The Greatest King of the Universe ราชันเอกภพ II

ตอนที่ 6 : ยากรอดก็ต้องเดินต่อไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 พ.ค. 62

     บนยอดตึกไกลออกมาจากโรงเรียน ราวๆ 20 กิโลเมตร หนึ่งหนุ่มกำลังก่อไฟ ทำอาหารจากเนื้ออสูรกระจงป่า ส่วนสองสาวยืนมองย้อนกลับไปยังที่ที่พวกตนจากมา  แจง ยืนจ้องมองภาพเบื้องหน้าไกลออกไปหลายกิโลเมตร
“พระเจ้าสัตว์อสูรพวกนั้น น่ากลัวมากเลย”

แจง อุทานออกมาทั้งที่สายตายังมองจดจ้องไปในระยะไกล เพื่อนสาวที่ยืนอยู่ข้างๆก็มองตามสายตาของเธอออกไป แต่เธอคนนี้ไม่ได้กลัวอะไรมากนัก เพราะชินชากับภัยอันตรายเหล่านี้นัก
“นี้ถ้าเราออกมากันช้ากว่านี้ไม่ยากจะคิดสภาพเลย แกคงตายคนแรก ยัยแจง”
     สาวยุ แซวเพื่อนของเธอด้วยสายตาซุกซน สายตาก็พลันหันไป
มองที่แผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังก่อไฟอยู่ แล้วหันกลับมามองยิ้มๆให้เพื่อนสาว  แจงขมวดคิ้วด้วยความงงไม่เข้าใน ว่าทำไมเพื่อนเธอถึงพูดแบบนี้
“ทำไมต้องเป็นฉันละยะ”
“หึๆๆก็ ขาอ่อนไม่มีแรงเพราะฟ้าเหลืองนะสิ้หึๆๆ”
ยุตอบเสียงสูออกมาพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก แจงก็เข้าใจทันทีว่าเพื่อนของเธอหมายความว่าอะไร ทำให้หน้าของเธอแดงขึ้นมาด้วยความอาย พร้อมกับยืนมือออกไปบิดแขนเพื่อนของเธอแก้เผ็ด ยุ เองก็ไม่ได้ตั้งตัวจึงหลบไม่ทัน
“โอ๊ยๆๆพอแล้วยอมแล้วยอมๆๆโอ๊ย มือหนักเป็นบ้าเลย”
“หึ ก็อย่ามาแซวอีก”
สาวแจงบุ้ยปากใส่เพื่อนของเธอทำตาค้อน
“ว่าแต่ อีตานั้น แรงเยอะเป็นบ้าเลย อึดใช้ได้ เป็นไงเล่าให้เพื่อนฟังหน่อยอยากรู้”
“ยังๆ ยังไม่หยุดอีก ยากโดนอีกใช่ไหม”
    สาวแจงตวาดแวดใส่เพื่อนสาวขี้เล่นของเธอพร้อมกับส่งก้ามปูน้อยๆตามมาติดๆ
 ยู นั่งมองสองสาวหยอกล้อกันมันเป็นบรรยากาศที่ดีไม่น้อย
“หึๆมีอะไรแบบนี้ให้ดูก็ดีไม่น้อย ถ้ามีหลิน
,พิมพ์และหญิง มารวมกลุ่มด้วยจะเป็นยังไงนะหึๆแค่คิดก็ฟ้าเหลืองแล้ว...”
“ว้าย
! พี่ยู เหม่ออะไรคะ ไหม้หมดแล้วนั่น”
เสียงของยุร้องแวดออกมา เมื่อได้กลิ่นเนื้อไหม้ลอยเข้าจมูกของเธอ 
“อ๊ะ
!ไม่มีอะไรหรอก คิดอะไรเรื่อยเปื่อยแฮะๆ”
“จริงเหรอ ไม่ใช่ว่า...คิดถึงเรื่องเมื่อคืนหรอเปล่า โอ๊ย
!
   ยังพูดไม่ทันจะจบเธอก็ถูกก้ามปูพิฆาตบิดไปที่ก้นงอนๆของเธอทันที   จนเจ้าตัวต้องร้องเสียงหลงน้ำตาเล็ดออกมา 
“มือหนักเป็นบ้าเลย ยัยแรดเงียบ.”
“นี้ว่าฉันเหรอ ยัยขายักมานี้เลย..”
สองสาววิ่งไล่กันไปมา สร้างบรรยากาศราวกับมาปิกนิกเลยทีเดียว  บนยอดตึกนี้สามารถมองเห็นได้รอบด้านมันจึงทำให้คนทั้งสามรู้สึกปลอดภัยมากเมื่อยู่ตรงนี้   เวลาแห่งการพักผ่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทังสามก็เดินทางต่อ เพราะ ยู ยากเสียเวลาในการเดินทางมากนัก จึงตัดสินใจหยุดพักเพียงไม่นาน ก่อนจะเดินทางอีกครั้ง สองสาวเมื่อเริ่มเหนื่อย ยูก็จะ ใช้ทักษะ รีเฟรส กับพวกเธอ ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความราบลื่น  
    ตะวันคล้อยลับแนวป่าพวกเขาก็มาถึง  บ้านหนองสำราญ ด้านหน้าของพวกเขาไม่ไกลนัก มีหอคอยโบราณ
บรรยากาศอึมครึม ของตอนหัวค่าส่งผลให้หอคอยนี้ดูน่ากลัวเป็นที่สุด  ทั้ง 3 คนก่อกองไฟเล็กๆที่ใต้ซากตึก ใช้ตัวเศษซากอาคารในการพลางแสงของกองไฟ หมอกลงหนาทึบไปหมด ยิ่งเข้าใกล้ ตัวหอคอยมากเท่าไร เมฆหมอกยิ่งหนาแน่นมากขึ้น แสงแดด แสงเดือน แสงดาว ก็ส่องลอดลงมาด้านล่าได้น้อยลา
“พี่ยู เราะจะเข้าไปด้านในนั้นจริงๆเหรอ”
 เป็น แจงที่ถามออกมาด้วยความไม่หมั่นใจ ขณะที่สายตายังคงมองทอดออกไปในความมืด   ยุ เองก็มองออกไปเหมือนกัน  ร่างกายน้อยๆของทั้งสองสันไหวทุกครั้งที่ ลมอันเย็นยะเยือกพัดผ่านมากระทบผิวกาย
“มันหนาวขึ้นอีกแล้ว”
ยุพูดออกมาเบาๆ
“นี้เธอคิดมากไปหรือหเปล่ายุ เธอบ่นแบบนี้มาหลายวันแล้วนะ”
“ฉันไม่ได้คิดมาก มันหนาวขึ้นจริงๆ และความหนาวมันก็มากขึ้นทุกวัน เธอไม่รู้สึกเหรอ”
“อืม มันก็จริง แต่มันก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรนี้ ต้นไม้เยอะขึ้น อากาศ มันก็ต้องเย็นลงเป็นธรรมดา”
“ขอให้มันเป็นอย่างนั้น”
  ยุไม่เถียงกับเพื่อนของเธอเรื่องนี้ ต่อให้อากาศมันเย็นลงไปมากกว่านี้ พวกเธอก็ทำอะไรไม่ได้ ข้างกองไฟ ยูนั่งย่างเนื้อตามปกติไม่ได้ตอบอะไรออกมา สายตาจับจ้องไปที่พื้นดิน  มีสัตว์เล็กๆมากมายหลายสายพันธ์ เดินทางกันเป็นขบวนมุ่งหน้าไปที่หอคอยอย่างไม่หยุดยั้ง เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย มันเป็นปริศนาที่คิดไม่ตกจริงๆ
“ทำไมสัตว์พวกนี้ถึงเร่งรีบกันนัก”
“พี่ยู ได้ยินแจงพูดหรือเปล่า นี้พี่เหม่ออีกแล้ว คิดอะไรคนเดียวอีกละ”
“อ๊ะ อืม ดูตรงนี้สิ รอบๆเรามีสัตว์เล็กๆแบบนี้มากมาย พวกมันกำลังมุ่งไปในทิศทางเดียวกันหมด”
“จริงด้วย ทำไมดูเหมือนพวกมันกำลังรีบกันเลย ดูสิ มดกับตั๊กแตนตรงนั้น มันไม่สนใจกันเลย ปกติ มดจะกิน ตั๊กแตนเป็นอาหาร ดูพวกมันจะรีบจนไม่สนใจกัน”
ปั๊ก
! ยู ยกเท้าขึ้นกระทบตั๊กแตนกับมดพวกนั้นทันที
“เขตห้ามฆ่า 26.002 กิโลเมตร”
   เสียดังขึ้นภายในสมอของ มาจากที่ใดไม่ทราบได้ แต่มันตอบข้อสงสัยของเขาทุกอย่างในทันที  ยู ยกเท้าออกมา สายตาจับจ้องไปยังจุดที่เขากระทืบเท้าลงไป ทุกอย่างยังเหมือนเดิม มด ตั๊กแตน ยังคงเดินต่อไปราวกับว่า การโจมตีของเขาทะลุผ่านพวกมันไปราวกับโจมตีอากาศ
สองสาวก็มองไปยังจุดนั้นด้วยความสงสัยเช่นกันเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ยุ ก็อุทานออกมาเบาๆ
“พระเจ้า มันเป็นไปได้ยังไง เท้า ที่ทำด้วยนุ่นหรือเปล่า ทำไม พวกมันถึงไม่เป็นอะไรเลย”
   สายตาของแจงมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า ราวกับสิ่งมหัศจรรย์
“นี้พวกเธอไม่ต้องมามองพี่แบบนี้เลย พี่ไม่ได้ทำอะไร เธอลองฆ่าพวกมันดูแล้วจะรู้เอง”
“เอ๋....จริงๆเหรอที่พี่ไม่ได้ทำอะไรเลย กระทืบไปแรงขนาดนั้นมดยังไม่ตายซักตัว พี่ต้องทำอะไรกับเท้าพี่แน่ๆ”
ยุ  โพลงออกมาเสียงดังด้วยความไม่เชื่อถือทันทีเมื่อได้ยินคำตอบออกมาจากปากของ ยู
“ไม่เชื่อก็ลองดู”
   ยู พูดย้ำออกไปอีกครั้งก่อนจะไม่สนใจอีกและกลับไปนั่งย่างเนื้อต่อ
ปัก
!ๆ เสียงกระทืบมด ดังออกมาสองครั้งติด จากเท้าของทั้งสองสาว เพื่อเป็นการพิสูจน์ ในสิ่งที่พวกเธอคาใจ พวกเธอไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยที่จะกระทืบ มดตัวน้อยผู้หน้าสงสารพวกนี้ให้บี้แบน
เขตห้ามฆ่า 24.985 กิโลเมตร
คำตอบดังอยู่ในหัวของพวกเธอเกือบจะพร้อมๆกัน ตอนนี้พวกเธอหายข้องใจแล้วว่ามันเพราะอะไร
“ที่นี้ ฆ่ากันไม่ได้”
“พี่ยูที่นี้เราปลอดภัย ที่นี้ฆ่ากันไม่ได้”
แจงร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นทันทีที่รู้คำตอบ
“อืมพี่รู้แล้ว”
“ใช่ยะ พี่ยู  รู้ก่อนพวกเราอีก จะทำเป็นตื่นเต้นทำไมนี้”
ยุพูดเสริมออกมาอีกคน
“หึ จริงๆเธอก็ตื่นเต้นดีใจเหมือนกันแหละ ยัยแหล..”
แจงได้ทีกัดเพื่อนคืนทันที  ขณะที่ยูยังนั่งคิ้วชนกันอยู่ข้างกองไฟ ในขณะที่กำลังย่างเนื้อไปด้วย
“พี่ยูมีอะไรคาใจอยู่อีกหรือเปล่า”
แจงถามออกมาอีกครั้งขณะที่สังเกตใบหน้าของ ชายหนุ่ม
“ใช่ พวกเธอดูสิ ไมมดพวกนี้ยังรีบเดินไปทางหอคอยอีก ทั้งๆที่ ตรงนี้ก็ปลอดภัยที่สุดอยู่แล้ว”
   สองสาวจ้องมองไปยังขบวนมด จิ่งรีด ตักแตน เห็บ หมัด แมลงทุกตัว พวกมันกำลังเร่งรีบกันเป็นที่สุด
ปั๊ก
!
   เสียง แจงกระทืบเท่าไปยังมดอีกครั้งก่อนจะดวงตาเบิกกว่าง หันมองไปยังยุ ที่อยู่ด้านข้างแล้วโพล่งถามออกมา
“ยุ เมือกี้เขตปลอดภัยมันกว้างเท่าไร”
“24.980 กิโลเมตร ทำไมเหรอ”
   ทันทีที่ได้ยินคำตอบจาก  ยุ ยูและแจง ก็ตาเปิกกว้างด้วยความตกใจทันที ยูถาม ออกมาทันที
“ตอนนี้เขตปลอดภัยมันเหลือเท่าไร”
“24.509 กิโลเมตร”
“แย่แล้ว เขตปลอดภัยมันกำลังหด”
“ว่าไงนะ มันกำลังหด แย่แล้วพวกเราต้องรีบไปแล้วละพี่ยู”
ยุร้องออกมาด้วยความร้อนรน
“ใจเย็นๆยัยอ้วนใจเสาะ มันเหลืออีกตั้งไกล”
แจงได้ทีอีกครั้งก็กัดเพื่อนเธอซ้ำแผลเดิมทันที จน ยุ หน้าแดงด้วยความอาย
“หึ ถึงฉันจะกระต่ายตื่นตูม นมฉันก็ตูมยะ”
  เธอตอกกลับจุดด้อยของเธอแจงทันที โดยไม่ต้องรอนาน
“หึ ถึงของฉันมันจะไม่มากแต่แข็งยะ รับรอง”
   แจงเองก็ไม่ยอมแพ้
  “อะแฮ่ม เนื้อสุกแล้ว”
ยู
กระแอมออกมาขัดจังหวะของสองสาวเบาๆ ทำให้พวกเธอหน้าแดงออกมาด้วยความอาย พวกเธอมัวแต่สาดกระสุนใส่กันจนลืมไปว่าท่ามกลางสนามรบ ยังมีตำรวจยืนหัวโด่อยู่
“พวกเรารีบกินรีบไปดีกว่า”
   ยู  พูดออกมาอีกครั้งสองสาวได้แต่ผงกหัวรัวๆ ราวกับไก่จิกเมล็ดข้าโพดท่าทางของพวกเธอทำให้ ชายหนุ่มยิ้มออกมาได้
“น่ารักเป็นที่สุด..”
    เพียงไม่นาน ทั้งสามคนก็ออกเดินทางต่อ เหลือระยะทางอีกไม่ไกล แล้วก็จะถึงหอคอยราชัน ถึงที่นั้นมันจะดูน่ากลัว แต่มันก็เป็นที่ ที่ปลอดภัย พวกเขาไม่ลังเลอีกแล้วที่ จะเดินทางเข้าไปในหอคอยแห่งนั้น   เหตุการณ์ แบบนี้เกิดขึ้นทั่วโลก จริงๆมันเกิดขึ้น ทุกจุดที่มี หอคอยราชัน ปรากฏขึ้นอยู่  จริงๆแล้วระยะห้าม ฆ่า มันจะกว้าง 50 กิโลเมตร รอบๆหอคอย และมันจะ ลดลงเรื่อยๆตามเวลา จนถึงเที่ยงคืนมันก็จะหมดลง และ ขยายออกอีกครั้ง เมื้อถึงตอนเข้าตรู่ หรือ ตี 5 จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่ากระบวนการ รีเซ็ต เอกภพจะจบลงหรือก็คือ อีก 9  ปี ข้างหน้า
    นี้เป็นกระบวนการการเร่งให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบๆ หอคอยเข้าไปภายในหอคอยให้เร็วที่สุด ส่วนเหตุผลของหอคอยว่าทำไมต้องเร่งขนาดนั้นไม่มีใครรู้ ทุกอย่างยังเป็นปริศนาอยู่ในเงามืดอยู่
   ผ่านไปอีก 2 ชั่วโมงกว่าๆ ประตูทางเข้าสีดำสนิท ประดับประดาไปด้วยลวดลายแห่งชีวิตและความตาย ก็ปรากฏต่อหน้าสายตาของพวกเขา เหล่าสัตว์อสูร หลายสายพันธุ์หลังไหลเดินเข้าไปในประตูราวกับสายน้ำ  ประตูบานใหญ่ ลวดลายซีกซ้ายเต็มไปด้วยโครงกระดูด มีเลือดสีแดงฉานไหลออกมาตลอดเวลา ด้านข้าเป็นรูปป่าไม้สีเขียว มีพระอาทิตย์ มีภูเขา ดอกไม่นาน มีผีเสื้อตัวน้อยโบยบินไปรอบๆอย่างมีชีวิตชีวา  มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่น่าเชื่อว่าความแตกต่างสุดขั้วนี้จะมาลงเอยกันอยู่ในประตูบานเดียว
“เรามาถึงแล้ว”
ยูพูดออกมาทั้งที่สายตายังจ้องไปที่บานประตูอยู่  สองสาวมองไปรอบๆอย่างระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้มีสัตว์อสูรมากมายที่นี้ ถึงจะเป็นเขตห้ามฆ่า แต่มันก็อดที่จะระแวงไม่ได้
“พี่ยู เราจะทำยังไงต่อ”
“เข้าไปในหอคอยก่อนค่อยว่ากัน ตามมา”
ยูเดินนำหน้าทั้งสองคนไปอย่างแน่วแน่ มันจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ไม่มีใครรู้ได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่ทุกชีวิตตอนนี้ รับรู้ได้เหมือนกัน
“ยากรอดก็ต้องก้าวเดินต่อไป ถึงหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยความมืดมิดก็ต้องไปต่อ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น