[Fic EXO] Love Match [ LuBaek,KaiHun and KrisYeol]

ตอนที่ 63 : Love_Match[LuBaek]: ตอนพิเศษความลับของลู่หาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,959
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 ธ.ค. 56

Love_Match[3]:ความลับของลู่หาน

Pairing :   LuBaek

By  winata

 


 

สิ่งที่คุณเห็นกับสิ่งเป็นอยู่ในความจริงอาจไม่เหมือนกันเลยสักนิด   ภาพลักษณ์ดูดีที่เห็นด้วยตาเปล่าแต่สิ่งที่ซ่อนไว้อาจไม่ได้ดีอย่างที่เห็น  คนเราเช่นกันที่มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี  เพียงแค่ตัวของบุคคลคนนั้นจะนำเสนอด้านไหนของตัวเองออกมา


 

ลู่หานไม่ใช่คนดีอย่างที่พวกคุณคิด   ไม่ใช่พี่ชายใจดีที่รักและตามใจน้องชายทุกอย่าง เพียงแค่สิ่งที่ลู่หานเลือกแสดงออกมันทำให้ทุกคนคิดไปในทางเดียวกัน  และที่สำคัญที่สุดเขาทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง...ทำถึงขั้นกล้าใช้ความเป็นเพื่อนของใครบางคนเพื่อลืมใครอีกคน  และพยายามทำดีกับใครบางคนเพื่อชดเชยให้อีกคนทั้งที่คือคน..คนนั้นเป็นคนละคนกัน!!!


 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ลู่หานอยากบอก  เคยได้ยินกันไหม?   คนแบบเดียวกันมักจะดึงดูดคนแบบเดียวกันเข้าหา   มันถึงจะอยู่ด้วยกันได้ยังไงล่ะ

 


 

            เด็กหนุ่มวัยรุ่นสีผมแสบตาเดินออกมาจากช่องผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินอินชอนพร้อมกับเป้เอ็มซีเอ็มคู่ใจพร้อมกับผู้ติดตามในชุดสูทสีดำอีกสองคน


 

            “เชิญครับคุณชาย” แค่พนักหน้ารับคำก่อนก้าวขึ้นนั่งตอนหลังของรถยนต์สุดหรู  ดวงตาคมที่คล้ายดวงตาของกว้างมองภาพนอกหน้าตารถออกไป  โซลเปลี่ยนไปมากหลังจากมาตอนล่าสุดเมื่อห้าปีก่อนก่อนจะนึกได้ว่าควรโทรบอกน้องชายฝาแฝดว่าตนเองมาถึงเรียบร้อยแล้ว


 

            เกือบหนึ่งชั่วโมงที่ลู่หานนั่งรถจากอินชอนมาถึงบ้าน...ไม่สิน่าจะเรียกว่าคฤหาสน์ของตระกูลลู่เสียมากกว่า  บ้านของคุณลู่ฟิง อดีตมาเฟียปักกิ่งที่ล้างมือจากวงการตั้งแต่แต่งงานกับผู้หญิงเกาหลีคุณโอดาเฮพร้อมทั้งยอมโดนขับไล่ออกจากตระกูลเพราะแต่งสะใภ้ต่างชาติเข้าบ้าน  ตอนนั้นจีนยังไม่ยอมรับคนต่างชาติเข้ามาร่วมวงศาคณาญาติ  


 

            ความรักและการร่วมฝ่าฟันอุปสรรคของคุณลู่ฟิงและคุณดาเฮ  เป็นความรักในอุดมคติที่ลู่หานอยากจะยึดไว้แบบอย่าง  ด้วยความเป็นลูกชายคนโตที่ถูกฝึกตั้งแต่เล็ก ๆ ว่าโตขึ้นมาต้องเป็นผู้นำของบ้าน  ดูแลน้องและธุรกิจที่กว่าคุณลู่ฟิงและคุณดาเฮได้สร้างเนื้อสร้างตัวมามันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กหนุ่มที่อายุสิบห้าเลยสักนิด


 

            ของขวัญวันเกิดชิ้นแรกสำหรับการกลับมาอยู่เกาหลีคือสปอร์ตคาร์คันหรูที่ลู่หานอยากได้นักหนาแม้จะยังไม่มีใบขับขี่  แต่ใช่เรื่องต้องสนในเมื่อทุกคนต่างรู้ว่าเขาคือลูกชายคนโตของคุณลู่ฟิง


 

            ความคะนองและประมาทคือต้นเหตุแห่งความหายนะ      แต่สำหรับลู่หานมันคือจุดเริ่มของเขาและคนที่เขารักหมดหัวใจ   แม้จะผ่านไปหลายปีก็ไม่เคยลบเลือนไปจากใจทั้งที่ตอนแรกแค่อยากชดเชยความผิดของตัวเองกว่าจะรู้ตัวความรู้สึกบางอย่างมันก็มากไปกว่านั้นแล้ว


 

            “ลู่เก้อ  น้องฮุนว่าขับแค่ถนนในบ้านก็มั้ง  ที่นี่ไม่เหมือนปักกิ่งนะ” ลู่หานเลิกคิ้วมองน้องชายฝาแฝดที่เอ่ยขึ้นหลังจากเห็นเขาเดินฮัมเพลงลงมาจากบันไดพร้อมกุญแจรถสุดหรูในมือ


 

            “เอาน้า ขับไม่เร็วหรอกไปขับลมชมวิวแป๊บๆ เดี๋ยวก็กลับมาทานข้าวเย็นกับน้องฮุน โอเค๊” พูดจบก็รีบเดินออกมาเลย  เพราะขืนอยู่ต่อลู่หานคงใจอ่อนตามที่โอเซฮุนน้องชายฝาแฝดขอร้อง


 

            จากตอนแรกคิดว่าจะออกมาแค่ครึ่งชม   ตอนนี้เกือบสองชั่วโมงแล้วที่ลู่หานขับรถไปบนท้องถนนตอนนี้ท้องฟ้ากำลังมืดครึ้มด้วยเมฆฝน  อีกไม่นานฝนคงได้ตกแน่ ๆ ทำให้ลู่หานตัดสินใจเร่งเครื่องด้วยความเร็วมากกว่าเดิม  เพราะอยู่ในช่วงโพล้เพล้แถมยังไม่ชินเส้นทางด้วยทำให้เขาไม่ได้มองสัญญาณไฟจราจรของช่องจักรยาน  เพราะมองด้วยตาเปล่าไม่มีรถเลยสักคัน


 

            โครม!!! เสียงชนระหว่างรถสปอร์ตกับจักรยานคันเล็กที่ตอนนี้กระเด็นกระดอนพร้อมกับเจ้าของไปไกลเกือบสามเมตร  ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้คน  สิ่งแรกที่ลู่หานทำคือโทรหาคุณลู่ฟิงที่รับสายแล้วบอกให้เขาอยู่แต่ภายในรถอยู่ตรงนั้นไม่ต้องลงจากรถ   ภาพเด็กชายวัยรุ่นที่น่าจะเด็กกว่าไม่กี่ปีที่นอนจมกองเลือดมันชวนให้

ลู่หานอยากจะขย้อนอาหารกลางวันที่กินเข้าไปออกมาทีเดียว



 

            ไม่ถึงสิบนาทีคุณลู่ฟิงก็มาถึงพร้อมกับคนสนิท   ที่มาจัดการเรื่องต่าง ๆ รวมถึงผู้บาดเจ็บที่ตอนนี้ถูกนำตัวส่ง
โรงพยาบาลแล้วพร้อมแจ้งญาติผู้บาดเจ็บ   มือของลู่หานกำแน่นและเย็นเฉียบตอนนี้เขานั่งอยู่ในห้องทำงานของคุณลู่ฟิงที่บ้าน




 

            “สบายใจได้แล้ว  เด็กนั้นไม่ตายก็แค่...บาดเจ็บ  ป๋าให้คนไปจัดการทุกอย่างให้แล้ว” ลู่หานพยักหน้าแกนๆ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอุบัติเหตุเพราะเขาขับรถ  แต่เป็นครั้งแรกที่เขาขับรถชนคนจัง ๆ มากกว่า


 

            “ถ้าผมจะ...”


 

            “อย่าไปยุ่ง  ปล่อยให้คนของป๋าจัดการเอง  เราไปดูน้องเถอะเห็นอ้อนจะไปคังวอนโดเอง” นั้นถือเป็นข้อยุติอะไรที่คุณลู่ฟิงไม่ให้ยุ่งก็คือไม่ให้ยุ่ง  แต่ทุกครั้งที่ลู่หานหลับตาลงภาพเด็กคนนั้นที่นอนจมกองเลือดยังติดตาอยู่ทุกครั้ง!!! เกือบสองอาทิตย์ที่เหตุการณ์ผ่านไปแต่ลู่หานไม่เคยมีสักคืนที่จะหลับเต็มตา  จนต้องมาแอบมาดักเจอเลขาของคุณลู่ฟิง  เพื่อถามสิ่งที่มันคาใจ


 

            “คุณลุงลี” เลขาลีหันไปมองคุณชายของตนก่อนจะโค้งศีรษะให้


 

            “ผมอยากจะถามเรื่องเด็กคนนั้น” ลู่หานพูดเสียงอ่อน  ก่อนจะเดินตามคุณเลขาลีไปที่ลานจอดรถของบริษัท


 

            “เค้าปลอดภัยใช่ไหม?” ลู่หานถามหลังจากขึ้นมานั่งหน้าคู่กับเลขาลีที่ขับรถออกจากบริษัทแล้ว


 

            “ปลอดภัยดีครับ  แต่ระบบประสาทตาของเด็กคนนั้นกระทบกระเทือนหมอผ่าตัดไปหนึ่งรอบแล้ว” อาการถอนหายใจพร้อมสีหน้าไม่สบายใจของคุณเลขาลีทำให้ลู่หานยิ่งรู้สึกผิด


 

            “เด็กนั่นจะตาบอดใช่ไหม” ได้แต่ภาวนาอย่าให้คำตอบคือใช่


 

            “ครับ  ทางเดียวที่หายคือต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาดำ ซึ่งต้องรอคนบริจาค”


 

            ลู่หานหลับตานิ่งก่อนเอนตัวซบเบาะ   เพราะความประมาทของเขาแท้ ๆ ที่ทำให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อน


 

            “เขาชื่ออะไรครับคุณลุงลี” เลขาลีมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของคนที่คุณลู่ฟิงกรุยทางที่จะให้ขึ้นมาเป็นผู้ดูแลกิจการต่อด้วยสายตานิ่ง ๆ ทั้งที่เขาถูกสั่งไว้แล้วอย่าได้บอกเรื่องนี้แก่ลู่หาน  แม้จะตกลงกับผู้บาดเจ็บได้แล้วก็เถอะแต่คุณลู่ฟิงไม่อยากให้
ลู่หานมารับรู้อะไรด้วย



 

            “แบคฮยอน  พยอนแบคฮยอน  อายุ 12 ปี ถ้าคุณลู่หานอยากเห็นประวัติ แฟ้มสีฟ้าอ่อนที่เบาะหลัง” เขาก็แค่บอก..อย่างน้อยก็อย่างจะรู้ว่าลู่หานจะทำอย่างไรต่อไปแม้ทุกอย่างคุณลู่ฟิงและเขาจะจัดการหมดแล้วก็เถอะ


 

            รูปถ่ายหลายใบที่อยู่ในแฟ้ม  รวมถึงประวัติต่าง ๆ ลู่หานอ่านแค่รอบเดียวก็จดจำได้ทุกอย่างก่อนจะกลับมาพินิจรูปถ่ายของแบคฮยอนที่อยู่ในชุดมัธยมต้นที่ดูเหมือนเพิ่งลดความอ้วนมา  แต่สิ่งที่ต้องตาลู่หานมากที่สุดคือดวงตากลม ๆ ที่มันพราวระยับตอนเจ้าตัวยิ้มอย่างสดใส


 

            “คุณลุงลี  มีทางไหนที่จะทำให้เด็กคนนี้ผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาได้ไหม  ต้องใช้เงินเท่าไหร่  ผมอยากให้เขากลับมามองเห็นอีกครั้ง” เลขาลีถอนใจเพราะเดาไว้แล้วถ้าลู่หานรู้เรื่องต้องเป็นแบบนี้


 

            “ติดต่อไปหลายที่แล้วครับ  แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ อีกอย่างคุณท่านห้ามคุณชายยุ่งเรื่องนี้”


 

            “ถ้าคุณลุงลีไม่พูด  ผมไม่พูด ป๋าก็ไม่ทราบหรอกครับ”


 

            จากวันนั้นเกือบเดือนที่ลู่หานแอบไปเยี่ยมแบคฮยอนที่ยังมีผ้าปิดตาอยู่โรงพยาบาล  ไปเยี่ยมทุกวันทั้งไม่เคยแสดงตัวให้คนถูกเยี่ยมรู้เลยว่าเขาคือใคร


 

            “พี่ชาย  ดอกลิลลี่สินะวันนี้” แบคฮยอนเอ่ยทักเสียงใส ก่อนจะยกมือบางขึ้นสัมผัสดอกไม้ที่คนที่เขาเรียกว่า “พี่ชาย” เอามาเยี่ยมทุกวัน


 

            “เป็นไงบ้างวันนี้”


 

            “ก็เหมือนเดิมนะ  เห็นคุณหมอบอกว่าน้องแบคอาจจะได้ผ่าตัดเร็วขึ้นเพราะมีคนบริจาคแล้ว ดีใจจังเลยเผื่อหายจะได้กลับไปเรียนหนังทันเปิดเทอม” เสียงใสของคนป่วยที่ทำหน้าพริ้มดมดอกลิลลี่มันกระตุกหัวใจของคนมองอย่างลู่หาน  ถามทั้งที่รู้ว่าร่างเล็กจะตอบยังไงก็เพราะเขาเองนะดิที่เร่งคุณเลขาลีทุกอย่าง


 

            “ดีใจด้วยนะ  เราจะได้กลับมามองเห็น”

 

            “อือ  น้องแบคก็อยากเห็นหน้าพี่ชายใจดีนะ  ว่างมาคุยกับน้องแบคตลอดเลย” มือหนาของลู่หานอดจะลูบแก้มใสของเด็กน้อยไม่ได้

 

            “พี่เชื่อว่าน้องแบคต้องกลับมามองเห็นแน่ ๆ”


 

            “ถ้าทำแบบนี้แล้วมองเห็นก็ดีสินะ” จบคำฝ่ามือบางก็ยกขึ้นมาปิดตรงดวงตาก่อนลากผ่าน   นัยน์ตาที่ว่างก็ยังคงไร้เงาแต่รอยยิ้มหวานยังมีบนใบหน้าใส


 

            “ขอโทษนะ” ลู่หานบอก


 

            “ขอโทษทำไม  น้องแบคไม่คิดมากหรอก ถ้ากลับมามองเห็นได้ก็ดี  ถ้ามองไม่เห็นก็ไม่เป็นไร  อย่างน้อยชีวิตของคนเราก็ต้องดำเนินต่อไป” คนพูดคงไม่รู้ว่าคำพูดนั่นมันบาดหัวใจของลู่หานแค่ไหน


 

            นี่เป็นอีกผลที่ทำให้เขาตัดสินใจที่สอบเข้าเรียนต่อสาธิตมอโซลเพื่อเตรียมสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์อย่างน้อยสิ่งที่เขาจะชดเชยให้คนตรงหน้าได้นอกจากเรื่องเงิน  คือการที่เขาจะสามารถช่วยเหลือใครต่อใครอีกหลายคนได้อีก


 

            “พี่มีสอบช่วงนี้คงไม่ได้มาเยี่ยมน้องแบคหลายวันนะ” เด็กน้อยพยักหน้ารับพร้อมอ้าปากรับอาหารกลางวันที่ลู่หานจะอาสาป้อนคนป่วยเองจนเป็นที่ชินตาของเหล่าพยาบาล   แต่โชคชะตาก็เล่นตลกกับพวกเขา  หลังจากวันนั้นลู่หานก็ไม่ได้เจอพยอนแบคฮยอนอีกเลย  เพราะเด็กน้อยเดินทางไปผ่าตัดที่อเมริกาพร้อมกับครอบครัว  ซึ่งลู่หานได้แต่หวังว่าสักวันดวงตาคู่สวยของพยอนแบคฮยอนจะกลับมามองเห็นอีกครั้ง


 

         ตอนนี้ลู่หานเรียนไฮสกูลปี2 แล้ว  มีคู่บัดดี้คือมินซอก และเพื่อน ๆ ก๊วนสนิทอีกอย่าง จินกิ เฮนรี่ ดงโฮ ครั้งแรกที่เจอมินซอก  ดวงตากลมนั่นมันทำให้ลู่หานนึกถึงเด็กน้อยจนต้องเอาตัวเองมาตีสนิทจนเวลาผ่านไปกว่าจะรู้ตัวไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้ลู่หานเอ่ยบอกขอมินซอกเป็นแฟน  ซึ่งเจ้าตัวก็ก้มหน้าลงซ่อนแก้มแดง ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับคำ


 

แต่ชีวิตของคนเรามักจะมีเรื่องไม่คาดคิดเสมอ..

เรื่องบางเรื่องก็ทำให้บางอย่างในชีวิตของเราเปลี่ยนไป...


 

แต่บางอย่างนั้น ก็เริ่มทำให้เราสับสนในตัวเองมากเข้าไปอีก...แต่บางทีมันก็อาจจะทำให้เราเข้าใจหัวใจของเรามากขึ้นก็เป็นได้


 

ลู่หานยังลืมตาโพล่งในความมืดในคืนวาเลนไทน์ที่แสนหวานของเขากับมินซอก  มันควรดีใจไม่ใช่เหรอ? ที่มินซอกคือคนแรกของลู่หาน และ ลู่หานก็คือคนแรกของมินซอก  แต่ทุกครั้งที่เขากอดมินซอกภาพของแบคฮยอนจะต้องลอยขึ้นมาทุกที 
แม้กระทั่งตอนจูบกับคนร่างกลมที่นอนซุกอยู่บนอกเขาตอนนี้


 

แหวนคู่ที่สลักว่า…Eternal Together Love - L & M… รักกันชั่วนิจนิรันดร์ ลู่ & หมิน  

 

นั่นคือสิ่งที่ลู่หานที่จะทำให้กับมินซอก...ได้แต่บอกตัวเองแบบนั้น  ทั้งที่เกือบสองปีมานี้ไม่มีวันไหนที่ลู่หานจะลืมเด็กน้อยออกไปได้จากใจ  ทั้งเพียรตามหาแล้วก็ตามแต่ได้กลับมาแค่ความว่างเปล่า  แม้จะยิ่งสัมผัสมินซอกมากแค่ไหน  แต่ลู่หานไม่เคยรู้สึกเติมเต็มเลยสักครั้ง  ทำไม? ทั้งที่คิดว่าการตัดสินใจคบกับมินซอกจะทำให้หัวใจของลู่หานเริ่มต้นใหม่ได้แล้วแท้ ๆ


 

ตอนที่กำลังจะเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย  พอจู่ ๆ เซฮุนมาขอเรียนหมอเพราะเหตุผลส่วนตัว  ลู่หานรู้ว่าน้องชายฝาแฝดคิดกับเพื่อนสนิทไปไกลแค่ไหน  แต่ความสุขของน้องชายเขาย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว


 

ลู่หานเป็นคนความรู้สึกไวโดยเฉพาะกับคนใกล้ตัว  ไม่ใช่ไม่รู้สึกกับบางอย่างที่มินซอกกำลังปิดบังอยู่  เพราะช่วงหลัง ๆ คนตัวแก้มกลมเปลี่ยนไปแต่ลู่หานได้แต่บอกตัวเอง   คนเราคบกันย่อมมีช่วงเวลาสับสนบ้างแต่เขาสะกดอารมณ์ไม่อยู่เมื่อเห็นมินซอกลงจากรถผู้ชายคนอื่น


 

ปัง  ลู่หานยืนอยู่บนกระโปรงรถพร้อมกับไม้เบสบอลในมือที่เงื้อมขึ้นสูงเตรียมจะฟาดใส่กระจกรถอยู่แล้ว


 

“เดี๋ยวก่อนลู่!!” แต่ลู่หานไม่ฟังกลับหวดฟาดลงไปที่กระจกรถนั้นอย่างแรงหลายๆทีจนมันแตก มินซอกยกสองมือกันใบหน้าเพราะกลัวว่าเศษกระจกอาจจะกระเด็นมาโดนตัวเอง พอทุกอย่างสงบมินซอกก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที


 

“ลู่ลงมา ทำไมทำแบบนี้เนี่ย!!” ลู่หานกระโดดลงมาจากกระโปรงที่เป็นรอยยุบ พี่แจมินก็ก้าวลงจากรถด้วยอาการทั้งตกใจ ทั้งหัวเสีย ลู่หานยืนบังตัวมินซอกไว้แล้วใช้ไม้เบสบอลในมือชี้หน้า


 

“ถ้าไม่อยากตายก็อย่ายุ่งกับมินซอกอีก” ตอนนี้มินซอกคือที่ยึดเหนี่ยวหัวใจของลู่หานเพราะงั้นเขาไม่ทางจะเสียให้ใคร  จะรั้งไว้ทุกทางจะไม่มีวันปล่อยให้คลาดสายตาเหมือนที่ปล่อยเด็กน้อย..แบคฮยอนให้หายไปอีก


 

“ลู่หาน เขาเป็นพี่ข้างบ้านหมินหมินแค่ขอติดรถไปกับพี่เขาก็เท่านั้นเอง มันไม่ได้มีอะไรเลยนะ” ลู่หานหันกลับมามอง
มินซอกที่ยืนกอดอกทำหน้าตาไม่พอใจแล้วก็หันกลับไปมองพี่แจมินที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม พอเห็นสายตาดุที่มองมาก็พยักหน้ารับ



 

“งั้นผมขอโทษ ส่วนค่าเสียหายเดี๋ยวผมชดใช้ให้”

 

 “มีอะไรจะพูดไหม” อีกครั้งที่มองดวงตากลมของมินซอกแต่ภาพที่เห็นคือแบคฮยอน

 

“ขอโทษ”

 

“ลู่นะลู่... เฮ้อ.. เมื่อไหร่จะเลิกใจร้อนแบบนี้สักทีนะ หมินหมินรู้นะว่าลู่หึงมาก หวงมากแต่บางอย่างต้องเว้นก้าวหนึ่งไว้เสมอนะ ต้องฟังเหตุผลบ้างไม่ใช่จะใจร้อนไปซะทุกอย่างแบบนี้ หมินหมินไม่รู้นะว่าอนาคตของเราสองคนจะเป็นยังไง แต่ถ้าสักวันลู่เกิดเจอคนใหม่...”

 

“ไม่! ลู่จะมีหมินหมินแค่คนเดียว” ลู่หานตะโกนแทรกขึ้นมาจนมินซอกสะดุ้ง

 

“ถ้าสักวัน.. ลู่ต้องเจอคนใหม่จริงๆ จำคำพูดนี้ไว้นะ ใจเย็นให้มากๆ ฟังเหตุผลก่อน ลู่ต้องเป็นผู้ใหญ่ให้มากกว่านี้นะ รักมากเท่าไหร่ก็ต้องฟังมากขึ้นเท่านั้น เข้าใจไหม”

 

 

...แต่ความสุขที่ลู่หานคิดว่ามีอยู่นั่นก็มาแล้วก็ผ่านไป... 

 

 

เมื่อมินซอกตัดสินใจไปเรียนต่อที่อเมริกาโดยไม่มีแม้แต่คำล่ำลา   ไม่มีคำบอกเลิกระหว่างลู่หานและคิมมินซอก  ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าในใจของมินซอกมีใครซ่อนอยู่ใครบางคนที่มินซอกเคยละเมอชื่อออกมา คิมจงแด  ในตอนนั้นลู่หานแค่คิดว่าจะประคับประคองความรักของเขาไปให้ได้ไกลที่สุด  เขาไม่โทษมินซอกที่เผลอใจไปกับใครเพราะตัวเขาเองยังคิดถึงเด็กน้อยคนนั้นอยู่แม้จะน้อยลงแต่ไม่เคยลบเลือนออกไปจากใจสักที  พอเวลาผ่านไปลู่หานได้เรียนรู้ว่า...คนบางคนก็เหมาะที่จะเป็นเพื่อนกันมากกว่าเป็นคนรักกันเสียอีก...



 

แม้จะรู้สึกเจ็บที่โดนมินซอกทิ้ง  ช่วงนั้นคือจุดเปลี่ยนของลู่หานแต่จะโทษใครได้นอกจากตัวเองเพราะตัวเขาเองก็เป็นฝ่ายผิด  ที่คิดจะใช้มินซอกเพื่อลืมใครบางคนเหมือนกันกว่าจะทำใจได้แล้วกลับมาใช้ชีวิตตามปกติก็นานพอสมควร 



 

แต่แล้วลู่หานก็คิดว่าพระเจ้าชอบเล่นตลกกับมนุษย์ในเปิดเทอมแรกของการเรียนชั้นปีที่3  ลานกิจกรรมหน้าคณะท่ามกลางนักศึกษาปี1 มากมาย  ลู่หานเหมือนเห็นใบหน้าใส ๆ ของเด็กน้อยที่ตัวเองเฝ้าเพียรตามหามาหลายปี  ชั่วแวบเดียวเด็กน้อยนั่นก็หายไปกับฝูงชนของนักศึกษาใหม่แต่ตอนนั้นลู่หานแน่ใจว่าเขาต้องหาเด็กน้อยเจอแน่ ๆ



 

ลู่หานเป็นคนรักครอบครัว  ครอบครัวและน้องฮุน  น้องชายฝาแฝดมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ทั้งที่ใจจริงไม่เห็นด้วยสักนิดที่เซฮุนจะคบกับจงอิน  ลู่หานเกลียดขี้หน้าคนที่มาแย่งความสำคัญของตัวเองกับน้องฮุนไปแต่อย่างว่าพี่ชายกับคนรัก  มันคือความรักคนละอย่าง   ครั้งที่2ที่เซฮุนต้องแอดมิทเพราะเรื่องจงอินมันทำให้ลู่หานโมโหจนอยากกระทืบไอ้ตัวต้นเหตุให้ตายคามือจริง ๆ แต่พอเห็นแววตาที่เซฮุนมองจงอินมันทำให้ลู่หานไม่กล้าที่จะทำอะไรเลยจริง ๆ  ทำได้แค่เพียงพูดให้เซฮุนคิดเองเท่านั้น



 

“เคยมีคนบอกเฮีย...รักมากเท่าไหร่ก็ต้องฟังมากขึ้นเท่านั้น ต่อไปน้องฮุนต้องใจเย็นให้มากๆ ฟังเหตุผลก่อน...แล้วน้องฮุนของเฮียต้องเป็นผู้ใหญ่ให้มากกว่านี้นะเข้าใจไหม”


 

“...”                                    
                                      

ลู่หานพูดต่อเมื่อเห็นน้องชายฝาแฝดเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายตาอ้อน  นิ้วโป้งของคนเป็นพี่ปาดน้ำตาบนแก้มใสอย่างแผ่วเบา


 

“ไม่มีใครรู้จักคิมจงอินเท่าโอเซฮุน  ยังไม่มั่นใจอะไร  คนเราจะรักกันมันต้องรู้จักเว้นระยะให้กันและกันไว้หายใจพร้อมกับเรียนรู้ที่จะเชื่อใจกันและกัน  เฮียจะบอกนะรักก็คือรัก  ถ้าไม่รักก็คือไม่รักต่อให้มีคนมาทำดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์




 

ใช่แล้ว...คำพูดทุกคำของมินซอก  ลู่หานยังไม่เคยลืม...ไม่เคยลืมเพื่อนรักที่เขาเคยคิดว่าจะรักให้ได้ในสักวันหนึ่งแต่อย่างว่าถ้าไม่รักก็คือไม่รัก   ลู่หานเดินออกมาจากโรงพยาบาลแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้ายามโพล้เพล้ของกรุงโซลสีส้มอมแดงที่ให้ทั้งความรู้สึกอบอุ่นระคนเงียบเหงาในความรู้สึกของโสดแบบลู่หานเพราะตอนนี้เขาเกลียดความวุ่นวายมากเกินกว่าจะให้โอกาสใครเข้ามา   จู่ ๆ ก็คิดถึงเพื่อนเก่าที่ตอนนี้อยู่ที่นิวยอร์กอย่างคิมมินซอก  ป่านนี้คงมีความสุขกับความรักครั้งใหม่ใช่ไหม?  เพราะมัวแต่คิดไปเรื่อยพร้อมมองท้องฟ้าจนไม่ทันได้มองทาง

 

พลั่ก...

 

“โอย” เสียงใสของคู่กรณีที่ลู่หานชนล้มทำให้เขาหลุดภวังค์

 

“ขอโทษครับ” ลู่หานรีบเอ่ยขอโทษพร้อมช่วยร่างเล็กที่ตัวเล็กกว่าตัวเองพอประมาณเก็บข้าวของ

 

“ไม่เป็นไรครับ  ผมก็รีบจนไม่ได้มองทางเหมือนกัน” คนโดนชนยิ้มให้พร้อมโค้งศีรษะก่อนจะกดสไลด์หน้าจอไอโฟนรับสาย

 

“ครับ...รีบอยู่ไอ้พี่หย็อย อ้าวอย่าขึ้นเสียงนะไม่งั้นจะฟ้องพี่คริสว่าตัวพูดจาไม่เพราะ”

 

ลู่หานมองตามหลังร่างเล็กที่เดินเข้าไปในตึกผู้ป่วยใน  ก่อนที่ใบหน้าหวานคมจะมีรอยยิ้มพรายขึ้น

 

...ในที่สุดก็ได้เจอกันอีกครั้งพยอนแบคฮยอน...

 

ดีใจที่ดวงตากลม ๆ เหมือนลูกหมาพุดเดิ้ลกลับมามองเห็นอีกครั้ง!!!  แล้วโชคชะตาก็เข้าลู่หานเต็ม ๆ ทั้งที่ตอนแรกจะปล่อยให้ทุกจางหายไปเหมือนสายลมที่พัดมาแล้วก็แล้วไป    แต่คงต้องขอบคุณอีจินกิเพื่อนรักที่ทำให้โอกาสกลับมาหาลู่หานอีกครั้งในงานเลี้ยงของสายรหัสคืนนั้นหลังได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการต้องแอบรวบรวมความกล้าตั้งนานเพื่อเปิดปากถาม

 

เราเป็นคนโซลเลยรึเปล่า?”

 

เปล่าพี่  ผมเป็นคนบูชอน  จังหวัดคยองกีน่ะ  พี่ล่ะครับสำเนียงแปร่ง ๆ นะ เสียงใส ๆ ของแบคฮยอนมันทำให้ใจของ
ลู่หานเต้นรัว   ได้แต่คิดงี่เง่าถามคำถามที่ตัวก็รู้คำตอบจากแฟ้มประวัติอยู่แล้ว



 

แม่เป็นคนที่โซล  พ่อเป็นคนจีน...แต่ไปโตที่ปักกิ่ง  เพิ่งมาอยู่ที่นี่ตอนเรียนไฮสคูล


 

มิน่าล่ะชื่อพี่ถึงแปลก ๆ แต่เพราะนะครับ ลู่หานลู่หานยกเหล้าขึ้นดื่ม ก่อนจะตาลายกับรอยยิ้มบนใบหน้าของ
แบคฮยอนที่มองแล้วอยู่ๆก็ใจแกว่งขึ้นมา



 

ขอบคุณ  ชื่อนายก็แปลกดีนะพยอนแบคฮยอนว่าแล้วก็ยิ้มอ่อนๆ แล้วจิบเหล้า


 

พี่ยิ้มสวยนะ แต่ไม่เห็นชอบยิ้ม..ยิ้มแล้วออกจะหล่อลู่หานหันมามองร่างบางที่นั่งเอียงหัวมองเขาอยู่
 

ก่อนจะเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มให้ที่ยิ้มเพราะอยากยิ้มให้นายดูต่างหากพยอนแบคฮยอน


 

เวลายิ้มแล้วมีแต่คนมองไม่ชอบเท่าไหร่เลยต้องแสร้งตอบ


 

เวลามีคนมองแล้วอึดอัดเนอะ ไม่รู้จะมองทำไมแบคฮยอนพูดพร้อมกับส่งแก้วเหล้าไปชงใหม่ แล้วหันมายิ้มกับลู่หาน


 

เราก็ยิ้มสวยนี่...คำพูดสั้น ๆ ของลู่หานเรียกรอยยิ้มของแบคฮยอนมากขึ้นไปอีกยิ้มทั้งปากและตา นั่นยิ่งทำให้
ลู่หานอยากเป็นเจ้าของรอยยิ้มนี้ทั้งตัวและหัวใจ



 

ไม่แปลกเลยสักนิดว่าทำไมคืนนั้นที่เขาไปส่งแบคฮยอน   ทั้งที่ยังมีสติอยู่ไม่ได้เมาจนไม่มีสติแต่กลับปล่อยให้อารมณ์ดิบเหนือกว่าเหตุผลเพียงเพราะ...


 

แบค...น้องแบคไม่ไหวแล้วพี่ลู่


 

...พี่ลู่...ที่แบคฮยอนเรียกมันช่างต่างจากโอเซฮุนเรียกนัก   ลู่หานไม่เคยรู้สึกว่าชื่อของตัวเองเพราะขนาดนี้มาก่อนเลยจนแบคฮยอนเรียกชื่อเขา    ตอนนี้ลู่หานรู้แล้วสิ่งที่เขาทำมาตลอดหลายปีทั้งการตามหาหรือว่าการเฝ้าดูร่างเล็ก ๆ ที่ดูบอบบางนี้อยู่ห่าง ๆ นั่นเพราะเขารักพยอนแบคฮยอนนั่นเอง


 

เพราะงั้นลู่หานไม่ปฏิเสธเมื่อริมฝีปากของพวกเขาทั้งคู่สัมผัสกันและกัน...จากแผ่วเบาที่ไล้วนทำความคุ้นเคยกัน แปรเปลี่ยนไปตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน รอยจูบอ่อนหวานที่เพิ่มระดับเป็นเร่าร้อนในเวลาไม่ถึงนาที     ปลายลิ้นตวัดเกี่ยวพันกัน สองแขนของลู่หานกอดรัดร่างเล็กของแบคฮยอนให้แนบชิดเข้ามาหา


 

นับจากวินาทีที่ตัดสินใจจูบร่างในอ้อมแขนแล้ว...ลู่หานก็พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้แบคฮยอนมาเป็นของตัวเองทั้งตัวและหัวใจ....

 

 

 END



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ถ้านับถึงวันนี้ก็ 7 เดือนพอดี
สำหรับการลงเลิฟแมทในเว็บเด็กดี
ยกเว้นคนได้เล่มตั้งแต่เดือนกันยา(งานฟิค)
ที่คงอ่านจบไปแล้วหลายรอบ
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาอ่าน    ไม่รู้จะทอล์คอะไรด้วยละ 555555555555555555555
เจอกันโอกาสหน้า  เมื่อว่าง ^^



 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,423 ความคิดเห็น

  1. #1414 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 16:06
    รักกันนนนนน น่ารักมากก
    #1,414
    0
  2. #1344 GinG- (@parkyuchun-ging) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 19:22
    กรี้ดดดดด >0< ความลับของพี่ลู่วนี่มัน!!!!! โอ้ยยย คิดไว้แล้วว่าพี่ต้องหวังเคลมคุณพยอนแน่ๆ ที่อาสาไปส่งขนาดนั้น แต่ไม่รู้ว่าพี่ลู่วจะแอบรักคุณพยอนมานานขนาดนี้้ โอ้ยยย ยิ่งอ่านยิ่งชอบอะ >0<
    #1,344
    0
  3. #1322 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 23:25
    เรื่องนี้เป็นอะไรที่ชอบมาก น่ารัก ละมุน
    #1,322
    0
  4. #1295 ฟ้าเดียวกัน (@c-nat) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 00:33
    น่านนน ว่าแล้วพี่ลู่ต้องมีซัมติงแอบแฝง555
    โคตรเจ้าเล่ห์เลยอะ

    #1,295
    0
  5. #1264 Yuha*_guzz, (@mooguz) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:06
    เฮือก มันมีเบื้องหลังนี่เอง

    พี่ลู่ดีใจด้วยนะ! ที่หาน้องเจอ
    #1,264
    0
  6. #1240 PrimAllrise (@prim_allrise) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 / 05:23
    ชอบมากชอบทุกบรรทัดที่อ่านเลย งืออออ ชอบฟิคเรื่องนี้มากจริงๆ พี่ลู่น้องแบค โคตรน่ารักกกกกก ><
    #1,240
    0
  7. #1237 meenty1234 (@meenty1234) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 20:46
    สนุกมาก พี่ลู่ตั้งใจ จุ๊บๆ น้องแบคแต่แรกละใช่มั้ย ><
    #1,237
    0
  8. #1178 สายธาร (@nooyim) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 23:53
    อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

    อยากได้เเบพี่ลูอ่ะ 

    ไปขี่จักรยานให้รถชนได้ป่าว

    เเล้วมีพี่ลู่มาตามหา (ถ้าไม่ตายไปซะก่อนนะ)

    จบเเล้วอ่ะ

    มันจบเเล้ว

    คิดถึงวันเวลาที่มีร่วมกันจังเลย(เพ้อ)

    รักนิยายเรื่องนี้มากเลยล่ะ





    #1,178
    0
  9. #1177 winkwinkzii (@winkwinkzii) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 14:47
    อ๋ออออออออออออ พี่ลู่ร้ายว่ะขอบอก 55555555555555555
    #1,177
    0
  10. #1175 Nunub (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 09:59
    พี่ลู่ ฟินมากกกกกกกกกกก
    #1,175
    0