ศึกรบสองราชันย์

ตอนที่ 21 : สงครามชายแดนใต้(ปรับปรุง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

ยามเช้า ที่ลานว่างข้างเรือนของแสน หรือ หมื่นอินทรัตน์ ซึ่งในยามนี้ ได้รับพระราชทานเลื่อนยศและกินศักดินาเป็น ออกหลวงอินทรัตน์ เจ้าของบ้านกำลังยืนดูบุตรชายวัยย่างสิบสามปีของตน พยายามกระโดดขึ้นเตะลูกมะพร้าวแห้งที่แขวนไว้บนเสาไม้ไผ่สูงสี่ศอก ใกล้ๆกันมีบ่าวผู้ชายสองคนนั่งคุกเข่าคอยรอรับใช้อยู่

กระโดดให้สูงกว่านี้อีก เจ้าสินเมือง กระโดดเตี้ยเยี่ยงนี้ จักไปสู้ใครเขาได้ แสน ร้องบอกบุตรชาย

ก็มันสูงนี่พ่อ แล้วเหตุใดต้องใส่ห่วงพวกนี้ด้วยสินเมืองอุทธรณ์พลางก้มดูข้อเท้าทั้งสองที่มีห่วงทองเหลืองอันใหญ่สวมอยู่ข้างละห่วง “ลำพังตัวเปล่าก็โดดแทบมิถึงแล้ว นี่ยังมาถ่วงขาไว้อีก จักกระโดดถึงได้เยี่ยงไร เด็กชายบ่น

ผู้เป็นพ่อยิ้มพราย ห่วงทั้งสอง เป็นตัวแทนของความมีวินัย แล กล้าหาญ หากไร้สองสิ่ง เจ้าจักมิอาจเป็นทหารที่ดีได้

แต่สำหรับข้ายามนี้ มันคือตัวถ่วงขาขวาแลซ้ายของข้าโดยแท้เด็กชายว่าพลางทำหน้ายู่

แสนอดขำในท่าทางของลูกชายไม่ได้ พยายามกระโดดต่อไปก็แล้วกัน หากเตะถึงเมื่อใด พ่อจักถอดห่วงทั้งสองออกแลจักสอนเพลงดาบใหม่ๆให้เจ้าเขาบอก

จ้า พ่อ สินเมืองรับคำเสียงยานคาง ก่อนจะพยายามกระโดดขึ้นเตะพวงลูกมะพร้าวที่แขวนอยู่บนยอดเสาต่อไป

แสนมองดูลูกชายอย่างภูมิใจในอีกฝ่าย เจ้าสินเมืองเป็นเด็กฉลาด แข็งแรง ช่างเจรจา แม้ว่าจะซุกซนและดื้อรั้นจนทำให้ผู้ใหญ่ปวดหัวกันบ่อยๆ จนถึงตอนนี้ นอกจากจะอ่านเขียนหนังสือได้แตกฉานจนท่านพระครูที่วัดซึ่งเขาพาลูกไปฝากเรียน เอ่ยปากชมแล้ว ทางด้านวิชาอาวุธที่เขาฝึกสอนให้นั้น สินเมืองก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว จนแสนตั้งใจว่าปีหน้า จักพาบุตรชายไปฝากเรียนวิชาอาวุธเพิ่มเติมกับอาจารย์ที่สำนักดาบ

มองเห็นลูกในยามนี้แล้ว  แสนก็อดนึกถึงภรรยาที่ล่วงลับไปแล้วของตนไม่ได้

...จันทน์หอมเอ๋ย...พี่ขอบใจเจ้าเหลือเกิน ที่มอบบุตรชายคนนี้ให้พี่..พี่สัญญาว่าจักเลี้ยงดูลูกของเราให้ดีที่สุด.....

พระคุณท่านขอรับเสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มออกจากภวังค์ ขณะที่ทหารคนสนิทของเขาเดินเข้ามา

มีอันใด พันเข้มผู้เป็นนาย เอ่ยถาม

ท่านสมุหพระกลาโหม ให้กระผมมาตามพระคุณท่าน ไปพบ

ท่านออกญามหาเสนามีกิจเร่งด่วน อันใด เจ้ารู้ฤาไม่

เห็นว่า พ่ออยู่หัวทรงมีพระบัญชาให้แต่งทัพเตรียมไปทำศึก ขอรับ

ทำศึกรึแสนทวนคำ ขณะที่สีหน้าเครียดขึ้น เขาหันไปยังบุตรชายและสั่งว่า เจ้าหยุดฝึกก่อน แล้วขึ้นเรือนไปท่องหนังสือ แจ้งกับย่าด้วยว่า ค่ำๆพ่อจักกลับ

จ๊ะ พ่อสินเมืองรับคำ ก่อนจะกลับขึ้นเรือนไป

หลวงอินทรัตน์ยืนรอกระทั่งบุตรชายกลับขึ้นบ้านไปแล้ว จึงเดินนำทหารคนสนิทและบ่าวทั้งสองออกจากลานบ้าน

********************

ตกดึก หลวงอินทรัตน์เดินขึ้นเรือนด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อยหลังจากเข้าประชุมมาตลอดทั้งวัน เมื่อขึ้นมาบนบ้าน ก็เห็นบ่าวหญิงวัยสาวรุ่น หน้าตาหมดจดสองคน นั่งลงพับเพียบในท่ากึ่งหมอบ รอรับอยู่ พร้อมขันน้ำและเครื่องหมากพลู

เจ้าสินเมืองกับแม่ข้า หลับแล้วหรือ เขาถามบ่าวทั้งสองหลังดื่มน้ำแล้ว

คุณหนูหลับไปแต่หัวค่ำแล้วเจ้าค่ะ ส่วนแม่นายรออยู่ด้านใน

รอข้ารึ

เจ้าค่ะหนี่งในสองตอบ แม่นายสั่งว่า หากนายท่านมาถึงเมื่อใด ให้เข้าไปพบด้วย

แสนผงกศีรษะเป็นเชิงว่าหมดเรื่อง ก่อนให้บ่าวหญิงทั้งสองเก็บพานหมากแล้วกลับไปเรือนพัก จากนั้นชายหนุ่มจึงเข้าไปยังเรือนด้านใน ที่มารดาของตนพักอยู่

แม่ เขาเอ่ยเรียก เมื่อเห็นนางสายพิณนั่งอยู่บนตั่งภายในห้อง ดึกแล้ว เหตุใดยังมินอน

ก็นอนไม่หลับตามประสาคนแก่นั่นแลนางสายพิณตอบ วันนี้กลับเสียดึกเจียวหนา มีงานสำคัญกระนั้นหรือ

แสนนั่งลงพับเพียบกับพื้นใกล้ตั่ง ท่านออกญามหาเสนาเรียกประชุมเหล่านายทัพ กว่าจักเลิกก็ดึกโข

แม่ยินมาว่า พ่ออยู่หัวทรงโปรดให้แต่งทัพ นี่จักยกไปรบเมืองใดฤานางสายพิณถาม

พ่ออยู่หัวโปรดฯให้ยกทัพไปตีเมืองมะละกา(1)ขอรับบุตรชายตอบ

ผู้สูงวัยมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย เกิดเหตุอันใด อโยธยาจึงต้องส่งทัพไปรบไกลถึงมะละกา

พญาศรีธรรมโศกราช เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ส่งคนมากราบทูลว่า พญามะละกาปัดความรับผิดชอบเรื่องกองเรือโจรจากเขตแดนมะละกา เข้าปล้นสดมภ์เรือสำเภาแลเมืองท่าของหัวเมืองประเทศราชของอโยธยา ซ้ำปฏิเสธคำขอของ อโยธยา ที่ให้เหล่าพ่อค้ามะละกาเลิกขายของป่าตัดราคา แก่สำเภาลูกค้าจากเมืองจีน

อโยธยาคงเกรงสำเภาจีนหันไปค้าขายกับมะละกาเสียหมดกระมัง จึงส่งทัพไปปรามปรามเช่นนี้น้ำเสียงนางสายพิณแฝงเว้วเย้ยหยันเล็กน้อย หากแต่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกต แล้วนี่จักเคลื่อนทัพเมื่อใดนางถามต่อ

ทั้งเตรียมพลแลรอลมทะเลสำหรับเดินเรือก็คงใช้เพลาประมาณยี่สิบวัน แสนบอกกับมารดา ลูกไปครานี้ อาจหลายเดือนกว่าจักได้กลับ แม่ต้องดูแลตัวเองด้วยน้ำเสียงชายหนุ่มแสดงความเป็นห่วง

แม่ยังแข็งแรงดี เจ้ามิต้องเป็นห่วงดอก

ลูกคงต้องฝากเจ้าสินเมืองให้แม่ช่วยดูแล

ผู้เป็นมารดายิ้มเล็กน้อยลูกเจ้าเป็นหลานแม่ ถึงมิออกปาก แม่ก็ต้องดูแลให้ดีที่สุดอยู่แล้ว

****************

ยี่สิบวันต่อมา ทัพเรืออโยธยาพร้อมไพร่พลหนึ่งหมื่นสองพันก็เคลื่อนออกจากพระนครไปยังปากน้ำออกสู่ทะเลลงใต้เพื่อสมทบกับทัพเรือของเมืองนครศรีธรรมราชแลหัวเมืองฝ่ายใต้อีกหนึ่งหมื่นห้าพันก่อนมุ่งไปเมืองมะละกา  

แต่เดิม มะละกาเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆบนแหลมมลายู กระทั่งเจ้าชายปรเมศวรจากปาเล็มบัง(2) มาครองที่นี่และสร้างมะละกาให้เป็นนครการค้าที่เข้มแข็งและทำสงครามกับหัวเมืองมลายูอื่นๆที่เป็นประเทศราชของอโยธยา จนเกิดขัดแย้งกับอโยธยา แม้หลังจากสิ้นรัชสมัยของราชาปรเมศวรแล้ว มะละกาจะมีท่าทีอ่อนน้อม แต่ก็เป็นได้ไม่นาน ด้วยว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องการผลประโยชน์ทางการค้าในคาบสมุทรมลายู ความขัดแย้งจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง

หนึ่งเดือนต่อมา กองเรืออโยธยาก็แล่นเข้ายังน่านน้ำใกล้แหลมมลายูอันเป็นที่ตั้งของนครมะละกา จากนั้นออกญามหาเสนา ผู้เป็นแม่ทัพจึงประชุมกับเหล่านายทัพนายกองเพื่อวางแผนทำศึก

อุปนิกขิตนำความมาแจ้งว่า ยามนี้ พญามะละกาให้อพยพผู้คนแลเสบียงอาหารเข้าไปในกำแพงจนสิ้น ทั้งวางขวากแลโซ่ขึงขวางยังปากอ่าวก่อนถึงตัวเมืองคอยสกัดกองเรือฝ่ายเรา ขุนราชเดโชที่ได้บรรดาศักดิ์ใหม่เป็นออกญาสีหราชเดโช แม่ทัพหน้าของอโยธยาบอกกับออกญามหาเสนา

พวกมันคงหมายใช้ปราการเมืองเป็นที่รับศึก แม่ทัพใหญ่กล่าว ก่อนจะหันไปยังนายทหารหนุ่มสองนายที่ยืนอยู่ทางด้านซ้าย หลวงอินทรัตน์ หลวงฤทธิ์โยธา เจ้าทั้งสองจงนำพลหนึ่งพันพร้อมกำปั่นรบสิบลำแลเรือเล็กห้าสิบไปถอนขวากปลดโซ่ที่ขึงขวางปากอ่าวออกให้สิ้น

ขอรับ พระคุณท่าน ทั้งสองพนมมือขึ้นรับคำสั่ง

ออกญาสีหราชเดโชออกญามหาเสนาเรียกแม่ทัพหน้า ท่านจงนำพลรบสี่พันพร้อมกำปั่นรบติดปืนใหญ่ห้าสิบลำเป็นกองหน้ายกล่วงไป ข้าจักนำทัพใหญ่ตามไป

ขอรับอีกฝ่ายรับคำสั่ง

******************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

541 ความคิดเห็น

  1. #485 jessica (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 14:56
    สงครามมีแทบจะรอบทิศเลยนะ อโยธยา เนี่ย
    #485
    0
  2. #401 rinrana (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2556 / 12:42
    เฮ่อ เหมือนสมัยนี้เลยแฮะ ชายแดนใต้ลุกเป็นไฟ
    #401
    0
  3. #56 hideko (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:24
    ซนจนได้เรื่องสิน่า เจ้าสินเมือง
    #56
    0
  4. #55 Ann (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:36
    555 สมควรแล้ว เด็กน้อย
    #55
    0