เนเฟอร์ตีตี จอมราชินีลุ่มน้ำไนล์

ตอนที่ 14 : บทที่ห้า ผู้ชิงชัย(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 มี.ค. 58


       เย็นวันนั้น เนเฟอร์ตีตีกลับมาถึงห้องพักของนางก่อนเวลาฟ้ามืดเพียงครู่เดียว ทันทีที่เห็นอีกฝ่ายกลับมาถึง ไอริสที่เฝ้ารอนายหญิงน้อยของตนด้วยความกระวนกระวายก็เอ่ยปากถามขึ้นในทันที

"เหตุใด นายหญิงน้อยจึงกลับมาช้าเยี่ยงนี้ล่ะเจ้าคะ"สีหน้านางพี่เลี้ยงยังเต็มไปด้วยความห่วงกังวล"ข้ากำลังคิดอยู่ว่า จะออกไปตามท่านพอดี"

"เจ้านี่ ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้"เด็กสาวเอ็ดอีกฝ่าย"ข้าเองก็มิได้กลับมาค่ำมืดอะไรนักหนา ก็เพียงแค่นั่งเล่นชมนกชมไม้อยู่ในอุทยานหลวงเพลินไปหน่อยเท่านั้น"

ไอริสมองหน้าผู้เป็นนายอย่างพยายามค้นหาความจริง"นั่งอยู่เพียงลำพัง ผู้เดียวจนถึงยามเย็นเชียวหรือเจ้าคะ" น้ำเสียงของนางแฝงด้วยความข้องใจ

"เอ่อ...ที่จริง .ก็ไม่เชิงเช่นนั้นหรอก" เนเฟอร์ตีตีอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะตอบไปตามตรง" เมื่อบ่าย ข้าได้พบกับเมโนฮัทเข้าพอดี จึงอยู่สนทนากับเขาเล็กน้อย"

"สนทนากันจนถึงย่ำค่ำนี่หรือเจ้าคะ ที่ว่าเล็กน้อย"นางพี่เลี้ยงอุทานพร้อมกับทำตาโตก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ว่า"ชะรอย เมโนฮัทผู้นี้ คงเป็นผู้ที่เจรจาได้น่าสนุกสนานอยู่ไม่น้อย มิเช่นนั้นแล้ว นายหญิงน้อยของข้าคงมิยอมอยู่สนทนากับเขาจนถึงเย็นย่ำเช่นนี้เป็นแน่"

"อย่างน้อย เขาก็คุยสนุกกว่าเจ้าแน่ ไอริส" ผู้เป็นนายว่า  

 "มิน่าเล่า สีหน้าของนายหญิงน้อยจึงดูสดใสรื่นเริงผิดกว่าทุกวันยิ่งนัก"นางพี่เลี้ยงพูดยิ้มๆ "ที่แท้ก็เพราะได้คู่สนทนาที่รู้ใจนี่เอง"

"เจ้านี่ช่างเจรจามากเกินไปแล้ว" เด็กสาวแกล้งทำเสียงดุเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกเขินอาย "ข้าว่า เจ้ารีบไปเตรียมเสื้อผ้าอาภรณ์และน้ำอาบให้ข้าได้แล้ว หากยังขืนมัวแต่พูดมากอยู่เช่นนี้ล่ะก็ เห็นทีข้าจะต้องลงโทษเจ้าสักที เป็นแน่"

"เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ นายหญิงน้อย" อีกฝ่ายรีบรับคำสั่งด้วยสีหน้าซ่อนยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไป…..  


…ภายในห้องกว้างรูปทรงแปดเหลี่ยมของตำหนักหลังใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านใต้ของพระราชวัง เจ้าชายเคเฟรนกำลังทรงประทับนั่งอยู่บนขอบของช่องหน้าต่าง พลางทอดพระเนตรไปยังภาพของแนวเขาหินทรายยาวเหยียดที่ทอดตัวอยู่ไกลนอกแนวกำแพงเมืองออกไป แสงจันทร์สีนวลตาส่องกระทบต้องแนวเขาเหล่านั้น แลเห็นเป็นเงาดำทอดยาวอยู่  

    แม้เวลาจะล่วงผ่านไปมากแล้ว แต่เจ้าชายหนุ่มผู้ทรงเป็นเจ้าของตำหนักก็ยังคงทรงอยู่ในอิริยาบทเดิม ภาพของสาวน้อยที่ได้ทรงพบเมื่อตอนบ่ายยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ อย่างที่ไม่อาจจะลบเลือนได้ เจ้าชายหนุ่มทรงยอมรับกับพระองค์เองว่า แม้พระองค์จะมีสนมและชายาอยู่แล้วมากมาย แต่ก็หามีนางผู้ใดจะมีความงามเทียบเทียมสาวน้อยผู้นั้นไม่

"ยังไม่ทรงเข้าบรรทมอีกหรือพะย่ะค่ะ องค์ชาย"เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้เจ้าชายหนุ่มทรงหันกลับไป
"เจ้าเองหรอหรือ ราโมส"เจ้าชายตรัสทักอีกฝ่ายหนึ่ง"มีเรื่องอะไรล่ะ"

"เมื่อครู่ ข้าบาทเห็นแสงไฟลอดออกจากห้องบรรทม คิดว่าพระองค์ยังไม่ทรงเข้าบรรทม จึงเข้ามาเฝ้า เผื่อว่าจะทรงมีพระประสงค์สิ่งใดอีก"ขุนนางคนสนิททูลตอบ"ว่าแต่ ยามนี้ก็ดึกมากแล้ว เหตุใด พระองค์จึงยังไม่ทรงเข้าบรรทมอีกล่ะ พะย่ะค่ะ"

"คืนนี้ ข้ารู้สึกว่าตัวเองนอนไม่ค่อยหลับ ก็เลยลุกมานั่งคิดอะไรไปเรื่อยๆ"
"คงจะทรงคิดถึงเรื่องของสาวน้อยผู้นั้นอยู่ กระมัง"อีกฝ่ายเดา

"เจ้านี่ ช่างสมกับที่เป็นทั้งพี่เลี้ยงและคนสนิทของข้าเสียเหลือเกินนะ เพราะดูช่างรู้ใจข้าไปเสียหมดทุกเรื่อง"เจ้าชายเคเฟรนตรัสขึ้นด้วยพระเสียงแฝงแววกระทบกระเทียบ"แล้วนี่ เรื่องที่ข้าสั่งให้เจ้าไปสืบความมานั้น ได้เรื่องหรือยัง"

"ข้าบาทได้ให้คนแยกย้ายออกไปสอบถามความกับพวกข้าหลวงของตำหนักต่างๆแล้วพะย่ะค่ะ คิดว่ามิเกินวันสองวันนี้ ต้องได้รู้แน่ว่านางผู้นั้นเป็นนางกำนัลของตำหนักใด"

เจ้าชายหนุ่มทรงขมวดพระขนง"ทำงานชักช้านัก ไม่ได้ดังใจข้าเอาเสียเลย"
"ข้าบาทขอพระประทานอภัย"

"เอาล่ะ เอาล่ะ เรื่องนั้น ช่างมันเถิด เอาเป็นว่าอย่าให้ช้าไปกว่านี้ก็แล้วกัน" เจ้าชายหนุ่มทรงโบกพระหัตถ์เล็กน้อย ก่อนจะทรงมีรับสั่งต่อด้วยพระเสียงเป็นเชิงไล่อีกฝ่ายหนึ่งว่า"ยามนี้ เจ้าออกไปได้แล้ว ข้าอยากนั่งเงียบๆตามลำพัง อีกสักพักหนึ่ง จากนั้นค่อยเข้านอน"

"พะย่ะค่ะ..องค์ชาย" ขุนนางคนสนิททำความเคารพก่อนจะค่อยๆเดินถอยหลังออกจากห้องไป

หลังจากอีกฝ่ายหนึ่งออกไปแล้ว เจ้าชายเคเฟรนก็ทรงหันพระพักตร์กลับออกไปยังบรรยากาศยามราตรีที่อยู่เบื้องนอกอีกครั้ง และขณะที่พระองค์ทรงทอดสายพระเนตรไปยังดวงจันทร์สีทองอร่ามงดงามที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นเอง ความคิดคำนึงของเจ้าชายหนุ่มก็ล่องลอยไปถึงภาพของดรุณีน้อย นาม เนเฟอร์ตีตี ผู้ซึ่งมีความงามไม่แพ้พระจันทร์บนฟ้าในคืนนี้

" อีกไม่นานหรอก ข้าต้องรู้ให้ได้ว่า เจ้าเป็นใครกันแน่, เนเฟอร์ตีตี" พระนัดดาแห่งองค์ฟาโรห์ตรัสเบาๆด้วยพระเสียงมุ่งมั่น

****************

ในตอนเช้าของอีกสองวันต่อมา ที่ศาลาไม้ซีดาร์ในอุทยานส่วนพระองค์ของพระมเหสี พระนางไทยีทรงประทับอยู่ในท่านั่งเอนพระวรกายพิงหมอนเนื้อหนาบนตั่งไม้ที่ปูทับด้วยผ้าขนสัตว์อันอ่อนนุ่ม ขณะที่ทรงสดับฟังเรื่องราวของตำนานเกี่ยวกับเหล่าทวยเทพที่เนเฟอร์ตีตีกำลังอ่านถวาย

"เทพีไอซิสทรงคร่ำครวญปิ่มว่าจะพระหทัยจะขาดรอน เมื่อทรงทราบว่าพระสวามีได้สิ้นพระชนม์ลง ด้วยฝีมือของเทพเซธ พระนางเพียรพยายามค้นหาพระศพของเทพโอซิริสผู้สวามีที่ถูกเทพเซธตัดออกเป็นชิ้นๆเพื่อนำมารวมกันด้วยความหวังว่าจะชุบชีวิตของพระองค์ขึ้นมาอีกครา…"
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ" พระนางไทยีตรัสบอก
เด็กสาววางม้วนปาปิรัสลง "เพคะ พระนางเจ้า"

พระมเหสีทรงทอดสายพระเนตรมายังเด็กสาวที่อยู่ในท่านั่งกึ่งหมอบเบื้องที่พระพักตร์ อย่างทรงเอ็นดูก่อนจะทรงมีรับสั่งถามขึ้นว่า"เจ้ารู้สึกเบื่อหรือไม่ ที่ต้องมาคอยเฝ้าอยู่กับคนแก่เยี่ยงข้า"
"ไม่เลยเพคะ พระนางเจ้า" เนเฟอร์ตีตีกราบทูลเสียงใส "แลอีกอย่าง หม่อมฉันก็มิเห็นว่าพระนางจะทรงเหมือนกับผู้สูงวัยแม้เพียงน้อย หากแต่ยังทรงมีสิริโฉมงดงามมิต่างจากสตรีในวัยสาวเลย"

"เจ้านี่ อยู่นานไปก็ปากหวานขึ้นเรื่อยๆนะ"
"หม่อมฉันทูลตามจริงนะเพคะ"

"พอเถอะ คุยกับเจ้านานไป ข้าเกรงว่าข้าจะหลงคิดว่าตัวเองยังเป็นสาวๆเข้าสักวัน"พระนางไทยีทรงพระสรวลเล็กน้อยก่อนจะตรัสอีกว่า "ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า วันพรุ่งนี้ เจ้ามิต้องมาเฝ้าข้าที่นี่หรอก "
เด็กสาวแปลกใจ"เพราะเหตุใดหรือเพคะ"

"ยามเช้าวันพรุ่งนี้ ข้าจะต้องตามเสด็จฟาโรห์ไปยังวิหารอามุน-รา กว่าจะกลับ ก็คงค่ำมืด"
"แล้วจะมิทรงให้หม่อมฉันตามเสด็จด้วยหรือเพคะ"เนเฟอร์ตีตีทูลถาม

"มิต้องหรอก"พระมเหสีตรัส "ข้าให้เจ้าพักได้หนึ่งวัน"
เมื่อเด็กสาวได้ยินรับสั่งดังนั้นแล้ว ความคิดบางอย่างก็ปรากฏขึ้นมาในหัวอย่างทันที…

**************
(ติดตามตอนต่อไป)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

287 ความคิดเห็น

  1. #86 mydei (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2552 / 17:01
    อัพอีกนะจ๊ะ

    รออ่านอยู่จ๊ะ
    #86
    0