ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    • ฟอนต์ THSarabunNew
    • ฟอนต์ Sarabun
    • ฟอนต์ Mali
    • ฟอนต์ Trirong
    • ฟอนต์ Maitree
    • ฟอนต์ Taviraj
    • ฟอนต์ Kodchasan
    • ฟอนต์ ChakraPetch
มหายุทธ์สะท้านแผ่นดิน

ลำดับตอนที่ #7 : โบดิก้า ราชินีคนเถื่อนผู้ท้าสู้จักรวรรดิโรมัน (Bodicea The babarian queen)

  • อัปเดตล่าสุด 25 ก.ย. 52


โบดิก้า ราชินีคนเถื่อนผู้ท้าสู้จักรวรรดิโรมัน (Bodicea  The babarian queen)

   ในยุคสองพันปีก่อน  เกาะอังกฤษถูกครอบครองโดยกลุ่มชนที่ถูกเรียกว่า ชาวไบรตัน( Briton) ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของพวกเซลติก(Celtic) ที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่   พวกไบรตันอาศัยอยู่กันเป็นเผ่าย่อยๆหลายสิบเผ่ากระจายกันอยู่ทั่วไปบนเกาะอังกฤษ และต่างก็รบพุ่งกันเอง   โดยในสายตาของชาวโรมันนั้น พวกไบรตันถูกมองว่าเป็นชนเผ่าป่าเถื่อนที่ล้าหลัง เนื่องจากชนกลุ่มนี้นิยมใช้สีแต้มตามเนื้อตัว พวกนักรบมักเปลือยท่อนบน และบางเผ่าก็เปลือยกายด้วย 

พระนางโบดิก้า

  ต่อมาในปี ค.ศ. 43 ซึ่งตรงกับยุคของจักรพรรดิคลอดิอุส หลังจากจัดการกับความวุ่นวายในแถบเมดิเตอเรเนียนลงได้ จักรวรรดิโรมันก็ส่งกองทัพเข้ารุกรานเกาะอังกฤษ  ชาวไบรตันเผ่าต่างๆ ซึ่งไม่อาจต่อส้กับกองทัพโรมันได้ ต่างต้องยอมสยบแก่ผู้รุกราน 
หลังจากยึดครองเกาะอังกฤษได้แล้ว ชาวโรมันได้สร้างเมืองใหม่ขึ้น และจัดการปกครองเมืองเหล่านี้
ตามแบบเมืองอื่นของจักรวรรดิ โดยชาวไบรตันเผ่าต่างๆต้องเสียภาษีแก่โรม 

     ปี ค.ศ.60 ซึ่งเป็นรัชสมัยของจักรพรรดิเนโรนั้น   กษัตริย์แห่งเผ่าไอซินี่(Iceni) นามว่า พราซูทากัส(Prasutagus)  ได้เสียชีวิตลง โดยปราศจากผู้โอรส คงมีเพียงมเหสีนามว่าโบดิก้า(Bodicea) กับธิดาอีกสององค์เท่านั้น ทั้งนี้ก่อนตายเนื่องจากพราซูทากัสเกรงว่า ครอบครัวของตนจะลำบากเมื่อตนตายแล้ว ดังนั้นจึงทำพินัยกรรมให้ขุนนางโรมันที่เป็นข้าหลวงประจำเกาะอังกฤษชื่อ ดีเซียนุส คาตุส(Decianus Catus) ปกครองเผ่าไอซินี่ร่วมกับมเหสีของตน โดยหวังจะให้พวกโรมันคุ้มครองชนเผ่าของตน

ทว่าเหตุการณ์ไม่เป็นดังที่คิด ดีเซียนุส คาตุส ได้ประกาศครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดรวมทั้งเผ่าไอซีนี่แต่ผู้เดียว และทำการขูดรีดทรัพย์สินเงินทองต่างๆ พระนางโบดิก้าไม่ยินยอมและต่อต้านโดยการไม่ให้เผ่าของนางจ่ายเงินแก่โรม ดีเซียนุส คาตุสจึงตอบโต้โดยการส่งทหารเข้ามายังดินแดนของเผ่าและกวาดทรัพย์สินไปจนสิ้น และที่ร้ายที่สุดคือสั่งให้ทหารโรมันกระทำาการข่มขืนธิดาทั้งสองของพระนางโบดิก้าต่อหน้าพระนางเองด้วย

          เหตุการณ์ทั้งหมดสร้างความโกรธแค้นให้แก่พระนางอย่างหาที่เปรียบมิได้ พระนางจึงปลุกระดมชาวไอซินี่รวมทั้งชาวไบรตันเผ่าต่างๆให้ลุกขึ้นต่อสู้กับโรมันและขับไล่ผู้รุกรานออกไป ชาวไบรตันทั้งหลายซึ่งล้วนไม่พอใจการกดขี่ของโรมันมานนาแล้วต่างขานรับการกบฏต่อจักรวรรดิในครั้งนี้ พระนางโบดิก้าจึงสามารถรวบรวมทัพได้ถึงหนึ่งแสนคนและยกเข้าโจมตีเมืองใหญ่สามเมืองที่พวกโรมันสร้างขึ้น คือ เมืองลอนดิเนี่ยม  เมืองคามูโลดูนั่มและเวรูลาเมี่ยม (ปัจจุบันคือเมืองลอนดอน , คลูเชสเตอร์และเซนต์อัลเบน)

ภาพนายทหารโรมันพร้อมกับ พลทหารราบที่ถือโล่และหอก

 
ในเวลานั้น ซูโตนิอุส พอลินุส(
Suetonius Paulinus)แม่ทัพโรมันพร้อมกำลังส่วนใหญ่ยกไปทำสงครามนอกเกาะอังกฤษ  ทำหใทหารโรมันที่ขาดผู้นำถูกสังหารอย่างทารุณ กองทัพของโบดิก้าได้รับคำสั่งให้สังหารชาวโรมันทุกคนและทำลายเมืองทั้งสามจนราบเรียบ    ประวัติศาสตร์โรมันบันทึกไว้ว่า มีชาวโรมันทั้งชายหญิง เสียชีวิตในครั้งนี้ถึง 70000 คน 
แต่อีเซียนุส คาตุสข้าหลวงใหญ่หนีไปได้ โดยหลบไปอยู่ที่กรีกและไม่กล้ากลับโรมเนื่องจากกลัวจะถูกลงโทษที่ทำให้เกิดกบฏขึ้น

หลังจากได้รับชัยชนะแล้ว ทั่วเกาะอังกฤษต่างเฉลิมฉลองให้กับอิสรภาพและไม่มีการจ่ายเงินให้กับโรมอีกต่อไป ชาวไบรตันทั่วอังกฤษต่างยกให้พระนางโบดิก้าเป็นผู้นำชาวเกาะทั้งมวล


ทว่าหลังจากพอลลินุสแม่ทัพโรมันทราบเรื่องก็รีบยกทัพกลับมาเพื่อปราบกบฏทันที 
ฝ่ายไบรตันมั่นใจว่าจะชนะศึกอีก เนื่องจากมีกำลังมากกว่า โดยที่ลืมไปว่ากำลังส่วนใหญ่เป็นเพียงชาวไร่ชาวนาที่รวมตัวกันเพราะความแค้นโดยขาดความรู้ทางขาดยุทธวิธี อีกทั้งประสิทธิในการบก็ด้อยกว่ากองทัพโรมันมากนัก นอกจากนี้ในกองทัพยังมีเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ด้วย 

และในปีค.ศ.
61 กองทัพทั้งสองฝ่ายก็เผชิญหน้ากันที่ช่องเขาใกล้กับลอนดอน โดยทัพของโบดิก้ามีกำลังมากกว่าหนึ่งแสนคน ในขณะที่พวกโรมันมีเพียงสองหมื่นคนเท่านั้น
 
ก่อนการรบเริ่มขึ้น พระนางโบดิก้าปรากฏตัวบนรถศึกเทียมม้า หน้าแถวนักรบ
จากนั้นจึงได้ให้สัญญาณกองทัพเข้าโจมตีข้าศึก โดยฝ่ายไบรตันได้พุ่งหอกเข้าใส่และเปิดฉากการรบทันที แม้ว่าฝ่ายไบรตันจะมีกำลังใจดีเยี่ยม แต่ทว่า ฝ่ายโรมันซึ่งเป็นทหารอาชีพที่มีวินัยดีกว่าพร้อมทั้งอาวุธที่มีประสิทธิภาพได้กลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ

 นักรบไบรตันถูกสังหารเป็นจำนวนมากขณะที่ทหารโรมันเดินหน้าเข้าประจัญบาน      และในที่สุดกองทัพไบรตันก็พ่ายแพ้ โดยฝ่ายโรมันสังหารชาวไบรตันหลายหมื่นคน จนซากศพเต็มท้องทุ่ง แต่พระนางโบดิก้าหนีรอดไปได้   ประวัติศาสตร์โรมันบันทึกไว้ว่าหลังจากนั้นไม่นานพระนางก็ป่วยและเสียชีวิต แต่นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าพระนางโบดิก้าและธิดาทั้งสองปลิดชีพตัวเองด้วยยาพิษมากกว่าเนื่องจากไม่ยอมเสียเกียรติจากการถูกจับเป็นเชลย

หลังการศึกครั้งนี้ ซูโตนิอุส เสนอแก่จักรพรรดิเนโรว่า ควรจะกวาดล้างพวกที่ยังต่อต้านอยู่ให้สิ้นซาก แต่เนโรไม่เห็นด้วย และส่งข้าหลวงคนใหม่ที่มีความเป็นธรรมมาปกครองเกาะอังกฤษทำให้การต่อต้านยุติลง

          แม้การกบฏครั้งนี้จะล้มเหลวแต่ก็ทำให้ชาวโรมันตระหนักว่าควรต้องปฏิบัติต่อชาวอังกฤษให้ดีกว่าเดิม เรื่องราวของพระนางโบดิก้าเป็นวีรกรรมที่เป็นที่รู้จักดีของชาวอังกฤษ และเป็นที่เล่าขานสืบต่อมาในเรื่องราวความกล้าหาญของ พระนางโบดิก้า ราชินีคนเถื่อนผู้หาญสู้กับจักรวรรดิโรมัน



อนุสาวรีย์ของพระนางโบดิก้าในกรุงลอนดอน

ติดตามเรื่องนี้
เก็บเข้าคอลเล็กชัน

ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

loading
กำลังโหลด...

อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

loading
กำลังโหลด...

ความคิดเห็น

กำลังโหลด...

ความคิดเห็น

กำลังโหลด...
×
แทรกรูปจากแกลเลอรี่ - Dek-D.com
L o a d i n g . . .
x
เรียงตาม:
ใหม่ล่าสุด
ใหม่ล่าสุด
เก่าที่สุด
ที่กำหนดไว้
*การลบรูปจาก Gallery จะส่งผลให้ภาพที่เคยถูกนำไปใช้ถูกลบไปด้วย

< Back
แทรกรูปโดย URL
กรุณาใส่ URL ที่ขึ้นต้นด้วย
http:// หรือ https://
กำลังโหลด...
ไม่สามารถโหลดรูปภาพนี้ได้
*เมื่อแทรกรูปเป็นการยืนยันว่ารูปที่ใช้เป็นของตัวเอง หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าของ และลงเครดิตเจ้าของรูปแล้วเท่านั้น
< Back
สร้างโฟลเดอร์ใหม่
< Back
ครอปรูปภาพ
Picture
px
px
ครอปรูปภาพ
Picture