ศึกรบสองราชันย์

ตอนที่ 17 : สายลมหนาว(ปรับปรุง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถประทับอยู่ที่ไชยนาทสองแควครึ่งเดือน หลังจากทรงจัดการราชกิจต่างๆในหัวเมืองฝ่ายเหนือจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พระองค์ก็เสด็จกลับยังกรุงศรีอโยธยา

.....เรือพายลำหนึ่งล่องมาตามลำคลองค่อนข้างเร็วและหยุดลงที่หัวสะพานหน้าเรือนหลังหนึ่ง ยังไม่ทันที่คนพายจะผูกเรือกับหลัก แสนที่นั่งอยู่กลางลำก็โดดขึ้นฝั่ง เดินลิ่วไปยังตัวบ้าน

หลังขบวนเสด็จพ่ออยู่หัว  กลับจากสองแควมาถึงยังพระนครเมื่อตอนสาย แสนได้เร่งจัดการธุระทั้งหมด ซึ่งกว่าจะแล้วเสร็จก็ล่วงเข้าบ่าย จากนั้นจึงรีบออกจากวัง ตรงดิ่งกลับบ้านทันที

ท้องฟ้าบ่ายวันนี้ มีเมฆครึ้ม เหมือนฝนกำลังจะตก แสนมองไปรอบๆและรู้สึกบ้านช่องเงียบผิดกว่าที่เคย

บ่าวหญิงคนหนึ่งลงบันไดด้วยท่าทางรีบร้อน ทันทีที่เห็นชายหนุ่ม นางก็รีบคุกเข่าลงยกมือไหว้และถามว่า นายท่านมาถึงนานแล้วหรือเจ้าคะ

เมื่อครู่นี้เอง ชายหนุ่มตอบก่อนจะถามว่า เหตุใด บ้านช่องจึงเงียบเชียบนัก ผู้คนไปไหนกันหมด

พวกผู้ชายออกไปทำสวนเจ้าค่ะ ส่วนพวกผู้หญิงอยู่ดูแลนายหญิงจันทน์หอมที่บนเรือน

แสนขมวดคิ้ว เมียข้าเป็นอันใด

บ่าวหญิงผู้นั้นดูอึกอักเล็กน้อย เอ่อ นายหญิงเป็นไข้หนักเจ้าค่ะ หมอเพิ่งมาดูอาการแลกลับไปเมื่อเช้า

เมื่อได้ยินว่าภรรยากำลังป่วยหนัก แสนก็รีบวิ่งขึ้นเรือนด้วยความเป็นห่วงทันที

หลังเข้ามาในห้องนอน ชายหนุ่มก็เห็นภรรยานอนหลับตานิ่งบนเตียง โดยมีนางสายพิณ มารดาของเขานั่งบนตั่งข้างเตียง ขณะที่สินเมืองนั่งอยู่กับพี่เลี้ยง โดยมีบ่าวหญิงคนอื่นๆนั่งพับเพียบกึ่งหมอบอยู่เต็มห้อง สีหน้าทุกคนดูหม่นหมอง

แสนเข้าไปกราบมารดาและถามว่า จันทน์หอมเป็นอย่างไรบ้าง แม่

นางไข้ขึ้นสูงมาสามวันแล้ว เมื่อวาน พอกินยา ก็หลับไปแต่เพลานั้น

จันทน์หอมเขาอุทานขณะแตะตัวหญิงสาวและพบว่าตัวนางร้อนราวกับไฟรุม ใบหน้าซีดเซียว ริมฝีปากแห้งผาก

นางป่วยได้เยี่ยงไรชายหนุ่มหันมาถามมารดา

สองอาทิตย์ก่อน เมียเจ้าบ่นว่าปวดหัว แล้วจู่ๆก็ล้มพับไป ไม่ได้สติ เนื้อตัวร้อนดังไฟ เมื่อคราแรกที่หมอมาตรวจแล้ว บอกว่านางเป็นไข้ทับระดู แต่ให้ยาไปหลายมื้อก็แล้ว อาการก็ยังไม่ดีขึ้นซ้ำยังทรุดหนักกว่าเดิม หมอบอกว่าที่ไข้นางทรุดลงเร็วเยี่ยงนี้ก็ด้วยมีโรคเดิมมาแทรกซ้อนสีหน้าของผู้สูงวัยซ่อนความหนักใจ

แสนนิ่งเงียบก่อนจะหันไปมองภรรยาที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่

แม่พาสินเมืองออกไปก่อน ข้าจักดูแลจันทน์หอมเอง ชายหนุ่มกล่าวกับมารดา

ตลอดสามวันสามคืน แสนคอยเฝ้าดูแลภรรยาอยู่โดยมิได้ห่าง ชายหนุ่มเพียรเช็ดเนื้อเช็ดตัวและทำทุกประการที่จะทำได้ เพื่อให้นางฟื้นขึ้นมา โดยมิได้สนใจเรื่องการกินการอยู่ของตัวเขาเองแม้แต่น้อย

จนล่วงเข้าคืนวันที่สี่ คนเจ็บที่นอนอยู่ก็เริ่มรู้สึกตัว นางพยายามลืมตาขึ้น

พี่แสน หญิงสาวส่งเสียงเรียกแผ่วเบาอย่างดีใจ พี่กลับมาแล้ว ใช่ไหม

ใช่ แสนกุมมือภรรยาขึ้นมาแนบข้างแก้มอย่างรักใคร่ “พี่กลับมาแล้ว

จันทน์หอมพยายามยิ้มให้สามี ข้าดีใจ ที่ได้อยู่จนพบหน้าพี่อีกครั้ง

เหตุใดเจ้าพูดเช่นนั้น เจ้าจักต้องอยู่กับพี่ไปอีกนานเท่านาน

เจ็บครานี้ ข้ารู้ตัวเองดีว่า คงมิอาจฝืนสังขารได้อีกหญิงสาวบอกก่อนจะพยายามยันกายขึ้นแล้วถามว่า นี่คนอื่นๆหายไปไหนกันหมดหรือ

ข้าบอกให้แม่พาสินเมืองกับพวกบ่าวออกไป

ข้าอยากเห็นหน้าลูก ช่วยพาสินเมืองมาหาได้ไหม

แสนรีบออกไปเรียกบ่าวให้ตามบุตรชายของเขาเข้ามา จากนั้น ครู่ต่อมา มารดาของเขาก็เข้ามาในห้องพร้อมกับเด็กน้อย

จันทน์หอมฟื้นแล้วหรือนางสายพิณมองดูลูกสะใภ้

แสนก้มศีรษะรับแทนคำตอบ

แม่ฟื้นแล้วสินเมืองร้องเรียกอย่างดีใจ ทันทีที่เข้ามาในห้อง แม่หายแล้วใช่ไหม เด็กชายวิ่งเข้ามากอดมารดาไว้

สินเมือง จันทน์หอมยกมือขึ้นสัมผัสแก้มบุตรชายเบาๆ หยาดน้ำเอ่อคลอดวงตา  ด้วยนางรู้ว่าคงจะไม่มีโอกาสได้เห็นและดูแลลูกน้อยจนเติบใหญ่อีกแล้ว ลูกต้องจำคำที่แม่จักบอกเอาไว้ให้ดีนะ วันใดที่ไม่มีแม่อยู่ด้วยแล้ว ลูกต้องเป็นเด็กดี อย่าดื้อ ต้องเชื่อฟังพ่อแลท่านย่า

แม่บอกข้าว่า แม่จักมิอยู่แล้ว เด็กน้อยทำหน้าฉงนเยี่ยงนั้น แม่จักไปที่ใดหรือ แล้วให้ข้าไปด้วยได้หรือไม่

ที่อันแม่ไปนี้ ลูกไปด้วยมิได้หรอก จันทน์หอมยิ้มเศร้าๆให้บุตรชาย

เช่นนั้น ข้าก็ไม่ยอมให้แม่ไป แม่จะต้องอยู่กับข้าที่นี่

ลูกแม่ คนเป็นแม่เสียงเครือ น้ำตาไหลอาบแก้มขณะที่โอบกอดลูกน้อยเอาไว้ด้วยสองมือที่สั่นเทา หากเป็นไปได้ แม่ก็อยากจะอยู่กับเจ้าให้นานยิ่งกว่านี้เหมือนกัน

จันทน์หอมแสนเรียกชื่อภรรยา ขณะที่พยายามซ่อนน้ำตาของตนไว้ “พี่ว่าเจ้าพักผ่อนก่อนเถิด อย่าเพิ่งพูดอะไรอีกเลยกล่าวจบ ชายหนุ่มก็บอกให้พี่เลี้ยงนำสินเมืองออกไป ด้วยไม่อยากให้ลูกต้องเห็นมารดาในสภาพนี้ จากนั้นแสนก็ขอให้มารดาช่วยพาบ่าวไพร่ออกไปจากห้อง

เจ้าพักผ่อนเถิดหนา พี่จักคอยดูแลจนกว่าเจ้าจะหายดี เขากล่าวกับภรรยา หลังจากทุกคนออกไปแล้ว

หญิงสาวยิ้มบางๆ “ไม่มีประโยชน์ดอก พี่อย่าได้ลำบากเลย

หากทำให้เจ้าหายป่วยได้ ยากลำบากแค่ไหนหรือแม้นต้องแลกด้วยชีวิต พี่ก็จักทำแสนกล่าวพร้อมกับลูบหน้าผากภรรยาอย่างแผ่วเบา

จันทน์หอมนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นว่า พี่แสน ข้าขออะไรพี่สักอย่างได้ไหม

พูดมาเถิด

ข้าอยากให้พี่กุมมือข้าไว้เช่นนี้ จนกว่าข้าจะมิอาจลืมตาขึ้นมาอีก จักได้ไหม

อย่าพูดเยี่ยงนั้น อีกไม่นานเจ้าจะต้องหายดีแน่แสนพยายามให้กำลังใจ

หญิงสาวยิ้มซีดเซียวพลางพูดว่า พี่ยังจำที่ข้าเคยบอกได้หรือไม่ ชีวิตคนเราช่างสั้นนัก แต่หากได้ทำในสิ่งที่มีความสุขแลเพื่อคนที่เรารักแล้ว ก็มินับว่าน่าเสียดายที่ต้องจากไปนางมองหน้าสามีอย่างพยายามจะจดจำใบหน้านั้นเอาไว้ให้มากที่สุด “การที่ข้าได้พบกับพี่ ได้ออกเรือนกับพี่ ได้มีลูกที่น่ารักเยี่ยงสินเมือง ได้อยู่ดูแลพี่แลลูกมาจนถึงวันนี้ ก็ทำให้ข้าไม่เสียดายแล้วที่ต้องจากไป

อย่าพูดอันใดอีกเลย พักผ่อนเถิด พี่สัญญาว่าจะอยู่ที่นี่กับเจ้าจนกว่าเจ้าจะหายดี แสนบอกพร้อมกับลูบหน้าผากของภรรยาแผ่วเบาอย่างถนุถนอม

“ขอให้ข้าได้พูดเถิด” จันทน์หอมมองหน้าสามี นัยน์ตาทั้งสองของนางเป็นประกายด้วยหยาดน้ำที่เอ่อคลอ “ที่ผ่านมา พี่ช่างดีต่อข้ายิ่งนัก แลข้าก็เสียใจที่มิอาจใช้ชีวิตอยู่กับพี่ให้นานกว่านี้”

“จันทน์หอม....พี่รักเจ้า”น้ำเสียงของแสนสั่นเครือยามที่กล่าว ภาพความหลังแต่เมื่อแรกที่ทั้งสองพบกันผ่านเข้ามาในห้วงความคิด ดวงหน้าและรอยยิ้มอ่อนหวานของนางติดตาตรึงใจเขานับแต่แรกเห็น จากนั้นคือหลายภาพเหตุการณ์ที่ฟูมฟักความรักของทั้งสอง จนถึงภาพที่เขากับนางนั่งเคียงกันในพิธีซัดน้ำพระพุทธมนต์เมื่อวันแต่งงาน รวมทั้งภาพความรัก ความผูกพันและความห่วงใยที่ต่างมีให้กันมาโดยตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เรื่องราวทั้งหมด เหมือนจะชัดเจนในห้วงความคิดของชายหนุ่มยิ่งกว่าที่เคย

จันทน์หอมมองหน้าสามีและยิ้มละไมก่อนจะหลับตาลง หยาดน้ำตาไหลรินจากขอบเนตรทั้งสอง ยามนั้นเอง ที่แสนรู้สึกว่า รอยยิ้มของภรรยาที่เขาได้เห็นในครั้งนี้ งดงามยิ่งกว่าครั้งใดที่เขาเคยเห็นมา

ตลอดคืนนั้น แสนนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงและสวดอ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงให้ช่วยคุ้มครองชีวิตของหญิงอันเป็นที่รักโดยยอมแลกกับชีวิตของเขา

...ทว่าเมื่อล่วงถึงยามเช้ามืดของวันใหม่ ภรรยาของแสนก็สิ้นใจอย่างสงบ

******************

ยามเช้า สินเมืองซึ่งตื่นนอนเร็วกว่าทุกวัน แอบย่องหลบพี่เลี้ยงที่หลับอยู่หน้าห้องและเดินจรดปลายเท้าอย่างเงียบๆมาที่ห้องนอนของพ่อกับแม่ ทว่าเมื่อมาถึงยังประตูห้องที่ถูกเปิดแง้มเอาไว้นั้น ภาพที่เห็น คือ แม่ของเขานอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียง ขณะที่พ่อของเขานั่งฟุบหน้าอยู่ข้างเตียง ร่างของพ่อดูเหมือนจะสั่นเทาอยู่ท่ามกลางแสงสลัวและความหนาวเหน็บของยามเช้า

.... ชั่วเวลานั้น เด็กชายมีความรู้สึกว่า เช้าวันนี้ บรรยากาศรอบข้างดูหม่นหมองเหลือเกิน...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

541 ความคิดเห็น

  1. #523 กระบี่เดียวดาย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 12:59
    ขอซับน้ำตาแปบนึง
    #523
    0
  2. #458 ทะเล ฝันเศร้าเกินไป ทำร้ายจิตใจคนอ่านนะแบบนี้ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 11:13
    เศร้าเกินไป ทำร้ายจิตใจคนอ่านนะแบบนี้
    #458
    0
  3. #428 yukai (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 17:38
    เศร้า  จัง
    #428
    0
  4. #391 วิชชารัณ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 14:21
    สะเทือนใจ
    #391
    0
  5. #388 นาคาแห่งนที (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 20:13
    แหม ขนาดผมเป็นผู้ชายอ่านแล้วยังอดสงสารไม่ได้เลย
    #388
    0
  6. #387 สิตราณี (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 16:23
    กลั้นน้ำตาแทบไม่ไหวแล้ว
    #387
    0
  7. #386 พินิจอักษรา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 15:35
    ชีวิตนั้นแสนสั้น แต่หากได้เพื่อคนที่รักแล้ว ก้มินับว่าน่าเสียดายที่ต้องจากไป
    เศร้าจริงๆ ตอนนี้
    #386
    0
  8. #385 Cft ClassicAlone (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 12:27
    โห  .... เศร้าอ่ะ T^T
    #385
    0