Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 32 : ประตูอักขระรูนเทวะบรรพกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    1 พ.ค. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

32. ประตูอักขระรูนเทวะบรรพกาล

ศิษย์ที่ติดตามฮั่นหยางย่ง เพิ่งจะได้สติ พุ่งไปลูบคลำร่างที่ไร้วิญญาณปราดหนึ่ง ก่อนจะชี้หน้า ตะเบ็งเสียง เต็มไปด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือ ว่า

“แม่นางพิษอวี่เหลิง ศิษย์พี่ของข้าทำความผิดอะไร ทำไมท่านถึง ลงมือสังหารกันอำมหิต เช่นนี้ด้วย”

“เข้าไม่ได้ เป็นคนทำ”

นางปฏิเสธทันควัน

“วาจาไร้สาระ ศิษย์พี่ของข้าพูดคุย กับแม่นาง อยู่ด้วยกันเพียงสองคน หากแม่นางไม่ได้กระทำ แล้วคงจะไม่ได้โทษว่าพวกข้า เป็นฝ่ายกระทำเสียเองกระมัง”

นางไม่อาจจะ โต้แย้ง แก้ตัว อันใดได้เลยจริง

“เมื่อไม่มีวาจาจะกล่าว เช่นนั้น แม่นางอวี่เหลิง จะต้องกลับไปกับพวกเรา ท่านจะต้องมีคำอธิบายให้กับสำนักของเรา”

“ไร้สาระ ศิษย์พี่อวี่เหลิง ของพวกเรา บอกแล้วว่า ไม่ได้เป็นผู้ลงมือสังหาร มีอะไรจะต้องอธิบายกันอีก เป็นไปได้หรือไม่ ฮั่นหยางย่งอาจจะถูกสวรรค์ ลงทัณฑ์จริงๆ หากพวกเจ้าจะโทษ ก็ควรจะไปโทษสวรรค์ถึงจะถูก”

“ศิษย์สำนักหยกหมื่นพิษ กับกล้ากล่าววาจาเลอะเลือนเช่นนี้ เช่นนั้น พวกข้าคงจะต้องขอเสียมารยาทลงมือแล้ว”

ศิษย์สตรีสองคน บวกกันศิษย์บุรุษสองคน ต่างชักกระบี่ออกมา ต่อสู้โรมรันพันตู กันวุ่นวายไปหมด ฝีมือของพวกเขานับว่ากินกันไม่ขาด ต่อสู้กันเป็นสิบ เป็นร้อยกระบวนท่า ก็ยังไงก็ไม่อาจจะปรากฏผลลัพธ์ได้

สุดท้ายจึงต่างแยกออกจากกัน มาฟื้นฟูพลังบ่มเพาะ และประเมินสถานการณ์ กันใหม่อีกครั้ง

“พวกเจ้า ไม่จำเป็นต้องต่อสู้กันอีกแล้ว ข้าจะติดตามพวกเจ้ากลับไป ศิษย์น้อง พวกเจ้ากับไปแจ้งกับศิษย์พี่ร่วมสำนัก ข้าเชื่อว่า พวกเขาจะไม่กล้าลงมือ ทำอันตรายข้า ในตอนนี้”

อวี่เหลิง รู้สึกว่าตนเอง ได้รับความอยุติธรรม และในจิตใจส่วนลึก ก็ยังอยากจะรับรู้ว่า เพราะสาเหตุใด ฮั่นหยางย่ง ที่ดูปกติอยู่ๆ ก็มาตายอย่างกะทันหัน เช่นนี้

ใครกัน มันช่างบังอาจคิดวางแผนใส่ร้ายนาง

....................

ภายในอาคารลับหูลับตาคนแห่งหนึ่ง แต่ยังคงอยู่ภายใน เมืองภูผาดับตะวัน ร่างไร้วิญญาณของฮั่นหยางย่ง ถูกวางเอาไว้ ยังโต๊ะกว้างคูณยาว ขนาดเท่ากันกับร่างกายคนๆ หนึ่ง พอดี โดยรอบ คือรุ่นเยาว์ทุกคน ที่เคยนัดพบกัน และเพิ่งแยกย้ายจากกันไปไม่ถึงหนึ่งวัน

การมาพบฮั่นหยางย่ง อีกครั้ง ในสภาพกลายเป็นซากศพ ทำให้ทุกคนต่างพากัน ตื่นตระหนกไม่ใช่น้อย

“คุณชายกวางเทียนหมิง คงไม่ได้คิดว่า พวกเรามีส่วนร่วม กับกรกระทำในครั้งนี้ จริงๆ หรอกกระมัง”

โช่วหยิน สำนักประตูสายธาร กล่าวถามขึ้น

กวางเทียนหมิง นับเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการฝึกฝนปราณพิษคนหนึ่ง นั้นก็คือ วิชาปราณมารพิษไร้ขอบเขต เช่นเดียวกันกับ ฮั่นหยางย่ง ภายหลังจากสำรวจเส้นชีพจรอวัยวะตัน 5 ทั่วทั้งร่างกายอย่างละเอียดแล้ว จึงกล่าวว่า

“ข้าไม่คิดว่า พวกเจ้ายังไม่มีความสามารถ สังหารฮั่นหยางย่ง ได้อย่างง่ายดาย และรวบรัดขนาดนี้ เช่นนั้น หากไม่ใช่พวกเจ้าเป็นผู้กระทำ เราก็จำต้องมองหาว่า ผู้บ่มเพาะลึกลับคนนั้นไปใคร และระหว่างพวกเจ้า ได้ไปบ่มเพาะความคับแค้นเอาไว้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“วันนี้ ฮั่นหยางย่ง สังหารมดปลวกตัวหนึ่ง ในร้านขายยาไป จากนั้น ไม่นานฮั่นหยางย่ง ก็มีอันเป็นไป ในลักษณะเดียวกัน”

แม่นางพิษอวี่เหลิง ปั้นหน้าตอบอย่างขึงขัง แล้วแววตาก็กลับคืนสู่ความโศกซึ้ง อีกครา

“ข้าต้องการ รายละเอียด มากกว่านี้”

กวางเทียนหมิง กระชากเสียงถามขึ้น

แม่นางพิษอวี่เหลิง ขนตางอนยาวเต้นระริก เริ่มเล่ารายเอียดคราวๆ ว่า

พวกเขาทั้ง 10 คน บุกรุกเข้าไปภายในร้านขายยาเล็กๆ แห่งหนึ่ง และในสถานที่แห่งนั้น พวกเราใช้เป็นสถานที่ตกลงข้อเสนอร่วมมือกัน เมื่อเลิกประชุม ฮั่นหยางย่ง กลัวข้อตกลง และความลับต่างๆ ที่พูดคุยกัน รั่วไหลออกไป จึงใช้วิชาปราณมารพิษไร้ขอบเขต สังหารเด็กน้อยอันไร้ชื่อเสียงคนหนึ่งไป

รุ่นเยาว์คนอื่นๆ ก็ช่วยกันเอ่ยวาจา สนับสนุนคำกล่าวของนาง เป็นเสียงเดียวกัน

“หากผู้อาวุโสท่านนั้น คิดจะแก้แค้น ให้กับศิษย์ที่ถูกพวกเจ้าร่วมมือกันฆ่าตายไป เช่นนั้น ฮั่นหยางย่ง อาจจะไม่ใช่ศพสุดท้าย ที่จะต้องปรากฏขึ้นอย่างแน่นอน

พวกเจ้าทุกคน ก็ย่อมมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ ด้วยเช่นกัน ข้าหวังว่า พวกเจ้าจะสามารถค้นหาท่านผู้อาวุโส ท่านนั้นให้พบโดยเร็ว ไม่เช่นนั้น พวกเจ้าอาจจะ ไม่มีชีวิตรอด ออกจากเมืองนี้อย่างแน่นอน”

กวางเทียนหมิง เอ่ยอธิบายถึงสถานการณ์ แต่คำอธิบายเรียบๆ มันกับ กลายเป็นวาจาข่มขู่ ทำให้พวกเขาต่างแตกตื่นลนลาน

เฉียนปิงเฟย-นำนักแปรเปลี่ยนตะวัน กล่าวว่า

“ข้าจะลอง กลับไปตรวจสอบ ร้านขายเม็ดยานั้น อีกครั้ง ใครคิดจะไปกับข้า บ้างก็ตามมา”

รุ่นเยาว์ทั้ง 10 สำนัก ไม่มีใครคิดลังเลอีก ร่วมกลุ่มกัน เดินทางไปยังร้านขายยา ที่เฟยหลงอยู่อีกครั้ง

..............

วกกลับมายังร้านขายยา เวลาผ่านไปไม่นาน กลุ่มของเชียงจาง ก็เดินทางออกมาจากดินแดนกระบี่นิรนาม พลังการบ่มเพาะของพวกเขานับว่าเกินความคาดหมายจริงๆ

เฟยหลงกล่าว่า

“หลิวอัน ข้ายินดีกับเจ้าด้วย เจ้าบ่มเพาะของเจ้าบรรลุถึงระดับขั้นรู้แจ้งสวรรค์ ระดับ 1 แล้ว”

หลิวอันทำหน้าเศร้ากล่าวว่า

“ถึงยังไง ข้าก็ยัง มีระดับต่ำที่สุด ในกลุ่มอยู่ดี”

แม้ สีหน้า วาจา จะตัดพ้อ แต่ท่าทางกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว หยิบเม็ดยาออกมากลืนกินเล่น ไม่ต่างจากลูกอม ไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจใดๆ เช่นวาจาที่เพิ่งจะกล่าวออกไปแต่อย่างใด

ทุกคนต่างรับรู้นิสัยชนิดนี้ ของหลิวอันเป็นอย่างดี ได้แต่ส่ายหน้า

เฟยหลงกล่าวต่อว่า

“พลังจิตวิญญาณของพวกเจ้า ยามนี้แข็งแกร่งยิ่ง ขอเพียงได้ผนึกจิตวิญญาณระดับสูงมา ข้าเชื่อว่าเมื่อพวกเราบรรลุระดับขั้นจิตวิญญาณรู้แจ้ง พวกเราจะต้องบรรลุถึง ระดับ 5 หรือ 6 ได้อย่างรวดเร็ว”

“ข้าเองก็มีความเชื่อเช่นนั้นเหมือนกัน พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ จะต้องมี ผนึกจิตวิญญาณระดับสูง อยู่เป็นจำนวนมากแน่ๆ เมื่อพวกเรา นำมันมาคัดลอก อีกไม่นาน พลังจิตวิญญาณก็จะต้องก้าวหน้า อย่างก้าวกระโดด”

เชียงจางกล่าววาจา ด้วยความกระตือรือร้น

หลิวอันเมื่อกินเม็ดยาลงไปจนเต็มท้องแล้ว ก็หันมาทอดสายตาฉีกยิ้มให้กับเฟยหลง กล่าวว่า

“ข้าค้นพบสมบัติล้ำค่า มาได้ชิ้นหนึ่ง ข้าได้ทำการคัดลอกนำมาฝากเจ้าด้วย ดูว่าเจ้าชอบมันหรือไม่”

เฟยหลงยังไม่ได้เอ่ยว่า ชอบหรือไม่ชอบ หลิวอันก็ยื่นมาตรงหน้าเขาแล้ว

“เจ้ารับมันไป มันมีชื่อว่า หน้ากากดาราแปรเปลี่ยนกายา”

เฟยหลงรับว่าอย่างง่ายๆ

หลิวอันกล่าวต่อว่า

“เจ้าดูวิธีการใช้ ข้าจะแสดงให้เจ้าดู อย่างละเอียด”

แล้วหลิวอันก็หยิบหน้ากาก ลักษณะเหมือนกันแล้วสวมใส่บนใบหน้า แล้ววาดมืออักขระรูนโบราณพุ่งเข้าไปผสานกับหน้ากาก หลิวอันเอ่ยว่า

“ดวงดารา แปรเปลี่ยนกายาข้า”

แล้วอักขระรูนโบราณ ก็พุ่งมาโอบร่างกายของเฟยหลง เหมือนมันว่ามันกำลังโคลนนิ่ง ความสูง เส้นผม น้ำเสียง ใบหน้า ผิวพรรณ ทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นวิชาฝีมือ แล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ พี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่ง ยืนเผชิญหน้ากัน

เฟยหลงถึงกับผงะก้าวถอยหลัง ต้องยอมรับว่า หลิวอันมีความสามารถในการ ค้นหาสมบัติวิเศษ คนหนึ่งเลยที่เดียว สิ่งที่ค้นหามาได้ ล้วนแปลกประหลาดมหัศจรรย์จริงๆ

“ยามนี้ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว สาวกพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ตามราวี อีกต่อไปแล้ว เฟยหลงเจ้าถูกใจของขวัญของข้า หลิวอันหรือไม่”

เฟยหลงฉีกยิ้มกว้างกว่าที่เคย กล่าวว่า

“สิ่งที่เจ้าค้นพบ ช่วยแก้ปัญหาให้กับพวกเรา ได้มากมายจริงๆ เจ้าเยี่ยมยอดมากหลิวอัน”

หลิวอันเมื่อได้ยินคำชม จากเฟยหลง แทบจะมีปีกงอก โบยบินขึ้นฟ้าไป กล่าวว่า

“เจ้าเห็นหรือยัง กวนหมิง ข้าบอกเจ้าแล้วว่า เฟยหลงต้องชอบ ของขวัญของข้า”

กวนหมิงยักไหล่ ไม่กล่าววาจาอะไร

แต่เป็นเฟยหลง กล่าวกับทุกคนแทน โดยกล่าวว่า

“ข้ามีเรื่องราวบางอย่าง จะต้องเล่าให้กับพวกเจ้าฟัง ได้ฟัง”

แล้วเฟยหลงก็เล่าถึงเหตุการณ์ ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น อย่างรวบรัด ทุกคนในกลุ่มต่างตั้งใจฟัง เป็นหลิวอันร้องเพ้ยขึ้นมาคำหนึ่ง

“หากข้าเจอพวกมันอีกครั้ง ข้าหลิวอันจะต้องสังหารพวกมัน แก้แค้นให้กับเฟยหลง ที่ถูกฆ่าตาย”

เฟยหลงกล่าวว่า

“ข้ายังไม่ได้ตายจริงๆ เจ้ายังไม่ต้องรีบออกตัวแรง”

ทุกคนหัวร่อกันครืนใหญ่ แล้วเฟยหลังก็กล่าวต่อไปว่า

“ข้ายังไม่รีบร้อนจะฆ่าพวกมันยามนี้ รอให้เข้าไปยัง พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ ก่อนค่อยลงมือ ก็ยังไม่สาย ข้ายังไม่คิดจะไปกระตุ้นให้เหล่าผู้อาวุโสของพวกมัน ออกมาเร็วนัก แต่ในพื้นที่ลึกลับแห่งนั้น ย่อมไม่มีใครกล้าขัดขวางพวกเรา หากคิดที่จะฆ่าใครสักคน”

“เฟยหลงพูดถูก”

เผิงไฮ้สนับสนุน แล้วทุกคนก็ผงกศีรษะรับ

หลี่จือกล่าวว่า

“ร้านขายยานี้ พวกเราไม่อาจจะอยู่นาน ข้าเชื่อว่า พวกเขาจะต้องตามมาตรวจสอบสถานที่แห่งนี้ อีกแน่นอน”

“หลู่ชื่อ เย่ฮาน พวกเจ้าไปช่วยกันเก็บกวาด ทุกอย่าง ที่จะโยงมาถึง พวกเราทิ้งไปให้หมด”

เชียงจางออกคำสั่ง

ทั้งสองคนขานรับ เฟยหลงไม่คิดจะห้าม แม้ว่าเขาจะเก็บกวาดไปแล้วรอบหนึ่ง แต่คนๆ เดียว ก็อาจจะมีข้อผิดพลาดเล็กๆ ทิ้งเอาไว้อยู่บ้าง

“ระหว่างที่รอพวกเจ้า ข้าได้ค้นหาสถานที่อยู่แห่งใหม่ ให้ได้หลับนอนคืนนี้แล้ว ช่วงนี้โรงเตี๊ยมต่างๆ ล้วนเต็มหมด แต่โชคดี ที่ข้าได้รับความช่วยเหลือจากใครบางคน พวกเราจึงสามารถไปอาศัยอยู่ได้ชั่วคราว”

.................

เหยินตงเฟย-เหยินหงหลิง ยืนรอเฟยหลงอยู่มุมหนึ่ง ของทางเข้า สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์ พื้นที่ต่างแบ่งแยกกันเป็นสัดส่วน ซึ่งพื้นที่สำหรับใช้อยู่อาศัยจะอยู่ลึกไปพอสมควร

อาคารที่อยู่อาศัยของ เหยินตงเฟย-เหยินหงหลิง นับว่าใหญ่โตพอสมควร เฟยหลงจ้องมอง พวกเขาอย่างรู้สึกอิจฉา หรือท่านทูตกิเลนฟ้า เหยินเสี่ยวเจี้ยน คงจะไม่ได้อาศัยอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ ด้วยหรอกนะ

ระหว่างเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ เฟยหลงได้แนะนำกลุ่มของเชียงจางให้กับ เหยินตงเฟย-เหยินหงหลิง ได้รู้จัก พวกเขาถึงกับตกตะลึงลานไปชั่วขณะ

“ไม่พบกันสามวัน ประเมินฝีมือกันใหม่”

คำกล่าวคงต้องให้กับกลุ่มของเชียงจางเท่านั้น

เมื่อพบกันครั้งแรกที่โรงเตี๊ยม กลุ่มของเชียงจาง มีพลังบ่มเพาะเพียงระดับปราณก่อกำเนิดระดับ 8 เท่านั้น พบกันอีกครั้ง พวกเขาบรรลุระดับขั้นรู้แจ้งสวรรค์ กันหมดแล้ว

“พวกเขานับว่า สามารถเป็นศิษย์ผู้สืบทอดของสำนักระดับ 4 ได้เลย”

 

เหยินตงเฟยเอ่ยรำพึงรำพันขึ้น ก่อนจะ กล่าวว่า

“พวกเจ้า เลือกห้องที่ชอบ กันได้เลย”

เฟยหลงกล่าวขอบคุณ อย่างสุภาพ เหยินหงหลิง ยังคงแสร้งใช้แขนเสื้อปิดปาก อย่างรู้สึกนึกขำเช่นเดิม กล่าวว่า

“เจ้ายังคงมองเห็นพวกเรา เป็นคนอื่นคนไกลอยู่อีก ระหว่างพวกเรา ไม่จำเป็นต้องเอ่ย คำขอบคุณ อีก เจ้าจดจำไม่ได้แล้วหรือ”

“ได้ ต่อไปข้าเฟยหลง ผิดเอง ต่อไปจะไม่เอ่ยคำว่า ขอบคุณ กับพวกเจ้าอีก”

เหยินตงเฟย กล่าวว่า

“เช่นนี้ถึงจะถูกต้อง ข้าดีใจเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ เมื่อเจ้ามีปัญหา แล้วคิดถึงข้าเป็นคนแรก และมาขอให้พวกเรา ช่วยเหลือ แสดงว่าเจ้าให้พวกเรา เป็นพี่น้องแล้วจริงๆ”

แล้วการพูดคุยของพวกเขา ก็เป็นไปในท่วงทำนอง เส้นเสียงแห่งธรรมชาติ ดุจเสียงดนตรี อันไหลลื่นผ่อนคลาย เอ่ยสิ่งใด ล้วนแล้วแต่ต่อกันได้อย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย บางก็หัวเราะ บางก็ร่ายรำเพลงกระบี่ บางแสดงวิธีการจารึกอักขระรูนโบราณ ผลัดเปลี่ยนแลกวิชากัน อย่างไม่คิดห่วงวิชา แต่อย่างใด

…………

แต่อีกมุมหนึ่งของเมือง

กลุ่มคนจำนวน 10 คนยืนอยู่ด้านหน้าร้านขายยา เมื่อเปิดประตูเดินเข้าไป ก็ปรากฏข้อความ เป็นกระดาษสีขาว เขียนอักษรด้วยเลือดสีแดงสด ไว้หนึ่งประโยคสั้น อ่านได้ความว่า

“เป็นหนี้ต้องชดใช้ด้วยเงิน ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต”

กวางเทียนหมิง สำนักปราณมารพิษ สะบัดฝามือกระดาษแผ่นนั้น ลอยมาปรากฏอยู่บนฝ่ามือ ก่อนจะกล่าวว่า

“พวกเจ้าทุกคน ได้ไปเพาะสร้างความแค้น กับใครบางคน เข้าให้เสียแล้ว”

แล้วสะบัดฝ่ามือ กระดาษแผ่นนั้น ถูกเปลวไฟลุกไหม้

โช่วหยิน เฉียนปิงเฟย แม่นางพิษอวี่เหลิง และคนอื่นๆ รู้สึกหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ กล่าวว่า

“พวกเรา ควรจะทำประการใดดี แจ้งให้ท่านผู้อาวุโส จัดการเรื่องราวให้ดีหรือไม่”

โช่วหยิน สำนักประตูสายธาร เอ่ยถามขึ้น

“คนที่กล้าทิ้งข้อความนี้เอาไว้ ยังต้องหวากกลัวใครหน้าไหนอีก ยิ่งยามนี้ แม้แต่ตัวตนฝ่ายตรงข้ามก็ยังไม่สามารถที่จะระบุได้ หรือพวกเจ้าคิดว่า ท่านผู้อาวุโส จะมีเวลาว่างมากมาย เพื่อมาตามสืบหาให้”

กวางเทียนหมิง สำนักปราณมารพิษ กล่าวอย่างขุ่นเคือง

“เหลืออีกเพียงวันเดียว พวกเราก็จะเข้าไปยัง พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ แล้ว ข้าเชื่อว่า อาวุโสท่านนั้น ไม่มีทางจะตามพวกเราเข้าไปได้ เมื่อพวกเราออกมา ก็เกาะติดกับเหล่าผู้อาวุโสเอาไว้ ข้าไม่เชื่อว่า บุคคลลึกลับนั้นจะมีโอกาสได้ลงมือ”

เฉียนปิงเฟย สำนักแปรเปลี่ยนตะวัน วิเคราะห์สถานการณ์ อย่างมีเหตุผล รุ่นเยาว์ทุกคนต่างมีความคิดเห็นเช่นเดียวกัน

เมื่อได้ข้อสรุป ที่แน่ชัดแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันไป ยังสำนักต้นสังกัดของตนเอง

แม้พวกเขาคำนวณ อย่างมีเหตุผลเพียงใด ก็คงไม่อาจจะคำนวณได้ว่า คนที่ต้องการจะตามสังหารพวกเขา ก็คือรุ่นเยาว์ ที่จะต้องตามเข้าไปยัง พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ เช่นกัน

..................

วันสุดท้าย

เริ่มมีผู้บ่มเพาะ เดินทางผ่านประตูนำส่ง กลางเมืองภูผาดับตะวัน เริ่มพากันไปชุมนุม อยู่หน้าประตูทางเข้า พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ บางแล้ว

เฟยหลง-เหยินตงเฟย-เหยินหงหลิง ก็คิดที่จะเริ่มออกเดินทางแล้วเช่นกัน

หลิวอันเพิ่งจะเคยใช้ เครื่องเคลื่อนย้ายมิติ เดินทางเป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นท่าทางอยู่ไม่สุขอยู่บ้าง ส่วนคนอื่นๆ ยังคงรักษาท่าทีสงบ ไม่ให้เป็นที่หัวร่อ ของคนอื่นๆ

“เฟยหลง นี้เป็นหยกแผนที่ ภายในพื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ แม้แต่สำนักระดับ 5 ก็ยังไม่สามารถจะมีแผ่นที่แสดงรายละเอียด ได้มากมายถึงเพียงนี้

แต่ถึงจะกล่าวเช่นนั้น พื้นที่บางแห่ง ก็ไม่มีใครกล้าจะเข้าไปสำรวจ มันจึงถูกระบุให้เป็น สถานที่ต้องห้าม หากเจ้าพบกับสถานที่แห่งนั้น ก็ควรจะหลีกเลี่ยงที่จะผ่านเข้าไปซะ”

เฟยหลง รับหยกแผนที่นั้นเอาไว้ ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ แล้วคัดลอกแจกจ่าย ให้กับสมาชิกทุกคน เก็บเอาไว้คนละหนึ่งชิ้น

ตามที่ได้รับรู้มา เมื่อก้าวผ่านประตูทางเข้าไปแล้ว ทุกคนจะถูกสุ่มเลือกให้ไปยังตำแหน่ง สถานที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากต้องการจะรวมกลุ่มกันอีกครั้ง จะต้องนัดแนะกันให้แน่นอน

เฟยหลงจึงระบุเครื่องหมายกากบาทสีแดง เอาไว้บนพื้นที่จำนวน 10 แห่ง ใครอยู่ใกล้ตำแหน่งใดก็ให้ไปรออยู่ยังจุดนั้น และที่สำคัญ แหวนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ไม่สามารถใช้สื่อสารกันได้ ภายในพื้นที่ลึกลับแห่งนั้น

สุดท้ายก็ถึงคิว ก้าวผ่านเครื่องเคลื่อนย้ายมิติ อักขระรูนโบราณทั่ว บริเวณเริ่มกระบวนการทำงาน พวกเขาถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ อันแปลกตาทันที

พื้นที่มิติว่างลึกลับแห่งนี้ เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง อันเป็นอารยธรรมที่ล้มสลาย พื้นที่โล่งกว้างแห่งนี้ จึงถูกจัดแบ่งพื้นที่โดยธรรมชาติ เป็นทั้งแบบ อิงหน้าผาสูง อิงอาณาบริเวณกลุ่มเมฆหมอก และสภาพอาคารบ้านเรือนที่ปรักหักพัง

ตรงจุดกึ่งกลางลานกว้าง มีประตูสีดำขนาดใหญ่ ถูกจัดสร้างเอาไว้ และคนที่สามารถจะสร้างมันได้ ย่อมเป็นเทพเจ้าเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว

เฟยหลงสามารถคาดเดาได้ทันที ว่ามันคืออะไร

“ประตูอักขระรูนเทวะบรรพกาล ลำดับที่ 5xxxxxx”

เฟยหลงอ่านข้อความ ที่ปรากฏอยู่บนยอดจุดสูงสุดของประตู รุ่นเยาว์ทั่วทั้งอาณาบริเวณ แม้จะใกล้ หรือไกลเพียงใด ก็สามารถจะอ่านข้อความนี้ ได้อย่างชัดเจนเช่นกัน

.............

จากข้อมูลที่เฟยหลงรวบรวมมา มีผู้บ่มเพาะรุ่นเยาว์ ทั่วทั้งอาณาจักรฟ้าคราม มาชุมนุมกันอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย แคว้นสวี่ แคว้นจาง แคว้นหาน แคว้นจ้าว 4 แคว้นหลัก ซั่งผู้บ่มเพาะเริ่มพากัน ทยอยมารวมตัวกันอยู่ในสถานที่แห่งนี้ กันอย่างหนาตาแล้ว

ดังนั้น การที่จะมาพบเจอคนรู้จัก โดยบังเอิญ จึงเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากจะได้นัดแนะกันเอาไว้ล่วงหน้า ส่วนสถานที่แห่งนี้ มีขนาดใหญ่โตพอที่จะรองรับ ผู้บ่มเพาะได้มากมายนับแสนๆ คน

เช่นนั้นจึงมีข้อห้าม เรื่องการต่อสู้กันในทุกกรณี แม้จะมีความคับแค้น ฆ่าพ่อฆ่าแม่กัน ก็ไม่อาจจะตัดสินกันในสถานที่แห่งนี้ได้ หากใครละเมิดก็จะถูกผู้คุมคัดออก

เช่นนั้นกลุ่มของเฟยหลง จึงกระทำได้เพียงการ นั่งมองประตูอักขระรูนเทวะบรรพกาล และจ้องมองผู้บ่มเพราะแปลกหน้า ที่เริ่มจะปรากฏขึ้น อย่างไม่ขาดสาย

จนสุดท้าย วันสุดท้าย ก็สิ้นสุดลงในลักษณะนี้

.............

แล้ววันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง

เหล่าผู้อาวุโสใน เครื่องแต่งกาย ของสมาคมจารึกอักขระวิญญาณ ก็เหาะเหินเดินอากาศ อยู่เหนือท้องฟ้านับหมื่นๆ คน สายลมพัดอู้รุนแรง สามารถกรีดฟาดฟันคนให้ตายได้เพียงเสียวพริบตา ถึงแม้ว่าจะพัดผ่านอย่างรุนแรงเพียงใด แต่เสื้อผ้าของผู้อาวุโสทุกคนกับ ไม่ได้รับผลกระทบแต่ประการใด

น้ำเสียงทรงอำนาจดังก้องทั่วอาณาบริเวณ

“รุ่นเยาว์ทั้งหลาย โปรดจงชูป้ายสิทธิ์ของพวกเจ้าขึ้นมา”

เฟยหลง และทุกๆ คน ต่าง หยิบเอาป้ายสิทธิ์ ชูขึ้นไปบนท้องฟ้า ลำแสงสีแดง พุ่งทะยานขึ้นไป ประตูอักขระรูนเทวะบรรพกาล กลืนกินลำแสงทั้งหมดเข้าไป แสงสว่างเจิดจ้า ดั่งอสนีแลบแปลบปลาบ ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดง ทั้งหมด

ผู้บ่มเพาะทุกคน ต่างก็ถูกย้อมร่างากายด้วยโลหิต ไม่นานประตูอักขระรูนเทวะบรรพกาล ก็ดูดกลืนพวกเขาเข้าไปที่ละคนๆ

และเฟยหลงเอง ก็เริ่ม จะถูกดูดเข้าไปด้วยเช่นกัน

“แล้วพวกเรา ค่อยพบกันอีกครั้ง”

เหยินตงเฟย-เหยินหงหลิง-เชียงจาง- เผิงไฮ้ -หลี่จื่อ –หลู่ซือ- เย่ฮาน -หลิวอัน –กวนหมิง ก็ส่งยิ้มให้กับเฟยหลง แล้วทุกคนก็ร่างกายละลายเป็นกลุ่มควัน ถูกดูดเข้าไป ในเวลาอันไล่เลี่ยกัน

...............

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น