เนเฟอร์ตีตี จอมราชินีลุ่มน้ำไนล์

ตอนที่ 13 : บทที่สี่ มนตราสิเน่หา(4)รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,386
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 ธ.ค. 57

หลังแยกจากขบวนของเจ้าชายเคเฟรนมาได้ เนเฟอร์ตีตีกับไอริสก็หลบมาอยู่อีกมุมหนึ่งของอุทยาน เพื่อรอให้เจ้าชายเสด็จออกไปก่อน

“นายหญิงน้อย เรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ”ไอริสกล่าวชวน

ผู้เป็นนายสั่นหน้า“สักเดี๋ยวเถิด ไอริส”

“นายหญิงน้อยจะรออะไรอีกเจ้าคะ” นางพี่เลี้ยงถาม” ถ้าเรายังอยู่แถวนี้ แล้วเกิดพบกับพระนัดดาเข้าอีก จะทำอย่างไร”

“ไม่หรอก เจ้าก็เห็นแล้วนี่ ว่าพระนัดดาเสด็จออกไปแล้ว”เนเฟอร์ตีตีกล่าว

“แต่ข้าก็ไม่เห็นว่า เราจะต้องอยู่ที่นี่ต่อด้วยเหตุใดอีกนี่เจ้าคะ” ไอริสเอ่ยถามพร้อมกับมองหน้าผู้เป็นนายด้วยสายตาที่พยายามค้นหาความจริง

เด็กสาวเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าหันไปอีกทางหนึ่ง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตความรู้สึกของตนได้ เนื่องจากโดยใจจริงแล้ว เหตุผลเดียวที่นางยังคงต้องการจะอยู่ที่อุทยานแห่งนี้ต่อไป ก็เพียงเพื่อจะรอดูว่า เขาคนนั้น จะมาที่นี่ ในวันนี้หรือไม่

”เอาเป็นว่า ขอข้าอยู่ที่นี่อีกสักพักก็แล้วกัน” เนเฟอร์ตีตีกล่าวตัดบท “ถ้าเจ้าอยากจะกลับ ก็กลับไปก่อนเถอะ ข้าอยู่คนเดียวได้”

“ให้ข้าทิ้งนายหญิงน้อยไว้คนเดียวน่ะหรือ”นางพี่เลี้ยงทำตาโต “ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”

เด็กสาวมองอีกฝ่ายอย่างนึกขำ “ไอริส นี่พวกเราอยู่ในเขตพระราชวังนะ เจ้าคิดว่าจะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นกับข้าในที่นี้เหรอ”

“ข้ามีหน้าที่ต้องคอยดูแลนายหญิงนะเจ้าคะ” ไอริสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรข้าก็มิอาจทิ้งนายหญิงน้อยไปไหนได้”

เมื่อได้ยินแบบนั้น เนเฟอร์ตีตีก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางขรึมๆว่า “แล้วถ้าหาก ข้าบอกว่าข้าอยากอยู่ตามลำพังล่ะ”

“เอ่อ…นายหญิงน้อยหมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ”นางพี่เลี้ยงถาม

ข้าอยากอยู่ตามลำพังสักครู่หนึ่ง” เด็กสาวบอก“เอาเป็นว่า ยามนี้ เจ้ากลับไปก่อนก็แล้วกัน ข้าให้สัญญาว่าจะกลับไปที่พัก ก่อนอาทิตย์ตกดิน”

ไอริสมีท่าทางลังเล “จะดีหรือเจ้าคะ”

“อย่าขัดใจข้า”นายสาวทำเสียงเข้ม

นางพี่เลี้ยงยังมีท่าทางรีๆรอๆ นางมองหน้าผู้เป็นนายและเห็นสีหน้ากับแววตาของอีกฝ่ายที่บอกชัดว่าไม่ต้องการให้ใครมาขัดใจ

“ถ้าเช่นนั้น ข้ากลับก่อนนะเจ้าค่ะ”ไอริสบอก

เนเฟอร์ตีตีพยักหน้าเป็นเชิงรับ ก่อนที่นางพี่เลี้ยงจะเดินกลับไปยังที่พัก

หลังจากไอริสกลับไปแล้ว เด็กสาวก็เดินอย่างช้าๆผ่านแนวพุ่มไม้เตี้ยๆไปที่ก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งซึ่งอยู่ใต้ดงต้นปาล์มและทรุดตัวนั่งลงบนนั้น พลางทอดสายตาไปยังภาพเบื้องหน้า จากตำแหน่งที่นางนั่งอยู่ สามารถมองเห็นภาพของสายน้ำไนล์ที่ห่างไกลออกไปได้อย่างชัดเจน แนวต้นไม้เขียวชอุ่มทอดยาวอยู่ยังอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ ประกอบกับสายลมที่พัดพาละอองไอน้ำมาด้วย ได้ช่วยทำให้บรรยากาศในอุทยานเพิ่มความสดชื่นมากยิ่งขึ้น

ทันใดนั้นเอง เนเฟอร์ตีตีก็รู้สึกได้ว่านางไม่ได้อยู่ที่นั่นเพียงลำพัง

“ข้าบอกให้เจ้ากลับไปก่อนไม่ใช่หรือ ไอริส”เด็กสาวกล่าวด้วยเสียงขุ่นมัวโดยไม่ได้หันกลับไปมอง” เหตุใดจึงขัดคำสั่งของข้า”

“ขอให้ข้าได้อยู่ที่นี่ ตามความปรารถนาของหัวใจเถิด“เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องหลัง

หัวใจของเนเฟอร์ตีตีเต้นแรง เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูอีกครั้ง นางค่อยๆหันกลับไปและเห็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่

“ นึกว่าใคร” เด็กสาวเอ่ยปากทักขึ้น หลังจากปรับสีหน้าท่าทางของตนให้เป็นปกติแล้ว”ที่แท้ ก็เจ้าเองหรอกหรือ เมโนฮัท”

อีกฝ่ายหนึ่งยิ้มบางๆ ”เจ้าเป็นอะไรหรือ เหตุใด วันนี้ น้ำเสียงจึงขุ่นมัวเช่นนั้น”

“เจ้าช่างเป็นคนที่ช่างสังเกตดีเหลือเกินนะ”เนเฟอร์ตีตีทำเสียงประชดเล็กน้อย ”น้ำเสียงของข้าจะเป็นเช่นไร แล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย มิทราบ”

“ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเจ้า ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าให้ความสำคัญทั้งสิ้น”ชายหนุ่มบอก

เด็กสาวลอบยิ้มกับตัวเอง เมื่อได้ยินเช่นนั้น” จริงน่ะหรือ” นางแกล้งถาม

“ทวยเทพ ย่อมเป็นองค์พยานต่อคำพูดทุกคำของข้าได้”

“เรื่องเพียงเท่านี้ เหตุใดเจ้าต้องอ้างเหล่าทวยเทพให้ทรงเป็นองค์พยานด้วยเล่า” เนเฟอร์ตีตีว่า

“ ที่ข้าต้องกล่าวอ้างเหล่าทวยเทพ ก็เพราะพระองค์ย่อมทรงรู้ว่าใจของข้านั้น คิดเช่นไร ”ชายหนุ่มกล่าวพลางสบตาสาวน้อยด้วยแววตาสื่อความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะถามว่า“ครานี้ เจ้าจักบอกข้าได้หรือยังว่า เจ้าเป็นอะไร เหตุใดเมื่อครู่น้ำเสียงของเจ้าจึงขุ่นมัวเช่นนั้น”

เมื่อได้ยินคำถามนั้น อารมณ์ของเด็กสาวก็ย้อนกลับไปยังเรื่องที่นางไม่พอใจอีกครั้ง“เจ้ารู้ไหม ว่า วันนี้ ข้าเกือบจะถูกลงโทษแล้ว” นางบอก

“เรื่องทั้งหมดเป็นเช่นไร ไหนเจ้าลองเล่าให้ข้าฟังทีสิ”

เนเฟอร์ตีตีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายหนึ่งฟังจนจบ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่สบอารมณ์ว่า“ข้ารู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตในวังหลวงนี่เหลือเกิน ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ต้องคอยระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา”
“ถ้าเช่นนั้น แล้วเจ้าเข้าวังมาทำไมเล่า”บุรุษผู้ใช้นามว่า เมโนฮัท ถาม

“ หากเลือกได้ ข้าก็คงไม่เข้ามาที่นี่หรอก”

ชายหนุ่มมองหน้าอีกฝ่าย “เจ้าพูดราวกับถูกบังคับ”

“ท่านพ่อเป็นคนพาข้าเข้าวัง”

“ข้าสังเกตดู ท่าทางเจ้าเองก็คงจะมาจากตระกูลขุนนางสูงศักดิ์แล้วเหตุใด เจ้าต้องเข้ามาเป็นนางข้าหลวงในวังด้วยเล่า” เมโนฮัทสงสัย

“ที่จริงแล้ว ท่านพ่อมิได้ต้องการส่งข้าเข้าวังเพื่อมาเป็นนางข้าหลวงหรอก หากแต่ท่านต้องการให้ข้า...” เด็กสาวชะงักคำพูด อย่างเพิ่งนึกขึ้นมาได้” ว่าแต่… เหตุใดข้าจึงต้องมาเล่าเรื่องของข้าให้เจ้าฟังด้วยนะ”

“ข้าคิดว่าข้าดูออกนะ ว่า เจ้ามีความกังวลใจอันใดอันหนึ่งอยู่” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“จงเล่ามาเถิด หากมันทำให้เจ้าสบายใจขึ้น”

เนเฟอร์ตีตีมองหน้าอีกฝ่ายอย่างลังเล แม้น้ำเสียงและท่าทางของอีกฝ่ายจะทำให้นางรู้สึกอบอุ่นใจ แต่นางก็คิดว่า นางยังไม่ควรเล่าปัญหาของนางให้บุรุษหนุ่มผู้นี้ฟังในเวลานี้

เด็กสาวถอนหายใจเบาๆก่อนจะกล่าวตัดบทขึ้นว่า“ขอบน้ำใจเจ้ามาก ที่จะช่วยรับฟังปัญหาของข้า …แต่ข้าว่า ยามนี้ เราอย่าได้พูดกันถึงเรื่องเหล่านั้นเลยจะดีกว่า”

“ก็ได้ ถ้าหากนั่นเป็นความต้องการของเจ้า” ชายหนุ่มไม่ขัดข้อง “แต่หากว่า เจ้ามีอะไรที่ต้องการให้ข้าช่วยแล้วล่ะก็ ขอให้เจ้าจงเอ่ยปากมาได้ทุกเมื่อ มิต้องเกรงใจ”

“เจ้าพูดราวกับว่า หากข้าเอ่ยปากไปแล้ว เจ้าจะทำได้ดังที่ข้าต้องการทุกเรื่อง เช่นนั้นแหละ” เนเฟอร์ตีตีแกล้งว่า

อีกฝ่ายทำสีหน้าจริงจัง"หากไม่เกินวิสัยที่มนุษย์จะกระทำได้แล้ว ข้าย่อมสามารถทำได้ดังที่เจ้าขอมาแน่"

"ตัวข้าเอง ก็คงมิขอให้เจ้ากระทำในสิ่งที่มนุษย์ธรรมดามิอาจกระทำได้หรอก" เด็กสาวหัวเราะเสียงใสก่อนจะหยุดลงและขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นอีกฝ่ายหนึ่งกำลังจ้องหน้าของตนโดยไม่ได้กล่าวอะไร
" นั่นเจ้าจ้องหน้าข้า เช่นนั้น ทำไมรึ,เมโนฮัท"นางถามเสียงเข้า

"ข้าชอบมอง ยามที่เจ้าหัวเราะ" ชายหนุ่มตอบ "มันทำให้เจ้าช่างดูงดงามและสดใส มีชีวิตชีวามากเหลือเกิน"

"ข้าว่าเจ้าเลิกกล่าวคำเยินยอข้าได้แล้ว" เนเฟอร์ตีตีแกล้งเมินหน้าไปอีกทางหนึ่งแม้จะรู้สึกพอใจในคำพูดของอีกฝ่าย " ยามนี้ ข้าใคร่ฟังเรื่องราวที่ชวนให้จิตใจรื่นเริงสักเรื่องสองเรื่องมากกว่าฟังคำชมหรือคำหวานของผู้ใด"

"หากเจ้ากล่าวเช่นนั้น ข้าก็ขอบอกว่า ที่จริง ตัวข้ายังมีเรื่องเล่าสนุกๆอยู่อีกหลายเรื่อง หากเจ้านั้นมิรังเกียจที่จะอยู่สนทนากับข้าต่อ" ชายหนุ่มพูด

เด็กสาวซ่อนยิ้มในหน้า ก่อนจะหันกลับมา" ถ้าเช่นนั้น ก็จงเล่ามาสิ"

*******************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

287 ความคิดเห็น

  1. #250 เด็กอมมือ!! (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มีนาคม 2553 / 01:04

    เนเฟอร์ตีติอะ บอกไปเหอะว่ามาถวายตัวเป็นชายา จะได้สมหวังซะที

    #250
    0
  2. #106 บุษบาฮาวาย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กันยายน 2552 / 07:43

    แวะมาอ่านตามคำชวนค่ะ

    สนุกดีค่ะ เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ

    #106
    0
  3. #81 mydei (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2552 / 11:06
    หายไปนานเลยนะจ๊ะ
    รออ่านอยู่นะจ๊ะ
    #81
    0