เนเฟอร์ตีตี จอมราชินีลุ่มน้ำไนล์

ตอนที่ 7 : บทที่สาม ขัตติยะกุมาร (2)รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 ส.ค. 57

สามวันต่อมา ขบวนเรือของฟาโรห์ ก็เดินทางมาถึงนครธีบส์ ส่วนกองทัพหลวงนั้นได้เดินทางมาถึงตั้งแต่สองวันก่อนแล้ว     

"เมื่อแรกนั้นข้าคิดว่า องค์ฟาโรห์คงจะเสด็จมาถึงก่อนกองทัพหลวง"พระนางไทยีทรงมีรับสั่งกับมีอา ผู้เป็นนางข้าหลวงคนสนิท ระหว่างที่ทรงรอรับเสด็จพระสวามีที่พลับพลาบริเวณท่าเทียบเรือใกล้กับพระราชวัง "เพราะพลนำสาส์นได้นำความมาแจ้งว่า ขบวนเรือพระที่นั่งได้เคลื่อนออกจากนาปาต้าก่อนหน้าทัพหลวงถึงสี่วัน"  

"บางที อาจเป็นด้วยองค์ฟาโรห์ทรงแวะตรวจราชกิจตามหัวเมืองตอนบนด้วยกระมังเพคะ จึงได้เสด็จมาถึงช้าเช่นนี้"นางข้าหลวงคนสนิทกราบทูลออกความเห็น

"ก็คงเป็นเช่นที่เจ้าว่า" องค์ราชินีทรงพยักพระพักตร์อย่างเห็นด้วย ก่อนจะตรัสถามว่า" แล้วนี่ เนเฟอร์ตีติอยู่ที่ใดรึ เหตุใดจึงไม่มาที่นี่" 

"เมื่อเช้านี้ พี่เลี้ยงของนางได้มาแจ้งกับหม่อมฉันว่าแม่นางเนฟอร์ตีตีไม่สบายเพคะ พระนางเจ้า" นางข้าหลวงคนสนิทกราบทูลตอบ

"จริงรึ" องค์ราชินีทรงตกพระทัย "แล้วนี่ อาการหลานข้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าได้บอกให้หมอหลวงไปตรวจดูแล้วหรือยัง"

" หม่อมฉันให้หมอหลวงไปตรวจอาการแล้วเพคะ "มีอากราบทูลตอบ" หมอหลวงได้บอกมาว่านางไม่ได้เป็นอะไรมาก นอกจากอ่อนเพลียแล้วก็ปวดศรีษะเท่านั้นเพคะ " 

"ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว "พระราชินีทรงมีท่าทางโล่งพระทัย "เอาไว้เสร็จจากการรับเสด็จองค์ฟาโรห์แล้ว ข้าคิดว่าจะหาเวลาแวะไปเยี่ยมนางสักหน่อย " 

      เสียงแตรดังก้องกังวานมาจากคุ้งน้ำเป็นสัญญาณแจ้งว่า ขบวนเรือพระที่นั่งใกล้จะมาถึงแล้ว พระนางไทยีทรงหยุดการสนทนา ก่อนลุกจากที่ประทับในพลับพลา และเสด็จออกไปที่ท่าเทียบเรือ พร้อมกับเหล่าข้าราชบริพาร ก่อนที่เรือพระที่นั่งจะเข้าเทียบท่า  

      ครู่ต่อมา กองเรือของเหล่าทหารราชองครักษ์อันประกอบด้วยเรือรบจำนวนหกลำ ที่มีโขนเรือทำเป็นรูปนกกระสาซึ่งทำหน้าที่เป็นเรือนำขบวน ก็เข้ามาเทียบท่าเป็นกลุ่มแรก หลังจากที่เรือเทียบท่าแล้ว ทหารราชองครักษ์สามร้อยนายก็ทยอยขึ้นจากเรือรบแต่ละลำและตั้งขบวนเป็นสองแถวเพื่อถวายอารักขาตลอดสองข้างทางเดินจากท่าเทียบเรือมายังพลับพลาที่จัดไว้เป็นที่รับเสด็จ ทหารแต่ละคนพันร่างกายท่อนล่างด้วยผ้าลินินสีขาวปล่อยชายผ้ายาวลงมาด้านข้าง ท่อนบนสวมเกราะที่ทำจากแผ่นหนังและสัมฤทธิ์ ศรีษะคลุมด้วยผ้าสีขาวมีลายทางสีน้ำเงิน มือซ้ายถือโล่กลมทำจากสัมฤทธิ์ ส่วนมือขวาถือดาบโค้ง ทั้งโล่และดาบสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายวาววับแลดูน่าเกรงขาม

    หลังจากบรรดาทหารราชองครักษ์ตั้งขบวนถวายอารักขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรือพระที่นั่งซึ่งมีโขนเรือแกะสลักเป็นรูปนกเหยี่ยว อันเป็นตัวแทนของเทพเจ้าฮอรัส * ก็เคลื่อนเข้าเทียบท่าอย่างช้าๆ
เมื่อเรือพระที่นั่งจอดนิ่งสนิท ทางเดินที่ทำจากแผ่นไม้ที่ทำอย่างแน่นหนาและตกแต่งอย่างสวยงาม ก็ถูกวางพาดระหว่างลำเรือกับตลิ่ง องค์ ฟาโรห์อเมนโฮเทปเสด็จพระราชดำเนินจากเรือพระที่นั่งผ่านสะพานเทียบท่า ขึ้นฝั่งอย่างช้าๆ  

พระนางไทยีเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปหาองค์ฟาโรห์ และถวายบังคมพระสวามี
 " ขอเทพเจ้าอมุน- รา ทรงโปรดประทานพรอันประเสริฐแด่พระองค์ผู้เป็นใหญ่ เพคะ " พระนางตรัส
"ไปทำศึกคราวนี้ ไม่ได้พบหน้าเจ้าเสียนานเลยทีเดียว เจ้าคงสบายดีนะ ไทยี "ฟาโรห์อเมนโฮเทปทรงแย้ม พระสรวลกับพระมเหสี
"ด้วยพระบารมีของพระองค์ หม่อมฉันสบายดีเพคะ"
"ข้าไม่อยู่เสียนาน ทุกอย่างทางนี้ปกติดีหรือ"องค์ฟาโรห์ตรัสถาม 
 "ทุกอย่างเป็นปกติเพคะ"
" ดีมาก"องค์ฟาโรห์ตรัสสั้นๆอย่างพอพระทัย
ราชินีไทยีทรงทอดพระเนตรไปยังเรือพระที่นั่งก่อนจะทรงหันมากราบทูลถามพระสวามีว่า "แล้ว โอรสของหม่อมฉันล่ะเพคะ ไม่ได้ตามเสด็จมากับพระองค์หรือเพคะ" 

" ข้าได้สั่งให้เขาไปตรวจความเรียบร้อยของการก่อสร้างวิหารหลังใหม่ที่นอกเมือง อีกสักพักเมื่อเสร็จเรื่องแล้ว ก็คงจะตามมาเอง" องค์ฟาโรห์ทรงมีรับสั่งตอบ "ตอนนี้เราเข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ ทำศึกมานานแล้ว ยามนี้ข้าอยากจะพักผ่อนบ้าง"
" เพคะ" พระนางไทยีตรัสพร้อมกับทูลเชิญเสด็จพระสวามีเข้าไปในพระราชวัง
*************

ที่บริเวณลานกว้างด้านหน้าวิหารหลังใหญ่ที่กำลังถูกก่อสร้าง ซึ่งตั้งอยู่อีกฝากหนึ่งของแม่น้ำไนล์ เจ้าชายอเมนโฮเทป กำลังประทับยืนอยู่กับเซเรเม ขุนนางหนุ่มวัยยี่สิบเศษผู้รับผิดชอบการออกแบบสร้างวิหารหลังนี้ โดยนอกจากจะทำหน้าที่เป็นสถาปนิกแล้ว เซเรเม ยังดำรงตำแหน่งขุนนางแห่งกองอาลักษณ์หลวงผู้มีหน้าที่คอยบันทึกเหตุการณ์สำคัญต่างๆอีกด้วย

 "รู้สึกว่าการก่อสร้างจะรุดหน้าไปเร็วมากนะ" เจ้าชายหนุ่มตรัสขึ้นขณะที่ทรงทอดพระเนตรเหล่าคนงานหลายร้อยคนที่กำลังทำงานกันอย่างแข็งขัน เสียงสิ่วกระทบหินดังมาเป็นระยะๆขณะที่พวกช่างฝีมือทำการแกะสลักลวดลายลงไปบนเนื้อหินของเสาค้ำวิหาร " หากเป็นเช่นนี้ ข้าคิดว่า เราคงสร้างวิหารหลังนี้เสร็จได้ในเพลาไม่เกินสองเดือน" 

" พะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" อีกฝ่ายทูลตอบ " ตอนนี้ก็เหลือแต่เพียงส่วนโครงของหลังคาวิหารและรูปสลักด้านหน้าเท่านั้น พะย่ะค่ะ"

เจ้าชายหนุ่มทอดสายพระเนตรไปยังส่วนของโครงหลังคา "อันที่จริง ข้าคิดว่า หากเราลองปล่อยให้หลังคาของวิหารนี้เปิดโล่งเอาไว้ ก็น่าจะให้ภาพที่สวยงามได้เหมือนกัน"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ขุนนางแห่งกองอาลักษณ์หลวงก็หันมามองเจ้าชายด้วยความประหลาดใจ "ฝ่าบาททรงหมายความว่าอย่างไรหรือ พะย่ะค่ะ"

"ข้ากำลังคิดว่า ถ้าหากเราสร้างวิหารโดยที่ไม่ต้องมีส่วนของหลังคา บางทีมันอาจเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสวยงามกว่าวิหารแบบเดิมก็เป็นได้และที่สำคัญนี้มันยังทำให้เราสามารถประหยัดเวลาในการก่อสร้างได้มากขึ้นอีกด้วย"เจ้าชายหนุ่มตรัส 

" ฝ่าบาททรงหมายความว่า จะทรงเปิดส่วนของหลังคาวิหารแห่งนี้ให้ว่างเอาไว้หรือ พะย่ะค่ะ" อีกฝ่ายทูลถามอย่างไม่แน่ใจ

" ไม่หรอก เซเรเม " เจ้าชายหนุ่มทรงพระสรวลเบาๆก่อนจะรับสั่งเพิ่มเติมว่า "ถึงแม้ว่า นั่นอาจเป็นความคิดที่น่าสนใจ แต่หากแม้นข้าปล่อยให้มหาวิหารของเสด็จพ่อไร้หลังคาอย่างที่พูดไปแล้วไซร้ น่ากลัวว่าเสด็จพ่อคงจะส่งข้าไปสร้างวิหารหลังใหม่อยู่ที่กลางทะเลทรายเป็นแน่แท้"

เซเรเมมองดูเจ้าชายหนุ่มผู้เป็นนายก่อนจะลอบยิ้มเล็กน้อย เจ้าชายอเมนโฮเทบทรงมีพระอุปนิสัยผิดจากพระราชวงศ์ชั้นสูงพระองค์อื่นๆ โดยพระองค์มักจะทรงปฏิบัติองค์แบบสบายๆและค่อนข้างร่าเริง ไม่เคร่งขรึมเหมือนกับพระบิดาที่ทรงมีลักษณะของนักรบและนักปกครองเต็มตัว ในขณะที่ลักษณะของเจ้าชายหนุ่มนั้นดูจะทรงคล้ายกับจินตกวีมากกว่า 

          ในขณะเดียวกันนั้น สายพระเนตรของเจ้าชายอเมนโฮเทปยังคงจับอยู่ที่ภาพของวิหารอันใหญ่โตที่เบื้องหน้า 

โดยแท้จริงแล้ว เจ้าชายหนุ่มไม่เคยทรงโปรดวิหารที่ดูทึบทะมึนเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย ด้วยว่ามันทำให้พระองค์ทรงหวนนึกถึงความทรงจำในวัยเด็กของพระองค์ โดยในขณะที่ยังทรงพระเยาว์นั้น พระองค์ได้ตามเสด็จพระบิดาและพระมารดาเข้าไปสักการะเทพเจ้าในวิหารแห่งอมุน-รา ทว่าเพียงครั้งแรกที่เจ้าชายน้อยเข้าไปข้างในวิหาร บรรยากาศที่มีเพียงแสงสลัวกับรูปสลักที่สูงทะมึนในเงามืดและควันกำยานที่ลอยอยู่ทั่ว ก็ทำให้เจ้าชายน้อยถึงกับทรงกรรแสงเสียงดังด้วยความหวาดกลัวจนแทบจะทำให้พิธีต้องเลิกกลางคัน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พระบิดาตรัสสั่งห้ามมิให้เจ้าชายน้อยตามเสด็จเข้าร่วมพิธีใดๆอีกเป็นเวลาตลอดหลายปีต่อจากนั้น ทำให้ทุกครั้งที่มีพีธีบูชาทวยเทพ เจ้าชายน้อยจะถูกพระบิดาและพระมารดาทอดทิ้งไว้เพียงลำพังในวังกับพระพี่เลี้ยงเท่านั้น

และนั่นกลายเป็นประสบการณ์ด้านลบที่ฝังใจเจ้าชายอเมนโฮเทปจนถึงวันที่ทรงเติบใหญ่โดยพระองค์ทรงรู้สึกมาตลอดว่า เพราะเหล่าทวยเทพทั้งหลายที่ทำให้พระองค์ต้องถูกทอดทิ้งเช่นนั้น



    ความทรงจำของเจ้าชายอเมนโฮเทปกลับมายังปัจจุบันอีกครั้ง พระองค์ทรงทอดพระเนตรภาพเบื้องหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทรงหันพระพักตร์ไปยังอีกด้านหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณที่ตั้งของวิหารแห่งนั้นไป ที่นั่นมีรูปสลักมหึมาสองรูป*ที่สร้างขึ้นจากหินควอทส์ตั้งตระหง่านอยู่

  ฟาโรห์อเมนโฮเทป พระบิดาของพระองค์ทรงมีพระบัญชาให้สร้างรูปสลักทั้งสองไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ของพระองค์และพระนางไทยีผู้เป็นมเหสี โดยทรงโปรดให้ทำเป็นพระรูปเหมือนของพระองค์และพระมเหสี ทั้งนี้รูปสลักทั้งสองเพิ่งสร้างเสร็จก่อนหน้านี้ไม่นานนัก โดยเมื่อมองจากที่ไกลจะเห็นแสงอาทิตย์สะท้อนกับรูปสลักทั้งสองนั้นเป็นประกายและให้ความรู้สึกถึงพระราชอำนาจที่ยิ่งใหญ่สมดังที่พระบิดาของพระองค์เคยมีพระดำรัสไว้ว่า พระองค์คือองค์อวตารของรา จอมเทพผู้ยิ่งใหญ่   

ในขณะนั้น ดวงอาทิตย์ก็เริ่มแผดแสงแรงกล้ามากขึ้น เซเรเมจึงทูลเจ้าชายว่า " ฝ่าบาท,แดดร้อนมากแล้ว กระหม่อมขอเชิญเสด็จกลับก่อนเถิด พะย่ะค่ะ"

เมื่อทรงสดับดังนั้น เจ้าชายอเมนโฮเทบได้ทรงป้องพระพักตร์มองดูวิหารหลังนั้นอีกครั้งก่อนจะหันกลับและเสด็จไปยังเรือพระที่นั่งซึ่งจอดรออยู่ที่ท่าเทียบ
                                                    ****************




------------   - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
* เทพเจ้าฮอรัส(Horus) เป็นโอรสของเทพโอซิริสผู้เป็นจ้าวแห่งยมโลกกับเทพีไอซิส และเป็นหลานของจอมเทพรา  เทพฮอรัสเป็นเทพประจำองค์ฟาโรห์ผู้ปกครองอียิปต์ *
 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
**ปัจจุบัน รูปสลักทั้งสอง เป็นที่รู้จักกันในนาม ยักษ์แห่งเมมนอน *
   - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

287 ความคิดเห็น

  1. #70 พันดารา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2552 / 17:40
    เมื่อไหร่จะได้เจอกันหนอ
    #70
    0
  2. #51 mydei (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2552 / 22:04
    ปั้นรูปเหมือนตัวเองไว้ก่อนจะดีหรอ
    #51
    0
  3. #39 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2552 / 12:33
    ชอบมากกกกกกกกก
    #39
    0