[Fic EXO] Love Match [ LuBaek,KaiHun and KrisYeol]

ตอนที่ 2 : Love Match [KrisYeol] Intro +01รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 ก.ย. 56

Love_Match[1]

Pairing :   KrisYeol

By  winata

Note: รีไรท์ใหม่เพื่อทำให้อ่านลื่นไหลกว่าเดิม^^


 

Intro

 



 

พวกคุณว่าชีวิตของคนเรานั้นจะเจอคนที่รักและเป็นคนที่สวรรค์ส่งมาเพื่อเราได้สักกี่ครั้งกัน

 

ผมอาจจะดูเจ้าชู้อย่างที่ใครๆว่า แต่มันก็ไม่ผิดไม่ใช่หรือ? ถ้าผมยังไม่เจอคนที่ใช่ผมก็ต้องค้นหา

 

ผมอาจจะดูน่ากลัวสำหรับใครหลายคน แต่เชื่อเถอะว่าถ้าผมอยู่กับคนที่ผมรัก ผมก็พร้อมที่จะทำตัวน่ารักให้เขาได้ยิ้มหรือหัวเราะเสมอนั่นแหละ เพราะ ความสุขของเขาก็คือความสุขของผม

 

แล้ววันนั้นที่ผมเห็นนางฟ้าของผมเดินเข้ามาในสายตา ขอบอกเลยว่าคนนี้แหละที่พระเจ้าส่งมาให้ผม แม้ว่าผมจะไม่เชื่อในเรื่องของพระเจ้ามากนักก็ตาม

 

“เอาไงดีวะ ถ้าเธอเดินผ่านไปต้องจบกันแน่ๆ” แล้วมันก็ทำให้ผมตัดสินใจเดินเข้าไปชนเธอคนนั้น

 

ดวงตากลมโตที่ดูใสซื่อคู่นั้น ปลายจมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มสีแดง ตัวนุ่มนิ่มน่ากอด กลิ่นหอมอ่อนจางๆ ทำเอาผมหัวหมุนและหยุดนิ่งอยู่กับที่เมื่อปลายจมูกนั้นเฉียดมาที่แก้มของผม

 

เธอคนนี้จะรู้หรือเปล่านะว่าเธอคือรักแรกพบของผมเลย

 

เป็นเมะ?”

 

หื้ม? ใช่ พี่เป็นเมะ ทำไมวะ

 

อย่าบอกนะว่าคิดว่าฉันเป็นเคะ? เพราะหน้าตาฉันน่ะนะ? .. ก็พ่อแม่หน้าตาดีอ่ะมึงจะให้กูทำไงเกิดมาก็หน้าตาน่ารักเลยไง”

 

ตลกตายล่ะ  ลาขาดเลยนะ

 

คนที่ผมชอบ คนที่สวรรค์ส่งมาให้ดันเป็น เมะเหมือนกันกับผม!! นี่แม่งมันเรื่องห่าเหวอะไรวะเนี่ย!!

 

แถมไม่ใช่เมะธรรมดาอีกด้วย แต่ชานยอลกลับเป็น เมะโลลิ!! บรรลัยล่ะกู หลักฐานคามือเลยกับกางเกงลูกไม้ในมือน่ะ

 

แต่ในเมื่อนายคือคนที่ใช่สำหรับฉัน...ฉันก็คงปล่อยให้ให้นายไปอยู่กับใครอื่นไม่ได้หรอก

 

นายคงต้องเป็นของฉันคนเดียวนะชานยอล! ไม่ว่าจะวิธีไหนฉันก็จะทำให้นายมาเป็นของฉันและนอนใต้ร่างฉันให้ได้!!

 

จะเมะหรืออะไรก็ไม่สนแล้ว ก็หัวใจมันบอกว่าใช่

 

คนนี้ก็คือคนที่ใช่สำหรับผม….แค่คนเดียว!


 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++





Ch.1

 

No!  โน๊ววววววว 

อ้ากกกกก!!!! นรกลงหัวแล้วไหมล่ะเนี่ย  โอ้ย!! บัดซบเถอะ!

 

นั่นคือเสียงคร่ำครวญของผมเองแหละ ผมวิ่งพรวดออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่เรียกว่าไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำ จัดการเช็ดตัวลวกๆก่อนจะถลาไปคว้าชุดนักศึกษาที่แขวนรอมาสวมด้วยความเร็วแสง


 

ทรงผมสั้นฝีมือช่างทำผมแต๋วแตกเนรมิตทำเอาซะเกาหลียังอายของผมถูกจัดด้วยแว๊กซ์ในเวลาแค่สิบห้าวินาที

 

อย่าให้มากกว่านั้นเดี๋ยวจะหล่อจนสาวๆในมหา’ลัยตามกรี๊ดกันมากกว่านี้ จากนั้นผมก็คว้าเอากระเป๋าสะพายสีน้ำตาลเข้มที่บรรจุตำราเรียนเอาไว้แล้วมาถือไว้ อีกมือก็คว้ากระเป๋ากล้องมาคล้องสะพายไหล่ก่อนจะวิ่งจู๊ดไปที่ชั้นวางรองเท้า

 

ผมยืนทำหน้าชนิดที่ว่าคุณต้องนึกไม่ถึงเป็นแน่ ให้ตายเถอะจอร์ช! ผมจะใส่รองเท้าคู่ไหนไปเรียนดีวะเนี่ย

 

ผ้าใบคู่โปรดสองคู่ตอนนี้นอนแอ้งแม้งแช่น้ำอยู่ในกะละมังซักผ้าหลังห้องพัก ไอ้คู่ที่วางอยู่ก็เน่าซะอุบาทว์เรียกพ่อ สายตาที่มีความยาวน้อยกว่าคนปรกติไปหลายร้อยของผมมองลอดผ่านเลนส์แว่นตาอันโปรด พยายามมองหารองเท้าที่พอจะใส่ไปเรียนพร้อมกับชุดนักศึกษาชายสุดเท่บนตัวของผมได้ ซึ่ง... มันไม่มีสักคู่...
 

เอาวะ!!!...

 

ผมตัดสินใจ เดินกลับไปเปิดตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง รื้อๆ ค้นๆ อยู่พักใหญ่ ก็เจอกับกล่องรองเท้าที่วางอยู่ล่างสุดของตู้ ตั้งแต่ซื้อมาก็เอาเก็บไว้ในนั้นตลอด จะมีใครบ้าเท่าผมอีกไหมที่เอารองเท้าไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า ไม่มีหรอกมั้ง...

 

แต่ถ้าจะมีก็ช่างเถอะ ผมไม่มีเวลามาสนใจหรอก เพราะผมต้องรีบไปเข้าเรียน วันนี้มีสิ่งสุดพิเศษรออยู่น่ะซี้~

 

ผมตื่นสายในวันสำคัญสุดๆอย่างนี้ รองเท้าคู่โปรดก็ไม่ได้ใส่จนต้องคว้าเอาสนีกเกอร์สีแดงดำมาใส่ให้เข้ากับชุดนักศึกษาขนาดพอดีกับตัวผม แต่ชายกางเกงมันเหมือนจะสั้นไปสักนิดนะ ผมว่า... เอ? หรือผมสูงขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

แต่ก็เอาเถอะมันไม่สำคัญอะไรทั้งนั้นแหละ เพราะยังไงตอนนี้ผมก็สายโด่งอยู่ดี  ผมมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าห้องเล็คเชอร์ก่อนจะค่อยๆแอบย่องเข้าไป

 

ไอ้จินแทค ตัวแสบของกลุ่มกวักมือเรียกผมทันที มันเคลียร์เก้าอี้เล็คเชอร์ข้างๆตัวมันให้ผม ไม่รอให้อะไรมาขวางหรอก ผมรีบไปนั่งข้างๆมันทันที

 

ทำไมเพิ่งมาวะ” มันกระซิบถามผมทันทีที่ผมนั่ง

กูตื่นสาย นาฬิกาแม่งไม่ปลุก” ผมกระซิบตอบ

 

นาฬิกาไม่ปลุก หรือมึงไม่ยอมตื่นกันแน่ไอ้ชานยอล” นั่นหรือปากมึง กรุณาอย่าพูดความจริงได้ปะ? ผมหันไปหรี่ตามองเจ้าของประโยคระคายหูนั้น ผู้หญิงตัวเล็กผมซอยสั้น แต่ยังยาวกว่าผมยักคิ้วจึ๊กๆตอบกลับมา กวนตีนแล้วไหมล่ะไอ้มิเรียม

 

เรียนไปถึงไหนแล้ววะ”

 

ดีว่าวันนี้อาจารย์จินไม่สบายกะทันหันน่ะดิ อาจารย์อูเลยมาเล็คเชอร์แทน ไม่งั้นตายแน่มึง พรีเซ็นต์กลุ่มแรกด้วย”
นี่แหละคือสิ่งพิเศษที่รอผมอยู่  วะฮะฮ่าๆ

 

ผมเลิกคุยกับไอ้จินแทคกับไอ้มิเรียมแล้วตั้งหน้าตั้งตาเรียน ไม่ใช่ว่าผมขยันหรอกนะครับ แต่ผมเรียนไม่เก่งอย่างพระเอกฟิคเรื่องอื่นๆต่างหาก เกรดของผมเป็นประเภทได้เกรดนิยมซะด้วยสิ... ก็เลยต้องขยันๆสักหน่อย

 

จะว่าไปผมยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลยสินะครับ ชื่อของผมคือ “ชานยอล” อะๆ ไม่ใช่ นักร้องแร๊พสุดเท่วง EXO หรอกนะครับผมไม่หล่อขนาดนั้นหรอก

 

น้ำหน้าอย่างผมก็แค่พอจะมีสาวๆ มองบ้างหรอก แต่ไม่ได้เลิศเลอเหมือนคนอื่นๆหรอกนะ ผมมั่นใจว่าหน้าตาอย่างผมไปเดินวัดตอนกลางคืนแล้วหมาไม่หอนน่ะ

 

ก็ถ้าผมแต่งตัวสักหน่อย จัดนั่น โน่น นี่ บ้าง...ก็พอดูได้... อย่างน้อยๆ ตั้งแต่เข้ามาเรียนที่นี่ก็ไปจีบสาวๆติดมาสามสี่คนแล้วล่ะ แต่ส่วนมากโดนไอ้มิเรียมกันท่าโดนไอ้จินแทคแทงข้างหลังไปตลอด (ไอ้ชาติชั่ว!) ผมเลยต้องโสดจนอยู่ปีสามแล้วนี่แหละ พูดแล้วเศร้ายิ่งกว่าวงเวียนชีวิต

 

อ่อ..ลืมบอกไป ผมเรียนโบราณคดีครับ

 

มหา’ลัยของผมนี่ก็... อยู่ชานเมืองของโซลเลยล่ะ แต่มหาวิทยาลัยของเราก็ดังอยู่น เป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติมหาวิทยาลัยแรกของประเทศเกาหลีใต้ ประวัติศาสตร์โคตรๆ และผมก็ฟลุ๊คโคตรๆที่สอบติด สงสัยออมม่าไปบนไว้ดี เสียหมูไปหลายตัว อิอิ

 

กิจกรรมยามว่างของผมคือสถิตอยู่ในชมรมถ่ายรูปครับ สาวคนไหนอยากให้พี่ชานยอลถ่ายรูปให้ก็มาบอกนะ พี่คิดราคาถูกๆพร้อมแต๊ะอั๋งอีกนิด หุหุ

 

ผมเป็นไบ ขอพูดแบบเปิดอกแบนๆนี้เลยว่าผมเป็นไบ ผมชอบผู้หญิงแต่ผู้ชายก็ได้นะ ซึ่งส่วนใหญ่จะหนักไปทางผู้หญิงหน่อย เฮ้ๆ เห็นหน้าหวานๆแบบนี้แต่ผมน่ะเมะตัวพ่อนะจะบอกให้ ผมไม่ชอบให้ใครมาเรียกผมว่าเคะหรอกนะ เพราะผมน่ะเมะอยู่แล้วแน่นอนไม่ให้ใครเสียบหรอกเพราะผมต้องเป็นฝ่ายเสียบเขาสิ!

 

และผมก็ชอบผู้หญิงที่หุ่นสวยเหมือนนางแบบนั่นล่ะสเป็คเลย พูดแล้วน้ำลายไหล อุ้ย.. ไม่ใช่ล่ะ ผมไม่ชอบคนที่เมะเหมือนกัน คิดดูสิ เมะกับเมะมาเจอกัน ใครจะเสียบใคร? แน่นอนว่าผมไม่ยอมหรอก โกลด์นี้พี่ขอรักษาไว้ยิ่งชีพ!!

 

ผมโสดครับ อย่างที่บอกมิเรียมไอ้เพื่อนสนิทที่แสนดี(หรือเปล่า) พ่วงตำแหน่งลูกพี่ลูกน้องมาด้วย ทำหน้าที่เป็นไม้กันหมาโดยที่ผมไม่ต้องการมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ตลอดระยะเวลาเกือบยี่สิบปีของผม ไม่เคยสัมผัสกับคำว่าแฟนเพราะมันนี่แหละ

 

ไหนจะไอ้จินแทคอีกล่ะ ช่างน่าเศร้าแท้ ไอ้ผู้ชายที่เกิดมาสมบูรณ์แบบทุกด้าน ไม่ว่าจะเรียน กีฬา ฐานะ หน้าตานี่ไม่ต้องบรรยาย สาวๆ ทั้งมหา’ลัยแทบจะพลีกายถวายชีวิตขอแค่มันปรายตามองเถอะหรือแม้แต่หนุ่มน้อยร่างบางทั้งหลายด้วยก็ตาม แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงไม่มีแฟนสักที ไม่ยอมควงสาว(หรือหนุ่มสักคน)จริงๆ จังๆสักที  แต่พอมีสาวมาจีบผม(หรือผมไปจีบเขา)ทีไร สุดท้ายก็โดนไอ้จินแทคคาบไปแดกทุกทีสิน่า
 

ดังนั้น...บอกได้คำเดียวว่า... ผมยังซิง! เช็ดเป็ด!!!

 

 

เฮ้ยๆ ไปกินตอกบกกีกัน เดี๋ยวค่อยกลับมาเข้าชมรมฯ” ทันทีที่หมดคาบเรียน ไอ้มิเรียมตัวดีก็นำเสนอความคิดอันแสนบรรเจิดเกี่ยวกับเรื่องกินทันที ซึ่งจะว่าไปมันก็มีอยู่อย่างเดียวที่เสนอนั่นแหละคือร้านตอกรถเข็นเยื้องหน้ามหา’ลัย

 

อย่างอื่นบ้างเถอะ เบื่อว่ะ” ไอ้จินแทคบอกปัดง่ายๆแต่มีหรือไอ้มิเรียมจะยอม  มันไม่เคยยอมใครอยู่แล้วล่ะ

 

แล้วจะกินอะไรไม่ทราบ แกดูดิที่โรงอาหารคนยังกับมด ร้านอร่อยๆก็แทบจะต้องต่อแถวไปถึงชาติหน้า ฉันขี้เกียจรอ แล้วนี่แกดู ดู๊! ฉันน่ะน้ำหนักขึ้นมาสองโล อย่าได้ฝันเลยนะว่าถ้าไอ้สองโลนี้ไม่หายไปจากตัวฉันเนี่ย ฉันไม่มีวันกินพวกเนื้อ นม ไข่ เด็ดขาด!!” เชื่อผมไหมล่ะว่าไอ้มิเรียมมันไม่เคยยอมใคร มันไม่กินเนื้อ นม ไข่แต่กินแป้งครับ

ชาตินี้คงผอมจ๊ะแม่คุ๊ณ~~

 

ใครใช้ให้แกกินละวะ หน้าฉันจะเป็นตอกอยู่แล้วนะ กลางวัน เย็น มื้อดึก นี่ถ้าร้านมันเปิดตอนหกโมงเช้า ไม่แคล้วแกได้ลากพวกฉันไปกินอีก” ไอ้จินแทคเถียง ซึ่งแน่นอนว่าไอ้มิเรียมก็คงจะไม่ลดราวาศอก

 

แก๊!! ไอ้เวรจินแทค แกไม่ได้มาเป็นผู้หญิงแกไม่รู้หรอก ว่าน้ำหนักขึ้นน่ะมันเลวร้ายขนาดไหน แกรู้อะไรไหมว่าน้ำหนักขึ้น เอวก็เพิ่ม ขาก็ใหญ่ หน้าท้องล่ะ กางเกงที่เคยใส่ก็ใส่ไม่ได้ ต้องหาซื้อใหม่ แล้วเงินล่ะ ฉันก็ต้องขอเพิ่มใช่มั้ย แล้วแม่ฉันก็ต้องโวยอีก กว่าจะได้เงินมาต้องปากเปียกปากแฉะขนาดไหน แล้วกว่าจะหากางเกงที่สวยๆได้อีก”

 

พอๆไปกินตอกก็ได้วะ ไปๆๆ” เป็นผมเองนี่ล่ะที่เข้าไปขวางการโต้วาทีครั้งนี้ จากเท่าที่ดูอาการกำลังจะอ้าปากเถียงของไอ้จินแทค

 

ผมว่าชาตินี้ผมคงไม่ได้กินอะไรเป็นแน่ หิวตายเป็นผีเฝ้าห้องเรียนนี่ล่ะ

 

นี่ ต้องดูอย่างไอ้ชานยอลสิ มันต้องอย่างนี้สิเพื่อนรัก!” ไอ้มิเรียมว่าพร้อมกับยกมือขึ้นตบไหล่ของผมแปะๆ

 

ไม่ใช่อะไรหรอกกูรำคาญพวกมึงสองคนมากกว่า” ผมว่าก่อนจะเดินนำพวกมันไปหน้าตาเฉย อยากจะเดินให้เร็วกว่านี้หรอกนะครับแต่แบบไอ้สนีกเกอร์เวร! มันเป็นของใหม่ไง มันไม่ชินบวกกัดเจ็บอย่างแรงเลยแท่ดๆกับพื้นไปอย่างช้าๆ คิดแล้วน้ำตาจะไหล.. ขอแชร์ก็ไม่ได้ด้วย

 

เราสามคนมายืนกินตอกบกกีที่ร้านรถเข็นอาจุมม่ายองมีหน้ามหา’ลัย ซึ่งมันก็เหมือนเดิมทุกๆวัน รสชาติก็ไม่ได้ทำให้ผมเรียนเก่งขึ้น หรือทำให้ผมมีแฟนสักคน แต่ที่ต่างจากทุกวันคือความเผ็ด

 

มึงว่าวันนี้ป้าแกทำพริกหกกี่ถุงในกะบะวะ เผ็ดชิบ” ผมบ่นหลังจากเดินออกจากร้าน ผมเป็นคนกินเผ็ดไม่ค่อยได้ ดังนั้นปากอันอวบอิ่มของผมก็เลยบวมเจ่อและแดงทันที ฮือ.....
 

พอเจออาหารรสจัดๆ ทีไรเป็นหน้าแดง ปากแดงทุกที แถมผมยังเป็นคนผิวขาวด้วยนะ

 

มันเลยแบบ แดงแป๊ด~~ (ลากด.เด็กไปอีกแสนล้านตัว)

 

ก็ไม่เห็นจะเป็นไรนิ กินเผ็ดสักนิดสักหน่อย จะได้ช่วยลดน้ำหนักไงมึง”  เหอะ ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นผู้หญิง ผมจะถีบยอดหน้ามันล่ะ

 

อย่าว่ากูด่าเลยนะมิเรียม  มึงน่ะที่ผ่านมาก็ไม่ได้ดูมีอะไรอยู่แล้ว ให้มันขึ้นมาอีกสักห้าโลยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลยว่ะ ชอบหันหลังคุยกับเพื่อนกับฝูงอยู่เรื่อย”  นี่ไงละปากไอ้จินแทค นรกกำลังจะมาเยือนล่ะพี่น้อง
 

ไอ้คนหยาบคาย!!” ไอ้มิเรียมวี๊ดว๊ายเสียงดัง ผมส่ายหน้าก่อนจะเดินซู๊ดปากกลับเข้าไปในมหา’ลัย บ่ายนี้ผมมีชมรมฯด้วยสิ ไม่อยากเสวนากับไอ้พวกคนสาระน้อยพวกนี้อีก

 

เฮ้ย! ว่าจะทักก็ลืม ทำไมใส่สนีกเกอร์คู่นี้มาวะ ไม่เคยเห็น”

 

รองเท้าซักว่ะ เน่าจัด” ผมตอบสั้นๆพยายามค้นเอาทิชชูในกระเป๋าสะพายออกมาซับเหงื่อที่เกิดจากความเผ็ดของตอกบกกีมหาประลัย (คิดชื่อให้ใหม่เสร็จสรรพเลยไงล่ะ)

 

แล้วแกเป็นอะไรเยอะแยะเนี่ยไอ้ชานยอล” ไอ้มิเรียมถามขึ้นอีกมันไม่เคยสำนึกเลยสินะว่าทำผมเผ็ดได้ขนาดนี้น่ะ

 

กูเผ็ด

 

เฮ้ย!” ทั้งสองคนอุทานขึ้นพร้อมกัน

 

ขนาดนี้เลยเหรอวะ” ผมพยักหน้ากับคำพูดไอ้มีเรียม มันเผ็ดจริงๆนะสำหรับผมน่ะ ตั้งแต่เด็กแล้วเวลากินเผ็ดมากๆ หน้าจะแดง คอแดง ปากจะเจ่อแล้วก็แดง ไม่ใช่ว่าแพ้นะครับแต่กินรสจัดไม่ได้จริงๆ

 

โทษทีว่ะที่ไม่ได้บอกก่อนว่าวันนี้ตอกเผ็ดเชี่ยๆ”

 

ช่างเถอะผมว่าก่อนจะเดินไปเรื่อยๆ ให้ตายไอ้รองเท้านี่เดินลำบากชะมัด แถมผมเริ่มเจ็บส้นเท้าแล้วสิ มึงอย่าหนีบให้มาก เดี๋ยวพ่อฟาดคอหักซะหรอก!!

 

รองเท้ากัดกูแน่เลยว่ะไอ้จินแทค” ผมบ่น แต่ไอ้เพื่อนเวรสองตัวนั้นกลับหัวเราะร่า โกรธว่ะ บอกตรงนี้เลยกูโกรธพวกมึงมาก ไอ้เพื่อนเลว!

 

เออเพิ่งนึกได้ แกสองคนไปชมรมฯก่อนเลยนะ ฉันแวะไปคืนหนังสือที่หอสมุดก่อน” มันไม่รอให้พวกผมว่าอะไรอีก
ไอ้มิเรียมก็วิ่งแยกตัวออกไปหน้าตาเฉย ไม่น่าเชื่อนะว่าขาสั้นๆของมันจะวิ่งได้เร็วแบบนั้น


 

เฮ้ย!! รอด้วยไอ้มิเรียม ไปด้วย” ไอ้จินแทคเรียกก่อนจะหันมาบอกผม

 

“พยายามเดินไปก่อนนะ เดี๋ยวไปยืมหนังสือก่อนว่ะ ว่าจะไปค้นหลายทีละ ไปล่ะ” แล้วมันก็เป็นอีกคนที่วิ่งหนีผมไป ดี... ดีกันจริงๆ ไอ้เพื่อนชั่ว!!

 

ผมเดินไปช้าๆ  โห.... เชื่อเถอะเกิดมาผมไม่เคยเดินช้าแบบนี้มาก่อนเลย เดินยากจริงๆ แถมยังจะโดนไอ้รองเท้าไม่รักดีกัดอีก ฮือๆๆๆ ซื้อมาตั้งแพงยังจะมาทรยศกันอีก!!

 

ปากของผมก็ยังแดงเจ่อราวกับทาลิปสติกสีแดงอยู่เลย แต๋วมากอ่ะจะบอกให้ แล้วแถมอากาศตอนบ่ายอย่างนี้ก็ร้อนจะตายผิดกับช่วงเช้าของฤดูหนาวเลย...

 

แล้วผมก็พึงสังวรได้ว่า ผมคงต้องไปทำบุญล้างซวยบ้างแล้วล่ะ เพราะขณะที่ผมเดินๆอยู่ แค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นจริงๆนะครับ

ร่างของผมก็เซถลาไปด้านข้างทันทีโดยไม่ทันตั้งตัวอะไรสักอย่าง ไอ้รองเท้าที่ควรจะช่วยยึดเหนี่ยวก็ไม่มีช่วยกันเสียล่ะ

 

เฮ้ย!”

 

ระวังครับคุณ!” เสียงเตือนนั้นดังขึ้น เป็นเสียงผู้ชายแน่นอน แต่ผมไม่มีเวลามาสังเกตอะไรหรอก เพราะตอนนี้ผมกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่า ....ภาพสโลวโมชั่น

 

พื้นดินตรงหน้ามันขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ช้าๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว ผมต่างหากที่กำลังล้มตัวลงไปหามัน ผมต้องเจ็บหัวเข่าแน่ๆ แล้วก็ตามด้วยข้อเท้า 

 

อ่อ... มือด้วยแน่นอน เพราะตอนนี้ผมกำลังยื่นมือไปข้างหน้า หวังจะเอามันรับน้ำหนักตัวเองที่เสียสมดุลไปแล้ว

 

แต่แล้วจู่ๆ ภาพสโลวโมชั่นนั้นก็กลับเข้าสู่สภาพปรกติอย่างที่สุด ร่างของผมถูกกระชากจากด้านหลัง ผมสัมผัสได้ถึงท่อนแขนแข็งแรงที่โอบรัดรอบเอวผมไว้แน่น ก่อนที่วินาทีต่อมาแผ่นหลังของผมจะสัมผัสกับความแน่นของมัดกล้ามใต้เสื้อผ้าของเจ้าของท่อนแขนนั้น

 

ก็อุ่นอยู่หรอกนะ แต่จะบ้าเหรอ! มาคิดอะไรตอนนี้ ไอ้บ้า!!

 

เป็นอะไรหรือเปล่า?” เสียงทุ้มๆจากด้านหลังนั้นทำเอาต่อมรังสีวายในตัวผมทำงานทันที

 

โอ้ว... จะดีมากเลยนะถ้าผมเป็นคนโอบกอดนะ

 

เอ่อ... เออะ... เอ่อ... ไม่... ไม่เป็นไร” ผมอึกอักตอบกลับไป สายตาผมมองไปยังพื้นข้างหน้าที่มีกระเป๋าสะพายของตัวเองหล่น ข้าวของกระจาย สายมันขาดหรือเนี่ย ใบโปรดซะด้วย(และก็เน่ามากด้วย) ดีนะที่กระเป๋ากล้องไม่หล่นไปด้วย 

 

ผมมัวแต่ตะลึงกับภาพตรงหน้าจนไม่ได้สังเกตว่าเจ้าของอ้อมแขนผละออกจากตัวผมช้าๆ มารู้ตัวก็ตอนที่เหมือนมันจะแปล๊บๆที่ข้อเท้าจนทรงตัวไม่อยู่นั่นแหละ

 

โอ๊ะ” ผมอุทานและเร็วยิ่งกว่าอะไร อ้อมกอดที่คิดว่าจะไม่กระชับอยู่บนตัวของผมแล้วนั้น มันก็กลับมาอีกครั้งแต่คราวนี้โอบประคองไปทั้งไหล่ของผมเลย

 

เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เสียงนุ่มหูนั่นถาม ให้ตายเถอะ ใบหน้าผมร้อนซู่  ก็เสียงนั้นมันอยู่ใกล้ๆ นี่เอง ใกล้แบบลมหายใจกระทบต้นคอโล่งๆ ของผมนี่แหละ

 

หางตาของผมชำเลืองมองใบหน้าที่อยู่ในรัศมีการมองเห็น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่โชยมาแตะจมูกนั้นทำเอาใจผมเต้นเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

 

ผมไม่กล้าหันหน้าไปมองเจ้าของเสียงให้ถนัด เพราะระยะห่างนั้นมันน่าหัวใจวายตายจริงๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆนั่นอีก โอ๊ย!! งานนี้ผมคงต้องไปเช็คหัวใจแล้วล่ะ  หัวใจของผมมันเต้นเร็วเกินไปแล้ว!!

 

ข้อเท้าเจ็บหรือเปล่าเนี่ย” เสียงทุ้มนั้นเอ่ยถามอีกครั้ง ผมทำได้แค่ก้มหน้าลงแล้วส่ายหน้าก่อนที่จะพยายามทิ้งน้ำหนักตัวลงที่ขาข้างซ้ายแต่มันก็ไม่ไหว 

 

ผมเซอีกรอบอ้อมแขนที่โอบอยู่ก็กระชับทันทีเช่นกันแต่คราวนี้ผมค่อนข้างจะตกใจ ก็เพราะไอ้กลิ่นหอมเย็นๆและความแน่นของอ้อมกอดนั่นแหละมันทำให้ผมสติแตก ผมหันหน้าไปทางคนที่กอดผมอยู่และผมก็ไม่น่าลืมไปเลยจริงๆว่าระยะห่างของผมกับคนที่ช่วยผมนั้นมันใกล้กันจนน่ากลัว...

 

ปลายจมูกโด่งของผมแตะเบาๆกับแก้มเนียนของเจ้าของกลิ่นน้ำหอมชวนหวั่นไหวนั้น สัมผัสนั่นมันทำเอาหัวใจของผมเต้นรัวหนักกว่าเดิม แถมกลิ่นที่ชวนหลงนั้นก็หอมติดจมูกเสียแล้วด้วยสิ

 

นาย... คนที่ช่วยผม ดูจะตกใจไปไม่น้อยกว่าผมเลย

 

ดวงตาคมคู่นั้นเบิ่งกว้างแล้วหันมาสบกับผม มันทำให้เราได้สบตากัน นัยน์ตาของเขาสีน้ำตาลอ่อน... อ่อนมากจริงๆ

 

ผมไม่เคยเห็นดวงตาสีน้ำตาลที่สีอ่อนสวยขนาดนี้มาก่อนเลย นอกจากจะสวยแล้ว มันเหมือนกับว่าดวงตาคู่นั้นดึงดูดผมอย่างประหลาด นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมจดจำได้บนใบหน้าคมนั่น

 

เพราะในวินาทีที่เราค่อยๆขยับใบหน้าให้ออกห่างจากกันช้าๆ เมื่อผมได้มีโอกาสสังเกตอะไรบางอย่างตอนที่ นายคนนั้น...ที่ช่วยเหลือผมค่อยๆ พยุงผมไปยืนพิงกับราวกั้นทางเดิน แล้วเจ้าตัวก็วกกลับมาเก็บของที่ตกเกลื่อนพื้นของผมนั้น...

 

ผมก็ได้รู้ว่า... พระเจ้าชอบแกล้งมนุษย์โลก

...นั่นมัน...

 

เมะ!!!...

 

เมะ ชัดๆ

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด  (แล้วจะร้องทำไมกันล่ะเนี่ย)


 

++++++++++++++++++++++tbc+++++++++++++++++++++++



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,423 ความคิดเห็น

  1. #1417 Fa-eal (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 18:42
    ชานยอลน้องดูยังไงคะว่าเมะไหมม
    #1,417
    0
  2. #1389 fanchan_ky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 14:11
    ชานยอลเอ้ยยยยยยยยย อะไรจะเผ็ดขนาดน้านนนนนนนนน พี่คริสใช่มั้ย?พี่คริสใช่รึป่าวที่ช่วยพี่ชานของเราไว้
    #1,389
    0
  3. #1354 rainbowky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 12:25
    อ๊ายยยยยยยๆๆๆๆๆ. น่าร๊ากกกกกกก น้องยอลดูกากมาก ยังซิงอยู่แท้ๆ รู้ได้ไงว่าตัวเองเป็นเมะ ต้องลองก่อนสิคะ หึหึ
    #1,354
    0
  4. #1347 Kansas (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 00:09
    ชานยอลตื่นนะลูกๆๆคงไม่มีเคะมาประคองโอบร่างแกหรอกยอล5555
    #1,347
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #1297 khainoy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 17:42
    งานนี้เมะชนเมะซะแล้ว
    #1,297
    0
  7. #1270 kookดดด (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2557 / 13:57
    ยอมรับซะเถอะชานยอล แกนะเคะตัวพ่อ(?)เลย! *[]*
    #1,270
    0
  8. #1196 graywolfoxxo88 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 08:33
    ห้ะ ชานยอลอย่าคิดไปเองเส่ แกอ่ะเคะชัดๆ 
    เมะที่ไหนเขาจะเซ็กซี่ขนาดนี้ล่ะ555555
    หรือว่าแกคิดว่าจะมีเคะมาโอบแกห้ะ!!55555
    เคะที่ไหนมีกล้ามเป็นมัดๆบ้างล่ะ#ถถถถถถ
    #1,196
    0
  9. #1062 nansp2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 12:08
    ยอลนี่เมะแล้วเหรอ?
    #1,062
    0
  10. #900 mcmaxxim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 15:53
    5555555555555555555555555555555555555555



    ชานเอ๊ย แกคิดว่าผู้ชายที่เป็รเคะเค้าจะโอบอุ้มแกหรอ
    #900
    0
  11. #803 kunyaratboice (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2556 / 02:00
    เมะกับเมะ555
    ใครจะยอมเคะล่ะทีนี้
    #803
    0
  12. #794 bleachman (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2556 / 02:08
    ฮ่าๆๆๆ

    แหม่ มีคนได้เสียบก็งานนี้แหละค่ะ #ขอหยาบแปร๊บบบบบบบ
    #794
    0
  13. #638 eurng (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 12:07
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย
    พรหมลิขิตเถอะคะ
    #638
    0
  14. #620 PPP (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2556 / 08:03
    ชานยอลเป็นพระเอกฟิคหรา 55555

    แมนจริงๆนะเนี่ย รอพี่ริส มาปราบ
    #620
    0
  15. #301 am-bezi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2556 / 19:16
    ว๊ายยย ชานยอล แกจะเมะได้นานแค่ไหนกัน .... 
    #301
    0
  16. #239 may0904 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2556 / 09:12
    ยอลจะเมะจริงดิ?
    #239
    0
  17. #181 ranna_taji (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 01:39
    ถถถถถเมะปลองเจอเมะจริงอันไหนจะวินคงไม่ต้องสืบ
    #181
    0
  18. #161 leedongdang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2556 / 23:23
    หนูๆๆๆ เป็นเคะเถอะลูก 
    เจออิพี่คริสเช้าไปเงิบเลยดิ 5555
    #161
    0
  19. #156 minhochanyeol123 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2556 / 22:18
    ชานยอลที่คิดว่าตัวเองเมะเพราะยังไม่เคยเจอเมะของจริงใช่มั้ย 555 เป็นเคะดีแล้วยอลลี่ออกจะสวย น่ารัก อิอิ
    #156
    0
  20. #128 lovekyhh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2556 / 20:07
    ชานยอลคิดไปเองปะว่าตัวเองเมะ
    เจอกลิ่นเมะตัวจริง เสียงจริง เดี๋ยวน่าจะรู้ตัวนะ 555555 ท่าจะมันส์หละงานนี้
    #128
    0
  21. #103 august991 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2556 / 15:33
    เมะ ชัด สินะ 55555



    ยอลจ๋า มารับประตูเถอะ
    #103
    0
  22. #95 maybekinda (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2556 / 15:04
    เมะแล้วไง เมะแล้วง้ายยยย 
    น้องยอล หนูน่ะน่ารักบ๊องแบ๊วตาใสแป๋วขนาดนี้ 
    เป็นเคะให้พี่คริสไปเถอะลูก ><
    #95
    0
  23. #81 liuyue (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2556 / 00:41
    พี่คริสแน่เลยอ่ะ ชานยอลเป็นเคะบางก็ดีนะ ใสๆน่ารักดี
    #81
    0
  24. #57 nutgift (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 21:14
    ตอนแรกชานยอลก็แบบ

    สักพักผ่านไป

    สินะสินะ ๕๕๕๕๕๕
    #57
    0
  25. #41 Sweet-Sour (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 13:41
    จงอย่ามั่นใจในความแมนของตัวเองนะชานยอล 5555 เมื่อเจอคนที่แมนกว่า

    นี่เมะแล้วหรอลูก เผ็ดแล้วเซ็กซี่ขนาดนั้น ระวังจะโดนหักธงเมะไม่รู้ตัว ก๊าก

    #41
    0