Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 30 : ฝึกฝนวิชาคัดลอกหินผนึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    1 พ.ค. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

30. ฝึกฝนวิชาคัดลอกหินผนึก

เผิงไฮ้กล่าวว่า

“เฟยหลงเจ้าอย่าได้ ล้อพวกเราเล่น”

เฟยหลง สะบัดฝ่ามือ ป้ายชิ้นหนึ่ง ก็ลอยไปหยุดอยู่ตรงเบื้องหน้าเผิงไฮ้ กล่าวว่า

“ก็แค่ป้ายสิทธิ์ ยามนี้ พวกเจ้าไปดูเล่น ชิ้นหนึ่งก่อน”

เชียงจาง เผิงไฮ้ หลี่จื่อ หลู่ซือ เย่ฮาน หลิวอัน กวนหมิง ถึงกับตะลึงลาน

เผิงไฮ้ ชูป้ายขึ้น แล้วลูบคลําพลิกไปมา “มันเป็นป้ายสิทธิ์จริงๆ”

หลี่จื่อแย่งชิงจากมือเผิงไฮ้ แล้วนำไปพลิกไปมาเช่นกัน แล้วก็กล่าวว่า “มันเป็นป้ายสิทธิ์จริงๆ”

แล้วคนอื่นๆ ก็แย่งชิงหมุนเวียนกันลูบคลำ แล้วพิจารณาอย่างละเอียด

เฟยหลงกล่าวว่า

“ป้ายสิทธิ์นี้ เป็นเหมือนประตูอักขระรูนโบราณ มันคือสมบัติช่วยชีวิตอย่างหนึ่ง เมื่อพบเจอกับอันตราย พวกเจ้าเพียงกระตุ้นอักขระรูนโบราณ มันก็จะสร้างรูหนอน ดูดกลืนเจ้าเข้าไป หลบหนีจากอันตรายได้

หากนึกภาพไม่ออก พวกเจ้าก็นึกถึง เจ้าไคว้เหลียงนั้นได้ แต่ป้ายสิทธิ์นี้ จะใช้งานได้เฉพาะ ภายในพื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ เท่านั้น”

“เฟยหลง เจ้าไปได้ป้ายนี้ มาจากไหน”

เฟยหลงไม่ตอบ แต่โยนแหวนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ออกไปให้กับทุกๆ คน พวกเขารับเอาไว้ แล้วจ้องมองดูอย่างพิจารณา

“มันเป็นของรางวัล ที่พวกเจ้า ที่ทดสอบได้เป็นอาจารย์ฝึกสอนปรุงยา มันเรียกว่าแหวนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง หากพวกเจ้าอยากจะรู้ว่า ทำไมข้า ถึงได้มีป้ายสิทธิ์ ก็ลองเปิดแหวน แล้วเลื่อนลงไปยังเมนูข้อมูลข่าวสารทั่วไป”

ทุกคนดีใจกันจน ไม่ได้ยินที่เฟยหลงเอ่ย ถึงข้อความอันยืดยาว เย่ฮาน ร้องออกมาอย่างดีใจเป็นคนแรก

“แหวนอักขระสวรรค์รู้แจ้งจริงๆ ด้วย เฟยหลงเจ้าช่างดีกับข้าเย่ฮาน จริงๆ”

เฟยหลงทอดสายตามองทุกคน ซึ่งกำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์ และไม่ต้องการให้ใคร แสดงความซาบซึ้ง จึงกล่าวว่า

“พวกเรา เป็นครอบครัวเดียวกัน มีสิ่งใดจะต้องเกรงใจกัน”

หลี่จื่อ กล่าวว่า

“เฟยหลง พวกเราต่างเกิดมาไม่มีพ่อแม่ และหากพวกเรา ไม่ได้พบกับเจ้า บางที่พวกเรา คงจะต้องตายกันไปกันหมดแล้ว บนภูเขาค้างคาววิญญาณ ข้าเชื่อว่า เจ้าคือสิ่งปาฏิหาริย์ที่สวรรค์ส่งลงมา เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของพวกเรา

ข้าหลี่จื่อ ขอสาบานว่า อนาคตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชีวิตข้าจะส่งมอบให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจ”

เฟยหลงกล่าวว่า

“หลี่จือ ข้าเฟยหลง ไม่ต้องการชีวิตของใคร ข้าเพียงต้องการมีครอบครัว ยามทุกข์ยาก มีอันตราย พวกเราจะไม่ทอดทิ้งกัน ข้าต้องการเห็นพวกเจ้า กลายเป็นมังกร ที่จะสามารถลิขิต ชีวิตของคนอื่นๆ ได้

สำหรับข้าเฟยหลง ยินดีจะเดินอยู่เคียงข้างพวกเจ้า คอยให้การสนับสนุนพวกเจ้าทุกอย่าง ให้พวกเจ้าสามารถเดินไปตามเส้นทางที่ใฝ่ฝันเอาไว้ จนพวกเจ้าจะรู้สึกเหนื่อย และไม่คิดจะก้าวเดินต่อไปแล้ว”

เชียงจางและสมาชิกทุกคน กำลังจะเอ่ยวาจาซึ่งๆ กินใจ เช่นกัน

เฟยหลงเป็นคน ที่หวาดกลัวต่อเรื่องราวที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างยิ่ง จึงตัดบทว่า

“ข้าได้ซื้อบ้านหลังใหม่ เอาไว้ให้กับพวกเรา ได้อาศัยอยู่ชั่วคราวแล้ว พวกเราลองไปดูกันเถอะ”

“บ้านหลังใหม่ ของเราอย่างนั้นหรือ”

เฟยหลิงยิ้มๆ ให้หลิวอัน กล่าวว่า

“แน่นอนซิ ข้าร่ำรวยมากกว่า ที่เจ้าจะคิดเอาไว้เสียอีก”

หลิวอันกระโดดโลดเต้นดีใจ แม้จะยังไม่เคยได้เห็นตัวบ้านเลยด้วยซ้ำ ทุกคนต่างเดินลัดเลาะไปยัง บนถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้า นับว่าถนนย่านนี้ เป็นจุดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด ของเมืองภูผาดับตะวัน

พวกเขาเดินมาถึง ร้านขายยาแห่งหนึ่ง ป้ายชื่อที่เขียนเอาไว้ อ่านได้ความว่า “ร้านเม็ดยาปีกสวรรค์” อนึ่งเม็ดยาปีกสวรรค์ก็ คือเม็ดยาฟื้นฟูปราณแท้ นับว่าชื่อของร้านนี้ จะต้องเคยประกอบธุรกิจซื้อขายเม็ดยาฟื้นฟูปราณแท้ มาก่อน

หลิวอันซอยเดิน ไปยืนนิ่งอยู่ใกล้ๆ หน้าประตูทางเข้าเป็นคนแรก เพราะความฝันของหลิวอัน ก็คือการได้เป็นนักปรุงยาที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เมื่อเห็นร้านขายอยู่ตรงเบื้องหน้า ก็เหมือนกับถูกสะกดจิต เหมือนว่าความฝันของตนเองกำลังจะกลายเป็นความจริง

“ร้ายขายยานี้ มันคงจะไม่ใช่ บ้านหลังใหม่ ของพวกเราจริงๆ ใช่ไหม”

เฟยหลงกล่าวว่า

“พวกเราล้วนแล้วแต่ เป็นนักปรุงยา ทำไมพวกเราถึงจะ มีร้านขายเม็ดยา เป็นของตัวเองบ้าง ไม่ได้ล่ะ”

หลิวอันวิ่งเข้าไป กวาดสายตามองสำรวจไปยังมุมต่างๆ รอบๆ ร้าน แล้วตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า

“มุมนี้ ข้าหลิวอันจะวางขายเม็ดยาของข้า มุมนี้ ก็คือโต๊ะบัญชี มุมนี้กันไว้ให้กับลูกค้า มาซื้อขายสมุนไพร และว่าจ้างข้าหลอมยา กวนหมิง มุมนี้ข้าจะกันเอาไว้ให้เจ้า”

กวนหมิงหน้าบึ่ง จ้องมองมุม ที่อยู่ลึกจนลับสายตาคน กล่าวว่า

“หลิวอัน ทำไมเจ้าไม่ให้ข้า ขึ้นไปขายยาอยู่บนหลังคาร้าน เสียเลยล่ะ”

ทุกคนพากันหัวร่อ กันครืนใหญ่ เฟยหลงไม่ได้คิดจะลงหลักปักฐานอยู่ยังเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ร้านนี้จึงไม่ได้ใหญ่โตอะไรนักหนา เขากระทำเช่นนี้ ก็เพื่อที่จะให้ทุกคน ได้มีอะไรได้ทำกันเล่นๆ ยามว่างเท่านั้น

“เอาละ พวกเราไปเลือกห้องพักกันก่อน ว่าใครจะต้องการจะอยู่ห้องไหน”

...............

เมื่อทุกคน เลือกห้องส่วนตัวกันครบแล้ว ก็ออกมารวมตัวใจอยู่กลางห้องโถง เฟยหลงนั่งจิบน้ำชาเงียบๆ รอคอยอยู่ก่อนแล้ว เมื่อทุกคนนั่งประจำยังมุมต่างๆ จึงกล่าวว่า

“ข้าได้วางแผน จะใช้ร้านนี้เป็นเหยื่อล่อ สาวกมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ และเมืองนี้ ก็ไม่มีสิ่งใด ให้ข้ารู้สึกสนใจ มันไม่ใช่จุดหมายที่พวกเรา จะคิดลงหลักปักฐานใดๆ

หลิวอันข้าคงจะต้องขอโทษเจ้าด้วย ร้านนี้ แม้พวกเรา คิดที่จะเปิดมันขึ้นจริงๆ แต่เมื่อพวกเรา ไม่มีพลังพอที่จะปกป้องมันได้ สุดท้ายมันก็จะถูกคนอื่น ทำลายทิ้งอยู่ดี

จนกว่าพวกเราจะมีความแข็งแกร่ง ให้มากขึ้นกว่านี้ และไม่มีใคร สามารถมารังแกพวกเราได้ พวกเราจะไม่เอาความรู้สึกใดๆ ไปผูกมัด กับสิ่งของนอกกายที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะบั่นทอนให้ต้องรู้สึกเศร้าเสียใจใดๆ ทั้งสิ้น”

หลิวอันแววตาละห้อย กวนหมิงเมื่อเห็นเช่นนั้น งกล่าวว่า

“หลิวอัน สิ่งที่เฟยหลงกล่าวออกมา ล้วนมีเหตุผลทั้งสิ้น หากเจ้าอยากที่จะมีขายขายยา เป็นของตัวเอง เจ้าต้องแข็งแกร่งขึ้น และมีพลังให้มากขึ้นกว่านี้”

“ข้ารู้แล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องมาย้ำเตือน ข้าอีกก็ได้”

เฟยหลงกล่าวว่า

“แม้ว่าร้านนี้ จะเปิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่พวกเรา ก็ยังขายเม็ดยาได้ และรับหลอมเม็ดยา ตามใบสั่งได้เหมือนกันกับร้านขายยาทั่วไปๆ

แม้สุดท้ายแล้ว มันจะถูกปิดลงในอนาคต แต่สิ่งที่จะติดตัวพวกเราไปด้วยก็คือ การได้สั่งสมประสบการณ์ เช่นนั้นหลิวอัน เจ้ายังจะสามารถเป็นเถ้าแก่ร้านขายยาแห่งนี้ ได้เหมือนเดิม

เมื่อพวกเรา ย้ายไปเปิดร้านยังสถานที่แห่งอื่น เมืองอื่นๆ เจ้าก็ยังจะสามารถเป็นเถ้าแก่ ร้านยาที่ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่านี้ได้อีก ข้าเฟยหลงขอให้คำรับรองนี้ กับเจ้าได้”

หลิวอันมีสีหน้ากระตือรือร้น แผงตากระจ่างวูบ กล่าวว่า

“ข้ายังจะได้เป็น เถ้าแก่ร้านขายยาที่ใหญ่กว่านี้ อีกในอนาคตจริงๆ”

เฟยหลงยิ้มๆ และผงกศีรษะรับรอง แล้วส่งเสียงกระแอม กล่าวต่อว่า

“พวกเรามากล่าว ถึงปัญหาที่จะต้องพบเจอกันในอนาคต ซึ่งอย่างไร ก็ไม่อาจจะหลีกเลี้ยงได้ นั้นคือสาวกพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์

ข้าไม่ได้เอ่ย ถึงแต่เฉพาะเจ้าไคว้เหลียง ความจริงข้า สามารถฆ่าเจ้าไคว้เหลียงทิ้งไปเมื่อใดก็ได้ แต่สาวกพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ต่างก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก สิ่งที่พวกมันสนใจก็คือ แก่นโลหิตมารฟ้า

การไล่ล่า และสังหารพวกเรา เพื่อแย่งชิงแก่นโลหิตมารฟ้า จึงเป็นเรื่องที่ทุกๆ คน ต้องเผชิญแน่ๆ ในอนาคต เช่นนั้น มีเส้นทางให้เลือกอยู่เพียงสองทาง นั้นก็คือนั่งรอให้พวกมันมาแย่งชิง และฆ่าพวกเราทิ้ง หรือเราจะต้องเป็นฝ่ายเป็นผู้แย่งชิงเสียเอง”

เผิงไฮ้ กล่าวด้วยสีหน้ากระด้างเย็นชาว่า

“ข้าจะไม่ยอมให้ใคร มาแย่งชิงแก่นโลหิตไปจากข้าได้ ข้าจะฆ่ามัน และเป็นฝ่ายแย่งชิงมันมาเอง”

เชียงจาง หลี่จื่อ หลู่ซือ เย่ฮาน หลิวอัน กวนหมิง ก็กล่าวประโยคเช่นเดียวกัน

เฟยหลงจึงกล่าวว่า

“เช่นนั้น พวกเราจะต้องแข็งแกร่งให้มากขึ้นกว่านี้ และข้าก็มีสถานที่แห่งหนึ่ง ที่จะสามารถจะช่วยพวกเรา ให้ได้เปรียบกว่าผู้บ่มเพาะวิชาคนอื่นๆ”

เชียงจางถามด้วยความอยากรู้ว่า

“มันเป็นสถานที่ แบบใดกัน”

ทุกคนในกลุ่มต่างรอคำตอบ อย่างใจจดใจจ่อ

เฟยหลงปั้นหน้าตอบอย่างขึงขังว่า

“ข้าจะให้พวกเจ้า ได้เห็นมันเองกับตา จะดีกว่า”

แล้วเฟยหลงก็ยืนขึ้น สะบัดฝ่ามือปรากฏประตูอักขระรูนโบราณสีดำ ดุจนิลออกมา เฟยหลงกล่าวว่า

“พวกเจ้ามายืน รวมกลุ่มกัน ใกล้ๆ ข้า”

ทั้งแปดคนมายืนขนาบข้างซ้ายขวา เฟยหลงวาดฝ่ามือ พุ่งตรงเข้าไปยังประตูอักขระรูนโบราณ แล้วลำแสงสว่างเจิดจ้าก็ดูดกลืน ทั้งแปดคนเข้าไปในทันที

.................

สถานที่แห่งนี้ มันก็คือ ดินแดนกระบี่นิรนาม

เมื่อลำแสงสว่างเจิดจ้าจางหายไป เชียงจางและทุกคน ต่างก็ยืนแข็งเป็นรูปปั้น อยู่ยังเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง

หลู่ซือ ที่ยืนอยู่ข้างเย่ฮาน ใช้นิ้วยิกต้นแขนอย่างแรง เย่ฮานร้องโอ้ย ออกมาคำหนึ่ง

“เจ้าจะยิกข้าทำไม หลู่ซือ”

หลู่ซือกล่าวว่า

“จะได้รู้ว่า พวกเราไม่ได้กำลังฝันไป นี้มัน ช่างประหลาด และมหัศจรรย์ เกินไปแล้ว”

กวนหมิงกล่าวว่า

“สถานที่แห่งนี้ มันคืออะไรกัน แล้วกระบี่ใหญ่ยักษ์เล่มนั้น มันถูกสร้างมาให้กับเทพเจ้าองค์ใด ได้ใช้กัน ทำไมมันถึงได้มีขนาดใหญ่โตขนาดนี้”

เฟยหลง ได้แต่ส่ายหน้า เพราะตนเอง ก็อยากจะรับรู้คำตอบของคำถามนั้นเช่นกัน

หลิวอัน ความจริงแล้วช่างพูด ช่างซักถามมากที่สุด ยามนี้ มัวแต่ตะลึงพรึงเพริด จึงได้เอ่อวาจา ออกมาเกือบจะเป็นคนสุดท้าย

“เฟยหลง หรือเจ้าเองก็ไม่รู้ว่ากระบี่นั้น คือะไรกัน”

เฟยหลงกล่าวว่า

“หากข้าจะตอบว่า ข้าเองก็ไม่รู้ พวกเจ้าจะเชื่อข้าไหมล่ะ”

“เข้าเชื่อเจ้า”

เชียงจางเอ่ยขึ้น อย่างจิงจัง เฟยหลงกล่าวต่อว่า

“เข้าเอง เคยเข้ามา ยังสถานที่แห่งนี้ เพียงไม่กี่ครั้งเช่นกัน ข้าเดินสำรวจเมืองโบราณแห่งนี้ได้ เพียง 1 ใน หมื่นส่วน เห็นจะได้ เมืองนี้มันใหญ่โตเกินไป จริงๆ ข้าขอแนะนำว่า พวกเจ้า อย่าได้เที่ยวสำรวจไปให้ไกลเกินไปนัก ข้าไม่อาจจะรับรู้ได้ว่า มันมีอันตรายอะไร ซ่อนเร้น อยู่มากน้อยเพียงใด”

“แล้วเจ้าพาพวกเรามา ที่นี่ทำไม”

เผิงไฮ้ถามขึ้น ด้วยความสงสัย

“พวกเจ้าตามข้ามา”

แล้วเฟยหลง ก็เดินนำขบวนตรงไปยัง “บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี” แล้วกล่าวว่า

“ข้าจะทำอะไรให้พวกเจ้าได้ดู”

แล้วเฟยหลง ก็เดินตรงไปยังม่านพลังรูนโบราณ แล้วโยนหินผนึกพลังระดับสูง เข้าไปหนึ่งก้อน แล้วข้อความอย่างที่เคยปรากฏเหมือนครั้งก่อนๆ ก็ปรากฏขึ้น

“ท่านได้จ่ายค่าบริการ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านโปรดโยนสิ่งที่ต้องการจะคัดลอกลงไปยัง“บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี”

แล้วเฟยหล งก็โยนป้ายสิทธิ์ที่เหลืออยู่กับตัว จำนวน 2 ป้ายลงไป แล้วก็มีข้อความก็แจ้งมาว่า

“อุปกรณ์วิญญาณระดับต่ำ ไร้ประโยชน์จำนวน 2 ชิ้น เริ่มกระบวนการคัดลอก”

แล้วอักขระก็พุ่งมาโอบล้อมร่างกายเอาไว้ เฟยหลงเริ่มถ่ายเทพลังจิตวิญญาณเติมลงไปยัง“บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี” เรื่อยๆ สุดท้ายจิตวิญญาณก็เหือดแห้งลง ก็จะมีข้อความแจ้งว่า

“พลังจิตวิญญาณของท่าน ไม่มีเหลือพอที่จะคัดลอกต่อไปอีกแล้ว ขณะนี้ ท่านสามารถคัดลอกอุปกรณ์วิญญาณได้ทั้งสิ้น 100 ป้าย”

เฟยหลงรู้สึกเกินความคาดหมาย ในแต่ละครั้ง ที่เขาได้ทำการคัดลอกอุปกรณ์วิญญาณ พลังจิตวิญญาณของเขาก็จะพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

ซึ่งมันเป็นสิ่งที่แปลกมาก แต่เมื่อมันส่งผลดี ไม่ส่งผลเสีย เขาจึงไม่ได้คิดอะไรมากมาย ดีเสียอีก ต่อไปหากเขาต้องการสิ่งใด เขาก็จะนำมันมาคัดลอกๆ พลังจิตวิญญาณก็จะได้เพิ่มขึ้นๆ

ทุกการกระทำของเฟยหลงตกอยู่ ภายใต้สายตาจับจ้องมองของทุกๆ คน ตลอดเวลา

พวกเขาไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ต่างเริ่มตั้งคำถามว่า โลกที่พวกเขาจากมา แม้มันจะกว้างใหญ่ไพศาล แต่ก็ไม่อาจจะ เปรียบเทียบ กับสถานที่อันมหัศจรรย์แห่งนี้ได้เลย มันจะต้องเคยเป็นดินแดนของทวยเทพโบราณ ยุคบรรพกาลอย่างแน่นอน

“เป็นอย่างไร พวกเจ้า พอจะรู้ หรือยังว่า ข้าได้พาพวกเจ้ามายังสถานที่แห่งนี้ทำไม บ่อนี้ สามารถจะคัดลอกสิ่งใดก็ได้ ตามที่ต้องการ เม็ดยา อุปกรณ์วิญญาณ สมุนไพร แก่นโลหิต แก่นพลัง แก่นธาตุ หรือแม้แต่ ผนึกพลังระดับสูง ผนึกจิตวิญญาณ แต่มันมีเงื่อนไข อยู่ข้อหนึ่ง คือ ต้องเป็นสิ่งของที่ไม่ใหญ่มาก และหนึ่งคน สามารถคัดลอกได้วันละหนึ่งครั้งเท่านั้น”

“เช่นนั้น ข้าก็สามารถคัดลอกเงินทอง ให้กองใหญ่เท่ากันกับภูเขาก็ได้ ใช่ไหม”

หลิวอันยิ้มๆ แล้วตั้งคภถามขึ้น เฟยหลงกล่าวว่า

“ย่อมได้ แต่เจ้าจะต้องคิดให้ดีๆ เสียก่อนว่า ผนึกพลังระดับสูง 1 ก้อน และพลังจิตวิญญาณของเจ้า มันจะคุ้มค่าพอหรือไม่ เพราะในแต่ละครั้ง เจ้าอาจจะต้องใช้เวลา เป็นวัน เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือหลายเดือน กว่าพลังจิตวิญญาณจะกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม การคิดจะคัดลอก อุปกรณ์วิญญาณที่มีระดับสูง หรือผนึกพลังระดับสูง พวกเจ้าจะต้องคิดวางแผน ให้รอบครอบกันเสียก่อน เพราะพลังจิตวิญญาณที่ต้องใช้ไป ย่อมมีขนาดไม่เท่ากัน”

เฟยหลงจึงทอดสายตา จ้องมองไปยังหลี่จื่อ ในจำนวน บุคคลทั้ง 7 คน เชียงจาง และเผิงไฮ้ แม้ว่าจะมีความเป็นผู้นำ แต่ระดับวิชาฝีมือ กับสู้หลี่จื่อไม่ได้ โดยเฉพาะพลังจิตวิญญาณ

“ศิษย์พี่หลี่จื่อ ท่านอยากจะลองคัดลอกดูบ้าง หรือไม่”

หลี่จื่อผงกหัว เฟยหลงสะบัดฝ่ามือ โยนหินผนึกพลังระดับสูงเข้าไปภายในม่านแสง แล้วกระบวนการ ก็เร่งมาจนถึง ขั้นตอนโยนสิ่งของเข้าไปภายใน “บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี”

ครั้งนี้ เฟยหลงก็ ได้โยนหินผนึกพลังระดับสูง เข้าไปในบ่อ

“บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี” แจ้งว่า “ท่านต้องการที่จะคัดลอก หินผนึกพลังระดับสูง กระบวนการคัดลอกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว”

แล้วอักขระรูนโบราณ ก็พุ่งเข้าไปโอมล้อมร่างกาย หลี่จือเริ่มถ่ายเทพลังจิตวิญญาณเข้าไปภายในบ่อ เวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง ก็ได้มีข้อความแจ้งมาว่า

“ท่านไม่ได้มีพลังจิตวิญญาณ เหลือพอที่จะคัดลอกอีกต่อไปแล้ว ท่านสามารถคัดลอกหินผนึกพลังระดับสูง ได้ 1 ก้อน และหินผนึกพลังระดับต่ำ 200 ก้อน”

จากเท่าที่เฟยหลงรับรู้มา หินผนึกระดับต่ำ 1000 ก้อน มีค่าเท่ากันกับ หินผนึกระดับสูง 1 ก้อน การคัดลอกทั้งนี้นับว่า ยังไม่ว่าขาดทุน และยังได้กำไรเป็นหินระดับต่ำเพิ่มมา 200 ก้อน หากยังทำเช่นนี้ ซ้ำๆ กัน 5 วัน ก็จะได้รับหินระดับสูงมา 1 ก้อน

หลี่จือหน้าซีดแข่งขาอ่อนเปลี้ย

เฟยหลงหยิบยาฟื้นฟูพลังบ่มเพาะ และฟื้นฟูจิตวิญญาณ โยนไปให้

หลี่จือรับเอาไว้ และกลืนเข้าไปทันที ก่อนจะหันไปมองหลิวอัน กล่าวว่า

“หลิวอัน เจ้าเห็นผลลัพธ์นี้ หรือยัง หินผนึกระดับสูง 1 ก้อน สำหรับผู้บ่มเพาะทั่วไป แทบจะได้แต่ฝันเท่านั้น ข้าเองก็เคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก เราจะต้องคัดลอก สิ่งที่มีค่าที่สุดเท่านั้น ไม่อาจจะคัดลอก สิ่งที่ไร้ค่าไร้ราคาโดยเด็ดขาด”

คำถามประชดประชันของ หลี่จือ ทำให้หลิวอันพูดอะไรไม่ออก

เฟยหลงกล่าวแทรก ต่อไปว่า

“ยิ่งพวกเรา คัดลอกหินผนึก ออกมาใช้ได้เอง มากเท่าไหร่ พลังจิตวิญญาณ ก็จะยกระดับเพิ่มมากขึ้น ไปเรื่อยๆ เป็นเงาตามตัวเช่นกัน

ข้าเชื่อว่า อีกไม่นาน พวกเจ้าจะสามารถคัดลอก หินผนึกระดับสูง ออกมาได้มากกว่า 1 ก้อน”

แล้วเฟยหลง ก็โยนหินผนึกระดับสูง ให้กับทุกๆ คน เพื่อเริ่มต้น ฝึกฝนวิชาคัดลอกหินผนึกระดับสูง

เฟยหลงคิดว่า เขาไม่อาจจะหยิบยื่นทุกสิ่งทุกอย่าง ให้กับพวกเขาอย่างง่ายๆ เพราะไม่เช่นนั้น มันจะกลายเป็นการทำร้ายพวกเขาทางอ้อม เพราะทุกคนจะเคยชินกับการนั่งรอ กันเพียงอย่างเดียว แม้จะพัฒนาพลังบ่มเพาะ แต่ไม่อาจจะพัฒนาพลังจิตวิญญาณได้

ในอนาคต เมื่อพวกเขาจะได้มองย้อนกลับมา และจะเห็นถึงความหวังดี ของเฟยหลง

……………

30 วัน ในโลกแห่งดินแดนกระบี่นิรนาม สิ้นสุดลง พวกเขาได้เดินทางกลับไปยังโลกเดิมอีกครั้ง แล้วพวกเขาก็ใช้ชีวิตในร้านขายเม็ดยา “ร้านเม็ดยาปีกสวรรค์” อีก 1 วัน แล้ว ก็เข้ามายัง ดินแดนกระบี่นิรนาม อีกครั้ง หมุนเวียนเป็นเช่นนี้ 6 ครั้ง นับเป็นวัน ก็เท่ากันกับ 180 วัน หรือครึ่งปี เลยที่เดียว

สุดท้ายก็ใกล้วันที่ พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ จะเปิดขึ้นมาแล้ว

เฟยหลงมีแผนการ ที่จะต้องไปจัดการทำตัวเอง จึงคิดจะแยกจากสมาชิกทุกคนสักพัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #41 abeja (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 12:02

    ขอบคุณครับ

    #41
    0