ศึกรบสองราชันย์

ตอนที่ 3 : ศึกนครพิงค์(ปรับปรุง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    29 มี.ค. 61

ในหอคำหลวงของพระราชวังนครพิงค์เชียงใหม่ ราชธานีไทยวนริมแม่น้ำปิง พญาติโลกราชในวัยสามสิบเศษ วรกายสูงโปร่ง พระฉวีขาว พระพักตร์เกลี้ยงเกลาคมสัน แลดูอ่อนกว่าวัย ทรงกำลังหารือการศึกกับเหล่าขุนทัพนายกอง

ยามนี้ พญาใต้นำทัพออกจากสองแควแล้ว พญาติโลกราชรับสั่งสุรเสียงเครียด “ทัพใต้ มีคนกว่าสี่หมื่น ส่วนนครพิงค์ มื้อนี้ เรียกคนรบได้เพียงสามหมื่น หากปล่อยศึกมาถึงเวียง การคงร้ายนัก ข้าจึงคิดเห็น ควรเราไปต่อตีทัพใต้ยังลำพูนไชย มิให้ฝูงเขาขึ้นมานี่ได้

ไหว้สา พญาใหญ่มหาราช เจ้าหลวงหมื่นด้งนคร แม่ทัพใหญ่วัยสี่สิบสองชันษา ผู้เป็นพระปิตุลาของพญาติโลกราชกราบทูล ข้าเจ้าเห็นว่า  มหาราชควรรั้งอยู่เวียง เพื่อเป็นหลักเป็นขวัญแก่ไพร่ฟ้าข้าไท ส่วนการรบชาวใต้ ขอให้เป็นงานข้าเจ้าแลเหล่าขุนหาญทั้งหลายเทอญ

เจ้าเหนือหัวทรงขมวดพระขนง ตัวข้าเป็นพญา จักให้หนีศึกได้ฉันใด

มหาราชเพิ่งเป็นพญา ผู้ใดรัก ผู้ใดชัง ยากหยั่งรู้  หากมิอยู่เป็นหลักเวียง อาจเกิดคนคิดการร้ายทางนี้หมื่นด้งกราบทูล

จอมคนนิ่งไป ก่อนตรัสว่า “คำเจ้าอาจริงอยู่ เยี่ยงนั้น รบทัพใต้ครานี้ คงต้องเป็นการสูแล้ว

อีกฝ่ายถวายบังคมรับ ข้าเจ้าแลขุนหาญทั้งปวง ขอเอาชีวิตทำการสนองคุณมหาราช

วันรุ่งขึ้น พญาติโลกราชทรงให้เจ้าหลวงหมื่นด้งเป็นแม่ทัพใหญ่ นำพลรบเมืองเชียงใหม่ สมทบกับกองทัพจากห้าหัวเมือง อันได้แก่ ทัพของหมื่นค้อม เจ้าเมืองเชียงราย ทัพของหมื่นมอกลอง เจ้าเมืองพร้าว ทัพของหมื่นคำหยาด เจ้าเมืองเชียงแสน ทัพของเจ้าหาญแต่ท้อง เจ้าเมืองลำปาง และทัพของหมื่นยี่หลอ ซึ่งเป็นเจ้าเมืองฝางคนใหม่แทนท้าวช้อย รวมไพร่พลสองหมื่นเจ็ดพัน ยกลงไปตั้งมั่นรับข้าศึกที่ลำพูน โดยเหลือไพร่พลไว้สามพันเศษ อยู่รักษานครพิงค์

*************************

.ทุ่งกว้าง ชานเมืองลำพูน กองทัพอโยธยารวมกับทัพหัวเมืองฝ่ายเหนือ ตั้งขบวนประจัญหน้ากับกองทัพเชียงใหม่ที่นำโดยเจ้าหลวงหมื่นด้งนคร

แสนขี่ม้า มองทัพเชียงใหม่เบื้องหน้า ตรงกลางทัพ เป็นกองช้างขนาบด้วยทหารราบหลายพัน นุ่งผ้าหยักรั้งสีเทาถกสูงเห็นรอยสักสีดำเต็มโคนขา สวมเสื้อแขนยาวสีครามและน้ำเงินเข้ม เกล้าผม โพกผ้าขาวเก็บชาย ถือโล่หวายพร้อมอาวุธทั้ง หอก ดาบ โตมร สวมเกราะหนังและหวาย บ้างใส่หมวกหวายทรงกรวยคว่ำเตี้ย มีปีกกว้าง ถัดมา เป็นพลม้านุ่งผ้าแดงเสมอเข่า ใส่เสื้อเขียวคราม สวมเสื้อเกราะเกล็ด ยาวคลุมสะโพกทำด้วยหนังสลับทองเหลือง มีกรองคอหนัง ใส่หมวกหนังทรงลูกฟักตัดครึ่งปีกกว้าง ยอดแหลมมีพู่ สะพายดาบ ถือทวน ส่วนด้านหลังคือไพร่เลวนับหมื่น บ้างใส่เสื้อแขนกุด บ้างไม่ใส่ ถือหอก ดาบ แต่ล้วนไร้เกราะแลเห็นผ้าโพกหัวสีขาวดูดารดาษ

แม้จะมิใช่ศึกแรก ด้วยชายหนุ่มได้ผ่านการรบประปรายตามรายทางมาบ้าง แต่ภาพกองทัพใหญ่ของข้าศึกเบื้องหน้า ก็ทำให้เขาอดหวั่นมิได้ แสนสูดหายใจลึก เพื่อปลุกใจให้ห้าวหาญ ก่อนชักดาบจากฝัก มือข้างที่จับสายบังเหียนกุมแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

กลองศึกรัวกระหน่ำ ก่อนปืนใหญ่เปิดฉากยิง เสียงระเบิดกึกก้อง กระสุนหินพุ่งเข้าบดขยี้ไพร่พลบาดเจ็บล้มตาย แต่ก็หามีฝ่ายใดเสียขบวนไม่ สองฝ่ายบุกเข้าหากัน เสียงโห่ร้องอึงอล ฝุ่นคลีฟุ้งตลบ พลธนูหน้าไม้ต่างระดมยิง ลูกดอกและธนูนับพันปลิวว่อน ปลิดชีพไพร่พลจนนับไม่ทัน และเมื่อสองทัพเข้าปะทะ การเข่นฆ่าก็เริ่มขึ้น เสียงอาวุธกระทบกัน เสียงไพร่พลช้างม้า ดังทั่วท้องทุ่ง

แสนประดาบกับทหารม้าเชียงใหม่สองนาย เขาปัดป้องดาบศัตรูที่บุกมาพร้อมกันทั้งซ้ายขวา จนพวกนั้นต้องถอยไป และก่อนข้าศึกจะตั้งตัว แสนก็โถมเข้าฟันข้าศึกทางซ้ายจนขาดสะพายแล่ง ร่วงตกจากม้า และตัดศีรษะทหารเชียงใหม่อีกคน ขาดกระเด็น

ครั้นดาบได้อาบเลือด ก็เหมือนความฮึกเหิมจะครอบงำจิตใจ แสนควบม้าบุกฝ่าทัพเชียงใหม่พร้อมพลม้าอโยธยาแลสุโขทัย ดาบในมือฟาดฟันปลิดชีวิตข้าศึกที่ขวางหน้าลงไปเป็นอันมาก

การรบดำเนินไปแต่ยามสายจนตกบ่าย ทัพศรีอโยธยาซึ่งมีรี้พลเหนือกว่า ก็รุกไล่ทัพเชียงใหม่ จนต้องถอยกลับเข้าเมือง ทันทีที่ทหารเชียงใหม่เข้าเมืองได้หมด พวกที่อยู่บนเชิงเทิน ก็ทิ้งก้อนหินและท่อนซุง ซัดแหลนหลาว ยิงธนูหน้าไม้ เทกรวดทรายคั่วร้อนกับน้ำมันเดือด ลงใส่ทหารศรีอโยธยา จนเจ็บตายเป็นอันมาก

เมื่อทอดพระเนตรดังนั้น องค์เหนือหัวอโยธยาจึงให้กองทัพถอยกลับแนวรบ เพื่อถนอมชีวิตไพร่พล จากนั้นจึงทรงให้ตั้งค่ายลงที่หน้าเมืองลำพูน ขยายแนวทั้งซ้ายขวา เพื่อรอโอกาสเข้าโจมตีในภายหลัง

****************

คนศึกชาวใต้หลวงหลาย แม้นต่อรบซึ่งหน้า คงมิผิดเอาไข่ไปต่อยหินเจ้าหลวงหมื่นด้งนคร ตรัสกับเหล่าขุนทหารในที่ประชุม ด้วยพระพักตร์เคร่งเครียด

“ทัพใต้เข้มแข็งฉะนี้ ควรเราอย่าเพิ่งต่อรบ ให้แต่งคนหาญลอบปล้นเสบียง ให้ฝูงเขาขาดข้าวปลาจนอ่อนแรง แล้วค่อยนำพลเข้าต่อตีจะเหมาะกว่าเจ้าหาญแต่ท้อง เจ้าเมืองลำปาง โอรสเจ้าหลวงหมื่นด้ง ทูลเสนอ

เจ้าหลวงส่ายพระพักตร์ ก่อนตรัสว่าคำสู ดีอยู่ หากแต่ปล่อยศึกยืดเยื้อ อาจมีเวียงใดหันไปเข้าแก่ชาวใต้ ด้วยคิดว่าฝ่ายเราไร้ฝีมือแลกำลังปกห่มพวกมัน

ฉะนั้นแล้ว แม่ทัพหมายให้ทำอย่างใด” หมื่นคำหยาด เจ้าเมืองเชียงแสนถามขึ้น

เมื่อทัพใต้กล้าแข็งฉะนี้ หากหมายปราบเขาโดยไว คงต้องใช้กลศึกสิ่งเดียว เจ้าหลวงหมื่นด้งตรัส

กลศึกอันใดหมื่นยี่หลอ เจ้าเมืองฝาง สงสัย

แทนคำตอบ แม่ทัพใหญ่แห่งนครพิงค์ทรงตบหัตถ์สามครั้ง จากนั้น ชายฉกรรจ์สามคนในเครื่องแต่งกายรัดกุมชุดดำ คาดแผ่นหนังเสือโคร่งที่หน้าผาก ก็ก้าวเข้ามาในห้องโถงอันใช้เป็นที่ประชุม

********************

วันต่อมา ก่อนตะวันตกดิน แสนยืนดูเชลยแบกฟ่อนหญ้าไปเลี้ยงช้าง เชลยเหล่านี้ ทัพอโยธยากวาดต้อนมาจากหมู่บ้านรายทางก่อนถึงลำพูน รวมพันเศษทั้งชายหญิง ซึ่งหลังเสร็จศึก เชลยทั้งหลายจะถูกนำกลับไปยังกรุงศรีอโยธยา

เป็นอย่างใดบ้าง เจ้าแสนหัวหมู่หนุ่มวัยยี่สิบสอง ใบหน้าคมเข้ม ร่างสูงโปร่ง เดินเข้ามาเอ่ยทักยังมิพักอีกหรือ

ยังดอก พี่เทพ แสนกล่าวกับผู้มาใหม่ ซึ่งเป็นสหายรุ่นพี่ที่สนิทกับตน ข้าจักดูพวกเชลยทำงานให้เสร็จสิ้นก่อน

ไม่นาน ก็ค่ำแล้ว พี่ว่า เราไปกินข้าวกินปลากันก่อนไม่ดีกว่าหรืออีกฝ่ายชวน

ข้ายังไม่หิว” หัวหมู่หนุ่มตอบขออีกสักประเดี๋ยวหนึ่ง

ไปเถิด ทางนี้ให้พวกไพร่มันคุมก็ได้ เทพคะยั้นคะยอ วันนี้พี่ได้เหล้าดีมา อยากให้เจ้ากินเป็นเพื่อนหน่อย

ถ้าพี่ท่านออกปากเยี่ยงนี้ เห็นที ข้าคงมิอาจขัดได้ผู้อ่อนอาวุโสกว่ายิ้มรับ ก่อนจะหันไปสั่งให้คนของตนอยู่ดูจนกว่าพวกเชลยจะขนหญ้าเข้ามาครบจำนวน จากนั้นแสนจึงเดินไปกับนายทหารรุ่นพี่

********************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

541 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 09:31
    บรรยายเก่งค่ะ เห็นภาพเป็นฉากๆ เลย
    #503
    0
  2. #481 jessica (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 14:21
    ศึกนี้อลังการจริงๆค่ะ แล้วเชียงใหม่จะเอาตัวรอดยังไง ต้องรีบอ่านต่อเร็วๆ
    #481
    0
  3. #451 จิธารา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 14:38
    ภาาาษาเป๊ะเวอร์คะ อ่านแล้วเหมือนย้อนเข้าไปในสมัยนั้นเลยคะ
    #451
    0
  4. #416 yukai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 12:54
    ภาษาสวยมากค่ะ
    #416
    0
  5. #375 Cft ClassicAlone (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:32
    ว้าว ภาษาแบบนี้ไม่ค่อยได้อ่านได้ยินมากนัก น่าติดตามมากค่ะ 
    #375
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #271 เหมันต์มนตรา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2555 / 00:04
    รู้สึกชอบบทนี้อย่างมากมาย ไม่รู้ทำไม >< 555

    แต่ส่วนตัวคิดว่าตอนที่แสนพบจันทน์หอม คิดว่าน่าจะแบบไปหาที่ที่ปลอดคนสักหน้อยย แบบใต้ร่มไม้มีร่มเงาใบบังอะไรประมาณนี้ แล้วค่อยกอดกันน่ะค่ะ เพราะผู้ชายโบราณเค้าจะไม่จับมือถือแขนผู้หญิงในที่ที่คนเยอะๆน่ะนะ ^^

    ถูกผิดอย่างไร ต้องขออภัยด้วยค่ะ ^_^"
    #271
    0
  8. #166 entask (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2554 / 15:05
    เอ่อ!! ถ้าสมัยโบราณจริง ๆ วิ่งมากอดกันทั้งยังไม่แต่งกันนี่ไม่น่านะ
    ปกติผู้หญิงจะต้องรักนวลสงวนตัวนะคะ นี่ชายกอดหญิงซบทันทีเลย
    #166
    0
  9. #17 Shandy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:21

    ข้างบนอยากให้ลบคอมม่า , ออกน่ะค่ะ

    คือแชนดี้คิดว่ามันไม่จำเป็นต้องใส่ ไม่ใช่ภาษาอังกฤษไม่ต้องใส่จะดีกว่าค่ะ

    #17
    0
  10. #15 Tiger (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:18
    รออ่านอยู่นะครับ นิยายแบบนี้

    อย่าให้เหมื่อนเรื่องอื่นๆที่ค้างแล้วทำให้อารมค้างนะครับ
    #15
    0