Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 20 : ทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยา (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,791
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    18 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกรEP.20

 

20. ทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยา (3)

แม้เฟยหลงจะกล่าววาจาประกาศถึงชัยชนะ แต่ก็มีไม่กี่คน ที่ได้ยิน เพราะคนส่วนใหญ่ กำลังจับจ้องมองลำแสง ที่หมุนวน อยู่กลางอากาศ

หลิวฉิงตื่นขึ้นจากลำแสงนั้น เป็นคนแรก แล้วจ้องมองเฟยหลง ด้วยแววตาสุขุมเยือกเย็น สายตานั้น ไม่ได้มองเขาอย่างไร้ค่าอีกต่อไป มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่ยังคงคิดอย่างนั้นได้อยู่อีก

ทดสอบสองรอบ ได้คะแนนเต็ม 10 ทั้งสองรอบ แม้เฟยหลงจะพยายามแสดง ท่าทางกลบเกลื่อนอำพราง แต่ในเวลานี้ พวกเขาก็จะไม่มีทางถูกหลอก ด้วยท่าทางอ่อนแอ อันไร้เดียงสา นี้อีกต่อไป

หากนี้เป็นการต่อสู้กันด้วยพลัง นับว่าเป็นความเพลี่ยงพล้ำ ที่ไม่อาจจะยอมรับได้

จากแววตาสุขุมเยือกเย็น แปรเปลี่ยนเป็นไฟโทสะอันคุกรุ่น

………..

เฟยหลงกวาดสายตาสำรวจทุกคนโดนรอบ หากคนหนึ่งคน แสดงอารมณ์ได้เพียงหนึ่งอย่าง นั้นนับว่า เป็นเรื่องปรกติ แต่หากคนหนึ่งคน แสองอารมณ์มากกว่าหนึ่งอย่าง นั้นนับว่าผิดปรกติ

แต่ในสถานที่แห่งนี้ มีนักปรุงยาอยู่ จำนวน 50 คน ที่ใช้สายตาสำรวจเขาอยู่ แรงกดดันที่อึงอล หายใจไม่ออก ทำให้เขารู้สึกอึดอัด และอยากเดินหนีไป

โดดเฉพาะสายตาร้อนระอุ ของหลิวฉิง มันทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลัง

น้ำเสียงชราภาพดังขึ้น นับว่าช่วยเฟยหลงได้ทันเวลาพอดี

“เจ้าทั้งสอง ตามข้ามา”

หลิวฉิง และเฟยหลง ปฏิบัติตามคำสั่งของชายชราอย่างว่าง่าย

ชายชรากล่าวต่อว่า

“ด่านที่ 3 จะเริ่มในอีก 1 ชั่วโมง ส่วนรายชื่อผู้ถูกคัดออก ข้าคงไม่จำเป็น จะต้องติดประกาศอะไรแล้ว พวกเจ้าคงรู้ตัวกันดี”

เนื่องจาก “เครื่องตรวจคำตอบวิญญาณระดับสูง” ได้ระบุคนที่ สอบตก และสอบผ่าน เรียบร้อยแล้ว

...........

จากสนามทดสอบ เดินมาประมาณสิบนาที พื้นที่ส่วนนี้ เป็นเส้าทางยาวและกว้างมาก มีห้องเล็กๆ ซอย แบ่งเป็นสัดเป็นส่วน นักปรุงยา ในชุดหลากหลายสีสัน กำลังเดินสวนกันไปมาอย่างขวักไขว่ และยังมีเหล่าผู้บ่มเพาะอีกเป็นจำนวนมาก เข้ามาใช้บริการ ต่างส่งเสียงอึกทึกอึงอล พ่อค้า คนซื้อ คนขาย และผู้ประกอบอาชีพต่างสาขา ต่างกำลังต่อรองราคา บางทะเลาะกันเสียงดัง

เดินผ่านมาอีกระยะหนึ่ง ปรากฏเสาศิลาขนาดใหญ่ ซึ่งมีอักขระรูนโบราณจารึกเอาไว้ เฟยหลงพยายามค้น คลังข้อมูล ภายในทะเลวิญญาณของตนเอง แต่น้ำเสียงชราภาพ เอ่ยถามขึ้นเสียก่อน

“เสาศิลาอักขระสวรรค์รู้แจ้ง เจ้าคงเคยเห็นมัน เป็นครั้งแรกกระมัง”

เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงละห้อย ตามความเป็นจริง

“ผู้เยาว์ มีความรู้จำกัด ขอให้ท่านผู้อาวุโส ช่วยไขความกระจ่างด้วย”

ชายชราหันไปมองหลิวฉิง ที่กำลังเดินอยู่ข้างๆ

“หากแม้แต่เจ้า ก็ไม่รับรู้ด้วย เจ้าก็จง หันหลังกลับ และจากไปซะ”

น้ำเสียงทรงอำนาจบีบคั้น

หลิวฉิงแม้จะสุขุมเยือกเย็นสักปานใด ก็ทำได้แต่กัดฟัน กล่าวว่า

“เสาศิลาอักขระสวรรค์รู้แจ้ง มีด้วยกันจำนวน 5 ต้น 1 ต้น ต่อ 1 ทวีป สำหรับทวีปกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ มันถูกปักเอาไว้ยัง สำนักงานใหญ่ของ “สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์” ส่วนต้นที่เจ้ามองเห็นอยู่นี้ เป็นเพียงเสาจำลอง ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดย เหล่าปรมาจารย์จารึกอักขระวิญญาณ”

คำกล่าวของหลิวฉิง หนักแน่น และรวบรัดเป็นอย่างยิ่ง เฟยหลงกล่าวถามว่า

“มันเอาไว้ทำสิ่งใด”

หลิวฉิงกล่าวต่อ

“มันทำหน้าที่ประกาศภารกิจ ทั่วทั้ง 5 ทวีป ต่างถูกเชื่อมโยงถึงกันด้วย เสาศิลาอักขระสวรรค์รู้แจ้ง เจ้าต้องการอะไร เจ้าจะขายอะไร เจ้าอยากจะฆ่าใคร เพียงแค่เจ้าสะสมคะแนน อักขระสวรรค์รู้แจ้ง เจ้าก็สามารถได้รับ ในสิ่งที่เจ้าต้องการ คัมภีร์ยุทธ์ ดาบ กระบี่ เม็ดยา สมุนไพร แก่นโลหิต แก่นธาตุ แก่นพลัง สิ่งที่เจ้าอยากรู้แต่ไม่รู้ ขอเพียงเจ้ามีความสามารถ เจ้าก็สามารถ ลงประกาศภารกิจได้”

หลิวฉิงชี้ตรงไปยังมุมหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า

“ตระกูลหลิวข้า ลงประกาศเอาไว้ เจ้าก็ลองอ่านดู”

เฟยหลงมองตามนิ้วที่ชี้ตรงไป อ่านข้อความนั้น

“ข้าหลิวเทียน ยินดีจะมอบคะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง จำนวน 1000 คะแนน สำหรับคนที่ สืบหาเบาะแสของบุคคล ที่สังหารหลานชายของข้า นามหลิวเหวินได้ ”

เฟยหลงทำหน้าตากระอักกระอ่วน หลี่เทียน อวี่ซิน หลิวเหวิน ถูกหยางสู่ ฆ่าตายบนภูเขาค้างคาววิญญาณ นับว่า เบาะแสขาดหายไปจนหมดสิ้น นอกจากจะมีใคร สามารถพูดคุยสื่อสารกับฝูงค้างคาวได้ ไม่เช่นนั้น ความลับนี้ ย่อมถูกฝังกลบเอาไว้ ไม่สามารถสืบเสาะ หาต้นสายปลายเหตุใดๆ ได้อีกต่อไป

“แล้วหากข้า ต้องการจะประกาศภารกิจบ้าง จะต้องทำอย่างไร”

หลิวฉิงสะบัดแขนเสื้อเบาๆ แหวนวงหนึ่ง ที่สวมอยู่ก็ส่องลำแสงสว่างวูบวาบขึ้น

“นี้เรียกว่า แหวนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง เป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ล่าสุด มีเมนูให้เลือกมากมาย ทั้งใช้เป็นมิติเก็บของได้ ยังมีเมนูเสริม ในการสั่งซื้อ การขายสินค้า และยังมีความจุที่ใหญ่มากกว่ารุ่นเก่าๆ ถึงสองเท่า ไม่ต้องกังวลกับขนาดของสินค้าใหญ่ๆ อีกต่อไป และสัญญาณยังวิ่งเร็ว ไม่มีสะดุด”

เฟยหลงคิดว่าไอ้เจ้าหลิวฉิงนี้ คงเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ให้สินค้าตัวนี้แน่ๆ พูดเร็ว พูดไว้ ยังกับนักขายระดับเพชร

เฟยหลงยังถึงกับ นึกถึงโทรศัพท์มือถือ ในโลกก่อนจะทะลุมิติ แต่แหวนวงนี้ก็มหัศจรรย์เกินไป มันสามารถรับส่งสินค้าได้ด้วย แต่โทรศัพท์กับยังไม่สามารถทำได้

“เจ้ามีคำถามอะไรอีกไหม”

เฟยหลงผงกศีรษะ และส่ายหน้า พร้อมๆ กัน สองจิตสองใจ จึงถามต่อว่า

“ข้าจะซื้อแหวน แบบนี้ได้จากที่ไหน”

“เสียใจด้วย รุ่นนี้ ทำออกมาแค่ 10 วง ข้าต้องสั่งจองล่วงหน้าเป็นปี ถึงจะได้มา ส่วนเจ้าถ้าสนใจ ก็ตรงไปยังแผนกจารึกอุปกรณ์วิญญาณ ตอนนี้รุ่นที่ดีๆ คงขายไปหมดแล้ว น่าจะคงเหลืออยู่แต่รุ่นกากๆ”

เฟยหลงรู้สึกว่า ถ้ามันจะขายดิบขายดีขนาดนั้น ก็ทำออกมามากๆ จะเป็นไรไป เหมือนหลิวฉิง จะรับรู้ความคิดของเขากล่าวว่า

“ปรมาจารย์จารึกอักขระวิญญาณ” ไม่ได้มีเวลาว่าง มากขนาดนั้นหรอกนะ ทั้งการสร้างแหวนแต่ละวงก็สิ้นเปลืองเวลา ต้องสูญเสียพลังจิตวิญญาณ ไปเป็นจำนวนมาก พวกเขาจะเก็บออมพลังจิตวิญญาณเอาไว้ จารึกเม็ดยา เพื่อเพิ่มระดับบ่มเพาะของตนเอง ยังเกิดประโยชน์มากกว่าเสียอีก”

คำอธิบายนี้ นับว่าสมเหตุสมผล การสนทนาทำให้พวกเขาลืมเวลาไปชั่วขณะ ไม่นานพวกเขาก็เดินขึ้นบันไดมาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว ประตูขนาดใหญ่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

ชายชราโบกมือ ปรากฏอักขระรูนโบราณหมุนวนไปมา ประตูบานนั้น ก็เปิดอ้าออก

“พวกเจ้า จะเลือกอะไรก็ได้ 1 อย่าง แต่ข้ามีคำกล่าวหนึ่ง จะต้องบอกกับพวกเจ้า มีศิลาอยู่ก้อนหนึ่ง ข้าไม่อาจจะเอ่ยนามของมันได้ แต่หากพวกเจ้า มีวาสนากับศิลาก้อนนี้ ก็ค้นหามันให้พบ

ศิลาก้อนนี้ ข้าต้องใช้ ความสัมพันธ์ส่วนตัว บวกกับคะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง เป็นจำนวนมหาศาล ถึงได้รับมาเพื่อศึกษาเป็นเวลา 1 ปี วันนี้นับว่า เป็นวันสุดท้าย ผู้ยิ่งใหญ่ กำลังเดินทางมารับมันกลับคืนไป หากพวกเจ้าต้องการจะศึกษามันอีกครั้ง คงจะต้องเดินทางไปยัง อาณาจักรฟ้าคราม”

“ภายในศิลานั้น จารึกอะไรเอาไว้”

เฟยหลงถามถึงอย่างใฝ่รู้

“มันคือคัมภีร์บ่มเพาะจิตวิญญาณระดับสูง มีชื่อว่า วิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์พื้นฐาน ความจริงมีด้วยกัน 4 ก้อน อีกสามก้อน ถูกเก็บเอาไว้ยัง พระราชวังของจักรพรรดิกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ยังทวีปกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ นอกจากเชื้อพระวงศ์ระดับสูง ที่มีสายโลหิตอันเข้มข้นแล้ว บุคคลทั่วไป ยากที่จะได้สัมผัส”

แล้วชายชรานั้นก็เดินทางจากไป พร้อมกล่าวว่า

“พวกเจ้า มีเวลาเหลือเพียงแค่ 40 นาที เท่านั้น หากยังโอ้เอ้อยู่ละก็ พวกเจ้าอาจจะไม่มีวาสนา กับคัมภีร์เล่มนี้ก็ได้”

หลิวฉิงสับเท้าพุ่งเข้าไปเป็นคนแรก เฟยหลงเอง ก็ไม่อยากจะเสียเวลา ไปแม้แต่วินาทีเดียว พุ่งทะยานตามไปติดๆ

ห้องขนาดใหญ่แห่งนี้ ถูกจารึกเอาไว้ด้วยอักขระรูนโบราณ จึงยากจะบอกได้ว่า จริงๆ แล้ว ควรมีขนาดใหญ่ขนาดใดกันแน่

แต่นับว่าชายชรา ไม่ได้ใจร้าย ใจจืด ใจดำ จนเกินไป กลางอากาศเหนือศีรษะ ปรากฏไข่มุกราตรี ล่องลอยอยู่เป็นจำนวนมากมาย ส่องแสงกระพริบนำทาง เป็นระยะๆ ทำให้ไม่ต้องพากันวิ่งวน ค้นหากันอย่างสะเปะสะปะ

………..

สุดท้ายก็มาถึงพื้นที่เปิดกว้างแห่งหนึ่ง

จุดกึ่งกลาง มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม มีแท่นหินความสูงเสมอศีรษะ โผล่ออกมาจากใต้พื้นดิน พื้นที่เรียบด้านบนวางไว้ด้วย ศิลาสีดำก้อนหนึ่ง มีขนาดเท่ากับลูกแตงโม รูปทรงตะปุ่มตะป่ำน่าเกลียด

หลิวฉิง พุ่งตรงเข้าไปอย่างไม่กลัวตาย คิดจะคว้าศิลาก้อนสีดำ เอาไว้ในอุ้มมือ แต่สัมผัสมันได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ร่างกายปลิว กระเด้งกระดอนกลับคืนมา หลิวฉิงตะลึงพรึงเพริด ไม่คิดว่าศิลาก้อนก้อนเล็กๆ จะทรงพลังขนาดนี้

เฟยหลงมาหยุดยืน อยู่ข้างๆ หลิวฉิง พร้อมสำรวจสภาพบุรุษข้างๆ แล้วหันไปสำรวจศิลาก้อนนั้น อย่างพิจารณา ศิลาก้อนนี้ ถูกจารึกอักขระรูนโบราณเอาไว้ ย่อมไม่สามรถจะเคลื่อนย้าย ออกห่างจากแท่นหินนี้ได้ นอกจากผู้ทรงอำนาจเช่น ชายชราผู้ควบคุมการทดสอบเท่านั้น ถึงจะมีความสามารถนี้

เฟยหลงซอยเท้าตรงไป ได้หนึ่งก้าว น้ำเสียงเย็นชา ข่มขู่ ก็ลอยมา

“เจ้าใจกล้า คิดจะแย่งชิง กับข้าจริงๆ หรือเจ้าไม่กลัวข้าจะสังหารเจ้า ทิ้งซะ”

เฟยหลงเหยียดยิ้ม ก่อนจะกล่าวว่า

“หากเจ้ากล้าลงมือ ข้าก็ไม่กลัวที่จะต่อสู้ด้วย แต่เจ้ากล้าเสี่ยงกับข้าจริงๆ เช่นนั้นรึ”

ครั้งนี้ ชายชราได้ให้โอกาสทั้งสองคน ได้อยู่ร่วมกันเพียงลำพัง นับว่าจับเสือสองตัวมาอยู่ในเล้าเดียวกัน อย่างถูกต้องถูกเวลาจริงๆ

หากบอกว่า ชายชราไม่ได้คาดเดาว่า เหตุการณ์เช่นนี้ จะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ย่อมต้องเป็นเรื่องโกหก

“วันนี้ เจ้ากล้าฉีกหน้าข้า ต่อหน้าธารกำนัล จำนวนมากมาย กล้าล้อเล่นกับชื่อเสียงของข้า ทำกับข้าเหมือน เป็นตัวตลกโง่งม เจ้าคิดว่า จะยังหนีรอดไปได้จริงๆ

เด็กน้อยเจ้าโอหัง ผิดคนแล้ว ยามนี้เจ้ายังกล้า เข้ามาขัดแข้งขัดขาข้าอีก หากเจ้ารู้จักสถานการณ์ ก็กลับออกไปเงียบๆ ซะ ไม่เช่นนั้น ก็อย่ากล่าวหาว่าข้า รังแกเด็ก”

“เจ้าจะพูดมาก จนทำให้น้ำลายถมข้า จนหายใจไม่ออกจนตาย หรือยังไง เชิญเจ้าพ่นขี้ฟัน ต่อไปเถอะ ข้าไม่ว่างเล่นกับเจ้าหรอก”

เฟยหลงพุ่งตรงเข้าไปยัง ศิลาก้อนนั้นอย่างรวดเร็ว หลิวฉิงโทสะปะทุ สะบัดมือครั้งหนึ่งปรากฏกระบี่ ถือเอาไว้ในมือ วิ่งไล่หลัง คิดจะฟันใส่แผ่นหลังของเฟยหลง

เฟยหลงเหมือนมีตาหลังงอกเงย บิดปลายเท้า สะกิดหยิบยืมพลัง เคลื่อนย้ายร่างกายอย่างแยบคาย ในมือปรากฏกระบี่ ขึ้นอย่างฉับพลันเล่มหนึ่ง ย่อหัวเขาเล็กน้อย ฟันใส่กลางลำตัวของหลิวฉิง ยามคับขันไม่ล้นลาน หลิวฉิงสะกิดปลายเท้าพุ่งถอยหลัง หลบกระบี่หมายชีวิตของเฟยหลง ได้ทันท่วงทีเช่นกัน

ต่างฝ่ายต่าง ยืนนิ่งเผชิญหน้ากันอีกครั้ง เฟยหลงบังเกิดโทสะ นี้นับเป็น ครั้งแรกที่มีใคร กล้าลักลอบโจมตี เขาจากด้านหลัง ช่างหัวคัมภีร์ ห่าเหวอะไรนั้น

วันนี้เขาจะต้อง เอาเลือดของหลิวฉิง มาเซ่นสังเวยโทสะของเขาให้ได้

เฟยหลงเริ่มโคจรเส้นชีพจรคู่ที่ 1 วิชาอักขระเก้ามังกรประตูปริศนา ปะทุขึ้น พลังบ่มเพาะพุ่งทะยานอยู่ในระดับหล่อหลอมระดับ 1

หากอยู่ในดินแดนระดับล่าง เขาอาจะต่อสู้ กับผู้บ่มเพาะระดับครึ่งก้าวขั้นรู้แจ้งสวรรค์ ได้อย่างเสมอ (นี้เป็นเพียงการคาดเดา)

ซึ่งหลิวฉิงในตอนนี้ มีพลับบ่มเพาะอยู่ในระดับหล่อหลอมระดับ 9 ขั้นปรายสุด การต่อสู้ครั้งนี้ นับว่าสูสีเป็นอย่างยิ่ง

“เจ้ากับแอบเก็บซ่อน ระดับพลังบ่มเพาะเอาไว้ แต่ระดับหล่อหลอมระดับ 1 ก็นับว่า เป็นขยะไร้ค่าสำหรับข้าอยู่ดีหากเจ้ากล้ารับ 1 กระบี่ ของข้า โดยไม่ได้บาดเจ็บ ข้ายินดีจะให้เจ้า ได้เข้าไปสัมผัสศิลาก้อนนั้นสักเล็กน้อย แต่หากเจ้ารับไม่ได้ อัจฉริยะรุ่นเยาว์เช่นเจ้า ก็จะไม่มีโอกาสได้เติบโตต่อไปอีก”

หลิวฉิงไม่คิดอดออมพลังอีกต่อไป เหตุเพราะง่ายๆ ย่อมเป็นระยะเวลาที่เป็นแรงกดดัน หากยืดเยื้อ การจะดูดซับข้อมูลภายในก้อนศิลา ก็อาจจะไม่สำเร็จก็เป็นได้

เฟยหลงเคยเห็นเพลงกระบี่นี้มาก่อน เขาเคยเห็นหลิวเหวินใช้ เมื่ออยู่บนภูเขาค้างคาววิญญาณ มันทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

เช่นนั้น เฟยหลง ก็จำต้องเลือกใช้วิชากระบี่ ที่ทรงอานุภาพมากที่สุดเช่นกัน แต่หากให้เลือกได้จริงๆ เขาต้องการใช้เพลงกระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์มากกว่า แต่เขาก็ไม่อยากจะดึงดูดเหล่าสาวกพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ให้เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเข้ามากนัก

จึงคิดใช้กระบวนท่าแรก ที่เคยสังหารนักเลงหัวไม้ เมื่อคืนวันก่อน เพลงกระบี่จักรพรรดิกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ กระบวนท่าแรก

“กระบี่สะบั้นโลหิตกิเลนฟ้า”

“ดาบภูผาสะบั้นฟ้า”

หลิวฉิงพุ่งทะยานถาโถมเข้ามา อย่างอำมหิตหมายชีวิต เฟยหลงเอง ก็ไม่อยากจะยืนต้านรับ อยู่เฉยๆ พุ่งทะยานจู่โจมออกไปเต็มกำลังเช่นกัน

ดาบและกระบี่ กระทบกระแทกกัน เสียงดังครืนๆ ดุจฟ้าคำรนคำราม ฝุ่นผงคลี่ปกคลุม ทั่วบริเวณ ทั้งสองคนถูกอำนาจของพลังกระบี่ ย้อนทวน ทั้งผลัก ทั้งกระแทก จนร่างกายเบาดุจขนนก ปลิวกระเด้งกระดอนหลุ่นๆ กวาดพื้นเป็นทางยาว ข้าวของล้มคว่ำ ระเนระนาด ต่างสะบักสะบอม ไม่แตกต่างกันทั้งสองคน

เฟยหลง เอาหลังมือปาดเลือดที่มุมปาก ง่ามมือที่กำกระบี่เอาไว้ เลือดไหลซึมออกมา สภาพของหลิวฉิง ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากกัน

การสัประยุทธ์ ครั้งนี้นับว่าเสมอกัน แต่หากเป็นไปได้ เฟยหลงก็อยากจะสู้ให้รู้ผลแพ้ชนะกันไปเลย แต่ระยะเวลาบีบบังคับกันเกินไป เขาไม่อาจจะถ่วงเวลาให้เนินนาน ได้อีกแม้แต่เสียววินาทีเดียว

“พวกเรา เข้าไปพร้อมๆ กัน เจ้าเห็นว่า อย่างไร”

เฟยหลงเก็บข่มโทสะ เค้นคำพูดถามออกไป วันพระไม่แน่ว่าจะมีหนเดียว แต่หากหลิวฉิง ยังคงดื้อด้านจะสู้ต่อไป เขาเองก็ไม่คิดจะสนใจคัมภีร์บ้าบ่อเล่มนี้อีกแล้ว ถ้าเขาไม่ได้ หลิวฉิงก็อย่าหมาย ว่าไม่ได้มันไปเช่นกัน

หลิวฉิงไอออกมาเป็นเลือดคำหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า

“ครั้งนี้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ครั้งหน้าข้าจะไม่ออมมือให้เจ้าอีก”

ทั้งสองคนเอาดาบ และกระบี่ช่วยพยุงร่างลุกขึ้น เดินตรงไปยังก้อนศิลาสีดำนั้น อย่างโซซัดโซเซ อย่างกับคนเป็นง่อยเปลี้ยเสียขา

..............

การสัประยุทธ์ ของหลิวฉิง และเฟยหลง ความจริงแล้ว ตกอยู่ภายใต้ การจับจ้องมอง ของบุคคลสองคน บุคคลแรกย่อมเป็นชายชราผู้ควบคุมการทดสอบ ส่วนอีกคน หากเฟยหลง มาพบอีกครั้งย่อมจดจำได้ บุรุษวัยกลางคน ก็คือ ชายวัยกลางคน ที่เฟยหลงเคย พบที่โรงเตี๊ยม เมื่อยามที่ลงมือสังหารนักเลงหัวไม้ไป

“ท่านคิดเห็น อย่างไร” ชายชราถามขึ้น

“หรือท่านสัมผัสโลหิตกิเลน ภายในร่างกายเด็กน้อยนั้น ไม่ออกด้วย”

ชายวัยกลางคนกล่าวถามขึ้น

“เชื้อสายราชวงศ์กิเลน มีกันอยู่กี่คนกัน ที่ถูกส่งออกมา สู่โลกภายนอก ท่านกับข้า ย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ไม่ได้นับรวมเจ้าเด็กน้อยนี้ เข้าไปด้วยแน่ๆ หรือเบื้องบน จะยังเก็บอัจฉริยะเอาไว้ เป็นความลับ ไม่ยอมบอกกล่าวกับพวกเรา ได้ล่วงรู้อยู่อีก”

“ทั้งสองคน มองภาพที่ฉายผ่าน หยกดูดวิญญาณก้อนหนึ่ง”

แววตาทอประกายความสงสัยออกมา

.............

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น