Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 15 : --จบภาค ภูเขาค้างคาววิญญาณ--

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 134 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

15. เข้าสู่พื้นที่อาณาเขตส่วนใน (2)

เฟยหลงยังจดจำได้ เมื่อครั้งที่สอบได้ เป็นนายตำรวจ เพื่อนๆ จะจัดโต๊ะจีน อาหาร เครื่องดื่ม บนโต๊ะ ล้วนหรูหรา เต็มเป็นด้วยเมนูที่เขาชื่นชอบ วันนั้น เขาดื่มกินอย่างเอร็ดอร่อย เขายังจำความรู้สึกในวันนั้นได้อย่างแม่นยำ แม้จะผ่านไปนานหลายปี

วันนี้ ความรู้สึกนั้น ได้หวนกับมาอีกครั้ง มันช่าง อร่อย หอม หวาน เสียจริงๆ ข้ายังต้องการมันอีก ข้ายังไม่รู้สึกอิ่มเลย ร่างกายเคลื่อนย้าย มาทางซ้ายอย่างแยบคาย เป้าหมายคือ สมาชิกผู้กำลังร้องครวญคราง ซึ่งถูกปราณพิษละบาดใส่

เฟยหลงสะบัดกระบี่ กลิ่นคาวเลือด คละคลุ้ง ร่างกายละลายหายไป และเหตุการณ์เช่นนี้ ก็ละบาดไปทั่ว 

โจวหยุนจ้องมอง ภาพเหตุการณ์ตรงหน้า อย่างตะลึงลานไป ใครจะไปคาดคิดว่า เรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เล็กๆ 

กับสร้างสัตว์อสูรสังหาร ขึ้นมาตนหนึ่ง ซึ่งกำลังไล่ล่าเข่นฆ่า ผู้บ่มเพาะราวกับผักปลา สมาชิกกลุ่มของ หลี่เทียน อวี่ซิน หลิวเหวิน ตายกันจนหมดสิ้น ในพริบตา 

เด็กน้อยคนนี้ กำลังถูกวิชากระบี่ครอบง่ำ โจวหยุนตระหนก ถึงเรื่องนี้ได้ในทันที เมื่อมองตรงยัง ดวงตาอันแดงก่ำ ราวกับสวรรค์ลงโทษ เด็กนั้น กำลังพุ่งเป้าหมาย ตรงมายังกลุ่มของเขา

หลี่เทียน อวี่ซิน หลิวเหวิน ฉกฉวยโอกาสพุ่งมาหลบ อยู่ด้านหลังกลุ่มของโจวหยุน อย่างทุลักทุเล ม่านหลิวลังเล ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี เธอไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ กับเฟยหลง แต่คนตรงเบื้องหน้า ในเวลานี้ ก็ไม่แน่ว่า จะใช่เฟยหลงที่เธอรู้จัก

แต่โชคดี ที่เป้าหมายในตอนนี้ ไม่ได้มุ่งเป้า ตรงมายังกลุ่มของเธอ แต่เป็นกลุ่มของโจวหยุน 

“ช่วยกันฆ่าไอ้สัตว์ประหลาดนี้ ให้ตาย” 

โจวหยุนตะโกนออกคำสั่ง

สมาชิกที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ จำนวนห้าคน พุ่งถาโถมออกไป ในพริบตาก็กลายเป็นเครื่องสังเวย ต่อกระบี่ปราณพิษ กันในชั่วอึดใจ กลายเป็นละอองเลือด ถูกดูดกลืนเข้าสู่ในร่างกายของเฟยหลง

…………..

ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบ้างอย่าง ขึ้นภายในร่างกายเฟยหลง

อักขระประตูมังกรพื้นฐาน ประตูแรกเกิดรอยร้าว ส่วนประตูกิเลนพื้นฐาน ประตูแรก ไม่ได้แข็งแกร่งเช่น อักขระประตูมังกรพื้นฐาน มันจึงเปิดออกได้อย่างง่ายดาย 

และถูกทำลายลง ในเวลาต่อมา พลังจิตวิญญาณ จึงเพิ่มขึ้น อีกระดับหนึ่ง พุ่งเข้าสู่ ระดับวิญญาณก่อกำเนิด ระดับ 9 ขั้นปราย

พลังบ่มเพาะเส้นชีพจรคู่แรก ของเฟยหลงก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ ครึ่งก้าวขั้นหล่อหลอม

การเปลี่ยนผ่าน ระหว่างขั้นปราณก่อกำเนิด ไปยังขั้นหล่อหลอม จำเป็นจะต้องมีการเตรียมการ ไม่เช่นนั้น เมล็ดแก่นพลัง อาจจะเกิดรอยร้าว ขึ้นระหว่างทะลวงระดับได้

รางวัลที่ได้รับ จากการเปิดประตูกิเลนพื้นฐาน ประตูแรกคือ เพลงกระบี่จักรพรรดิกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์

..................

แม้จะเกิดการ เปลี่ยนแปลงมากมาย ภายในร่างกาย แต่สติสัมปชัญญะ ก็ยังถูกครอบง่ำอยู่เช่นเดิม ภาพที่ฉายผ่านดวงตาล้วน แต่เป็นเมนูอาหารอันเลิศรสทั้งสิ้น

กระบี่ในมือ ยังคงกวัดแกว่ง ฟาดฟัน อย่างบ้าครั่งอยู่เช่นเดิม 

โจวหยุนไม่ได้เป็นคนออกคำสั่งอีกแล้ว เขาเข้าต่อสู้โรมรันพันตู ปัดป้องกระบี่ อย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนจะตะโกนออกไปว่า

“เตรียมเปิดประตู หลบหนี”

สมาชิกคนหนึ่ง ล้วงหยิบ หยกดูดวิญญาณสีเขียวออกมา ด้านในปรากฏอักขระรูนโบราณจารึกเอาไว้

“ศิษย์พี่โจวหยุน พื้นที่แห่งนี้ ไม่อาจจะเปิดใช้ประตูอักขระรูนโบราณได้”

พื้นที่รอบรัศมี บนยอดเขาแห่งนี้ ล้วนถูก ปรมาจารย์จารึกอักขระวิญญาณ ทั้ง 5 ทวีป จารึกค่ายกล ป้องกันการใช้ประตูค่ายกลเคลื่อนย้ายเอาไว้ ไม่น่าแปลกที่ประตูอักขระรูนโบราณจะใช้การไม่ได้

.................

“เจ้าหนูหยุดได้แล้ว พวกเราไม่ได้มีความแค้น บาดหมางอะไรกัน ทำไมต้อง ฆ่าแกงกันด้วย” 

โจวหยุนตะโกนขึ้น แต่กระบี่ในมือ ยังคงร่ายรำอยู่เช่นเดิม 

ความโกลาหลวุ่นวาย ทวีความปวดเศียรเวียนเกล้า เมื่อทุกคนได้รับรู้ว่า ประตูอักขระรูนโบราณไม่สามารถใช้การใดๆ ได้

“หลี่เทียน สาเหตุของเรื่องทุกอย่างนี้ เป็นเพราะเจ้า หากเจ้าไม่คิด แผนการประลองบ้าบ่อนี้ขึ้น ทุกอย่างก็จะไม่เกิดขึ้น” 

อวี่ซิน ชี้หน้าด่าหลี่เทียนตรงๆ หลี่เทียนกัดฟันกรอดๆ ด่ากลับว่า

“พวกเจ้า ก็ไม่ได้ดี ไปกว่าข้า หากพวกเจ้า คิดว่า สิ่งที่ข้าทำมันผิดพลาด ทำไมถึง ไม่มีใครสักคน ห้ามข้าเลย ต่างให้ดีเห็นงาน ในสิ่งที่ข้าทำ พวกเจ้า ก็ต้องมีส่วน รับผิดชอบ กันทุกคนนั้นล่ะ”

ม่านหลิว รู้สึกว่าคำกล่าวของหลี่เทียน นั้นมีเหตุผลเป็นครั้งแรก เธอเอง ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคน ที่ไม่ได้ออกหน้าไปห้ามเช่นกัน

เธอมองเฟยหลง ด้วยแววตา ที่ไม่สามารถบอกเป็นคำพูดได้ ทุกคนในที่แห่งนี้ ต่างร่วมมือรังแกเขาก่อน ไม่ผิดที่เขาจะลุกขึ้น ตอบโต้กลับ ด้วยพลังทั้งหมด ที่มี 

เฟยหลงเคยเตือนเธอ เอาไว้แล้วว่า

“มันคือกฎแห่งป่า คนที่ไม่ระวัง และก้าวเดินพลาดต้องตาย”

“หลบหนี เข้าไปยังด่านทดสอบ” 

 โจวหยุนตะโกนออกคำสั่งอีกครั้ง

สมาชิกที่รอดชีวิตมีหรือ จะไม่ปฏิบัติตาม ต่างพุ่งทะยาน ตามเงาหลังโจวหยุนไปในทันที เฟยหลงผู้ที่ยังไม่ได้ฝึกฝนบ่มเพาะเคล็ดวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ย่อมไม่สามารถ ผ่านด่านทดสอบเข้าไปได้

แต่ม่านหลิว กับตระหนักได้ว่า นั่นกับไม่เกิดประโยชน์สิ่งใด เพราะเฟยหลง ได้ถูกยกเว้น เป็นกรณีพิเศษ ตามเงื่อนไข

“ผู้มีสายโลหิตกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ได้รับการยกเว้น ทุกกรณี”

.............

เฟยหลงไม่ได้ ไล่ล่าในทันที กับมุ่งตรงไปยัง แท่นจารึกผนึกดินแดน ทั่วร่างโคจรเคล็ดวิชาอักขระเก้ามังกรประตูปริศนา 

ฝ่ามือสัมผัสกับแท่นจารึกผนึกดินแดน ดูดกลืน แก่นโลหิตมารฟ้า ที่ได้ถูกผนึกเอาไว้ อย่างบ้าคลั่ง เส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ เรืองลำแสงสีเหลืองแจ่มชัดมากขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้น วิกฤตภัยพิบัติ เส้นชีพจรเส้นแรกขึ้น

................

อักขระรูนโบราณยุ่งเหยิง วิ่งชนกันเปะปะสับสนวุ่นวาย ลำแสงสีสันต่างๆ มัดผันกันขวักไขว่ ม่านปราการเหนือชั้นบรรยากาศ พังทลายลงมา

ค่ายกลอักขระรูนโบราณ ที่จารึกเอาไว้นับพันๆ ปี ไม่สามารถคงสภาพเดิมได้อีก ต่างสูญสลายหายไปสิ้น ซากปรักหักพัก รอบข้างยุบตัวลง ทรุดครืน ถล่มทลายหายไปฉีกหนึ่ง ไม่เหลือสภาพเค้าเดิมอีกต่อไป

เฟยหลง เพ่งจิตสมาธิดูดกลืน แก่นโลหิตมารฟ้า ไม่ให้หลงเหลือแม้แต่หยดเดียว สุดท้ายแท่นจารึกผนึกดินแดน ก็แตกสลายไป

ท้องฟ้าเริ่มแจ่มใส ยังกับท้องฟ้าหลังฝนตก ดวงตะวัน ก้อนเมฆ มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น พลังปราณปฐพีและสวรรค์ เคลื่อนย้ายเข้ามาปกคลุม พื้นที่ทั่วบริเวณนี้ ในทันที

เฟยหลงอ้าปาก ดูดกลืนบรรยากาศรอบข้าง เข้าไปจนเต็มปอด ก่อนจะกล่าวว่า

“สดชื่นยิ่งนัก”

กวาดสายตาไปยังม่านหลิว ยิ้มอย่างเย็นชา แล้วมองตรงเข้าไปยังด่านทดสอบ ที่ไม่ได้มีม่านพลังใดๆ ปกคลุมอยู่อีกแล้ว

แล้วจึงก้าวเดินตรงเข้าไป

…………..

เชียงจาง และสมาชิกในกลุ่ม ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการปลดปล่อย ปราณพิษของเฟยหลง

ทุกคนต่างได้แต่จ้องมองเฟยหลง ก้าวเดินหายลับเข้าไปยังด่านทดสอบ

ม่านหลิวก้าวตามเข้ามาด้วย เธอไม่ได้เกรงกลัวเฟยหลงอีก เพาะวิชากระบี่ไม่ได้ครอบง่ำสติ อีกต่อไป

...............

ด้านหน้าเป็นปากทางเข้าถ้ำ ซอยเท้าเดินไปไม่นาน พื้นที่ก็ขยายกว้างขึ้น เฟยหลงเอ่ยวาจาขึ้นก่อน

“หากแท่นจารึกผนึกดินแดน ไม่พังทลายไปเสียก่อน เมื่อเข้ามายังด่านทดสอบ จะต้องเกิดสิ่งใดขึ้น”

ม่านหลิวเดินเข้ามาเคียงคู่ มองไหล่กว้างๆ ของเฟยหลง ตอบว่า

“เดินไปอีก ไม่นาน พวกเราจะพบกับหุ่นเชิด ที่ถูกสร้างขึ้น จากวิชาจารึกโบราณ ซึ่งจักรพรรดิมารฟ้าสร้างขึ้น 

เมื่อครั้งที่แล้ว ศิษย์พี่ของข้า ผ่านเข้าไป ได้แค่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ครั้งนี้ ก็นับเป็นครั้งแรก ของข้าเช่นกัน ส่วนสมาชิกที่ตามมาด้วย เป็นศิษย์พี่ที่เคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง”

เฟยหลงไม่ได้หันกลับไปมอง ได้แต่เดินหน้าต่อไป

“เจ้าทำลาย แท่นจารึกผนึกดินแดน จะต้องเกินความวุ่นวาย สะท้านไปทั่ว ทั้งทวีปอย่างแน่นอน”

                แววตาเฟยหลง ยังคงนิ่งเฉยเช่นเดิม

                “เจ้าดูดกลืน แก่นโลหิตมารฟ้า ไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เคยมีใคร กระทำได้ เช่นเจ้ามาก่อน ในอนาคตเจ้าจะต้องถูกผู้ยิ่งใหญ่ ในทวีปผลท้ออสูร เพ่งเล็งเป็นกรณีพิเศษ อย่างแน่นอน”

                ครั้งนี้ เฟยหลง หันมามองนาง เพื่อขอคำอธิบาย

                “สาวกที่ดูดกลืน แก่นโลหิตมารฟ้า จะต้องต่อสู้แย้งชิง แก่นโลหิตมารฟ้า อย่างไม่มีทางหลีกเลี้ยง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และสาวกที่ต่อสู้ชนะ ก็จะดูดกลืนแก่นโลหิตมารฟ้า จากผู้พ่ายแพ้ 

                ส่วนแท่นจารึกผนึกดินแดน ปรมาจารย์จารึกอักขระวิญญาณ 5 ทวีป ต่างพยายามรวมตัวกันศึกษาค้นคว้า เพื่อจะทำลายแท่นผนึกดินแดน เหล่านี้ทิ้ง แต่ก็ไม่มีใครประสบความสำเร็จ แต่เจ้าเพียงใช้เวลาไม่กี่อึดใจ ก็สามารถทำลายมันได้หนึ่งแท่น เจ้าจะต้องถูกเพ่งเล็งเป็นกรณีพิเศษ จากผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 ทวีป”

                “และที่สำคัญ เจ้าสังหารผู้บ่มเพาะไปเป็นจำนวนมากมาย เจ้าทั้งดูดกลืน แก่นโลหิต แก่นธาตุ แก่นพลัง ของบุคคลอื่น เพื่อใช้บ่มเพาะพลัง

                 เงื่อนไขของ สมาคมจารึกอักขระวิญญาณ 5 ทวีป ไม่ได้เป็นการจารึกเอาไว้ เพื่อเป็นเพียงเสือกระดาษ ให้คนหวาดกลัวเท่านั้น พวกเขาจะต้องออกค้นหา ไล่ล่าตัวเจ้า ไปจนทุกแห่งหน หากเจ้ายังจะกระทำ เช่นกระทำ อยู่เช่นนี้”

                …………

                เฟยหลงรับฟัง ม่านหลิวกล่าวเงียบๆ และสุดท้ายก็เข้ามาจนถึง พื้นที่ด่านทดสอบแรก         

                โจวหยุน หยางสู่ หลี่เทียน อวี่ซิน หลิวเหวิน ต่างก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่สภาพที่ถูกปราณพิษละบาดใส่ ก็ไม่แต่งต่างกับคนใกล้ตายมากนัก ส่วนสมาชิกที่ติดตามโจวหยุน ต่างตายกันหมดสิ้น

                เฟยหลัง เพิ่งจะตระหนักได้ว่า ปราณพิษ ที่เกิดจากเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ มันไม่มีนักปรุงยาคนใด ในทวีปแห่งนี้ สามารถจะรักษาได้ ไม่เช่นนั้น องค์ชายเฟยหลง คงไม่จากลาโลกนี้ไป ด้วยอายุเพียงไม่กี่ปี

                “เจ้ายังตามเข้ามาได้จริงๆ” 

โจวหยุนเงยหน้า มองเฟยหลง ที่กำลังเดินใกล้เข้ามา

                เฟยหลงไม่ได้ให้ความสนใจ และไม่คิดจะตอบคำถามใดๆ เขาเดินตรงไปยัง พื้นที่แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งมีอักขระรูนโบราณ ที่กำลังใกล้จะปิดตัวลง

                “นั้นมันเรียกว่า ไข่เบญจธาตุ เช่นนั้นรึ” 

                ไข่หลายร้อยใบ ลอยอยู่กลางอากาศ เสมือนไร้น้ำหนัก บ้างส่วนกำลัง ถูกดูดกลืนกลับคืนสู่ค่ายกล ที่เชื่อมต่อกันด้วยประตูสองบาน ซึ่งประตูบานแรก อยู่ยังพื้นที่ส่วนนี้ ส่วนอีกบาน จะต้องอยู่ยัง สถานที่อันห่างไกล ที่ไหนสักแห่ง

                หากเป็นในโลกปัจจุบัน นี้นับว่า เป็นโครงข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายได้ แต่ในโลกแฟนตาซีแห่งนี้ แท่นจารึกผนึกดินแดน เป็นเพียงเสาส่งสัญญาณเล็กๆ เสาหนึ่ง เท่านั้น  เมื่อแท่นนี้ เกิดความเสียหาย ก็เพียงแค่ตัดสัญญาณพื้นที่แห่งนี้ทิ้งไป พร้อมดูดกลืนทรัพยากร ทุกอย่าง กลับคืนไปยังจุดศูนย์กลาง 

เฟยหลงคิดว่า จุดศูนย์กลางนั้น น่าจะอยู่ที่ ทวีปผลท้ออสูร ที่ซึ่งพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ทรงพลังมากที่สุด

..............

                เฟยหลงต้องการไข่เบญจธาตุเหล่านั้น และกลุ่มของเขา ก็ต้องการมันด้วยเช่นกัน ในอนาคต

                “ม่านหลิว พวกเจ้ายังจะรออะไรอยู่อีก หรือพวกเจ้า ก็ไม่ได้ต้องการไข่เบญจธาตุด้วย”

                เฟยหลงยังคงกล่าวไม่ทันได้จบประโยค ทุกคนต่างแย้งชิง กันกระโดดขึ้นไปคว้า เฟยหลงเอง ก็ไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆ นับว่าเขาแย้งชิงได้มากกว่าใคร นับไว้ 50 ฟอง 

สุดท้ายไข่ที่อยู่ไกลเกินไป ซึ่งไม่สามารถกระโดดคว้าได้ ก็ถูกดูดเข้าไปยังเบื้องหน้าจนหมด

                ต่อจากนั้นเฟยหลง ก็เดินตรงไปยังระเบียงอักขระรูนโบราณ จ้องมองเคล็ดวิชาปลูกสร้างเส้นชีพจรมารฟ้าพื้นฐาน ใช้เวลาไปสิบห้านาที ก็ดูดกลืนเข้าสู่ทะเลวิญญาณ ได้สำเร็จ

                กลุ่มของม่านหลิว ก็กระทำตามเช่นที่เฟยหลงทำ แต่ใช้เวลายาวนานมากกว่า

                .............

                “เรารีบไปด่านที่สองกันเถอะ ก่อนที่สถานที่แห่งนี้ จะพังทลายไปเสียก่อน”

                เฟยหลง ม่านหลิว พุ่งตัวเข้าไปยัง ด่านทดสอบที่สอง โจวหยุนฝืนตัวลุกขึ้นยืน และพุ่งตัวติดตามไป

                ส่วน หยางสู่ หลี่เทียน อวี่ซิน หลิวเหวิน ฝืนตัวลุกขึ้น ไม่ได้ติดตามเข้าไปด้วย แต่พุ่งตัวออกไปยังเส้นทางออกจากถ้ำ

                ..........

                สถานที่แห่งนี้ นับว่าเป็นห้องโถงอีกแห่งหนึ่ง รอบข้างนับว่ามีทรัพยากร ถูกทิ้งเอาไว้ มากมาย โดยเฉพาะ แก่นธาตุระดับสูง ซึ่งนับว่ามีอยู่ครบทุกธาตุ อันได้แก่ธาตุ ไม้ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง 

                เฟยหลงไม่สนใจใคร เขาเก็บรวบรวมแก่นธาตุเหล่านั้น ลงแหวนมิติทันที 

โดยไม่เหลือไม่เหลือเอาไว้ให้ม่านหลิว เลยสักก้อน เธอค้อนเฟยหลงวงใหญ่ แววตาฉายตำหนิกล่าวหาเฟยหลงขี้เหนียว แต่เฟยหลงหาได้สนใจไม่ ยังทำไม่รู้ไม่ชี้เช่นเดิม

                เขามันเป็นคน ส่วนม่านหลิวร่ำรวยล้นฟ้า มีสำนักใหญ่ ค่อยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ไม่เคยขาดแคลน เรียกลมได้ลม เรียกฝนได้ฝน ทำไมเขาถึงจะต้องรู้สึกผิดด้วยล่ะ

                “น้องชาย เจ้าจะไม่โลภมาก ไปหน่อยหรือไง”

โจวหยุนแกล้งกล่าวสัพยอกขึ้น คลายความตึกเครียด ระหว่างทั่งสองฝ่าย

                “ทุกอย่างล้วน ขึ้นอยู่กับความสามารถ หากท่านต้องการสิ่งใด ก็จงค้นหาเอาเอง ข้าก็ไม่คิดจะขัดขวาง”

                ม่านหลิวกล่าวว่า 

“ตรงนั้น คือเคล็ดวิชาบ่มเพาะอักขระผันแปรห้าธาตุพื้นฐาน”

                เธอชี้ไปยังระเบียงอักขระรูนโบราณ ที่กำลังจะหักทลายลง เฟยหลงพุ่งตัวเข้าไป รีบดูดกลืนเคล็ดวิชา เข้าสู่ทะเลวิญญาณ ม่านหลิว และโจวหยุน ก็กระทำเช่นเดียวกัน เวลาไหลผ่านไป พวกเขาถอนจิตวิญญาณออกมา แผ่นระเบียงนั้นก็ผังทลายลงทันที

                “เราจะค้นหาป้ายประกาศิตมารโลหิต ได้ที่ไหน”

                เฟยหลงถามม่านหลิว เธอเอง ก็กำลังกวาดสายตาหาอยู่เช่นกัน  โจวหยุนชี้ตรงไป กล่าวว่า

                “มันอยู่ตรงนั้น” 

                ป้ายประกาศิตมารโลหิต ก็มีสภาพ เช่นเดียวกันกับไข่เบญจธาตุ พวกมันกำลังถูกดูดกลืนเข้าไปยัง บานประตูอีกฝากหนึ่ง ซึ่งหลงเหลือเพียงป้ายประกาศิตมารโลหิต ลอยกระจัดกระจาย อยู่เพียง 100 ป้ายเท่านั้น

                เฟยหลงกระโดดคว้าได้มา 10 ป้าย เนื่องจากตอบสนองช้าสุด ม่านหลิวได้มา 15 ป้าย โจวหยุนได้มามากสุด คือ 25 ป้าย เพราะกระโดดคว้าเป็นคนแรก ส่วนที่เหลือ ก็ถูกดูดเข้าไป ภายในบานประตูลึกลับนั้นจนหมดสิ้น

                “สถานที่แห่งนี้ กำลังใกล้จะล้มสลายลงแล้ว พวกเรารีบออกไปกันเถอะ”

                ทุกคนพุ่งตัวออกมา เสียงครืนๆ ถล่มไล่หลังมาติดๆ

..................

                สุดท้ายเฟยหลง ม่านหลิว โจวหยุน ก็ออกมาได้อย่างปลอดภัย 

และก็พบกับหยางสู่ เชียงจาง และสมชิกคนอื่นๆ ยืนรออยู่ ส่วน หลี่เทียน อวี่ซิน หลิวเหวิน นอนกองเป็นศพอยู่อีกมุมหนึ่ง

                เชียงจางเดินเข้ามา กล่าวกระซิบว่า 

“เป็นหยางสู่ ฆ่าพวกเขา”

                หยางสู่เดินเข้าไปหาโจวหยุน แล้วค้อมตัวลงคารวะ กล่าวว่า 

“ทุกอย่าง เรียบร้อยดี”

                โจวหยุนหันมามองเฟยหลง กล่าวว่า 

“ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งยืนยันว่า พวกเราลงเรือลำเดียวกัน นับเป็นเครื่องยืนยันการสงบศึก ระหว่างพวกเรา ได้หรือไม่”

                เฟยหลงมองตรงไปยังซากศพ ทั้งสามคนนั้น และกล่าวว่า 

“ข้าและท่าน พวกเราต่างไม่เคยมี สิ่งใดติดค้างกัน”

                “ม่านหลิว ข้าต้องการให้สมาชิกทุกคนของเจ้า กล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์แห่งสวรรค์ ว่าจะเก็บเรื่องของข้าเป็นความลับตลอดไป”

                ม่านหลิวหยดเลือด และกล่าวคำสาบานทันที สมาชิกทุกคนก็กระทำเช่นเดียวกัน

                และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บนยอดเขาค้างคาววิญญาณก็จบลงด้วยประการฉะนี้ และทิ้งเป็นปริศนาเอาไว้ ให้หลายสำนักต่าง ได้สืบค้นหาคำตอบกันต่อไป

                บทส่งท้ายเล็กๆ กลัวใครจะลืม สมาชิกคนที่ 8 ของกลุ่มเฟยหลง นามว่ากวนหมิง ที่อยู่เฝ้าคนเจ็บรออยู่ที่ตีนเขา เฟยหลงฆ่าทุกคนเพื่อปิดปากทั้งหมด

                และพาสมาชิกทุกคนจากไป และไม่คิดจะหวนคืนกลับมายัง ภูเขาค้างคาววิญญาณ นี้อีกตลอดไป

 

------------จบภาค ภูเขาค้างคาววิญญาณ-----------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 134 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น