ศึกรบสองราชันย์

ตอนที่ 40 : ดอกไม้กลางใจ(ปรับปรุง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

นางข้าหลวงสามคนกำลังเดินออกจากสวนดอกไม้ กลับเข้าประตูวัง โดยหนึ่งในนั้นคือ คนที่เขาเฝ้ารอมาตลอดทั้งสัปดาห์นั่นเอง

แม้จะเคยคุยกันมาหลายครั้ง แต่สินเมืองก็ยังตื่นเต้นเวลาได้พบดอกแก้ว เขาสูดลมหายใจ ก่อนจะก้าวตรงไปหานาง

ดอกแก้วเขาเอ่ยเรียกชื่อนาง

เด็กสาวหันกลับมาตามเสียงเรียก พี่สินเมือง นางอุทานพี่มาแต่เมื่อใด

เมื่อครู่นี้เอง

แล้วพี่มาที่นี่ด้วยเหตุอันใดหรือ ดอกแก้วถาม “ข้ามิคิดว่าสวนดอกไม้จักเป็นสถานที่อันเหมาะกับขุนศึกเยี่ยงพี่ท่าน

พี่มารอเจ้า ชายหนุ่มตอบตามตรงพลางมองสบตาอีกฝ่าย แม้มิได้พูดคุย แค่เพียงได้เห็นหน้าสักครั้งก็พอ

พวงแก้มของนางข้าหลวงวัยกำดัดเป็นสีแดงระเรื่อ พี่ให้ความสำคัญแก่ข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ นางแกล้งถาม

สินเมืองพยักหน้า สำหรับพี่แล้ว หามีสิ่งใดสำคัญยิ่งไปกว่าออเจ้าไม่

ดอกแก้วก้มหน้าลงเล็กน้อย เพื่อมิให้อีกฝ่ายเห็นรอยยิ้มเขินอายของนาง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและกล่าวว่า วาจาของพี่คมคายมิใช่น้อย หากแต่ข้าคงอยู่ฟังต่อมิได้ ด้วยว่าได้เพลาที่ข้าต้องกลับแล้ว

อยู่คุยกับพี่อีกสักหน่อยมิได้หรือสินเมืองเอ่ยขอ

เด็กสาวสั่นศีรษะ พลางตอบว่า มิได้ดอก ข้าแลสหายออกมานานนักแล้ว หากมิรีบกลับ จักถูกดุเอา

เช่นนั้น พี่ควรไปพบเจ้าที่ใดเล่า จึงจักได้สนทนากันอีกนายกองหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

สิ้นเดือนนี้ ข้าจักลากลับไปเยี่ยมบ้าน ลางที เราอาจได้พบกันดอกแก้วพูดด้วยเสียงที่พอได้ยินเพียงสองคน ก่อนจะรีบเดินตามกลุ่มเพื่อนๆของนางกลับเข้าวังไป ขณะที่สินเมืองยังคงยืนอยู่ที่นั่นพร้อมกับมองตามด้วยสายตาอาวรณ์

***********************************

เยี่ยงนี้ นางมีใจให้พี่ท่านมิผิดแน่ทองตบเข่าฉาด หลังฟังสหายรุ่นพี่เล่าจบ

สินเมืองมองหน้าอีกฝ่าย เจ้ารู้ได้เยี่ยงไรเขาถาม

หากมิใช่ด้วยมีใจให้ ไฉน นางจึงบอกพี่ท่านด้วยเล่า ว่านางจักกลับมาบ้านเมื่อใด

หนุ่มรุ่นพี่ผงกศีรษะรับ ก่อนขอความเห็น แล้วข้าควรทำเช่นไรต่อไป

หากพี่ท่านพึงใจในดอกแก้ว ก็ควรหาโอกาสไปฝากเนื้อฝากตัวกับบิดามารดาของเขาเอาไว้บ้างอีกฝ่ายบอก “พี่ท่านมิเคยได้ยินฤา ที่เขาว่าไว้ว่า หนาวผู้หญิงต้องอิงผู้ใหญ่

เจ้านี่ช่างรู้อะไรมากเกินวัยเชียวหนา

คนช่างรู้ยืดอก พร้อมกับกล่าวอย่างโอ่ๆว่า ก็ด้วยข้าเป็นเด็กฉลาดน่ะสิ จึงได้รอบรู้เยี่ยงนี้

แม้จะอดหมั่นไส้ท่าทางและน้ำเสียงของคู่สนทนาไม่ได้ แต่สินเมืองก็ต้องยอมรับว่า อีกฝ่ายพูดมีเหตุผล เห็นที เขาคงต้องยกให้เจ้าทองเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญในการแก้ปัญหาศึกรักหนักอกในครานี้เสียแล้ว.....

หลังพบกันที่สวนดอกไม้ สินเมืองนับวันรอเวลาที่ดอกแก้วจะกลับบ้านอย่างมีความสุขยิ่ง นอกจากนี้เขายังไม่ลืมที่จะทำตามคำแนะนำของทอง ที่บอกให้แวะเวียนไปเยี่ยมเยียนหลวงเพชรพิชิตและนางบุญเรือน บิดาและมารดาของดอกแก้ว ซึ่งผู้ใหญ่ทั้งสองก็แสดงท่าทีว่าเมตตารักใคร่เขาพอสมควร ซึ่งก็ยิ่งทำให้สินเมืองอดรู้สึกไม่ได้ว่า ปัญหาหัวใจในครานี้คงคลี่คลายไปในทางดีเป็นแน่แท้

********************

ขณะที่สินเมืองกำลังตั้งตารอวันที่จะได้พบหน้าดอกแก้ว ก็ได้มีข่าวใหม่ที่ทำให้ชายหนุ่มเกิดความตื่นเต้นไม่แพ้เรื่องของดอกแก้วที่เขากำลังตั้งรออยู่

สิ้นเดือนนี้ พ่ออยู่หัวทรงโปรดฯให้ไพร่พลที่ชำนาญเชิงอาวุธแลอายุมิเกินยี่สิบสองเข้าประลองเพลงยุทธ์เพื่อคัดเลือกข้าทหารหนุ่มผู้มีฝีมือสำหรับเป็นราชองครักษ์ในเหล่าทะลวงฟันคู่พระทัย แสนกล่าวกับบุตรชายหลังกลับมาจากร่วมประชุมที่ศาลาลูกขุนในตอนค่ำวันหนึ่ง ท่านออกญามหาเสนา ใคร่ให้เจ้าเข้าร่วมการคัดเลือกในครานี้

สินเมืองตาโตนี่หมายความว่า ข้าจักได้เป็นทหารทะลวงฟันคู่พระทัยกระนั้นหรือ

อย่ามั่นใจเกินไปนัก เจ้าสินเมืองผู้เป็นพ่อปรามเพียงแต่ให้เจ้าเข้าประลองเท่านั้น มิแน่ดอกว่าจักได้เป็นหรือไม่

พ่อเอ่ยเยี่ยงนี้ มิเชื่อฝีมือข้ากระนั้นหรือ

พ่อมิต้องการให้เจ้าทะนงในฝีมือจนเกินไป แสนกล่าว ความมั่นใจในตนเองแม้เป็นสิ่งดี หากแต่การมั่นใจจนเกินควร ก็อาจทำให้เราบังเกิดความประมาทได้แลเจ้าก็รู้มิใช่หรือว่า ความประมาทนั้นคือหนทางสู่ความล้มเหลว

ข้าขอโทษ

สินเมืองนางสายพิณที่นั่งอยู่ด้วย เอ่ยขึ้น “การคัดเลือกทหารคู่พระทัยครานี้ ถือเป็นโอกาสอันดี ที่เจ้าจักได้ก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ ย่าหวังว่าเจ้าคงไม่เสียมันไปนะ

ข้ามิยอมเสียโอกาสดีๆเยี่ยงนี้ไปแน่ ท่านย่าสินเมืองรับคำด้วยดวงตามุ่งมั่น

ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็ต้องหมั่นฝึกซ้อมให้มากขึ้น” แสนพูดกับบุตรชาย “ยามนี้เหลือเพลามิถึงสิบวันก็จักถึงวันคัดเลือก ฉะนั้นแต่นี้ไปจนถึงวันคัดเลือก พ่อจักเป็นผู้ควบคุมการฝึกอาวุธของเจ้าเอง

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา สินเมืองต้องใช้เวลาตั้งแต่เช้าจนเย็นกับการฝึกฝน โดยเริ่มจากฝึกอาวุธที่บ้านในช่วงเช้า จากนั้นก็ไปที่โรงทหารช่วงบ่ายและอยู่ที่นั่นจนถึงเวลาเย็น ก่อนกลับมาถึงบ้านเอาเกือบพลบค่ำ ซึ่งตลอดทั้งวัน ไม่มีช่วงไหนที่ชายหนุ่มจะหนีการซ้อมได้ เนื่องจากผู้เป็นบิดาคอยควบคุมอย่างเข้มงวด ถ้าวันไหนที่พ่อของเขาไม่ว่าง ก็จะสั่งให้พันเข้ม ลูกน้องคนสนิทคอยดูแลแทน จนทำให้สินเมืองไม่อาจปลีกตัวไปไหนได้เลย

วันหนึ่งในยามบ่าย ขณะกำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ริมสนามฝึก สินเมืองก็เห็นทองเดินตรงมาหา ด้วยท่าทางรีบร้อน

มีเรื่องอันใดรึ เจ้าทอง ดูท่าทีรีบร้อนนัก เขาเอ่ยถาม เมื่ออีกฝ่ายมาหยุดยืนตรงหน้า

พี่นั่นแล ยังมัวนั่งที่นี่อยู่ได้ ลืมไปแล้วหรือว่าวันนี้เป็นวันอะไรทองว่า

วันอันใดวะสินเมืองเกาหัว

ก็บ่ายวันนี้ ดอกแก้วจักกลับมาเยี่ยมบ้านอย่างไรเล่า

นายทหารหนุ่มตาโตอย่างตกใจ เวรล่ะสิ นี่พี่ลืมได้เยี่ยงไรนี่

พี่ไม่รีบไปดักรอนางที่หน้าประตูวัง ประเดี๋ยวก็มิได้เจอกันดอกอีกฝ่ายเร่ง

จักให้ไปเพลานี้หรือสินเมืองหันไปมองพันเข้มที่ยืนอยู่กับพวกทหารห่างออกไปไม่มากนัก เห็นทีจักมิได้ ด้วยพ่อของพี่สั่งไว้ว่าให้อยู่ฝึกอาวุธที่นี่จนกว่าท่านจักกลับมา

แอบหลบไปสักประเดี๋ยวมิได้เชียวหรือ

จักหลบไปเยี่ยงไรเล่า พันเข้มกับพวกทหารคอยคุมแจเยี่ยงนี้

แต่หากมิไปหานาง แล้วนางขึ้งโกรธพี่ท่าน การนี้ข้าคงช่วยอันใดมิได้แล้วเจ้าทองเตือน

สินเมืองนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นว่า เยี่ยงนั้น วานเจ้าไปแจ้งแก่นางทีว่า ย่ำค่ำนี้ พี่จักแวะไปหาที่เรือน

ไปหาในยามค่ำคืนเยี่ยงนั้น พ่อแม่ของนางคงมิยอมให้พี่ได้พบหน้าลูกสาวเขาดอกอีกฝ่ายแย้ง “ข้าว่า วันพรุ่ง พี่ค่อยไปหาหรือมิเช่นนั้นก็ให้คนไปลอบนัดหมายกับนางจักมิเหมาะกว่าหรือ

วันพรุ่ง ข้าก็ต้องร่วมการประลองแล้ว จักใช้เพลากี่วันก็มิรู้ได้ แล้วจักเอาเพลาไหนไปพบนางสินเมืองกล่าว เอาเป็นว่าค่ำนี้แล เหมาะที่สุดแล้ว

แล้วพี่จักทำเยี่ยงใด จึงจักได้พบนางเล่า

เรื่องนั้นมิยากดอก ขอเพียงเจ้าช่วยพี่สักเล็กน้อยเท่านั้นสินเมืองกล่าวอย่างมีแผนการ

**********************

ยามค่ำที่บ้านของออกหลวงเพชรพิชิต บิดาของดอกแก้ว สินเมืองกับทอง แฝงกายเข้ายังพุ่มไม้ใกล้ตัวเรือน หลังจากที่ใช้เวลาไปครู่ใหญ่เพื่อหลบสายตาของผู้คนในบริเวณบ้าน

เจ้าแน่ใจหรือว่า นั่นคือห้องของน้องดอกแก้วมิผิดสินเมืองกระซิบถาม

หาแน่ใจไม่ทองส่ายหน้าพลางตอบ ข้ารู้เพียงว่า เรือนแถบนี้เป็นที่พักเหล่าสตรีเท่านั้น แต่จักให้ระบุชัดว่าห้องผู้ใดอยู่ที่ใด ข้าบอกมิได้ดอก

อุบ๊ะ เจ้านี่ใช้มิได้เลย สืบแค่นี้ยังมิได้ความ

พุทโธ่ พี่ให้เพลาข้าครึ่งวัน ได้ความมาเท่านี้ก็ดีนักหนาแล้ว

สินเมืองแหงนมองและเห็นหน้าต่างบานหนึ่งเปิดอยู่ เยี่ยงนั้น ข้าจักลอบขึ้นไปดูก่อน หากแม้นพลาดพลั้ง ก็ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน

เอ่อพี่ท่าน ทองน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก “พี่แน่ใจละหรือ ว่าจักทำเยี่ยงนี้

มาถึงนี่แล้ว ยังมัวลังเลอันใดอีก

แต่หากถูกจับได้ น้องดอกแก้วจักเสียหายได้นา

หากกลัวถูกจับได้ เจ้าก็คอยดูต้นทางให้พี่ดีๆสิ กล่าวจบ คนพูดก็ปีนขึ้นไปบนคาคบของต้นจำปีใหญ่ที่ขึ้นห่างจากตัวบ้านราววาเศษๆอย่างว่องไว เพียงพริบตาก็ไปนั่งซุ่มอยู่บนคบโดยมีพุ่มใบหนาคอยกำบังให้

สินเมืองเพ่งสายตาเข้าไปในห้องผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดอยู่ แสงไฟจากตะเกียงดวงน้อยที่อยู่ข้างใน ส่องให้ภาพของทุกสิ่งในห้องนั้น รวมทั้งร่างบอบบางของสาวน้อยผมยาวผิวขาวที่นั่งอยู่หน้าบานคันฉ่องด้วย

หนุ่มน้อยยิ้มเมื่อพบว่าโชคช่วยให้เขาได้พบที่หมายได้โดยไม่คาดคิด เขาทะยานจากคบไม้ ผ่านหน้าต่างที่เปิดอยู่ เข้าไปยืนในห้องอย่างเงียบกริบ ก่อนจะร้องเรียกอีกฝ่ายเบาๆ “ดอกแก้ว

สาวน้อยหันกลับมา ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกใจ พี่สินเมือง!” นางอุทานอย่างลืมตัว

อย่าเสียงดังไป ประเดี๋ยวจักมีคนมาพบเข้าอีกฝ่ายรีบบอกพร้อมกับปราดเข้ามายืนข้างๆ

ดอกแก้วมองอย่างไม่เชื่อตาตัวเอง นี่พี่เข้ามาได้อย่างไร

เพียงมาพบหน้าเจ้า หาได้ยากเกินฝีมือพี่ดอกชายหนุ่มตอบ

เมื่อได้ยินดังนั้น ดอกแก้วจึงแกล้งพูดว่า แต่หากข้าร้องให้คนช่วย พี่ท่านคงออกไปมิได้โดยง่ายเป็นแน่

พี่รู้ว่า ออเจ้าคงมิทำเช่นนั้น

“แน่ใจได้เยี่ยงไร”

“ก็หากเจ้าจักร้อง คงทำไปนานแล้ว”

เกลียดนัก พวกรู้มาก”สาวน้อยค่อนว่าก่อนถามเสียงข้องใจ “แล้วเหตุใดจึงมาเอาในเพลานี้ หรือว่าพี่ลืมที่ข้าบอกไว้

สินเมืองทำหน้าขอโทษ พี่หาได้ลืมไม่ หากติดที่ต้องอยู่ฝึกฝนอาวุธแต่เช้าจนเย็น กว่าปลีกตัวมาได้ก็ย่ำค่ำ

เหตุใดต้องฝึกหนักถึงเพียงนั้น จักมีศึกสงครามหรือ

พ่ออยู่หัวทรงโปรดให้จัดประลองอาวุธ เพื่อคัดเลือกคนมีฝีมือเข้าเป็นทหารทะลวงฟันคู่พระทัย

งานประลองยุทธ์หรือ” ดอกแก้วอุทาน “แล้วพี่จักเข้าประลองเมื่อใด

วันพรุ่งเป็นวันแรก

ข้าใคร่ชมการประลองยิ่งนัก

พี่ก็ใคร่ให้เจ้าไปชมเช่นกัน ด้วยหากได้เห็นหน้าเจ้าก่อนเข้าชิงชัย พี่คงมีกำลังใจขึ้นมากโขสินเมืองพูดหากแต่การประลองครานี้ อนุญาตแต่เฉพาะข้าหลวงฝ่ายหน้าแลข้าทหารให้เข้าชมได้เท่านั้น

เยี่ยงนั้น ข้าจักสวดมนต์ขอพรพระให้คุ้มครองพี่ท่านจงโชคดีมีชัยในครานี้

พี่ขอสัญญาว่าจักนำชัยชำนะมาฝากเจ้าให้จงได้สินเมืองกล่าวกับเด็กสาวอย่างมั่นใจ

ข้าเชื่อว่า พี่ต้องทำได้แน่ดอกแก้วยิ้มให้ ก่อนจะพูดกับอีกฝ่ายว่า แต่ยามนี้ ขอพี่รีบออกไปก่อนเถิด หากมีใครมาพบเข้า เราทั้งสองจักลำบาก

เช่นนั้น พี่ลาก่อน ไว้เสร็จสิ้นการประลองเมื่อใด พี่จักมาพบเจ้าอีก สินเมืองบอกก่อนจะกระโดดออกจากหน้าต่างลงจากเรือนไป โดยมีสายตาของดรุณีน้อยวัยกำดัดมองตามจนร่างนั้นลับหายไปในความมืด

****************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

541 ความคิดเห็น

  1. #447 วิชชารัณ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 11:17
    ช่วงนี้เปลี่ยนจากรบเป็นรักนะคะ ไรท์เตอร์ อ่านแล้วเคลิ้มเลย แต่สินเมืองเนี่ย ออกจะมั่นใจในตัวเองเกินไปนิดนะ
    #447
    0
  2. #298 ช่อปากกา (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2555 / 22:19
    น่าสนใจดีค่ะ ปกติเคยอ่านแต่ยุคเสียกรุง มาคราวนี้ ย้อนไปไกลมาก แต่ก็นำเสนอได้เห็นภาพ แม้จะยังไม่ชัดเต็มร้อย แต่ก็ชวนอ่าน แล้วจะหาเวลามาอ่านต่อนะคะ
    #298
    0