเข้าไปจนถึง พื้นที่ยกพื้นของชั้นที่ 2 ทันใดนั้น โลหิตกิเลนภายในร่างกายก็เกิดอาการร้อนระอุ ขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เฟยหลงเงยหน้าจ้องมองไปยังโต๊ะเก้าอี้ ตรงกึ่งกลางพื้นที่ ยกพื้นชั้นที่ 3 โต๊ะเก้าอี้ห้าตัวนี้ นั่งเอาไว้ด้วยสตรีจำนวน 5 คน ซึ่งไม่อาจจะมองเห็นรูปร่างหน้าตาใดๆ ได้ เห็นแต่เพียงเศษผ้าม่าน กั้นแบ่งพื้นที่เอาไว้เพียงบางๆ

น้ำเสียงนิ่มนวล อ่อนโยน แต่ทรงอำนาจ เสียงหนึ่งรอดออกมา

“จิตสังหารของคุณชาย มันช่างร้อนแรงนัก”

เฟยหลงเริ่มเอาฝ่ามือที่กำลังกุมหน้าอกครายออก แล้วเงยหน้าขึ้นมอง กล่าวว่า

“ข้าไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกับเจ้า อย่าได้ยื่นมือออกมา ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของข้า”

เพียงแค่สองประโยคการโต้ตอบกันไปมานี้ แม้แต่ตัวโง่งมที่สุด ก็ยังรับรู้ได้ ว่ากำลังจะมีเรื่องสนุกๆ ให้ได้ชมดูกัน บางคนถึงกับรีบคว้ากาน้ำร้อนน้ำชา หรือไหสุรา ขนมนมเนย เนื้อหมูเนื้อไก่มาถือเอาไว้ จะได้ไม่พลาดวินาทีสนุกๆ กินไปดื่มไปอย่างต่อเนื่อง

แล้วจึงพลิ้วกาย ออกไปเป็นผู้สังเกตการณ์ อยู่ด้านนอกพื้นที่

ยามนี้ลานกว้าง ที่มีโต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาด ถูกผู้ดูแลสถานที่ ทำการเก็บกวาดเข้าไปผ่านในแหวนมิติ จนหมดสิ้นแล้ว เหลือเอาไว้ก็แต่เพียงพื้นที่โล่งๆ สำหรับใช้เพื่อการต่อสู้ห่ำหันกันเท่านั้น

ผู้บ่มเพาะส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญ กับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเลย บางคนถึงกับเกิดความคิดว่า มันเป็นเพียงแค่การจัดฉาก เพื่อคั่นเวลาอาหาร ที่จะนำมาเติม ในรอบต่อไปเท่านั้น นับเป็นการเพิ่มสีสัน ให้กับงานเลี้ยง อีกรูปแบบหนึ่ง

“เจ้าอายุยังน้อย กับมีนิสัยดื้อด้านวู่วาม ราชวงค์กิเลนของเรา ต่างเคร่งครัดเกี่ยวกับมารยาท ของระดับขั้นอาวุโสเอาไว้อย่างชัดเจน เจ้าไม่เห็นแก่หน้าข้า ที่กำลังนั่งอยู่ตรงนี้เลย หรือเจ้ามองเห็นข้า เป็นเช่นหัวหลักหัวต่อ คิดจะทำลายบรรยากาศในงานเลี้ยง ตอนรับข้าจริงๆ”

เฟยหลงเพิ่งจะเข้าใจตอนนี้เองว่า เจ้าเหมาหยวนจี้-โหย้ววู่หลาน-ลู่เหยี่ยน กำลังจัดงานเลี้ยงเพื่อตอนรับสตรี ที่อยู่ด้านหลังผ้าม่านบางๆ นั้น

สตรีสูงศักดิ์ที่สามารถทำให้ ผู้บ่มเพาะระดับกึ่งพิภพแห่งฟ้า ก้มหัวพินอบพิเทาได้ นางคงจะต้องมีความสำคัญ อยู่ในระดับที่สูงส่ง เป็นอย่างมากสำหรับราชวงค์กิเลนฟ้า

สังเกตได้จากสายเลือดกิเลน ภายในร่างกายของเขา ถึงกับร้อนระอุขึ้นมาเมื่อยืนอยู่ใกล้ๆ กันกับนาง สามารถอธิบายได้ว่า สายเลือดกิเลนของนาง จะต้องเข้มข้นพอๆ กันกับของเขา แต่นางกับประเมิน ความดื้อด้านของเขาต่ำเกิดนไป

มารยาทอะไร อาวุโสอะไร ราชวงค์กิเลนอะไร ทำไมข้าจะต้องให้ความสำคัญกับมันด้วย พวกมันเคยส่งมอบสิ่งใดให้เขาบ้าง ไม่มีเลยสักชิ้น ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นเขา ต่อสู้ดิ้นรนกว่าจะได้มา ด้วยสองมือสองแขน บางครั้งถึงกับต้องใช้ชีวิตแลกมา เขารู้แต่เพียงว่า ใครมันกล้าบังอาจขัดขวางเส้นทางเขา มันผู้นั้นจะต้องตาย

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้า เป็นใคร มาจากไหน ข้าไม่ได้มีปัญหาใดๆ กับเจ้า แต่ถ้าหากเจ้า คิดจะออกหน้าแทนคนอื่น ยุ่งเกี่ยวความแค้นส่วนตัว ข้าไม่สนใจหรอกว่า เจ้าเป็นองค์หญิงจากดวงดาวผีสางดวงไหน หรือพ่อแม่ใหญ่โตแค่ไหน ถ้ากล้าเสร่อ ยุ่งวุ่นวายเรื่องของข้า เจ้าอาจจะกลายเป็นศพสตรีคนแรก ที่ข้าจะฆ่า แล้วโยนให้กับสุนัขกิน”

จุก มันจุก เพียงแค่ประโยคนี้ ทำให้ทุกคนในลาน ถึงกับเงียบกริบ หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ละครคั่นเวลาที่พวกเขาได้คิดเอาไว้ มันไม่ควรจะดำเนินเรื่อง เป็นแบบนี้

“สามหาว”

เสียงตบโต๊ะดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงตะเบ็ง อย่างไม่พอใจ มันเกิดขึ้นมาจาก โต๊ะบนชั้น3 ถัดจากโต๊ะของกลุ่มสตรีห้านางนั้น

บุรุษคนนี้เป็นชายหนุ่ม อายุประมาณ 17-18 ปี พลังบ่มเพาะอยู่ในระดับกึ่งพิภพแห่งฟ้า

รูปร่างสัดทัดได้สัดส่วน ท่าทางดุดันท่าทางสง่างาม ใบหน้าสง่างามเกลี้ยงเกลา ดวงตาคม มือหยาบ กลางหลังสะพายกระบี่

เฟยหลงรู้สึกว่า คนที่เขาต้องการที่จะมาฆ่าสามคน ยังนั่งยิ้มแย้มทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่พวกที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง กับพากันเดือดเนื้อร้อนใจ จะเป็นจะตาย เมื่อสักครู่นี้เป็นสตรี คราวนี้ก็เป็นบุรุษ หรือว่าข้าจะต้องลงฆ่าคน ที่ไม่เกี่ยวข้องไปให้หมดเสียก่อน ถึงจะได้มีโอกาสลงมือกับเป้าหมายจริงๆ ได้

“เจ้าจะยังคงยืนกัดฟันเป็นหมาเห่าใบตองแห้ง อยู่ให้มันได้อะไร แค่ทุบโต๊ะ ตะโกนป่าวๆ มันคงไม่อาจจะทำให้ข้า ตายได้หรอกนะ หรือแค่ต้องการจะแสดงโชว์ความเข้มแข็ง ให้กับสตรีคนรัก ของเจ้าทั้งห้าคนได้ดูกัน

ข้าคิดว่า เจ้าจงเก็บชีวิตอันไร้ค่า ของเจ้าเอาไว้เสียดีกว่า เรื่องนี้มันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเจ้าเลย จงอย่าได้เสร่อออกหน้า มายุ่งเกี่ยวด้วยอีกคน หรือว่าบิดามารดาเจ้า ไม่เคยได้สั่งสอนว่า ออกจากบ้านให้รู้จักระมัดระวังตัว”

จุก มันจุก อีกแล้ว เด็กหนุ่มคนนี้ ไล่กัดทุกคน อย่างไม่ไว้หน้าเลยจริงๆ

...........

บุรุษหนุ่มคนนั้น เงื้อมือไปคว้ากระบี่ เอามากำเอาไว้ แล้วพลิ้วตัวออกมาจากยกพื้นชั้นที่ 3 ด้วยท่าทางเหี้ยมหาญดุจเทพนักรบ

“จงตายไปซะ ไอ้เด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”

อาศัยแรงดีดใต้ฝ่าเท้า ร่างนั้นควงสว่าน เป็นคลื่นลมสลาตัน กระบี่หลอมรวมเป็นหนึ่งกับคน พุ่งเป็นเส้นตรงสายหนึ่ง เปล่งลำแสงจิตสังหารเจิดจ้า หมายจะแทงกระบี่ เขาสู่ร่างของเฟยหลงให้ตายในทันที

เฟยหลงมองเห็นบุคคล ตรงเบื้องหน้าไม่คิดจะออมมือ คิดจะฆ่าเขาให้ตายจริง มีหรือเขาจะยอมปล่อยให้มันได้มีชีวิตรอดไปได้

เขาโคจรเคล็ดวิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์ อาวุธเข็มจิตวิญญาณ พุ่งออกสวนออกไปทันที หมายที่จะปลิดชีวิตบุรุษภายในริ้วคลื่นม้วนตลบนั้น ในทันทีเช่นกัน

“เคล็ดวิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์”

น้ำเสียงสตรี อุทานออกมาอย่างตื่นตกใจ และเงาเข็มจิตวิญญาณสีดำสายหนึ่ง ก็พุ่งออกมาจากโต๊ะเก้าอี้บนชั้น 3 เช่นกัน มันก็คือ อาวุธเข็มจิตวิญญาณ ที่มีความเร็วพอๆ กับของเฟยหลง

เฟยหลงปล่อยเข็มออกมาก่อน ด้วยช่วงเวลาที่เหลื่อมกันนี้ เข็มของเฟยหลง ย่อมจะต้องบรรลุถึงเป้าหมายก่อน ส่วนเข็มที่พุ่งตามหลังมา ย่อมจะต้องมาถึงอย่างเชื่องช้ากว่า เช่นนั้นเข็มที่ไล่ตามจึงสะกิดถูกเพียงแค่ปลายเข็มเล็กๆ ของเฟยหลงเท่านั้น ทำให้เป้าหมายของเจตจำนงแห่งเข็มแรก พลาดเป้าไป แทนที่จะต้องแทงทะลุร่างกายบุรุษหนุ่มคนนี้ไป มันเปลี่ยนเป้าหมาย เป็นแทงทะลุหัวไหล่ซ้ายๆ ไป

ชายหนุ่มคนนั้น ร้องโอดครวญออกมา ร่างม้วนตลบ หมุนควงดุจสว่านกลิ่งหลุ่นๆ ไปเกือบสิบก้าว แล้วจึงได้ใช้กระบี่ช่วยประคองตัวลุกขึ้น พร้อมกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ร่างกายเริ่มสั่นเทิ้มอย่างหวาดกลัวสุดขีด

จ้องมองเฟยหลง ที่เกือบจะตีตั๋ว ส่งเขาไปทัวร์นรก

“ข้าบอกเจ้าแล้ว ราคาที่จะต้องจ่าย จากความเสร่อ ชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของชาวบ้าน มันคือความตาย เข็มแรกเจ้าอาจจะเก็บรอดชีวิตมาได้ เพราะบังเอิญมีคนเสร่อ เข้ามาช่วยเจ้าเอาไว้ได้ทันเวลา แต่เข็มที่สอง ใครก็ไม่อาจจะช่วยเจ้าได้”

เฟยหลงไม่คิดจะปล่อยให้ คนที่ตั้งใจจะสังหารเขาจากไปง่ายๆ แล้วหันไปเงยหน้า มองตรงไปยังยกพื้นชั้นที่ 3 กล่าวว่า

“ครั้งนี้ หากเจ้ายังคิดยุ่งวุ่นวายเรื่องราวของข้าต่ออีก ข้าจะถือว่าเจ้า คิดประกาศสงคราม ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทุกคนไม่ให้เหลือรอดเลย แม้สักคนเดียว ไม่ว่ามันจะเป็นไอ้อีหน้าไหนก็ตาม”

สตรีที่อยู่หลังม่านกล่าวออกมาว่า

“เจ้ามันเป็นมารร้ายหรือไร ถึงเที่ยวไล่ล่าฆ่าใครต่อใคร ส่งเดชเช่นนี้”

เฟยหลงแหงนหน้าหัวเราะขึ้น กล่าวว่า

“ใครในที่แห่งนี้บ้าง ที่ไม่ใช่มารร้าย ถึงข้าจะเป็นมารร้ายแล้วยังไง ถ้าเจ้าแน่จริง ก็จงลงมากำจัดมารร้ายเช่นข้าเพื่อผดุงความยุติธรรรมเสียสิ ไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทางใหญ่โต ยกตัวเองให้สูงส่งเกินไปนัก”

แล้วเฟยหลงก็หันกลับ มาจ้องมองบุรุษหนุ่มคนเดิม ที่เลือดไหลซึมออกมา ร่างกายสะบักสะบอม ครึ่งเป็นครึ่งตาย กล่าวว่า

“ข้ากับเจ้าไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัว เจ้าคิดลงมือสังหารข้าก่อน ข้าเฟยหลงไม่เคยปล่อยคนที่ คิดจะสังหารข้าให้ได้มีชีวิตรอด ต้องโทษที่เจ้า ไม่รู้จักความโหดร้ายโลกแห่งนี้ ทั้งยังชอบยุ่งวุ่นวายเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้าเลย

เมื่อเจ้าได้ไปเกิดใหม่ ก็จงจำเอาไว้ให้ดีๆ ว่า ชีวิตไม่ใช่ของเล่น จงทะนุถนอมรักษามันเอาไว้ให้ดีๆ ไม่อาจจะนำมันมาล่อเล่น ได้เป็นอันขาด เจ้าจงตายไปอย่างสงบซะ”

เฟยหลงตั้งใจจะปลดปล่อยเข็มเล่มที่สองออกไป แต่ภายในกำมือของบุรุษหนุ่มคนนั้น ปรากฏป้ายสิทธิ์ขึ้นมาเสียก่อน มันถูกบ่ดขยี้ ร่างอันบอบช้ำ ถูกผลักออกจาก พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ ในทันที นับว่าสามารถเก็บเกี่ยวชีวิตของตนเอง เอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

เฟยหลงกัดฟันกรอดๆ มั่วแต่บ้าพ่นน้ำลายจนเหนื่อย จนลืมไปว่ามัน ยังมีสมบัติช่วยชีวิตอยู่กับตัวด้วย มันช่างโชคดีหลบหนีรอดไปได้ แต่ก็ยังมีพวกเลวทรามอีกมากมาย ที่ยังคงมีชีวิตอยู่

เฟยหลงแหงนเงยหน้า มองขึ้นไป พื้นบนชั้น 3 กล่าวว่า

“เจ้าจะยังรอคอยอะไรอยู่อีก หากแน่จริงก็จงลงมา ข้าไม่สนใจหรอกว่า จะเป็นบุรุษหรือสตรี หากต่อไปนี้ยังกล้าเอ่ยวาจาไร้สาระอีก ข้าจะส่งไปทัวร์นรกให้หมดทุกคน”

“เจ้าฝึกฝน เคล็ดวิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์ มาจากไหน”

ยังคงเป็นน้ำเสียงของสตรีคนเดิม กล่าวถาม หรือนางคิดว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ ไยเขาจะต้องตอบคำถามของนางด้วย นางบ้าไปแล้วหรือไม่ เฟยหลงกล่าวว่า

“มันเกี้ยวอะไรของเจ้า ข้าจะไปฝึกมันมาจากไหน มันก็เรื่องของข้า ออ เจ้าเองก็ฝึกฝนนี้มาเหมือนกันสินะ หากเจ้ามั่นใจว่ามันเหนือกว่าข้า ก็จงลงมาต่อสู้กัน แต่ข้าขอเตือนเอาไว้ก่อนว่า ไม่ตายไม่ยอมเลิกรา”

“ข้าไม่รู้ว่า เจ้ามีเรื่องบาดหมางอยู่กับใคร ต่อไปนี้ข้าสัญญาว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพียงแค่เจ้าตอบคำถามของข้ามาตรงๆ แล้วข้าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของเจ้าอีก”

สตรีนางนี้ เคยชินกันการใช้อำนาน ยามนี้คงคิดว่าตนเองเป็นฮ่องเต้ อยู่ใช่หรือไม่ และเขาก็ไม่ใช่ขุนนาง ไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งของใคร

เขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ความต้องการใดๆ ของนาง จะยุ่งก็ช่าง หรือไม่ยุ่งก็ช่าง เขายังคงยืนยันคำเดิม อย่าได้เข้ามายุ่งเรื่องของเขา

“แม่นาง ท่านนี้ ข้ากับเจ้าเราเป็นอะไรกัน ทำไมข้าต้องใส่ใจในความต้องการของเจ้าด้วย ข้าขอแนะนำให้เจ้าจงสงบปากสงบคำ แล้วนั่งอยู่นิ่งๆ ให้ดีปิดหูปิดปาก แล้วจะได้มีชีวิตเอาไว้ หายใจต่อในวันพรุ่งนี้”

“เจ้ากับกล้าข่มขู่ข้าจริงๆ หรือไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร”

เฟยหลงอารมณ์เริ่มอารมณ์เดือดดาล ยิ่งสนทนากับนาง ก็เหมือนเดินวนอยู่ภายในอ่างใบหนึ่ง นางยังไม่เข้าใจวาจาของเขา จริงๆ เช่นนั้นหรือ

“ข้าไม่ได้สนว่าเจ้าเป็นใคร แล้วไม่จำเป็นต้องหยิบยกบิดามารดาออกมาข่มขู่ข้าด้วย ข้าเฟยหลงไม่เคยหวาดกลัว”

“เจ้าชื่อเฟยหลง เช่นนั้นหรือ”

นางเอ่ยถาม แล้วถามต่อไปว่า

“เจ้าเกิดวันที่เท่าไหร่ ตอนนี้ อายุเท่าไหร่”

เขากำลังจะเริ่มอกแตกตายแล้ว เขากำลังจะเริ่มอกแตกตายแล้ว ข้อความนี้วนเวียนอยู่ภายในสมองเขา

เฟยหลงรู้สึกเหลืออดกับสตรีนางนี้จริงๆ นางไม่เข้าใจจริงๆ หรือว่า เขาไม่คิดจะสื่อสารสิ่งใดกับนางอีกแล้ว และไม่คิดจะตอบคำถามของนางด้วย ทำไมยังคงเซ้าซี่ไม่ยอมเลิกอีก

นางไม่เข้าใจ ถึงความเป็นส่วนตัวเลยใช่ไหม เขาเกิดวันไหน อายุเท่าไหร่ ทำไมจะต้องเปิดเผยให้กับคนแปลกหน้ารับรู้ด้วย

“ข้าไม่คิดจะเล่น 180 คำถาม กับเจ้าอีกแล้ว หากยังกล้า เอ่ยวาจาถามโน้มถามนี้ อีกคำเดียว ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”

แล้วกวาดสายตาเผชิญหน้ากับเป้าหมาย ที่ทำให้ต้องดั้นด้นมา จนถึงสถานที่แห่งนี้ กล่าวว่า

“เหมาหยวนจี้-โหย้ววู่หลาน-ลู่เหยี่ยน เจ้ายังจดจำได้ไหมว่า คนๆ นี้เป็นใคร”

เฟยหลงชี้นิ้ว ไปยังร่างของหลิวอัน มีบุรุษคนหนึ่ง ที่ยืนสังเกตุการณ์อยู่ข้างๆ กันกับเหมาหยวนจี้ เดินเข้าไปข้างๆ แล้วก้มหน้าลง ริมฝีปากแนบอยู่ที่รูหู ไม่นานเหมาหยวนจี้ ก็หันกับมาทางเฟยหลง กล่าวว่า

“เป็นเจ้าใช่ไหม เป็นคนลงมือสังหาร ทุกคนภายในค่ายพักแรมตรงเชิงเขา และเจ้าหมูอ้วนหยินตัน ก็คงจะถูกเจ้าฆ่าตายด้วยเป็นแน่”

เฟยหลงคิดว่า ทำไมวันนี้ ถึงมีแต่คนชอบตั้งคำถาม ยิ่งพวกที่พอจะเดาคำตอบได้อยู่แล้ว ยังจะถามออกมาอีกทำไมกัน เขาจึงกล่าวว่า

“พวกเจ้าจับกุม ผู้บ่มเพาะแล้วโยนลงไป ให้หนาวตายอยู่ภายในหลุม ไม่ได้ให้น้ำให้อาหาร ปล่อยให้พวกเขาต้องทรมานก่อนตาย บีบบังคับเก็บป้ายสิทธิ์เอาไว้ แม้แต่แหวนมิติ ก็ยังขโมยเก็บเอาไว้ด้วย

หากข้าติดตามมาช่วยไม่ทัน จะต้องมีคนจำนวนมากมาย เป็นศพอยู่ภายในหลุมนั้น ร่วมถึงสหายที่ยืนอยู่ข้างๆ ของข้านี้ด้วย พวกเจ้ามีสิ่งใด จะแก้ตัวไหม”

.................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #28 อัมพร (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 13:36

    ขอบคุณค่ะ

    #28
    0