ฮูหยินรอง

ตอนที่ 7 : ระยะทำใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,052 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61

จากที่เธอตื่นเมื่อคราวก่อน ก็ผ่านมา 2 วันแล้ว

มีเพียงท่านป้าที่แวะมาเยี่ยมเยียน


 

ท่านป้าบอกว่า ท่านลุงกับคุณชายรอง เดินทางไปดูกิจการที่ต่างเมือง ส่วนคุณสามีของเธอนั้น พรุ่งนี้น่าจะกลับมาถึงจวนช่วงค่ำๆ

 

เธอยังคงตะล่อมสืบเอาจากเสี่ยวเปา ซึ่งก็ไม่ได้ยากเลยสักนิด ถามเพียงคำเดียว เปาเปาตอบมาอีกหลาย​คำ​ 


ถ้าไม่บอกให้หยุด คงลากยาวไปจนถึงต้นตระกูลของเธอและของสามี

 

ท่านลุงหรือนายท่านใหญ่ของจวนตระกูลจาง มักไม่ค่อยได้อยู่ติดจวน เพราะตระกูลจางนั้น มีกิจการครอบคลุมหลายอย่าง กระจายไปทั่วแคว้นฉิน

 

แต่ที่ดูแลด้วยตัวเองจริงๆ มีเพียงกิจการในเมืองหลวง ซึ่งก็กินไปเสียเกือบครึ่งของกิจการทั้งหมดที่เมืองหลวงมี


ส่วนกิจการที่เมืองอื่นๆ  ก็ให้ตระกูลสายรองทำไป หรือไม่ก็จ้างคนอื่นเอา มีเพียงต้องไปตรวจตราอยู่สม่ำเสมอ

 

เพราะกิจการสาขาที่มีอยู่มากมายนั่นเอง ทำให้นายท่านทั้ง 3 คนของจวน คือ ท่านลุง จางฮุ่ยเจียง คุณชายใหญ่ จางฮุ่ยจิน และคุณชายรอง จางฮุ่ยจื่อ ใช้เวลาอยู่นอกจวนซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็พยายามจัดสรรเวลา สลับสับเปลี่ยนกัน เพื่อที่อย่างน้อย มีนายท่านผู้ชายอยู่ที่จวน เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน  

 

จริงๆท่านลุงมีอนุอยู่หลายคน แต่ไม่ได้รับอนุญาต ให้มายุ่งวุ่นวายกับเรือนใหญ่ ลูกของอนุเหล่านั้น ก็ช่วยดูแลกิจการของตระกูล ตามแต่ความสามารถและความเหมาะสม 

 

แต่ถึงแม้จะเป็นลูก ท่านลุงก็ไม่ได้ไว้วางใจให้ลูกของอนุทำงานสำคัญ มีเพียงบุตรจากฮูหยินเท่านั้น ที่ท่านลุงให้ทำหน้าตรวจสอบกิจการทั้งหลายแทน


่ที่ท่านลุงไม่มีฮูหยินรอง เพื่อแบ่งเบาภาระในบ้านของท่านป้า เหมือนอย่างที่หลายๆตระกูลที่เป็นตระกูลใหญ่ทำ เพราะต้องการให้ท่านป้ามีอำนาจดูแลจวนอย่างเด็ดขาดเบ็ดเสร็จ ง่ายต่อการจัดการปัญหาต่างๆ ด้วยเพราะที่ท่านลุงไม่ค่อยได้อยู่จวนนั่นเอง

 

ดูแล้ว ท่านป้าน่าจะเป็นบอสใหญ่สุดของบ้าน  ดีจริงๆที่อาเหมยมีท่านป้าเป็นแบคอัพ

 

แต่สิ่งที่เธออยากรู้มากที่สุด ไม่ใช่เรื่องราวของตระกูลจาง แต่คือเรื่องของ เฉินมู่อิง เมียหลวงของสามีเธอต่างหาก 


ก็คุณเมียหลวงนั่น เล่นไม่โผล่หน้ามาดูอาการของเมียรองอย่างเธอบ้างเลย

 

อย่างน้อยก็น่าจะมาดูว่าทำไมเธอยังไม่ตาย หรือไม่ก็มาเยาะเย้ยถากถาง ในแบบที่เมียหลวงหลายๆคนชอบทำกันสิ

 

หรือว่า คุณเมียหลวงจะถือตัว ไม่อยากลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับเมียรอง

 

หรือว่า คุณสามีก็ไม่ได้รักใคร่เอ็นดูคุณเมียหลวงเหมือนกัน ก็เลยไม่รู้จะมาคบค้าสมาคมกันไปทำไม

 

หรือว่า คุณสามีจะหมางเมินเธออย่างที่สุด จนคุณเมียหลวงไม่จำเป็นต้องกังวล ว่าเธอจะเผยอหน้ามาเทียบชั้นได้ 


แต่ที่แน่ๆ คุณเมียหลวงคนนี้ ไม่มีทางดีกับเธอแน่นอนไม่อย่างนั้นคงจะมาเยี่ยม หรือไม่ก็ต้องส่งอะไรมาเป็นของเยี่ยมบ้าง

 

แต่นี่อะไร หายเงียบ ถ้าไม่รู้มาก่อน เธอคงคิดว่าตัวเองเป็นเมียเพียงคนเดียวของสามี


ส่วนคุณสามีของเธอนั้น ยังไม่ต้องรีบมาให้เธอเห็นก็ได้ ลืมเธอไปเลยได้ยิ่งดี เพราะเธอยังไม่พร้อมจะเล่นละครเรื่อง 'เมียรองผู้ช้ำรัก'​ เนื่องจากข้อมูลยังไม่มากพออย่างไรเล่า

 

มีเพียงเรื่องของเธอกับสามีและเมียหลวงเท่านั้น ที่ถามเสี่ยวเปายังไง ก็ไม่ค่อยจะยอมเล่า บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย ทั้งๆที่เจ้าตัวน่าจะรู้ดีที่สุด เพราะอยู่รับใช้ใกล้ชิดอาเหมย

 

แต่เหม่ยเหมยรักสามีคนนี้แน่นอน


แล้วเธอรู้ได้อย่างไรนะเหรอ


ก็ครั้งนึงเธอถามเสี่ยวเปาว่า เธอรักคุณชายใหญ่มั้ย เปาเปาก็เบะปากทำท่าจะร้องไห้ แล้วพูดว่า 'โถ คุณหนูของบ่าว'​ พร้อมส่งสายตาสงสาร ปนเวทนามาให้

 

แค่นี้เธอก็รู้แล้ว ไม่ต้องถามต่อ

 

เฮ้อ  เหม่ยเหมย ผู้ชายไม่รัก ก็ไม่เห็นต้องแคร์เลย ท่านลุงท่านป้าก็เอ็นดูขนาดนี้ แถมยังมีคุณชายรองอีกคน เธอว่าเธอดูสายตาอ่อนโยนที่ส่งมาให้เมื่อวันก่อนไม่ผิดหรอก

 

นี่แหละนะ บางครั้งคนเรา ก็มักมองข้ามความรักที่มีอยู่ ไปไขว่คว้าหาความรักที่ไม่มีแทน

 

'คิดถึงแม่จัง เมื่อไหร่จะได้เจอ'

 

 


ยังไงตอนนี้ เธอคงต้องเล่นละครบท นางรองช้ำรัก ไปก่อน 


จากนั้นค่อยๆให้นางรองตัดใจ  เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ละนิด แล้วก็ขอหย่า  จากนั้น ได้พบรักกับสามีคนใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม จนสามีเก่าต้องชอกช้ำ เพราะเสียดายในตัวเธอ  

 

อ่า พลอตเก่าอะ ไม่เอาดีกว่า


ความจริงคือ เธอไม่มั่นใจว่าจะมีความอดทนพอในการหาสามีใหม่ กลัวตัวเองจะรำคาญเสียก่อน  


เธอรู้ว่าผู้หญิงในสมัยนี้ การหย่าร้างกับสามี เป็นเสมือนตราบาปในชีวิต สังคมรังเกียจ  ใช้ชีวิตต่อไปได้ยาก เธอเลยต้องรอบคอบให้มาก หากคิดจะหย่ากับสามี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานะของเหม่ยเหมยที่ไร้ญาติขาดมิตรแบบนี้


เธอคงต้องเขียนพลอตเรื่อง ไม่ใช่สิ วางแผนอนาคตเอาไว้แต่เนิ่นๆ

 

เอาเถอะ ไว้ค่อยคิด ตอนนี้แค่ค่อยๆทำให้ทุกคนรู้ว่าเธอหมดรักในตัวอีตาคุณสามีนั่นแล้วก็พอ แบบไม่ให้สามีเธอรู้ตัวเลยยิ่งดี


เพราะถ้าคุณสามีเกิดสงสัย แล้วเริ่มสนใจเธอขึ้นมา เหมือนหลายๆเรื่อง ที่พอนิสัยนางเอกเปลี่ยน พระเอกก็หันมารักมาชอบ เธอก็แย่กันพอดี


จะได้โดนฝ่ามือเมียหลวงจริงๆก็คราวนี้ 

 

แต่จะทำให้สามีเกลียดเธอสุดๆไปเลย ก็ไม่ได้อีก เพราะเดี๋ยวตัวเองจะเดือดร้อน ยังไงก็ยังต้องใช้จวนตระกูลจางคุ้มกะลาหัว เงินก็ยังใช้ของเค้า ข้าวก็ต้องกินของเค้าอยู่ทุกวัน 


ถึงแม้เหม่ยเหมยจะมีท่านป้าเป็นแบคอัพ แต่อย่างไร สมัยนี้ ภรรยาก็ถือเป็นสมบัติของสามีอยู่ดี

 

เนี๊ยะ ไม่ให้เธออึดอัดยังไงไหว ขนาดอยู่ที่นี่มาแค่ 2 วันเท่านั้น จากคนที่พึ่งตัวเองได้ทุกอย่าง ไม่เคยต้องร้องขอความช่วยเหลือจากใคร ต้องมาอยู่เหมือนเป็นภาระ และไร้ประโยชน์แบบนี้


ไม่ไหว เธอรับตัวเองไม่ได้จริงๆ

 

----------

 

"คุณหนู คุณชายใหญ่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ” อ่าวเฮ้ย!  ไหนว่ากลับพรุ่งนี้ไง  แล้วต้องทำยังไงหละทีนี้  เธอยังคิดบทไม่ออก แกล้งหลับก่อนดีมั้ย สลบไปเลยได้รึเปล่า

 

“อืม  ข้ารู้สึกเพลียจังเสี่ยวเปา ของีบสักครู่ก็แล้วกัน”


“แต่คุณหนูเพิ่งตื่นเองนะเจ้าคะ” เสี่ยวเปาพูดพร้อมหรี่ตามองมาที่เธอ

 

“เพลียก็คือเพลียสิ เจ้านี่ จะให้ข้าฝืนตัวเองรึอย่างไร”   สกิลตอแหลแถไถ คงเพิ่มอีกเท่าตัว

 

“เจ้าค่า เพลียก็เพลียเจ้าค่ะ บ่าวจะไปบอกฮูหยินใหญ่ให้นะเจ้าคะ  แล้วคุณหนูจะเอาชาเพิ่มมั้ยเจ้าคะ”


“อืม ก็ดี”

 

“ไหนว่าคุณหนูจะงีบหลับไงละเจ้าคะ”  

 

“เผื่อตื่นมาแล้วคอแห้ง”   เสี่ยวเปาส่ายหน้าเบาๆ ให้เธอก่อนออกจากห้องไป


สองวันมานี้ดูเสี่ยวเปาจะเริ่มสงสัยบ้างแล้ว ที่เธอไม่มีทีท่าสนใจคุณชายใหญ่เหมือนเคย


แล้วไง ใครแคร์ อีกสักเดี๋ยว เสี่ยวเปาก็จะชินไปเอง ตามพลอต เอ้ย ตามแผนที่วางไว้

 

แต่ตอนนี้ เธอยังไม่อยากเจอหน้าคุณสามีจริงๆนี่นา อ้างไปแบบนั้นก่อนก็แล้วกัน


ถึงแม้ว่าจะยังไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่ แต่ถ้าอยากออกไปตอนรับสามี ตามแบบฉบับที่ภรรยาที่ดีในสมัยนี้ควรทำ ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ก็แค่ให้เสี่ยวเปาเรียกบ่าวคนอื่น มาช่วยประคองเธอไปที่เรือนกลางเท่านั้นเอง


ไม่เอาหละ  นอนสบายๆ อยู่ที่นี่ดีกว่า

 

 -​------


จวนตระกูลจางนั้นมีพื้นที่ไม่กว้างขวางมากนัก เมื่อเทียบกับจวนคหบดีหรือจวนขุนนางอื่นๆ 

เน้นการใช้ประโยชน์เสียมากกว่าความสวยงาม 


พื้นที่ของจวนแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ เรือนใหญ่ที่มีเรือนกลาง แล้วแยกไปเป็นเรือนปีกซ้าย และเรือนปีกขวา หมู่เรือนของเหล่าอนุ และเรือนบ่าวไพร่ และยังมีโกดังเก็บสินค้าย่อมๆ ที่ใช้เก็บสินค้าล้ำค่า ที่ไม่อาจเก็บไว้ไกลตัวได้

 

เรือนกลาง  ส่วนหน้าทางด้านขวาเป็นส่วนรับรองแขก ทางด้านซ้ายเป็นห้องทำงานของนายท่าน ตรงกลางเป็นโถงกว้าง ไว้สำหรับทำกิจกรรมรวมของครอบครัว


ถัดเข้าไป มีสวนไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่สวยงามลงตัว  มีสระน้ำเล็กๆ ที่มีสะพานข้าม ใช้เป็นแนวกั้นระหว่างส่วนที่ลึกเข้าไปด้านใน ซึ่งก็คือพื้นที่ส่วนตัวของนายท่านและฮูหยินใหญ่ กับส่วนหน้า

 

เรือนปีกขวา คือเรือนของคุณชายใหญ่  มีทุกอย่างเหมือนเรือนกลาง เพียงแค่ย่อส่วนลงมา  เรือนของคุณชายใหญ่ และเรือนของฮูหยินน้อยนั้นอยู่ถัดมาจากส่วนด้านหน้า ส่วนเรือนนอนของเธออยู่เข้าไปด้านในเกือบติดส่วนของอนุด้านหลัง 


ก่อนจะถึงเรือนของเธอ มีสระบัวและสวนไผ่เล็กๆ ที่พอจะแยกเรือนนอนของเธอให้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับส่วนอื่นๆในจวน

 

ส่วนเรือนปีกซ้ายของคุณชายรองนั้น แผนผังคล้ายคลึงกับเรือนปีกขวา เพียงแต่ยังไม่มีฮูหยินมาช่วยดูแล


โกดังอยู่ด้านหลังเรือนนอนของท่านลุง มีทางเข้าออกพิเศษด้านหลัง ไว้เพื่อขนถ่ายสินค้า  เปิดปิดตามคำสั่งของนายท่านทั้ง 3 เท่านั้น 


ส่วนหมู่เรือนของอนุ อยู่ด้านหลังของเรือนปีกขวา มีทางเดินเลียบเรือนปีกขวา ไว้เป็นทางเดินเข้าออกไม่ให้ยุ่งกับเรือนใหญ่ 


เรือนของบ่าวไพร่อยู่ด้านหลังของเรือนปีกซ้าย มีประตูเล็กใช้สำหรับบ่าวไพร่เข้าออกเท่านั้น


จวนตระกูลจาง แยกพื้นที่ใช้สอยในจวนอย่างชัดเจน ไม่สามารถเดินเปะปะ มั่วซั่วได้ แต่ละส่วนมีกำแพงสูงกั้นไว้ แน่นอนว่าที่จวนแห่งนี้ การรักษาความปลอดภัย เข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง

 

------


แม้เธอจะบอกเสี่ยวเปาไปว่าอยากงีบหลับ แต่ตอนนี้กลับตาสว่างเสียยิ่งกว่ากินกาแฟเซเว่น ได้แต่กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อดี  


จะทำตามแผนที่วางเอาไว้ หรือจะปล่อยเบลอ แกล้งป่วย จำอะไรไม่ได้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเธอจะตื่นแล้ว กลับไปยังอีกโลกนึงที่เธอจากมาดี

 

เธอรู้ตัวว่า หลายครั้งที่เธอไม่ได้คิดถึงเรื่องราวต่างๆในฐานะเป็นตัวแทนของหลินเหม่ยเหมย แต่คิดในฐานะที่เป็นตัวของเธอเอง เหมือนกับว่าเธอจะยอมรับในการมีตัวตนอยู่ที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ

 

หรือเธอควรต้องทำใจที่จะต้องใช้ชีวิตในฐานะของ หลินเหม่ยเหมยได้แล้ว

 

ขอเวลาอีกสักนิดแล้วกัน  เธอยังทำใจไม่ได้จริงๆ

 .

 .

 .

“คุณหนูเจ้าค่ะ  ฮูหยินใหญ่กับคุณชายใหญ่มาเยี่ยมเจ้าค่ะ”

 

 

&&&


ยัยเหมยจะริเขียนนิยายโดยมีตัวเองเป็นตัวเอกซะแล้ว 555


ตอนนี้เป็นความคิดเป็นตุเป็นตะไปเรื่อยในช่วงทำใจของเหมยนะคะ  มีตัดภาพสลับไปสลับมาบ้าง แถมไรท์ก็แทรกนู้นนี่เข้าไปอีก ถ้างง บอกได้นะ จะพยายามแก้ไขจ้า


เดวจะเข้าสู่โหมดยอมรับความจริงได้ และทำใจได้แล้ว  ยัยเหมยก็เริ่มทำตามพลอต เอ้ย แผนที่วางไว้ มุขห้าบามสิบบาท ไรท์ก็กล้าเล่นนะ



ไรท์ไม่มีเจตนาไม่ดีกับนิยายเรื่องอื่นนะคะ แค่ต้องการเสนอว่า ยัยเหมยอยากได้พลอตนิยายแบบอื่นเท่านั้น  อย่าว่าไรท์เลยนะ






ยัยเหมยมีความแกล้งหลับ  คิดเองเออเองอยู่คนเดียว  และเวิ่นเว้อเรื่องเมียหลวง ก็ต้องมีแอบกลัวๆกันบ้างอะเนอะ

 

เรื่องแบบนี้ใช่ว่าจะให้ยอมรับกันง่ายๆ  ขอเวลาให้เหมยทำใจอีกสักนิด

 

แต่คุณสามีนี่สิ จะรีบมาหาทำไม ใจร้อนจริ๊ง เอ๊ะ  รึว่าโดนแม่บังคับมา  หุหุ

 


 

มีใครสังเกตบ้าง ว่าตอนนี้เวลาเหมยคิด ไม่ใช้คำว่า อาเหมยแล้ว  ใช้เป็น เธอ แทน  อิอิ


เริ่มจะกลายเป็นอาเหมยมากขึ้นไปทุกทีล้าวววว

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.052K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,372 ความคิดเห็น

  1. #1345 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:59

    ไม่ยอมเป็นน้อยเขานะวางแผนหย่าซะ้ลย

    #1,345
    0
  2. #637 Curve Light (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 16:20
    ผมชอบตอนนี้นะ ที่บรรยายพรอตนิยาย จีนแนวเก่าๆ วหรือจะเรียกว่าพรอตตลาดดีละ คือในหลายๆเรื่องที่ผมแวปเข้าอ่านแก้เบื่อ เจอประจำ นางเอกย้อนมา พอเปลี่ยนนิสัยใหม่ พระเอกหรือ คู่หมั่น หรือสามี ก็หันมาสนใจ เพราะรู้สึกแปลกใจ กับความเปลี่ยนไป

    ผมอ่านๆมาเจอมา90% แนวนี้ทั้งนั้น แถมด้วย พระเอกจะเป็น อ๋อง บ้าง แม่ทัพบ้าง รัชทายาทบ้างละ แล้วยังมีนิสัยจำพวกชอบบังคับ ใช้อำนาจต่างๆ หลอกกินเต้าหูบ้างละ บอกจรงๆเบื่อมากพรอตแบบนี้ เป็นแบบนี้ทั้งนั้น หวังว่า พออ่านตอนที่8 (ปัจจุบัน20กว่าตอน) คงไม่ใช่พรอตลาดนะ
    #637
    0
  3. #377 dowpoor (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 01:05

    สรุปไปวัดทำไม?


    บทสนทนาน้อย พูดกับตัวเองเยอะไป ทั้งที่ตัวละครก็มีหลายตัว


    #377
    0
  4. #259 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 07:26
    ไม่ค่อยเข้าใจ ถ้าพ่อแม่สามีรัก ทำไมแต่งเป็นฮูหยินรอง ปกติพ่อแม่หาคู่ให้ลูก ต่อให้พระเอกรักอีกคน คนนั้นควรแต่งทีหลังเป็นฮูหยินรองหรืออนุ
    ช่วยเสริมในเนื้อหาด้วย
    #259
    0
  5. #139 Horizon_right (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 01:21
    ชอบนางอ่ะ มีเหตุผลดี เออๆ ชอบๆ55555
    #139
    0
  6. #29 benjama1 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 04:18
    ใช้คำเรียกว่า สามีไปเลยค่ะไรท์พอใช้ตัดแค่ แค่ "คุณสา" แล้วคนอ่านจะงงเอาได้บางครั้งถ้าไม่อ่านทุกตอนจะงงเอา..แต่รีดชอบค่ะพล๊อตดีเลยสู้ๆนะค่ะ
    #29
    1
    • #29-1 wipypolsa(จากตอนที่ 7)
      2 ธันวาคม 2561 / 11:05
      ขอบคุณค่า แก้แล้วนะ
      #29-1
  7. #27 p-nam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 03:21

    เรางงๆ ฮ่ะ

    #27
    1
    • #27-1 wipypolsa(จากตอนที่ 7)
      2 ธันวาคม 2561 / 03:41
      ตอนนี้เป็นการคิดไปเรื่อยของเหมยคะ แวะไปเรื่องโน้นที่นั่นที แล้วเราอาตใส่รายละเอียดบางเรื่องมากไป จะปรับปรุงน๊า
      #27-1
  8. #26 NatthayaSrichan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 03:13
    ขอบคุณค่ารอตอนต่อไ
    #26
    0
  9. #25 Nao Ng Sverige (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 00:01

    รอจร้า
    #25
    0
  10. #24 Saminmime (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 21:42

    รอนะคะ
    #24
    0