Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 18 : ทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยา (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,760
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    16 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

18. ทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยา (1)

“ถึงหมายเลข ของข้าแล้ว”

หนึ่งในสอง ผู้สนใจเรื่องราวชีวิตของคนอื่น ลุกขึ้น

“เจ้าพยายาม อย่าได้ทดสอบ ตกรอบ ตั้งแต่รอบแรกล่ะ ข้าคงเหงามาก หากไม่ได้เจอเจ้าในรอบต่อไป”

วาจาเผ็ดร้อน และสัพยอก ปั้นรอยยิ้มจริงใจกล่าวขึ้น

“เจ้าก็เอาตัวเอง ให้รอดก่อนเถอะ ถึงมาคอยเป็นห่วงข้า กะแค่ทดสอบจิตวิญญาณ ข้าผ่านมานับร้อยรอบแล้ว”

ชายหนุ่มคนนั้นเดินขึ้นไป แทนตำแหน่งของหลิวฉิง ที่กำลังเดินลงมา แววตาอิจฉาหลายคู่จับจ้องมอง หลิวฉิงนั่งลงยังเก้าอี้ ตัวที่ ชายหนุ่มคนเมื่อครู่ เพิ่งจากไป

“หลิวฉิง จิตวิญญาณของเจ้าคงจะ อยู่ในระดับวิญญาณหล่อหลอมระดับกลาง แล้วใช่ไหม”

ชายหนุ่มคนเดิม ต่างปรับเปลี่ยน สีหน้า วาจา น้ำเสียง ได้ราวกับจิ้งจก แทบจะกลายเป็นสอพลออยู่บ้าง หลิวฉิงนับว่าเป็นคนปากหนักคนหนึ่ง

“ถางหยุน เจ้าคงจะไม่คิดเอา ชีวประวัติของข้าไปรวมเล่ม วางขายหลอกนะ”

น้ำเสียงประชดประชัน อย่างเย็นชา จนแทบจะกระอักเลือด ถางหยุนนับเป็นคนไร้ยางอายคนหนึ่ง ปั้นสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ กล่าวว่า

“หลิวฉิง เจ้าเป็นวีรบุรุษ ในใจข้า ที่ข้าเทิดทูน ข้าย่อมให้ความสนใจ เจ้าเป็นพิเศษ เจ้าวางใจได้ ข้าถางหยุน กล่าวถึงเจ้า ในแง่ดีมาโดยตลอด”

“ถางหยุน ข้าอยากจะให้เจ้าเทิดทูน ข้าให้น้อยลงกว่านี้อีกนิด เพราะข้ารู้สึกรำคาญ เจ้าอย่างมาก ข้ารู้สึกขนลุกเมื่อรู้สึกว่ามีเงาใครบ้างคน คอยจับจ้องมองอยู่ตลอดเวลา”

นี้นับว่าเป็นคำกล่าวที่ใครๆ หน้าไหน ก็ไม่มีทางทนฟังได้ แต่สำหรับถางหยุน กลับเป็นคนที่ แตกต่างออกไป

“หลิวฉิง ข้ากลับเจ้า ต่างคบหากันมานาน เจ้าคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร ทำไมข้าถึงจะไม่รู้ ปากเจ้าแม้จะหนัก แต่ในใจเจ้า กับเห็นข้าเป็นเพื่อนซี้ที่ขาดไม่ได้ จริงหรือไม่”

เฟยหลงไม่เคยเห็นใคร น่าสงสาร เท่าหลิงฉิง คนนี้มาก่อน นอกจากลงมือ ฆ่าเจ้าถางหยุนทิ้งแล้ว ก็คงไม่มีทางหนีพ้นจากคนประเภทนี้ไปได้

“ถึงหมายเลข ของข้าแล้ว ข้าคงต้องไปก่อน แล้วพวกเราค่อยกลับมาคุยกันใหม่”

ถางหยุนลุกขึ้นเดินจากไป หลิวฉิงใบหน้าแดงก่ำควันออกหู จ้องมองถางหยุน อย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

.............

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว 4 ชั่วโมง มีคนเหลืออยู่บนสนามทดสอบแค่ 10 คน จากนั้น หนึ่งในนั้นก็วางหินวัดพลังจิตวิญญาณ ลง หมายเลขสุดท้ายก็คือ เฟยหลง

เฟยหลงไม่สนใจสายตาของใคร เดินขึ้นไปบนสนามทดสอบทันที เสียงโห่ร้องดังขึ้น

“นี้คงจะเป็น รายการตลกคั่นเวลาแน่ๆ”

คำสบประมาท ดังออกมาจากมุมหนึ่ง แล้วเสียหัวเราะ อีกสองสามคน ก็ดังตามๆ กัน อย่างครื้นเครง

“มีเรื่องให้ผ่อนคลายเช่นนี้ ก็ไม่ยอมบอกกันก่อนล่วงหน้า นับว่าผู้คุมสอบครั้งนี้ เข้าอกเข้าใจ พวกเรามากขึ้นจริงๆ”

เสียงหัวร่อ ก็ดังเซ็งแซ่ เฟยหลงไม่ได้ใส่ใจ ก้าวเดินต่อไป เสียงชราเอ่ยขึ้น

“เจ้าจงใจจะมาก่อกวนใช่ไหม ข้าจะไม่เอาผิดเจ้า หากเจ้าเดิน กลับลงไปเงียบๆ”

ชายชราในชุดนักปรุงยาสีม่วง บนปกเสื้อมีกระถางสีม่วงปักเอาไว้ ข้างๆ มีดาวปักเอาไว้ อีก 5 ดวง ซึ่งหมายความว่า ชายชราคนนี้ มีตำแน่งเป็น เทพโอสถชั้นต้น ระดับ 5 ดาว

“ข้าตั้งใจที่จะมาทดสอบ นักปรุงยาในครั้งนี้จริงๆ ไม่ได้คิดมา สร้างความวุ่นวายแต่อย่างใด”

“ได้ ข้าจะให้โอกาสเจ้า แต่หากเจ้าทดสอบไม่ผ่าน ข้าไม่เพียงจะเอาความผิดเจ้า แต่ผู้ปกครองของเจ้า ข้าก็จะลงโทษในสถานหนักด้วยเช่นกัน เจ้ายังคงยืนยัน ที่จะขึ้นไป ทดสอบอีกหรือไม่”

เฟยหลงผงกศีรษะ เป็นคำตอบ แล้วชายชรานั้น จึงเปิดทางให้เดินขึ้นไป ยื่นมือขึ้นไปกำหินวัดพลังจิตวิญญาณ แล้วเริ่มเพ่งพลังจิตวิญญาณ เข้าไปที่ละนิดๆ จนลำแสงสีเหลือง เริ่มเรืองรองขึ้น

.............

คนที่เคยหัวเราะ และคำสบประมาท เริ่มไม่ได้ส่งเสียงสนุกสนาน เหมือนเมื่อไม่กี่นาที ก่อนอีก คำวิพากษ์วิจารณ์ กับเข้ามาแทนที ต่างกล่าวว่า

“พวกเรา มาพนันอะไรกันสนุกๆ ดีไหม”

นักปรุงยาคนหนึ่งกล่าวขึ้น

“หยังซี หากการพนัน ไม่ยุติธรรม ข้าย่อมไม่สนใจ”

“ตงหยาง หรือข้าเคยเอาเปรียบเจ้ามาก่อน ข้าเปิดโต๊ะพนัน ย่อมเพื่อความสนุก ไม่ได้หวังโชคลาภก้อนโตอะไร”

ทุกคนหัวร่อครืน อย่างสนุกสนานครื้นเครง

“ข้าซ่งเหว่ย ขอร่วมสนุกด้วย”

อีกสองสามคน ก็เข้ามาห้อมล้อมวง

นักปรุงยานามว่าหยังซี กล่าวว่า

“กติกาก็ง่ายๆ เพียงพวกเจ้าระบุได้ว่า เจ้าหนูนั้น อดทดได้กี่นาที เงินทองที่ลงพนันเอาไว้ ก็จะตกเป็นของคนนั้นในทันที พวกเจ้าจะว่าเป็นอย่างไร”

หยังซี กล่าวต่อว่า

“ถ้าเวลาซ้ำกัน พวกเจ้าก็ ไปแบ่งเงินกันเอาเอง”

“ลงได้ขั้นต่ำเท่าไหร่”

นักปรุงยาคนหนึ่งถามขึ้น

“ข้าว่าสัก 10000 เหรียญทอง เป็นยังไง”

“โช่วหยิน เจ้าหลอมยาหนึ่งเม็ด ก็ร่ำรวย เงินทองจะถมร่างเจ้าตายอยู่แล้ว ตระหนี่ถี่เหนียว ไปหรือไม่”

“หยางปิง เจ้าไม่ได้ยินหยังซี กล่าวหรือยังไง ว่าแค่สนุกๆ กันเท่านั้น เงินทองที่หามาได้ ข้าก็ต้องเก็บเอาไว้ซื้อสมุนไพร มาหลอมยา หรือเจ้าจะให้ข้า ไปขุดก้อนหิน ก้อนดิน มาหลอมยากัน”

“เอาเถอะ ข้าก็เห็นใจเจ้า ครั้งนี้หากเจ้า ทดสอบไม่ผ่าน ก็ยังต้องเก็บเงิน มาเสียค่าสมัครอีก 50000 เหรียญทอง ใช่หรือไม่”

หยางปิงปั้นรอยยิ้มเยาะเย้ย

“โช่วหยิน หรือเจ้าเองก็มั่นใจว่า จะทดสอบผ่านได้เช่นกัน เจ้าดีแต่ดูหมิ่นคนอื่น ไม่มองตัวเองเลย ว่าความสามารถอ่อนด้อยกว่าข้าเสียอีก”

กลายเป็นว่าโต๊ะพนัน เปลี่ยนเป็นเวทีโต้คารมไปเสียแล้ว หยังซี ควันออกหู กล่าวว่า

“พวกเจ้าเงียบ ได้แล้ว กฎกติกา ข้าหยังซี เป็นคนกำหนด เวลาไม่เช้าแล้ว จะมาโอ้เอ้ เดี๋ยวก็เลย เวลาทดสอบกันพอดี”

แล้วจึงหยิบหยกดูดวิญญาณระดับต่ำออกมา ยื่นส่งให้ทุกคน เพื่อบันทึกคำตอบ ของตัวเองลงไป ก่อนจะกล่าวว่า

“เพียงแค่ 10000 เหรียญทอง พวกเรามีทั้งหมด 10 คน ก็เป็นเงิน 100000 เหรียญทอง”

.................

โต๊ะพนันวงนี้ประกอบไปด้วย

หลิวฉิง -ถางหยุน -หยังซี -ตงหยาง -ซ่งเหว่ย -โช่วหยิน-หยางปิง-บู่กุย-ปิงเฟย-เทียนเฉิน นับว่าเป็นศิษย์หลัก ของสำนักดาบภูผา ทั้งสิ้น

หลิวฉิงแม้จะหน้าตาเคร่งเครียดตลอดเวลา แต่หากมีกิจกรรมใดๆ ก็จะถูกบังคับ ให้ต้องเข้ารวม ด้วยตลอด ส่วนถางหยุน นับเป็นตัวสีสันของกลุ่ม กิจกรรมใดๆ ย่อมขาดเขา ไม่ได้โดยเด็ดขาด บู่กุย-ปิงเฟย-เทียนเฉิน ไม่ได้มีความต้องการอยากจะเข้าร่วมสนุก แต่อย่างใด แต่ยามใดที่หลิวฉิง เข้ารวมกิจกรรมด้วย พวกเขาก็จะอยู่นิ่งเฉย ด้วยไม่ได้เช่นกัน

นับว่าเป็นกลุ่มคน ที่ประหลาดกลุ่มหนึ่ง

……………….

เฟยหลง มองความวุ่นวาย ข้างสนามทดสอบ รู้สึกไม่พอใจชายชรา ผู้ลงทะเบียนเล็กน้อย ฝูงธารกำนัล ด้านล่างส่งเสียงรบกวนสมาธิของเขาอย่างโจ่งแจ้ง แต่ชายคนนั้น กับทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ แต่ในทางกลับกัน หากเขากระทำเช่นเดียวกันบ้าง กับคิดจะขับไล่ไสส่งเขา ยังกับหมูกับหมา

โต๊ะพนันนั้นอีก เงินรางวัลมันตั้ง 100000 เหรียญทอง เชียวนะ ทำไมเขาถึง มีได้มีส่วนร่วม ในการพนันครั้งนี้ด้วยเลย มันไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ

“พี่ชายด้านล่าง ข้าขอเข้ารวมพนันด้วยได้หรือไม่” เฟยหลงหน้าด้าน ตั้งคำถามไป

ถางหยุนสวนกลับทันที

“ย่อมได้แน่นอน แต่คำตอบของเจ้า ย่อมต้องเป็นฝ่ายเรากำหนดขึ้น เพื่อไม่ให้เจ้าคิดคดโกง เจ้าจะรับเงื่อนไข ได้ไหมล่ะ”

คนกล่าวนับว่า เจ้าแผนการ เล่ห์กล พอสมควร เฟยหลงยกมุมปากขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงละห้อยว่า

“ลองกล่าวออกมา ข้าจะลองคิดดู”

หยังซี กล่าวว่า

“ไม่ยาก ถ้าเจ้าอยากจะลงพนันด้วย ข้าคิดว่าพวกเรา 10 คน คงไม่มีใครเลือกว่า เจ้าจะทำการทดสอบครบ 1 ชั่วโมงได้แน่นอน หากเจ้ามั่นใจ ก็เลือกคำตอบนี้เลย เป็นอย่างไร”

เฟยหลงโยนถุงเงิน 10000 เหรียญทอง เป็นเครื่องหมายของคำตอบ กล่าวว่า

“ข้าพนันว่าตนเอง สามารถอดอยู่ได้เกินกว่า 1 ชั่วโมง”

แล้วจึงตั้งสมาธิกลับไป ยังหินวัดพลังจิตวิญญาณ ต่อไป

...............

10 นาที ผ่านไป ถางหยุน-ซ่งเหว่ย ร้องออกมาอย่างเสียใจ

20 นาที ผ่านไป หยังซี –ตงหยาง ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดใจ ปานถูกบิด

30 นาที ผ่านไป โช่วหยิน-หยางปิง-บู่กุย ร้องออมาอย่างหมดแรง

40 นาที ผ่านไป ปิงเฟย-เทียนเฉิน ร้องออกมาอย่างตะลึงพรึงเพริด

50 นาที ผ่านไป เหลือเพียง หลิวฉิง คนเดียว ที่ยังรักษาสีหน้าสงบเอาไว้ได้

51-52.....58 59 ทุกคนหัวใจเต้นแรง แต่หลิวฉิง ยังรักษาสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงเอาไว้ ได้อยู่เช่นเดิม จนเมื่อครบ 1 ชั่วโมง สีหน้าประกาศชัยชนะก็ปรากฏขึ้น

แต่กระนั้น เฟยหลงก็ยังคง เพ่งสมาธิต่อไปอีก 10 นาที แล้ววาง หินวัดพลังจิตวิญญาณลง กล่าวว่า

“นับว่า ไม่มีใคร ทายคำตอบถูกต้อง กระมัง”

เฟยหลงยิ้มด้วยความละอายใจ

กลุ่มศิษย์หลักของสำนักดาบภูผา ถึงกับเสียรู้เด็กน้อยคนหนึ่ง เรื่องราวหากหลุดรอดออกไป รับรู้ไปถึงไหน ต้องอับอายไปถึงนั้น ทุกคนได้แต่ เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ด้วยความอับจนปัญญา

“เจ้าทดสอบด่านแรก ได้ด้วยคะแนนเต็ม 10 พักครึ่งชั่วโมง แล้วมาทดสอบด่านที่สองกันต่อ ส่วนรายชื่อผู้ที่ถูกคัดออก จะนำไปปิดประกาศเอาไว้ด้านหน้าประตู เช่นเดิม”

เฟยหลงเดินลงไปกวาดเงิน 110000 เหรียญทอง ที่กองอยู่บนโต๊ะเข้าแหวนมิติ อย่างหน้าชื่อตาบาน ก่อนจะกล่าวว่า

“ยังมีรอบสอง ให้ทุกท่านได้แก้ตัวอีก ข้าหวังว่า พวกท่านผู้มากพรสวรรค์ จะฉลาดมากขึ้นกว่าเดิม”

.............

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #4 TeeddY (@TeeddY) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 16:27
    5555รวยเเท้
    #4
    0