Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 29 : รูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    27 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

29. รูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป

 

เฟยหลงยังไม่ได้คิดจะขยับ เพียงกล่าวว่า

“ท่านผู้อาวุโส จะมอบของรางวัลอะไร หากข้าสามารถเพิ่มระดับรูปแบบจำลอง ให้เพิ่มได้มากกว่าระดับ 4”

ทุกคนหันมามองเฟยหลง เป็นตาเดียวกัน เด็กน้อยนี้ ถึงกับกล้าหยิ่งยโสกับผู้อาวุโส ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ ยังไม่มีผลงาน กับกล้าถามถึงของรางวัลเสียแล้ว ออกจะโอ่ประโคมตนเองจนเกินไปจริงๆ

ชายชรากับไม่ได้สนใจ ท่าทางดื้อด้านของเฟยหลง ย่อมต้องชินชากับรุ่นเยาว์ ที่ถูกตามใจมามากมายแล้ว กล่าวว่า

“หากเจ้าสามารถทำให้รูปแบบจำลองเพิ่มระดับได้เป็นระดับ 4 ขั้นกลาง ข้าจะมอบอักขระเทวะ 5 ให้เจ้า 2 ชิ้น หากเพิ่มเป็นระดับปลาย ข้าจะมอบให้ 3 ชิ้น หากเพิ่มเป็นระดับ 5 ได้ ข้าจะมอบให้เจ้า 5 ชิ้น เป็นอย่างไร เจ้าพอใจหรือไม่”

เฟยหลงผงกศีรษะ อย่างรู้สึกเกรงอกเกรงใจ กล่าวว่า

“รุ่นเยาว์จะทำให้ดีที่สุด ขอผู้อาวุโสโปรดไว้วางใจ”

แล้วเดินขึ้นไปบนเวทียกพื้นสูง ยืนนิ่งเผชิญหน้าแผนที่ดวงดาว อันสลับซับซ้อน ที่กำลังกระพริบวิบวับ ซึ่งแต่ละจุดแสง จะแทนค่าเป็น 1 อักขระ ซึ่งโยงใยกันคล้ายวงกตหยากไย่ใยแมงมุม ที่ทับซ้อนกันหลาย 10 ชั้น หากเคลื่อนย้ายเพียง 1 อักขระ ก็จะสะเทือนไปทั่วทุกตำแหน่ง

เฟยหลงยืนแขน ออกไปเบื้องหน้าทั้งสองข้าง แล้วปลดปล่อยพลังจิตวิญญาณออกมา ให้มันไหลไปรวมกันอยู่บนฝ่ามือ นิ้วมือทั้งสิบ เริ่มเกิดการเรืองแสงขึ้น

อักขระเทวะจำนวนหลายร้อยหลายพันตัวไหลออกดุจสายน้ำ ตรงไปยังทุกตำแหน่ง ทุกเส้นใย ของรูปแบบจำลอง ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า ครั้งนี้ มันไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบจำลองอีกต่อไป มันได้กลับกลายเป็น รูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป ไปในทันที

หากเคลื่อนย้ายผิดพลาดเพียง 1 ตำแหน่ง ผลลัพธ์ ที่จะบังเกิดขึ้น ยอมอาจจะทำให้ห้องๆ นี้ ต้องราบพนาสูญ ทุกคน พากันก้าวถอยห่างออกจากเวทีมากขึ้น มีบ้างคนหยิบเอาสมบัติช่วยชีวิตออกมา หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น จะได้หลบหนีได้ทัน

“ไอ้เด็กน้อยนั้น กำลังคิดจะทำอะไร มันคงไม่ได้กำลังคิด จะฆ่าตัวตายหรอกนะ”

สมาชิกคนหนึ่งถามขึ้น คนอื่นๆ ต่างก็มีความคิดคล้ายๆ กัน แต่หากชายชราไม่ได้ห้ามไม่ให้เฟยหลงทำ แสดงว่าสามารถจะปกป้องคุ้มครองสถานที่แห่งนี้ได้ เมื่อต้องเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

เฟยหลงเอี้ยวตัวกลับมายกมุมปากยิ้มๆ แล้วจึงหันกลับไป ส่งเสียงทีเล่นทีจริง ชวนให้หวาดหวั่นว่า

“ข้าจะเริ่มแล้วนะ”

ฝ่ามือของเฟยหลง เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มือหนึ่งหยิบจับอักขระ เคลื่อนย้ายตำแหน่ง อีกมือหนึ่งกับทำการลบอักขระบางตัวที่ไร้ประโยชน์ทิ้งไป ฝ่ามือทั้งคู่ทำงานไปพร้อมๆ กัน

ซึ่งมีคนไม่กี่คนเท่านั้น ที่จะมองเห็นการกระทำของเฟยหลง เพราะบางคน มั่วแต่ตะลึงลานอยู่

ข้อดี ของรูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป ก็คือไม่จำเป็นจะต้องรอจนการประมวลผลก่อน มันเริ่มแสดงผลลัพธ์ ไปพร้อมกันกับการวาดฝ่ามือของเฟยหลงเลย ยามนี้ รูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป พุ่งขึ้นไปถึงระดับ 4 ขั้นปรายแล้ว

ไม่นาน รูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป ก็เริ่มเปล่งประกายสีม่วงอ่อน และเมื่อเฟยหลงสะบัดฝ่ามือเคลื่อนย้ายและลบอักขระออกไปครบทั้งหมด 20 อักขระ รูปแบบก็พุ่งทะยานไปถึงระดับ 5

แผนที่ดวงดาวเปล่งประกายเป็นสีม่วงเข้มทั้งหมด งดงามเกินคำบรรยาย เฟยหลงเริ่มหยุดการกระทำทุกอย่างลง ด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย กล่าวว่า

“ท่านผู้อาวุโส เห็นควรว่า ข้าควรจะหยุดได้หรือยัง”

ชายชราใบหน้าตาเคร่งเครียด กล่าวว่า

“เจ้ายังสามารถเพิ่มระดับ รูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป นี้ต่อไปได้อีก”

เฟยหลงยกมุมปากยิ้มๆ กล่าวว่า

“ข้าไม่คิดทำงานให้ใครฟรีๆ หากรางวัลที่ได้ คุ้มค่ากับเมล็ดพลังอักขระเทวะหลัก ที่ข้าจะต้องสูญเสียไป ข้าอาจจะลองเพิ่มระดับมันได้อีกสักเล็กน้อย”

ชายชรากล่าวว่า

“ข้ามีกระบี่อยู่เล่มหนึ่ง ที่ไม่ได้ใช้แล้ว หากเจ้าเพิ่มรูปแบบนี้ ได้อีกหนึ่งระดับ ข้าจะมอบกระบี่เล่มนั้น ให้กับเจ้า แล้วยังจะคัดลอกรูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป ที่เจ้าเพิ่งจะเพิ่มระดับไป ให้เจ้าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ใดๆ ได้ตามต้องการ สิ่งตอบแทนเช่นนี้ เจ้าเห็นว่าคุ้มค่าหรือไม่”

ผู้อาวุโส ของสมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์ ช่างมีสมบัติที่ไม่ใช้แล้วกันแยะจริงๆ แหวนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ของท่านอาวุโสหลิงเป่าเทียน ก็ที่หนึ่งแล้ว ครั้งนี้ก็เป็นกระบี่ที่ไม่ใช้แล้วอีก เหมือนว่าผู้อาวุโสเหล่านี้ จะพยายามรักษาหน้าตากันเสียจริง

เฟยหลงคิดว่า หากเขาสามารถได้ครอบครองกระบี่สักเล่มของท่านผู้อาวุโสท่านนี้ ต่อไป เขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวใครอีก จึงกล่าวว่า

“รุ่นเยาว์เฟยหลง ขอขอบคุณ ท่านผู้อาวุโสที่เมตตา”

แล้วสอดลมหายใจลึกๆ เข้าจนเต็มปอด ตั้งจิตสมาธิอย่างแน่วแน่ ปลดปล่อยพลังจิตวิญญาณออกมา แล้วเริ่มใช้มือข้างซ้ายเคลื่อนย้ายอักขระเทวะ ส่วนมือข้างขวาทำการลบอักขระที่ไม่จำเป็นทิ้งไป เวลาที่ใช้คราวในครั้งนี้กลับไม่ได้รวดเร็ว เหมือนเช่นเคย สาเหตุเพราะ

การเพิ่มระดับของรูปแบบจากระดับ 5 ไปสู่ระดับ 6 มันสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาล อักขระทุกอักขระพยายามจะผลักดัน ต่อต้านพลังจิตวิญญาณของเฟยหลง อักขระเหล่านั้น มันเริ่มหนักขึ้นเหมือนกำลังยกภูเขาทั้งลูก และเหนี่ยวแน่นเหมือนยางยืด และมีแต่เพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง

เฟยหลงเหงื่อแตกท่วมตัว คิดว่า ครั้งนี้เขาโชว์ความโง่งม ออกมาให้ต้องขายหน้าจริงๆ แล้ว จึงฟื้นคิดในแง่บวกบอกตัวตัวเองว่า ในเมื่อรับทำงานที่เกิน กว่าความสามารถเช่นนี้มาทำ ยังไงก็จะต้องทำให้สำเร็จให้ได้

นี้นับว่าเป็นอักขระตัวสุดท้ายแล้ว เฟยหลงกัดฟัน จนเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก แขนขาสั้นพับๆ คล้ายกระดูกทั่วร่างได้แหลกเละไม่หมดแล้ว

หลับตาลงโคจรเคล็ดวิชาเป็นพลังเฮือกสุดท้าย สะบัดฝ่ามือแรงๆ อย่างสุดชีวิต อักขระนั้น ย้ายตำแหน่งได้สำเร็จจริงๆ สวรรค์ไม่ทอดทิ้ง คนมีความพยายาม

รูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป เริ่มเพิ่มระดับเป็นระดับ 6 ลำแสงสีฟ้าเข้ม เปล่งประกายทั่วทั้ง แผนที่ดวงดาว ชายชราสะบัดฝ่ามือ แผนที่ที่เฟยหลงสร้างขึ้น ลอยเข้าไปผนึกเอาไว้ยังหยกดูดวิญญาณ ซึ่งมันพร้อมที่จะนำไปจารึกอุปกรณ์วิญญาณใดๆ ก็ได้ที่ต้องการ

เฟยหลงถึงกับทรุดนั่งลงกับพื้น ไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะขยับเนื้อขยับตัว

ชายชราสะบัดฝ่ามือ ขวดหยกสองขวด พุ่งไปอยู่เบื้องหน้าของเฟยหลง ขวดหนึ่งเป็นเม็ดยาฟื้นฟูพลังบ่มเพาะ อีกขวดเป็นเม็ดยาฟื้นฟูจิตวิญญาณ

“กินพวกมันลงไปซะ”

เฟยหลงไม่ใช่คนพิลี้พิไล เมื่อมีอาหารมาป้อนถึงปาก ใครบ้างจะไม่ต้องการ เขาเทเม็ดยาทั้งสองขวด กลืนลงท้องไปทันที ไม่นานก็สามารถฟื้นฟูพลังกลับคืนมาได้ในระดับหนึ่ง แล้วชายชราก็สะบัดฝ่ามืออีกครั้ง อักขระเทวะ ระดับ 5 จำนวน 5 ชิ้น ก็พุ่งเข้าไประหว่างกึ่งกลางหน้าผาก เมล็ดอักขระเทวะหลัก จึงเริ่มกลืนกินอย่างตะกละตะกลาม แล้วเมล็ดอักขระเทวะหลัก ก็กลับคืนมาอยู่ในสภาพเดิม และยังมีพลังอำนาจในการจารึก เพิ่มมากขึ้นอีกเล็กน้อย

เฟยหลงลืมตาขึ้น อย่างรู้สึกพึงพอใจกับผลลัพธ์ ที่ได้รับ

“นี้ก็คือกระบี่โลหิตแก่นอสูร เป็นกระบี่ระดับสวรรค์ แต่ด้วยสาเหตุบ้างประการมันได้เกิดความเสียหาย มันถูกลดระดับลงเหลือเพียงระดับนภา เจ้าจงรับมันเอาใช้ชั่วคราวก่อน อีกไม่นานข้าจะหาทางแก้ไขปัญหา และยกระดับให้กับมันได้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

ส่วนนี้ เป็นป้ายเข้าออก สมาคมจารึกอักขระวิญญาณ

หากเจ้ามีเวลา ก็จงเข้าไปทดสอบเป็นผู้จารึกอักขระ ให้ถูกต้องซะ ข้าไม่ต้องการจะเห็นรุ่นเยาว์ ต้องทำตัวอะไรเพียงครึ่งๆ กลางๆ”

แล้วชายชรานั้นก็หันหลัง เดินไปได้สามก้าว รูหนอนสีดำก็ดูดกลืนร่างนั้น หายวับไปทันที เฟยหลงมองร่างชายชรานั้น หายไปต่อหน้าต่อตา อย่างรู้สึกสนใจ แล้วจึงทอดสายตา มองกระบี่โลหิตแก่นอสูร ระดับสวรรค์ อย่างพิจารณา สลับกับมองไปยังป้ายที่สลักชื่อ อ่านได้ว่า

“เทพกลั่นอักขระเทวะรูนโบราณ จู้หมิงหยู”

ขณะที่เฟยหลง กำลังคิดอะไรอย่างเหม่อลอยอยู่นั้น หลิวฉิง ที่ตั้งแต่ต้นจนจบ ยังไม่ได้แสดงฝีมือใดๆ ออกมาเลย เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า

“เฟยหลง เจ้ายังจะกลับไปพร้อมกับข้าหรือไม่”

เฟยหลงเงยหน้าขึ้นมองหลิวฉิง และไม่เห็นถึงความไม่พอใจใดๆ จึงมองสำรวจไปรอบๆ ข้างแทน บางคนหันไปซุบซิบนินทากันเบาๆ แต่ไม่รอดจากการได้ยินของเฟยหลง แม้แต่น้อย

“ข้าจำได้แล้ว เฟยหลงก็คือไอ้เด็ก ที่ได้อันดับหนึ่ง จากการทดสอบแย่งสิทธิ์หลอมยา ของอาณาเขตสำนักระดับ 3 ดาว”

“อย่าคิดไปหาเรื่อง กับมันจะดีกว่า ผู้อาวุโสจู้หมิงหยู หากไม่พอใจขึ้นมา ตระกูลเจ้าอาจจะล้มสลายได้”

“เด็กน้อยนี้ ช่างโชคดีเป็นบ้า แค่เคลื่อนย้ายอักขระ ได้ไม่กี่ตัว ก็สามารถได้คนใหญ่คนโต คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังทันที”

“หากเจ้าว่ามัน เคลื่อนย้ายอักขระได้อย่างง่ายนๆ ทำไมเจ้าถึง ไม่ขึ้นไปตั้งแต่แรก บางที่เจ้าอาจจะได้กระบี่นั้นมาแล้วก็ได้”

“ข้าเองก็ว่า จะขึ้นไปอยู่แล้ว แต่ไอ้เด็กน้อยนั้นตัดหน้าไปก่อน ช่างน่าจะดายจริงๆ”

“ใครยังจะเชื่อวาจาของแกกัน พูดจา ไร้สาระสิ้นดี”

“หากเรา รีบไปตีสนิทกับมันกันเถอะ ต่อไปพวกเรา ย่อมต้องสบายแน่ๆ เจ้าว่าไหม”

“มันก็ดูจะเป็นเด็กน้อยโง่ๆ คนหนึ่งจริงๆ”

ฯลฯ

เฟยหลงเริ่มทนฟัง ฝูงคนวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง ต่อไปไม่ไหว หันกลับไปทอดสายตามองกลุ่มของหลิวฉิง กล่าวว่า

“พวกเรา กลับกันไปก่อนดีกว่า วันนี้ ข้ารู้สึกไม่ค่อยจะสนุกสนาน ต่อไปอีกแล้ว”

เฟยหลงลุกขึ้น แล้วเดินเข้าไปร่วมกลุ่มกับหลิวฉิง และกลุ่มคน ที่ยืนอยู่ข้าง หม่าอี-เฟินหลัวซุย-จินเฟย และทุกๆคน ก็น่าจะเริ่มออกไปจากสถานที่แห่งนี้เช่นกัน

แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น

“เจ้าชื่อเฟยหลงใช่ไหม”

เฟยหลงเอี้ยวตัวกลับไปมอง แล้วสำรวจสีหน้าแววตาคนตรงหน้า กล่าวตอบสั้นๆ ว่า

“ใช่ เจ้ามีสิ่งใด กับข้าหรือไม่”

กัวเต๋าเฉวียง กล่าวว่า

“เจ้าเป็นคนที่น่าสนใจดี ข้าเพียงต้องการทำความรู้จักเอาไว้ หากได้พบกันอีก ข้าอยากจะขอแลกเปลี่ยนวิชารูปแบบจารึกอักขระกับเจ้าบ้าง”

เฟยหลงไม่เห็นลักษณะการระรานปรากฏในวาจา จึงไม่คิดจะสร้างเรื่องราว กล่าวว่า

“ข้าความรู้มีจำกัด แต่หากวันหน้ามีโอกาส เราสามารถแลกเปลี่ยน ความรู้กันได้บ้าง”

แล้วเฟยหลงก็ค้อมตัวเล็กน้อย กัวเต๋วเฉวียง ค้อมตัวคารวะกลับเช่นกัน เฟยหลงคิดว่าคนเช่นนี้ก็พอสามารถคบหาได้ เฟยหลงไม่คิดคบหากับคนที่แข็งกระด้าง คิดว่าตนเองสูงส่ง กดคนอื่นให้ต่ำต้อย

.............

เมื่อออกมาจากสถานที่ชุมนุมลับของ สมาคมจารึกอักขระวิญญาณ เฟยหลงก็กล่าวคำอำลากับทุกคน

จริงๆ แล้ว เฟยหลงก็ไม่ได้สนิทสนมกับใครเลยแต่คนเดียว นับว่าทุกคนมีโลกส่วนตัวสูงส่งกันทั้งนั้น ทุกวินาทีคือการแข่งขัน การฝึกฝนนับว่าเป็นเช่นยาเสพติด ที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือด

ทุกคนต่างสนใจแต่การฝึกฝน บ่มเพาะ ของตนเองเท่านั้น การที่จะเป็นศิษย์หลัก หรือศิษย์ผู้สืบทอดของสำนักหนึ่งได้ การที่จะมามั่วมาพิลี้พิไล เดินเล่นไปวันๆ แล้วเก่งเอง ย่อมเป็นไปไม่ได้

แล้วเหตุการณ์เช่นนี้ ก็ไม่ได้เกิดขึ้นทุกๆ วัน แต่ประการใด

เฟยหลงเอง ก็กำลังเตรียมตัว เพื่อจะเข้าสู่พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ เช่นกัน ภายหลังจากคิดวนไปวนมาหลายรอบ เหตุผล ที่จะต้องกระทำเช่นนี้ ก็ยังคงหนีไม่พ้นกับคำว่า ทรัพยากรบ่มเพาะ

เขาจำเป็นต้องค้นหา ผนึกจิตวิญญาณ เพื่อสร้างเมล็ดจิตวิญญาณให้สมบูรณ์ เหตุผลเดียวกันกับที่หลิวฉิง ต้องเข้าไปสำนักระดับ 5 ดาว ก็ย่อมต้องการ ผนึกจิตวิญญาณ นี้เช่นกัน

การจะก้าวผ่านระดับบ่มเพาะจิตวิญญาณ ขั้นหล่อหลอม เข้าสู่ขั้นวิญญาณรู้แจ้ง ยิ่งอายุยังน้อย ก็ยิ่งจะบรรลุได้อย่างรวดเร็ว แต่หากบ่อยให้อายุมากขึ้น ก็จะยิ่งบรรลุได้ยากขึ้นเป็นเงาตามตัว หลิวฉิงจึงไม่อาจจะรอต่อไปได้อีก

เหตุผลของหลิวฉิง ก็ย่อมเป็นเหตุผลเดียวกันกับเฟยหลงเช่นกัน

และยังเป็นเหตุผลของทุกคน ในกลุ่มของเขาด้วย ผู้บ่มเพาะนิรนาม อันไร้คนหนุนหลัง ไร้คนสนใจ ไม่สามารถจะกลายเป็นมังกรไปได้ แต่ยังโชคดี ที่พวกเขามีเฟยหลงเป็นเพื่อน และเป็นโรงงานผลิตเม็ดยา แห่งดินแดนเทวะ วันนี้พวกเขาจึงก้าวมาจนถึงระดับนี้ได้

เฟยหลงเดินคิดเรื่อยๆ จนมาถึงสถานที่ทดสอบอาจารย์ฝึกสอนปรุงยา เชียงจาง เผิงไฮ้ หลี่จื่อ หลู่ซือ เย่ฮาน หลิวอัน กวนหมิง ทุกคนยืนอยู่ในชุดของนักปรุงยา ปกเสื้อปักกระถางยาเอาไว้ ทุกคนต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอย่างมีความสุข

เฟยหลงเห็นพวกเขาเป็นทั้งญาติ และเป็นครอบครัว สิ่งที่พวกเขา มีความสุขเฟยหลงเอง ก็ย่อมจะมีความสุข เฟยหลงเดินเข้าไปรวมกลุ่มและกล่าวว่า

“ขอแสดงความยินดี กับพวกเจ้าด้วย ที่สอบผ่านกันทุกคน”

เฟยหลงมองไปที่หลิวอันกล่าวว่า

“เจ้าได้เป็นอาจารย์ฝึกสอนปรุงยาระดับกลาง 5 ดาว แล้ว เจ้ายอดเยี่ยมจริงๆ”

หลิวอันยืดตัวตรง อย่างภาคภูมิใจ หากมีปีกงอก คงจะลอยขึ้นฟ้าไปไกลแล้ว

“แน่นอน อีกหนึ่งเดือน ข้าหลิวอันจะเป็นอาจารย์ฝึกสอนปรุงยาระดับสูง 5 ดาว เช่นเจ้า ให้ได้”

กวนหมิงกล่าวว่า

“หลิวอัน อย่าได้แต่คิดหลอมยา จนลืมฝึกฝนวิชา ต่อไปนี้ ภายในหนึ่งเดือนห้ามเจ้าปรุงยาโดยเด็ดขาด เจ้าจะต้องมาฝึกฝนวิชากระบี่กับข้าทุกวัน”

หลิวอันกัดฟัน แล้วมองกวนหมิง อย่างอับจนปัญญา เฟยหลงส่ายหน้า อย่างอับจนปัญญาเช่นกัน

เชียงจางกล่าวว่า

“หลิวอัน สาวกพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ จะต้องมาก่อกวนพวกเราอีกแน่ๆ ต่อไปนี้ เจ้าจะต้อง รู้จักดูแลตัวเองได้แล้ว เฟยหลงแม้จะแข็งแกร่ง แต่ฝ่ามือเดียวไม่อาจจะต่อสู้กับแปดกำปั้นได้ ครั้งนี้เจ้า และกวนหมิงรอดชีวิต มาได้อย่างหวุดหวิด แต่ครั้งหน้า หรือครั้งต่อๆ ไป เจ้าคิดไหมว่า จะไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้อีกแล้ว”

หลิวอันสีหน้าละห้อย กล่าวว่า

“ข้าเข้าใจแล้ว ต่อไปนี้ ข้าจะหมั่นฝึกฝนวิชา ข้าจะไม่เป็นภาระให้กับใครๆ ให้ต้อง ค่อยปกป้องข้าอีก”

เฟยหลงกล่าวว่า

“อย่าได้กดดันหลิวอันนัก ข้าเชื่อว่า อีกไม่นาน หลิวอันจะต้องกลายเป็นคนที่แข็งแกร่ง กว่าพวกเราแน่ๆ”

หลิวอันเงยหน้าขึ้น มองเฟยหลงกล่าวว่า

“ใช่แล้ว ต่อไป ข้าหลิวอันจะเป็นจอมยุทธ์ ที่ไม่มีใครสามารถจะต่อสู้ด้วยได้ แล้วข้าจะปกป้อง ทุกๆ คนเอง”

แล้วสมาชิกทุกคนก็พากันส่ายหน้า ครอบครัว อย่างไรก็ยังเป็นครอบครัว หลิวอันจะเป็นอย่างไร พวกเขาย่อมต้องให้การสนับสนุนกันต่อไป

................

บนยอดหอคอยสูงที่สุดของ“สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์” ต่างนั่ง และยืนไว้ด้วยผู้ยิ่งใหญ่หลายคน ซึ่งประกอบไปด้วย เหยินเสี่ยวเจี้ยน -โอวหยางยี้-หลิงเป่าเทียน-ไต้หยูเหิ่ง-จู้หมิงหยู

พวกเขากำลังจ้องมองเฟยหลง และสมาชิกทุกคน ไต้หยูเหิ่งกล่าวขึ้น

“แปลกมาก เด็กอัจฉริยะ มันหากันได้ง่ายๆ ถึงเพียงนี้ กันแล้วหรือ”

เมื่อทุกคนมองผลการทดสอบอาจารย์ฝึกสอนปรุงยา ของกลุ่มเฟยหลง ทุกรายการให้คะแนนเต็ม 10 ทั้งหมด โดยเฉพาะเฟยหลง ยามนี้ ถึงกับเพิ่มระดับรูปแบบอักขระรูนโบราณสำเร็จรูป ได้ถึงระดับ 6 ด้วยอายุยังไม่ครบ 11 ปี ด้วยซ้ำ

โอวหยางยี้ กล่าวว่า

“เด็กน้อย ที่ถูกเคี่ยวกร่ำมาอย่างนัก และยังมีชีวิตรอด มาถึงวันนี้ได้ ยังจะเป็นเด็กน้อยที่โง่เขลา เบาปัญญากันได้อีกอยู่หรือ”

หลิงเป่าเทียนกล่าวว่า

“หากคิดจะแยก เด็กกลุ่มนี้ ออกจากกัน ข้าว่าพวกเจ้าควรจะเลิกคิด กันเสียจะดีกว่า เด็กน้อยเฟยหลงนั้น มีนิสัยดื้อด้านขนาดนั้น ทุกคนในกลุ่ม เปรียบเสมือนเกร็ดย้อน และแก่นโลหิตของเขา เป็นครอบครัวที่เขาจะต้องปกป้อง ข้าเชื่อว่า พวกเจ้าก็น่าจะมองจุดนี้ออก”

จู้หมิงหยู กล่าวว่า

“ข้าต้องการรับเฟยหลง มาเป็นศิษย์ แต่คงจะติดที่กลุ่มเด็กเหล่านั้น เฟยหลงคงไม่มีทางทอดทิ้งครอบครัวของเขาไปแน่ๆ ช่างรู้สึกน่าหนักใจจริงๆ”

หลิงเป่าเทียนกล่าวว่า

“ไอ้แก่จู้ เจ้าไม่เห็นแหวน ที่ข้ามอบให้เจ้าเด็กนั้นใช่ไหม อย่าได้คิดแย่งชิงคนกับข้า”

จู้หมิงหยู กล่าวว่า

“เจ้าได้ถาม ความเห็นเด็กนั้นหรือยัง ก่อนจะมาคอยหวงก้างกับว่า

เหยินเสี่ยวเจี้ยน มองเหล่าชายชราอย่างเงียบๆ และไม่คิดจะเป็นคนกลาง คอยสงบศึกน้ำลายแต่ประการใด กล่าวว่า

“แทนที่จะรับเป็นศิษย์เพียงคนเดียว ทำไมไม่รับทั้งแปดคนไปพร้อมกันเลยละ ไม่เช่นนั้น พวกเจ้าผู้อาวุโสก็อย่าได้หวังว่า เฟยหลงจะยินยอมติดตามพวกเจ้า”

เหล่าชายชราหันมามองเหยินเสี่ยวเจี้ยน แล้วพากันลูบเคราครุ่นคิด...

แล้วเหตุการณ์บนยอดหอสูงก็จบลงในลักษณะนี้

.................

ส่วนเฟยหลงและสมาชิกทุกคนก็เดินออกจาก “สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์” อย่างไม่รับรู้เลยว่า กำลังมีใครบ้างคน กำลังคิดวางแผนในอนาคต เอาไว้ให้แล้ว

ระหว่างเดินทางกลับที่พัก เชียงจางกล่าวว่า

“ข้าอยากได้ป้ายสิทธิ์เข้าสู่พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ จริงๆ ข้าอยากจะรู้ว่า สถานที่แบบไหน ถึงทำให้ผู้คนสนใจกันมากมายขนาดนั้น”

เฟยหลงกล่าวว่า

“ง่ายนิดเดียว หากพวกเจ้าอยากได้มันจริงๆ ข้าสามารถหาให้กับพวกเจ้าได้”

..................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #16 ilmee1475 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 02:05
    ชอบเนื้อเรื่องมากถือว่าดีเยี่ยม มีป๋มเงื่อนง่ำให้ติดตาม วางรายละเอียดเนื้องานได้ดี ให้คำบรรยายได้เห็นภาพ แต่เสียตรงที่ใช้คำเปลืองเยอะมาก -คำว่าศักดิ์สิทธิ์พ่วงท้ายชื่อวิชามันดูเยอะไปครับ บ้างอย่างถ้าเยอะไปก็ไม่ดีครับ

    แต่นิยายสนุกมากๆ เป็นกำลังใจให้
    #16
    0