ศึกรบสองราชันย์

ตอนที่ 41 : ก้าวแรกสู่ราชองครักษ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    18 มิ.ย. 57

การคัดเลือกเหล่าทะลวงฟันคู่พระทัยดำเนินต่อเนื่องกันถึงห้าวัน โดยจากทหารที่เข้าร่วมคัดเลือกกว่าห้าพันลดเหลือเพียงสี่ร้อยเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดจักต้องประลองฝีมือกันเองและเข้ารับการทดสอบขั้นสุดท้ายซึ่งมีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่จะได้รับคัดเลือก


ตกเย็น สินเมืองนั่งพักเหนื่อยที่เพิงพักใกล้สนามประลอง วันนี้ทั้งวันเขาต้องประดาบถึงห้าคู่ ขณะที่วันก่อนๆ ก็ไม่ได้ดีกว่านี้นัก ด้วยต้องถูกทดสอบทั้งการวิ่ง กระโดดเตะหมากพร้าวที่แขวนไว้บนเสาสูง พุ่งหอก ยิงธนู ซัดหอกสั้นและการต่อสู้บนหลังม้า เรียกได้ว่า เหนื่อยเสียยิ่งกว่าออกรบจริงอีก


แสนเดินมานั่งข้างบุตรชายพลางถามขึ้นว่าเป็นเยี่ยงไรบ้าง เจ้าสินเมือง

เหนื่อยเสียยิ่งกว่าออกรบอีก พ่อชายหนุ่มตอบ

ครานี้ เจ้ารู้หรือยังว่าเหตุใด พ่อจึงเคี่ยวกรำเจ้าเยี่ยงนี้

ข้ารู้เสียยิ่งกว่ารู้อีก

แสนยิ้มพร้อมกับตบบ่าลูกเบาๆวันพรุ่ง หากเจ้าผ่านการคัดเลือก เจ้าก็จักได้เข้ากองทะลวงฟันคู่พระทัยดังที่หวัง

ข้ามิหวังเพียงเป็นราชองครักษ์ธรรมดาดอก หากแต่ข้าจักต้องเป็นถึงขั้นนายกองให้จงได้น้ำเสียงและแววตาสินเมืองฉายความมุ่งมั่น

คนเป็นพ่อมองบุตรชายคนเดียวอย่างภูมิใจแล้วพ่อจักเอาใจช่วยแสนกล่าว

******************************


ยามดึก ภายในห้องโถงของเรือนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางดงไม้แลเห็นเป็นเงาทะมึน หมื่นหางช้างกับน้องทั้งสองนั่งขัดสมาธิอยู่บนผืนหนังเสือโคร่งที่ปูอยู่บนพื้น โดยมีพียงแสงสว่างจากเทียนขี้ผึ้งสีดำเล่มหนึ่งที่ถูกจุดไว้กลางห้อง

สูได้ข่าวอันใดบ้างฤาไม่หมื่นหางช้างกล่าวถามน้องชายทั้งสอง

หามีข่าวใหม่อันใดเพิ่มเติมไม่พันคำน้องชายคนรองตอบ

เยี่ยงนั้นสูทั้งสองจงส่งคนไปเพิ่มอีก แลอย่าลืมกำชับพวกมันทั้งนั้นด้วยว่า การนี้เป็นความลับห้ามมิให้ล่วงรู้ถึงคนนอกเป็นเด็ดขาด

พันคำก้มศีรษะรับคำสั่ง ขณะที่ พันเงินผู้เป็นน้องคนเล็กได้เอ่ยถามขึ้นอย่างข้องใจว่า เพลานี้ก็ล่วงมาเกือบยี่สิบปีแล้ว พี่ท่านยังมิสิ้นความพยายามอีกหรือ

ตราบที่ข้ายังมิสิ้นลมหายใจ ข้าต้องหาของสิ่งนั้นให้พบให้จงได้หมื่นหางช้างตอบเสียงเครียด

พวกเราเพียรสืบข่าวมาหลายสิบปี แต่หามีวี่แววอันใดไม่ ฤาว่าของสิ่งนั้น จักไม่มีอยู่จริงพันเงินกล่าวด้วยท่าทางอ่อนใจข้าว่า พวกเราล้มเลิกความตั้งใจมิดีกว่าหรือ

สูลืมคำสั่งเสียของบรรพบุรุษแล้วหรือคนเป็นพี่ถลึงตาใส่ลืมแล้วหรือว่าที่พวกเราต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ต่างแคว้นต่างแผ่นดินเยี่ยงนี้ เพราะเหตุใดกัน

พันเงินก้มหน้าหลบสายตาดุดันของพี่ชาย ขณะที่พันคำถามขึ้นอย่างเกรงๆว่า แต่หากว่ายังมิพบบาศก์นาคา เช่นนี้แล้ว พวกเรามิต้องค้นหากันไปทั้งชีวิตละหรือ

ตราบใดที่ข้ายังมิสิ้นลมหายใจ ข้าก็ยังมิสิ้นความหวังหมื่นหางช้างกล่าวเสียงดุดัน ดวงตาทั้งสองเป็นประกาย

พันเงินและพันคำลอบสบตากันเมื่อได้ยินคำพูดที่แสดงถึงความตั้งใจแน่วแน่ของผู้เป็นพี่ใหญ่ ขณะในใจของทั้งสองนั้นกลับรู้สึกว่า สิ่งที่พวกตนกำลังทำอยู่ มิต่างอันใดกับการงมเข็มในห้วงมหาสมุทร

***************


ยามบ่าย บนลานกว้างในเขตพระราชฐานชั้นนอก มีเวทีประลองสี่แห่งถูกจัดขึ้นรอบพื้นที่ดังกล่าว ในแต่ละเวทีต่างก็มีชายหนุ่มกำลังประลองเพลงอาวุธกันอย่างดุเดือด โดยมีกรรมการประจำทำหน้าที่ตัดสินผลแพ้ชนะ

  ในเวทีประลองที่สอง ชายหนุ่มร่างกำยำปราดเปรียวสองคนกำลังเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด แสงแดดยามบ่ายต้องใบดาบเป็นประกาย ยามที่สองฝ่ายผลัดกันรุกและรับ หมายชิงชัยต่อกัน ก่อนที่ฝ่ายหนึ่งจะพลาดท่าตกเป็นผู้ปราชัย

ขุนเทพพิมาน ผู้เป็นกรรมการประจำเวทีที่สอง ประกาศชื่อผู้ชนะ ก่อนที่คู่ประลองดังกล่าวจะออกจากสนาม จากนั้นกรรมการจึงขานเรียกคู่ประลองคู่ใหม่ลงสู่สนาม

คู่ต่อไป พันเพชรยอดศึกแลหัวหมู่ชื่น


สินเมืองลุกขึ้นยืนอย่างกระปรี้กระเปร่า นี่เป็นการประลองครั้งสุดท้ายของรอบแรก ซึ่งหากเขาชนะ ก็จะได้รับคัดเลือกเข้าในเหล่าทะลวงฟันคู่พระทัยและจะได้เข้าประลองในรอบที่สองเพื่อเข้าชิงตำแหน่งหัวหมื่นในวันรุ่งขึ้น


ชายหนุ่มเดินเข้าไปในสนามประลอง พร้อมดาบในมือทั้งสองที่กระชับมั่น ขณะที่อีกด้านหนึ่ง หัวหมู่หนุ่มวัยยี่สิบปี คู่ต่อสู้ของเขาซึ่งใช้ดาบคู่เช่นกัน ก็กำลังเดินเข้ามาในสนามพร้อมกับมองมาด้วยสายตาคมวาวและเมื่อกรรมการให้สัญญาณเริ่มการประลอง ทั้งสองก็พุ่งเข้าหากันทันที


การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด คมดาบกระทบกันรุนแรงจนเกิดเป็นประกาย สินเมืองยกดาบในมือขวาขึ้นรับดาบทั้งสองเล่มของคู่ต่อสู้ที่ฟันลงมาพร้อมกัน ก่อนวาดคมดาบในมือซ้ายฟันเป็นวงกว้างจนทำให้หัวหมู่ชื่นต้องผละออก จากนั้น ชายหนุ่มก็เปิดฉากรุก จนฝ่ายตรงข้ามทำได้เพียงตั้งรับ อย่างไรก็ตาม สินเมืองก็ยังไม่อาจกำชัยชนะ เนื่องด้วยคู่ต่อสู้ยังระวังตัวเต็มที่ จึงไม่มีโอกาสให้ชายหนุ่มได้เผด็จศึก


   ครั้นเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามยังคงระวังตัว สินเมืองจึงแกล้งฟันผิดเพื่อเปิดช่องให้อีกฝ่ายเห็น ซึ่งเมื่อหัวหมู่ชื่นเห็นดังนั้นก็ รีบพุ่งเข้ามาทันที ทว่าสินเมืองที่จับตาดูอยู่ ได้ก้าวหลบออกไปเสียก่อนที่ดาบของฝ่ายตรงข้ามจะถึงตัว จากนั้นจึงหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วพร้อมใช้สันดาบฟาดเข้าที่ชายโครงคู่ต่อสู้อย่างแรงจนฝ่ายนั้นถึงกับทรุด ก่อนที่ชายหนุ่มจะยุติการประลองด้วยพาดคมดาบไว้ที่คอของอีกฝ่าย

พันเพชรยอดศึกเป็นฝ่ายชำนะเสียงกรรมการประกาศก้อง    


ข้าทำสำเร็จแล้ว..สินเมืองคิดในใจอย่างลิงโลด พลางมองไปยังบิดาที่ยืนอยู่ข้างสนามและเห็นผู้เป็นพ่อยิ้มบางๆ

 
ข้าขอแสดงความยินดีกับพวกเจ้าที่ผ่านการประลองรอบแรกมาได้ สำหรับวันพรุ่งแลวันมะรืน จักเป็นการประลองรอบที่สองเพื่อคัดเลือกผู้ที่จักได้เป็นหัวหมื่นประจำกองทะลวงฟันคู่พระทัย แลในวันมะรืนนี้ พ่ออยู่หัวจักเสด็จมาทอดพระเนตรการประลองด้วย ฉะนั้นพวกเจ้าทุกคนจงไปเตรียมตัวให้พร้อมออกญามหาเสนาบดี สมุหพระกลาโหมได้ประกาศแก่ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหมดซึ่งถูกเรียกมารวมกันที่บริเวณกลางลานกว้างของเขตพระราชฐานชั้นนอก ในตอนเย็นวันนั้น ก่อนจะให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับเรือน เพื่อเตรียมตัวสำหรับวันรุ่งขึ้น

************************************

หัวค่ำวันนั้น ที่ศาลาท่าน้ำหน้าบ้านของออกพระคำแหงรณฤทธิ์ บิดาของสินเมือง ชายหนุ่มผู้เป็นบุตรเจ้าของบ้านกำลังนั่งสนทนากับทองถึงการประลองเมื่อตอนกลางวันอย่างออกรส 

คราแรก พี่คิดว่า จักเอาชำนะมิได้เสียแล้ว ดีว่าคิดอุบายขึ้นมาได้ทัน จึงแกล้งหลอกล่อ จนคู่ประลองนั้นต้องกล พี่จึงคว้าชัยมาได้ สินเมืองเล่าพลางออกท่าออกทาง

ได้ฟังพี่แล้ว ข้าให้เสียดายนัก นี่หากวันนี้ มิใช่ด้วยมีกิจสำคัญที่เรือนพระอาลักษณ์แล้วไซร้ ข้าต้องไปชมฝีมือพี่ท่านให้เป็นขวัญตาเป็นแน่”ทองทำหน้าเสียดายก่อนถามว่า แล้วนี่จักต้องประลองอีกกี่วันหรือ จึงเสร็จสิ้น

อีกสองขวบวัน

ว่าแต่ พี่ท่านแน่ใจเพียงใด ว่าจักได้เข้าประลองในวันสุดท้าย

บ๊ะ เจรจาเยี่ยงนี้ มิเชื่อฝีมือพี่รึ หนุ่มรุ่นพี่ทำเป็นถลึงตาใส่ ก่อนจะยืดอกพลางกล่าวว่า ฝีมือเยี่ยงพี่นะเฮ้ย มิใช่เพียงได้เข้าประลองถึงรอบสุดท้ายดอก ถึงตำแหน่งนายกองก็หาได้พ้นมือพี่ไม่

ข้าเองก็เชื่อว่า พี่คงทำได้แน่ ทองพูดว่าไป ก็ให้เสียดายแทนน้องดอกแก้วนัก นางคงใคร่ชมพี่ท่านประลองด้วย

สินเมืองยิ้มมุมปากพลางกล่าวกับอีกฝ่ายว่า ช่างเถิด ไว้เสร็จสิ้นการนี้แล้ว ข้าค่อยแต่งครื่องยศใหม่ไปอวดนางก็ได้ท้ายประโยค น้ำเสียงผู้พูดเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

**************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

541 ความคิดเห็น

  1. #448 นายตามใจ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2556 / 11:08
    มั่นใจเหลือเกินนะ สินเมือง
    #448
    0
  2. #153 -ping@pong- (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 20:13
    ดีค่ะอยากให้อ่านกันมากๆจังเลยจะได้มีจิตสำนึกรักประเทศไทยกว่าจะได้มาว่าบรรพบุรุษยากลำบากขนาดใหนตอ้งขอบใจที่ค้นหาประวัติศาตร์มาให้อ่านเชิงนิยายดีจริงๆ
    #153
    0