เนเฟอร์ตีตี จอมราชินีลุ่มน้ำไนล์

ตอนที่ 9 : บทที่สาม ขัตติยกุมาร(4) รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ต.ค. 57

  ..." เกือบไม่รอดเสียแล้ว ไอริส"เนเฟอร์ตีตีพูดกับพี่เลี้ยงสาวขณะที่ทั้งคู่หลบอยู่หลังหมู่ต้นปาล์ม ไม่ห่างจากแนวกำแพงด้านหลังอุทยานนัก

 " นายหญิงน้อย ไอริสว่าคืนนี้ พวกเรารีบกลับตำหนักดีกว่า อย่าออกไปเลย " นางพี่เลี้ยงอ้อนวอน

 " ไม่มีทาง "เด็กสาวปฏิเสธ " เราอุตสาห์มาถึงตรงนี้แล้ว เรื่องอะไรข้าจะกลับไปเล่า"
" โธ่ นายหญิงน้อย" ไอริสรำพันอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรกับความดื้อรั้นของผู้เป็นนาย  

" อย่าชักช้า ไอริส นำทางไปเร็วเข้า ประเดี๋ยวใครก็เข้ามาเจออีกหรอก" ผู้เป็นนายเร่ง
อีกฝ่ายถอนหายใจเบาๆ" เอ๊ะ" พี่เลี้ยงทำเสียงแปลกใจ" แล้วนี่ ผ้าคลุมศรีษะของนายหญิงน้อยหายไปไหนคะ " ไอริสมองหน้าเด็กสาว

เนเฟอร์ตีตี รีบเอามือขึ้นแตะชายผ้าที่พันเอาไว้ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า " แย่ล่ะสิ สงสัยคงจะหล่นหายไปเป็นแน่"
"หล่นที่ไหนหรือเจ้าคะ " ไอริสตกใจ

"คงหล่นตอน เจอกับทหารคนนั้นแน่ " เนเฟอร์ตีตีพูด
"แล้วนี่ เขาเห็นหน้านายหญิงน้อยหรือเปล่า" 

"ไม่รู้สิ ข้าคิดว่า คงจะเห็นกระมัง" เด็กสาวนึกสนุกที่ได้แหย่พี่เลี้ยงให้กระวนกระวาย
"โธ่ แบบนี้คงต้องลำบากกันแน่ๆ" ไอริสคร่ำครวญ

"เจ้าไม่ต้องกังวลเกินไปนักหรอกน่า" ผู้เป็นนายพูด "มืดแบบนี้ ไม่มีใครจำหน้าเราได้หรอก"
"แต่ว่า…"

เนเฟอร์ตีตีรีบดึงมือพี่เลี้ยง "เอาล่ะ รีบพาข้าออกไปได้แล้ว"
"แต่ข้าว่า คืนนี้ เราอย่าเพิ่งออกไปเลยนะเจ้าคะ"
"มาถึงนี่แล้ว เจ้าจะให้ข้ากลับหรือ"ผู้เป็นนายมีน้ำเสียงไม่พอใจ" หากเจ้าอยากกลับ ก็จงกลับไปคนเดียวก็แล้วกัน ส่วนข้าจะออกไปเอง"
ไอริสถอนหายใจเบาๆ  " เช่นนั้นก็มาทางนี้เถอะค่ะ" นางพี่เลี้ยงพูดก่อนจะพาเด็กสาวไปทางโพรงเล็กๆติดกับกำแพงด้านหลัง  

                ขณะเดียวกันนั้น หลังจากที่ทรงแยกจากหญิงสาวปริศนาที่ทรงพบในพระราชอุทยานแล้ว ก็ดูเหมือนว่าดวงหทัยของเจ้าชายหนุ่มจะมิสงบลงได้แม้เพียงเพลาเดียว เจ้าชายอเมนโฮเทปทรงกลับไปยัง ตำหนักส่วนพระองค์อีกครั้งหนึ่ง ด้วยหมายพระทัยจะหาสถานที่และบรรยากาศที่จะทำให้พระหทัย ของพระองค์สงบลง
***********************

           พระตำหนักส่วนพระองค์ของเจ้าชายอเมนโฮเทป มีการตกแต่งผิดจากตำหนักอื่นๆ หลังคาหลายส่วนโดยเฉพาะตามทางเดินได้ถูกปล่อยโล่งไว้ เพื่อให้แสงส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ห้องส่วนใหญ่ในพระตำหนักล้วนมีช่องหน้าต่างที่ใหญ่กว่าที่นิยมกันทั่วไป ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะผู้เป็นเจ้าของไม่ทรงโปรดห้องที่มีแสงสว่างเพียงสลัว ผนังทั้งสองข้างตลอดแนวทางเดินในพระตำหนัก ถูกวาดเป็นภาพเกี่ยวกับธรรมชาติและชีวิตของผู้คนทั่วไป ผิดจากศิลปะร่วมสมัยเดียวกัน ที่มักทำเป็นภาพเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานเทพเจ้าต่างๆ หรือไม่ก็จารึกสรรเสริญผู้เป็นเจ้าของตำหนัก ซึ่งสำหรับเจ้าชายอเมนโฮเทปแล้ว พระองค์ไม่ทรงโปรดเช่นนั้น เจ้าชายหนุ่มทรงโปรดเรื่องราวของธรรมชาติและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วไปมากกว่า อีกทั้งทรงโปรดที่จะจารึกรูปสลักของพระองค์ในแบบที่ดูอ่อนโยนและมีชีวิตชีวา มากกว่าจะเน้นความเคร่งขรึม จริงจัง  

     หลังเสด็จกลับถึงพระตำหนัก เจ้าชายหนุ่มทรงย่างพระบาทไปตามทางเดินเข้าสู่ห้องบรรทม ซึ่งเป็นทรงแปดเหลี่ยมและมีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่เกือบเท่าๆประตูอยู่ทางทิศตะวันออก เนื่องจากเจ้าชายทรงโปรดที่จะได้ทอดพระเนตรแสงสว่างแรกของยามอรุณรุ่งในทันทีที่พระอาทิตย์ปรากฏขึ้นจากขอบฟ้า  

      เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปภายในห้องบรรทมแล้ว เจ้าชายอเมนโฮเทปก็ตรงไปยังพระที่ซึ่งปูลาดด้วยขนสัตว์และเบาะหนานุ่มก่อนจะทรงทิ้งวรกายลงแทบจะในทันที เพื่อว่าความผ่อนคลายพระวรกายจะช่วยทำให้พระหทัยของพระองค์สงบลงได้ สำหรับเจ้าชายแล้ว พระตำหนักแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นที่เดียวในราชอาณาจักรที่พระองค์จะทรงรู้สึกผ่อนคลายจากปัญหาและความสับสนได้ 

    ทว่านั่น ไม่ใช่ในคืนนี้ ด้วยว่าหลัง ทุกครั้งที่เจ้าชายหนุ่มทรงหลับพระเนตรลงก็ดูเหมือนจะเห็นเพียงภาพของสาวน้อยปริศนาที่ทรงพบในอุทยานลอยวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดเท่านั้น ขณะที่พระกรรณนั่นเล่าก็เหมือนจะยังแว่วเสียงแห่งนางอยู่ 

     ที่สุดเมื่อมิอาจข่มพระทัยให้บรรทมลงได้อีกต่อไป เจ้าชายหนุ่มก็ทรงลุกขึ้นจากพระที่และย่างพระบาทไปที่ระเบียง ก่อนจะทอดพระเนตรดวงจันทร์ที่ส่องแสงอยู่บนฟ้า เจ้าชายอเมนโฮเทปทรงถอนหายใจก่อนจะก้มพระพักตร์ลงมองผ้าคลุมศรีษะที่อยู่ในพระหัตถ์
" ข้าอยากรู้เหลือเกิน ว่านางเป็นผู้ใดกัน"...

****************

     เช้าวันรุ่งขึ้นในเขตพระราชอุทยาน เนเฟอร์ตีติกับนางพี่เลี้ยง กำลังเดินไปเข้าเฝ้าพระนางไทยีที่ศาลาไม้ซึ่งอยู่ริมคลองส่งน้ำเล็กๆในพระราชอุทยาน  

"เมื่อคืนนี้ สนุกมากเลยนะ ไอริส "เด็กสาวพูดอย่างร่าเริง " นับแต่วันแรกที่ข้าได้เข้ามาพำนักในนครธีบส์ เมื่อคืนวานนี้ เป็นคืนที่สนุกที่สุดของข้าเลยทีเดียว"

พี่เลี้ยงของนางมองอย่างไม่เห็นด้วยนัก " แต่ไอริสว่า นายหญิงน้อยอย่าทำเช่นเมื่อวานนี้อีกเลยนะเจ้าคะ ด้วยว่าครั้งหน้าเราอาจไม่โชคดีเช่นนี้ก็เป็นได้"

"ทำไม หรือเจ้ากลัวว่า ทหารคนที่พวกเราพบเมื่อคืนนี้ จะจำหน้าพวกเราได้กระนั้นหรือ"เนเฟอร์ตีติหันมาพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ "แต่ข้าว่าไม่มีทางหรอก"
"อย่าเพิ่งชะล่าใจเช่นนั้นเลยนะเจ้าคะ"พี่เลี้ยงสาวกล่าวด้วยท่าทางไม่สบายใจ

"เจ้านี่ กลัวนั่นกลัวนี่ ไปเสียหมดเชียวนะ"ผู้เป็นนายพูดอย่างรำคาญ " ก็เมื่อคืนนี้ พวกเราทั้งสองคนใช้ผ้าคลุมหน้าเสียขนาดนั้น ใครเลยจะจำได้"
"แต่เมื่อตอน ก่อนที่พวกเราจะแยกจากเขานั้น นายหญิงน้อยได้ทำผ้าคลุมหน้าหลุดไปนะเจ้าคะ"ไอริสกล่าวเตือนความจำอีกฝ่าย

"ก็แค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้น ใครกันจะจำหน้าข้าได้" เนเฟอร์ตีตีว่า " ถึงเขาจะจำได้ ก็ใช่ว่าพวกเราจะได้เจอกับเขาอีก เสียเมื่อไหร่กันเล่า"
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น พี่เลี้ยงสาวก็เงียบเสียงด้วยว่าไม่มีอะไรจะพูดอีก

  ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่อีกด้านหนึ่งของทางเดินนั้น เจ้าชายอเมนโฮเทบในเครื่องทรงแบบธรรมดาเสด็จพระดำเนินมาเพียงลำพังพระองค์เดียว ซึ่งเป็นพระจริยาวัตรปกติของพระองค์ เช้านี้ เจ้าชายตั้งพระทัยจะมาเข้าเฝ้าพระมารดาหลังจากที่จากไปร่วมการสงครามนานกว่าสี่เดือน เจ้าชายหนุ่มทรงเดินทอดอารมณ์ อย่างช้าๆ ผ่านเขตอุทยาน อันเป็นเวลาเดียวกับเนเฟอร์ตีติ และไอริสเดินมาพอดี

  เมื่อเจ้าชายมาถึงตรงหมู่ไม้หอมดงเล็กๆ ก็ทรงเห็นเด็กสาวเข้า ทันที่ทรงเห็นนาง เจ้าชายก็รู้สึกคลับคล้ายคลับคลา เหมือนกับว่า จะเคยพบเด็กสาวคนนี้ที่ไหนมาก่อน ในขณะที่เนเฟอร์ตีติและนางพี่เลี้ยงยังไม่ทันสังเกตชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงดงไม้หอม 

"อุ๊ย นายหญิงน้อย ดูนั่นสิเจ้าคะ" ไอริสรีบร้องบอกผู้เป็นนายด้วยเสียงเบาๆเมื่อหันไปเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเข้าโดยบังเอิญ

เนเฟอร์ตีตีหยุดเดินและมองไปยังชายหนุ่มที่อยู่ข้างหน้า "เอ๊ะ นั่นมัน ทหารคนที่เราเจอเมื่อคืนนี่ " เด็กสาวพูดกับพี่เลี้ยง
" เรารีบหลบไปอีกทางดีกว่า ถ้าเกิดเขาจำเราได้ขึ้นมาล่ะก็ พวกเราเดือดร้อนแน่" ไอริสบอกนายสาว
"ถ้าขืนพวกเราหลบหน้าเขา ก็เท่ากับพวกเรามีพิรุธน่ะสิ" เด็กสาวพูด
"แต่ว่า.."
" ทำท่าทางให้เป็นปกติเข้าไว้ " เนเฟอร์ตีติสั่ง " เชื่อข้าสิ เขาไม่มีทางจำเราได้หรอก "
"ท่านแน่ใจหรือเจ้าคะ"อีกฝ่ายถามอย่างไม่แน่ใจ
 "แน่ใจสิ " เด็กสาวพยายามสร้างความมั่นใจให้พี่เลี้ยงของนาง แม้ว่าลึกๆแล้ว ตัวนางเองก็ไม่ได้แน่ใจสักเท่าไหร่ก็ตาม 

  ทั้งสองก้มหน้าลงเล็กน้อยและเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะผ่านบริเวณนั้นไปโดยเร็ว แต่ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะพ้นจากบริเวณนั้นไป เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
" เจ้าสองคน หยุดก่อน"
เนเฟอร์ตีตีแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน แต่กลับเร่งฝีเท้าเพิ่มขึ้นอีก

"เดี๋ยวก่อนสิ อย่าเพิ่งไป" อีกฝ่ายร้องเรียกพร้อมกับเดินตามมา ก่อนจะก้าวเข้ามาขวางหน้าทั้งสองไว้
" เมื่อครู่ พวกเจ้าไม่ได้ยิน ข้าหรอกหรือ"
เนเฟอร์ตีตีลอบเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ยืนขวางอยู่และสบเข้ากับสายตาของอีกฝ่ายพอดี ชายหนุ่มผู้ที่ยืนขวางอยู่นั้น มีดวงหน้าเรียว ผิวสีน้ำตาลอ่อน ริมฝีปากบางและจมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาทั้งคู่ที่มองมานั้น แม้จะมีประกายคมวาวแต่ก็แฝงเอาไว้ด้วยความอ่อนโยนอยู่ในที 

เด็กสาวก้มหน้าหลบสายตาคู่นั้น ก่อนจะตอบว่า"ข้าได้ยิน แต่พวกข้าต้องรีบไปเฝ้าพระราชินี ไม่มีเวลาแวะสนทนากับผู้ใด"
"พวกเจ้าเป็นนางข้าหลวง ของตำหนักนี้หรือ" เจ้าชายหนุ่มตรัสถามขณะที่สายพระเนตรยังคงจับอยู่ที่ใบหน้าของสาวน้อย 

" ใช่ " เด็กสาวตอบสั้นๆพร้อมกับก้มหน้าลงอีกเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาของชายหนุ่มที่มองมา นางมีความรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้สบสายตาคู่นั้นของชายหนุ่ม อันที่จริงแล้วเมื่อครั้งที่เจอกันเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น เด็กสาวก็มีความรู้สึกแบบนี้เช่นกัน เพียงแต่ยังไม่ชัดเจนเท่ากับในเวลานี้เท่านั้น

" ดูเหมือนว่าข้าจะเคยเห็นหน้าเจ้าที่ใดที่หนึ่งมาก่อนนะ " เจ้าชายหนุ่มตรัสช้าๆพร้อมกับเพ่งพินิจไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหน้าพลางนึกทบทวน
"ข้าว่า ท่านคงจำคนผิดเสียมากกว่า" เนเฟอร์ตีติรีบตัดบท" ข้าหาเคยพบกับท่านมาก่อนไม่"
"เจ้าแน่ใจหรือ"

"ข้าจะโกหกท่านเพื่ออะไร"เด็กสาวพยายามทำเสียงแข็ง"ให้พวกข้าไปได้หรือยัง พวกข้าจะรีบไปเข้าเฝ้าพระมเหสี หากไปถึงช้า พวกข้าจะมีความผิดได้"
 หลังจากกล่าวจบ เนฟอร์ตีติก็รีบดึงมือนางพี่เลี้ยงของตนให้รีบเดินตามไปอย่างรวดเร็วทันที โดยปล่อยอีกฝ่ายหนึ่งเอาไว้เบื้องหลัง 

 แต่ยังไม่ทันทีทั้งสองจะเดินลับตาไปนั้นเอง เจ้าชายก็ทรงนึกออกว่าเด็กสาวที่เพิ่งเดินจากไปนั้น ก็คือเด็กสาวคนเดียวกันกับที่ได้ทรงพบในพระราชอุทยานเมื่อหัวค่ำวานนี้นี่เอง
 เจ้าชายอเมนโฮเทปทรงตัดสินพระทัยจะตามนางไปยังตำหนัก แต่ยังมิทันที่พระองค์จะเสด็จ มหาดเล็กผู้หนึ่งก็เข้ามาทูลว่า พระบิดาทรงเรียกพบ เจ้าชายหนุ่มได้แต่มองตามทางที่นางหายไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเสด็จออกจากบริเวณพระราชอุทยานไป
****************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

287 ความคิดเห็น

  1. #72 พันดารา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2552 / 17:43
    พ่อเป็นกขคเสียนี่
    #72
    0
  2. #53 mydei (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2552 / 22:20
    ลุ้นนนนนนนนนนนนนนนนนน่าดูเลย

    องค์ฟาโรห์ไม่น่ามาขัดจังหวะเล้ยยยยยยย

    อิอิ
    #53
    0
  3. #41 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2552 / 19:03
    ลุ้นๆ อัพๆๆ
    #41
    0