ฮูหยินรอง

ตอนที่ 6 : ยอมรับความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,012 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61

หลังจากพูดคุยที่ส่วนใหญ่เป็นการถามไถ่อาการบาดเจ็บของเธอ โดยไม่มีโอกาสให้เธอได้สืบความใดๆต่อ ทั้งหมดก็ลากลับไป เพื่อให้คนป่วยได้พักผ่อน


"เสี่ยวเปา ข้านึกอย่างไรก็นึกไม่ออก ว่าเหตุใดข้าจึงต้องไปไหว้พระที่วัดหลัวซาน"  จี้จากเรื่องนี้ก่อนก็แล้วกัน

“คุณหนู อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยเจ้าค่ะ ก่อนที่ท่านหมอจะกลับ บ่าวแอบไปถามเรื่องอาการหลงลืมของคุณหนู ว่าร้ายแรงเพียงใด จะหายหรือไม่มาเจ้าค่ะ" 

"แล้วอาการข้าเป็นอย่างไรบ้าง" ท่านหมอ ท่านช่วยออเออไปกับข้าด้วยเถิด 

"ก็เป็นผลจากการที่คุณหนูโดนพิษอย่างที่บ่าวคิดเจ้าค่ะ คุณหนูได้รับการรักษาช้า เลยทำให้ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าปกติ คุณหนูถึงหลับไปกว่าเดือนครึ่ง
 


จึงอาจทำให้หลงลืม ความจำหายไปบ้างเจ้าค่ะ ท่านหมอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อคุณหนูแข็งแรงดี ความจำของคุณหนูจะกลับมาเองเจ้าค่ะ"


ดี ดียิ่ง มีเหตุผลรองรับการจำไม่ได้เสร็จสรรพ อะไรมันจะง่ายดาย ลงตัวขนาดนี้


"แต่ถ้าความจำข้าไม่กลับมาเล่า เจ้าจะทำอย่างไร" 

"คุณหนูอย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ บ่าวก็จะเล่าเรื่องที่คุณหนูลืมทั้งหมด ให้คุณหนูเองเจ้าค่ะ"

"ขอบใจเจ้ามาก ถ้าไม่มีเจ้า ข้าคงแย่"


"คุณหนูอย่าพูดอย่างนั้นเลยเจ้าค่ะ เพราะคุณหนูช่วยบ่าวไว้ บ่าวถึงอยู่มาได้จนถึงตอนนี้ ชีวิตนี้ของบ่าวเป็นของท่านเจ้าค่ะ" 

ไม่พูดเปล่า หลิงเปายังเอาหน้ามาแนบกับหลังมือของเธอ ให้ความรู้สึกแปลกๆ


เพราะถึงแม้เธอจะเป็นหัวหน้า มีลูกน้องที่รักและเคารพเธอไม่น้อย แต่สิ่งที่เสี่ยวเปาทำอยู่นั่น คนที่อยู่ในยุคสมัยของเธอ คงยากจะที่ได้สัมผัสความรู้สึกนี้


กำลังจะซึ้งได้ที่ เสี่ยวเปาก็เงยหน้ามา ส่งสายตาคล้ายจะล้อเลียนมาให้ 

"อีกอย่าง มีแต่บ่าวเท่านั้นนะเจ้าคะ ที่จะเล่าเรื่องทุกอย่างของคุณหนูได้" 

"เจ้านี่นะ" 
สองนายบ่าวส่งยิ้มให้กันเบาๆ 


เธอเอ็นดูเปาเปาจนอยากจะเอามือไปลูบหัว แต่ก็ไม่มีแรง คงต้องบำรุงอีกสักพักใหญ่ กว่าร่างกายนี้จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ขออย่าให้อาเหมยเยมีโรคร้ายแรงอะไรก็พอ 

 

“อ้อ อย่าเพิ่งบอกเรื่องที่ข้าหลงลืมกับใคร ข้าไม่อยากให้ท่านลุงกับท่านป้าเป็นกังวล


 และไม่อยากให้เป็นช่องทาง ให้คนที่หวังร้ายกับข้า ใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้มาทำร้ายข้าอีก”  

 

“เจ้าค่ะ คุณหนูรอบคอบยิ่งนัก

เดี๋ยวบ่าวไปจัดสำรับกับยามาให้นะเจ้าคะ

คุณหนูจะนอนต่อหรือไม่เจ้าคะ”

 

“ไม่ละ ข้านอนมามากแล้ว นั่งรอเจ้าอย่างนี้ดีกว่า”

 

เสี่ยวเปาคงจะเป็นบ่าวรับใช้อาเหมยมานาน ไว้ค่อยๆสืบเอาจากเปาเปาไปเรื่อยๆก็แล้วกัน  รีบร้อนมากไปจะผิดสังเกตเอาได้


อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่มีใครสงสัย แม้แต่เสี่ยวเปาเอง ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี

 

ทำไมเธอต้องทำเรื่องให้ยุ่งยากขนาดนี้ ทั้งๆที่ก็เป็นแค่ในฝันนะเหรอ ก็เพราะตอนนี้เธอเองก็ชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่า เธอฝันหรือทะลุมิติมาแบบในนิยาย


ก็เธอก็ไม่เคยตื่นขึ้นในโลกแห่งความจริงเลย  สิ่งที่เธอกังวลมากที่สุดคือการข้ามภพข้ามชาติมาจริงๆ 


ไม่ว่าเธอจะตายไปแล้ว หรือนอนเป็นผัก จนวิญญาณออกจากร่างมาอยู่ที่นี่ ก็ไม่ดีต่อแม่ของเธอทั้งนั้น เธอคิดถึงและเป็นห่วง แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรให้ตื่น แล้วกลับไปสู่ความเป็นจริงได้

 

แล้วสมมติว่าเธอต้องติดอยู่ที่นี่จริงๆ เธอก็ต้องใช้ชีวิตในฐานะอาเหมย เมียรองของอาจิน ลูกชายของบ้านนี้ ที่น่าจะทำการค้าขายและมีฐานะพอตัว ที่สำคัญคือสามีไม่รัก


แน่นอนว่าเธอไม่อาจแกล้งเป็นอาเหมยไปได้ตลอด แต่จะให้เป็นตัวของตัวเองเลยก็คงจะไม่ได้เช่นกัน 


คนเราจะมีกี่เหตุการณ์ที่ทำให้บุคลิก นิสัย ความชอบ เปลี่ยนไปเป็นคนละคน อาศัยแค่ความจำเสื่อมเพราะโดยยาพิษแล้วหลับไปเป็นเดือนคงไม่พอ 


จะใช้เรื่องที่เสียใจจนทำให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็อาจจะพอทำได้ เพราะท่านหมอเคยพูดไว้ ว่าที่อาเหมยไม่ยอมฟื้นขึ้นมาสักที อาจเป็นเพราะใจของอาเหมย ที่ไม่ยอมตื่นขึ้นมาซะเอง


เธอพอจะเดาความเสียใจนั้นของอาเหมยได้ไม่ยาก

 

ในยุคสมัยนี้  เธอก็ไม่รู้ว่าความเชื่อเรื่องผีสางจะยังมีอยู่มากน้อยอยู่แค่ไหน แม้ตัวเธอจะไม่เชื่อ แต่ก็ระวังตัวมาเสมอ ไม่ให้ไปลบหลู่สิ่งที่มองไม่เห็น หรือไปดูถูกความเชื่อของใครเข้า ไม่เชื่อก็ไม่ได้จะหาเรื่องใส่ตัวว่างั้น


แล้วถ้าเกิดมีคนรู้ว่าข้างในตัวอาเหมย ไม่ใช่วิญญาณของอาเหมย จะจับเธอย่างไฟสดกลางเมือง เหมือนยุคล่าแม่มดรึป่าว เธอยังไม่อยากเสี่ยง  


คงต้องค่อยเป็นค่อยไป

 

แต่เธอยังหวังว่าอยู่ลึกๆว่านี่จะเป็นเพียงความฝัน ที่อาจจะสมจริงมากอยู่สักหน่อย สุดท้ายเธอจะตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาลโดยมีแม่นั่งอยู่ข้างๆเตียง

 

“คุณหนู คุณชายรองมาเยี่ยมเจ้าค่ะ คุณหนูจำคุณชายรองได้หรือไม่เจ้าคะ ”     หืม คุณชายรอง?

 

“ไม่แน่ใจนัก แต่อย่าเสียมารยาท ให้คุณชายรองเข้ามาเถอะเสี่ยวเปา”  คงต้องเล่นละครอีกบท

 

คุณชายรองตระกูลจาง จางฮุ่ยจื่อ  เป็นบุรุษรูปร่างไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ก็สมชาย แม้ภายใต้เสื้อผ้าก็ยังพอมองออกว่าพอจะมีกล้ามเนื้ออย่างคนที่ออกกำลังเป็นประจำ  ผิวไม่ได้ขาวซีด ติดจะคล้ำเล็กน้อย หน้าสวยอย่างชายรูปงาม ไม่ได้สวยแบบผู้หญิง รวมๆแล้วก็มีเสน่ห์ไม่เบา  

 

อาหารตาชั้นเลิศ เธอไม่ได้รังเกียจผู้ชาย ยิ่งชายงามยิ่งชอบ สาวงามก็ชอบ ของสวยๆงามๆใครบ้างไม่ชอบ แต่แค่ชอบดูเท่านั้นนะ จะให้คบหาดูใจด้วย ไม่มีทาง รำคาญ

 

กลิ่นนี้!’ 


กลิ่นของบ่าวที่เอาของมาวางไว้ที่ห้องเธอ


อ่า มีจมูกดีแต่หามีไหวพริบไม่ ถ้าเป็นบ่าวคงมีกลิ่นตัวคล้ายเปาเปา ไหนเลยจะมีกลิ่นหอมเหมือนไม้หอมแบบนี้ได้ 

 

“เป็นอย่างไรบ้าง อาเหมย ข้าได้ยินว่าเจ้าฟื้นแล้วจึงมาเยี่ยม เป็นเช่นไรบ้าง ยังเจ็บตรงไหนอีกหรือไม่”

 

“ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่อ่อนแรง พักอีกสักหน่อยคงหายดี”   หวังว่าเธอจะเนียนพอ

 

“ข้าได้สมุนไพรบำรุงร่างกายจากหัวเมืองทางใต้ ทางใต้นั้นมีสมุนไพรดีมากมายนัก ดีที่คราวนี้การเดินทางราบรื่น ข้าจึงกลับมาได้เร็ว”   


“ขอบคุณท่านมาก”  ความอ่อนล้าในน้ำเสียงจองเธอ คงมากจนทำให้คู่สนทนารับรู้ได้ 


แน่หละ ตั้งแต่ตื่นมาก็ต้องคุยกับคนโน้นทีคนนี้ที ยังไม่ได้พักสักแปบนึงเลย

 

“เจ้าทานอาหารและกินยาเถอะ  วันหลังข้าจะมาใหม่” 

 

เธอยิ้มตอบ อีกฝ่ายก็ออกจากห้องไป เสี่ยวเปาจึงได้ยกเอาสำรับอาหารที่ถูกนำเข้ามาก่อนหน้าแล้ว ไปป้อนให้เธอที่ข้างเตียง

 

“คุณหนูจำคุณชายรองได้หรือไม่เจ้าคะ คุณชายรองดีกับคุณหนูมาก นี่ถ้าตอนนั้นคุณชายรองไม่ป่วยหนัก คุณหนูก็ได้แต่งให้เธอแล้ว ไม่ต้องแต่งให้คุณชายใหญ่แบบนี้”   

 

จะเป็นรักสามเส้าเราสามสี่คนรึป่าวนะ

 

เสี่ยวเปาป้อนเธอไป ก็ชวนเธอคุยไปเรื่อย เธอก็ไม่ได้ซักอะไรมาก ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ดูท่าเปาเปาจะเป็นคนคุยเก่งน่าดู แบบนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องง้างปากกันมาก

 

จนเมื่อเสี่ยวเปาป้อนข้าวป้อนยาเธอเสร็จเรียบร้อย แล้วประคองให้เธอนอน ห่มผ้าห่มให้ เสี่ยวเปาก็ปล่อยให้เธอได้พักผ่อน


เท่าที่จับใจความได้  คุณหนูคนนี้ชื่อ หลินเหม่ยเหมย หรืออาเหมย  เดิมอาศัยอยู่แคว้นเว่ย  ที่บ้านเป็นคู่ค้ากับตระกูลจางมานาน


อีกทั้งแม่ของเหม่ยเหมยก็เป็นเพื่อนรักของท่านป้า ท่านป้าพบรักกับท่านลุงที่มาติดต่อการค้ากับที่บ้านของเหม่ยเหมย หลังจากแต่งงานกับท่านลุงก็ได้ย้ายมาอยู่ที่แคว้นฉินนี้

 

เคราะห์กรรมของหลินเหม่ยเหมย เริ่มจากตอนที่เหม่ยเหมยและเสี่ยวเปาอายุ 8 ปี ครอบครัวนางประสบปัญหาทางการค้า 


เสี่ยวเปาเล่าว่า ตอนนั้นย่ำแย่กันพอดู แต่ด้วยความที่พวกนางยังเด็ก จึงไม่รู้รายละเอียดมากนัก 


พอทำท่าว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ก็โดนโจรปล้นโกดังเก็บสินค้าอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่จ้างสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่ง 


การค้าขายก็เหมือนมีใครกลั่นแกล้ง คู่ค้าหายหน้าไปโดยไม่มีสาเหตุ 


ที่ร้ายสุดคือโกดังโดนเผา แถมไม่สามารถจับมือใครดมได้ ไม่รู้ว่าครอบครัวเหม่ยเหมยไปเยียบตอใครเข้า หรืออาจจะเด่นเกินไปจนโดนหมายหัว

 

พอโกดังโดนเผา ก็เหมือนสิ้นเนื้อประดาตัว จะตั้งตัวใหม่ที่แคว้นเดิม ก็กลัวว่าจะโดนแบบเดิมอีก จึงตั้งใจย้ายมาอยู่ที่แคว้นฉิน ตามคำชวนของท่านลุง 


แต่อนิจจา เคราะห์กรรมยังไม่หมด คณะเดินทางโดนโจรป่าดักปล้นกลางทาง  แต่พ่อแม่ของเหม่ยเหมยเหมือนจะรู้ตัวมาก่อน  จึงส่งเหม่ยเหมยและเสี่ยวเปาล่วงหน้าไปคอยที่ตระกูลจาง 


ถ้ารอดปลอดภัย ก็ได้อยู่กันพร้อมหน้า แต่ถ้าไม่ ก็ให้เอาจดหมายที่ฝากไว้ให้ท่านป้า

 

เรื่องการเข้ามาที่จวนตระกูลจางของหลินเหม่ยเหมย จึงเป็นเช่นนี้


ส่วนการที่นางมาเป็นฮูหยินรองของคุณชายใหญ่ได้อย่างไรนั้น  เธอกินข้าวเสร็จซะก่อน!


ให้ตายเถอะ เธออยากจะตั้งโต๊ะ เอาไฟส่งหน้าเปาเปา ทุบโต๊ะปังปัง แล้วตะโกนว่า บอกมาให้หมด อย่าเพิ่งหยุด สำรับจะเก็บเมื่อไหร่ก็ได้    

 

ตอนนี้แม้จะยังมีความหวังว่าทั้งหมดจะเป็นเพียงแค่ฝัน แต่เหมือนว่าเธอจะคุ้นเคยกับการมีตัวตนในฐานะเหม่ยเหมยมากขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆลืมเลือนตัวตนในฐานะเหมยไปมากขึ้นทุกที  ทั้งๆที่เพิ่งลืมตาตื่นมาในโลกนี้ได้ไม่นาน


หรือว่า 


เธอควรยอมรับความจริงเสียที

 


&&&


ผู้บ่าว โผล่มาหนึ่งคน แต่จะใช่พระเอกรึป่าวนา

ส่วนคุณสานั้น ชื่อเต็มก็ยังไม่รู้ แต่อีกเดี๋ยว ก็มาค่ะ ไม่ได้จ่ายแค่ตัว ก็ยังดึงดันที่จะพบหน้าประชาชี กลัวจะลืมกันว่า สะมีของอาเหมยคือใคร


ส่วนเมียหลวงนั้น จะมาร้ายรึดี ต้องคอยจับตาดู ดีกรีเมียหลวงรับประกัน


ยัยเหมยเป็นคนที่ยอมรับอะไรยากค่ะ แม้จะเอนเอียงไปมากแล้วก็ตาม ก็มันไม่ใช่เรื่องที่จะรับกันได้ง่ายๆอะเนอะ 


แต่พอรับได้แล้ว ยัยเหมยจะไปแผลงฤทธิ์อะไรบ้าง จะโดนย่างสดหรือป่าว ต้องติดตาม 555


เรื่องคำเรียกฮูหยินต่างๆ ก็งงอยู่พักใหญ่ จะให้ท่านป้าเป็นฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่ได้ เพราะลุงก็ยังเป็นนายท่านใหญ่ของบ้านอยู่ ท่านป้าก็ต้องเป็นฮูหยินใหญ่ใช่ปะ  แต่ท่านลุงมีท่านป้าเป็นฮูหยินคนเดียว เลยไม่มีฮูหยินรอง

 

ส่วนฮูหยินของลูก ก็มักจะเรียกกันว่าฮูหยินน้อย

แล้วถ้าลูกมีเมียรองจะให้เรียกอะไรดี ฮูหยินน้อยรอง รึเปล่า ไรท์เลยให้เป็นแค่ฮูหยินรองไปก่อนแล้วกันเนอะ


บ้านนี้ลูกชายไม่ได้แยกจวนออกไป เพราะเป็นตระกูลพ่อค้า ช่วยกันทำงาน อยู่รวมเป็นครอบครัวใหญ่  ครึกครื้นดี



 























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.012K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,372 ความคิดเห็น

  1. #138 Horizon_right (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 01:15
    แต่แบบขำอ่ะ เรียกคุณชายรองส่าผู้บ่าว555555
    #138
    0
  2. #125 NuReader (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 20:50
    สนุกดีค่ะ พ่อแม่สามี ถ้าแต่งเข้ามาแล้วก็ต้องเรียกท่านพ่อ ท่านแม่สิไรท์ เรียกป้านี่ยิ่งงงหนักอ่าเหมือนยังไม่แต่ง ว่าป่าว?
    #125
    0
  3. #57 shine-sky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 02:29
    น่าติดตามมากคะ
    #57
    0
  4. #21 Lisanarak (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 00:33
    รอค่ะ สนุกมากชอบๆ
    #21
    0
  5. #20 Saminmime (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 22:40

    รอนัคะ
    #20
    0