END-[Mpreg NCT] อุ่นไอรักแทเตนล์ [TaeTen,Hanta, Johneil,Jaedo]

ตอนที่ 5 : [Mpreg]: อุ่นไอรักแทเตนล์ : 05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 820
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    24 ต.ค. 62

[Mpreg]:  อุ่นไอรักแทเตนล์ : 05

Pairing :  TaeTen, Johneil,Jaedo,Hanta 

By winata [@winatafiction]

 




กลุ่มชายหนุ่มหลายคนที่พยายามแย่งกันเพื่อชะโงกตัวดูผ่านกระจกประตูห้องพักผู้ป่วยที่ติดป้ายไว้ว่า “ชิตพล”  เพื่อเกาะติดสถานการณ์ภายในห้องถึงจะไม่ได้ยินว่าสองคนข้างในคุยอะไรกันบ้าง  แต่การที่เตนล์ยกแขนขึ้นกอดตอบแทยงนั้นเป็นสัญญาณที่ดี



“อะไรวะ  พี่เตนล์จะยอมพี่แทยงง่ายไปแล้ว” แจฮยอนผละออกมาจากประตูบ่นขึ้นด้วยสีหน้ายุ่งๆ



“อ้าว  แจฮยอนตั้งแต่อยู่หอแล้วนะที่นายจ้องจะจิกกัดแทยงมัน  ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าสองคนนั้นมีซัมติ้งกัน  ฉันจะคิดว่านายหึงเตนล์นะเนี้ย”



แจฮยอนตวัดสายตาคมมองจีนฮันซล  ถ้าเป็นใบมีดคงบาดไปหลายแผล



“เก็บปากพี่ไว้ท่องบทซีรี่ส์ดีกว่า   ก็ดูพี่แทยงทำกับเตนล์สิ รู้ว่าเค้ารักนึกว่าจะทำยังไงก็ได้เหรอ”



“นาย...คิดอะไรกับเตนล์อยู่รึเปล่าจองแจฮยอน”



โดยองเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างแจฮยอนกับฮันซล  โดยมียูตะยืนมองดูอยู่ห่าง ๆ



“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะพี่โดยอง” มักเน่ก็มาก้าวเท้ามายืนข้างๆ พี่ชายตัวผอมอย่างโดยองพร้อมกับเอาใบหน้าคมถูไหล่ลาดเล็กไปมา



“เป็นใครก็คิดทั้งนั้น   เห็นเดือดขนาดนั้น” โดยองเอ่ยด้วยเสียงเรียบๆ แต่ยังยอมให้มักเน่ของวงเนียนเอาเปรียบเพราะตอนนี้แทบจะยืนซบกึ่งกอดรุ่นพี่แทบทั้งตัวไปแล้ว



“งุ้ย   ผมจะคิดอะไรกับพี่เตนล์ได้  นอกจากมีแต่ความหมั่นไส้ให้คนหน้านิ่งในห้องโน้น” 



แจฮยอนทำปากยื่นสื่อถึงคนในห้องกิริยาที่แฟนคลับเห็นต้องกรี๊ดในความน่ารักของจองแจฮยอนมักเน่สุดแสนน่ารักและหล่อมากยิ้มกระชากใจเหล่านูนาประจำ   แต่ใครจะรู้ภายใต้หน้ากากของมักเน่แล้ว  จะมีอะไรซ่อนอยู่นอกจากคนในค่ายและวงที่รู้เท่านั้นว่าสิ่งที่แสดงออกให้แฟนคลับเห็นมันแค่ด้านการตลาดของจองแจฮยอนเท่านั้นเอง!!!



เพราะว่าเจ้าตัวสนิทกับแทยง  รวมถึงฮันซลที่แทบจะรู้ทุกอย่างในชีวิตของกันและกัน  นี่ยิ่งเป็นสาเหตุที่น้องเล็กของวงโมโหลีแทยงมากที่สุด     ยังจำตอนที่อีกฝ่ายเอ่ยเปรยๆ เชิงปรึกษาเรื่องของเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนที่ทั้งแจฮยอนและฮันซลต่างงงๆว่าเพื่อนของเพื่อนกี่ทอด จนต้องสรุปว่าคือเรื่องของเพื่อนแทยง



“พวกนายว่า  ผู้ชายที่ตอบรับสัมผัสจากผู้ชายด้วยกันด้วยความเต็มใจนี่มันหมายความว่ายังไง”



“ถ้าไม่คิดอะไรด้วย  คงต่อยเปรี้ยง!!!  ให้แล้ววะ” ฮันซลบอก



“ถ้ายินยอมแบบสมัครใจ  แถมยังรู้สึกดีมาก และอยากจะสัมผัสมากขึ้นเรื่อยๆ ผมว่า คน..คนนั้นรักอีกคนแล้วพี่  อ้าวๆ เรื่องของเพื่อนแล้วทำไมหน้าพี่แดงอ่ะพี่แทยง ฮั่นแน่ไปกิ๊กกับใครมาเนี้ย” แจฮยอนแซวพี่ชาย



“เฮ้ย เรื่องเพื่อน   อีกอย่างฉันชอบผู้หญิงพวกนายก็น่าจะรู้”

 

 



เช้าวันนั้นที่สนามบินเซียงไฮ้   แจฮยอนเห็นรอยแดงเป็นจ้ำๆ  แม้จะมีแค่สีจางๆ ก็ทำให้คนตาดีเห็นได้ไม่ยาก  แล้วอาการเดินขัดๆ ของพี่ชายตัวเล็กจากไทยนั้นอีก 



แถมช่วงหลังมานี้สองคนนี้เหมือนเล่นซ่อนหาถ้าตรงไหนมีเตนล์  แทยงจะเลี่ยงไปอยู่ห่างๆ ยกเว้นออกงานหรืออยู่บนเวทีคอนเสิร์ตเท่านั้น  แถมทั้งคู่ยังพูดคุยกันปกติเท่าที่จำเป็น  จนกระทั่งมาถึงวันนี้ล่ะสิ่งที่คนสองคนพยายามแสร้งลืม  มันกลับนำพาปัญหาที่ใหญ่มากๆ มาให้



“มาถึงกันแล้วทำไมไม่เข้าไปในห้อง  จะยืนให้บิวตี้หรือนักข่าวมาเห็นรึไง”



เซฮุนกับจุนมยอนที่เดินมาพร้อมกับแฟ้มงานและข้าวของพะรุงพะรังบ่นให้  เด็กหนุ่มทั้งหลายที่ยืนอยู่ทางเดินก่อนจะเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไปโดยไม่เคาะ



“เฮ้ยพี่  เดี๋ยวก่อน” ยูตะที่อยู่ใกล้ประตูที่เอ่ยห้ามไม่ทัน



ทันทีที่ประตูห้องเปิดภาพที่ปรากฏสู่สายตาคนมาใหม่  คือ  เตนล์กับแทยงที่กำลังกอดกันอยู่ก็ผละออกจากกัน  เตนล์มุดตัวไปอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่   แทยงปรับสีหน้าเป็นนิ่งเฉยถอยไปนั่งบนโซฟาคว้ารีโมทมาเปิดทีวีดู



“อ้าวมาเร็วนี่แทยง   ไหนละของที่ไปซื้อมาให้เตนล์”



เซฮุนพูดแก้เก้อ  ใช่ว่าจะไม่สังเกตอาการหูแดงของไอดอลหนุ่มในความดูแลทั้งคู่  ส่วนจุนมยอนแยกไปเก็บของเข้าตู้เย็น



“ใช่ไอ้ถุงนี่  เปล่าเนี้ย”



ฮันซลชูถุงที่มีโลโก้มินิมาร์ทของโรงพยาบาลที่ตกอยู่ข้างประตูห้อง



“อ้าวทำไมเป็นแบบนี้”



ยูตะที่ดึงถุงในมือฮันซลมาเปิดดูถามขึ้น  เพราะแครกเกอร์ในถุงดูจากสภาพถุงคงแตกไปเยอะ  โชคดีน้ำผลไม้ในกล่องไม่เป็นอะไร



“พอดีตอนมาถึง  ฉันตกใจมากไปเลยเผลอโยนทิ้ง  สภาพมันคงแย่มากเอาไปทิ้งเถอะเดี๋ยวไปซื้อมาให้ใหม่”



“พี่แทยงซื้อมาให้ผมเหรอ?”



เตนล์ที่ทนนอนคลุมโปงไม่ได้นั่งพิงหัวเตียงถามขึ้น  ดวงตาเรียวรีช้อนตามองคนที่เดินมาดึงถุงในมือยูตะเตรียมหย่อนลงถังขยะ



“ใช่ แต่ว่า.......”



“ผมหิวจัง  ทานได้ไหม?”



ดวงตาเรียวที่มองอย่างมีความหวัง  ทำให้แทยงเดินเข้าไปยืนข้าง ๆ เตียงหยิบกล่องน้ำผลไม้เจาะกล่องเสียบหลอดให้ว่าคุณแม่  พร้อมกับเกาะถุงแครกเกอร์แล้วเลือกชิ้นที่ไม่แตกมากยื่นให้มือบางที่เอื้อมมารับหยิบเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ  ที่มองยังไงก็น่ารัก



“กินเลอะเป็นเด็กเลยนะ”



กิริยาอ่อนโยนที่แทยงใช้นิ้วโป้งค่อยๆ เช็ดเศษแครกเกอร์ให้เตนล์  เรียกความสนใจจากทุกคนในห้องเป็นอย่างมาก   แต่ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะได้ไม่รับรู้ถึงความมีตัวตนของคนอื่นๆ ในห้องเลย



“อ้ายยยยยยยย  น่ารักมากอะฮันซล  ฉันอยากแชร์โมเม้นท์นี้ให้แฟนๆแทเตนล์ได้กรีดร้องแบบสามปีมีหนเล่นใหญ่เลยทีเดียว” ยูตะที่พยามกลั้นฟินโดยการงับต้นแขนร่างสูงข้าง ๆ แทน



“เก็บอาการหน่อยครับ  พี่ยูตะ” แจฮยอนปรามขึ้นมา



“นายนั้นละตัวดีจองแจฮยอน  อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะว่าว่างๆ นายชอบแอบแฝงตัวไปอ่านฟิคชั่นในเว็บบอร์ดมาเหมือนกัน”




โดยองกับฮันซลสบตากันด้วยความเอือมๆ กับคู่แจตะหรือยูแจของแฟนๆ   ก็เจ้าสองคนนี้มันบ้าอ่านฟิคชั่นในบอร์ดต่างๆ แฟนคลับพอๆ กัน  ตอนนี้ลุกลามถึงขั้นไปสมัครบอร์ดแฟนฟิคต่างประเทศกันเลยทีเดียว




Rrrrr    Rrrrr   Rrrrr   Rrrr



“ครับพี่คยองซู   จะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับไม่เกินสี่สิบนาทีคงถึงห้องอัดครับ” แทยงพูดพร้อมกับหันไปหยิบเสื้อฮู๊ดกับมาร์สของตัวเองที่ถอดวางไว้โต๊ะข้างเตียงคนป่วยที่นั่งทำหน้าเศร้าๆ อยู่  มือหนาเก็บโทรศัพท์มือถือ  ก่อนจะหันมาบอกผู้จัดการและเพื่อนร่วมวง



“คืนนี้ผมมีนัดอัพเสียงกับพี่คยองซู  คงไม่ได้กลับหอยังไงฝากดูน้องเตนล์ด้วยนะครับ”



แม้จะไม่มีการอธิบายออกมาเป็นคำพูดให้มากความ  แต่กิริยาที่แสดงออกทำให้รู้ว่าใครคือพ่อของเด็กในท้องเตนล์  

ส่วนคนนอกคนอื่น ๆ คงได้แต่รอให้เจ้าของเรื่องทั้งคู่เป็นฝ่ายพูดออกมาเอง




อาการเซื่องซึมของคนนั่งอยู่บนเตียงแสดงออกมาทำให้ลีแทยงอดที่ยิ้มไม่ได้



“เดี๋ยวพรุ่งนี้จะรีบมาแต่เช้า  พักผ่อนเยอะๆ นะ” ลูบผมยุ่งๆ สีน้ำตาลเข้มเบาๆ  ก่อนจะเดินออกจากห้องไป



“เอ้า  มองเข้าไปประตู  คอจะเคล็ดแล้ว” ยูตะที่เดินมาข้างเตียงพร้อมกับจับหน้าเรียวๆ ของเตนล์ให้ละมาจากประตูห้องพักผู้ป่วย



“นายนั่นล่ะ  ยูตะจะทำให้เตนล์เวียนหัว  เดี๋ยวก็แพ้.....”



โอเซฮุนรีบเอามือปิดปากตัวเองไว้ก่อนจะพูดมากไปกว่านี้



“พี่เซฮุนก็รู้เรื่องแล้วใช่ไหมฮะ?”



คราวนี้เซฮุนลากเก้าอี้อีกตัวหนึ่งมานั่งข้างเตียงฝั่งตรงข้ามกับยูตะ  ในขณะที่คนอื่นก็มายืนข้างๆ เตียง



“พวกเรารู้เรื่องที่นายจะมีน้องทุกคนละน้า”



“ไม่ใช่เรื่องนั้น  ผมหมายถึงรู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง”  เตนล์แทบจะก้มหน้าลงมาจรดหน้าอกตัวเอง



“พวกเราไม่ได้โง่  จนมองไม่ออกว่าใครเป็นพ่อเด็กนะ  แต่พวกเราทุกคนเคารพในการตัดสินใจของนายนะเตนล์  ถ้าพร้อมเมื่อไหร่พวกเรารู้ว่านายคงจะเอ่ยปากบอกเอง” โดยองพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแล้วตบไหล่บางเบาๆ



“ผม” เตนล์กำลังกลั้นน้ำตาที่กำลังคลอเต็มดวงตาเรียวรีคู่สวย



“เอาน้า  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพวกเรา BassBotจะช่วยกันประคับประคองกันไปให้ได้” ฮันซลเสริมขึ้นมาพร้อมส่งรอยยิ้มกระชากใจให้



“ขี้แยแบบนี้  พอลูกคลอดแล้วจะขี้แยแบบแม่ไหมเนี้ย” จุนมยอนเอ่ยกระเซ้าคุณแม่ที่กำลังใช้หลังมือปาดน้ำตาบ้าง  ทั้งที่ตอนนี้ในสมองของผู้จัดการตัวเองกำลังวางแผนกาทางหนีทีไล่ที่สวยงามให้ไอดอลในความดูแลของตัวเอง



“ตอนนี้ตาปูดเป็นปอปลาตากลมเลยอะ  ไม่น่าเชื่อจากตี๋น้อยจะอัพเลเวลกลายร่างได้”



“ย่าห์....จองแจฮยอน  นายตายแน่...แน่จริงอย่าหลบหลังโดยองดิ” เตนล์คว้าหมอนปาใส่มักเน่ที่ตอนนี้กระโจนหนีไปหลบอยู่หลังเพื่อนรักเป็นที่เรียบร้อย

 




มีคนเคยกล่าวไว้ความลับไม่มีบนโลกใบนี้

ยิ่งปกปิดมากแค่ไหน  ความลับนั้นยิ่งจะเปิดเผยเร็วมากขึ้นเท่านั้น

และเมื่อความลับไม่เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว    เราต้องพร้อมที่เผชิญไปกับมัน!!!

 

 





“พี่ฮันซลฮะ  พรุ่งนี้หมดซีนแล้วต้องรีบไปรับที่สตูเลยนะ  เราต้องรีบไปซื้อโลชั่นทากันท้องลายมาให้เตนล์ใช้   ไม่งั้นหน้าท้องสวยๆ รวมถึงต้นขาสวยๆ ของเตนล์ต้องแตกเป็นลายตุ๊กแกแน่ๆ”



ยูตะที่เงยหน้ามาจากนิตยสารคุณแม่มือใหม่ที่เซฮุนและจุนมยอนไปกวาดซื้อมาบอกด้วยน้ำเสียงโหยหวน




“นายรีบไปไหมยูตะอา  เตนล์เพิ่งท้องนะ  ยังไม่ป่องออกมาเลย”



“เอ๊ะ!!!  พี่กล้าเถียงผมเหรอ   นี่ดูเลยหนังสือมันบอกไว้ช่วงสามเดือนแรกเด็กในท้องจะมีพัฒนาการเร็วแค่ไหนอ่านดูเลยนะ”



ยูตะกับฮันที่คุยกันง้องแง้งอยู่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเตนล์ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง



“ท้องแรก  ท้องไม่โตมากหรอกยูตะ” เตนล์บอกเพราะเพิ่งอ่านหนังสือมาเหมือนกัน



“แล้วเราจะรู้ว่าน้องเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงได้ตอนไหนเนี้ย  ผมตื่นเต้นไม่อยากรอจนพี่เตนล์คลอดพรุ่งเลยนะ”



แจฮยอนถามขึ้นมาบ้าง  เพราะตอนนี้มีเค้าคนเดียวที่ไม่มีหนังสือเกี่ยวกับคุณแม่อยู่ในมือเพราะคนอื่นๆ แย่งไปอ่านหมด  โน้นในมือยูตะก็มีสองเล่มขี้งกไม่ยอมแบ่งให้อ่านสักเล่ม



“ต้องอัลต้าซาวน์ดูอีกทีล่ะ  ยังไงรอถามคุณหมอยองโฮดีกว่า”  โดยองบอกในขณะที่มือก็พลิกหน้าหนังสือไปด้วยก่อนดึงแขนแจฮยอนให้นั่งลงข้างกันเพื่อมาอ่านด้วยกัน



“ว่าแต่พี่แทอิลหายไปไหนเนี้ย  ยังไม่เจอหน้าเลยหรือว่าคืนนี้ทิ้งพวกนายกลับไปนอนบ้านแล้ว”



เตนล์พูดขึ้นด้วยความลีดเดอร์ของพี่ชายอีกคนที่เป็นห่วงเค้าอยู่ไม่น้อย



“ดีเลย  คืนนี้ฉันจะนอนเฝ้าหลานที่นี่” ยูตะยิ้มจนตาปิดแบบปิดไม่มิดเลยกับอาการเห่อหลาน   เสียงหัวเราะภายในห้องถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูห้องพักผู้ป่วย    แทอิลที่มีใบหน้าซีดเซียวก้าวเข้ามาในห้องก่อนที่จะมีแขกผู้มาใหม่ทั้งสองคนที่เดินตามหลังเข้ามาจะทำให้เตนล์ตกตะลึง!!!



“ป๋า......ม๊า.....”



“น้องเตนล์อา  นี่ถ้าม๊าไม่โทรหาแทอิลคงไม่รู้สินะว่าเราทำงานหนักจนต้องโดนหามเข้าโรงพยาบาล”



คุณโซฮีคุณแม่ยังสาวลูกครึ่งเกาหลีไทยของเตนล์เอ่ยทักทายลูกชายคนเดียวและส่งยิ้มทักทายชายหนุ่มคนอื่นๆ ในห้อง



“สวัสดีครับคุณพ่อ  คุณแม่”



หนุ่มๆ BassBot   และผู้จัดการทั้งสองคนเอ่ยทักทายคุณชเวซีวอนและคุณโซฮีอย่างพร้อมเพรียง



“ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมลูก..น้องเตนล์?  แต่ทำไมต้องมานอนตึกสูตินารีเวชด้วยล่ะ  หรือต้องหนีแฟนคลับกันขนาดนี้เชียวไอดอลสมัยนี้”



ซีวอนเอ่ยแซว  เพราะเมื่อก่อนตนเองก็เคยเป็นนายแบบอยู่ในวงการบันเทิงเกาหลีใต้และจีน  ก่อนจะออกจากวงการไปแต่งงานพีอาร์สาวลูกครึ่งเกาหลีใต้ไทย  จนได้โซทองคล้องใจมาหนึ่งนั่นคือ  เตนล์ ไอดอลหนุ่มวง BassBot ที่เข้าสู่วงการตามรอยบิดาแม้จะคนละด้านก็เถอะ  



ซีวอนหันหน้าไปมองจุนมยอนและเซฮุนราวกับรอคำตอบ



“เอ่อ  คือ....”  จุนมยอนที่ถือว่าสนิทสนิทกับครอบครัวของเตนล์มากที่สุด  แถมทั้งตัวเขาเองและเซฮุนก็เป็นรุ่นน้องที่มหาลัยของชเวซีวอน    ก็ไม่รู้จะหาสาเหตุอะไรมาอธิบายให้  ซีวอนและโซอีเข้าใจได้ง่ายๆ กับอาการที่เตนล์เป็นอยู่   แล้วยิ่งคิมจุนมยอนเองที่เป็นคนชักชวนให้เตนล์มาออดิชั่นที่ค่ายมันยิ่งทำให้ผู้จัดการตัวขาวปากไม่ออก



แต่แล้วไม่มีใครคาดคิดทั้งสิ้นว่าเตนล์จะกล้าที่จะพูดออกมาเอง



“เอ่อ  ป๋าครับ  ผมขอโทษ”



“ขอโทษทำไมลูก  หรือน้องเตนล์มีอะไรที่ปิดบังป๋ากับม๊าไว้” ซีวอนเอ่ยแซวลูกชายคนเดียวที่นาน ๆ ทีจะมีโอกาสได้เจอกัน  ด้วยภาระหน้าที่ของการเป็นไอดอล มือแกร่งที่เหี่ยวย่นตามอายุลูบศีรษะกลมด้วยความห่วงใย



น้ำตาคลอขึ้นมาเต็มดวงตาเรียว   แต่เตนล์ตัดสินใจแล้วยังไงสักวันครอบครัวเค้าต้องรู้เรื่องนี้ไม่ว่าช้าหรือเร็ว  สู้เค้าเป็นคนบอกเรื่องนี้ด้วยตัวเองมันคงที่สุด



“ผมท้องครับป๋า”



“ท้อง!!!



ซีวอนเงียบไปทันที  มองสบตากับลูกชายคนเดียวที่ก้มหน้านิ่งๆ อยู่บนเตียง



“ถ้าเป็นมุขตลกที่กำลังถ่ายรายการอยู่  ป๋าบอกได้เลยว่าตกใจจนพูดไม่ออก”



ยิ่งเห็นน้ำตาของลูกชายคนเดียวที่ไหลออกมาเท่าไหร่  ทำให้ซีวอนยิ่งมั่นใจว่ามันไม่ใช่มุขตลกของรายการวาไรตี้ของเกาหลีใต้แน่ๆ



“มันคือความจริง  ผมท้องได้6สัปดาห์แล้ว”



เพี้ย!!!!



มือหนาที่ฟาดเข้าที่ใบหน้าเรียวเรียกความตกใจทั้งจากโซฮี  ผู้จัดการและสมาชิกคนอื่นๆ ของวงที่นั่งอยู่อีกมุมห้อง



“ปะ....ป๋า”



ซีวอนยังมองฝ่ามือตัวเอง  เป็นครั้งแรกที่เค้าตีลูกชายคนเดียว  ลูกที่เป็นแก้วตาดวงใจ  คนที่หวังให้สืบต่อสกุลชเว 

“ทำไม  ไม่รู้จักยับยั้งช่างใจ  ทำไม!!!!



“ป๋า  น้องเตนล์ขอโทษ   ขอโทษจริงๆ” ร่างเล็กบอบบางที่กุมแก้มตัวเองไว้  มันไม่ได้เจ็บบริเวณแก้มที่โดนบิดาตบ  แต่มันเจ็บที่ใจเพราะตนเองทำให้บุพการีเสียใจ



“ป๋าอยากตีให้หนักๆ เอาให้ตายทั้งแม่ทั้งลูกเลยน้องเตนล์”



เตนล์นั่งนิ่ง ๆ หลับตาลงเมื่อเห็นซีวอนยกฝ่ามือขึ้นอีก  แต่ต้องผิดคลาดเมื่อถูกเข้าไปกอด



“ป๋า” ใบหน้าเรียวที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาเงยหน้ามองคุณชเว  ที่ตอนนี้มือหนาเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มใส



“บอกไว้ก่อนว่าป๋าใจแข็ง  เพราะงั้นคนจะมาเป็นเขยบ้านชเวมันต้องอึด ถึกและอดทน...ถ้าเจ้านั้นไม่คิดจะรับผิดชอบ   ป๋านี่ละจะไปเป็นฝ่ายถล่มให้เละกันไปข้าง  กลับบ้านกันคุณโซฮี”



“ป๋า  ม๊า  เดี๋ยวก่อน...”  โซฮีถอนหายใจก่อนจะส่งยิ้มหวานให้ลูกชายคนเดียว  ด้วยเพราะรู้ว่าร่างกายของเตนล์มีมดลูกแฝงอยู่ในร่างกาย   แค่ไม่คาดว่าถูกชายตัวเองจะเป็นฝ่ายถูกกระทำ



“นี่เป็นอีกก้าวของน้องเตนล์  ที่ต้องตัดสินใจเอง   ไม่ว่ายังไงพ่อแม่ก็จะอยู่ข้างลูกเสมอแต่คนอื่นเค้าจะมองยังไง  จะรับลูกในแบบที่เป็นได้ไหม?  ม๊าไม่สามารถบอกได้   แต่ถ้ามันลำบากนักก็กลับบ้านเรานะคะลูก...น้องเตนล์” โซฮีกอดลูกชายคนเดียวแน่นๆ กอดจะหอมแก้มเนียน  แล้วรีบเดินตามคุณชเวซีวอนที่เดินนำออกไปแล้ว



ทั้งห้องพักผู้ป่วยมีแต่ความเงียบ  หลังจากที่คุณชวซีวอนและโซฮีกลับไปแล้ว  ไม่ว่ายังไงสายใยของครอบครัวก็ยังเหนียวแน่น  แม้ว่าคนที่เป็นลูกจะพลาดพลั้งทำผิดไปแต่คนเป็นพ่อและแม่ก็พร้อมจะให้อภัยเสมอ  คอยโอบอุ้มในวันที่เหนื่อยล้า



“โอย!!!!!!!  ชะ ช่วยด้วย  ปะ...ปวดท้อง” เตนล์จิกแขนยูตะที่ยืนอยู่ข้างเตียงอย่างแรง



“เตนล์ใจเย็นๆ ก่อน  พี่แทอิลโทรตามคุณหมอยองโฮด่วน” โดยองใช้ทิชชู่ซับเหงื่อที่ผุดขึ้นตามใบหน้าเรียวด้วยความเป็นห่วง





“อดทนไว้ก่อนนะเตนล์   คุณหมอกำลังมา”

 

 

 

 

 

 

---------------------------tbc----------------------------

  #อุ่นไอรักแทเตนล์ 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #7 BBC_Tommii (@bbc_tommy-13) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 04:31
    ฮืออออออ ขอให้ปลอดภัย อย่าเป็นอะไรนะแม่
    #7
    0