Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 22 : ทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยา (5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 136 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

22. ทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยา (5)

ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมงเฟยหลงไม่ได้อยู่นิ่งเฉย สาเหตุเพราะเม็ดยาฟื้นฟู ไม่มีเหลือแล้ว และสถานที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเม็ดยา ที่สามารถช่วยเขาได้

“คุณชายท่านนี้ ท่านกำลังมองหาเม็ดยาอะไร อยู่หรือไม่”

พนักงานขายคนหนึ่งถามขึ้น

“ข้าต้องการซื้อเม็ดยาฟื้นฟู พลังบ่มเพาะ”

“เช่นนั้น คุณชายโปรดตามข้ามา”

พนักงานยังสถานที่แห่งนี้ ต่างได้รับการอบรมสั่งสอนมาดีกันทุกคนจริงๆ

เฟยหลงเดินซอยเท้า ตามเข้าไปในห้องโถงขนาดใหญ่ สถานที่รอบข้าง ต่างถูกจัดเรียงเอาไว้ยังตำแหน่งที่เหมาะสม ชั้นวางโชว์เม็ดยา วางในระดับที่สามารถจับต้องได้ และมีชื่อยากำกับเอาไว้ พร้อมชื่อของผู้ปรุงยา ก็ยังมีเขียนติดเอาไว้ เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ

“คุณชาย มุมนั้น ล้วนแต่เป็นเม็ดยาฟื้นฟูปราณแท้ทั้งสิ้น ส่วนมุมนั้น เป็นยารักษาอาการบาดเจ็บของจิตวิญญาณ มุมนั้น เป็นยาเพิ่มระดับพรสวรรค์ มุมนั้น เป็นยารักษาพิษของสัตว์อสูร ส่วนมุมนั้น ก็เป็นเม็ดรักษาปราณพิษ มุมนั้น เป็นเม็ดยารักษาเส้นชีพจร มุมนั้น เป็นเม็ดยาเพิ่มของแข็งแกร่งของเมล็ดพลัง แล้วมุมนั้น ก็เป็นเม็ดยาเพิ่มระดับแก่นโลหิต แก่นธาตุ ฯลฯ”

“สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์”

ไม่ได้มีดีแต่ชื่อเท่านั้น ที่นี่มีเม็ดยาจำนวนมากมาย ตั้งแต่เริ่มการบ่มเพาะพลังปราณ การบ่มเพาะจิตวิญญาณ การบ่มเพาะเส้นชีพจร การบ่มเพาะแก่นพลัง แก่นโลหิต แก่นธาตุ เม็ดยาเกี่ยวกับการเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่กำลังบ่มเพาะกายวิญญาณมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ยาชนิดนี้ จึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก

“คุณชายท่านอายุยังน้อย ระดับบ่มเพาะก็ยังต่ำยิ่ง มุมนั้น เป็นเม็ดยาทะลวงขั้น หากกินเข้าไปท่านสามารถจะบรรลุก่อกำเนิดระดับ 7 ได้อย่างรวดเร็ว”

“เม็ดยาทะลวงขั้น มังกรทะยานฟ้าระดับสูง ความบริสุทธิ์ขั้นสวรรค์ ราคา 1 เม็ด 5 ล้านเหรียญทอง ผู้ปรุงยา เทพโอสถไต้หยูเหิ่ง”

เฟยหลงอึ้งจนพูดไม่ออก เขาไม่ได้สนใจชื่อเสียงนักปรุงยาอะไรนั้น แต่เป็นราคาที่ติดเอาไว้ต่างหาก บ้าไปแล้ว เงินทองทั้งเนื้อทั้งตัว ในตอนนี้ มีอยู่ไม่ถึง 2 ล้านด้วยซ้ำ นอกจากจะเอาทรัพย์สินทั้งหมดออกมาประมูล ก็คงอาจจะได้ ยานี้มาสัก 2 เม็ดเท่านั้น

“หากคุณชาย ไม่มีเหรียญทองจำนวนมาก ก็สามารถซื้อได้ด้วยเหรียญระดับ ปฐพี และ นภา ได้เช่นกัน”

เฟยหลงคำนวณราคาอยู่ในใจ เหรียญทอง 5 ล้าน เท่ากับ เหรียญปฐพี 5000 เท่ากับเหรียญนภา 5 เหรียญ แต่ตอนนี้ แม้แต่เหรียญทอง เขายังมีไม่ถึงเลย ในใจจึงได้รับความกระทบกระเทือนอีกครั้ง แต่ท่าทางยังรักษาความเยือกเย็นไว้เช่นเดิม

“วันนี้ ข้าเพียงต้องการ เม็ดยาฟื้นฟูเท่านั้น”

เฟยหลงเดินตรงไปยังมุม ที่จัดโชว์เม็ดยา บนชั้นโชว์ จะบอกถึงราคา ความบริสุทธิ์ ชื่อผู้หลอม แม้จะเป็นยาฟื้นฟูชนิดเดียวกัน แต่ราคากับแตกต่างกันราวกับฟ้าและเหว

นับว่าเม็ดยาฟื้นฟู ไม่ได้แพงเหมือนเม็ดยาทะลวงขั้น เขาจึงเลือกซื้อในราคาที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้น เขาคงจะต้องเดินออกจากสถานที่แห่งนี้ ด้วยความอับอายขายขี้หน้า เงินทองที่ชนะพนัน จึงใช้ซื้อเม็ดยาทั้งหมดในคราเดียว แล้วหันหลังเดินจากมา

ระหว่างเดินกลับมายังมุม เม็ดยาทะลวงขั้นอีกครั้ง เขาบังเอิญพบเข้ากับบุรุษคนหนึ่ง และสตรีคนหนึ่ง อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ซึ่งเขาพอจะจดจำรุ่นเยาว์ทั้งสองได้ เขาพบทั้งสองและชายวัยกลางคน ที่โรงเตี๊ยม ในวันแรกที่มาถึงเมืองนี้

“เอามันมาให้ข้า 10 เม็ด”

พนักงานขายยื่นขวดยาให้ เธอโยนถุงใส่เงิน ออกไปอย่างไม่ใยดี แล้วเดินตรงมามองเฟยหลง

“ข้าให้เจ้า รับไปซิ”

เฟยหลงมองขวดยา ที่ยื่นมาอยู่ตรงหน้า มองหญิงสาวอย่างประเมิน การพบกันครั้งแรก เพียงแวบเดียวเท่านั้น ไม่เคยได้ถามชื่อ ไม่เคยได้แนะนำตัว กันมาก่อน ไม่รู้แม้แต่กระทั้ง หัวนอนปลายเท้า ของกันและกัน

เฟยหลงยอมรับว่า แอบมีความต้องการเม็ดยาทะลวงขั้นเหล่านี้อยู่บ้าง แต่ไม่ใช่สำหรับตัวเขาเอง แต่สำหรับเชียงจาง และสมาชิกในกลุ่มต่างหาก สำหรับเขาเม็ดยาระดับต่ำเหล่านี้ ไม่ต่างจากขยะ มันไม่สามารถทะลวงขั้นของเขา ได้เลยแม้แต่น้อย เม็ดยาที่เขาต้องการจริงๆ ก็คือ เม็ดยาสวรรค์ ที่เขาพยายามจะหาทางหลอมมันขึ้นมา ให้ได้โดยเร็ว

“ขอบคุณที่รู้สึกสงสาร คนยากจนเช่นข้า แต่ข้าไม่สามารถ รับมันไว้ได้”

เฟยหลงไม่คิดจะรับ สิ่งของที่เกิดจาก ความเวทนาสงสาร จากใคร แล้วเดินหลบรุ่นเยาว์ทั้งสอง คิดเดินออกจากประตูไป

“เจ้าชื่อเฟยหลง ใช่ไหม”

คราวนี้เป็นบุรุษถามขึ้น เฟยหลงหยุดเดิน แล้วหันกลับมา

“พวกเรา เห็นเจ้าตั้งแต่ เจ้าก้าวเข้ามายัง “สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์” แล้ว เจ้านับว่า เป็นผู้บ่มเพาะที่มีพรสวรรค์คนหนึ่ง พวกเราเพียงต้องการ จะผูกมิตรกับเจ้าเท่านั้น เจ้าคงไม่รังเกียจ ที่จะเพิ่มคนพูดคุยด้วย สักคนสองคนหรอกนะ”

บุรุษคนนี้ ท่าทางบริสุทธิ์สูงส่ง ประดุจดอกบัวผุดขึ้นกลางผิวน้ำ ร่างสูงโปร่ง ท่าทางน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาน่าคบ อาจจะกล่าวได้ว่า คนเช่นนี้ มีอยู่แต่บนฟ้า ไม่มีอยู่บนพื้นดิน

“ข้าชื่อว่าเหยินตงเฟย ส่วนนาง เป็นลูกพี่ลูกน้องของข้า ชื่อว่าเหยินหงหลิง”

บุรุษคนนี้ แนะนำตัวอย่างสุภาพ มันยิ่งยากที่เขาจะคิดเดินหนีไปดื้อ การจะมีเพื่อนได้พูดคุยด้วย ในสถานที่แปลกๆ แห่งนี้ ย่อมไม่รู้สึกว่าเสียเปรียบแต่อย่างใด จึงกล่าวว่า

“ข้าเฟยหลง ยินดีที่ได้รู้จักคุณชายตงเฟย และคุณหนูหงหลิง”

เหยินหงหลิงเอาแขนเสื้อปิดปาก แกล้งขำเล็กน้อย

“ในเมื่อ จะคบหากัน ก็อย่าได้เกรงใจกันให้มากนัก เรียกชื่อพวกเราตรงๆ กันเลยเถอะ พวกเราต่างอายุพอกันๆ จะได้สนิทกันมากขึ้น”

เฟยหลงเป็นคนง่ายๆ เมื่อฝ่ายตรงข้าม คิดลดระยะห่างให้แคบลง เขาเองก็ไม่เกรงใจเช่นกัน

เวลาผ่านไป 30 นาที ระยะห่างของพวกเขา ก็รู้สึกว่าจะเป็นกันเองมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาย่อมไม่คิดจะล่วงเกินความเป็นส่วนตัว ของอีกฝ่าย อย่างโจ่งแจ้งนัก ทุกคนต่างตีกรอบเล็กๆ เอาไว้ หากมีคำถามใด เข้ามาใกล้เส้นแบ่งอาณาเขตนั้น ก็จะเปลี่ยนเรื่อง ไปพูดคุยกันเรื่องอื่นๆ ต่อไป

“อีกไม่นาน เจ้าก็จะไปทดสอบการหลอมยาแล้ว แต่เจ้ากับยังไม่มีเตาหลอม เป็นของตัวเองเลย”

เหยินหงหลิง ถามด้วยความแปลกใจ เฟยหลงแก้ตัวว่า

“เตาเก่าของข้า เพิ่งระเบิดไป วันนี้จึงคิดจะมาหาซื้อเตาอันใหม่ แต่ถูกหยุดเอาไว้เสียก่อน”

คำโกหกของเฟยหลง นับว่ามีเหตุผล

“เจ้าไม่ต้องห่วง โชคดีที่เจ้ามาพบกันพวกเรา”

เหยินหงหลิง-เหยินตงเฟย ไม่แตกต่างจากคุณชายหรือคุณหนู ที่เห็น “สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์” เป็นเพียงสมบัติส่วนตัว ชิ้นหนึ่ง เฟยหลงคิดว่า หากทั้งสองคน เดินไปหยิบนั้นหยิบนี้ โดยไม่จ่ายเงินเลยสักเหรียญ ก็จะไม่มีใครลุกขึ้นมา กล่าวโทษเลย แม้แต่คนเดียว

ไม่นานพวกเขาก็เดินมาถึงร้านค้าแห่งหนึ่ง ป้ายเล็กๆ เขียนติดเอาไว้ว่า “ร้านเตาหลอมกิเลน โอวหยางยี้” แล้วพวกเขาทั้งสามคนก็เดินเข้าไป พนักงานตอนรับเดินออกมาทักทาย

“ท่านลูกค้าทั้งสาม เชิญด้านใน”

เมื่อเดินไปถึงมุมรับแขก พนักงานนั้นก็กล่าวขึ้น

“พวกท่าน ทั้งสามต่างไม่คุ้นหน้า คงจะเคยมาที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก ดังนั้นข้าจะขอกล่าวถึงระเบียบในการใช้บริการร้านของเรา สักเล็กน้อย”

แล้วพนักงานคนนั้น ก็เดินไปหยิบกล่องใบหนึ่ง เดินตรงมา แล้วว่างลงบนโต๊ะเตี้ยๆ ตัวหนึ่งกล่าวว่า

“เตาหลอมกิเลน ของท่านผู้อาวุโสโอวหยางยี้ จะขายให้สำหรับลูกค้า ที่มีโลหิตกิเลน อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ที่ท่านผู้อาวุโสกำหนดเอาไว้เท่านั้น หากท่านมีสายโลหิตกินเลน ไม่ได้ตามที่กำหนดเอาไว้ ร้านของเรา คงต้องขอเสียมารยาท เชิญท่านไปใช้บริการ ยังร้านเตาหลอมร้านอื่นๆ ต่อไป”

แล้วพนักงานคนนั้น จึงเปิดฝ่ากล่องสีดำนั้นออก ด้านในกล่องเป็นแก่นผนึกสีแดงก้อนหนึ่ง มองเห็นเส้นเลือดฝอยไหลเวียนอยู่ด้านในอย่างชัดเจน

“นี้คือ หัวใจกิเลน เพียงคุณชายทุกท่าน สามารถสัมผัสมันได้ ภายในสิบลมหายใจ ท่านก็จะสามารถเป็นลูกค้าของร้านเราได้”

เมื่อเห็นหัวใจกินเลน เส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ ในร่างของเขาก็ถึงกับร้อนระอุ แทบจะแท่งทะลุออกมาจากร่างกาย มันต้องการดูดกลืนหัวใจกิเลนนี้ เป็นอาหารยามว่างจริงๆ แต่เขาเพียงได้รับอนุญาต ให้สัมผัสมันได้เท่านั้น เกิดเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมา ดูดกลืนมันเข้าไป จะเกิดอะไรขึ้น เขาไม่มีเงินทองพอที่จะชดใช้ได้แน่ๆ

“พวกเรา ไปร้านอื่นกันเถอะ”

เฟยหลงปฏิเสธที่จะทดสอบ แต่พอเขาจะลุกขึ้น หน้าอกก็ควบแน่นอึดอัด แทบหายใจไม่ออก เส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ มันกำลังจะครอบงำเขา เหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้น บนภูเขาค้างคาววิญญาณ หากมันเกิดขึ้นจริงๆ ปราณพิษ ที่เขาเอง ก็ไม่สามารถจะควบคุมได้ มันจะต้องแผ่ระบาดใส่คนรอบข้าง เป็นแน่

โดยเฉพาะเพื่อนใหม่ทั้งสอง ที่ไม่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อาจจะต้อง มาตายยังสถานที่แห่งนี้ก็เป็นได้

ในเมื่อเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ มันต้องการจะดูดกลืน หัวใจกิเลนก้อนนี้จริงๆ ก็คงต้องให้มันได้สมใจ

.............

“เฟยหลง หากเจ้าไม่คิดจะทดสอบ แล้วจะรู้ได้ยังไง ว่าเจ้าจะมีคุณสมบัติ หรือไม่”

เหยินหงหลิง แนะนำอย่างหวังดี

“ใช่แล้วเฟยหลง ข้าเองก็เคยทดสอบมาก่อน มันไม่เห็นจะยากเย็นอะไรเลย”

เหยินตงเฟย สนับสนุนอีกคน

พนักงานขาย มีสีหน้าผิดปกติ แต่เฟยหลงไม่ได้สังเกตเห็น เพราะกำลังหมกมุ่นอยู่กับการควบคุมเส้นชีพจรของตนเอง

“หากข้า เกิดกระทำความเสียหาย กับหัวใจกิเลน ข้าต้องรับผิดชอบอะไรหรือไม่”

เฟยหลงถามพนักงานขาย ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

พนักงานสีหน้าปกติเมื่อครู่ กลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง กล่าวว่า

“ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ เชิญท่าน ลูกค้าสัมผัสกับมันได้”

เฟยหลงเอง ก็ไม่สามารถอดทนได้นานนัก คว้าหัวใจกิเลนก้อนนั้นได้ ก็โคจรวิชาอักขระเก้ามังกรประตูปริศนา ดูดกลืนแก่นหัวใจนั้น อย่างบ้าคลั่ง ไม่นานแก่นหัวใจนั้น ก็หดแห้งลง แล้วแตกสลายกลายเป็นขี้เถ้า ไปต่อหน้าต่อตาของทุกคน

เหยินหงหลิง-เหยินตงเฟย ล้วนแต่ตะลึงพรึงเพริด ไม่สามารถกล่าววาจาใดๆ ออกมาได้ เด็กน้อยนี้ ยังเป็นมนุษย์อยู่อีกหรือไม่ สามารถดูดกลืนหัวใจกิเลน ได้โดยตรง ในทวีปนี้ ยังไม่เคย ปรากฏใคร ที่สามารถกระทำได้เช่นนี้มาก่อน

ประวัติความเป็นมาของเฟยหลง ช่างลึกลับ และยากที่จะค้นหาคำตอบได้จริงๆ

...............

“ท่านกล่าวกับข้าว่า ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เช่นนั้นท่านก็ไม่อาจจะกลับคืนคำได้”

เฟยหลงกล่าวประท้วง อย่างอับจนปัญญา

“เช่นนั้น ข้าก็มีสิทธิ์ เป็นลูกค้า ของร้านท่านได้แล้ว ใช่ไหม”

พนักงานคนนั้นเหงื่อตก ในหัวไม่ได้ยินคำถามของเฟยหลง แต่กลับได้ยินเสียงทรงอำนาจ ปลุกคนให้ตื่นขึ้น

“เจ้าจงพาเด็กนั้น ไปเลือก เตาหลอมกิเลนโลหิตสวรรค์”

เสียงชราภาพนี้ ได้ยินแต่เฉพาะพนักงานขายคนเดียวเท่านั้น

.....................

ณ ห้องอักขระรูนโบราณ สุดยอดความหรูหรา ดุจแดนสวรรค์ ยอดสูงสุดของ “สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์”

ยามนี้นั่งไว้ด้วย ชายชราสองคน บุรุษวัยกลางคน หนึ่งคน

“หลิงเป่าเทียน เจ้าว่าเจ้าว่าเด็กน้อยนี้ เป็นใคร มาจากไหนกัน”

โอวหยางยี้ กล่าวถามชายชรา

“เขาสามารถ ดูดกลืนหัวใจกิเลน ระดับเก้าได้ อย่างหน้าตาเฉย ข้าว่าอย่างน้อย อาจจะเป็นบุตรชาย นอกสมรสของท่านจักรพรรดิกิเลน เป็นแน่”

“ท่านจักรพรรดิของพวกเรา แม้จะมีนิสัยกรุ้มกริ่มอยู่บ้าง ก็คงจะไม่ถึงขั้น ทอดทิ้งบุตรชายให้ต้องระหกระเหิน ใช้ชีวิตเคี่ยวกรำ อยู่ภายในโลกภายนอก เช่นนี้กระมัง”

“เสี่ยวเจี้ยน กล่าวมีเหตุผล”

“พวกท่านจะไว้วางใจ ท่านจักรพรรดิกิเลนกันเกินไปแล้ว เช่นนั้น พวกท่าน จะอธิบาย เรื่องของเด็กน้อยนี้ ยังไง”

โอวหยางยี้ ถามขึ้นอีก และกล่าวต่อไปว่า

“พวกเรามาดูกันว่า เจ้าเด็กน้อยนั้น จะสยบเตาหลอมกิเลนโลหิตสวรรค์ ได้หรือไม่”

แล้วบทสนทนาก็จบลงในลักษณะนี้

...............

วกกลับมายัง “ร้านเตาหลอมกิเลน โอวหยางยี้” อีกครั้ง

พนักงานขายเดินนำทั้งสามคน ไปยังห้องๆ หนึ่ง ซึ่งมีเตาหลอมขนาดเท่ากันกับไข่หาน วางอยู่กึ่งกลางห้อง พลังกดดันของเตาหลอมทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก แต่ในระยะหนึ่งร้อยก้าวกับไม่ได้รับผลกระทบ

เฟยหลงแปลกใจว่า เตาหลอมนี้ มันจะเล็กเกินไปหรือไม่ เล็กขนาดนี้ จะหลอมยาได้จริงๆ หรือ เหมือนพนักงานขายจะเข้าใจ ความคิดของเฟยหลง กล่าวอธิบายว่า

“เตาหลอมนี้ มีอักขระรูนโบราณจารึกเอาไว้ หากสามารถสยบมันได้ ยิ่งเจ้ามีระดับพลังบ่มเพาะสูง เจ้าก็สามารถจะเพิ่มขนาดให้กับมัน ได้ตามที่ใจต้องการ บ้างที่อาจจะใหญ่ กว่าแคว้นหนึ่งแคว้นเลยก็ได้

ประวัติความเป็นมา ของมันน่าตื่นเต้น และลึกลับยิ่ง มันถูกค้นพบ จากซากปรักหักพังของ ดินแดนประตูสังหาร คนที่สามารถเข้าใกล้มันได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีสายโลหิตกิเลนระดับสูงเท่านั้น

แม้จะเป็นเช่นนั้น ก็อย่าหวังว่า จะสามารถสยบมันได้ง่ายๆ

เตาหลอมนี้ มีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง หากจิตวิญญาณของผู้ครอบครองอ่อนด้อย ก็จะถูกมันครอบงำจิตใจ ดังนั้น นักปรุงยาจึงทอดทิ้งมัน แค้นมัน โกรธมัน หวาดกลัวมัน ในเมื่อมันเย่อหยิ่งนัก ทุกคนจึงเลิกให้ความสนใจมันอีก ต่างพากันลืมเลือนมัน เห็นมันเป็นอากาศธาตุ เหมือนไม่มีมันอยู่บนโลกนี้มาก่อน

เฟยหลงรู้สึกว่า เตาหลอมนี้ มีความเป็นมา คล้ายคลึงกับตัวเขาเอง ทุกคนต่างลืมเลือนเขา ไปหมดแล้ว

“หากข้า ต้องการจะซื้อมัน ต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนเท่าไหร่”

“เตาหลอมนี้ ไม่อาจจะซื้อหาได้ด้วยเงิน สามารถจ่ายได้ด้วย คะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้งเท่านั้น ในเมื่อแหวนที่เจ้าสวมติดนิ้ว เป็นของท่านผู้อาวุโสหลิงเป่าเทียน ร้านของข้าก็ลดราคาให้เจ้าเป็นกรณีพิเศษ เหลือเพียง 1000 คะแนน”

เฟยหลงรู้สึกตกตะลึง ไม่คิดว่าแหวน ที่เป็นเพียงสินค้ามือสอง จะมีประโยชน์ ได้ถึงขนาดนี้ สิ่งนี้ไม่อาจจะประเมินค่าได้จริง มันคือสมบัติช่วยชีวิตชิ้นหนึ่งต่างหาก ต่อให้นำแหวนระดับสูง นับร้อย นับพัน ก็ไม่สามารถที่จะเทียบกับแหวนเก่าๆ วงนี้ วงเดียวได้

หากใครคิดจะล่วงเกินเขา ก็ต้องคิดใคร่ครวญให้ดีเสียก่อน ไม่เช่นนั้น อาจจะล่วงเกิน เจ้าของแหวนวงนี้ ไปด้วยก็เป็นได้

“คุณชายอย่าเพิ่งได้ถามถึงราคา ของเตาหลอมจะดีกว่า หากท่านยังไม่สามารถสยบมันได้ แม้ท่านมีคะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง เป็นหมื่น เป็นแสน ท่านก็ไม่สามารถจะ นำมันออกไปจากห้องนี้ได้”

เฟยหลงไม่ได้ยิน คำกล่าวของพนักงานขายอีกต่อไป ระยะทาง 100 ก้าว เบื้องหน้า เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแรงกดดันใดๆ อยู่เลย เขาเดินตรงไป เหมือนเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน

สุดท้ายก็เดินไปหยุดอยู่ใกล้ๆ กันกับเตาหลอมนั้น แล้วยื่นมือออกหยิบมันขึ้นมา อย่างว่าง่าย

และมันก็ไม่คิดจะต่อต้านเขาแม้แต่น้อย มันคงจะสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม หากมันกล้าคิดเป็นศัตรูกับเขา มันจะต้องถูกเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ ดูดกลืนกินไปเป็นอาหารยามว่าง อย่างแน่นอน

ทุกคนได้แต่จับจ้องมองอย่างตกตะลึงพรึงเพริดอีกครั้ง และบนชั้นบนสุด ของยอด“สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์” ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามคน ก็ต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน

จะบ้าเหรอ นั่งลุ้นกันจะเป็นจะตาย ฉะไหนมันถึงได้มา อย่างง่ายๆ เช่นนี้เลย หรือเตาหลอมนั้น มันจะตายไปแล้วจริงๆ จิตวิญญาณคงเข้าสู่วัฏสงสาร อยู่ในขั้นตอนการเวียนว่ายตายเกิด แล้วแน่ๆ

..................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 136 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #12 dakkulla42 (@dakkulla42) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 19:16

    รอๆๆนะไรซ์ สนุกมาก
    #12
    1
    • #12-1 (@wirath1987) (จากตอนที่ 22)
      20 เมษายน 2563 / 20:15
      จะพยายามปั่นให้ได้วันละตอนครับ
      #12-1