ศึกรบสองราชันย์

ตอนที่ 37 : สงกรานต์สานรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

เสียงสรวลเสเฮฮาและเสียงดนตรีดังทั่วชุมชนหลายแห่งในอโยธยา ผู้คนทั้งหญิงชายแต่งกายสวยงามมาร่วมฉลองกันอย่างสนุกสนานโดยไม่ใส่ใจต่อแสงแดดเจิดจ้าของฤดูร้อน กลิ่นน้ำอบน้ำปรุงหอมฟุ้ง พ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงค้าขายอยู่สองข้างทาง นอกจากนี้ยังมีมหรสพหลายอย่าง แสดงให้ความบันเทิงแก่ผู้คนที่ผ่านไปมา

ที่ลานวัดพนัญเชิงซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาแต่ก่อนตั้งพระนคร สินเมืองกับทองมาเที่ยวชมงานสงกรานต์ที่จัดในวัด หลังจากไปรดน้ำญาติผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือมาแล้ว รอบข้างมีผู้คนมากมายมาร่วมสรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย เพื่อเสริมสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย รวมทั้งมีบรรดาหนุ่มสาวที่ใช้โอกาสนี้ ละเล่นประพรมละอองน้ำใส่กันเป็นที่สนุกสนาน ส่วนที่อยู่ใกล้กับบริเวณงาน มีพระพุทธรูปปูนปั้นหุ้มทองคำปางสมาธิ องค์ใหญ่มหึมา ตั้งบนแท่นกลางแจ้งสะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ

คราแรก ข้ายินว่า พ่ออยู่หัวทรงโปรดฯให้แบ่งทัพอยู่ช่วยหัวเมืองฝ่ายเหนือ ก็คิดว่าพี่ต้องอยู่ด้วยเสียแล้วทองพูด

ตัวพี่สังกัดท่านสมุหพระกลาโหม จึงมิต้องอยู่กับทัพของออกญาเดโช มิเช่นนั้น เห็นทีปีนี้คงต้องเล่นสงกรานต์ที่เมืองเหนือเป็นแน่สินเมืองบอกพลางมองไปรอบๆดูว่าสงกรานต์ปีนี้จักครึกครื้นกว่าปีก่อนเสียอีกเขาตั้งข้อสังเกต

คงเป็นด้วยทัพเราเพิ่งชิงสุโขทัยคืนมาได้ ผู้คนจึงถือโอกาสฉลองสงกรานต์แลฉลองชัยชนะในคราเดียวอีกฝ่ายว่าก็คงเป็นเช่นที่เจ้าว่า สินเมืองเห็นด้วย อ้ายเด็กพวกนี้ มันซนอย่างกับลิง เล่นวิตถาร สาดน้ำกันไปมาผิดวิสัยชาวบ้านเขาทำกันเยี่ยงนั้น มันไม่กลัวว่าจักทำให้คนอื่นที่ผ่านไปมา เขาเปียกปอนบ้างหรือไรเขาบ่นเมื่อเห็นพวกเด็กๆท่าทางแก่นแก้วกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งไล่สาดน้ำกันโครมครามไปมาอยู่ในลานวัด

นานทีปีหน ช่างเถิดพี่ ทองบอกก่อนชวนคุย พี่ดูพวกสาวๆทางนั้นสิ ท่าทางคงเป็นนางข้าหลวงที่ออกมาเที่ยวสงกรานต์เป็นแน่เขาชี้ไปยังหญิงสาวกลุ่มหนึ่งห่มสไบสีชมพูที่กำลังเดินพลางคุยหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่ทางขวามือ

สินเมืองหันไปมองตามที่อีกฝ่ายบอกเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกนางมาจากในวัง

ทั้งหน้าตา ผิวพรรณแลการแต่งกายของพวกนางเหมือนสาวชาวบ้านเสียที่ไหนเล่า พี่มิเห็นดอกหรือ

มิรู้ว่า ประเดี๋ยวนี้ เจ้าหัดสังเกตการแต่งกายของสาวๆกับเขาเหมือนกัน สินเมืองแกล้งกระเซ้า

ข้าเคยเข้าวังหลายครา จึงคุ้นเคยกับการแต่งกายของพวกนางข้าหลวงอยู่บ้างอีกฝ่ายพูดเขินๆ ก่อนเปลี่ยนเรื่องมิรู้ว่า ดอกแก้วจักออกมาเที่ยวงานนี้ด้วยฤาไม่

ดอกแก้วหรือ คำพูดของสหายรุ่นน้องทำให้สินเมืองนึกถึงภาพเด็กหญิงผิวขาว ท่าทางซุกซน ผู้เป็นเพื่อนเล่นในวัยเด็กของเขา ข้ามิได้พบนางมาเป็นปี มิรู้ว่า ยามนี้โตขึ้นเท่าใดแล้ว

ก็ทุกคราที่ดอกแก้วกลับมาเยี่ยมบ้าน พี่สินเมืองก็ต้องไปศึก คลาดกันไปมาเยี่ยงนี้ จักปะกันได้เยี่ยงไรทองว่า

เจ้าเคยพบนางบ้างไหม สินเมืองถาม

เคยปะหน้ากันสองสามหน อีกฝ่ายตอบ ก่อนขยายความ ประเดี๋ยวนี้ ดอกแก้วมิใช่เด็กน้อยไว้จุกอย่างแต่ก่อนแล้วนา หากแต่กลายเป็นสาวรุ่นโฉมสะคราญทีเดียว

เจ้าอย่าพูดให้เกินไปนักเลย สินเมืองทำหน้าไม่เชื่อ “เด็กแก่นแก้ว มอมแมม เอาแต่ใจ แถมกระโดกกระเดกเยี่ยงนั้น แค่ผ่านไปปีสองปี จักสวยแค่ไหนกันเชียว

ข้าพูดจริงๆนา สหายรุ่นน้องยืนยัน ทว่าคนฟังยังแสดงท่าทีว่าไม่ค่อยอยากเชื่อสักเท่าไร

ทันใดนั้นเอง เสียงใสๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทางเบื้องหลังของคนทั้งสอง นั่นพี่ทอง ใช่ไหม

เสียงนั้นทำให้ทั้งสองหันมาพร้อมกันและเห็นเด็กสาววัยสิบสี่ย่างสิบห้าปีผู้หนึ่งยืนอยู่ เธอมีผิวสีน้ำผึ้งอ่อนค่อนข้างขาว นุ่งผ้าพับจีบสีเข้มยาวกรอมข้อเท้า พันผ้าแถบสีชมพูห่มทับด้วยสไบสีตองอ่อน ผมดำขลับยาวสลวยประบ่า ดวงตากลมโต คิ้วเรียวโก่ง จมูกโด่งเล็กน้อยเข้ากับริมฝีปากอิ่มแดงเรื่อสวยได้รูป ทำให้ใบหน้ารูปหัวใจ แลดูงดงามอ่อนหวาน

ดอกแก้ว” ทองทักขึ้นอย่างดีใจพร้อมก้าวไปหา เจ้าออกมาเที่ยวสงกรานต์ด้วยหรือ

ข้าได้ลากลับบ้านจึงถือโอกาสแวะสรงน้ำพระ อีกฝ่ายตอบ ก่อนลอบมองมายังสินเมืองที่ยืนอยู่หลังคู่สนทนา คิ้วคู่งามของเด็กสาวขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย แล้วนั่นพี่มากับผู้ใดฤา ดูคุ้นตายิ่งนักดอกแก้วถามด้วยน้ำเสียงเบาๆ

ทองซ่อนยิ้ม เจ้าจำเขามิได้หรือ

เอ เด็กสาวทำท่านึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคู่งามนั้นจะเบิกกว้าง สีหน้านั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นยินดี พี่สินเมือง...นี่พี่สินเมือง ใช่หรือไม่

เอ่อ...ใช่สินเมืองที่เพิ่งตั้งสติได้ รีบตอบก่อนก้าวไปใกล้ๆ ขณะสายตายังจับที่ดวงหน้าเด็กสาว

มิคิดเลยว่าจักได้เจอพี่ในวันนี้ ข้าดีใจจริงๆ น้ำเสียงดอกแก้วเต็มไปด้วยความดีใจ ดวงตาคู่งามเป็นประกาย “มิได้พบกันหลายปี พี่สินเมืองเปลี่ยนไปมิใช่น้อย เมื่อแรกข้าเกือบจำมิได้ด้วยซ้ำ

เจ้าเองก็โตขึ้นมากเช่นกัน

สองสามปีมานี้ พี่เป็นเยี่ยงไรบ้างหรือ เด็กสาวถาม

พี่สบายดีเด็กหนุ่มรุ่นพี่ตอบพร้อมกับยิ้มให้สาวน้อย ก่อนถามกลับ “แล้วเจ้าเล่า เป็นเยี่ยงไรบ้าง

ข้าก็สบายดีเช่นกัน ดอกแก้วตอบด้วยสีหน้าระรื่น พวกเรามิได้พบกันเป็นนาน พี่รู้หรือไม่ว่า ข้ามีเรื่องราวมากมาย ใคร่พูดคุยกับพี่

พี่เองก็เช่นกันสินเมืองบอก

เมื่อได้ยินสหายรุ่นพี่เอ่ยกับเด็กสาวดังนั้น ทองจึงเสนอขึ้นว่า “ในเมื่อพี่สินเมืองแลดอกแก้วต่างมีเรื่องสนทนากันมากมาย เช่นนั้น ข้าว่า พวกเราเดินไป คุยกันไป จักดีไหม

ข้อเสนอของหนุ่มรุ่นน้องถูกใจสินเมืองยิ่งนัก ขณะที่ดอกแก้วเองก็ยิ้มรับอย่างไม่ปฎิเสธเช่นกัน

*************************

สินเมืองและทองเดินคุยกับดอกแก้วโดยมีบ่าวหญิงสองคนของนางเดินตามมาไม่ห่าง ทั้งสามคุยกันอย่างสนุกสนาน จนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เด็กสาวก็เอ่ยลาสหายผู้พี่ทั้งสองและเดินไปลงเรือที่ท่าน้ำพร้อมกับบ่าวเพื่อกลับบ้าน

ไม่พบกันแค่สองสามปี มิคิดเลยว่า ดอกแก้วจักเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้สินเมืองเอ่ยขึ้น ขณะเดินย้อนกลับทางเดิม หลังส่งดอกแก้วลงเรือกับพวกบ่าวกลับบ้านไปแล้ว

คนฟังอมยิ้ม แล้วผิดไปจากที่ข้าพูดไว้หรือไม่

เอ่อหนุ่มรุ่นพี่ไม่รู้จะพูดอะไรดี

ว่าแต่เมื่อครู่ ข้าเห็นพี่มองหน้าดอกแก้วแทบมิละสายตาเลยหนาอีกฝ่ายตั้งข้อสังเกต

ที่ข้ามองก็เพราะไม่ได้เจอกันนาน เลยรู้สึกมิคุ้นตาเท่านั้นสินเมืองรีบพูดแก้ตัว

มิคุ้นตา แล้วถูกใจหรือไม่เล่าคนอ่อนวัยกว่าแกล้งถามต่อ

นายหมู่หนุ่มเร่งฝีเท้าขึ้นไปอยู่ข้างหน้าคู่สนทนาพร้อมกับพูดตัดบท พี่ว่า พวกเราเลิกสนทนาเรื่องนี้เถอะน่า

เช่นนั้นก็ได้ ทองชะงักเท้า พี่สินเมือง หลบเร็วเขาร้องเตือนคนเดินข้างหน้า ทว่าช้าไป เนื่องด้วยน้ำเย็นเต็มขันจากเด็กแก่นแก้วกลุ่มเดิมที่วิ่งไล่สาดน้ำกันมาจากลานวัด ได้ถูกสาดมาโดนเพื่อนเขาอย่างเต็มที่

อ้ายพวกลิงพวกค่างมาเกิด อย่าให้กูจับได้เชียวนะสินเมืองที่เปียกโชกไปทั้งตัว ชูกำปั้นตะโกนไล่หลังพวกเด็กทะโมนที่ยามนี้หนีกระเจิงไปหมดแล้ว

ทองถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่เมื่อเห็นสภาพของอีกฝ่าย เขาบอกคนตัวเปียกด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่า เอาน่า ถือเสียว่า เด็กมันรดน้ำอวยพรก็แล้วกัน

สินเมืองฟังอีกฝ่ายว่า พลางทำหน้าบอกไม่ถูก ก่อนก้มมองสภาพตัวเองที่ยามนี้มิผิดอันใดกับลูกหมาตกน้ำ

...ยังดีนะ ที่ดอกแก้วมิได้เห็นเขาในสภาพนี้ มิเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่า เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน....

****************

ตั้งแต่ได้พบดอกแก้วเมื่อวันไปเที่ยวสงกรานต์ สินเมืองก็รู้สึกว่า หัวใจเขาไม่เป็นปกติเหมือนดังก่อน เนื่องด้วยยามใดที่นึกถึงใบหน้าสวยหวานกับดวงตางามคู่นั้นแล้ว หัวใจของเขาก็มักจะสั่นหวิวอย่างบอกไม่ถูกเสียทุกครั้ง

สินเมืองยอมรับว่า เพียงไม่ได้พบกันแค่ไม่กี่ปี เพื่อนหญิงในวัยเด็กของเขาได้เปลี่ยนไปมากจนแทบจำไม่ได้ จากเด็กหญิงฝีปากกล้า เอาแต่ใจจนน่ารำคาญ กลายมาเป็นเด็กสาววัยกำดัดโฉมสะคราญบาดตาบาดใจ

....แต่นั่นก็ยังไม่สำคัญเท่ากับว่า ความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางก็เปลี่ยนไปเช่นกัน....

ห้าวันต่อมา เมื่อทนความรู้สึกคิดถึงไม่ไหว สินเมืองก็ตัดสินใจไปหาดอกแก้วที่บ้านโดยชวนทองไปเป็นเพื่อนด้วย ทว่าเขาก็ต้องผิดหวัง เมื่อคนที่บ้านของเด็กสาวได้บอกเขาว่า ดอกแก้วได้กลับเข้าวังไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อเช้าวันก่อน

เอาน่า พี่สินเมือง ประเดี๋ยวดอกแก้วก็กลับมาเยี่ยมบ้านอีกนั่นแลทองบอกขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งเรือกลับมาจากบ้านของเด็กสาว โดยมีทาสชายสองคนของสินเมืองทำหน้าที่เป็นฝีพาย

ไอ้ชั่วประเดี๋ยวที่เจ้าว่านั่น มันอีกกี่เดือนกันเล่า สินเมืองว่า รู้เยี่ยงนี้ ข้ามิควรลังเลอยู่เลย รีบมาเสียแต่เนิ่นก็ดีหรอกท้ายประโยค นายหมู่หนุ่มพูดอย่างเสียดาย

อีกฝ่ายได้ยินดังนั้นก็เอ่ยว่า อาการเยี่ยงนี้ เห็นทีพี่ข้า คงต้องคมศรเข้าให้แล้วกระมัง

คมศรอันใดของเจ้าสินเมืองข้องใจ

ก็ศรแห่งกามเทพน่ะสิทองเฉลย

เจ้าคารมเยี่ยงนี้ พี่ล่ะใคร่รู้นักว่า เมื่อใด เจ้าพบสาวที่ต้องใจ จักปากดีเยี่ยงนี้หรือไม่

ไอ้เรื่องของข้าน่ะยังอีกนานนัก ที่ข้าใคร่เห็นมากกว่า ก็คือเรื่องของพี่นี่แลทองย้อนกลับ ก่อนจะหัวเราะ

สินเมืองมองอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้ แต่ในใจก็อดกังวลไปกับคำพูดเย้าแหย่ของเพื่อนรุ่นน้องไม่ได้เช่นกัน

ถ้าดอกแก้วยังอยู่ที่บ้าน เขาก็อาจจะพอหาโอกาสพบนางได้บ้าง แต่ถ้าเด็กสาวกลับเข้าวังไปแล้วเช่นนี้ ก็คงยากนักที่จะมีโอกาสเช่นนั้น ยามนี้ สิ่งเดียวที่ทำได้ คงไม่พ้นตั้งตารอจนกว่านางจะกลับบ้านอีกครั้ง

*********************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

541 ความคิดเห็น

  1. #528 บุญมาชู (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 14:57
    สมัยอยุธยายังคงไม่มีเทพนิยายเรื่องกามเทพหรอก และเป็นของฝรั่งเสียด้วย ฉะนั้นสำนวน ที่ต้องคมศรใช้ไม่ได้ในยุคนั้น
    #528
    0
  2. #124 narine (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2554 / 20:17

    อยากรู้เหมือนกันว่า เรื่องนี้  ผู้เขียนติดต่อขาย สำนักพิมพ์หรือยัง แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่า น่าจะขายได้นะ

    #124
    0