Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 23 : ทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยา (6)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 137 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

23. ทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยา (6)

 

เมื่อซื้อเตาหลอมเสร็จ เฟยหลงก็ไม่ได้สนใจจะเดินเที่ยวชมสิ่งใดต่อไปอีก จึงกล่าวลาเหยินตงเฟย-เหยินหงหลิง เพื่อไปเตรียมตัวทดสอบด่านสุดท้าย และทั้งสองก็ไม่คิดจะรั้งเอาไว้ จ้องมองเฟยหลงเดินจากไปด้วยแววตา สงบเยือกเย็นจนผิดปกติ

เวลาเดินมาจนถึงช่วงเวลา 10 นาที ก่อนการทดสอบ ผู้เข้าทดสอบทั้ง 15 คน มายืนพร้อมหน้า ยังสนามทดสอบเดิม แต่สนามแห่งนี้ กับไม่มีสิ่งใดจัดเตรียมเอาไว้ เพื่อเป็นการตอบข้อสงสัย เสียงชายชราก็เอ่ยขึ้น

“เมื่อพวกเจ้า เตรียมตัวกันพร้อมแล้ว ก็ตามข้ามา”

ชายชราวาด นิ้วมือไขว้สลับกันไปมากลางอากาศ อักขระรูนโบราณจำนวนมากมาย ก็ปรากฏขึ้น ไม่นานรูหนอนสีดำ ก็ทอลำแสง กลายเป็นเสาขนาดใหญ่ แทงทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้า ชายชราเดินเข้าไปเป็นคนแรก ตามด้วยกลุ่มของหลิวฉิง และปิดท้ายด้วยเฟยหลง ตัวประกอบอีก 4 คน เช่นเคย

เพียงชั่วพริบตา ลำแสงสว่างวูบวาบแสบตา ก็จางหายไป พวกเขาก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ยังสถานที่แปลกตาแห่งหนึ่ง เสียงเซ็งแซ่ อึงอล เอะอะมะเทิ่ง ซึ่งเกิดจากกลุ่มคน นับแสนๆ คน ต่างผสานเสียงกัน จนจับเป็นคำพูดไม่ได้เลย

หากเป็นโลกปัจจุบัน มันก็คือสนามฟุตบอล ที่มีนักกีฬา กำลังเตะบอล อยู่กลางสนาม มีเหล่ากองเชียร์ ถือป้ายไฟโห่ร้องให้กำลังใจ

แต่เมื่อขณะนี้ เป็นการทดสอบปรุงยา ผู้คนที่มาชื่นชม จึงเป็นศิษย์ภายในสำนัก บนอัฒจรรย์แบ่งแยกฝ่ายด้วยสีสันของชุดประจำสำนัก แต่พวกเขากับไม่ได้เกาะกลุ่มรวมตัวกัน จึงยากที่จะบ่งบอกได้ว่า ใครมาจากสำนักใดบ้าง

เสียงจุดพลุสัญญาณ ดังทะลุไปจนถึงท้องฟ้า ชายวัยกลางคน เหาะเหินออกมาปรากฏตัว ชายคนดังกล่าวยืนนิ่งอยู่ยังจุดศูนย์กลางของอัฒจรรย์

ผู้อาวุโสรอบข้าง ต่างค้อมตัวลงคาวระ กล่าวว่า

“ขอคารวะท่านทูตกิเลนฟ้า เหยินเสี่ยวเจี้ยน”

แล้วทุกคน ที่อยู่รอบสนาม ก็ขานข้อความดังกล่าว ดังสะท้อนต่อๆ กันไป

เฟยหลงจดจำได้ว่า ชายวัยกลางคน ที่เหาะเหินอยู่กลางสนาม ก็คือ ชายคนที่เขาพบยังโรงเตี๊ยม เมื่อมาถึงเมืองนี้ เป็นวันแรก

ท่านทูตกิเลนฟ้าโบกแขนเสื้อ เสียงที่ขานนาม เซ็งแซ่จึงหยุดลง

“วันนี้ สำนักระดับ 3 ของแคว้นสวี่ ทุกสำนัก ได้มาร่วมตัวกัน ยังพื้นที่แห่งนี้ จุดประสงค์ ข้าคงไม่จำเป็นต้องกล่าวให้มากความ นับจากนี้ อีกสามเดือน ประตูดินแดนสังหารโบราณ จะเปิดขึ้นอีกครั้ง

สำนักระดับ 3 จะได้รับสิทธิ์เข้าไปยัง ประตูดินแดนสังหารโบราณ เพียง 100 สิทธิ์ เท่านั้น กติกาในการได้รับสิทธิ์ ก็คือการแข่งขันปรุงยา คุณสมบัติของผู้เข้าแข่งขัน พวกท่านคงจะรู้กันดีอยู่แล้ว ขอให้เป็นอาจารย์ฝึกสอนปรุงยา หรือต่ำกว่า หากมีความสามารถ ย่อมเป็นตัวแทน เข้าแข่งขันได้ แต่จำกัดเพียงสำนักไม่เกิน 20 คนเท่านั้น

หากสำนักใด ต้องการส่งมากกว่า 20 คน ต้องจ่ายคะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง เป็นจำนวน 1 แสน คะแนนต่อหนึ่งคน เป็นค่าสมุนไพร ที่ทาง“สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์” จะจัดเพิ่มให้

เสียงโห่ร้องดังระงม ด้วยความเคี่ยว เค็มกว่าเกลือ ของ“สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์” ท่านทูตโบกมืออีกครั้ง เสียงเหล่านั้นก็เงียบลง แล้วจึงกล่าวต่อ

หากไม่ทำเช่นนี้ ก็จะมีคนที่ไร้ความสามารถ เข้ามาทดสอบ กันเป็นจำนวนมาก สมุนไพรระดับนภา ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ ไม่อาจจะใช้สิ้นเปลืองได้โดยง่าย

ครั้งนี้ เม็ดยาที่จะใช้ในการแข่งขัน มีด้วยกันจำนวน 10 ชนิด นั้นหมายความว่า 1 คน สามารถหลอมได้ 10 ชนิด พวกเจ้าสามารถเลือกเม็ดยาที่ดีที่สุด มา 1 เม็ด เพื่อรับสิทธิ์ 1 สิทธิ์ แต่หากเจ้ามั่นใจว่า สามารถหลอมได้ทั้ง 10 ชนิด และทุกชนิดล้วนแต่ดีที่สุด เจ้าก็จะได้รับ 10 สิทธิ์

สิทธิ์ที่ได้รับ เจ้าสามารถนำมันเอาไปขายต่อ หรือจะประมูล ใดๆ ก็ได้ เงินทองที่พวกเจ้าได้รับ ล้วนเป็นของเจ้าเอง ขอให้พวกเจ้าจงโชคดี”

แล้วท่านทูตกิเลนฟ้า เหยินเสี่ยวเจี้ยน ก็เหาะเหินหายเข้าไป ด้านหลังอัฒจรรย์

.................

เฟยหลงนึกย้อนกลับไปยังก้าวแรก ที่เข้าประตู “สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์” เขาเพียงแค่ต้องการหาซื้อเตาหลอม และข้าวของ อีกสักสองสามอย่าง เพื่อจะนำกลับไปหลอมยา

แต่จับพลัดจับผลู ต้องมาทดสอบอาจารย์ฝึกสอนปรุงยา แล้วตอนนี้ ก็ยังต้องมา แข่งขันเข้ารับสิทธิ์ เข้าไปยังประตูดินแดนสังหารโบราณ อีก ในหัวสมองของเขา ถึงกับหนักอึ้งขึ้นมา

“นี้เจ้ารู้หรือไม่ เมื่อ 3 ปี ที่แล้ว คนที่ประมูลขายสิทธิ์ 1 สิทธิ์ ได้ คะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ไป 3 แสน คะแนน นับว่าร่ำรวยกัน ในชั่วพริบตาเลย”

ตัวประกอบ 1 ใน 4 เอ่ยขึ้น เฟยหลงหูผึ่ง สมองคิดคำนวณ โดยเร็ว 1 สิทธิ์ 3 แสน ถ้า 10 สิทธิ์ ก็เท่ากัน 30 แสน ไม่ใช่ซิ 3 ล้าน คะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ในเมื่อเขาขายสิทธิ์ ก็นับว่าร่ำรวยมหาศาลแล้ว จะยังโง่ เข้าไปเสี่ยงชีวิต ในสถานที่อันตรายนั้น ทำไมอีก

สุดท้าย เฟยหลงก็ยิ้มออก ทุกคนหันมามอง ท่าทางดีอกดีใจ แล้วพากันส่ายหน้า เพราะเพิ่งจะมองเห็น คนเสียสติคนหนึ่ง

...............

“คารวะ ศิษย์พี่”

เสียงหลิวฉิงเอ่ย ด้วยความเคารพ

ศิษย์ผู้สืบทอดจำนวน 10 คน เดินมาเข้ามารวมกลุ่ม กล่าวว่า

“พวกเจ้า ผ่านกันมาได้ถึง 10 คน นับว่ามีความสามารถ การแข่งขัน ที่กำลังจะเริ่มขึ้น พวกเจ้าเพียงทำเต็มความสามารถก็พอ หน้าที่แย่งชิงสิทธิ์ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นกังวล ให้ปล่อยเป็นความรับผิดชอบ ของพวกข้าเอง”

แล้วชายคนหนึ่ง ก็เดินเข้ามาหากลุ่ม ของตัวประกอบทั้ง 4 คน ร่วมถึง เฟยหลงด้วย กล่าวว่า

“ข้าจะมอบคะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ให้พวกเจ้าคนละ 1000 คะแนน แล้วจงสละสิทธิ์ การเข้าทดสอบในครั้งนี้ซะ”

กลุ่มตัวประกอบ มาจากสำนักระดับ 2 ดาว แม้อยากจะเอ่ยปากปฏิเสธ แต่ลิ้มกับถูกแช่แข็ง ไม่กล้าปริปากเอ่ยออกมา

“เมื่อการแข่งขันนี้จบลง สำนักของเรา ยินดีจะรับพวกเจ้า เข้าร่วมสำนัก ได้รับตำแหน่งเป็นศิษย์หลัก ในทันที และการทดสอบแก้ตัว ครั้งต่อไป ทางสำนัก ก็จะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด พวกเจ้าเห็นว่ายังไง”

ตัวประกอบทั้ง 4 คน แม้ว่าจะสามารถทดสอบจนกลายเป็น อาจารย์ฝึกสอนปรุงยาระดับสูง 5 ดาวได้ แต่การที่จะแย่งชิงสิทธิ์ จากศิษย์ผู้สืบทอด ของสำนักอื่นๆ มาให้ได้สัก 1 สิทธิ์ ก็นับว่า เป็นไปไม่ได้เลย และข้อเสนอของศิษย์ผู้สืบทอดของสำนักระดับ 3 ดาว ก็นับว่า พอจะยอมรับได้ และในอนาคต เมื่อพวกเขาเข้าร่วมกับสำนัก ก็ยังจะได้รับความเมตตา ได้รับความคุ้มครอง สิ่งนี้นับว่า เป็นการเพาะสร้างบุญคุณระยะยาว ได้ในอีกลักษณะหนึ่งด้วยเช่นกัน

เช่นนั้นทั้ง 4 คน จึงค้อมตัวลงคารวะ แล้วถอยหลัง เดินลงจากเวทีทดสอบไป เหลือเพียงแค่เฟยหลง ที่เป็นแกะดำท่ามกลางเหล่าฝูงสุนัขจิ้งจอก นับว่าโดดเดี่ยวเดียวดาย โดยแท้จริง

เฟยหลงรับรู้ได้ว่า ไม่อาจจะต่อสู้ กับศิษย์ผู้สืบทอดทั้งหมดได้ในคราวเดียว แต่ก่อนที่จะมีใคร ออกหน้าเอ่ยวาจาคิดจะขับไล่ เขาลงไปจากสนาม เฟยหลงก็ยกนิ้วที่สวมแหวนเก่าๆ ลูบๆ คลำๆ เล่น อย่างอวดร่ำอวดรวย แหวนเปล่งลำแสงประกายวูบวาบ จนบาดตา

หลิวฉิงกล่าวขึ้น

“ศิษย์พี่ เป็นแหวนของท่านผู้อาวุโสหลิงเป่าเทียน

แม้ไม่ต้องมีคำอธิบาย คำขึ้นต้น หรือลงท้าย เพียงเอ่ยนาม ที่ไม่ควรจะเอ่ยนามออกมา ทุกคนก็เริ่มก้าวถอยหลังไปกันจนหมด เสียงเย็นชาไม่พอใจ กับไประบายอารมณ์ ลงกับศิษย์รวมสำนักแทน

“บู่กุย-ปิงเฟย-เทียนเฉิน พวกเจ้า คนหนึ่ง ต้องสละสิทธิ์”

ทั้งสามคนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน พวกเขาไม่เคยถูกใคร บังคับให้แยกจากกันมาก่อน แต่ด้วยอำนาจ ที่เหนือกว่า ได้แต่ต้องจำยอม เทียนเฉินยื่นมือออก ปรากฏมาจิ้มฟัน จำนวนสามอัน บู่กุยดึงไปหนึ่งอัน ปิงเฟยดึงไปอีกหนึ่งอัน เทียนเฉินถือติดมือไว้หนึ่งอัน แล้วถอนหายใจออกมา อย่างรู้สึกเสียใจ

แล้วเดินลงสนามทดสอบไป ก่อนจะเดินลงไปจากสนาม ยังหันมาจ้องมองเฟยหลง อย่างขุ่นแค้นจนขมริมฝีปาก

“คนที่เจ้า ควรโกรธไม่ใช่ข้า สักหน่อย”

เฟยหลงคิดแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก

................

“ได้เวลาทดสอบแล้ว ทุกสำนัก ส่งตัวแทนเข้า ประจำตำแหน่ง”

สถานที่โลงกว้างแห่งนี้ ไม่ได้แบ่งแยกสำนัก แต่อย่างใด ใครใคร่ยากยืนมุมไหน ก็เลือกได้อย่างอิสระ เพียงยืนอยู่ภายใต้ อักขระรูนโบราณที่กำกับเอาไว้ก็พอ

เมื่อนักปรุงยาคนใด เดินไปหยุดยืนอยู่ ยังตำแหน่งที่ถูกต้อง เหนือศีรษะก็จะปรกกฎ ชื่อ และตำแหน่งปัจจุบันขึ้น

เฟยหลงสีหน้าสลด เหมือนยอดผักที่กำลังเหี่ยวเฉา เมื่อมองขึ้นไป ยังเหนือศีรษะของตัวเอง

“เฟยหลง นักปรุงยาฝึกหัด ที่อ่อนด้อยที่สุด ของอาณาจักรฟ้าคราม”

ในตอนแรก ที่มันปรากฏขึ้น ยังไม่ค่อยมีใคร สังเกตเห็น แต่เวลาผ่านไปไม่กี่นาที ทุกคนรอบข้าง ต่างหันมามอง ต่างเอี้ยวตัว จนร่างกายบิดผิดรูป ต่างทอดสายตา ต่างหลิ่วตา ต่างเบิกตา จนดวงตา เหมือนจะถูกแช่แข็งไป

ทุกคนรอบข้าง แม้แต่ ผู้คนบนอัฒจรรย์ ที่สูงที่สุด ก็ยังต่างพากันจับจ้องมอง

แล้วเสียง เซ็งแซ่ อึงอล ก็ปรากฏขึ้น บ้างก็หัวร่อ บ้างตะโกนโห่ร้อง อย่างสนุกสนาน

“ไอ้เด็กน้อย เจ้าจะทำให้ข้าหัวเราะ จนใกล้จะตายแล้ว”

ชายคนหนึ่งตะโกนออกมา โดยใช้พลังบ่มเพาะทั้งหมดที่มี คงจะกลัวว่าคนอื่นๆ จะไม่ได้ยิน เสียงของตนเอง

และเสียงหัวร่อ อื่นๆ อีกมากมายก็ดังไล่ระบาดตามๆ กัน เฟยหลงกัดฟันกรอดๆ นึกแค้นใจ ท่านทูตเผิงเทียน ที่ได้บันทึกประวัติของเขาเอาไว้ ย่ำแย่ถึงเพียงนี้ หากเจอกันครั้งหน้า เขาจะต้องแก้แค้น เอาคืนให้หนักๆ เป็นร้อยๆ พันๆ เท่าเลย

แล้วเสียงพลุสัญญาณก็ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงที่ทรงอำนาจสะท้อนไปทั่วสนามทดสอบ “การทดสอบได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ใครยังส่งเสียงรบกวน ผู้เข้าทดสอบอีก ข้าจะขับไล่มันออกไปจาก สถานที่แห่งนี้ทันที”

แล้วอักขระรูนโบราณก็ แผ่กระจายปกคลุมไปพื้นที่

แล้วกลุ่มคนมากมาย ก็เก็บอาการบ้าคลั่ง กลืนลงท้องไป

.................

เฟยหลงรู้สึกขอบคุณ เสียงที่ไม่รู้ว่าเป็นใครนั้นจริงๆ ครั้งหน้า เขาจะต้องตอบแทนน้ำใจ ในครั้งนี้แน่ๆ

น้ำเสียงทรงอำนาจก็ยังกล่าววาจาต่อไป

“เม็ดยา 10 ชนิด ที่พวกเจ้าจะต้องหลอม จะปรากฏขึ้นบนแหวนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ของพวกเจ้าทุกคน จงเปิดรับข้อมูลข่าวสาร ที่ข้ากำลังจะส่งไปให้ทันที”

นักปรุงยาจำนวนหลายพันคน สะบัดแขนเสื้อ แหวนที่สวมอยู่เรืองแสงขึ้น ปรากฏอักขระรูนโบราณหมุนวน รายชื่อเม็ดยาที่จะต้องหลอม ก็ปรากฏขึ้น อันได้แก่

ปีกสวรรค์-เม็ดยาฟื้นฟูปราณแท้

ม่านร้อยพิษ-เม็ดยาแก้พิษสัตว์อสูร

ปราณสวรรค์-เม็ดยาเพิ่มระดับปราณ

สลายปราณอสูร-เม็ดยารักษาปราณพิษ

กายาเบญจธาตุ-เม็ดยาช่วยฝึกฝนร่างกาย

ลิขิตฟ้า-เม็ดยาเพิ่มระดับพรสวรรค์

แก่นสมุทรไพรศาล-เม็ดยาช่วยสร้างเมล็ดพลัง

มังกรทะยานฟ้า-เม็ดยาทะลวงขั้น

จิตวิญญาณอสูร-เม็ดยาเพิ่มระดับจิตวิญญาณ

แก่นโลหิตไพรศาล-เม็ดยาช่วยสร้างเมล็ดโลหิต เมล็ดธาตุต่างๆ

.............

“ข้าหวังว่า แหวนของพวกเจ้า จะติดตั้ง เมนู “เครื่องตรวจเม็ดยาวิญญาณระดับสูง” เอาไว้ด้วย หากแหวนของใครยังเป็นรุ่นเก่า ไม่ได้ติดตั้งเมนูนี้เอาไว้ ก็ให้นำเม็ดยา ที่หลอมจนสำเร็จแล้ว นำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ ควบคุมการทดสอบ ได้ทำการตรวจสอบคุณสมบัติ”

เฟยหลงลองสำรวจแหวนของตัวเอง และรู้สึกดีใจ แม้แหวนเก่าๆ วงนี้ จะเป็นสินค้ามือสอง แต่มันก็ติดตั้งเมนู ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติ ของเม็ดยาเอาไว้ ด้วยเช่นกัน

“พวกเจ้า สามารถตรวจสิทธิ์ 100 สิทธิ์ ได้ในทันที จากแหวนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง หรือจากเสาศิลาอักขระสวรรค์รู้แจ้ง”

เมื่อวาจาทรงอำนาจหยุดลง

จากนั้นก็บังเกิดพื้นแผ่นดิน ส่งเสียงสะเทือนเลือนลั่น ใต้พื้นดินปรากฏยอดแหลมๆ แทงทะลุขึ้นมา เริ่มแรกเป็นเพียงยอดเล็กๆ ต่อมา ก็ขยายใหญ่ขึ้นๆ เรื่อยๆ จนแทงทะลุไปถึงท้องฟ้า แล้วปรากฏรายชื่อ ของผู้เข้าทดสอบทั้งหมดจำนวนทั้งสิ้น 2000 คน

มันบ้าไปแล้ว 2000 คน ต่างแย่งชิงสิทธิ์เพียง 100 สิทธิ์ มิน่าละ คนที่ได้รับสิทธิ์ ถึงได้พากันร่ำรวยล้นฟ้า เมื่อนำมันออกไปประมูล

“เมื่อการแข่งขัน ได้สิ้นสุดลง รายชื่อที่เหลืออยู่บน เสาศิลาอักขระสวรรค์รู้แจ้ง 100 อันดับแรก คือผู้ได้รับสิทธิ์ ส่วนที่เหลือ ต้องกลับบ้านไปมือเปล่า”

นับว่าคำกล่าวนี้ สร้างแรงกดดัน ให้กับนักปรุงยาทุกคนโดยแท้จริง

.................

เฟยหลงไล่มองดูรายชื่อของตัวเอง เริ่มตั้งแต่ยอดบนสุด ไล่ลงมา จนถึงล่างสุด ต้องตกตะลึงพรึงเพริด ใครมันจัดการให้ชื่อของเขา อยู่ในลำดับที่ 2000 มันเอาหลักเกณฑ์อะไรมาใช้วัด ถึงได้จัดการ โดยไม่คิดถามไถ่เขาก่อน

เมื่อมองดู คุณสมบัติของทุกคน แล้วเปรียบเทียบกับของตนเอง ก็คงต้องยอมๆ กันไปก่อน นับว่าพวกเขาก็พอมีเหตุผลอยู่บ้าง

อาจารย์ฝึกสอนปรุงยาระดับสูง 5 ดาว เป็นส่วนใหญ่ มี 4 ดาว อยู่บ้าง อย่างเช่นกลุ่มของหลิวฉิง ตอนนี้ ก็ยังเป็นระดับ 4 อยู่ แต่เมื่อจบการทดสอบนี้ พวกเขาก็จะกลายเป็นระดับ 5 ดาว

ส่วนเขานักปรุงยาฝึกหัดระดับต่ำ 1 ดาว และยังพ่วงท้าย ตอกย่ำให้เจ็บใจด้วย คำว่า อ่อนด้อยที่สุด ของอาณาจักรฟ้าคราม

มีชื่อขึ้นเป็นอันดับ 1 นับจากล่างสุด นี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดีอย่างหนึ่ง เพราะอย่างน้อย ก็สามารถมองเห็นชื่อของตัวเองได้ง่ายๆ ไม่ต้องชะเง้อชะแง้ยืดคอมอง ให้ต้องปวดคอ

นี้นับเป็นคำปลอบใจตนเอง ของเฟยหลง ที่คิดออก

เมื่อไหร่ที่เขาหลอมยา ออกมาได้สักเม็ด คอยดูเถอะ จากอันดับ 2000 ชื่อของเขา จะต้องพุ่งปรี๊ด เข้าไปแทนอันดับ 1 ในตอนนี้ ได้อย่างแน่นอน

นี่ก็นับเป็นคำปลอบใจ แต่มีความจริงผสมอยู่บ้าง เฟยหลงหัวร่อออกมาอย่างสะใจ

.............

ในขณะที่เฟยหลง กำลังคิดอะไรอยู่เพลินๆ นั้น นักปรุงยาจำนวนกว่า 2000 คน ก็ต่างเริ่มต้น ที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการหลอมยาเบื้องต้น กันหมดแล้ว บางคนเรียกเตาหลอมของตัวเองออกมา บางคนสำรวจศิลาเพลิงปฐพี และสวรรค์ บางคนจัดการคัดแยกสมุนไพร ที่จะใช้หลอมเม็ดยา บางคนหยิบเม็ดยา ฟื้นฟูจิตวิญญาณ กลืนลงท้องไป

ส่วนเฟยหลงกับหลับตาลง ค้นหาข้อมูลจำนวนมหาศาล จากคลังข้อมูล ในทะเลวิญญาณของตนเอง ซึ่งผสานกลายเป็นประสบการณ์ หลายร้อย หลายพันปี การหลอมยาครั้งนี้ ก็นับว่าเป็นครั้งที่ 10000 ที่ไม่ได้จะยากเย็นอะไร

เมื่อลืมตาขึ้น เฟยหลงจึงเรียก เตาหลอมกิเลนโลหิตสวรรค์ ออกมา มันส่งเสียงคำรามปานฟ้าถล่มแผ่นดินทะลาย แรงกดดันระบาดไปทั่วบริเวณ นักปรุงยาที่กำลังง่วน อยู่กับการจัดการนั้นนี้ ในระยะ 100 ก้าว ร่างกายกระเด็น ปลิวดุจติดปีกโบยบิน ร่างกลิ้งหลุ่นๆ ไปกองรวมกัน กับเตาหลอม และกองสมุนไพร หมดสติเหมือดไป

รายชื่อบนเสาศิลาอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ลดลงทันที 100 คน เหลืออยู่เพียงแค่ 1900 คน เฟยหลงยิ้มแห้งๆ ออกมา มองร่างนอนแผ่หลา 100 ร่าง ที่หมดสติไป อย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย

“ยังไม่ได้แสดงฝีมือใดๆ กันเลย ก็ถูกคัดออกเสียงแล้ว พวกเจ้าช่างโชคร้ายจริงๆ”

เฟยหลงเอ่ยขึ้น

คนที่อยู่รอบนอกรัศมีของเตาหลอม ถึงกับกัดฟัดกรอดๆ สหายร่วมสำนัก ซึ่งเป็นคนที่มีฝีมือหลายคน ถึงกับหมดสิทธิ์ทดสอบ ไปอย่างอยุติธรรม แต่

ไอ้เด็กบ้านั้น กับเอ่ยวาจา ไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ได้ถึงเพียงนี้ มันคงคิดจะบ่มเพาะเมล็ดพันธ์ แห่งความแค้นกับพวกข้าจริงๆ ใช่ไหม

ศิษย์ผู้สืบทอดมากมาย ดวงตาแดงกล่ำ จารึกความแค้นเคืองไว้ในจิตใจ แต่ไม่อาจจะกล่าววาจาโทษใครได้ ทุกทีบนผืนแผ่นดินนี้ ล้วนแล้วแต่ เต็มไปด้วยภัยอันตราย หากเรื่องแค่เพียงนี้ ยังจัดการป้องกันตัวเองไม่ได้ หากต้องพบเจอเข้า กับภัยอันตราย จนถึงแก่ชีวิต ยอมไม่มีโอกาส ให้ได้แก้ตัว เป็นครั้งทีสอง

ทุกคนจึงได้แต่ เก็บกดความคับแค้น แล้วเพ่งสมาธิ ไปยังการหลอมเม็ดยาต่อไป

เมื่อเห็นเหตุการณ์ อันโหดร้ายเช่นนี้ เกิดขึ้นรอบๆ รัศมี 100 ก้าว ก็ไม่มีใคร กล้าเข้าไปใกล้ๆ กับ เฟยหลงอีก

ทุกคนจ้องมองเตาหลอมปีศาจนั้น อย่างรู้สึกหวาดกลัว แล้วไม่กล้า ดูถูกดูแคลน เจ้าของเตาหลอมนี้อีกเช่นกัน

..............

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 137 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น