[Fic EXO] Love Match [ LuBaek,KaiHun and KrisYeol]

ตอนที่ 30 : Love Match [KaiHun] 08

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    22 มิ.ย. 56



Love_Match[2]

Pairing :   KaiHun

By  winata

 

 

Ch.08

 

บางครั้งสิ่งที่เราเลือก  ก็ทำให้เราเจ็บจนเจียนตาย – Jupiter

 

 

เซฮุนแทบจะทรงตัวไม่อยู่เมื่อเดินลงจากตึกเรียน สุดท้ายเขาก็ฝืนสังขารไม่ไหวทรุดตัวลงนั่งกับม้าหินอ่อน มือที่อ่อนแรงพยายามควานหามือถือ แล้วกดโทรหาเบอร์ของพี่ชายฝาแฝด


 

ลู่เก้อมารับหน่อย น้องฮุนกลับไม่ไหวอยู่ที่หน้าคณะเสียงของเซฮุนอ่อนโรย ดูไร้เรี่ยวแรงจนน่าสงสาร...


 

เขามีไข้มาสามสี่วันแล้ว ได้แต่กินยาลดไข้เพราะไม่อยากนอนซมจนขาดเรียนใกล้สอบไฟนอลแล้วอีกไม่กี่วันแต่ไข้ก็ดันมาขึ้นสูงตั้งแต่เมื่อคืน วันนี้ก็แทบจะเรียนไม่รู้เรื่อง...ความจริงก็เรียนไม่รู้เรื่องมาเป็นอาทิตย์แล้ว  ตั้งแต่วันนั้น... วันที่เขาตัดสินใจว่าถึงเวลาที่ต้องเดินออกมาจากชีวิตของคิมจงอินสักที



 

หากเป็นปกติคนแบบโอเซฮุนแทบไม่เคยป่วยด้วยอาการไข้หวัดแบบนี้ง่าย ๆ ถ้าไม่เพราะวันที่เกิดเรื่องดันเดินตากฝนกลับคอนโดไปให้ลู่หานด่าเล่นทั้งที่ตัวเองจอดรถยนต์ทิ้งไว้ที่หน้าคณะแพทย์ของตัวเอง



 

ตอนนี้สองคนนั้นคบกันแล้ว   ไม่ใช่ข่าวลืออย่างที่มีตอนแรกเพราะเขารู้อยู่แก่ใจเห็นอยู่เต็มตาว่าคิมจงอินมีโดคยองซูอยู่เคียงข้างแทนที่..ที่เขาเคยยืนอยู่  เซฮุนรู้สึกว่าตัวเองหายใจติดขัด ไม่ใช่เพราะอาการไข้แต่เป็นเพราะว่าในแล็ปร่างสูงเข้าเรียนด้วย รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คำพูด มันบาดหู กรีดหัวใจของเขาเป็นริ้วๆ ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายนั้นโดนเพื่อนร่วมแล็ปแซวเรื่องคยองซู



 

เขาทำได้เพียงฉีกตัวออกมานั่งทำงานเงียบๆ แม้พยายามจะไม่ฟัง... แต่มันก็แทรกเข้ามาในหัวจนได้ทั้งที่พยายามปล่อยวาง  แต่ทุกครั้งมันกับชัดเจนทุกครั้งที่มีอะไรที่เกี่ยวพันกับจงอิน


 

เจ็บ...จังเสียงของเซฮุนแหบพร่า ใบหน้าของเขาก้มมองพื้น ดวงตาพร่าเลือนเหลือเกิน... เหมือนว่าตัวเองจะมองอะไรไม่ชัด


 

เฮ้ย! เซฮุน! เป็นไรปะวะเซฮุนรู้สึกเหมือนหูตัวเองอื้อ ได้ยินเสียงที่คุ้นหูนั้นไม่ถนัด จนต้องค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามอง แต่ก็ไม่ชัดอยู่ดี เพราะเขารู้สึกเหมือนร้อนไปทั้งตา


 

ใบหน้าขาวที่แดงก่ำ ดวงตาที่มีหยาดน้ำตาคลอ ไหนจะความร้อนที่มือแกร่งของจงอินสัมผัสอยู่ตอนนี้ไม่ต้องตรวจก็บอกได้เลยว่าโอเซฮุนไข้ขึ้นสูงขนาดไหน


 

พี่เซฮุนเป็นอะไรครับลุงเสียงใสๆ นั้น ทำเอาเซฮุนแทบจะเม้มปาก...ทำไมเขาต้องมาเจอทั้งสองคนในสภาพทุเรศอย่างนี้ด้วยนะ


 

ไข้สูงขนาดนี้ทำไมไม่ไปหาหมอวะ...มาเรียนทำไมเนี่ย...บ้านะมึง!” จงอินสบถ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะที่หน้าผากของเพื่อนรักที่ตอนนี้แทบไม่ได้มองหน้ากันเลยด้วยซ้ำ...จากวันนั้นมาเกือบอาทิตย์กว่า ๆ ที่ร่างโปร่งพยายามห่าง..ห่างจนเหมือนเกือบเป็นแค่เพื่อนร่วมคณะกันธรรมดา


 

ให้ตายเถอะ ลุกไหวมั้ย ฉันจะพาไปโรงพยาบาลจงอินเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กับเซฮุนทันทีที่พูด สอดแขนของตัวเองไว้กับเอวเพื่อจะพยุงร่างของเซฮุนขึ้นแต่อีกฝ่ายขืนตัวไว้


 

“มะ...ไม่ต้อง” เซฮุนเอ่ยปฏิเสธเสียงสั่นเครือ   ได้โปรด...อย่าเข้ามาใกล้ให้หัวใจของเขาเจ็บไปมากกว่านี้เลย! ขอร้องละจงอินอย่าทำร้ายกันด้วยการไม่รู้อะไรเลย...แบบนี้ได้โปรด


 

พอแค่นั้นแหละฉันจัดการเองเสียงเรียบนิ่งนั้นทำเอาจงอินชะงัก ก่อนที่จะได้ทำอะไรร่างของเซฮุนก็หลุดออกจากอ้อมกอดของเขา


 

น้องของฉัน   ฉันพาน้องของฉันไปหาหมอเองได้ลู่หานบอกเสียงเรียบไม่ได้ตั้งใจจะเข้าโหมดโหดหรอก แต่สภาพอกหักของน้องฝาแฝดจนไข้ขึ้นน่ะ ชวนให้พี่อย่างเขาเดือดปุดๆ เหมือนกัน


 

ลู่เก้อ...เหรอ?” เซฮุนซบหน้ากับไหล่ของพี่ชายก่อนจะส่งกุญแจรถของตัวเองให้กับพี่ชายฝาแฝด


 

ดงโฮ...นายขี่มอไซค์ของฉันกลับไปที่ช็อปนะลู่หานพูดพร้อมกับโยนกุญแจรถเวสป้าของตัวเองให้กับเพื่อนที่มาด้วย  ส่วนตัวลู่หานเองก็รับของ..ของเซฮุนที่คยองซูเก็บแล้วส่งมาให้


 

ขอบใจเสียงของลู่หานติดห้วนอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาจงอินฉุนขึ้นมาตะหงิดๆ จนเผลอตวัดสายตาไม่พอใจในคนหน้าคล้ายเพื่อนของเขา   แต่หารู้ไม่ว่าการทำอย่างนั้นกลับได้รับสายตาเย็นชากลับมาแทน


 

ลู่หานไม่สนใจ และไม่คิดจะต่อปากต่อคำอะไรอีก เขาต้องพาน้องชายของเขาไปยังรถออร์ดี้ทีทีคู่เป้คันสวยของเซฮุนที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก  ลู่หานเห็นแค่รถก็ยิ่งเคืองหนักเพราะมันรุ่นเดียวกันและสีเดียวกันกับที่คิมจงอินใช้  ต่างแค่ทะเบียนรถเท่านั้นเอง   ก่อนจะยัดร่างของน้องฝาแฝดเข้าไปแล้วจัดการพาทั้งคนทั้งรถออกจากคณะแพทย์


 

พี่เซฮุนจะเป็นอะไรมากมั้ย  อาการแบบนั้นไข้หวัดใหญ่ท่าจะเล่นงานแล้วล่ะมั้งคยองซูพูดพร้อมกับแตะแขนของจงอินเบาๆ แต่กลับไร้ซึ่งคำตอบจากร่างสูง


 

จงอินทำได้แค่มองรถของเซฮุนเคลื่อนที่ออกไปเท่านั้น ไม่ใช่โกรธ หรือโมโห ความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้ว่ารู้สึกยังไง?
เขาก้มดูมือของตัวเอง มือที่เพิ่งแตะร่างของเพื่อนรัก ก่อนที่ร่างนั้นจะห่างออกไป




 

ทำไมมันถึงได้ใจหายแบบนี้...



 

แล้วสายตาเย็นชาของลู่หาน แม้ว่าจะไม่ใช่เซฮุนที่มอง... แต่หน้าตาที่คล้ายกันมันทำให้จงอินใจหวิว... มันแปล๊บขึ้นมาจนหัวใจสั่น เพียงแค่คิดว่า ถ้าเจ้าของสายตานั้นเป็นโอเซฮุน....


 

ถ้าเซฮุนมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น...มันจะเจ็บสักแค่ไหนกัน


 

ลุงจงอินคยองซูเขย่าแขนของจงอินเบาๆ เมื่อเห็นว่า ร่างสูงไม่มีปฏิกิริยากับคำถาม


 

ไปหาอะไรกินกันเถอะ จะได้กลับมาอ่านหนังสือจงอินตอบด้วยเสียงทื่อ ๆ ก่อนจะก้าวเดินออกไป


 

ร่างเล็กมองตามร่างของลุงรหัสด้วยสายตาสั่นไหว ลุงจงอินเป็นอะไร? ลุงจงอินรู้ตัวหรือเปล่าว่ามองตามพี่เซฮุนด้วยสายตาแบบไหน?  ทำไมทั้งที่เป็นแฟนกันแล้ว...แต่ระยะห่างระหว่างเขากับลุงจงอินถึงได้ห่างกันออกไปมากกว่าเดิมขนาดนี้ 
ดวงตากลมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเพื่อพยายามกลั้นน้ำใส ๆ ที่มันเอ่อขึ้นมาที่ขอบตาทั้งสองข้าง





 

แค่ตอนนี้คยองซูรู้สึกเจ็บจนจวนจะขาดใจ  แล้วเซฮุนคนที่อยู่ข้าง ๆ ลุงรหัสของเขามาตลอดแล้วทำได้แค่มองอยู่เฉย ๆ จะเจ็บสักแค่ไหน



 

คนตัวเล็กก้มลงมองมือของตัวเองนิ่ง ๆ มือที่คิมจงอินสะบัดก่อนออกก่อนจะก้าวเดินนำโดยไม่มีอาการรั้งรอสักนิด  บางทีตัวเขาอาจคิดผิดที่คิดอยากให้ลุงรหัสรักเขามากกว่าสายรหัสเดียวกัน

 




 

ย้อนกลับไป  2007.01.14

 

ดวงตากลมของเซฮุนกรอกขึ้นมองฟ้าก่อนจะทำหน้าเมื่อยใส่พี่ชายฝาแฝดที่ย้ำแล้วย้ำอีกเรื่องสายรถประจำทางให้ฟังนับตั้งแต่พวกเขาทั้งคู่ออกจากบ้านมา


 

“ลู่เก้อ  น้องฮุนจำจนเอียนแล้วนะ  แค่นี้ไปเองได้”


 

“แน่ใจนะ  ว่าไม่ต้องให้เฮียไปเป็นเพื่อน” ลู่หานยังถามย้ำเพราะทั้งเขาและน้องชายฝาแฝดเพิ่งกลับมาอยู่ที่โซล เกาหลีใต้ได้แค่เกือบเดือน  ใช่ว่าจะชินกับถนนหนทาง สายรถไฟฟ้าหรือรถเมล์มากนัก  หลังจากที่ไปอยู่ปักกิ่งตั้งแต่เด็ก ๆ นี่คือการกลับมาอยู่เกาหลีใต้นานที่สุดไม่นับที่กลับมาเยี่ยมคุณยายชั่วครั้งชั่วคราว


 

“บ้านคุณยายอยู่แค่คังวอนโดเองนะ  เดี๋ยวยังไงพรุ่งนี้ลู่เก้อ แม่กับป๋าก็ตามไปอยู่แล้ว  ไม่ต้องห่วงน่ะไว้ถึงแล้วจะโทรหา” โบกมือให้พี่ชายฝาแฝดที่วันนี้ต้องไปสอบเข้าโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยโซลที่เจ้าตัวตั้งความหวังไว้ที่จะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในคณะแพทยศาสตร์  ส่วนตัวของเซฮุนเองไปสมัครเรียนโรงเรียนสหใกล้บ้านเรียบร้อยแล้วไม่ต้องดิ้นรนไปสอบอะไร



 

ช่วงเดือนมกราคมแม้จะย่างเข้ากลางเดือนแล้ว  แต่หิมะก็ยังตกลงมาเรื่อย ๆ แม้อากาศที่โซลจะไม่หนาวเท่าปักกิ่งที่เซฮุนเคยอาศัยมาหลายปี  แต่ร่างโปร่งก็ใส่อุปกรณ์กันหนาวมาอย่างครบถ้วน


 

“อ้าว  เฮ้ย  รอด้วยครับ” เซฮุนตะโกนบอก  ก่อนที่จะรีบวิ่งไปขึ้นรถซิตี้บัสที่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่คังวอนโดเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเกาะนามิ  สกีรีสอร์ท ซึ่งแน่นอนที่นี้คือบ้านเกิดของคุณโอดาเฮแม่ของเขากับลู่หาน  กว่าจะหาที่นั่งได้ก็เกือบท้ายรถเลยทีเดียว


 

เซฮุนมองหิมะที่ตกอยู่ผ่านกระจกรถก่อนที่ดวงตาคมจะค่อย ๆ ปิดลงเพราะเมื่อคืนแชทกับเพื่อนที่ปักกิ่งจนเกือบเช้า 
กว่าจะรู้สึกตัวตื่นอีกครั้งเมื่อคนขับรถเข้ามาปลุกเพราะรถหมดระยะแล้ว



 

“เวรแล้วไง  งานเข้าไอ้ฮุนเอ้ย” สบถออกมาอย่างหัวเสีย  เมื่อรู้สึกตื่นเต็มตาเมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน



 

แทกู  แทนที่จะเป็นคังวอนโด  นี่เขาหลับเลยป้ายมาเกือบสี่ชั่วโมงแถมโทรศัพท์มือถือแบตก็หมดแล้วนี่จะกลับยังไง  เพราะตอนนี้ก็เกือบบ่ายสองเข้าไปแล้ว  หลังจากไปสอบถามที่สถานีกว่าจะมีรถกลับเข้าโซลหรือสายที่ผ่านคังวอนโดอีกครั้งก็เกือบสี่ทุ่ม   เซฮุนเลยตัดสินใจที่จะไปเดินเล่นรอบ ๆ เมืองก่อน



 

หลังจากที่ใช้โทรศัพท์สาธารณะโทรไปบอกลู่หานว่าลงป้ายผิด  แน่นอนคุณพี่ชายฝาแฝดบ่นไปเยอะก่อนจะสำทับให้นั่งรอรถขึ้นกลับมาโซลเลย  แล้วจะไปรอรับที่สถานีตอนไปถึง


 

แต่อย่างว่าได้มาในเมืองที่ไม่เคยคิดว่าจะมา  แล้วจะให้นั่งรออยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร


 

เกือบสามชั่วโมงที่เที่ยวเล่นในเมืองแทกูนับว่าตื่นตาตื่นใจดี   จนเริ่มเหนื่อยเซฮุนจึงซื้อชานมไข่มุกรสโปรดมานั่งกินที่สวนสาธารณะข้างกับสถานีขนส่ง  เพื่อรอเวลานั่งรถกลับโซล


 

ดวงตากลมเขม่นมองก้อนอะไรบ้างอย่างที่นั่งขดอยู่ในอุโมงค์ของเด็กเล่นที่เมื่อหลายชั่วโมงก่อนที่ตอนนี้ก็ยังอยู่เหมือนเดิมในสภาพนั่งกอดเข่าหัวซุกกับเข่าอยู่เช่นเดิม



 

“นี่นาย” ทั้งที่ปกติไม่ใช่มีนิสัยยุ่งเรื่องคนอื่นแต่ชั่วเวลาแว่บเดียวที่มองสบดวงตาคมที่มันแดงกร่ำทำให้เซฮุนอดที่จะเดินเข้ามาทักไม่ได้


 

“...”


 

“นี่นาย  นั่งอยู่แบบนี้ตั้งหลายชั่วโมงไม่เมื่อยมั้งเหรอ” เซฮุนพยายามพูดช้า ๆ เพราะยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับภาษาเกาหลีมาก


 

“...” อีกฝ่ายก็ยังไม่ตอบเช่นเคย


 

เซฮุนเลยตัดสินใจทรุดตัวลงนั่งที่ปากอุโมงค์ข้าง ๆ กับอีกคนก่อนจะนั่งเงียบ ๆ กินชานมไข่มุกของตัวเองไป  เพราะดูท่าทางป่วยการที่จะเซ้าซี้  แต่ไม่รู้ทำไมต้องเข้ามาทักคนที่อยู่ในเสื้อฮู้ดสีดำริ้วขาวด้วย


 

นานมากจนเกือบพระอาทิตย์ตกดินใครคนนั้นก็ยอมเอ่ยปากเริ่มสนทนาขึ้น


 

“วันนี้พ่อแม่ฉันเค้าเพิ่งตัดสินใจจะหย่ากัน  พวกเค้าให้ฉันเลือกว่าจะอยู่กับใคร...ฮึ่ก ๆ พวกเค้ามั่วแต่เถียงกันจนลืมไป  ลืมไปว่าแม้กระทั่งวันนี้เป็นวันเกิดฉัน”


 

เซฮุนหันไปมองคนนั่งข้าง ๆ ที่ยังนั่งอยู่ที่ท่าเดิมไม่เปลี่ยนก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง


 

“นายรออยู่นี่  เดี๋ยวฉันมานะ”  ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้ที่สุด


 

จงอินมองตามร่างโปร่งที่ดูแล้วคงเตี้ยกว่าเขาหลายเซนติเมตรไปด้วยสายตาว่างเปล่า  ก่อนจะนึกขำขนาดหนีออกจากบ้านจนเกือบวัน  ไม่มีใครสักคนที่คิดจะมาตามหาเขา...ไม่มีเลยจริง ๆ


 

ตอนนี้มันเหมือนความฝันของเขากำลังโดนทำลายลงอย่างย่อยยับ  ครอบครัวที่คิดว่าอบอุ่น สมบูรณ์แบบแต่กลับคือการสวมหน้ากากเข้าหากันของคนที่เป็นพ่อและแม่  มือหนาปาดน้ำตาออกจากแก้มของตัวเองทั้งที่เป็นวันเกิดแต่ก็เป็นวันที่เสียใจที่สุดตั้งแต่เกิดมาจนอายุครบสิบห้าปีในวันนี้


 

มันคงผิด..ผิดตั้งแต่คิมจงอินเกิดจากความผิดพลาดของพ่อแม่  ไม่เกิดขึ้นด้วยความรักอย่างที่เขาเข้าใจตามภาพที่พ่อแม่แสดงมันออกมา  ลูกชายคนเดียวของเจ้าพ่อนำเข้าและส่งออกที่ใหญ่ที่สุด


 

ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้น  แม้ตอนนี้จะรู้ว่าตาตัวเองมันคงบวมน่าเกลียดแต่การที่เห็นคนที่เพิ่งเจอกันวันนี้แถมยังนั่งเงียบ ๆ กินชาไข่มุกอยู่ข้างกำลังเดินถือก้อนคัพเค้กอันเล็กที่มีเทียนปักอยู่ตรงกลางอันเดียวเดินเข้ามามันทำให้ขอบตาของเขาร้อนมากขึ้น


 

แซงอิลชุกฮาฮัมนีดา แซงอิลชุกฮาฮัมนีดา ซารังฮานึน ...จริงด้วยว่าแต่นายชื่ออะไรอ่ะ”


 

การที่คนตัวขาวจัดแล้วทำสีผมประหลาดเหมือนนกแก้วทั้งสีชมพู สีเขียว สีบลอนด์ เอ่ยถามพร้อมกับเกาแก้มทำให้จงอินอดจะยิ้มไม่ได้   รอยยิ้มแรกของวัน


 

“จงอิน  คิมจงอิน” เอ่ยบอกเสียงแหบพร่า


 

“แซงอิลชุกฮาฮัมนีดา แซงอิลชุกฮาฮัมนีดา ซารังฮานึน ..จงอินนา.. ชี แซงอิลชุกฮาฮัมนีดา  อธิษฐานเร็วเข้า  อ้าวยังมองหน้าเฉยอีกนี่เทียนจะดับแล้วนะ”


 

จงอินมองคนตรงหน้านิ่ง ๆ และเก็บรายละเอียดของเพื่อนใหม่ที่เพิ่งเจอก่อนที่ดวงตาคมจะปิดลงก่อนจะเปิดขึ้นมาใหม่พร้อมกับเป่าเทียนที่ถูกจุดอยู่บนคัพเค้กเพียงอันเดียวให้ดับลง


 

ยังไม่ทันได้พูดขอบคุณออกไปพวกเขาก็ต้องหันไปกลุ่มคนที่มาใหม่ที่สวมชุดสูทสีดำสนิท


 

“ฉันว่าพวกเขาคงมาตามนายกลับแน่ ๆ สุขสันต์วันเกิดนะ”


 

“ขอบใจ  แล้วนายล่ะชื่ออะไร” อีกคนยิ้มตาหยีให้ก่อนจะตอบกลับมา


 

“ฉันชื่อโอเซฮุน”


 

จากวันนั้นที่โอเซฮุนและคิมจงอินได้เจอกันที่แทกู  มิตรภาพระหว่างพวกเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้นแม้ว่าต่างคนต่างคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว  แต่พวกเขาทั้งคู่ก็ได้มาเจอกันอีกครั้งคือวันเปิดเทอมของไฮสคูลปีหนึ่ง


 

ด้วยความที่จงอินเป็นลูกหม้อโรงเรียนนี้ คือพูดง่าย ๆ เขาเรียนที่นี่ตั้งแต่อนุบาลยันชั้นปลายในขณะที่เซฮุนเพิ่งเข้ามาเรียน


 

“แหม หยิ่งจริงนะ”

“คิดว่าหล่อรึไง  เพื่อนถามก็ตอบคำต่อคำ”


 

และอีกมากมายถ้อยคำจิกกัดจากเพื่อนร่วมชั้นที่มีต่อเพื่อนร่วมห้องคนใหม่  จนทำให้หัวหน้าที่เป็นโดยการโหวตของคนทั้งห้องโดยที่เจ้าตัวไม่ต้องลงสมัครเลยเอ่ยตวาดขึ้น


 

“ถ้าใครมีปัญหากับโอเซฮุน  ก็ถือว่ามีปัญหากับฉันด้วย   ไอ้พวกนั่งหน้าตั้งใจเรียนไปเลยนะมิดเทอมคะแนนเฉลี่ยห้องน้อยพ่อจะกระทืบรายคน  ใครไม่เชื่อมาลองดูก่อนมาม่ะ”


 

ผลตอบรับคือการเงียบของเพื่อนทั้งห้อง


 

“นี่..นายจะพูดบ้างก็ได้น่ะ” จงอินบอกเพื่อนที่นั่งเรียนอยู่ข้าง ๆ กันที่อีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มให้


 

“ฉันไม่รู้จะพูดอะไรนี่น้า  มีอะไรนายก็พูดแทนหมด”


 

“อ้าว  งั้นฉันผิดหรือเนี่ย”


 

เซฮุนพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ย


 

“ใช่แล้ว  นายผิด..ผิดตั้งแต่เกิดเป็นคิมจงอินแล้ว”


 

คนผิวสีแทนเลิกคิ้วมองเพื่อนที่ตอนนี้พวกเขาสนิทกันจนแทบจะรู้ทุกเรื่องของกันและกัน        ตลอดเวลาที่จงอินมีปัญหาทางบ้าน  เซฮุนจะนั่งข้าง ๆ ฟังเงียบ ๆ แต่มือเรียวจะเกาะกุมมือโดยที่สองมือของทั้งจะสอดประสานถ่ายทอดความรู้สึกหากัน


 

กอดแรกที่พวกเขาทั้งคู่มีให้กันคือวันที่จงอินไม่เลือกที่อยู่กับพ่อหรือแม่  แต่เขาเลือกที่จะอยู่คอนโดที่อยู่ใกล้โรงเรียน  โดยที่จะกลับไปค้างบ้านพ่อหรือแม่ในสุดสัปดาห์


 

“อย่าร้องเหมือนวันนั้นนะ  ถ้าจะร้องฉันขอสั่งให้นายมาร้องกับฉันเท่านั้น” เซฮุนบอกพร้อมกับเดินเข้าไปกอดเพื่อนตัวโตกว่าพร้อมกดศีรษะได้รูปสวยให้ซุกกับบ่าตนเอง  ไม่นานนักเขาก็ได้สัมผัสความเปียกชื้น


 

“ไม่เป็นไรนะ  ฉันอยู่กับนายตรงนี้แล้วจงอิน  ไม่เป็นไรนะ”

 

“นายคือคนสำคัญของฉันนะเซฮุน  เป็นเพื่อนคนสำคัญ  ถึงไม่มีใครรักฉัน  ขอแค่มีนายก็พอแล้ว”



 

คนพูดไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคำว่า คนสำคัญ หรือ เพื่อนคนสำคัญ  มันทำให้ใครอีกคนไม่กล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกที่มันเกินคำว่าเพื่อนมาตั้งนานแล้วให้รับรู้  เพราะรู้ว่าคนอย่างคิมจงอินไม่ศรัทธราในความรักและไม่คิดจะรักใครจริง ๆ



 

น้องฮุนอยากเรียนหมอ... ได้มั้ยครับ? ป๋า..แม่บ้านทุกบ้านคงดีใจหากลูกของตัวเองบอกว่าอยากจะเรียนแพทย์ แต่อาจจะไม่ใช่บ้านของเซฮุน... เพราะบ้านของเขาไม่จำเป็นต้องมีคนที่จะต้องเรียนหมอถึงสองคน...


 

ทุกคนในครอบครัวตกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆ ลูกชายคนเล็ก แม้อายุจะห่างจากลูกชายคนโตแค่สี่นาทีพูดเรื่องนี้ออกมาระหว่างมื้อเย็น


 

เสี่ยวลู่ก็จะเรียนหมอไม่ใช่เหรอ?...แล้วอย่างนี้ใครจะเรียนวิศวะล่ะนี่คือคำพูดของคุณลู่ฟิง


 

ใช่แล้ว พี่ชายฝาแฝดของเขาจะเรียนหมอ... ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน หรืออะไรก็ตามแต่ลู่หานทำได้ดีกว่าเขาทุกอย่าง... ดังนั้นจึงไม่มีใครคัดค้านเลยแม้แต่คนเดียวที่ลู่หานจะเรียนหมอ


 

แต่...ครอบครัวของเซฮุนเป็นครอบครัววิศวกร  แม้พ่อแม่จะปล่อยให้ลูกทำอะไรตามใจก็ได้... แต่เรื่องเรียน ท่านเคยขอไว้แล้วว่า  ขอให้ใครสักคนเรียนวิศวกรรม เพื่อมาสานต่อกิจการที่กำลังก้าวหน้าของที่บ้าน...


 

ก่อนหน้านี้มันตกลงกันได้แล้วว่า ลู่หานเรียนหมอ เซฮุนเรียนวิศวกรรม แค่เอ็นท์ฯ ให้ติดก็พอแล้ว...


 

แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วนี่สิ... เมื่อเซฮุนรู้ว่าจงอินตั้งใจจะเรียนอะไร เขาก็ทนไม่ได้ พยายามขวยขวายจะตามไปเรียนที่เดียวกันไม่ต้องถามเหตุผลหรอกนะว่าเพราะอะไร?...


 

ถ้าคุณไม่เคยรักใครสักคน  คุณไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่ว่าอยากอยู่ใกล้ใครสักคนตลอดไปน่ะ มันเป็นยังไง
ขอแค่ได้ยืนข้าง ๆ ก็พอ



 

อืม...แต่เรื่องนี้เราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอ? เซฮุน ไม่ใช่ว่าคนเป็นพ่ออยากจะขัดใจลูกๆ ถ้าหากลูกทั้งสองคนอยากเป็นหมอ กันจริงๆ เขาก็ไม่ขัดใจหรอก...แต่แหม...เสียดายกิจการของบ้านนะ


 

เซฮุนได้แต่พยักหน้า ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามและมองมาที่เขาด้วยสายตาเรียบนิ่งก่อนที่อีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมา


 

        “ถ้าน้องฮุนอยากเรียน  เสี่ยวลู่ก็ไม่มีปัญหาหรอกป๋า... เรียนวิศวะก็ได้ลู่หานพูด พร้อมกับเอื้อมไปตักผัดผักแล้วไปวางบนจานข้าวของเซฮุน... ลู่หานรู้ดีว่าเซฮุนคงคิดว่าเขาโกรธแน่ ๆ  ซึ่งความจริงก็มีเคืองเล็กๆเหอะ  แต่ถ้าน้องตั้งใจจะเรียนจริงๆ เขาก็ไม่ซีเรียส





 

เอางั้นเหรอ?”



 

ครับลู่หานรับคำ ก่อนจะตักอาหารใส่จานของตัวเองบ้าง มองสบตากับน้องชายที่เงยขึ้นมามองก่อนจะยิ้มบางๆ ให้



 

ถ้าอย่างงั้นน้องฮุนจะต้องขยันมากขึ้นอีกนะ เรียนหมอไม่ใช่ง่าย  ในเมื่อน้องฮุนอยากเรียนแม่กับป๋าแล้วก็เสี่ยวลู่ก็จะเอาใจช่วยเสียงของโอดาเฮทำให้เซฮุนพยักหน้า   ก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้กับลู่หาน


 

ขอบคุณ!              

                                          

เซฮุนต้องพยายามมากแค่ไหน? ขยันแค่ไหน? ไม่ต้องมีใครบอกก็คงจะรู้ เขาไม่ได้เรียนเก่งมากมาย ต้องเรียนพิเศษเพิ่มขึ้นอีก ให้ลู่หานช่วยติวให้ แถมยังมีติวเตอร์ที่แสนจะกวนจังหวะหัวใจเต้นอย่างจงอินมาช่วยอยู่ตลอดเวลา...ซึ่งนั่นมันดีมากสำหรับเขา


 

เพราะเวลาของจงอินแทบจะเป็นของเขาทั้งหมด ผู้หญิงที่เคยรายล้อมจงอิน ค่อยๆ ถอยห่างออกไปบางคนที่ดื้อมากๆ ต้องก็ใช้สารพัดวิธีกีดกันออกไปจากชีวิตของจงอิน...


 

นับตั้งแต่วินาทีที่เขารู้ตัวไม่ได้รักเพื่อนคนนี้แบบเพื่อนสนิท... เซฮุนก็ไม่ต้องการให้ใครมาแย่งจงอินไป แม้ตัวเองจะได้เป็นเพียงแค่ เพื่อนแต่เขาก็พอใจ หากจะได้อยู่ใกล้ๆ จงอิน...

เพียงแต่...ถ้าไม่มีคนนั้น... โดคยองซู

 

 







 

ร่างโปร่งที่นอนเหยียดยาวอยู่รู้สึกเหมือนช่วงเวลาที่แสนดีของตัวเองกำลังจะหมดไป เมื่อแสงสว่างมันเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้จนเขาเริ่มแสบตาทั้งที่เปลือกตายังคงปิดอยู่ แถมยังมีเสียงเบาๆ ที่ลอยมากระทบโสตประสาทให้ได้ยินเรื่อยๆ นั่นอีก



 

เซฮุนพยายามอย่างยิ่งที่จะปรับสายตาให้ชินกับแสง ก่อนจะหันไปมาช้าๆ เพื่อมองหาต้นเสียงที่ปลุกให้เขาตื่นขึ้น ไม่นานเขาก็รู้ว่าใครเป็นนาฬิกาปลุก


 

ลู่หานกำลังคุยโทรศัพท์อยู่... แต่กับใคร




 

ฉันจะไม่พูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง ฟังให้ดี เอาเวลาไปอ่านหนังสือซะ น้องของฉัน ฉันดูแลเองได้ นายเอาตัวเองให้รอดเถอะ อ่อ...ไม่ต้องโทรมาก็ได้นะ ตอนนี้เซฮุนไม่สะดวกรับสายหรอก สวัสดี


 

นี่คงเป็นประโยคที่ยาวที่สุดของลู่หานมั้งเซฮุนคิดว่าเขาคงสมองไม่ฝ่อหรอก ดังนั้นเขาสามารถเดาได้ว่าคนที่โทรมาน่ะใคร





 

ทำให้ตื่นหรือเปล่า?” พี่ชายถามเมื่อหันมาแล้วพบว่าเซฮุนตื่นจากการนอนหลับ




 

ไม่หรอก...มีอะไรหรือเปล่าลู่เก้อ?” เซฮุนถามด้วยเสียงแหบโรยในระหว่างที่ลู่หานกำลังกดล็อคหน้าจอไอโฟน



 

อยากคุยกับหมอนั่นเหรอ?” แม้จะเป็นคำถามที่สามารถเลือกคำตอบได้ แต่การที่เกิดแล้วก็โตมากับลู่หาน ทำให้เซฮุนรู้ดีว่า...จงอย่าได้ตอบว่า ใช่ หากลู่หานยื่นข้อเสนอในวันที่เจ้าตัวพูดยาวๆ... เพราะนั่นหมายถึงความซวยจะมาเยือนเร็วกว่าปรกติ




 

ที่สำคัญ...เซฮุน ยังไม่อยากจะคุยกับคิมจงอินตอนนี้



 

ไม่หรอกน้องฮุนไม่อยากคุยกับใครก่อนจะส่งยิ้มเซียว ๆ ให้พี่ชาย



 

เดี๋ยวหมอจะมาดูอาการนะ...รู้สึกไม่สบายตรงไหนก็บอกหมอละกันนะเซฮุนพยักหน้า ลู่หานเลยพูดต่ออีกว่า




 

อีกแป๊บจะไปเอาชีทกับพวกเล็คเชอร์ให้...อ่อ...โทรศัพท์ของน้องฮุนคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้นะช่วงนี้



 

นี่ไงล่ะ...โหมดพี่ชายคนโต...ที่คนเป็นน้องได้แต่พยักหน้า


 

เพราะคำว่า “น้องฮุน”  เซฮุนจะใช้ตอนที่อยากจะอ้อนเท่านั้น  สำหรับคนในครอบครัวเพราะการเป็นลูกคนเล็กย่อมถูกใคร ๆ เอาใจเสมอ  แต่ใช่ว่ามันจะใช้ได้ผลกับพี่ชายฝาแฝดเสมอไป!!!



 

สิ่งที่ลู่หานไม่ชอบที่สุดก็คือ... การที่เห็นคนในครอบครัวมีปัญหา ไม่สบายไม่ว่าจะกายหรือใจ... และพี่ชายคนโตของบ้านยิ่งจะไม่ชอบไปกันใหญ่ หากความไม่สบายนั้นมีสาเหตุแล้วแถมไอ้ตัวดำกัมจงต้นเหตุอย่าหวังว่าจะได้มาเฉียดใกล้คนในปกครองของเขา



 

มันกล้ามาก....กล้าทำให้น้องชายของลู่หานเสียน้ำตา



 

ว่าไงครับคนไข้...รู้สึกยังไงบ้างเซฮุนหันไปทางต้นเสียงที่แสนจะคุ้นหูนั่นทันที ก่อนที่ตาจะโตขึ้นอย่างช่วยไม่ได้


 

อาจารย์หมอคยู?”


 

อย่าได้ทำหน้าตกใจสิ... วันนี้อาจารย์ไม่มีสอน แถมไม่มีเข้าเวร...เลยมารับจ๊อบที่นี่น่ะ ไหนขอวัดไข้หน่อยคยูฮยอนพูด ก็นะ... ถ้ามีเวลา หมอที่ไหนก็หารายได้พิเศษอย่างนี้กันทั้งนั้นแหละ อย่างคยูฮยอนเองก็รับมาตรวจคนไข้ที่นี่อาทิตย์ละสองครั้ง ไม่คิดว่าในวันที่เขามา จะแจ็คพ็อตแตกเจอลูกศิษย์ตัวเองนอนซมเพราะพิษรัก เอ้ย พิษไข้ซะได้



 

ลู่หานไม่มีสีหน้าตกใจอะไรนัก เพราะเคยเห็นหมอคนนี้ในมหาลัยบ่อย ๆ แถมรายนี้ก็แนะนำตัวเสร็จสรรพว่าเป็นอาจารย์ที่คณะตอนที่รับแอดมิทต้องเข้าพักฟื้น... แต่ตอนนี้เขาชักมีเรื่องอยากคุยกับคุณหมอคนนี้แล้วสิ


 

ไข้ลดลงแล้วนะ ปอดก็ทำงานปรกติดี... พักอีกสักคืนก็กลับบ้านได้แล้วล่ะ ช่วงนี้ใกล้สอบไฟนอลก็จริงแต่ไม่ควรหักโหมให้มากนะคยูฮยอนพูดซึ่งศิษย์รักก็เพียงแต่พยักหน้า


 

หมอครับลู่หานเอ่ยปากขึ้น ทำเอาคยูฮยอนต้องหันมายิ้มให้


 

เรื่องที่เซฮุนแอดมิทที่นี่...อยากให้เก็บ....คยูฮยอนยิ้มทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าพี่ชายคนนี้ห่วง หวงน้องชายแค่ไหน...รู้หรอกน่าว่ากำลังทำตัวกันท่าเจ้าลูกศิษย์ตัวแสบของเขาอีกคนอยู่น่ะ



 

ไม่ต้องห่วงนะ...หมอไม่บอกจงอินหรอกคำพูดของคยูฮยอนทำเอาทุกคนตกใจโดยเฉพาะเซฮุน



 

      “แหม... ถึงอาจารย์จะไม่ค่อยว่าง แต่ก็พอรู้เรื่องลูกศิษย์ของตัวเองบ้างแหละน่า  พักให้สบายเถอะ นายด้วยลู่หานไม่ต้องห่วงเรื่องของเจ้าคุณชายชานมเย็นหรอก หมอไม่บอกเจ้ากัมจงแน่  ได้ข่าวว่าไฟนอลนี่อาจารย์ชเวรอเฉือนวิศวะให้ดับเลยนิ  อย่าลืมอย่าหนังสือด้วยละไม่ใช่ห่วงแต่น้อง





 

ขอบคุณครับทั้งสองขอบคุณเบาๆ ก่อนที่คยูฮยอนจะขอตัวออกมาจากห้องพัก ปล่อยให้พยาบาลจัดยาให้คนไข้...



 

แหมๆ... ไม่ต้องห่วง... อาจารย์หมอคนนี้ไม่บอกเจ้ากัมจงหรอก...



 

แต่บอกคนอื่นได้ใช่มั้ย?...ไม่ได้ผิดสัญญากันนิน้า~



 

ฮิ้วววว... โรงพยาบาลจะแตกมั้ยน้อ...แค่คิดก็สนุกแล้ว  ว่าแล้วมือหนาก็กดโทรศัพท์หาอีแทมินลูกศิษย์อีกคนทันที







+++++++++++++++++++tbc++++++++++++++++++++



ลงตุนให้คนแวะมาอ่านและใจดีเม้นให้นะคะ ^^
สุดสัปดาห์นี้จุฬามีซ้อมรับปริญญาค่ะ  ใครว่างมาเจอกันไหมหน้าหอนาฬิกาหน้าคณะวิศวะเลย  อิ.........อิ
เราคงไม่ได้เข้ามาอัพฟิคและจะพยายามปั่นมาลงให้ก่อนไป
พอดีจะไปทริปคอนAIAที่มาเลย์ก่อนจะเตลิดไปงานครบครอบฉลองเกาะฮ่องกง  ซึ่งโดยรวมคือ 26 มิย-2 กค
เจอกันตอนหน้าที่ความดราม่าจะเริ่มมากขึ้น

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,423 ความคิดเห็น

  1. #1224 Mrs.Dark Murderer (@graywolfoxxo88) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 02:01
    จารย์คะ หนูเชื่อค่ะว่าจารย์จะไม่บอกจงอิน แต่จารย์ไปบอกคนอิอื่นซึ่งจารย์บอกได้ถูกคนม้ากมากกก(ประชด) บอกแทมก็ไม่ต่างอะไรกับบอกจงอินหรอกขร่า ถถถถถถถ ส่วนพี่ลู่นี่แบบ แอร้ยยยย แมนโคตรๆ คู่ของพี่มาเมื่อไร หนูจะตามไปฟินนะเคอะ555555555
    #1,224
    0
  2. #1128 HHSLNL (@tanzanaza) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 21:35
    ร้ายน้าาาาา อาจารย์ -..-
    #1,128
    0
  3. #929 theXNs' (@mcmaxxim) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 20:15
    คยูฮยอน แกร้ายมาก 55555555555555555

    เสี่ยวลู่ ซัดจงอินเลย หวงไว้ น้องน่ะ หวงเอาไว้ โฮ๊ะๆ

    ปล. เรื่องนี้ อย่าคิดว่าคยูฮยอนเป็นกามเพทนะขอบอก นี่นะเป็นทั้งซาตานและกามเทพในเวลาเดียวกัน 5555555555555555
    #929
    0
  4. #441 Oom (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 22:12
    เฮ้ยยย ไหงจงอินกับคยองคบกันซะงั่นล่ะ !!?!

    เอาเซฮุนของเราไปไว้ไหน !!

    เซฮุนป่วยเลยอ่ะ โหยย ToT

    แต่ก็แอบสงสารจงอินนะ ไม่เจอ แถมโทรหาก็ไม่ได้อีก ตายๆๆๆ



    ส่วนลู่เก้อ บอกก่อนเลยว่าเท่ห์มากๆ รักน้องสุดๆไปเลย

    แต่จะให้ดีกว่านี้ พี่อย่ากันท่าจงอินนักเลยนะ สงสารจงอินบ้าง T.T



    รอติดตามนะคะ ไรท์มาลงตอนต่อไปไวๆนะ

    สู้ๆนะคะไรท์เตอร์ ^____^
    #441
    0
  5. #433 moonbeam.y (@ymoonbeam) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 11:14
    พี่ลู่แมนมากกกกกกกกกก โคตรเท่ห์ค่ะ นี่บอกเลย

    >////////<



    คือน้องฮุนป่วยนี่ก็สงสารๆอยู่นะ พี่ลู่ผู้หวงน้องโผล่ออกมารับนี่ กรี๊ดใส่จอเลย 555555



    พี่ลู่ตามใจน้องมาก คนดี แมน เท่ห์ เพอร์เฟค เริ่ดดดดดด



    ตัวอยากเป็นหมอแท้ๆ ยอมเปลี่ยนให้น้อง แมนเฟร่อเหอะค่าาาาาา



    กันท่าเลยค่ะพี่ลู่ ตวัดตาเย็นชา เตรียมด่ามันเต็มที่เลยค่ะ



    นี่ลุ้นภาคสามมากเลยนะ

    คือแบบน้องชายยังหวงออกอาการขนาดนี้

    อีน้องแบคนี่พี่ลู่จะเป็นยังไง

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด



    สนุกอ่าาาาาาา รอตอนต่อไปนะคะ ^_______^
    #433
    0
  6. #430 U_ton (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 04:23
    ฮุนนนนนนนน!!!!!!!!!!!!!!!!!! ToT ไม่สบายไปแล้ว เเต่ต่อให้หายดี เเต่ใจก็ไม่กลับมาปกติหรอกใช่มั้ย



    จงอินไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้ใครหลายๆคนเจ็บเพราะตัวเอง มองเเต่ความรู้สึกตัวเองจริงๆ... ไอคนใจร้าย!!!



    อาจหมอคยูคะ!... กวนประสาทนะ นี่เป็นอาจารย์ที่หวังดีต่อลูกศิษย์จริงๆเหรอ เสียสถาบันหมดเลย เป็น



    ตัวป่วนจริงๆนะ... เเทมเองก็นะ ปากกกกกกกสว่างวาบเเน่งานนี้ ให้มินโฮมาลากไปเก็บทันมั้ยเนี่ย...



    ขอให้ลู่กันท่าไว้ได้ทีเถอะ ขอให้กัมจงฝ่าด่านสิบเเปดอรหันต์ตระกูลโอเข้ามาไม่ได้ ขอให้มันอยู่อย่าง



    โดดเดี่ยวววววว ถอยไปห่างๆเซฮุนเลยนะ ...จะโผล่มาให้ฮุนนี่เสียใจอีกเหรอไง เดี๋ยวตานี่มาอีกไม่นาน



    คยองก็ต้องมา ไม่คยองเจ็บ ก็ฮุนนี่บาดตาบาดใจ เจ็บอกอีกเเหละ หรือไม่ตาดัมมันก็จะไม่พอใจถ้าคยอง



    เป็นห่วงฮุนนี่ เเล้วมันก็จะพาลอีก ฮุนนี่ไม่อยู่ในสถานะที่จะสู้ได้อีกเเล้วด้วย เพราะเเกชัดเจนไปแล้วไง



    เป็นเเฟนกับคยองไปเเล้วนี่ เชิญ!!! ไปเสวยสุขกับเเฟน! ให้พอเถอะนังจงดัม ฮึ่มมมมม!!! อย่ามายุ่งกับ



    ฮุนอีกเลย ให้ฮุนอยู่กับพี่ชายสักพัก ให้ได้พักใจพักกาย เตรียมฟื้นไข้ไปสอบ โดยไม่ต้องเจ็บอก ปวดหัว



    อีกเลย เว้นระยะไม่พบไม่เจอจะดีมากอ่ะ จงดัม ไ ส หั ว ไ ป... สามคำ จบ!!!
    #430
    0
  7. #424 แม่พี่หมา (@puppysmommy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 01:42
    สวัสดีค่ะ

    ขออนุญาตนะคะ....


    อิกัมจงคะ มานี่ค่ะ มาใกล้ๆ กูนี่ค่ะ....

    *จิกผมตบสิบทีครึ่ง* 


    อิบร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา


    จะซึนไปถึงชาติไหนคะ? ห๊ะ...จะซึนไปถึงไหน!!!


    *นิ้วจิ้มตาสองที*


    ไปเสวยสุขเลยนะ ไปมีความสุขให้พอเลยนะ อย่าได้มาข้องแวะแกะเกาอะไรกับน้องฮุนของอิชั้นนะคะ อิชั้นมีตบนะ (ข่าวว่าตบไปแล้ว?)


    *หลังมืออีกเศษสามส่วนสี่ที*

    นะนี่อิกัมจง!!! *ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่า...กระทืบแม่มมมม*



    น้องฮุนนนนนน น้องฮุนลูกกกก ไม่เป็นใรนะหนูนะ ฮือออออ มาหาอิแม่ค่ะลูก แม่กอดปลอบนะ *ไม่ได้จะลวนลามนะ ออกตัวไว้ก่อน*

    ก็ถ้าอิกัมจงมันจะจ๊าดง่าวขนาดนั้น น้องฮุนก็ไม่ต้องเสียเวลากับมันนะคะ *บอกทัั้งที่รู้ว่าฮุนนาของอิแม่ทำไม่ได้* 


    อิแม่เห็นน้องฮุนเสียใจก้เสียจริตค่ะ ยิ่งฉากไข้ขึ้นไม่สบาย....โฮวววววว  *วกกลับไปหลังมืออิดำกัมจงเน้นๆ อีกสามทีติด*

    อิแม่ใจจะขาด... อิแม่น้ำตาคลอค่ะ (อาการหนักกว่าน้องฮุนละกรู)

    มันเจ็บมันปวดมันทรมานนะ... อิแม่เข้าใจ อิแม่เคยเป็น ฮืออออ 


    อิแม่อยากจะเจ็บแทนนนน (เว่อ!)



    คยองซู...หนูน่ารักค่ะ แต่ขอผ่านไปก่อนนะ *นี่ไม่ได้งอนน้องนะคะ ออกตัวไว้ก่อน*



    พี่ลู่ววววของน้องงงงงงงงงงงงงงงงงง พี่หล่อค่ะ พี่แมนค่ะ พี่แสนดีค่ะ พี่คือเฟอร์ดเฟคแมน แสนเท่ เสน่ห์ล้ำค่ะ *นี่ไม่ได้อวยเกินเหตุนะ เอ่ยอ้างตามที่เห็น* ต่อที่พี่ลูวมาประคองน้องฮุนนั่นสุดยอดพี่ชายแห่งปีเลยค่ะ ใจเต้นรัวๆ ขอยกหนูแบคให้เดี๋ยวนี้เลยได้ป่ะคะ?

    ยิ่งถ้าเทียบกับอิกัมจงนะคะ  คุณพี่ลู่วของน้องนั้นเลิศเลอมากค่ะ!!!

    นี่เปล่าลำเอียงนะคะ แต่อิชั้นเป็นคนมีมาตรฐานอย่างชัดเจนค่ะ และ คิมจงอินไม่ใช่ผู้ชายในมาตรฐานของอิชั้นค่ะ


    *โดนจงอินแฟนฆาตกรรม*


    เก๊าอยากอ่านต่อแล้วอ่ะตัวเธอออออออ  ฮือออออออออ ลงอีกสักสองตอนได้ไหมอ่ะ อยากให้ผ่านมาม่าไปก่อน คือกว่าเด็กพวกนี้จะเปลี่ยนเป็น Wolf ก็กินมาม่ามาเป็นปีๆ แล้วนะคะ (เกี่ยว?)



    ปล. อิอาจารย์หมอ...อย่าโรคจิตค่ะ สนุกนะคะ สนุกอยู่คนเดียวเลยค่ะเมิงงงงง




    #424
    0
  8. #421 นัก_อ่าน_เงา_ (@thanakim) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 01:06
    ตะไมเม้นเค้าหายอ่ะ  TT^TT ดีนะก๊อปไว้
    โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
    กัมจงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    แกน่าสงสารนะ แต่.....มันไม่เกี่ยวกะความซึนของแกรรรรร
    เดี๋ยวปั๊ดตรบร่วงเลยนี่ บังอาจมากแกรรร บังอาจมากกกกก
    ที่มาทำให้น้องฮุยของพี่ลู่เป็นไข้ใจถึงขั้นนอนซมถูกหามเข้าโรงบาลแบบเน้
    แบบเน้มันต้องให้พี่ลู่จัดการรรรร พี่ลู่จัดการมันเลยยยยย
    เอาให้หนักเลยยยยย อย่าได้ไปยอมถึงแม้น้องฮุนจะอ้อนยังไงก็เถอะ
    จาร์หมอค่ะ ถามจริ๊งงงงง เห้นเป็นเรื่องสนุกอย่างเดียวเลยป่ะ?
    โด่ววววววววววววววว แน่จริงจารย์ก็โทรบอกอิกัมจงมันเด้
    ปล....ตัวเองงงเค้าขอเรื่องนี้จบก่อนตัวเองไปได้ป่ะอ่ะ 
    #421
    0
  9. #420 นัก_อ่าน_เงา_ (@thanakim) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 01:01
    โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
    กัมจงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    แกน่าสงสารนะ แต่.....มันไม่เกี่ยวกะความซึนของแกรรรรร
    เดี๋ยวปั๊ดตรบร่วงเลยนี่ บังอาจมากแกรรร บังอาจมากกกกก
    ที่มาทำให้น้องฮุยของพี่ลู่เป็นไข้ใจถึงขั้นนอนซมถูกหามเข้าโรงบาลแบบเน้
    แบบเน้มันต้องให้พี่ลู่จัดการรรรร พี่ลู่จัดการมันเลยยยยย
    เอาให้หนักเลยยยยย อย่าได้ไปยอมถึงแม้น้องฮุนจะอ้อนยังไงก็เถอะ
    จาร์หมอค่ะ ถามจริ๊งงงงง เห้นเป็นเรื่องสนุกอย่างเดียวเลยป่ะ?
    โด่ววววววววววววววว แน่จริงจารย์ก็โทรบอกอิกัมจงมันเด้
    ปล....ตัวเองงงเค้าขอเรื่องนี้จบก่อนตัวเองไปได้ป่ะอ่ะ 
    #420
    0