Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 2 : ศิลาสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 214 ครั้ง
    6 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

2. ศิลาสวรรค์

ย้อนเวลากลับไป เมื่อ 1 ปีที่แล้ว เมื่อเฟยหลง นอนสลบอยู่หน้าโรงหมอกระบี่เก้าค้างคาว 

เฟยหลง นอนสลบอยู่ด้วยพิษไข้ 5 วัน 5 คืน แต่จริงๆ แล้ว ในขณะนั้น ภายในมิติว่าง ยังคงสว่างไสว ดุจดังเวลากลางวัน

รอบข้างเต็มไปด้วย เม็ดยาบ้า หลากหลายสีสัน กองสุมเป็นภูเขาลูกเล็กๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์x ปรุงมันขึ้นมา ตรงจุดกึ่งกลาง กองยาบ้าเหล่านั้น ปรากฏก้อนศิลารูปทรงพีระมิด ขนาดเท่ากันกับกำปั้นเด็กน้อย ลอยนิ่งอยู่เสมือนไร้น้ำหนัก กำลังดูดกลืนเม็ดยาบ้าเหล่านั้น อย่างตะกละตะกลาม

เฟยหลงยืนนิ่ง คล้ายกำลังถูกแช่แข็ง ด้วยพลังงานที่มองไม่เห็น ได้แต่จับจ้องมอง ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า อยู่ 5 วัน 5 คืน อย่างตื่นตระหนก 

สุดท้ายศิลาปริศนา ก็ดูดกลืนยาบ้าจนพอใจ 

เฟยหลงกับคิดว่า มันยังคงไม่ได้อิ่มจริงๆ หรอก และยังต้องการเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก

“เจ้าหนู ข้าจะมอบโชค ชิ้นใหญ่ ใหญ่มากๆ ให้กับเจ้า นั่นคือความเป็นอมตะ เพียงแต่เจ้า ตกลงจะต้องผลิตเม็ดยาสวรรค์เหล่านี้ ให้กับข้าเพิ่มอีกในอนาคต เป็นเวลาหนึ่งพันปี” 

เฟยหลงตกกะใจ ไม่ใช่อะไรอื่น ชีวิตอมตะหนึ่งพันปี นี้ใครๆ บ้างไม่ต้องการ 

แต่ไอ้ก้อนหินประหลาดนี้ มันจะน่าเชื่อถือได้จริงๆ ขนาดนั้นเลยหรือ แล้วไอ้เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์x คนก่อนหน้านั้นเล่า มันไปอยู่เสียที่ไหนแล้วล่ะ 

ในขณะนี้ มันก็คงได้มีชีวิตเป็นอมตะ พันปีไปแล้วใช่ไหม (เฟยหลงประชดประชันในใจ) แต่ความจริงแล้ว ไอ้ทาสรับใช้คนก่อนหน้าเขา มันโดนแรงระเบิด จนร่างกายแหลกเละ ไม่หลงเหลือแม้แต่เศษซากเล็กๆ สักชิ้น แม้แต่ดวงวิญญาณ ก็ยังไม่ได้มาเกิดใหม่

ไอ้ก้อนหินประหลาดนี้ โกหกได้หน้าด้านๆ ไม่ได้อับอาย ผีสางเทวดาเลย แม้แต่น้อย แต่ในช่วง ความเป็นความตาย และความเป็นอมตะปลอมๆ เช่นนี้ ใครบ้างจะกล้าเปิดโปง หรือกล้ากล่าวปฏิเสธคำของ่ายๆ ในทันที

“กะไอ้แค่ให้ผลิตยาบ้า จะให้กูเฟยหลง ผลิตเป็นเวลา 1 แสนปี  1 ล้านปี กูก็จะผลิตให้มึง ได้เสพจนเป็นบ้า ประสาทหลอน ไปอีก เป็นล้านๆ ปีเลย ไอ้ก้อนหินประหลาด”

เฟยหลง ครุ่นคิดอยู่ภายในจิตใจอันดำมืด

“ตกลง ท่านก้อนหินประหลาด” เฟยหลงตอบกลับ 

“เรียกข้าว่า ศิลาสวรรค์” ก้อนหินประหลาดออกคำสั่ง 

“ขอรับ ท่านศิลาสวรรค์”

ก้อนหินประหลาด ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ แม้จะมองไม่เห็น รอยยิ้มของมันจริงๆ ก็ตาม

“จากการสำรวจร่างกายของเจ้า นับว่าไม่แย่นัก เจ้ามีเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ แต่ในช่วงระยะเวลา 4 ปีมานี้ เส้นชีพจรของเจ้าเส้นนี้ มันกับได้รับเม็ดยาระดับต่ำ เข้าไปเป็นจำนวนมาก

มันจึงจำจะต้อง ใช้เวลาพักฟื้นตัวเอง สักระยะหนึ่ง จะโทษนักปรุงยาระดับต่ำๆ ในเมื่อดินแดนระดับต่ำๆ แห่งนี้ หรือดินแดนระดับสูงกว่านี้ ก็ไม่ได้ เพราะคงจะไม่มีใครรู้จัก กับเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ กันเลยสักคน 

แต่เจ้านับว่า ยังโชคดี ที่บังเอิญมาพบเจอกับข้าศิลาสรรค์ ข้าขอรับรองว่า จะช่วยเจ้า พัฒนาเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ ให้แข็งแกร่งมากๆ ยิ่งขึ้น 

จนเจ้าสามารถ ทะลวงดินแดนเก้าประตูเทวะ ออกจากดินแดนระดับต่ำนี้ ไปได้” 

……………….

เฟยหลงยิ่งฟัง ก็ยิ่งรู้สึกว่า ไอ้ก้อนหินประหลาด มันคงจะเข้าสู่โหมดหลอนประสาท ได้เก้าในสิบส่วน ไปแล้วจริงๆ มันจึงกล่าววาจาเลอะเทอะ ไม่ได้อยู่กระร่องกระรอย ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็พอจะรับฟังได้ แต่ข้อความสุดท้ายที่ว่า

“ทะลวงดินแดนเก้าประตูเทวะ ออกไปจากดินแดนแห่งนี้” 

มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เหมือนเขากำลังนอนฝันว่า ตนเองกำลังหลงอยู่ในโลกแฟนตาซี พอลืมตาตื่น ก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงอุ่นๆ กลับสู่โลกแห่งตำรวจสายลับอีกครั้ง

 “นี้คือ วิชาบ่มเพาะพลัง ที่ข้าจะมอบให้กับเจ้า มันมีชื่อว่า อักขระเก้ามังกรประตูปริศนา

เฟยหลงแสดงแววตาสงสัย ศิลาสวรรค์กล่าวต่อว่า 

“แม้แต่ข้าเอง ก็ไม่รู้ว่า พลังที่แท้จริงของมัน จะชักนำไปยังขอบเขตใด เช่นกัน วิชานี้ มีพลังอะไรซ่อนอยู่มากน้อยเท่าไหร่กันแน่ เจ้าจะต้องเป็นคนค้นหามันด้วยตัวเอง 

เพราะไม่เคย มีใครฝึกฝนมันสำเร็จมาก่อน ข้าค้นพบมันครั้งแรก เมื่อ 1 ล้านปีก่อน ภายในซากโบราณแห่งหนึ่งในดินแดนเทวะ ข้าเห็นว่ามันน่าสนใจดี เลยเก็บเอาไว้ แต่เจ้าอย่าได้ดูถูกคัมภีร์บ่มเพาะนี้โดยเด็ดขาด เพราะแม้ว่าจะเป็นวิชาเทวะที่มีระดับต่ำที่สุด แต่มันก็ทรงคุณค่า มากกว่าวิชาภายในดินแดนระดับต่ำแห่งนี้ นับว่าเป็นล้านๆ เท่าเลยที่เดียว”

 เฟยหลงรู้สึกพึงพอใจเล็กน้อย หากมันเป็นความจริง

“เอาล่ะ ข้าคงจะต้องจากเจ้าไปสักพัก แต่ก่อนจะจากไป ข้าจะทิ้งตำรายาและวิธีปรุงยา เอาไว้ให้กับเจ้า นี้เรียกว่าหยกดูดวิญญาณ เมื่อเจ้าบ่มเพาะพลังได้ในระดับหนึ่ง 

เจ้าก็จะสามารถดูดกลืนข้อมูลต่างๆ ภายในหยกก้อนนี้ได้ ยิ่งเจ้าตั้งใจศึกษาเรียนรู้มันมากเท่าใด มันก็จะส่งผลดีต่อเจ้ามากขึ้นเท่านั้น

เพราะตำรายาเหล่านี้ มันจะสามารถช่วยบ่มเพาะวิชาอักขระเก้ามังกรประตูปริศนา และยังพัฒนาเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติของเจ้าได้ 

หรือหากเจ้าคิดจะรอข้า เพื่อให้ข้าออกมารักษาเส้นชีพจรให้ เจ้าก็ต้องรอจนข้าตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นับจากวันนี้ไปอีกประมาณ 10 ปี หรือ 20 สิบปี ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนได้ 

และเมื่อถึงวันนั้น เจ้าก็จะไม่ได้อยู่ในวัย ที่จะบ่มเพาะพลังได้อย่างเหมาะสมอีกต่อไปแล้ว 

ข้าหวังว่าเมื่อข้าตื่นขึ้นมาในครั้งต่อไป เจ้าจะสามารถผลิตเม็ดยาสวรรค์ ได้บ้างแล้ว ลาก่อนเจ้าหนู แล้วพบกันใหม่ในอีกสิบปีข้างหน้า 

ออข้าเกือบลืม นี้คือเม็ดยาเก้ามังกรหวนคืนฟ้าดิน มันสามารถหยิบยืม พลังชีวิตในอนาคต มาใช้ได้เป็นระยะเวลา 10 ปี ข้าจะให้เจ้าเก็บเอาไว้เป็นจำนวน 2 เม็ด การหยิบยืมพลังชีวิตล่วงหน้ามันคือการต่อต้านสวรรค์ 

มันจะส่งผลเสีย ต่อการฝึกฝน หรือบ่มเพาะพลังในอนาคตได้เช่นกัน ข้าหวังว่า เจ้าจะไม่ใช่มัน 

ดังนั้น ข้าจึง จะให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจด้วยตนเอง ว่าจะกินเม็ดยานี้ หรือจะใช้ระยะเวลา 10 ปีนี้ พยายามรักษาเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ ของเจ้าด้วยตนเองไปเรื่อยๆ ก่อน 

ข้าจึงเสนอทางเลือกที่ 2 มันเรียกว่าเม็ดยาสวรรค์ เจ้าคงจะเห็นข้าดูดกลืนมันเข้าไปบ้างแล้ว เจ้าหนูหากเจ้าเลือกก้าวเดินเส้นทางที่ยากลำบาก หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ต่อต้านสวรรค์ และ ฝืนลิขิตฟ้า พลังบ่มเพาะ ที่เจ้าจะได้รับมันย่อมบริสุทธิ์ แตกต่างจากการ นั่งรอคอยให้คนอื่นหยิบยื่นให้ นั้นจะเป็นพลังที่เจ้าไม่อาจจะภาคภูมิใจได้เลย

ออ อีกเรื่อง หากเจ้าเจ็บปวด จากเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ สิ่งที่มันจะสามารถช่วยเจ้าได้ก็คือ แก่นโลหิต และแก่นพลัง ของสัตว์อสูร แต่ถ้าหาไม่ได้จริงๆ เจ้าสามารถใช้แก่นพลัง ของผู้บ่มเพาะพลังก็ได้เช่นกัน

ข้าเริ่มง่วงนอนแล้ว คงจะต้องจากลา เจ้าไปแล้วจริงๆ ข้าหวังว่าเจ้าจะ ต่อต้านสวรรค์ และ ฝืนลิขิตฟ้า ได้สำเร็จ ”

ภายหลังจากนั้น เฟยหลงก็ลืมตาตื่นขึ้นมา อย่างสมบูรณ์ โดยไม่มีพิษไข้ใดๆ หลงเหลืออยู่อีกเลย คนแรกที่เฟยหลงได้พบ หลังจากการเกิดใหม่ก็คือ

“จี้หงหลิง” 

“เจ้านอนหลับไปห้าวันห้าคืน ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่รอดเสียแล้ว แต่ยังดีที่บิดาของข้า ปรุงเม็ดยาขี้ค้างคาวเก้าวิญญาณให้เจ้าได้กิน ไปเป็นจำนวนมา เจ้าจึงรอดชีวิตมาได้ อย่างปาฏิหาริย์” 

เฟยหลงคิดว่า การได้กินขี้ค้างคาว แล้วรอดชีวิตก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน แต่จะบ้าหรือ เขารอดตายมาได้เพราะศิลาสวรรค์ต่างหากเล่า คำพูดจุกอยู่ที่ริมฝีปาก แม้เป็นความจริง ก็ไม่อาจจะกล่าวออกมาได้เลย

“ข้าขอขอบคุณ ที่ช่วยเหลือชีวิตเอาไว้”

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อย โรงหมอเรา รับคนเจ็บป่วยเช่นเจ้า มาเยอะแยะมากมาย และเจ้าก็เป็นหนึ่งในจำนวนมากมายเหล่านั้น หากเจ้ายังไม่มีที่ไป หรือยังติดต่อญาติพี่น้องไม่ได้ ในตอนนี้ ก็พักอาศัยอยู่ที่นี่ไปก่อนได้ แต่เจ้าต้องทำงานเพื่อแลกกับอาหาร เช่นเดียวกันกับศิษย์คนอื่นๆ”

เฟยหลงไม่มีปัญหากับการทำงาน เพื่อแลกอาหาร หรือเงินสักเล็กน้อย ในชีวิตก่อนหน้า ยังลำบากมากกว่านี้ ต้องทำงานไป และเรียนไปด้วย โดยไม่ได้พึงพาเงินทองของครอบครัวแม้แต่น้อย

จากวันนั้น ระยะเวลาก็เดินเร็วมากขึ้น จนเข้าเดือนที่ 2 กิจวัตรประจำวันหลักๆ ก็เหมือนกับศิษย์ ทุกๆ คน คือดูแลแปลงสมุนไพร รดน้ำ พรวนดิน คัดแยกสมุนไพร บด บ่น ดมกลิ่น ชั่ง ตวง ฝาน หัน เฟยหลงทำงานอย่างขยันขันแข็งด้วยความตั้งใจ และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว 

สุดท้ายเฟยหลงก็ได้เข้า เป็นศิษย์ของโรงหมออย่างเป็นทางการ อีกอย่างหนึ่งสถานที่แห่งนี้ ก็ไม่ได้เคร่งครัดเกี่ยวกับการรับศิษย์จากภายนอกมากนัก ขอให้มีธาตุไม้ อยู่ภายในร่างกาย ก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษแล้ว และจากวันนั้นเฟยหลง ก็ได้รับทรัพยากรในการบ่มเพาะ เช่นเดียวกันกับศิษย์คนอื่นๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 214 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #7 Fa_Fasai (@---Nam-and-Ya---) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 11:33
    เราไม่ค่อยสันทัดเรื่องกำลังภายในสักเท่าไหร่

    แต่คำเเนะนำของคนก่อนหน้าถือว่าดีเลยทีเดียว

    คำผิดมีน้อยมากกก ไม่รู้ว่าคนเขียนตั้งใจเขียนให้นักอ่านขำมั้ย เเต่เราขำศิลาสวรรค์กินเม็ดยาบ้ามาก

    เเจ้งจ้า

    'ปรุงเม็ดยาขี้ค้างคาวเก้าวิญญาณให้เจ้าได้กิน ไปเป็นจำนวน(มา)'

    คนเขียนลืมเติม ก.ไก่ รึเปล่าาา
    #7
    1
    • #7-1 เขมราช (@wirath1987) (จากตอนที่ 2)
      17 เมษายน 2563 / 12:54
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่่านครับ
      #7-1