Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 16 : ก้าวแรกสู่โลกกว้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,002
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

16. ก้าวแรกสู่โลกกว้าง

            3 เดือนต่อมา ไวเหมือนโกหก เริ่มตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ขึ้นบนภูเขาค้างคาววิญญาณ

เมื่อเดินทางลงจากเขาค้างคาว พวกเขากลับไปยังโรงหมอเก้ากระบี่ค้างคาว และกล่าวคำอำลา ท่านอาจารย์ในสำนักทุกท่าน 

สำนักเล็กๆ แห่งนี้ ไม่ได้เคร่งครัด ว่าศิษย์คนใด จะอยู่หรือจะจากไป ขอเพียงมีเส้นทาง ทำมาหากิน สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ ก็จะรีบผลักไส ให้รีบจากไป

                เพราะเด็กยากจน ที่ด้อยโอกาส ยังต่อคิวยาว คำว่ายาว... นี้แม้จะเอ่ยจน ลมหายใจหมดท้อง ก็ไม่อาจจะเอ่ยออกมาเป็นจำนวน ที่แน่ชัดได้ เด็กกำพร้า ต่างพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา อย่างไม่จบไม่สิ้น 

เชียงจางไม่ได้ บอกกล่าวถึงเหตุผลใดๆ เลย ด้วยซ้ำ สำนักก็รีบประทับตราอนุญาต ให้จากมาได้ พร้อมเงินทองติดตัวมาเล็กน้อย พร้อมคำกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

                “หากได้ดิบได้ดีกันแล้ว ก็ให้ติดต่อ กลับมาบ้าง” 

ประโยคที่ขาดหายไป เฟยหลง ต่อประชดประชัน เล่นเงียบๆ 

                “หากไปกันไม่รอด ก็อย่าได้กลับมา ให้เป็นภาระสำนัก อีกล่ะ”

                พวกเขาทั้ง 8 คน ค้อมตัวลงคารวะเป็นครั้งสุดท้าย แล้วหันหลังจากมา เพื่อเผชิญโลกกว้าง...อย่างทระนง

.................

                คณะเดินทางครั้งนี้ เป็นขบวนพ่อค้าสมุนไพร เส้นทางการค้า ได้รับสัมปทานให้เดินทางค้าขาย ได้ไกลสุดเพียงแค่เมืองระดับสูง 5 ดาว ตอนนี้ พวกเขาเดินทางมาถึง เมืองระดับสูง 3 ดาว เท่านั้น เมืองแห่งนี้ มีชื่อว่าเมืองภูผาดับตะวัน

                สำนักที่มีชื่อเสียง ที่สุดคือ สำนักดาบภูผา เป็นสำนักระดับ 3 ดาว หลิวเหวินผู้ซึ่งถูกหยางสู่ฆ่าตาย บนภูเขาค้างคาววิญญาณ ก็เคยเป็นศิษย์ อันโดดเด่นของสำนักแห่งนี้

                “เจ้าหนู ข้าสามารถส่งพวกเจ้าได้ไกลที่สุด เพียงแค่เมืองนี้ การที่จะผ่านเส้นแบ่งอาณาเขต เมืองระดับ 4-5 ดาวไปได้ พวกเจ้าต้องได้รับตราประทับ จากท่านเจ้าเมือง และยังต้องได้คำรับรองจาก สำนักระดับ 3 ดาว ก่อนเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ เดินทางต่อไปได้”

                เชียงจางค้อมตัวคารวะ พร้อมมอบเงินทองเป็นค่านำทาง

                “ข้า ขอขอบพระคุณ ท่านผู้อาวุโสมาก ที่เป็นธุระนำทาง”

                กลุ่มคาราวาน ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก ไม่สนใจกลุ่มเด็กน้อยทั้งแปดคนอีก หันหลังแล้วเดินจากไป ดวงตะวัน เริ่มลับขอบฟ้า กลุ่มคน พร้อมสัตว์พาหนะ จางหายไปในเงามืด

...............

                ค่ำคืนนี้ นับว่าฉุกละหุกเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ที่พักแรม ก็เป็นเพียงแค่โรงเตี๊ยมเก่าๆ แถมเหลืออยู่ เพียงห้องเดียว ซึ่งราคาก็ไม่เหมาะสม กับคุณภาพแม้แต่น้อย แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปยังกระโจมเก่าๆ ที่ใช้ฉุกหัวนอน บนภูเขาค้างคาว ทุกคนจึง มองว่าห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ เป็นวิมานอันบรรเจิดชั่วคราว ในบัดดล

                ส่วนเรื่องอาหารการกิน ก็ไม่ได้ราคาถูก อย่างเช่นในชนบท ซาลาเปาราคา 100 เหรียญทองแดง เด็กที่กำลังเติมโต และต้องการสารอาหาร ต้องกินอย่างน้อยๆ  10 ถึง 15 ลูก ต่อคนหนึ่ง ต้องจ่ายค่าอาหารมื้อละ 1500 เหรียญทองแดง

                8 คน ก็คุณเป็นตัวเงินเท่ากับ 1500x8=12000 เหรียญทองแดง บวกค่าห้องพัก ต่อหนึ่งคืน อีก 20000 เหรียญทองแดง แล้ววันนี้ พวกเรายังจ่าย ค่านำทางอีก 50000 เหรียญทองแดง

                รวมแล้วเป็นเงิน ทั้งสิ้น 82000 เหรียญทองแดง

                หลิวอันทำหน้าที่เป็นเหรัญญิก คอยควบคุ้มค่าใช้จ่ายทั้งหมด มีสมุดบัญชี และพู่กัน ติดมือไว้พร้อม ส่งเสียงอู่อี้ ปากกัดซาลาเปากินไปด้วย

...................

                มาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับค่าเงิน ในดินแดนแห่งนี้ กันสักนิด สามารถแจกแจงได้ ดังนี้

                1000 เหรียญทองแดง = 1 เหรียญเงิน

1000 เหรียญเงิน = 1 เหรียญทอง

1000 เหรียญทอง = 1 เหรียญปฐพี

1000 เหรียญปฐพี = 1 เหรียญนภา

1000 เหรียญนภา = 1 เหรียญสวรรค์

...............

                “วันนี้พวกเราใช้ จ่ายเงินไป เท่ากับ 82 เหรียญทอง” 

                เงินที่ท่านอาจารย์ในสำนัก ใจดีมอบให้มา ต่างใช้หมดไปตั้งแต่ ผ่านเมืองระดับต่ำ 2 ดาวแล้ว เงินส่วนที่ใช้จ่ายอยู่ คือเงินที่ได้มาจาก คนที่นอนตายอยู่บนภูเขาค้างคาววิญญาณ การฉกฉวยเงินจากคนที่ ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ไม่ได้ทำให้เฟยหลงรู้สึกผิดแต่อย่างใด

                และเขายังมี แก่นธาตุระดับสูง สมุนไพรระดับสูง และระดับนภา อยู่ในแหวนมิติ อีกเป็นจำนวนมาก หากนำมาแปรเปลี่ยนเป็นเงินทอง นับว่าไม่ได้ทำให้ ทุกคนต้องเดือดร้อน เรื่องค่าใช้จ่ายไปอีกนานเป็นปีๆ

                แต่กระนั้นหากบอกกล่าวตรงๆ อาจจะทำให้ ทุกคนไม่เห็นคุณค่าของเงินทอง และใช้จ่ายกันอย่างสุรุ่ยสุร่าย

                “ตอนนี้ เรามีเงิน อยู่ ในบัญชี 4590 เหรียญทอง ลบออกไป 82 เท่ากับ 4508 เหรียญทอง”

                หลิวอันเงยหน้าขึ้น กล่าวว่า

                “ต่อไปนี้ พวกเราต้องใช้จ่ายกันอย่างประหยัด”

                กวนหมิง แววตาละห้อย 

“กล่าวว่า ข้าผอมลงกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก จนหนังจะหุ้มกระดูกแล้ว หากยังประหยัดกว่านี้ พวกเราต้องอดตายแน่ๆ”

หลิวอันทุบโต๊ะ 

“กวนหมิง พวกเรายังจะต้องเก็บเงิน เป็นค่าสมัครเข้าสำนักดาบภูผา อีก และยังมี ค่ากิน ค่าที่พัก ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าจิปาถะอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าไม่ช่วยกันประหยัด ในอนาคตพวกเรา จะไปหาที่ไหนมาจ่าย”

“ก็ได้ ข้าจะกินซาลาเปาให้น้อยลง อีกหน่อยแล้วกัน”

เฟยหลงส่ายหน้า กล่าวว่า 

“อย่าได้ประหยัด เรื่องอาหารการกิน พวกเราทุกคน ต้องกินกันให้อิ่มๆ มิเช่นนั้นจะไม่มี พลังพอจะบ่มเพาะวิชา ส่วนเงินทอง ค่าเล่าเรียน ข้าได้จัดแบ่งเอาไว้ ให้กับทุกคนเรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวล”

“กวนหมิงแววตาเรืองวูบ คว้าซาลาเปาบนโต๊ะ กินเข้าไปอย่างไม่เกรงใจ”

ทุกคนพากันหัวร่อครืนใหญ่ 

“เจ้าหนู หากเงินทอง มากมายนัก ทำไม ไม่นำมาแบ่ง ให้พวกเราใช้บ้างล่ะ”

เมื่อเอ่ยถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ เหตุการณ์ทำนองนี้ ก็มักจะเกิดขึ้น เป็นประจำ เฟยหลงคิดว่า ต่อไป คงต้องคิดหารหัสหรือโค้ดลับเฉพาะ ให้รู้กัน แต่ในกลุ่ม จะได้ไม่มีเรื่อง ทำนองนี้เกิดขึ้น ซ้ำๆ ซากๆ เพราะการฆ่าคน เพื่อแย้งชิงทรัพย์สินเงินทอง มันไม่ควรจะเกิดขึ้นบ่อยนัก 

เฟยหลงไม่ต้องการ จะถูกเพ่งเล็ง เขาอยากทำตัวเงียบๆ ไปสักพัก

“พี่ชายท่านนี้ พวกเราเดินทางมาจากต่างบ้าน ต่างเมือง มีค่าใช้จ่ายติดตัว แค่พอใช้จ่าย เพื่อประทังชีวิต เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

เผิงไฮ้ กล่าวอธิบาย

คนพาล ต่อให้ยกเหตุผล ร้อยแปด พันเก้า ก็ใช้ว่าเรื่องราวจะจบ หากหยิบยก สุภาษิตออกมาอธิบาย ก็คงจะต้องกล่าวว่า อย่าเอาความคิดของคนพาล ไปตัดสินความคิดของวิญญูชน บุรุษผู้นี้ จงใจจะเข้ามาหาเรื่องโดยเฉพาะ มีหรือจะยอมฟังเหตุผล

“ข้าจะไม่เอา จากเจ้ามากนัก พวกเจ้าคงจะรู้จักคำว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม ข้าคิดค่าคุ้มครองเพียง 1000 เหรียญทอง เท่านั้น นี้นับว่า ข้าเห็นพวกเจ้า ยังเป็นเพียงเด็กน้อย หากเป็นคนอื่นๆ ข้าคิดในอัตราที่สูงกว่านี้ หลายเท่านัก”

เชียงจาง หลี่จื่อ เผิงไฮ้ ตะลึงลาน นี้นับว่าเป็นค่าคุ้มครองอะไรกัน มันเรียกว่า ปล้นชิงกันซึ่งๆ หน้า กันชัดๆ พวกเขาย่อมตระหนักได้ กับคำกล่าวที่ว่า มังกรต่างถิ่น ไม่จะต่อสู้กับงูเจ้าถิ่น แต่ที่แน่ๆ กลุ่มของเขา ไม่ได้เป็นแม้แต่งู เลยด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึง มังกรแต่อย่างใด

เฟยหลงนั่งมอง เหตุการณ์นี้เงียบๆ ชายคนนี้ มีระดับบ่มเพาะเพียงระดับก่อกำเนิด ระดับ 9 เท่านั้น อายุราวๆ 25-30 ปี ลักษณะบอกยี่ห้อชัดเจนว่า เป็นนักเลงคุมซอย ประกอบธุรกิจอันไร้ซึ่งต้นทุนใดๆ 

พยายามรีดไถ่ คนต่างถิ่น ที่พิจารณาแล้วว่า โง่ๆ ไม่มีกำลังพอที่จะต่อสู้ขัดขืนได้

“ท่านพี่ ลดลงอีกหน่อย ได้หรือไม่” 

เฟยหลงแสร้งเอ่ยถาม

“เจ้าหนู พี่ใหญ่ข้า พูดคำไหน คำนั้น” 

คนกล่าววาจา เป็นชายร่างกายเล็ก สูงระดับไหล่ ของลูกพี่ใหญ่ แต่ริมฝีปากกับยื่นออกมา น่าตัดทิ้งเป็นอย่างยิ่ง

“พวกเจ้า คิดจะปล้นชิงบพวกเราชัดๆ หรือเมืองนี้ ไม่มีกฎหมาย พวกข้าจะไปร้องเรียน กับท่านเจ้าเมือง”

หลิวอันตะเบ็งเสียงข่มขู่

“เด็กน้อยอันไร้เดียงสา ยังจะมีเจ้าเมืองคนไหน มาสนใจ เรื่องไม่เป็นเรื่อง ของเด็กเหลือขอ เช่นพวกเจ้ากัน”

“เจ้าจ่ายให้ พวกมันไปเถอะ” 

คนกล่าววาจา เป็นชายชราคนหนึ่ง 

“ชายชราคนนี้ เคยไปร้องเรียนมาก่อนแล้ว และอีกนับร้อยๆ คน ก็ต่างเคยไป มาแล้วเช่นกัน แต่จนปานนี้ แม้แต่ทหารสักคน ก็ไม่เคยโผล่หน้าออกมา ช่วยแก้ปัญหาแต่อย่างใด แถมข้ายังต้องเสีย ค่าใช้จ่าย เพื่อเขียนคำร้องเรียนอีก เป็นเงินถึง 500 เหรียญทอง 

สรุปข้าเสียเงิน ค่าคุ้มครอง 1500 รวมเป็นเงิน 2000 เหรียญทอง มากกว่าพวกเจ้า ตั้งหนึ่งเท่าตัว” 

ชายชรานั้น เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เมื่อมองหน้านักเลงเจ้าถิ่น ทั้งสองคน สลับกันไปมา

เฟยหลงกล่าวว่า 

“หลิวอันจ่ายพวกมันไปเถอะ คนอื่นๆ ก็ยังจ่ายกันได้ ทำไมพวกเรา จะจ่ายบ้างไม่ได้”

“นับว่า เด็กน้อยรู้จักสถานการณ์” 

ชายร่างเล็ก เอ่ยปากแทนลูกพี่ใหญ่

หลิวอันกัดริมฝีปาก อย่างโกรธแค้น แต่ก็จำใจโยนถุงใส่เงินออกไป ชายร่างเล็กรับเอาไว้ ก่อนจะยื่นให้กับลูกพี่ใหญ่ ก่อนจะโยนเล่น สลับกันไปมา 

“เบาไปนิด แต่ก็นับว่า พอสำหรับค่าคุ้มครอง สำหรับหนึ่งคนเท่านั้น พวกเจ้ามีกันทั้งหมด 8 คน ค่าคิดอีกคนละ 500 เหรียญ 7 คนก็ 3500 เหรียญทอง”

“เจ้าจะขูดรีด กันมากเกินไปแล้ว” 

หลิวอันตะเบ็งเสียงสวนกลับ ชายตัวเล็กพุ่งตรงมา อย่างรวดเร็ว ใช้ฝ่ามือตบปากหลิวอัน ดังเพี๊ยะ หลิวอันหน้าสะบัด ร่างลอยตามแรงตบล้มกลิ้งหลุ่นๆ ลงกับพื้น สลบเหมือดไป

“เด็กน้อย ไม่รู้จักที่ต่ำ ที่สูง กล้าตะโกนเสียงดัง ต่อหน้าพี่ใหญ่ข้า ไม่รู้จากความตาย สะกดว่า ยังไง เสียแล้ว”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวดเร็วเกินไป แม้แต่เฟยหลง ก็ไม่ได้คาดคิดว่า อีกฝ่ายจะกล้าลงมือ หลิวอันเป็นเพียงเด็กอายุ 10 ปี เท่านั้น ส่วนคนลงมือ เป็นถึงยอดฝีมือ ระดับบ่มเพาะก่อกำเนิด ระดับ 8 ขั้นปราย อายุก็ห่างกันเป็นอย่างมาก

“เด็กสามหาว ตายไป ก็นับว่าดีแล้ว ออกจากบ้าน พ่อแม่ไม่เคยสั่งสอนหรือไงว่า ไม่ให้พูดจากับผู้อาวุโส อย่างไม่เคารพ” 

ลูกพี่ใหญ่ เอ่ยสั่งสอน อย่างไร้ยางอาย

....................

เฟยหลงลุกยืนขึ้น ตลอดสามเดือนมานี้ เขาบ่มเพาะพลังเส้นชีพจรคู่ที่ 1 ถึงระดับหล่อหลอมแล้ว แก่นพลังนับว่าทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนเส้นชีพจรคู่ที่ 2 บ่มเพาะได้เพียง ระดับก่อกำเนิด ระดับ 6 สาเหตุที่ก้าวหน้าอย่างรวด เป็นเป็นเพราะได้ บ่มเพาะวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ และยังสามารถสร้างเปิดทำลายประตูแรก ได้สำเร็จแล้ว ส่วนรางวัล จากการเปิดประตูเป็นเพียงแก่นธาตุไม้ระดับสูง 1 ก้อน ส่วนการทำลายประตู ก็เพิ่มพลังจิตวิญญาณ ไปถึง กึ่งวิญญาณหล่อหลอม

เพลงกระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ก็นับว่าแข็งแกร่งขึ้น เมื่อเขาดูดกลืนแก่นธาตุทอง เข้าไปอีกหลายก้อน

แต่นั้นยังไม่ใช่ทั้งหมด คราเมื่อเปิดประตูกิเลน ประตูแรก เขาได้รับรางวัลเป็น เพลงกระบี่จักรพรรดิกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์

สามารถนำมาใช้ต่อสู้ อย่างไม่ต้อง หวาดกลัวว่า จะทำให้ถูกเพ่งเล็ง จากสาวกพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เพราะจะเพิ่มเรื่องราวให้ยุ่งยากวุ่นวายไปเสียเปล่าๆ

................

“แกลงมือได้ แม้แต่เด็กไร้พลัง นับว่ายัง ไปผู้อาวุโส อะไรกัน”

เฟยหลงก้าวออกมา ในมือถือกระบี่เอาไว้ การกระทำของเฟยหลง ทำให้เกิด ความโกลาหลวุ่นวายขึ้น ต่างพากันแห่แหน เข้ามาชมดูความสนุกสนาน

“เจ้าหนู อยากตายมาก ใช่ไหม” 

เฟยหลงยกมุมปากขึ้นยิ้มน้อยๆ เขาชอบจริงๆ เมื่อมีคนกล่าววาจา ไร้สาระเช่นนี้

“ต้องดูว่า เจ้ามีความสามารถนั้น อยู่หรือไม่”

“เด็กนี้ วอนหาที่ตาย พี่ใหญ่ ข้าจะลงมือฆ่ามันเอง” 

เฟยหลง มองฝ่ามือของชายร่างเล็ก ที่ใช้ตบหน้าหลิวอันจนสลบไป แววตาปรากฏจิตสังหารขึ้นวูบหนึ่ง แต่หลุบตาลงแอบเก็บซ่อนไว้

……………

แต่นั้น กับไม่รอดพ้นไปจากการ จับจ้องมอง ของแขกที่มานั่งชมดู อยู่มุมหนึ่ง ของโรงเตี๊ยม โต๊ะเก้าอี้ นั่งไว้ด้วย คนจำนวน 3 คน ชายวัยกลางคน 1 คน พลังปราณ ไม่อาจจะตรวจสอบได้ นับว่าลึกลับเป็นอย่างยิ่ง ส่วนอีกสองคน เป็นรุ่นเยาว์ ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง ระดับพลังอยู่ในขั้นหล่อหลอมระดับ 2 ทั้งคู่ แม้จะอายุรุ่นราว คราวเดียวกันกับเฟยหลงก็ตาม

“เด็กน้อยนั้น เก็บซ่อนพลังฝีมือเอาไว้”

รุ่นเยาว์ ซึ่งเป็นชายหนุ่มกล่าวขึ้น

“เด็กน้อยนั้น บ่มเพาะวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเช่นกัน กับพวกเรา”

รุ่นเยาว์ ซึ่งเป็นหญิงสาวกล่าวขึ้น

สายโลหิตแห่งราชวงศ์กิเลนฟ้า เข้มข้นกว่าของพวกเจ้า อยู่เล็กน้อย

ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น

.................

เฟยหลง ไม่รู้ว่า สถานที่แห่งนี้ อนุญาตให้ฆ่าแกงกันได้หรือไม่ แต่เมื่อเขา ถูกคุกคราม หมายจะเอาชีวิต การพยายามทำตัวเงียบๆ คงจะต้องยกเลิกไป 

ดังนั้นก็มาฆ่ากัน ให้ตายไปข้างหนึ่ง เฟยหลงก็ไม่ใช่นักสู้ ที่ลงมือต่อสู้อย่างยุติธรรมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขาก็เป็นนักเลงขี้ขลาดตาขาวคนหนึ่ง และยังเป็นนักฉกฉวยโอกาส ที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง

เขาไม่ใช่คน ที่จะลุกขึ้นมา ป่าวประกาศว่า 

“ข้าจะฆ่าพวกเจ้าแล้วนะ รีบไป หาดาบ หาค้อน มาตระเตรียม สู้กับข้าเร็วๆ เข้า ไม่เช่นนั้น พวกเจ้าอาจจะตายกันก็ได้นะ” 

เฟยหลง ไม่ได้โง่งมขนาดนั้น

เขาเคลื่อนไหวอย่างแยบคาย ไม่ล้นลาน กระบี่ฟาดฟัน ออกอย่างเป็นธรรมชาติ ดูไปเชื่องช้ายิ่ง แต่จริงๆ รวดเร็วจนไม่อาจจะกระพริบตา มันคือกระบวนท่าแรก ของเพลงกระบี่จักรพรรดิกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ มีชื่อว่า สบั้นโลหิตกิเลนฟ้า

กระบี่ฟาดฟันออกไปอย่างประณีต หัวขาดกระเด็ดออกจากลำคอ กลิ้งหลุ่นๆ เลือดฉีดพุ่งดุจน้ำพุ ร่างล้มฟาดลงกับพื้น โครมใหญ่

ไม่ได้พิจารณาร่างกาย ชายตัวเล็ก มีสภาพอนาถเช่นไร เขาพุ่งทะยาน ตรงไปยังชายร่างใหญ่ ราวกับพายุบุแคม ฟาดฟัดกระบี่ออกอีกหนึ่งกระบี่ กรีดเฉือน กลางลำตัว ไส้พุ่งเมือกไหลทะลักออกมา กองอยู่เต็มพื้น

ร่างกายสูงใหญ่ ล้มฟาดลง ราวกับต้นไม้สูงใหญ่ ล้มโครมลง จบชีวิต นักเลงหัวไม้ ที่โง่งมทั้สองคน

จะโทษกลุ่มนักเลง ทั้งสองคนนี้ ก็ไม่ได้ หากพวกเขา รับรู้ว่าเฟยหลง เป็นนักฉกฉวยโอกาส ชอบเล่นทีเผลอ พวกเขาก็จะต้องหยิบจับอาวุธออกมา ต้านรับ เอาไว้ก่อนแล้ว

“คนเราไม่อาจตัดสินกันด้วยหน้าตา น้ำทะเลไม่อาจตวงวัด”

และนิสัยเฟยหลง ก็ยังเป็นจอมดื้อด้าน แม้จะมีฝีมือสูงส่ง แต่นิสัย กับเลวทรามต่ำช้า ยิ่งกว่ามหาโจรเสียอีก

ฆ่าคนตายไปสองคน เฟยหลงยังไม่รู้แม้แต่ชื่อ ของพวกมันเสียด้วยซ้ำ คนโง่ๆ เช่นนี้ รู้ชื่อไป ก็รกสมองเปล่าๆ

เฟยหลงก้าวเดินออกไปค้นตัว ทั้งสองคน ได้แหวนมิติมาสองวง เพ่งจิตวิญญาณ เข้าไปสำรวจ กล่าวกล่าวออกมาว่า

“ยากจน ยิ่งนัก คิดว่าจะได้ของมีค่า มากกว่านี้เสียอีก”

......................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #9 samanchai90 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 14:01
    82เหรียนเงิน
    #9
    2
    • #9-1 เขมราช(จากตอนที่ 16)
      17 เมษายน 2563 / 16:45
      ตายตกคำนวณ ขอบคุณครับ
      #9-1
    • #9-2 reader0000(จากตอนที่ 16)
      8 พฤษภาคม 2563 / 19:27
      ไม่แก้หลอ?
      #9-2