ศึกรบสองราชันย์

ตอนที่ 47 : อุปนิกขิตอโยธยา(ปรับปรุง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

ชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือสิบคนกรูกันเข้ามายังลานบ้านก่อนแยกย้ายกันค้นหาผู้เป็นเจ้าของเรือน ทว่าไม่พบสิ่งใดนอกจากไก่ชนที่ถูกเลี้ยงไว้ในสุ่ม ส่วนนกพิราบนับสิบที่อยู่ในกรงแขวนบนระเบียงนั้นล้วนถูกปล่อยไปแล้วสิ้น

“เร่งตามให้เจอ มันคงหนีไปมิไกลดอก” พันเงินผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มร้องสั่ง ก่อนที่เหล่าบริวารจะแยกย้ายกันไป

ห่างออกจากเรือนหลังน้อยเกือบยี่สิบเส้น ชายวัยกลางคนเจ้าของบ้านโผล่ออกจากทุ่งข้าวก่อนมองซ้ายขวา ครั้นเมื่อไม่เห็นผู้ใดจึงลุกขึ้นและเร่งฝีเท้ามุ่งไปยังชายป่า

ทว่าที่ชายป่านั้น ปรากฏร่างของชายชุดดำผู้หนึ่งยืนรออยู่ “สูจักไปที่ใด อ้ายพรหม”

“แล้วสูเป็นผู้ใด จึ่งมาขวางข้า”

พันคำยิ้มเยือกเย็น“ข้ามีการใคร่ถามสู จงตอบมาแต่โดยดี”

“ถามดาบในมือกูก่อนเถิด อ้ายยวน”สำเนียงนั้นผิดแผกจากชาวล้านนาโดยสิ้นเชิง ก่อนที่ผู้พูดจะพุ่งเข้าใส่

ขุนทหารยวนยกดาบรับอาวุธฝ่ายตรงข้าม ก่อนเข้าฟาดฟันกับชายชื่อพรหม อย่างดุเดือด ด้วยฝีมือที่ทัดเทียมทำให้ยังไม่มีผู้ใดแพ้ชนะ

ยามนั้น พันเงินก็นำนักรบสมิงดำหลายสิบคนวิ่งตามมาถึงและเข้ารุมล้อมโจมตีหนานพรหม จากนั้นเพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลก เหล่าสมิงดำก็กุมตัวพ่อค้าสุราไว้ได้

“เร่งกุมตัวมันไป” พันคำร้องสั่ง

************************

ในคุกหลวง หนานพรหมถูกมัดขึงแขวนในห้องอับทึบ มีเพียงแสงจากคบไฟที่ปักอยู่ ใบหน้าของชายวัยหลางคนฟกช้ำและมีรอยแผลแตกเลือดแห้งเกรอะกรัง

พันเงินที่ยืนดูอยู่นอกห้องคุมขังหันมากล่าวกับพี่ชายว่า “อ้ายผู้นี้ปากแข็งนัก ถูกทรมานถึงสามวันสามคืน ยังยืนกรานแต่เพียงว่า มันเป็นคนค้าสุรา มาแต่แพร่สิ่งเดียว”

“ใจมันแข็งปานเหล็กโดยแท้”พันคำมองนักโทษที่อยู่ข้างใน

“หากมันรู้ว่า แท้จริงแล้วเรา....”

“แสนคำ”คนเป็นพี่เรียกเสียงเข้ม “คนฉลาดใช่ผู้พูดทุกสิ่งอันรู้ แต่คือผู้รู้ว่าควรปากสิ่งใด”

“อภัยข้าด้วย”

“ช่างเถิด”

“แล้วกับอ้ายผู้นี้ สูจักให้เพิ่มทัณฑ์ทรมาณขึ้นอีกฤาไม่”

”แต่เพียงนี้ ก็พอแล้ว”

“เช่นนั้น ควรเราทำสิ่งใดต่อ”

“นายแห่งเราสั่งลงมา ให้ขังมันอีกสองคืน แล้วจึ่งโกนหัวแลขับมันเสียให้พ้นเวียง” พันคำกล่าวพลางยิ้มเหี้ยมเกรียม“จากนั้น ก็รออ้ายผู้นี้นำความทั้งสิ้นกลับไปแจ้งนายแห่งมัน”

****************

ยามบ่ายที่ตลาดผ้าใกล้กำแพงวังด้านตะวันออก ดอกแก้วและบ่าวหญิงสองนาง ออกจากวังมาเลือกหาซื้อผ้าเนื้อดีเพื่อนำไปใช้เป็นสไบห่ม เนื่องจากเป็นเพลาบ่าย มีผู้คนไม่มากเท่ายามเช้าและเย็น จึงทำให้หญิงสาวสามารถเดินเลือกดูสินค้าได้โดยไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้ใด

ที่หน้าแผงขายผ้าซึ่งอยู่ท้ายตลาด ดอกแก้วหยิบผ้าผืนยาวย้อมสีเขียวตองอ่อนขึ้นมามาดู ขณะแม่ค้าผ้าซึ่งเป็นหญิงเชื้อแขกร่างท้วมวัยสี่สิบเศษเจรจาชักชวนให้ซื้อ “ผ้านี่ส่งมาแต่เมืองตะนาวศรี ยามนี้เหลือทั้งร้านเพียงสามผืน เนื้อผ้าละเอียดเนียนนัก แม่หญิงมิสนใจรับสักผืนหรือ”

“ราคาเท่าใดเล่า”

“ผืนละสามตำลึงเท่านั้น”

“แพงใช่น้อย ลดสักหน่อยจักได้ไหม”หญิงสาวต่อรอง

“มิได้ดอก”นางแม่ค้าสั่นหัวหากใบหน้ายังเกลี่ยด้วยยิ้ม“ผ้าเหล่านี้ทอในเมืองแขกอินเดีย ล่องสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลไกลนัก ราคานี้ ข้าเองก็มิได้กำไรสักเท่าใดดอก”

“แต่..”

“แม่หญิงผิวพรรณงามผุดผ่องเยี่ยงนี้ หากได้ใช้ผ้านี้ห่มเป็นสไบ ย่อมขับความงามให้โดดเด่นเหนือผู้ใด”

แม้คำกล่าวของแม่ค้าและเนื้อผ้าจักต้องใจ หากแต่ราคานั้นก็ยังทำให้สาวน้อยชาววังยังลังเลอยู่

ยามนั้นเอง เสียงห้าว ค่อนข้างวางอำนาจก็ดังขึ้นทางเบื้องหลัง

“เช่นนั้น ข้าจักซื้อไว้เอง”

ดอกแก้ววางผ้าลงและหันไปดู ก็เห็นบุรุษหนุ่มผิวขาว  ร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคายแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดี เดินเข้ามาพร้อมชายฉกรรจ์สี่คน

“ผ้าเนื้อดีเยี่ยงนี้ คู่ควรแต่กับหญิงงามเช่นแม่หญิงผู้นี้เท่านั้น”ชายผู้นั้นกล่าวก่อนพยักหน้าให้เหล่าบริวารที่ติดตาม หนึ่งในนั้นจึงหยิบถุงผ้าบรรจุเงินส่งให้แม่ค้า

“ในนี้มีอยู่หนึ่งชั่ง เจ้าจงนับดู แล้วห่อผ้าสามผืนนั้นให้แม่หญิงโฉมงามผู้นี้”เขาสั่งแม่ค้าผ้าซึ่งฝ่ายนั้นก็รีบทำตามทันที

“ข้ามิเอา”ดอกแก้วพูดขึ้น

บุรุษหนุ่มขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์ ก่อนปรับสีหน้าเป็นปกติและกล่าวกับหญิงสาวว่า“ขอแม่หญิงรับผ้าเหล่านี้ไว้เถิด ถือเสียว่าเป็นของกำนัลจากข้า”

“ข้ากับท่านมิรู้จักกัน ข้าคงมิอาจรับของกำนัลจากท่านได้”

“เช่นนั้น หากเราสองรู้จักกัน เจ้าคงรับผ้านี้ได้ใช่หรือไม่”อีกฝ่ายว่าพลางส่งสายตาเจ้าชู้“ข้าคือ หมื่นหาญเรืองฤทธิ์ หลานชายท่านออกญาเดโช แล้วชะแม่เล่า มีนามว่าอันใดจึงงามดุจเทพธิดาแต่แดนสวรรค์”

ท่าทีและสายตา ทำให้ดอกแก้วรู้ทันว่า บุรุษผู้นั้นกำลังจะเกี้ยวพาราสี

“ข้ามีธุระ ต้องขอตัว”นางตัดบทด้วยไม่อยากข้องเกี่ยวกับพวกเจ้าชู้ไก่แจ้ ก่อนผละออก พร้อมบ่าวหญิงทั้งสอง

“ประเดี๋ยวก่อนสิ อยู่สนทนากับข้าก่อนมิได้หรือ”หาญว่าพลางเข้ามายืนขวาง ขณะบริวารทั้งสองก็เข้าขนาบข้าง

“โปรดหลีกทางให้ข้าด้วย”

“ถ้าเจ้ายอมบอกชื่อ บางทีข้าอาจหลีกทางให้”

“ข้าชื่อดอกแก้ว” หญิงสาวตัดสินใจบอกเพื่อตัดรำคาญ “ครานี้ ท่านก็หลีกไปได้แล้ว”

“รูปก็งาม นามรึก็เพราะนัก”หาญพูดพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม “หากได้แม่หญิงอยู่เป็นเพื่อนสนทนา ข้าคงมีความสุขมิใช่น้อย”

“แต่ท่านบอกว่า หากข้าบอกชื่อแล้ว ท่านจักหลีกทางให้ มิใช่หรือ”

“ข้าพูดว่าบางที ต่างหาก”หาญพูดก่อนเข้ามายืนจนชิด “อยู่กับข้าเถิด ข้ารับรองว่า เจ้าจักพึงใจในท้ายที่สุดแน่”

ดอกแก้วถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น แต่ก็ถูกบริวารของชายหนุ่มเข้าล้อมไว้ บ่าวหญิงทั้งสองพยายามเข้าช่วยเจ้านาย แต่ก็ถูกพวกชายฉกรรจ์ผลักกระเด็นออกไป

แม้จะเริ่มเสียขวัญ แต่หญิงสาวยังทำเสียงแข็ง “เจ้าจักทำอันใด”

“ก็ทำให้เจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าน่ะสิ”หาญทำท่าคว้าข้อมืออีกฝ่าย

สาวน้อยดิ้นรน “ปล่อยข้า!”นางร้อง

“อยู่เป็นเพื่อนข้าเถิด แล้วข้าจักทำให้เจ้ามีความสุข” อีกฝ่ายว่า

ทันใดนั้น มีเสียงตวาดดังขึ้น “ปล่อยนางบัดเดี๋ยวนี้”

เสียงนั้น ทำให้ชายหนุ่มชะงักมือ ขณะที่ดอกแก้วร้องขึ้นอย่างดีใจ “พี่ทอง ช่วยข้าด้วย”

“ชะ อ้ายเด็กนี่ มึงอยากตายหรือไร จึงมายุ่งเรื่องกู” หาญตวาดใส่ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงหนุ่มรุ่นที่มาตัวคนเดียว

สีหน้าทองขมึงทึงดุดัน“ปล่อยน้องข้าเดี๋ยวนี้”เขาสั่งเสียงกร้าว

หลานชายขุนนางใหญ่แสยะยิ้ม ก่อนสั่งบริวาร“เฮ้ย พวกมึงลากมันไปสั่งสอนอย่าให้รำคาญนัยน์ตากู”

ชายฉกรรจ์ทั้งสี่เข้ารุมล้อมชายหนุ่มวัยรุ่นทันที จากนั้นการต่อสู้ชนิดไม่สมน้ำสมเนื้อระหว่างสี่ต่อหนึ่งก็เริ่มขึ้น พวกชาวบ้านหลายคนที่อยู่แถวนั้นต่างแตกฮือจากบริเวณที่เกิดการวิวาท เว้นแต่สองสามคนที่สนใจใคร่รู้ก็มาดูอยู่ห่างๆ

ไม่นาน ทองก็ลงไปคลุกฝุ่นบนพื้น แต่ก่อนที่เท้าสี่ข้างจะรุมเหยียบลงมา ร่างปราดเปรียวก็พุ่งเข้าใส่ พร้อมปลายเท้าที่ฟาดลงไปยังก้านคอหนึ่งในชายฉกรรจ์จนล้มคว่ำ ก่อนหมุนตัวเตะเสยปลายคางอีกหนึ่งจนสลบคาเท้า ขณะที่อีกสองคนที่หลือต่างถอยกรูดออกมา ก่อนจะมีสภาพเช่นดังพรรคพวก

ผู้มาใหม่ยืนอยู่เหนือร่างชายสองคนที่นอนสลบบนพื้น พร้อมกับพูดขึ้นว่า “รุมรังแกผู้อื่นกลางตลาดเยี่ยงนี้ สมแล้วหรือที่เป็นลูกผู้ชาย”

“อ้ายสินเมือง”หมื่นหาญจำอีกฝ่ายได้แทบจะในทันที

“เรียกให้ถูกหน่อย ท่านหมื่นหาญ” สินเมืองเองก็จำหน้าฝ่ายตรงข้ามได้เช่นกัน “ยามนี้ ข้าคือ หมื่นเดชนารายณ์ แม่กองทะลวงฟันราชองครักษ์”

“ข้าเพียงใคร่สนทนากับแม่หญิงผู้นี้ หาใช่การอันเจ้าควรยุ่งเกี่ยว”

“ท่านคุกคามทั้งยังทำร้ายสหายข้าเยี่ยงนี้ เห็นทีข้ามิยุ่งคงมิได้”สินเมืองหรือหมื่นเดชนารายณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงปกติหากแต่ท่าทางนั้นเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู้

หาญจ้องอีกฝ่ายอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ทว่าสายตาที่จ้องตอบมานั้นก็ดุดันแข็งกร้าวจนน่าหวาดหวั่น

“เห็นแก่ที่เราต่างก็เป็นข้าทหาร วันนี้ข้าจักยกให้” หมื่นหาญกล่าวอย่างไว้ท่า “วันพระมิได้มีหนเดียว สักวัน ข้ากับเจ้าคงได้พบกันอีกแน่”

สินเมืองยิ้มหยัน“ข้าหวังว่า คงไม่ใช่ในเร็ววันนี้”

หมื่นหาญส่งสายตาประสงค์ร้ายมายังชายหนุ่มก่อนหันกลับก้าวออกไปจากบริเวณนั้น โดยมีบริวารทั้งสองประคองพวกที่เพิ่งจะฟื้นจากสลบ กลับไปด้วยอย่างทุลักทุเล

“เกือบไปแล้วนะ”สินเมืองหันมาทางสาวคนรักและสหายผู้น้อง “เป็นเยี่ยงไรบ้างดอกแก้ว”ประโยคต่อมา เขาเอ่ยถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงห่วงใย

สีหน้าสาวน้อยยังไม่หายตระหนกดี“ข้า.เอ่อ..ข้า.มิเป็นไร”

“พี่ขอโทษด้วย ที่มาช่วยเจ้าช้าไป”

“ข้าดีใจเหลือเกิน ที่เจอพี่”ดอกแก้วค่อยยิ้มออก หลังหายตระหนกแล้ว “นี่หากว่าพี่สินเมืองไม่มา ก็มิรู้ว่าจักเป็นเยี่ยงไร”

“คราหน้าคราหลัง เจ้าต้องระวังตัวให้จงหนัก”สินเมืองเตือนอย่างเป็นห่วง “หากเกิดอันใดขึ้นกับเจ้าแล้วไซร้ พี่คงมิอาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้”

คำพูดและสายตาของนายทหารหนุ่มทำเอาสาวน้อยชาววังอดเขินอายมิได้”ข้าจักจดจำที่พี่บอก”นางพูดเบาๆ

สินเมืองยิ้มอย่างพอใจ ก่อนหันมายังหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังเอามือคลำรอยฟกช้ำบนใบหน้า

“เจ็บมากไหม เจ้าทอง”สินเมืองถาม

”พอทนได้ น่ะพี่”อีกฝ่ายตอบ “ขอบน้ำใจที่พี่มาช่วย”

“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น พี่เองก็ต้องขอบน้ำใจเจ้าเช่นกัน ที่มาช่วยดอกแก้วเอาไว้”

“เมื่อครู่ข้าได้ยินหมื่นหาญเรืองฤทธิ์ เรียกชื่อพี่”ดอกแก้วเอ่ยแทรกขึ้น “พี่สินเมืองรู้จักเขาด้วยหรือ”

“เคยเจอกันเมื่อครั้งไปทำศึกที่สุโขทัยน่ะ”ชายหนุ่มตอบ “เมื่อครานั้น พี่กับเขามีเรื่องวิวาทถึงขั้นประดาบกัน จนถูกท่านออกญาเพชรพิชัยคาดโทษทั้งคู่”

“คนผู้นี้ใจคอโหดร้ายยิ่งนัก หากพี่มาช้าเพียงอึดใจ พี่ทองคงถูกบริวารของเขารุมทำร้ายถึงสาหัสปางตายเป็นแน่”

“ที่จริง ฝีมืออ้ายพวกบริวารของหมื่นหาญก็มิเท่าใด”สินเมืองว่า “หากเมื่อก่อน เจ้าทอง มันเชื่อที่พี่บอกแลใส่ใจฝึกเชิงมวยเชิงดาบให้มากกว่านี้ คงมิต้องลงไปคลุกฝุ่นเยี่ยงนี้ดอก”ประโยคต่อมา ชายหนุ่มกล่าวเชิงตำหนิรุ่นน้อง

ทองก้มหน้าลงพลางกล่าวเบาๆ“ข้าขอโทษ ที่เมื่อก่อน มิเชื่อคำพี่”

“ช่างมันเถิด”คนเป็นพี่บอก “ว่าแต่หน้าเจ้าฟกช้ำดำเขียวเยี่ยงนี้ กลับไป จักบอกพ่อแม่เยี่ยงไร”

“เรื่องนั้น ข้าพอหาทางตอบเลี่ยงได้ พี่ท่านมิต้องห่วง”

“พี่ก็คิดว่า ฝีปากเยี่ยงเจ้า คงเอาตัวรอดได้มิยาก”สินเมืองว่าก่อนชวนสาวคนรักและสหายผู้น้องเดินไปจากบริเวณนั้น

*********************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

541 ความคิดเห็น

  1. #460 สิตราณี (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2556 / 12:11
    ใครจะมาช่วยดอกแก้วนะ เนี่ย รออ่านต่อนะคะ
    #460
    0
  2. #459 นาคเหรา (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2556 / 06:23
    สนุกมากค่ะ ติดตามอ่านแต่ไม่ค่อยได้เม้นท์แต่ก็จะเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ งานแบบนี้น้อยคนนักจะถ่ายทอดออกมาได้ดีแต่คุณก็ถือว่าทำได้ดีค่ะ
    นาคเหรา

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 สิงหาคม 2556 / 06:27
    #459
    0
  3. #204 rinrana (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กันยายน 2554 / 14:36
    ตามปกติ ขอบอกว่า ไม่ค่อยได้อ่านเรื่องแนวนี้เท่าไหร่ แต่พอมาอ่านเรื่องนี้แล้ว ก็รู้สึกชอบ ที่ไรท์เตอร์สามารถนำผู้อ่านไปพบกับเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้น ได้อย่างแนบเนียน แม้จะมีบางส่วนที่อ่านแล้ว ยังงงบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำความเข้าใจกับเนื้อเรื่องทั้งหมด และที่ชอบที่สุดก็คือ การอ่านนิยายเรื่องนี้ ทำให้รู้สึกว่า สมองได้การพัฒนาขึ้นด้วยค่ะ
    #204
    0
  4. #202 ciatum (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 กันยายน 2554 / 10:01

    $$$$$$$$$____$$_____$$_______$________$$$_______$$ ___$$_____$$____
    ___$$________$$_____$$______$$$_______$$_$$_____$$ ___$$___$$______
    ___$$________$$_____$$_____$$_$$______$$__$$____$$ ___$$_$$________
    ___$$________$$$$$$$$$____$$___$$_____$$___$$___$$ ___$$$__________
    ___$$________$$_____$$___$$$$$$$$$____$$____$$__$$ ___$$_$$________
    ___$$________$$_____$$__$$_______$$___$$_____$$_$$ ___$$___$$______
    ___$$________$$_____$$_$$_________$$__$$______$$$$ ___$$_____$$____

     

     

     

    ☆┌─┐ ─┐☆
     │▒│ /▒/
     │▒│/▒/
     │▒ /▒/─┬─┐
     │▒│▒|▒│▒│ Thank You !
    ┌┴─┴─┐-┘─┘
    │▒┌──┘▒▒▒│ I Love You
    └┐▒▒▒▒▒▒┌┘
     └┐▒▒▒▒┌┘
     \____/

    #202
    0