Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 17 : ทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,908
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 136 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

17. ทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยา ระดับสูง ห้าดาว

เหล่าจีนมุง ที่กำลังห้อมล้อมชมดู ต่างอ้าปากตะลึงลาน 

เฟยหลงใช้พลังบ่มเพาะของเส้นชีพจรคู่ที่ 2 เท่านั้น ซึ่งพลังบ่มเพาะ แตกต่างจากฝ่ายตรงข้ามถึง 3 ระดับ แต่การลงมือกับรวบรัด ไม่เวิ่นเว้อ ไม่ชักสีหน้า ท่าทางใหญ่โต อะไรให้เสียเวล่ำเวลา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกคนต่างตระหนกได้ว่า อย่าได้ประมาท แม้คนที่หาเรื่องด้วย จะเป็นเพียงแค่เด็กน้อยไร้เดียงสา คนหนึ่งก็ตาม 

…………..

การที่เฟยหลงสังหาร อันธพาลไป เหมือนว่าจะไม่ได้ ทำให้เกิดคลื่นลมอะไร แต่นั้น กับไม่แน่นัก ว่าจะเป็นเรื่องจริง เขาตระหนักได้ว่า นักเลงหัวไม้ อย่างน้อยๆ ก็จะต้อง มีคนใหญ่คนโต คอยหนุนหลัง ไม่เช่นนั้น จะออกมาหากิน อย่างอิสรเสรีเช่นนี้ ได้อย่างไร 

“ขอถามได้หรือไม่ มีใครสามารถจัดการ ศพทั้งสองนี้ได้บ้าง ข้ายินดีจะมอบเงินให้ 100 เหรียญทอง”

เฟยหลง หยิบถุงเงินออกมาวางไว้บนโต๊ะ ชายชราคนเดิม ผู้เคยถูกรีดไถ่ เดินออกมาคว้าถุงใส่เงินไป กล่าวว่า

“ข้าจะเอาพวกมัน ไปโยน ให้สุนัขแทะกิน”

แล้วละครฉากหนึ่ง ก็จบลง ทุกคนคงจะชินชา กับเหตุการณ์ทำนองนี้ มามากต่อมากแล้ว จึงกลับไปยุ่งวุ่นวาย กับเรื่องของตนเอง เช่นเดิม

เฟยหลง และสมาชิกในกลุ่ม ก็ไม่คิดจะนั่งแช่ กันนานนัก หลู่ซื่อ และเย่ฮาน หิวปีกซ้ายขวาหลิวอัน ที่ยังสลบอยู่ ลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องไป 

ระหว่างทาง เดินผ่านโต๊ะตัวหนึ่ง โลหิตกิเลนภายในร่าง ถึงกับอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น อย่างผิดปกติ เฟยหลงเหลือบหางตามอง ชายวัยกลางคน ก่อนจะค้อมตัวคารวะ แล้วเดินจากไป โลหิตกิเลนในร่างกาย จึงได้นิ่งสงบลง

“แปลกมาก สายเลือดแห่งราชวงศ์กิเลน ทำไมถึงมาปรากฏ ยังสถานที่ทุรกันดาร เช่นนี้ได้”

ชายวัยกลางคนพึมพำขึ้น ก่อนจะจ้องมองเงาหลัง ที่ลับเหลี่ยมมุมห้องไป

.................

ยามเช้า มาเยือนอีกครา ทุกคนทานอาหารเช้าง่ายๆ เฟยหลงได้มอบเงิน เพื่อให้เชียงจาง และพวกไปสมัครเรียน ซึ่งประตูของสำนักดาบภูผา เปิดรับศิษย์ ตลอดทั้งปี แต่เป็นเพียงแค่ ศิษย์รับใช้ระดับต่ำ เท่านั้น 

เงินลงทะเบียน ค่าตำรา ที่พัก อาหารการกิน ต้องหาเงิน มาสำรองจ่ายกันเอง

มากล่าวถึงฐานะ ศิษย์ของสำนักดาบภูผา กันสักนิด โดยเริ่มจาก ต่ำสุด ไปยังตำแหน่งสูงสุด ได้แก่ ศิษย์รับใช้ระดับต่ำ ศิษย์รับใช้ระดับสูง ศิษย์ชั้นนอก ศิษย์ชั้นใน ศิษย์หลัก ศิษย์ผู้สืบทอด

หลิวเหวิน ที่บุกขึ้น ภูเขาค้างคาววิญญาณ ไปหาไข่เบญจธาตุ เป็นได้เพียงแค่ ศิษย์ชั้นใน อันโดดเด่นเท่านั้น

วันนี้ มากล่าวถึง หน้าที่ของศิษย์รับใช้ระดับต่ำ กันสักนิด หน้าที่ก็ตรงๆ ตัว อยู่แล้ว คือคอยรับใช้ ศิษย์ที่มีระดับขั้นสูงกว่า อาทิเช่น ปลูกสมุนไพร รดน้ำ พรวดดิน หรือทำหน้าที่ จับจ่ายซื้อของเล็กๆ น้อยๆ เมื่อทำงานครบหนึ่งปี จะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์รับใช้ระดับสูง เมื่อทำงานต่อไปอีกหนึ่งปี ก็จะมีสิทธิ์ สมัครเข้าทดสอบ เป็นศิษย์ชั้นนอก

แต่สำหรับกลุ่มของเชียงจาง พวกเขาต้องการเพียงตราประทับ เพื่อใช้เป็นหนังสือผ่านทางเท่านั้น ดังนั้นเพียงแค่อดทนทำงานฆ่าเวลา ในสำนักแห่งนี้ เพียงหนึ่งปี พวกเขาก็จะ ได้รับตราประทับมาครองแล้ว

ทั้งหมดนี้ เป็นกฎระเบียบ ที่ถูกเขียนเอาไว้ สามารถหาอ่านได้ตามป้ายประกาศทั่วทั้งเมือง

เฟยหลงเดินทางส่ง พวกเชียงจางหน้าสำนัก ก่อนจะหันหลังเดินจากมา เขาไม่ได้สนใจ จะสมัครเข้าเป็นศิษย์รับใช้ระดับต่ำ บ้าบออะไรนั้น ขอเพียงแค่มีเงิน ตราประทับกี่ล้านอัน ก็สามารถซื้อหาได้ 

เขาเพียงใช้เป็นข้ออ้าง เพื่อจะฝึกฝนการปรุงยา เท่านั้น 

แต่นั้น ก็จะทำให้ สมาชิกจะมาเสียเวลา ไปอย่างเปล่าประโยชน์ เพราะแผนการของเขาไม่ได้ เฟยหลงจึงต้องการให้กลุ่มของเชียงจาง ได้สั่งสมประสบการณ์ กันสักระยะหนึ่ง แล้วค่อยใช้เงินทอง เพื่อแก้ปัญหาเล็กๆ นี้ที่หลัง

.................

เชียงจาง เผิงไฮ้ หลี่จื่อ ตอนนี้ มีระดับบ่มเพาะระดับ 8 หลู่ซือ เย่ฮาน มีระดับบ่มเพาะระดับ 7 หลิวอัน กวนหมิง มีระดับบ่มเพาะระดับ 6

สาเหตุที่พวกเขาทะลวงขั้น ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ก็เป็นเพราะ เม็ดยาที่แย้งชิง มาจากคนตาย บนภูเขาค้างคาววิญญาณทั้งสิ้น 

แต่ตอนนี้ เฟยหลงพร้อมแล้ว ที่จะใช้วิชาปรุงยา เพื่อปรุงเม็ดยา กับสมุนไพร ที่พวกเขาเก็บสะสมมาได้ จากบนภูเขาค้างคาว

ดังนั้น เฟยหลงจึงคิดว่า เขาจะปรุงเม็ดยา ที่จะสามารถเพิ่มระดับพรสวรรค์ ให้กับสมาชิกในกลุ่ม ก่อนเป็นอันดับแรก ที่แม้แต่สำนักระดับสูง 3 ดาว แห่งนี้ ก็ไม่สามารถจะ ปรุงมันออกมาได้สำเร็จ

.............

เฟยหลงเลี้ยวเลาะ ผ่านถนน ซอกซอย หลายเส้น สุดท้ายก็มาถึงหอโอสถ ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มีป้ายขนาดใหญ่ เขียนติดเอาไว้ว่า

“สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์”

เฟยหลงก้าวตรงไปยังประตูทางเข้า พนักงานเฝ้าประตู ค้อมตัวคารวะ กล่าวว่า 

“คุณชาย ต้องการให้ข้าน้อย รับใช้สิ่งใด เชิญบอก”

“ข้าต้องการหม้อหลอมยา ระดับสูง” 

เฟยหลงบอกสิ่งที่ต้องการ 

“และข้ายังต้องการ ศิลาเพลิงปฐพีและสวรรค์ ระดับสูง อีก 100 ก้อน” 

เฟยหลงเลียบเคียงถามอีกว่า

“ข้ายังต้องการ แก่นโลหิตระดับสูง แก่นพลังระดับสูง อีกเป็นจำนวนมาก เจ้ามีขายมันด้วยหรือไม่”

เฟยหลงยิ้มประจบกล่าวว่า

“นี้นับว่า เป็นสิ่งสุดท้ายแล้ว ข้าต้องการ หยกดูดวิญญาณ ระดับ 5 เพื่อจารึกวิชาฝีมือ จำนวน 10 ก้อน”

.....................

พนักงานขาย ผู้นอบน้อม ถึงกับยืนนิ่งเงียบกริบ เหมือนกับโลกนี้ มีเขาเพียงสองคน 

ในความคิดของพนักงาน ผู้น่าสงสารคนนี้ ก็คือ สิ่งที่เขาต้องการอยากจะได้ยินจริงๆ ก็คือ ข้าต้องการเม็ดยาระดับต่ำสัก 10 เม็ด หรือ ข้าต้องการจ้างวาน ให้นักปรุงยา หลอมเม็ดยาระดับสูง ให้สัก 1 หรือ 2 เม็ด 

แล้วเขาก็จะเริ่มเชื้อเชิญ เด็กประหลาดคนนี้ เข้าไปด้านใน เพื่อชมดูเม็ดยาที่ต้องการ และปิดการขายอย่างสวยๆ 

แต่เด็กเหลือขอนี้ กับจงใจ เดินเข้ามาก่อกวน ยามเช้าที่สดใสของเข้า

งานนี้มันสำคัญ กับเขาเป็นอย่างมาก เขาจะไม่ยอมเสียงานนี้ไปแน่ๆ หากเขาเกิดลงมือทุบตีลูกค้าขึ้นมาจริงๆ คนที่กำลังแอบเลื่อย ขาเก้าอี้เขาอยู่ จะต้องแย้งชิงงานนี้ ไปจากเขาอย่างแน่นอน

ใครมันบังอาจ มาวางแผนชั่วช้า เช่นนี้ ข้าจะไม่มีวันหลงกล แผนชั่วนี้ โดยเด็ดขาด 

ต้องใจเย็นๆ เอาไว้ “เพี๊ยะ” 

พนักงานผู้น่าสงสาร ตบหน้าตัวเอง แล้วปั้นยิ้มแย้มแจ่มใสอีกครั้ง กล่าวว่า

“คุณชายท่านนี้ ท่านมีหยกแสดงฐานะ ของนักปรุงยา หรือไม่” 

เฟยหลงผงกศีรษะ กล่าวว่า

“ข้ามีหยก แสดงฐานะนักปรุงยาฝึกหัดระดับต่ำ หนึ่งดาว”

พนักงานขาย นิ่งอึงไปอีกครั้ง ระงับควัน ที่กำลังจะพ่น ออกจากหูเอาไว้ กัดฟันกรอดๆ 

นึกถึงอนาคตที่สดใสของตนเองที่กำลังจะเกิดขึ้น 

“ใกล้จะถึง ช่วงการประเมินผลงาน การเลื่อนระดับพนักงานดีเด่นแล้ว ไม่สามารถหลุด กิริยาของพนักงาน ผู้อ่อนโยนโดยเด็ดขาด”

ใครมันบังอาจ มาใช้แผนชั่วช้านี้ เพื่อกลั่นแกล้งข้า หากข้ารู้ ข้าจะไม่ปล่อยมันไป ข้าจะกระทืบมันให้ตาย ไม่ให้ผุด ไม่ให้เกิด เลยที่เดียว

“เพี๊ยะ” พนักงานนั้น ตบหน้าตัวเองอีกครั้ง กลับมาปั้นหน้าฉีกยิ้ม ฟันทุกซี่ เรืองแสงวาววับ กล่าวว่า

“คุณชาย เข้าใจล้อเล่น ท่านคงไม่ได้อ่าน กฎระเบียบการเข้ามาใช้ บริการของ “สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์” ของเรากระมัง หากท่านมาแทนผู้อื่น ท่านจะต้องมีใบรับมอบฉันทะมาด้วย พร้อมหยกแสดงประวัติ ศักดิ์ฐานะ

แต่ต้องเป็นศาสตราจารย์นักปรุงยาระดับต่ำ เป็นอย่างน้อย แต่หากคุณชายคิดจะ มาใช้บริการ สถานที่แห่งนี้ ด้วยตนเอง ก็ต้องมี ฐานะเป็นอาจารย์ฝึกสอนระดับสูง ห้าดาวเท่านั้น”

เฟยหลง ยิ้มด้วยความละอายอยู่บ้าง กล่าวว่า 

“ช่างมีกฎระเบียบ ยุ่งยากวุ่นวายจริงๆ เช่นนั้น หากข้า ต้องการจะเลื่อนฐานะเป็น อาจารย์ฝึกสอนระดับสูง ห้าดาว ในตอนนี้เลย ข้าควรจะเริ่มต้นจากที่ใดก่อน”

พนักงานตอนรับ ก้มหน้าควบคุมกิริยาสุดฤทธิ์ ยกมือแล้วชี้นิ้ว ส่งๆ ไป ไม่เช่นนั้น เขาคงจะต้องบีบคอเฟยหลง ชักดิ้นชักงอ อยู่ตรงนี้แน่ๆ

“เดินตรงไป แล้วไปเสียค่าสมัคร 1000 เหรียญทอง หากเจ้าทดสอบไม่ผ่าน ทางสมาคมจะไม่คืนเงินให้ หากเจ้ายังคิดมาก่อกวนอีก ค่าสมัครจะเพิ่มเป็น 10 เท่า” 

แล้วพนักงานคนนั้น ก็สะบัดหน้า เดินกระทืบเท้าจากไป เฟยหลงมองตามตาปริบๆ เขาไม่ได้ทำอะไรผิด สักหน่อย ทำยังกับเขา ไปหลอกให้รัก แล้วหักอก สลัดทิ้ง ซะอย่างนั้นล่ะ แปลกคนจริงๆ

เฟยหลง งึมๆ งำๆ พร้อมเดินไปยัง เส้นทางที่พนักงาน คนนั้นชี้บอก ด้านหน้าเป็นห้องๆ หนึ่ง มีป้ายประกาศเขียนเอาไว้ว่า

การทดสอบ “อาจารย์ฝึกสอนนักปรุงยาระดับสูง ห้าดาว” และ ห้องถัดไปก็ เขียนเอาไว้ว่า การทดสอบ “ศาสตราจารย์นักปรุงยาระดับต่ำ หนึ่งดาว”

เฟยหลง เดินเข้าไปยังห้องแรก ในห้องมีคนนั่ง และยืนอยู่หลายคน นับคราวๆ ก็ประมาณ 50 คน อายุ เริ่มตั้งแต่ 20-30 ปี แต่เฟยหลงอายุ เพียง 10 ปี อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะ 11 ปี เท่านั้น 

“เจ้าหนู ที่นี่เป็นสนามทดสอบ หากเจ้าหลงทาง ก็ไปนั่งรอ ที่ฝ่ายคนหายนั้น เดี๋ยวผู้ปกครองเจ้า ก็จะตามมารับตัวไปเอง”

ผู้อาวุโสชี้นิ้ว ไปยังโต๊ะประชาสัมพันธ์ มีรุ่นเยาว์อายุไล่เลี่ยกับเฟยหลง นั่งรออยู่ 4-5 คน เฟยหลงรู้สึกกระอักกระอ่วน คราแรกคิดว่า ผู้อาวุโสท่านนี้ กล่าวประชดประชัน คิดไล่เขาอย่างสุภาพ แต่ที่ไหนได้ กับมีรุ่นเยาว์หลงทางกับผู้อาวุโสอยู่จริงๆ

“ข้าไม่ได้หลงทาง ข้ามาสมัครทดสอบ อาจารย์ฝึกสอนปรุงยาระดับสูง ห้าดาว นี้เงิน ค่าสมัครของข้า”

“เจ้าหนู หากจะยอมรับตรงๆ ว่า เจ้าหลงทาง เจ้าก็ไม่ได้เสียหน้าอะไรนักหนาหรอก เงินจำนวนเล็กน้อยนี้ ก็เก็บเอาไว้ใช้ ในยามจำเป็น อย่าได้ใช้จ่าย อย่างสุรุ่ยสุร่าย ผู้ปกครองเจ้ารู้เขา จะตำหนิเจ้าได้”

เฟยหลงรู้สึกโอดครวญอยู่ในใจ ทำไมเรื่องง่ายๆ มันถึงได้ รู้สึกเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้

“ผู้อาวุโสของข้า อยากจะให้ข้า เข้าสนามทดสอบ เพื่อจะได้ชมดู นักปรุงยา ที่มีความสามารถ จะได้ทำให้ข้าสั่งสมประสบการณ์มากขึ้น เงินหนึ่งพันนี้ จึงถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง สำหรับประสบการณ์ในครั้งนี้”

สุดท้ายเฟยหลงก็คิด หาข้ออ้าง ที่สมเหตุสมผลออกมาได้ ก่อนจะฉีกยิ้มขอความเมตตา ผู้อาวุโสท่านนั้นส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนจะกล่าวว่า

“เจ้าอย่าได้ ส่งเสียงรบกวนผู้เข้าทดสอบ ไม่เช่นนั้น ข้าจะไล่เจ้าออกมา และจะไม่คืนเงินแม้แต่เหรียญเดียว”

สุดท้ายเฟยหลง ก็ผ่านขั้นตอนการสมัครมาได้ พร้อมปาดเม็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนจะเดินเข้าไปยัง ด้านในของสนามทดสอบ

.................

ด่านแรก เป็นด่านวัดพลังจิตวิญญาณ กติกา คือ ต้องอดทนให้ได้ 1 ชั่วโมง (หรือขึ้นอยู่กับ ดุลพินิจ ของผู้คุมสอบว่า สมควรจะให้ผ่านหรือไม่)

ด่านสอง ระบุคุณสมบัติ ของสมุนไพรระดับนภา 100000 ชนิด อย่างน้อย ต้องให้ผ่านครึ่งหนึ่ง หรือดุลพินิจเช่นกัน

ด่านสาม กลั่นศิลาเพลิงปฐพี และสวรรค์ ทำต่อเนื่องกันให้ได้ 10 ก้อนถือว่าผ่าน

ด่านสี่ ทำการหลอมเม็ดยาระดับสูง ให้อยู่ในขั้น ปฐพี หรือดุลพินิจเช่นกัน

..............

เฟยหลงมองป้ายประกาศ ลำดับการทดสอบ ก่อนจะกวาดสายตามองไปยัง ผู้เข้าร่วมการทดสอบทั้ง 50 คน แววตาของผู้ เข้าทดสอบมืดมน เหมือนกำลัง ตกอยู่ในขุมนรก

ก่อนจะมีน้ำเสียงชรา กล่าวออกมาว่า

“แม้แต่ด่านแรก ก็ยังไม่สามารถ จะทดสอบผ่านไปได้ ภายในหนึ่งปีนี้ พวกเจ้า ก็อย่าได้มาเข้าทดสอบอีก ข้าไม่มีเวลามาเสียเวลา กับพวกเจ้าบ่อยนัก”

ชายชรานั้นกวาดสายตา มองทุกคนในห้อง แล้วมาหยุดนิ่งสำรวจเฟยหลง ก่อนจะส่งเสียงฮึ ย่นจมูกเชิดขึ้น อย่างดูถูก แล้วหันไปให้ ความสนใจ กับผู้เข้าทดสอบท่านอื่นต่อ

“เริ่มการทดสอบ รอบแรกได้ เรียงตามลำดับป้ายสลัก ในตอนที่ พวกเจ้าลงทะเบียนเอาไว้”

เฟยหลงมองป้ายในมือตัวเอง มีสลักเอาไว้ ว่า ลำดับ ที่ 51 เขาเป็นคนสุดท้าย ในกลุ่มทดสอบนี้ 

กลางสนามทดสอบจะมี โต๊ะอยู่จำนวน 10 โต๊ะ แต่ละโต๊ะ มีหินวัดพลังจิตวิญญาณ วางเอาไว้ โต๊ะ1 ตัว ต่อ 1 ก้อน 

คนแรกก้าวขึ้นไป ยื่นมือกำหินวัดพลังจิตวิญญาณเอาไว้ แล้วเพ่งจิตวิญญาณเข้าไป แล้วหินก้อนนั้น ก็สว่างขึ้นที่ละนิดๆ จนเปล่งลำแสง จากสีเหลืองอ่อน แล้วระดับสีสันก็เข้มมากขึ้นเรื่อยๆ

.............

เวลาผ่านไป ครึ่งชั่วโมง มีสองคน ทนไม่ไหวอีก จึงวางหินวัดพลังจิตวิญญาณ ลงบนโต๊ะตามเดิม เหงื่อแตกเต็มใบหน้า แขนขาสั่นพับๆ ก่อนจะเดินกลับมา นั่งลงยังเก้าอี้ตัวหนึ่ง พร้อมปิดเปลือกตาลง เข้าสู่สมาธิต่อไป

อีกสองคน เดินเข้าไปแทน ตำแหน่งสองคนนั้น แล้วอีก 40 นาที ก็มี 5 คน ยอมแพ้ แล้วอีก 5 คน ก็เดินเข้าไปแทนตำแหน่งนั้นอีก เป็นเช่นนี้ ต่อไปเรื่อยๆ

………….

เวลาผ่านไปอีก 1 ชั่วโมง รอบแรก เหลืออยู่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น คนผู้นี้มีอายุราว 20 ปี สวมชุดนักปรุงยาสีเทา ตรงปกเสื้อ จะปักกระถางสีเขียว ซึ่งบ่งบอกว่า เป็น อาจารย์ฝึกสอนระดับสูง สี่ดาว

รูปร่างสูงโปร่ง สีหน้าเคร่งขรึม เป็นคน ที่มีความมั่นใจ ในตัวเองสูงมาก คนหนึ่ง

“หลิวฉิง ศิษย์หลักผู้โดดเด่น ของสำนักดาบภูผา คำกล่าวนี้ ไม่ได้รับมา จากโชคช่วย แต่ประการใด” 

เสียงซุบซิบดังแววมา

“เจ้าจะรู้อะไร หลิวฉิง สละสิทธิ์ จะเป็นศิษย์ผู้สืบทอด เพราะคิดจะไปยัง สำนักแปรเปลี่ยนตะวัน หากเขาทดสอบผ่านในครั้งนี้ หลิวฉิงก็จะได้ เป็นศิษย์หลัก ของสำนักแปรเปลี่ยนตะวัน ในทันที”

“แล้วเจ้ารู้ หรือไม่ หลิวเหวิน ลูกพี่ลูกน้อง ของหลิวฉิง หายตัวไปอย่างปริศนา บ้างคนกล่าวว่า หลิวเหวินถูกพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ฆ่าตาย อยู่บนภูเขาค้างคาววิญญาณ”

ยิ่งซุบซิบยิ่งดังมากขึ้น เฟยหลงแอบฟังเงียบๆ

“บางคน กล่าวว่าหลิวเหวิน ไปรับรู้ความลับบ้างอย่าง ของสำนักมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เข้าโดยบังเอิญ เลยถูกฆ่าปิดปาก แม้แต่แท่นจารึกผนึกดินแดน ยังทรุดพังทลาย ไม่หลงเหลือเงื่อนงำอะไร ให้ได้สืบค้นหาต่อ”

เสียงถอนหายใจ ก่อนจะมีคนกล่าวต่อว่า 

“ช่างเป็นความโชคร้าย ของตระกูลหลิว เสียจริงๆ”

แม้จะกล่าวเช่นนี้ แต่แววตา กับรู้สึกสะใจ ในความโชคร้ายของคนอื่น เฟยหลงส่ายหน้า กับนิสัยเห็นแก่ตัว ของมนุษย์ทุกรูปนาม ต่างก็ไม่อยาก จะเห็นใครได้ดีกว่าตนเอง

....................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 136 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น