ศึกรบสองราชันย์

ตอนที่ 6 : ลูกแก้วเมียขวัญ(ปรับปรุง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 มี.ค. 62

ที่เรือนขุนราชเสนา แม่ทัพใหญ่โยธยา เจ้าบ้านกำลังสนทนากับพันอินทรัตน์ นายทหารคนสนิท ถึงข่าวจากเมืองเหนือ

ยามนี้ พญาเชียงใหม่ตีเมืองแพร่ได้แล้ว ทั้งยังรบชนะทัพกาวเมืองน่านจับตัวพญาแก่นท้าวได้ ทำให้เมืองน่านยอมจำนนขอเป็นเมืองออกต่อนครพิงค์ขุนราชเสนากล่าวช้าๆ

เช่นนั้นก็เท่ากับนครพิงค์ครอบครองดินแดนล้านนาได้สิ้นแล้วสิขอรับพันอินทรัตน์ หรือ แสน กล่าว

ผู้เป็นนายพยักหน้า แลนี่คือเรื่องที่ข้าเป็นห่วงอยู่

พระคุณท่านห่วงอันใด

ข้าเชื่อว่า พญาติโลกราชคงหาหยุดเพียงนี้ไม่ สักวัน ศึกระหว่างเชียงใหม่แลอโยธยา อาจเกิดขึ้นอีก

แต่กระผมเห็นว่า คงอีกนานนัก หากเชียงใหม่จักเป็นฝ่ายก่อศึกกับอโยธยาก่อนแสนออกความเห็น

อีกฝ่ายมองอย่างสนใจก่อนจะถามกลับ ด้วยเหตุใด

แม้ยามนี้ นครพิงค์จักรวมล้านนาได้ แต่ รี้พลเชียงใหม่ก็มิได้เหนือกว่า อโยธยา หนำซ้ำเรายังมีสุโขทัยเป็นด่านหน้าอีกชั้น หากเชียงใหม่หมายทำศึกกับอโยธยาจริง คงต้องตีแคว้นสุโขทัยให้ได้เสียก่อน ซึ่งคงมิอาจทำได้โดยง่าย

ที่เจ้ากล่าวมาก็จริงขุนราชเสนากล่าวรับ ก่อนพูดต่อไปว่า หากชาวสุโขทัยยังอยู่ข้างเรา ศึกเชียงใหม่ก็คงมิน่าหวั่นใจเท่าใด เกรงก็แต่ วันหนึ่ง บางสิ่งอาจแปรผันไปเท่านั้น

แสนมองผู้เป็นนาย พระคุณท่านเกรงสุโขทัยไปเข้าด้วยเชียงใหม่ เหมือนครั้งปลายรัชกาลขุนหลวงพะงั่วฤา

ใช่” อีกฝ่ายพยักหน้า “ครานั้น สุโขทัยหมายแยกจากอโยธยา จึงได้ส่งสาสน์ไปขอพึ่งพญาแสนเมืองมา เจ้าเมืองเชียงใหม่แลขอให้ส่งทัพมาช่วยฝ่ายตน

แต่ที่สุด เมื่อทัพอโยธยายกไปถึง สุโขทัยก็กลับใจหันมาเข้าด้วยอีกครั้ง จนทำให้ทัพเชียงใหม่ที่ยกมา ต้องถูกตีแตกพ่ายไปแสนพูดต่อ

นั่นก็จริงอยู่แม่ทัพใหญ่ไม่ปฏิเสธ หากแต่การนั้น ก็บอกเป็นนัยว่า แท้จริง ชาวสุโขทัยหาได้คิดว่าพวกตนเป็นหนึ่งเดียวกับอโยธยาไม่

หลังผู้เป็นนายกล่าวจบ ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นว่า “ด้วยเหตุนี้ใช่หรือไม่ขอรับ พ่ออยู่หัวจึงทรงโปรดฯให้พระราชโอรสเสด็จขึ้นไปยังหัวเมืองฝ่ายเหนือ เป็นประจำทุกปี

ถูกแล้วขุนราชเสนาตอบ การอันพ่ออยู่หัวทรงโปรดฯให้พระโอรสเสด็จไปประทับยังหัวเมืองฝ่ายเหนือ ก็เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้เหล่าขุนนางแลไพร่ฟ้าที่นั่นจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์อโยธยา

แสนนิ่งฟังอย่างเงียบๆโดยไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก

**********************

ที่เรือนหลังใหญ่ริมคลอง หญิงสาวผู้หนึ่งนั่งปักผ้าบนตั่งที่นอกชานโดยมีทาสหญิงวัยรุ่นสามคนนั่งบนพื้นคอยรับใช้

เสียงฝีเท้าขึ้นบันได ทำให้หญิงสาวผู้นั้นเงยหน้าขึ้นจากผ้าที่ปักอยู่

พี่แสน นางเอ่ยทัก “เสร็จธุระที่เรือนท่านแม่ทัพแล้วฤา

อีกฝ่ายพยักหน้ารับก่อนจะเข้ามาประคองเมื่อเห็นหญิงสาวขยับตัวจะลุกขึ้น “มิต้องลุกมาดอก จันทน์หอม เจ้ากำลังท้องกำลังไส้ หาควรลุกนั่งโดยมิจำเป็น

เพิ่งไม่กี่เดือนเท่านั้น มิเป็นไรดอก

ถึงกระนั้น ก็มิได้ผู้เป็นสามีว่าดุๆ “ถ้าเจ้ากับลูกเป็นอันใดไป พี่จักอยู่ได้เยี่ยงไร

จันทน์หอมยิ้มให้กับสามี พลางเอนศรีษะซบกับอกอีกฝ่าย “ยินพี่กล่าวเยี่ยงนี้ ข้าดีใจนัก

แสนเอามือลูบเรือนผมของภรรยาอย่างแผ่วเบา เขาแต่งงานกับจันทน์หอมมาเกือบปีแล้วและในตอนนี้นางก็กำลังตั้งครรภ์ได้สี่เดือนเศษ ซึ่งเป็นเรื่องที่เขายินดีเป็นอย่างยิ่ง

แม่ท่านทำอันใดอยู่หรือแสนถามถึงมารดา

ท่านกำลังพักผ่อนอยู่ข้างในหญิงสาวตอบ

เช่นนั้น ประเดี๋ยวเจ้าพักเถิด พี่จักเข้าไปปากจาด้วยท่านสักหน่อย

จันทน์หอมรับคำ ขณะที่ผู้เป็นสามียิ้มอีกครั้งก่อนเดินเข้าไปข้างใน โดยมีสายตาของหญิงสาวที่มองตามพลางยิ้มบางๆก่อนเอามือลูบครรภ์ตนเองด้วยความถนุถนอม

จันทน์หอมนึกย้อนถึงวันแรกที่นางได้พบกับผู้เป็นสามี เมื่อสามปีก่อน วันนั้น นางตามมารดาไปเยี่ยมญาติ ขณะเดินผ่านย่านป่าพร้าว มีโคถึกตัวใหญ่หลุดคอกออกวิ่งไล่ขวิดคน ฝูงชนวิ่งหนีกันชุลมุนจนหญิงสาวพลัดกับมารดาและบ่าวไพร่ ชั่วขณะนั้นโคถึกได้วิ่งตรงรี่เข้ามาหาอย่างดุดัน ทว่ามีมือกำยำของคนผู้หนึ่งได้ฉุดนางให้หลบพ้นภัยจากคมเขาโคที่กำลังวิ่งตะบึงมา

แม้จะล่วงเลยมาหลายปี แต่จันทน์หอมยังจำได้ถึงคราแรกที่พลัดเข้าในอ้อมแขนของชายหนุ่มอย่างมิตั้งใจ ดวงหน้าคมเข้ม กับสายตาคมวาวของเขาที่แฝงไว้ด้วยแววอ่อนโยน ทำให้นางร้อนวูบทั่วใบหน้า อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แลนั่นเป็นวันแรกที่จันทน์หอมได้พบกับแสน กระนั้นนอกจากบอกชื่อเสียงเรียงนามแล้ว หญิงสาวก็มิได้เจรจาอันใด ทว่าจากนั้น ไม่กี่วัน เมื่อนางมาใส่บาตรยังท่าน้ำหน้าบ้าน ก็ได้เห็นชายหนุ่มนั่งเรือผ่านมา แลเป็นเช่นนั้นต่อเนื่องอีกหลายทิวาวัน จนเมื่อเวลาผ่านไป จากเพียงนั่งเรือผ่าน แสนก็ได้เข้ามาทำความรู้จักกับครอบครัวของนาง ก่อนเทียวไปเทียวมา จนเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของคนทั้งบ้าน และก้าวเข้ามาอยู่ในหัวใจของนางในฐานะคนรัก จนกระทั่งแปรเปลี่ยนมาเป็นคู่ชีวิตในวันนี้

เมื่อนึกมาถึงยามนี้ จันทน์หอมก็อดรู้สึกขอบคุณเทพยดาที่ดลบันดาลให้เกิดเหตุในวันนั้นมิได้ ด้วยหากมิใช่เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นแล้ว วันนี้ นางก็คงมิได้มีความสุขอยู่กับคนที่นางรักเช่นนี้เป็นแน่

*******************

หนึ่งเดือนต่อมา แสนได้รับคำสั่งให้เข้าร่วมกองทหารคุ้มกันขบวนเสด็จของพระราเมศวร พระราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราช ที่จะทรงขึ้นไปประทับยังเมืองไชยนาทสองแคว

ความจริง เมียเจ้ากำลังท้องเยี่ยงนี้ ตัวเจ้าควรอยู่ที่เรือนกับนางจักเหมาะกว่าพันฤทธิ์โยธา หรือ เทพ กล่าวขึ้น ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่ในเรือลำหนึ่งของขบวนเสด็จที่ล่องไปตามลำน้ำ

นี่เป็นคำสั่ง จักไม่มาได้อย่างไรพันอินทรัตน์ หรือ แสน พูด

แต่หากเจ้าเอ่ยปากขอ ท่านแม่ทัพใหญ่คงมิปฏิเสธ สหายรุ่นพี่ว่า ใครๆก็รู้ว่า ท่านโปรดปรานเจ้ามากเพียงใด

ข้าคงมิใช้ความเมตตาของท่านหาประโยชน์ให้ตนดอก

ให้ได้เช่นนี้สิ น้องเรา เทพส่ายหัว ก่อนจะถามอีก แล้วเมียเจ้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง

สีหน้าชายหนุ่มดูสดชื่นเมื่อนึกถึงเมียและลูก นางแข็งแรงดี ข้าคิดว่า กลับไป คงครบกำหนดคลอดแล้ว

เจ้าว่าลูกเจ้าจักเป็นหญิงหรือชายอีกฝ่ายถามต่อ

ใจข้าใคร่ได้ลูกชาย แม่ของข้า ท่านก็ใคร่ได้หลานชายแสนตอบ แต่มิว่าหญิงหรือชาย ข้าก็รักทั้งนั้น

น่าอิจฉาคนที่กำลังจะเป็นพ่อเสียจริง

สหายรุ่นน้องซ่อนยิ้มในหน้า ข้าก็บอกพี่แล้วว่า ให้รีบหาแม่ศรีเรือน จักได้เป็นพ่อคนบ้าง

ที่จริง ข้าก็มองๆไว้อยู่เช่นกันอีกฝ่ายกล่าว

สาวใดกันหนา ที่ต้องใจพี่ท่าน

แม่หญิงอุ่นเรือน บุตรีท่านหมื่นวิชิตณรงค์

แล้วนางมีใจแก่พี่ท่านฤาไม่

เทพมีสีหน้าไม่แน่ใจ ข้าเคยพูดคุยกับนางบ้าง ดูนางก็มิได้รังเกียจรังงอน หากยังบอกมิได้ว่า มีใจให้ข้า หรือไม่

มิน่าเชื่อว่า ชายชาติเสือเช่นพี่ท่าน ครั้นพอเจอหญิงอันต้องใจเข้าจริง กลับทำท่าจักสิ้นลายเอาเช่นนี้แสนกระเซ้า

เออหนา จักทับถมไปไยเล่าอีกฝ่ายว่าพลางโคลงศีรษะ….

หลังออกจากพระนครได้ร่วมเดือน ขบวนเสด็จของพระราเมศวรก็มาถึงไชยนาทสองแคว โดยมีบรรดาเจ้าเมืองและขุนนางเชื้อพระวงศ์ฝ่ายเหนือมารับเสด็จ จากนั้นเหล่าขุนนางฝ่ายเหนือจึงเชิญเสด็จพระราเมศวรไปยังพระตำหนักจันท์ที่อยู่ฟากตะวันตกของลำน้ำน่านซึ่งถูกเตรียมไว้เป็นที่ประทับของพระองค์ในสองแคว

*****************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

541 ความคิดเห็น

  1. #538 jsoc (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 12:28
    อิจฉาพระเอก
    #538
    0
  2. #461 Ghost112 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 15:08
    เมืองไชยนาทสองแควต้องเป็นเมืองพิษณุโลกสองแควไม่ใช้หรือคับ
    #461
    0
  3. #454 จิธารา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 15:06
    ได้หลายอย่างมากในนิยายเรื่องนี้ เป๊ะเวอร์คะ
    #454
    0
  4. #419 yukai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 15:32
    ได้เกร็ดประวัติศาสตร์เยอะเลย
    #419
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #25 อิปิ๋ม!!!! อยากบอกว่า.. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 เมษายน 2553 / 08:59
    ย่อหน้า แม้จพได้ยินมารดากล่าวเช่นนั้น  จพ เป็นจะ คะ 
    #25
    0