Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 1 : ลืมตาตื่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 247 ครั้ง
    25 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragonจักรพรรดิเก้าประตูมังก

 

ลืมตาตื่น

 

เฟยหลง ลืมตาตื่นขึ้น เมื่อหนึ่งปีก่อน ณ อาณาจักรฟ้าคราม

เฟยหลงจดจำเรื่องราว เมื่อชาติปางก่อนได้ เสมือนว่านอนหลับฝันไปตื่นหนึ่ง

ณ โลกอันศิวิไลซ์ ปี ค.ศ. 20xx มันเป็นอุบัติเหตุ อย่างไม่คาดฝัน ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ได้เกิดเหตุการณ์โรงงานยาบ้าระเบิด พอเขาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เสมือนโลกพลิกกลับด้าน เขาหลุดเข้ามายังโลกแฟนตาซี ที่ปรากฏแต่กับในหนังสือนิยาย และซีรี่ย์จีนกำลังภายใน เท่านั้น

เฟยหลงอาศัยอยู่ ภายในร่างกายของเด็กชายอายุ 9 ขวบ ซึ่งมีชื่อเดียวกันกับเขา เมื่อชาติที่แล้ว

ปัจจุบัน เฟยหลงอาศัยอยู่ในแคว้นสวี่ซึ่งเป็นแคว้นที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก เต็มไปด้วยผู้ฝึกฝนวิชาแปลกๆ ซึ่งมุ่งเน้นไปยังศาสตร์แห่งการการปรุงยา เป็นสำคัญ

ร่างกายใหม่นี้ แม้จะยังสามารถหายใจ เดินเหินได้เป็นปกติ แต่ภายในร่างกายกับเน่าเสีย เจ็บป่วยด้วยโรคภัยรุมเร้ามากมาย

จุดเริ่มต้นของอาการ ปรากฏขึ้นเมื่อ องค์ชายเฟยหลงอายุได้ 5 ขวบ และสมควรจะต้องจากลาโลกแห่งนี้ ไปอย่างสงบ ตั้งแต่เมื่ออายุได้ 9 ขวบ

แต่สวรรค์กับชักนำ เจ้าหน้าที่ตำรวจเฟยหลง สายลับแห่งกรมตำรวจ แห่งชาติของประเทศx ให้เข้ามาสิงสู่อยู่ภายในร่างกาย อันไร้ค่า นี้เสียก่อน ร่างกายนี้ จึงสามารถผ่านพ้นวันคืน ในช่วงอายุ 9 ขวบ มาได้อย่างปาฏิหาริย์

 

หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งนักเดินทาง หรือผู้บ่มเพาะพลัง ต่างรับรู้ว่า ถูกปกครองอยู่ภายใต้อำนาจของ เมืองไผ่เขียว ซึ่งเป็นเมืองระดับต่ำ หนึ่งดาว

ทุกคนที่สัญจรกันผ่านไปมา ระหว่างเมือง จะแวะพักยังหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้เสมอ พวกเขาต่างเรียกหมู่บ้านแห่งนี้ว่า หมู่บ้านค้างคาว ภูเขาเล็กๆ บึงน้ำเล็กๆ ลำธารเล็กๆ หรือแม้แต่กระท่อมเล็กๆ แห่งนี้ ต่างก็คือสถานที่ที่องค์ชายเฟยหลง กำลังอาศัย และพักรักษาอาการเจ็บป่วย ของตัวเอง อยู่มากว่าหนึ่งปีเต็ม

โรงหมอกระบี่เก้าค้างคาว ซึ่งเป็นโรงหมอระดับต่ำ หนึ่งดาว ภูมิทัศน์อิงภูเขาค้างคาว สถานที่ตั้ง อยู่ภายใต้อาณาเขต การดูแลของหมู่บ้านค้างคาว

สถานที่ทุกแห่ง ภายในอาณาเขตสิบกิโลเมตร มักจะถูกต่อท้ายด้วย คำว่า ค้างคาวเสมอๆ

เฟยหลงกำลังนั่ง หลังผิงรากไม้ เฝ้ามองนกน้อย และสายลม ปลดปล่อยจิตใจให้ล่องลอย โผบินไปไกลแสนไกล คิดคำนึงถึงโชคชะตา วาสนาของตนเองเงียบๆ ในระหว่างช่วงหนึ่งปีมานี้ จากความทรงจำขององค์ชายเฟยหลง ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ จำนวนน้อยนิด ซึ่งไม่ปะติดปะต่อกัน โดยเริ่มจาก

องค์ชายเฟยหลงเมื่ออายุ 5 ขวบ จดจำใบหน้า บิดา มารดา ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย หรือจะปรากฏขึ้น ในความฝันบ้างอย่างเลือนราง องค์ชายตัวน้อย ถูกส่งตัวออกมาจาก พระราชวังแห่งอาณาจักรฟ้าคราม เนื่องจากหมอหลวง ไร้ซึ่งความสามารถ ไม่สามารถวินิจฉัยโรค ขององค์ชายได้

ดังนั้น คณะเดินทาง จึงนำร่างกายอันไร้ประโยชน์ขององค์ชายเฟยหลง ตระเวนไปยังสถานที่ต่างๆ โดยเริ่มจาก แคว้นต่างๆ ภายใต้ปกครองของอาณาจักรฟ้าคราม

หลังจากผ่านช่วง ระยะเวลาระหว่าง 2 ปีแรก ณ แคว้นจ้าว โรงหมอระดับสูงห้าดาว ก็จำต้องย่อมรับความพ่ายแพ้ และส่งต่อไปรักษาตัวยังแคว้นอื่นๆ ต่อไป

อีก 1 ปี ณ แคว้นหาน ก็ต้องย่อมแพ้เช่นกัน และจากนั้นอีก 1 ปี ณ แคว้นจาง ก็ต้องยอมแพ้อีกเช่นกัน

……………..

จากเด็กน้อยอายุ 5 ขวบ เวลาก็ผ่านพ้นไปอีก 4 ปี อาการเจ็บป่วยก็กำเริบขึ้น หมอและนักปรุงยา จึงลงความเห็นว่า ให้ปล่อยไปตามลิขิตแห่งสวรรค์ มีแต่ปาฏิหาริย์เท่านั้น ถึงจะรักษาอาการ เจ็บป่วยขององค์ชายให้หายขาดได้

สุดท้ายองค์ชายตัวน้อย จึงต้องจากลาโลกนี้ไป เพียงลำพัง อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ด้วยความคับแค้นใจ พระบิดา พระมารดา ไม่ได้มาอยู่เคียงข้าง เพื่อดูใจ เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเขาจะต้อง ก้าวผ่านประตู ไปสู่ภพภูมิที่เขาไม่รู้จัก

“องค์ชาย ท่านโปรดกลืนยาเม็ดนี้ เข้าไปเสียเทิด ท่านจะได้จากไปอย่างสงบ ท่านได้โปรดเมตตาพวกเราทาสรับใช้ผู้ต่ำต้อย ข้าองครักษ์ ต้องการจะกลับบ้านแล้ว จริงๆ ท่านโปรดอย่าได้ทรมานพวกเรา ต่อไปอีกเลย”

มันคือข้อความสุดท้าย ที่สุดแสนจะคับแค้นใจ ก่อนองค์ชายเฟยหลง จะถูกบังคับให้กลืนยาพิษ จบชีวิตอันไร้ค่าของตนเอง

เนื่องจากการเดินทาง ผ่านแคว้นต่างๆ มา 4 ปี ทำให้ต้องสูญเสียองครักษ์ และนักปรุงยา ไปเป็นมากมาย ทั้งจากโจร ผู้ร้ายปล้นชิง จากโรคภัยไข้เจ็บระหว่างเดินทาง จากสัตว์อสูรดุร้าย

องครักษ์ และหมอหลวง 10 คน สุดท้ายหลงเหลือเพียงแค่ 2 คน นั้นคือความทรงจำ สุดท้ายขององค์ชายเฟยหลง

ส่วนความทางจำ ของเฟยหลง ดวงวิญญาณทะลุมิติ ที่เข้ามาสิงร่างอันไร้ค่านี้ เรื่องราวความเป็นมา ไม่ได้ซับซ้อนแต่อย่างใด กล่าวคือ

นายตำรวจสายลับ ได้รับข้อมูลลับสุดยอด อันเป็นเรื่องน่าหัวร่อ เป็นอย่างมาก จากสายข่าวบ้าๆ คนหนึ่ง มันบอกว่า จะมีการผลิตยาบ้าล็อตใหญ่ สถานที่ ก็คือภายในพิพิธภัณฑ์x มันย้ำนักย้ำหนา ว่ายาบ้าสูตรใหม่นี้ ยังไม่เคยปรากฏขึ้นที่ใดมาก่อน

ซึ่งสิ่งที่น่าแปลกสุด ก็คือ เจ้าหน้าที่ภายในพิพิธภัณฑ์x ยังแต่งตั้งตัวเอง เป็นนักปรุงยา ทั้งยังติดต่อพ่อค้ายาบ้า จัดส่งวัตถุดิบ มาให้กับมันด้วยตัวเอง โดยตรง

ทั้งไม่มีใครรู้ว่า เจ้าหน้าที่นักโบราณคดีนายนี้ ได้รับศาสตร์ลับปรุงยา บ้าบอนี้ มาจากที่ใดกันแน่

จากยาบ้า ที่กินแล้ว ควรจะเกิดอาการล่องลอย เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ กลับกลายเป็นว่า ได้ผลิตลูกระเบิด ลูกเล็กๆ ขึ้นมา

สุดท้ายพิพิธภัณฑ์x ก็ระเบิด หายไปครึ่งหนึ่ง ในทันที จนทำให้นายตำรวจเฟยหลง ต้องตายไปอย่างโง่ๆ ในทันที ดวงวิญญาณได้หลุดออกจากร่าง ทะลุมิติ และเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่า ตนเองนอนอยู่ภายในหลุมตื้นๆ ณ ภูเขาค้างคาว ซึ่งถูกน้ำฝนเซาะ หน้าดินหายไปบ้างแล้ว

เฟยหลงคลานออกมาได้ อย่างปลอดภัย พร้อมเสียงฟ้าร้องดังคำรามระงม พร้อมความทรงจำทั้งหมด ของเจ้าของร่างเดิมหลั่งไหลเข้ามาสู่ทะเลแห่งความทรงจำ

“เฟยหลง เจ้านั่งอยู่ที่นี่เอง”

เสียงเล็กๆ น่ารักเอ่ยขึ้น เจ้าของเสียงเป็นเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ชื่อว่าจี้หงหลิง เธอเป็นบุตรสาวของจี้ฉางหลาน อาจารย์ฝึกสอนชั้นสูง ห้าดาว ซึ่งมีตำแหน่งสูงที่สุด ของโรงหมอกระบี่เก้าค้างคาว จี้หงหลิงแม้จะอายุยังน้อย แต่เธอก็บ่มเพาะจนถึงอาณาจักรพลังปราณก่อกำเนิดระดับ 8 แล้ว นับว่ามีพรสวรรค์ โดดเด่นเป็นอย่างมาก ณ อาณาเขตเล็กๆ กันดารไกลปืนเที่ยงแห่งนี้

ภายหลัง การระหกระเหินไม่รู้ทิศทาง เฟยหลงได้มานอนสลบอยู่หน้าโรงหมอกระบี่เก้าค้างคาว และจากนั้น ก็อาศัยต่อมาจนครบ 1 ปี ด้วยความเมตตากรุณา ของสองพ่อลูกตระกูลจี้

ที่เปรียบเสมือนหยดน้ำเล็กๆ แต่สำหรับเฟยหลง มันคือแม่น้ำทั้งมหาสมุทร ยากที่จะหาสิ่งใดมาตอบแทนได้ ซึ่งเฟยหลงอาจจะหนาวตาย หรือถูกสัตว์อสูรดุร้ายฆ่าตาย หากไม่ได้รับความช่วยเหลือ เล็กๆ ในครั้งเดียวนี้

“ข้าหยุดพักนิดหน่อย กำลังจะกลับไป หาพวกเจ้าอยู่พอดี”

จี้หงหลิงยิ้มรับ ด้วยดวงตากระจ่างใส

“ศิษย์พี่หู่หลง ให้ข้ามาตามเจ้า เราไปหาเขา ด้วยกันเถอะ”

เฟยหลงลุกขึ้น ติดตามไป

ภูเขาค้างคาว เป็นแหล่งทรัพยากรหลักของศิษย์โรงหมอกระบี่เก้าค้างคาว ต่างอุดมสมบูรณ์ไปด้วย ปราณปฐพีและสวรรค์ มีสมุนไพรวิญญาณหลากหลายชนิด และสัตว์อสูรดุร้ายต่างๆ หลากหลายสายพันธุ์ แต่ 8 ใน 10 ส่วนเป็นค้างคาววิญญาณ

วันนี้เฟยหลง ได้ขึ้นเขา มาเก็บสมุนไพรกับศิษย์พี่คนอื่นๆ และผู้นำกลุ่ม ก็คือศิษย์พี่หู่หลง พร้อมผู้ติดตามอีก 9 คน พวกเขาเดินทางออกจากโรงหมอ ตั้งแต่เช้าตรู่ จวบจนยามนี้ ก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว

เฟยหลงเก็บสมุนไพรระดับต่ำ ได้เต็มตะกร้าแล้ว จึงได้ถือโอกาสนั่งลงพักผ่อน ยังรากไม้ และจี้หงหลิง ก็มาติดตามไปเรียกเขา กลับไปรวมกลุ่มอีกครั้ง

“เฟยหลง เจ้าอย่าได้ แยกตัว ไปเก็บสมุนไพร เพียงลำพังไกลๆ อีก พลังบ่มเพาะของเจ้า ไม่ได้สูงมากนัก อาจจะพบเจออันตราย โดยไม่คาดฝัน ขึ้นก็ได้ หรือหากโชคร้ายไปพบกับ ฝูงค้างคาววิญญาณ ที่มีพลังสูงๆ เจ้าอาจจะต้องตายอยู่บนภูเขานี้ก็ได้ ”

ศิษย์พี่หู่หลง กล่าวเตือนขึ้น ด้วยความหวังดี

ศิษย์พี่หู่หลง เป็นเด็กวัยรุ่น อายุ 11 ปี พลังบ่มเพาะสูงกว่าทุกคนในกลุ่ม มีสภาวะการเป็นผู้นำสูง โดยธรรมชาติ มีสิทธ์ดุด่า ว่ากล่าว ตักเตือน ศิษย์ทุกคน ตรงๆ แม้ว่าจะถูกหรือผิด

ศิษย์น้องทุกคน ก็ได้แต่ก้มหน้า ยอมรับไป ไม่กล้ากล่าววาจาโต้แย้งใดๆ

ศิษย์พี่หู่หลง ผู้มีรูปร่างสูงเด่น เป็นสง่า กำลังจะถูกส่งตัวไป ศึกษาต่อยังเมืองไผ่เขียว ซึ่งเป็นโรงหมอระดับต่ำ สองดาว

เฟยหลงพยักหน้า ไหลไปตามน้ำ อย่างว่านอนสอนง่าย แม้บางครั้งจะมีเสียงซุบซิบนินทา แว่วมาให้ได้ยินอยู่บ้างก็ตาม อาทิเช่น ไร้ประโยชน์ ขยะไร้ค่า เกาะชายกระโปรงของเด็กหญิง เอารัดเอาเปรียบศิษย์คนอื่นๆ

สุดท้ายเฟยหลง ก็ทำได้เพียงพยักหน้า ไม่คิดจะโต้แย้งใดๆ เพราะช่วงหนึ่งเดือน ถึงสามเดือนแรก เฟยหลงบ่มเพาะพลังได้เพียงแค่ อาณาจักรพลังปราณก่อกำเนิดระดับ 1 เท่านั้น ครึ่งปีต่อมา ถึงขึ้นสู่ระดับ 3 แต่ทรัพยากรที่ต้องใช้ในการบ่มเพาะ กับเท่ากันกับผู้บ่มเพาะอาณาจักรพลังปราณก่อกำเนิดระดับ 5 เลยทีเดียว ถือว่าสิ้นเปลืองเป็นอย่างมากมายจริงๆ

“วันนี้ ข้ามีเรื่องจะประกาศ ให้กับพวกเจ้าได้รับรู้ สองเรื่อง”

ศิษย์พี่หู่หลง ยืนเด่นอยู่บนก้อนหินร้องประกาศขึ้น

“เรื่องแรก กำหนดเดินทางของข้า ได้ออกมาแล้ว อีก 5 วัน นับต่อจากวันนี้ ข้า และศิษย์น้องหญิง จี้หงหลิง จะต้องเดินทางไปยัง โรงหมอไผ่เขียวแล้ว”

แม้ทุกคน จะเคยรับรู้ มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเศร้าเสียใจ และใจหายกันอยู่บ้าง

“เรื่องที่สอง วันนี้ ข้าจะสอนเพลงกระบี่เก้าค้างคาว กระบวนท่าสุดท้าย ให้กับพวกเจ้าได้ศึกษากัน เป็นครั้งสุดท้าย ขอให้พวกเจ้า จงตั้งใจศึกษาให้ดีๆ”

เพลงกระบี่เก้าค้างคาว ถือว่าเป็นเพลงกระบี่ระดับต่ำ หนึ่งดาว ในสถานที่เล็กๆ แห่งนี้ มันถือได้ว่าเป็นเพลงกระบี่ที่ดีที่สุด หากฝึกฝนจนสำเร็จ มันสามารถต่อสู้ กับผู้บ่มเพาะพลังได้ถึงหนึ่งระดับ

อาทิเช่น ผู้บ่มเพาะพลังระดับ 1 สามารถต่อสู้ชนะผู้บ่มเพาะพลังระดับ 2 ได้ในทันที เพลงกระบี่ที่ศิษย์พี่หู่หลง ร่ายรำถือได้ว่า ยังพอมีประโยชน์ กับเฟยหลง อยู่บ้าง เมื่อเปรียบเทียบกันกับวิชากริช ศิลปะการต่อสู้ ในระยะประชิด ของสายลับ เมื่อชาติที่แล้ว สิ่งหนึ่งของวิชากระบี่เก้าค้างคาว มีก็คือความรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟยหลงคุ้นเคยอยู่ก่อนแล้ว

“กระบี่ที่เก้าโลหิตค้างคาว”

สุดท้ายการร่ายรำก็จบลง ศิษย์ทุกคนก้มลงคารวะ แสดงความชื่นชม

“นี้ ก็เย็นมากแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ”

เฟยหลงเดินติดตามอยู่ด้านหลัง ศิษย์พี่ทุกคน ไปอย่างเงียบๆ นึกถึงสิ่งที่เรียกว่าโชคชะตา มันมีอยู่จริงๆ ใช่หรือไม่ ที่ผูกมัดกลุ่มคนแปลกหน้า ภายในสถานที่เล็กๆ แห่งนี้ ไม่ให้สามารถแยกจากกันได้ แม้โลกจะกว้างใหญ่เพียงใด สุดท้ายก็จะหวนคืน กลับมาพบกันใหม่ได้อีกครั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 247 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #38 abeja2 (@abeja) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 12:44

    ขอบคุณครับ

    #38
    0
  2. #8 198851988 (@198851988) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 12:02
    คือ ไม่ฮาเร็ม ไม่เน้นความรัก

    แค่นี้ก็พอแล้วคับ
    #8
    1
    • #8-1 เขมราช (@wirath1987) (จากตอนที่ 1)
      17 เมษายน 2563 / 12:55
      สายฝึกวิชาอย่างเดียวครับ ไม่เน้นสะสมภรรเมีย555++
      #8-1
  3. #5 วัชรกาญจน์ (@watcharakarn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 00:39

    อ่านแล้วรู้สึกงงครับ

    มีเรื่องของระดับพลัง ระดับดาวของที่พัก ถูกพูดถึงบ่อย

    แล้วก็เหมือนจะเล่าเรื่องของ เฟยหลง แบบ งงๆ

    ความจริง ไรท์เตอร์ไม่จำเป็นต้อง เล่าปูเรื่องแบบเฉลยหมดขนาดนี้ในคราวเดียวก็ได้ครับ

    ว่าเฟยหลงแท้จริงแล้วเป็นใคร ต้องมาอยู่ในร่างเด็ก ซึ่งเป็นองค์ชายขี้โรค บลาๆ

    ก็เล่าถึงองค์ชายเลยก็ได้ แล้วค่อย เล่าเรื่องของเฟยหลงไปช้าๆ ทีละนิดๆ ก็ได้ ว่าแท้จริงแล้ว องค์ชายคือ วิญญาณเฟยหลง

    ข้ามมิติมา

    แต่อันนี้เหมือนบอกหมดเลย

    ก็เลย งงๆ ครับ พอจับทางได้นิดหน่อย เพราะมีเรื่องราวของ สามตัวละครอยู่ในบทเดียว


    แต่นักอ่านท่านอื่นๆ อาจจะเข้าใจดีก็ได้

    จากบทนี้มีคนกดหัวใจให้ไรท์เตอร์เยอะอยู่ครับ ก็แสดงว่ามีคนชื่นชอบอยู่พอสมควรเลยล่ะ

    ผมอาจจะไม่่ชินกับการเล่าแบบนี้ เท่าไหร่ ต้องขออภัยด้วยครับ แหะแหะ


    มีคำผิดเล็กน้อยครับ

    อาการเจ็บป่วยก็กำเริดขึ้น  >>> กำเริบ

    มันย่ำนักย่ำหนา >>> ย้ำนักย้ำหนา

    สิ่งที่น่าแปลงสุด >>> น่าแปลกสุด

    กับกลายเป็นว่า >>> กลับกลายเป็นว่า


    ขอเป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ครับ พยายามต่อไปนะครับ ^^



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 เมษายน 2563 / 00:45
    #5
    1
    • #5-1 เขมราช (@wirath1987) (จากตอนที่ 1)
      17 เมษายน 2563 / 13:50
      ขอบคุณมากครับ รู้สึกระอายใจเล็กน้อย ผิดมากเกินไปจริงๆ เดี๋ยวผมตามไปอ่านของท่านนะครับ กำลังปั่นนิยายตอนต่ออยู่5555++
      #5-1