END-[Mpreg NCT] อุ่นไอรักแทเตนล์ [TaeTen,Hanta, Johneil,Jaedo]

ตอนที่ 7 : [Mpreg]: อุ่นไอรักแทเตนล์ : 07

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    24 ต.ค. 62

[Mpreg]:  อุ่นไอรักแทเตนล์ : 07

Pairing :  TaeTen, Johneil,Jaedo,Hanta  

By winata [@winatafiction]





เตนล์ชะงักทันทีที่เจอกับแทยงที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ข้างๆ ประตูสตูดิโอ  ที่ตกใจยิ่งกว่าก็กระเป๋าสองใบที่อีกคนสะพายอยู่ที่ไหล่



“ไปกันเถอะเดี๋ยวจะค่ำเสียเปล่าๆ”



“จะไปไหนกันเหรอฮะ  เดี๋ยวผมต้องกลับไปโรงพยาบาลพี่จุนมยอนบอกว่าคุณหมอยองโฮยัง.....”



เตนล์ที่กำลังเอ่ยปากถามคนที่จับข้อมือให้เดินตามไปเร็วๆ  ยังลานจอดด้านหลังของตึกเคเอนเตอร์เทนเมนท์  แล้วต้องรีบก้มหน้าลงหลบสายตาคมของคนที่ตัวโตกว่าที่ถอดผ้าพันคอสีน้ำเข้มของตัวเองออกมาพันคอให้



“จะไปไหนเดี๋ยวก็รู้เอง  ยังไงคืนนี้ก็จะพากลับส่งที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว”



เตนล์ที่มัวแต่ก้มลงมองปลายเท้าตัวเองจนไม่ทันได้มีโอกาสเห็นแววตาห่วงใยที่ลีแทยงส่งมา



“เชื่อใจฉันนะ”



เตนล์มองมือแกร่งที่ยืนมาให้ตรงหน้าด้วยสายตานิ่ง ๆ  ก่อนจะตัดสินใจวางมือลงไป



“ขอบคุณนะฮะพี่แทยง”



มือแกร่งกระชับมือบางราวจะถ่ายทอดความอบอุ่น  ก่อนจะก้าวเท้าช้าๆ ไปยังรถยนต์คันหรู  รถยนต์ส่วนตัวที่วันนี้ลีแทยงเพิ่งเอามาใช้  ซึ่งต่อไปคงต้องเอามาใช้เป็นการถาวรหลังจากรถคันหรูจอดสงบนิ่งอยู่ที่โรงจอดรถของที่บ้านมานาน



“ถ้าเหนื่อย  ก็หลับเอาแรงสักนิดก็ได้  คงอีกนานกว่าเราจะไปถึง”



แทยงเอ่ยบอกพร้อมกับเอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้เตนล์ที่ตอนนี้แทบจะเบียดร่างให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับเบาะนั่งข้างๆ คนขับ



“เราจะไปที่ไหนกัน  พี่แทยงยังไม่บอกเลย  วันนี้ผมแต่งตัวไม่สุภาพนะฮะ”



“ฉันว่าน่ารักดีออก  ใครจะว่าอะไรนายจะสนทำไมละเตนล์”



แทยงพูดตรงๆ ตามนิสัยก่อนจะตั้งอกตั้งใจขับรถยนต์เพราะตอนนี้มีอีกหนึ่งชีวิตในท้องของเตนล์ที่ต้องดูแลอีกคน 

แต่กระนั้นหางตายังสังเกตเห็นแก้มป่องพองลมอาการไม่พอใจที่เตนล์ชอบแสดงเวลาไม่พอใจเสมอ ร่างสูงพยายามกลั้นเสียงหัวเราะให้อยู่ในลำคอ  แต่ภายในรถยนต์ที่เงียบสนิทก็ทำให้อีกคนหันขวับมาค้อนให้



“เอาน่าอย่าอารมณ์เสีย  ฟังเพลงใหม่พวกเราดีกว่า”



มือแกร่งเอื้อมมือไปเปิดซีดีเดโม่เพลง “Mine” ซิงเกิ้ลใหม่ที่กำลังจะถูกปล่อยออกมาเร็วๆ นี้



เตนล์แอบมองคนที่กำลังขับรถยนต์อยู่อย่างตั้งใจ  สายตาที่มุ่งมั่นแบบนี้ไงของลีแทยงที่เค้าชอบนักหนา   ชอบมากจนยอมให้อีกฝ่ายเอาเปรียบไปในคืนนั้นทั้งที่จะห้ามก็ห้ามได้  แต่เลือกที่จะปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล



ดวงตาเรียวรีมองวิวข้างทางด้วยความสงสัย  เพราะถนนสายไฮเวย์นี้เป็นเส้นทางออกไปนอกกรุงโซล  แถมตอนนี้วิวด้านนอกเริ่มมืดสลัวลงเรื่อยๆ หลังจากที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป   แล้วยิ่งตอนนี้รถยนต์คันหรูแล่นผ่านประตูหมู่บ้านในย่านที่เรียกว่าเมืองใหม่ของเศรษฐี  ยิ่งทำให้เตนล์มือเย็นเฉียบมากขึ้น



“พี่ฮะ”



“ไปกันเถอะคุณพ่อ คุณแม่กับพี่เทรา  รอนานแล้ว”



แทยงไม่สนใจอาการขืนตัวของเตนล์ที่พยายามถ่วงเวลาไม่ยอมก้าวเข้าไปในบ้านสกุลลีสักทีนับแต่ที่รถแล่นเข้ามาจอดภายในบริเวณ



“ไว้วันหลังได้ไหมฮะ  เดี๋ยวผมโทรเรียกแก๊ปแท็กซี่มารับกลับไปโรงพยาบาลเอง”



“จะกลัวอะไรชิตพล  มากับฉันนายยังต้องกังวลอะไรอีก?”

 

 



ร่างบางที่เดินตามหลังแทยงเข้าไปในบ้านหลังใหญ่  ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ที่คนเดินนำหน้านี้ซื้อให้คุณพ่อคุณแม่ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง   นอกจากเรื่องงานแล้วแทยงค่อนข้างไม่เปิดเผยชีวิตส่วนตัวร่วมถึงครอบครัวแก่คนภายนอกนัก   ขนาดเป็นเพื่อนร่วมวงกันมาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เตนล์มาบ้านของแทยง  ร่างบางควรดีใจใช่ไหมที่ได้มาเป็นคนแรก



“มากันแล้วเหรอ”



คุณลีดงเฮและคุณนายลียุนอา  พร้อมด้วยพี่สาวของแทยง..พี่เทราที่นั่งเล่นอยู่ในห้องรับแขกทักขึ้น



“มาแล้วครับพ่อ  เตนล์นี่พ่อกับแม่ฉัน  แล้วนั้นพี่เทรา  นี่เตนล์  ชิตพลครับ   ทุกคนอาจเคยเจอแล้วที่ค่ายแต่ผมอยากจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักกันอยากเป็นทางการอีกครั้ง”



เตนล์โค้งทำเคารพเก้าสิบองศา  ใบหน้าเรียวที่ตอนนี้ขาวซีด  ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองสบตากับครอบครัวของแทยง



“ไปทานข้าวกันเถอะ  เลยเวลามามากแล้ว”



คุณดงเฮรีบอกพร้อมพับเก็บหนังสือพิมพ์ก่อนเดินนำทุกคนไปยังห้องทานข้าว  โดยไม่แม้แต่จะชายตามองเตนล์



“เป็นอะไรรึเปล่า”



แทยงเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่เดินรั้งท้าย



ใบหน้าเรียวหวานได้แต่ส่ายหน้าไปมา  เพราะกิริยาที่คุณพ่อของแทยงแสดงออกมามันทำให้ร่างบางทำตัวไม่ถูกกับบรรยากาศแบบนี้



บนโต๊ะทานข้าวของบ้านลีแม้จะมีอาหารมากมายหลายชนิดแต่ตอนนี้เตนล์ไม่กล้าแม้กระทั่งจะตักใส่ปาก  ก็สายตาเข้มงวดที่ถูกส่งจากหัวโต๊ะมันทำให้ร่างบางไม่กล้ากระดุกกระดิกตัวมากนัก



“แทยงทำไม  ไม่ตักกับข้าวให้น้องเดี๋ยวก็ไม่มีแรงไปทั้งแม่ทั้งลูก”



เตนล์เงยหน้าขึ้นมามอง    ทำให้เห็นแววตาที่ห่วงใยจากผู้สูงอายุที่นั่งหัวโต๊ะ..ไหนจะรอยยิ้มแบบเอ็นดูจากคุณยุนอาและเทราที่ส่งมาให้  ทำให้ใจชื้นขึ้น



“พอแล้วน้าพ่อ  เลิกแกล้งเตนล์ได้แล้วดูสิแค่นี้ก็หน้าซีดแล้ว”



แทยงบอกขณะที่ตักน้ำซุปใส่ถ้วยให้ร่างบางที่นั่งข้างๆ กัน



“ทานเยอะๆ นะ  ลูกในท้องจะได้โตไว  นี่แม่กับพี่เทราเข้าครัวกันตั้งแต่บ่ายเพื่อนายเลยนะ”



“ขะ...ขอบคุณครับ”  เตนล์บอกขอบคุณ



“งั้นก็ต้องทานเยอะๆ นะลูก  ยิ่งตอนท้องอ่อนๆ อะไรที่กินได้ต้องรีบกินไว้ก่อนเดี๋ยวตอนแพ้หนักๆจะกินอะไรไม่ได้เลย”  คุณยุนอาตักผัดผักให้ร่างบาง  ซึ่งวันนี้รายการอาหารบนโต๊ะล้วนแต่เพื่อสุขภาพของคนท้องทั้งนั้น



“ทุกอย่างมันอาจเกิดขึ้นรวดเร็วจนเธอรับแทบไม่ทัน  แต่แม่กับพ่อ  พี่เทรา  ยินดีต้อนรับเตนล์สู่ครอบครัวเรานะลูก”



เตนล์สะอื้นขึ้นมาทันทีหลังจากได้ยินคำพูดของคุณยุนอา



“อย่าร้องไห้บ่อยนักเลยน้องเตนล์  ตอนนี้เป็นแม่คนแล้วนะ  พี่สาวเชื่อว่าพวกเธอทั้งสองคนจะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้”  เทรายื่นทิชชู่ให้เตนล์ที่รับมาซับน้ำตา



“ผมดีใจที่ทุกคนไม่เกลียดผม”



“เด็กโง่   ใครจะรังเกียจพวกเธอแม่ลูกไปได้  ยังไงเธอก็เป็นแม่ของหลานฉัน  เป็นฉันซะอีกที่ต้องรบกวนให้เธอดูแลเจ้าตัวเล็กในท้องแล้วก็  เจ้าลูกชายนิสัยเสียของฉัน”



“พี่แทยงไม่ได้นิสัยนะฮะ”



ลีดงเฮหัวเราะอย่างอารมณ์ดีกับการที่เตนล์แก้ต่างแทนลูกชายตัวเองที่นั่งอมยิ้มน้อย ๆ แต่มือยังตักกับข้าวให้ร่างบางไม่ขาดสาย  บางทีถึงขั้นป้อนเลยทีเดียว



“แม่ครับ พี่เทรา  พรุ่งนี้ว่างไหม ผมอยากให้แม่กับพี่ช่วยไปเป็นเพื่อนผมหน่อย  พอดีผมจะพาเตนล์ไปฝากท้องที่โรงพยาบาล  บอกตรงๆ ผมไม่รู้อะไรเลย”  คำขอร้องจากแทยงเรียกให้คนทั้งโต๊ะหันไปมองชายหนุ่มตาเดียว



“ทำไมมองผมแบบนั้นก็แม่กับพี่เทรา  มีประการณ์ตรงมาแล้วไง  จะให้ผมไปนั่งฟังกับเตนล์กับคุณหมอแค่สองคนไม่ไหวแน่ๆ แต่ถ้ามีทั้งแม่กับพี่เทราไปผมจะได้หายห่วง”



แทยงรีบอธิบาย  เพราะอย่างน้อยเทราที่แต่งงานไปแล้วจนมีลูกชายลูกสาวอย่างละคนย่อมมีประสบการณ์มากกว่าคนที่ยังไม่เคยมีลูก   โชคดีที่ช่วงนี้พี่สาวเค้ากลับมาเยี่ยมบ้านที่เกาหลีใต้หลังจากแต่งงานกับชาวต่างชาติและย้ายไปตั้งครอบครัวที่อเมริกา



“เห็นทีแม่จะไปเป็นเพื่อนเราไม่ได้แล้วล่ะ  เพราะพ่อกับแม่ต้องไปบินไปธุระที่ญี่ปุ่น 3 อาทิตย์  เดี๋ยวให้เทราไปเป็นเพื่อนแล้วกัน  ช่วงนี้ว่างๆ อยู่”  คุณยุนอาอก  เธอหันไปสบตากับสามีที่ยังมองเตนล์ด้วยความเอ็นดู  ทั้งน่ารักอ่อนโยน  มีสัมมาคารวะ  ใครเห็นก็ต้องรักต้องหลง  ไหนจะสายตาของลูกชายคนเดียวเธออีกที่มองร่างบางไม่ให้คลาดสายตาซึ่งเจ้าตัวคงไม่รู้หรอกว่าตัวเอง  แสดงกิริยาออกแบบไหนออกมาต่อหน้าพ่อแม่และพี่สาว  บอกปากพ่อแม่กับพี่ว่าแค่อยากรับผิดชอบ    จะคอยดูว่าจะไม่หลงรักเตนล์ได้ไหม

 




เมื่อคืนนี้ครอบครัวลี    แปลกใจนิดหน่อยกับการกลับบ้านของลูกชายคนเล็กแบบไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า  และการที่แทยงมาคุกเข่าสารภาพทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเตนล์โดยไม่ปิดบังอะไรทั้งสิ้นนั้นทำให้คุณยุนอาเป็นลมไปรอบหนึ่งมาแล้ว



“ทำอะไรลงไปรู้ไหมแทยง” ปกติคุณลีทงเฮเป็นผู้ชายใจเย็นและเก็บอารมณ์เอาไว้ภายใต้สีหน้านิ่งๆ แต่สิ่งที่ออกมาจากปากลูกชายคนเดียวยิ่งทำให้คนเป็นพ่อถึงกับควันออกหู   ฝ่ามือหนายกขึ้นสูง



แทยงหลับตานิ่ง ๆ   แต่มันนานเกินไปจนต้องลืมตาขึ้นมามอง



“พ่อไม่ตีผม?”



“ไม่มีพ่อคนไหนอยากทำร้ายลูกตัวเองแทยง  แต่การกระทำของลูกมันทำให้พ่อโมโหมากและที่โมโหที่สุดคงเป็นตัวพ่อเองที่อบรมสั่งสอนเราไม่ดีพอ  ถึงได้ขาดความยับยั้งช่างใจทำอะไรลงไปแบบไม่มีความคิด”



“...” 



แทยงก้มหน้านิ่งเพราะทุกสิ่งที่คุณทงเฮพูดมานั้นถูกหมดทุกอย่าง



“พ่อเลี้ยงเรามาให้เป็นลูกผู้ชาย  ที่กล้าทำต้องกล้ารับ  ในเมื่อตัวเราเองรู้ว่าเราทำผิดพลาดไปและกล้าที่จะยืดอกสารภาพความผิด   พ่อก็ดีใจที่เรามีสามัญสำนึกรู้จักรับผิดชอบชั่วดีในการกระทำของตัวเอง”



“พ่อครับ  ผมขอโทษ”



“ตอนนี้ไม่ใช่เด็กๆ อีกแล้วนะลีแทยง  จะเป็นพ่อคนแล้วนะ  คราวนี้จะได้รู้ซึ้งถึงหัวอกของคนเป็นพ่อแม่สักที  เห้อ~ อย่างน้อยพ่อยังได้เป็นปู่  ส่วนฝั่งทางตาจะว่าไงบ้างก็ไม่รู้  ลูกชายโทนสุดสวาทขาดใจของชเวซีวอนเสียด้วย  พ่อบอกเลยนะไอ้หมางานนี้ยากทางที่ดีทำให้ลูกเค้ารักแกให้มากๆแล้วกัน” ทงเฮพูดออกมาก่อนจะตบบ่าลูกชาย  เพราะในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่างรู้จักชเวซีวอนดี  ที่เจ้าตัวทั้งรักทั้งหลงทั้งอวยลูกชายดทนคนเดียวมากแค่ไหน  มากที่ขนาดสื่อต่างๆ ไม่กล้าส่งข่าวเสียหายของเตนล์หรือวงBassBot เลยก็แล้วกัน



“ไม่รู้ว่าสินสอดจะแพงขนาดไหน      แต่ถ้าให้ดีอย่าถึงขั้นให้พ่อต้องเอาบริษัทไปจำนองแบงค์นะแทยง”



“โธ่ พ่อครับ”



แทยงรู้สึกขอบคุณครอบครัวเค้าที่มีเปิดกว้างในความสัมพันธ์และยิ่งมีลูกในท้องเตนล์เข้ามาเกี่ยวด้วย  ยิ่งทำให้ทุกคนสงสารร่างบางเป็นเท่าตัว  มือแกร่งยกแขนตัวเองขึ้นมาดูรอยหยิกของแม่กับพี่สาวที่ลงโทษเค้าไปเมื่อตอนหัวค่ำหลังจากเปิดปากเล่าเรื่องเตนล์    อย่างรู้สึกสยองไม่รู้ว่าเตนล์เวลาโมโหจะเกิดอารมณ์อยากจะฟ้อนเล็บบ้างไหม

 




คืนนี้กว่าแทยงจะพาเตนล์กลับมาส่งที่โรงพยาบาลก็เกือบสี่ทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว



ชายหนุ่มจับมือร่างเล็กบอบบางให้เดินไปด้วยกันอย่างช้าๆ ระหว่างทางเดินเข้าตึกสูตินารีเวช  พร้อมส่งสายตาที่ห่วงใยจนเตนล์รู้สึกเขินๆ



“ส่งแค่นี้ก็พอแล้วฮะพี่  กลับไปพักผ่อนเถอะ”


แทยงอมยิ้มเมื่อเห็นแก้มใสมีสีระเรื่อทั้งสองข้าง



“นายนอนคนเดียวได้เหรอ  คืนนี้อยากให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนไหม” ใบหน้าเรียวส่ายไปมา



“ไม่เป็นไรหรอกฮะ  เดี๋ยวยูตะจะมานอนเป็นเพื่อนคืนนี้   เอ่อ  แล้วก็ขอบคุณมากนะสำหรับทุกอย่าง”



“ฉันทำทุกอย่างที่สมควรจะทำให้นายนะเตนล์”



เตนล์ช้อนตาขึ้นมองดวงหน้าคมก่อนจะเป็นฝ่ายก้มหน้างุดๆ ลงมา  ดึงมือตัวเองออกจากฝ่ามือแกร่งที่จับเอาไว้



“เดี๋ยวสิเตนล์  ฉันยังไม่ทันได้บอกนายเลย นะดูแลตัวเองและเจ้าตัวเล็กด้วย” แทยงบอกก่อนจะดึงร่างเล็กบอบบางเข้ามากอดไว้  นานมากๆ ที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้นับตั้งแต่คืนเกิดเหตุนั้น  น้ำเสียงทุ้มที่พูดกระซิบเบาๆ นั้นทำให้หัวใจเตนล์เต้นรัว  ก่อนที่ริมฝีปากบางจะยิ้มอย่างสดใสจนทำให้อีกคนที่มองอยู่อดจะยิ้มไม่ได้



“อย่าขับรถเร็วนะฮะ” แค่คำพูดที่เรียบง่ายธรรมดา  แต่มันกลับไม่ธรรมดาในความรู้สึกสำหรับคนสองคนที่เริ่มเปิดใจเข้าหาและมีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน



แทยงเกยคางที่ไหล่บาง  พร้อมหลับตาลงความห่วงใยและความอบอุ่นที่เกิดจากคนในอ้อมกอดทำไมเมื่อก่อนเขาไม่เคยสังเกตเห็น  หรือเพราะอยู่ใกล้กันจนเกินไป  คิดว่าเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน เพื่อนวงธรรมดาเท่านั้นเอง  ไม่รู้ว่าตอนไหนที่ดวงตาเรียวรีของเตนล์ที่มองที่เขามันเปลี่ยนไป



“งั้น  ฉันไปก่อนนะกู๊ดไนท์” แทยงก้มลงจุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปากบางที่ช่วงนี้เขาเผลอมองบ่อยๆ จนอยากจะจับคนตัวเล็กบอบบางมาจุ๊บเล่นบ่อยๆ ถ้าทำได้  



“ฮะ” เตนล์รับคำสั้นๆ  ยืนมองจนร่างสูงหายเข้าลิฟต์ไปจึงเปิดประตูเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยของตัวเอง



ดวงตาเรียวรีต้องเบิกกว้างเมื่อเจอผู้จัดการทั้งสองคน  รวมถึงสมาชิกในวงคนอื่นๆ ที่ยืนกอดอกอยู่แถวหน้าประตู



“หลักฐานคาตาขนาดนี้   เล่ามาเลยว่าลีแทยงพานายไปไหนมา” ยูตะบอกก่อนจะลากคุณแม่ตัวบางมานั่งบนเตียงให้ตอบข้อสงสัยที่หายไปไหนกันมาหลายชั่วโมง 

ซึ่งแน่นอนว่าเตนล์ทำเนียนทำนอนทันทีโดนการเอื้อมมือดึงผ้าห่มมาคลุมโปงหนีเสียดื้อ ๆ

 



 

เช้าวันรุ่งขึ้นเตนล์ได้แต่พยายามนั่งนิ่งๆ บนเตียงอ่านหนังสือฆ่าเวลารอแทยง  โดยไม่สนใจอาการของสมาชิกคนอื่นๆ ที่เดี๋ยวผุดลุกผุดนั่ง  เดี๋ยวเปิดประตูออกไปมอง  ส่วนคนที่เหลือก็ขยันส่งสายตาล้อเลียนมาให้เตนล์ที่พยายามรักษาท่าทีเอาไว้



แทยงเลิกคิ้วมองเพื่อนๆ รวมถึงผู้จัดการเมื่อเปิดประตูห้องผู้ป่วยเข้ามา  เพราะอาการของแต่ละคนบ่งบอกว่ารอคอยเค้าอยู่



“สวัสดีคะทุกคน” เทราทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง



“อย่าบอกนะคะ  ว่าทุกคนจะไปเป็นเพื่อนน้องเตนล์ฝากท้องด้วย”



คำว่าฝากท้องที่ออกมาจากพี่สาวของแร๊ปเปอร์ประจำทำเอาทุกคนตกใจเล็กน้อย 



แม้จะไม่แปลกก็เถอะแต่ไม่คาดคิดว่าแทยงจะทำอะไรรวดเร็วขนาดนี้  เพราะเมื่อคืนนี้เตนล์ก็ไม่ได้บอกอะไรมากนอกจากไปกินข้าวเย็นกับแทยงมาเฉยๆ



“แหมพี่เทรา  นี่ผมก็รออยู่ถ้าพ่อของลูกในท้องของเตนล์ไม่ออกมายอมรับนะ  จองแจฮยอนคนนี้ละจะเปิดตัวเป็นพ่อเอง”



แจฮยอนไม่พลาดที่เอ่ยวาจาจิกกัดพี่ชายร่วมวง  เห็นเงียบๆ ไป ไม่พูดไม่จาที่ไหนได้ดอดพาเตนล์ไปเปิดตัวกับที่บ้าน



“อ้าว  แทยง เราไม่ได้บอกเพื่อนๆ เหรอว่าเป็นพ่อของลูกในท้องเตนล์” หญิงสาวถามเสียงเข้ม



“ก็อยากให้อะไรมันเรียบร้อยก่อนค่อยบอกไง” แทยงพูดเสียงอ่อยๆ เพราะตอนนี้สายตาทุกคู่ในห้องพุ่งมาที่เค้าคนเดียว



“ทีตอนทำน้องไม่เห็นพี่บอกพวกผมเลย” มักเน่สวนกลับไป  พร้อมกับหันไปแทคมือกับยูตะ



ทั้งห้องตอนนี้มีแต่เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขหลังจากหลายวันมานี้มีแต่ความเครียด  และเสียงเคาะประตูห้องเรียกความสนใจจากทุกคนได้เมื่อคุณหมอยองโฮที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับแทอิล



“ได้เวลาตรวจของเตนล์  พร้อมไปกับหมอรึยังเอ่ย?” คุณหมอยองโฮที่มาพร้อมกับบุรุษพยาบาลที่เข็นรถเข็นตามาทีหลัง   ซึ่งทุกคนต่างหลีกทางให้ยกเว้นแต่แทยงที่ยืนอยู่ข้างเตียงที่เดินเข้าไปใกล้ร่างเล็กบอบางแล้วช่วยพยุงลงจากเตียง



“ไหวไหม?”



“คือไม่ได้เป็นไรมากนะฮะพี่”



“ทำไมพูดแบบนั้น  รำคาญหรืออึดอัด   ฉันอยากให้นายพูดออกมานะถ้าอยากได้อะไร  ถ้าไม่พูดออกมาฉัน..เอ่อ..พี่ก็ไม่รู้นะว่าน้องเตนล์ต้องการอะไรหรือไม่ต้องการอะไร”



“พี่แทยง~”



คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่กระซิบกระซาบคุยกันไม่ได้สนใจมองคนรอบข้างเลยว่ายังมีตัวตนอยู่ในห้องถึงจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นและวันนี้ลีแทยงและเตนล์  ก็ลดช่องว่างและระยะห่างของหัวใจเข้าหากันอีกนิดแล้ว



“นายต้องทำใจให้ชินกับการดูแลของพี่นะ  ให้พี่ได้ดูแลนายทั้งตัวและหัวใจ  ไม่ต้องคิดมากทุกอย่างที่ทำเพราะเต็มใจทำให้  ตอนนี้อาจจะทำในฐานะพ่อของลูก  แต่สักวันพี่จะทำให้น้องเตนล์ด้วยฐานะคนรักและสามีที่ดี”



“...”



“พี่จะไม่สัญญา  แต่จะพิสูจน์ให้น้องเตนล์เห็นทุกวินาทีที่เราอยู่ด้วยกัน”



ร่างเล็กบอบบางเอื้อมมือไปกอดแทยงไว้  น้ำตาคลอดวงตาเรียวจนคนแอบมองต้องพากันเบือนหน้าหนี



แจฮยอนหันหน้าออกไปมองวิวนอกหน้าต่าง   เพราะทนมองอาการอ่อนโยนของพี่ชายที่แสดงออกมานอกหน้านอกตาไม่ได้เพราะมันเลี่ยนก่อนจะเนียนเอื้อมไปดึงโดยองเข้ามากอดไว้



“ปล่อยเลยนะ”



“ชู่ๆ พี่จะเสียงดังขัดจังหวะพี่แทยงกับพี่เตนล์ทำไมละฮะพี่โดยอง” ดวงตาคมที่มันพราวระยังมันทำให้โดยองใจสั่นก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะดึงดันไปก็เปล่าประโยชน์ให้แจฮยอนปล่อยจนกว่าเจ้าตัวจะยอมปล่อยตัวเค้าออกจากอ้อมกอดเอง

...ไอ้เด็กบ้าเอ่ยจะขยันทำให้ใจสั่นไปถึงไหน...



ฮันซลเอามือถือออกมากดเล่นเกม   ก็เขินกับสิ่งที่เพื่อนทั้งสอง  นี่ชีวิตจริงมันยิ่งกว่าซีรี่ส์หลังข่าวที่เค้าแสดงเป็นพระเอกเสียอีกนะเนี้ย



สองผู้จัดการก็แสร้งก้มหน้าดูตารางงานในแฟ้มเพราะเกรงจะไปขัดจังหวะการพูดคุยของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่



“ดีใจจังเลยอะ  ฮือออออ”



“เดี๋ยวก่อนยูตะนายดีใจ  แล้วเรื่องอะไรมาสั่งขี้มูกใส่เสื้อฉันหา.....  เจ้าตาหวาน”



ฮันซลบ่นหลังจากที่แทยงเข็นรถที่เตนล์นั่งออกไปจากห้องแล้วพร้อมด้วยคุณหมอซอยองโฮและพี่สาวของแทยง  โชคดีที่วันนี้ทุกคนไม่มีงาน  เลยทำให้ยกโขยงมาเฝ้าเตนล์ที่โรงพยาบาลได้สบายๆ



“ก็....ผมหยิบทิชชู่ไม่ทันอะพี่ฮันซล  พี่อ่ะอย่าขึ้นเสียงสิ!!!  บอกกี่ทีก็ไม่เคยจะจำ” 




พอเจอเสียงใสขู่ฟ่อๆ เข้าให้    จีฮันซลเลยทำอะไรไม่ได้นอกจากมองบนและต้องเสียสละเสื้อยืดตัวใหม่ที่เพิ่งจะใส่ครั้งแรกให้นากาโมโตะ ยูตะ ใช้ซับน้ำตาและขี้มูกไป

 

 

  



 

 

++++++++++++++++tbc+++++++++++++++++

 

#อุ่นไอรักแทเตนล์







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #12 เคเฮชเย็นเย็น (@loveddie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 14:39
    เขินกี่คู่ดี
    #12
    0