END-[Mpreg NCT] อุ่นไอรักแทเตนล์ [TaeTen,Hanta, Johneil,Jaedo]

ตอนที่ 15 : [Mpreg]: อุ่นไอรักแทเตนล์ : 015

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    24 ต.ค. 62





[Mpreg]:  อุ่นไอรักแทเตนล์ : 015

Pairing :  [TaeTen,Hanta ,Johnil,Jaedo] 

By winata [@winatafiction






            ลีแทยงที่ตอนนี้ต้องนั่งขบกรามแน่น  เมื่อต้องมานั่งดูการถ่ายเอ็มวีประกอบซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวเป็นเพลงพิเศษหลังจบคอนเสิร์ตอังกอร์ของBassBot  เพลง With Out You ที่แทยงทั้งแต่งเนื้อร้องและทำนองเองเพลงที่ทุกคนต่างคาดไม่คิดถึงว่าแร็พเปอร์หนุ่มจะสามารถถ่ายทอดออกมาได้อ่อนหวานขนาดนี้  ซึ่งถูกเมนวอยซ์ของวงอย่างแจฮยอน แทอิลและโดยองรับหน้าที่ร้องนำ 




แต่ที่ทำให้เขาโมโหเพราะเตนล์ที่ถูกเลือกให้แสดงเอ็มวีนี้ด้วยกับนายแบบจีนเชื้อสายอเมริกันที่เพิ่งเซ็นสัญญาเข้าสังกัดร่วมค่ายอย่างมาร์ค ต้วน  ทั้งที่ในการแสดงไม่มีอะไรมากกว่าเดินกอดคอกันในฐานะเพื่อนร่วมกลุ่ม   ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านกาแฟที่แทอิลรับบทเป็นบาริสต้าอยู่   แต่ดูเหมือนมาร์คจะแสดงนอกบทไปเพราะใบหน้าหล่อคมนั้นแทบจะติดกับแก้มเนียนแล้ว   แทยงได้แต่บอกกับตัวเองว่ามันคืองานก็เหมือนกับที่ตัวเองเพิ่งไปขึ้นปก BAZAAR กับจูฮยอนหรือไอรีน  ที่นอกจากเตนล์ไม่เอ่ยถามสักคำแม้ว่าในเซ็ตแฟชั่นนั้นจะมีรูปและท่าทางเหมือนคนรักกัน




“หล่อมากเลยฮะพี่แทยง  พี่ไอรีนโคตรสวยอ่ะ  ดูรูปนี้สิแฮะขนาดเหมือนฝุ่นเข้าตาแต่นูนาก็สวย” เจ้าตัวเล็กพูดออกมาแบบนี้จะให้แทยงกล้าถามได้ไงว่าหึงตัวเค้าบ้างไหม   เพราะเจ้าตัวร่าเริงขนาดที่เดินไปหาไอดอลสาวรุ่นพี่ร่วมค่ายเพื่อขอลายเซ็นไปให้ญาติสาวที่ฝากมาขอด้วย




“เห้อ”




“น้ำไหมมึง” ใบหน้าคมหันไปดูคนมาใหม่ก่อนจะหยิบโค้กมาเปิดกิน




“กินน้ำอัดลมเยอะไป  ระวังบวมนะฮันซล” อดเตือนเพื่อนไม่ได้เพราะฮันซลมีคิวถ่ายแบบกับซีรี่ส์อีกสองเรื่องหลังจบคอนเสิร์ตอังกอร์  แต่ดูแล้วเจ้าตัวคงไม่สนใจเท่าไหร่เพราะแทยงเห็นกินมากกว่าวันละ4กระป๋องขนาดยูตะยังเลิกบ่นไปเลย




“เด็กใหม่นั่นคิดไม่ซื่อเปล่าวะ  พีดีสั่งคัทแล้วยังไม่ปล่อยยอมเตนล์  อ้าวชิบหายละ..” ฮันซลเงียบไปทันทีเพราะคาตาเลยช็อตที่มาร์ค ต้วนก้มลงไปหาเตนล์ที่เงยหน้าขึ้นมามองอย่างงงๆ ซึ่งแน่นอนว่ากล้องยังถ่ายอยู่แม้พีดีจะสั่งคัทแล้วแต่ช็อตคิสซีนเล็กๆ ที่มาโดยไม่เจตนาของนักแสดงนำทั้งคู่ไม่ถูกตัดออกแน่นอนแม้จะเป็นฉากหอมแก้มกันก็เถอะ   ร่างสูงมองมือหนาของเพื่อนที่บีบกระป๋องโค้กจนบี้คามือพร้อมกลืนน้ำลายลงคอเพราะกลัวเพื่อนรักตัวดีจะเข้าไปทำกองเค้าล่ม




“มึงจะไปไหนวะ”



“...”





“งานเข้าแน่ๆ เตนล์” ฮันซลเอ่ยเบาๆ หลังเพื่อนรักเดินออกไปจากกองถ่ายที่ยึดโลเคชั่นร้านกาแฟสุดชิคที่ประธานค่ายกับว่าที่คุณนายเพิ่งเปิดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  แถมทำเลก็ดีงามพระรามเก้าตรงหน้าค่ายK Ent นี่เอง...เงินทองแฟนคลับจะไหลไปไหน  วันดีคืนดีเด็กเทรนหรือไอดอลในค่ายก็ตารางเวรมาเป็นพนักงานเสิร์ฟหรือบาริสต้าประจำร้าน  เล่นเอาทำร้านแทบแตกก็คนแรกที่มาทำหน้าที่ไม่ใช่ใครก็คู่หูแจโดแค่มาสามชั่วโมงนี่ขายกาแฟได้เกือบสามร้อยแก้ว  ทำเอาประธานยิ้มหน้าบานยิ่งกว่าจานดาวเทียม




“พี่ฮันซล  พี่แทยงละฮะ” เสียงใสที่เอ่ยถามพร้อมมองหาร่างสูงของใครอีกคนที่มารอรับทั้งที่วันนี้ไปเจอกันที่งานแต่งเลยก็ได้




“มันงอนเรา  เดินไปโน้นละแต่เตนล์ไม่ต้องเดินไปตามมันหรอกเดี๋ยวพี่โทรเรียกให้”




“ไม่เป็นไรฮะ  แค่นี้ผมเดินไปหาเองดีกว่า  เจอกันที่งานนะฮะพี่ฮันซล”




“งั้นเดินดีๆละเจ้าตัวเล็ก” ร่างสูงยิ้มให้น้องร่วมวงที่ควรเป็นมักเน่มากกว่าเจ้ามักเน่ตัวจริงของวงที่ทำตัวแก่แดดแก่ลมอย่างแจฮยอนเหลือเกิน  ทั้งที่อยากปล่อยผ่านไปแล้วแท้ๆ แต่พอเด็กใหม่ของค่ายเดินเข้ามาถามหาเตนล์นี่เล่นเอาฮันซลคิ้วกระตุก




“สวัสดีครับฮันซลฮยอง   เตนล์ไปไหนแล้วครับ” มาร์ค ต้วนเข้ามาทักทายพร้อมเอ่ยถามคนตัวเล็กที่ตัวเองยังไม่ได้ขอเบอร์เลย



“กลับไปแล้ว”




“แย่จัง  ผมกะว่าจะขอเบอร์สักหน่อย”





“มันไม่ใช่เรื่องของฉันหรอกนะ  แต่ขอเตือนนายไว้หน่อยจะดีกว่าอย่ายุ่งกับเตนล์เลยจะดีกว่ามันไม่แมนหรอกการเข้าไปเป็นมือสามของคนอื่นไอ้น้อง” ฮันซลบอกก่อนจะตบบ่าร่างสูงที่สูงพอๆกับตนเอง




“ดะ...เดี๋ยวก่อนฮยอง  ฮยองเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า  ผมจะขอเบอร์แบมแบมเพื่อนสนิทเตนล์เค้าเท่านั้นผมตามจีบน้องเค้าก่อนสัญญาเข้าค่ายนี้อีกนะฮยอง”




เกือบหมาแล้วไหมฮันซล....เพราะคนที่มาร์คพูดถึงร่างสูงก็รู้จักเพราะแบมแบมเป็นคนเขียนบทของค่ายทั้งที่ตอนแรกก็เป็นเด็กเทรนเหมือนกันแต่เจ้าตัวก็ผันตัวไปทำงานเบื้องหลังมากกว่าการออกมาหน้ากล้อง




“เอาไอดีไลน์ คาทกไปด้วยเลยไหมฮยองให้เอง”

 






แทยงที่เดินออกมาสงบสติอารมณ์ที่สวนข้างบริษัทก่อนที่จะทำตามความเคยชินเมื่อล้วงตลับที่บรรจุม้วนสีขาวๆ ออกมา  ที่เหลือจนเต็มตลับบ่งบอกว่านานแล้วที่เขาไม่ได้หยิบออกมาสูบเลยเพราะกลัวว่าควันของมันจะไปทำลายสุขภาพของว่าที่คุณแม่ลูกแฝดที่แทบจะอยู่ข้างกายตัวเค้าเองตลอด




“พี่ฮะ...” เสียงใสๆ ที่ดังขึ้นพร้อมเจ้าตัวทำหน้างอเล็กน้อยเมื่อเห็นตลับในมือแทยงทำให้ร่างสูงเก็บใส่กระเป๋า




“ผมนึกว่าพี่เลิกสูบแล้ว”  ง่ายๆ ถ้าแทยงจะโดนงอน...จากน้องเตนล์หรือเตนล์ จะเปลี่ยนเป็น...ผม..ทันที




“ก็สูบบ้างตอนเครียดหรือแต่งเพลงไม่ออก” บอกคนที่เดินมานั่งข้างๆ ที่สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นทั้งที่จริงคนที่กำลังงอนควรเป็นลีแทยงคนนี้มากกว่า




“โอเค  พี่จะเลิกแล้วกัน” 




“จริงๆ นะฮะ  พี่แทยงจะสูบแล้ว  น้องแฝดต้องดีใจแน่ๆเลย” แทยงอดยิ้มออกไม่ได้ก่อนเอื้อมมือไปบีบจมูกเล็กๆนั่นอย่างหมั่นเขี้ยว  แต่แล้วร่างสูงก็ชะงักก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ชายเสื้อของตัวเองเช็ดจมูกเช็ดแก้มของเตนล์



“อื้อออ    พี่ทำอะไร”




“ลบคราบของคนอื่น  ไม่ชอบให้ใครมาสัมผัสเรา” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมันแข็งจนคนฟังสัมผัสได้แต่ไม่รู้ทำไมเตนล์ถึงได้ยิ้มออกมากว้างมากๆ




“ไม่ต้องมายิ้มเลยเรา”




“หึงน้องเตนล์เหรอฮะพี่แทยง” เอ่ยถามเบาๆ เพราะเตนล์ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองนักยิ่งช่วงนี้นิตยสารที่ร่างสูงถ่ายคู่กับรุ่นพี่สาวสวยที่เคยมีความรู้สึกดีๆให้  มันยิ่งทำให้เตนล์กลัว...กลัวแทยงเปลี่ยนใจเพราะรู้ดีว่าจุดเริ่มต้นของเรามันไม่ใช่เกิดจากความทั้งสองฝ่าย




“โคตรหึง  บอกเลยมากด้วย  นี่ถ้าลุกไปเตะก้านคอไอ้มาร์ค ต้วนได้นี่ทำไปแล้วนะ” แทยงบอกยิ้มๆ ก่อนจะกดจมูกลงแก้มขาวแรงๆ ทั้งสองข้าง




“เจ็บนะพี่แทยง” เตนล์ว่าให้ก่อนจะทุบร่างสูงเบาๆ พร้อมกับลูบท้องตัวเองที่อยู่ภายใต้ชุดเอี้ยมสีน้ำเงินเข้มแก้เขิน




“คราวหน้าไม่ให้รับงานมีฉากพวกนี้แล้ว  ต่อไปงานเดี่ยวเราพี่จะแสกนให้หมดทั้งถ่ายแบบหรือเล่นเอ็มวี  แต่ไม่เอาดีกว่าถ้าคลอดแฝดแล้วให้อยู่บ้านเลี้ยงน้องแฝดอย่างเดียวดีกว่าพี่ทำงานหาเลี้ยงเอง” เตนล์คราวนี้ไม่รู้จะขำหรือร้องไห้ดีเพราะฟังจากที่ว่าที่คุณพ่อพูดนี่พี่ท่านวางแผนไปจนถึงโรงเรียนที่ส่งน้องแฝดเข้าเรียน




พระผู้เป็นเจ้าเมตตาน้องเตนล์ใช่ไหม  ถึงได้มอบโอกาสให้เราได้มีโอกาสสร้างครอบครัวเล็กๆ แม้ว่ามันจะยังไม่สมบูรณ์  แต่ร่างบางเชื่อ...เชื่อว่าผู้ชายที่อยู่ข้างๆตอนนี้จะเป็นผู้นำครอบครัว  เป็นคนรักและพ่อที่ดีของลูกในท้องของเตนล์ได้




“น้องเตนล์รักพี่แทยงนะฮะ”




“พี่ก็รักเรานะน้องเตนล์  ไปกันเถอะไปถึงงานช้าจะไม่ทันแย่งช่อดอกไม้จากเจ้าสาว”

 

 

 




 

 

วันนี้เป็นวันที่แสนวุ่นวายของค่ายK Ent. ที่สุดยิ่งกว่าวันที่หนุ่มๆ BassBot จะมีคอนเสิร์ตใหญ่เสียอีก  เพราะวันนี้เป็นแต่งงานของประธานค่ายคิมจงแดกับนางเอกสาวฮันโชอา  ซึ่งกว่าจะหาเวลาว่างเพื่อจัดงานแต่งงานได้จริงก็ใช้เวลาเกือบสามเดือนครึ่ง  เพราะตารางการถ่ายหนังและซีรี่ส์ของนางเอกสาวเยอะมาก  แถมความสัมพันธ์ของคนคู่ทั้งล้วนเป็นที่จับตามองมากเป็นพิเศษ   ในสายงานของอาชีพแล้วโชอาเป็นหนึ่งในนักแสดงและนางแบบที่บริษัทสื่อบันเทิงต่างๆ อยากจะได้ไปร่วมงานมากมาย  ส่วนประธานจงแดนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงที่ไม่ว่าหยิบจับธุรกิจไหนก็รุ่งเรืองอย่างธุรกิจเปิดร้านกาแฟที่กำลังไปได้สวยและกำลังจะขยายสาขาอีก 5 สาขาทั้งที่ไม่ใช่การซื้อแฟรนไชส์ของคนอื่นมาบริการ   แต่เป็นการเปิดโดยใช้สูตรของตัวเอง




สถานที่จัดงานแต่งงานคือคฤหาสน์และโบสถ์ส่วนตัวของประธานคิมจงแด  ทั้งงานกลางวันและงานเลี้ยงตอนกลางคืน   เพราะงานแต่งงานในครั้งนี้เป็นงานปิดเพื่อความเป็นส่วนของคู่บ่าวสาวและศิลปินในค่ายที่จะมาร่วมงานในครั้งนี้  แต่ยังมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยที่มาเฝ้าหน้าเพื่อร่วมแสดงความยินดีจนต้องมีโต๊ะให้แฟนคลับลงชื่ออวยพรในสมุดอวยพรคู่บ่าวสาว




จงแดเจ้าบ่าวของงานในชุดสูททางการที่เป็นสีขาวทั้งชุด  รูปหน้าหล่อรับกับทรงผมที่วันนี้จัดแต่งมาอย่างดีเดินเข้าไปกลางโบสถ์ยืนทางขวามือของบาทหลวงที่พร้อมทำพิธีให้คู่แต่งงานใหม่ต่อหน้าไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์




หนุ่มๆ BassBot ที่อยู่ในชุดสูทขาวผูกหูกระต่ายสีแดงต่างส่งสายตาล้อเลียนประธานค่ายของตนเองที่ตอนนี้อยู่ในอาการตื่นเต้นและร้อนรน




“ใจเย็นครับพี่”  แทยงบอกก่อนจะส่งกระดาษทิชชูให้เจ้าบ่าวซับเหงื่อตามไรผม




ยังไม่ทันได้โต้ตอบอะไรเสียงตะโกนเริ่มพิธีก็ดังขึ้นมาจากด้านนอกประตูโบสถ์   ประตูบานกว้างเปิดออกเป็นสัญญาณให้เด็กชายและเด็กหญิงที่เป็นนักแสดงในสังกัดของค่ายที่ชื่อน้องเดวิดแต่งตัวในชุดสูทสีดำถือพานใส่แหวนทั้งสองวง   ส่วนฮโยเจใส่ชุดเดรสขาวแขนตุ๊กตาในมือถือตกร้าดอกไม้โปรยนำทางให้เจ้าสาวที่ควงแขนกับคุณพ่อเดินเข้ามาในโบสถ์  แล้วมีเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวถือเทียนตามหลังมาก่อนจะ เริ่มพิธีโดยการถือเชิงเทียนเปล่าในมือตนเองไปต่อไฟจากแท่นเทียนที่อยู่ด้านหน้าโบสถ์  จากนั้นทั้งคู่จะค่อยๆ ประคองเชิงเทียนเดินเข้ามาในโบสถ์หยุดอยู่ตรงกลางลานพิธี   ก่อนจะแยกกันไปจุดต่อยังเชิงเทียนซ้ายขวา   จากนั้นค่อยๆ กลับหลังเดินออกไปจากโบสถ์พร้อมด้วยเสียงเปียโนที่บรรเลงต้อนรับขบวนเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามาต่อจากนั้นขบวนเจ้าสาวค่อยๆ เคลื่อนผ่านบานประตูโบสถ์ 





“จงแด...พ่อพาโชอามาส่ง  ต่อไปจากนี้ช่วยดูแลน้องด้วยนะลูก”   มือหนายื่นมือบางของเจ้าสาวให้เจ้าบ่าว  จงแดมองมือบางที่อยู่ในถุงมือสีขาวยาวถึงข้อศอกก่อนจะเอื้อมมือตัวเองไปรับ




“ผมจะรักและดูแลโชอาตลอดชีวิตครับคุณพ่อ”




ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีที่ทำให้แจงแดรู้สึกมั่นใจกับคำพูดตนเองมากที่สุด  เพราะคำพูดของเขาในวันนี้มันมีความหมายมากกว่านั้น




บาทหลวงที่ยืนอยู่หน้าแท่นพิธี  เริ่มอ่านพระคัมภีร์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่เพื่อให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้รับทราบถึงภาระหน้าที่ที่จะผูกพันพวกเค้าทั้งคู่ต่อไป




แต่ในงานแต่งงานครั้งนี้  นอกจากจะมีเจ้าบ่าวเจ้าสาวตัวจริงอย่างจงแดและโชอาแล้ว  ยังมีคนอีกคู่หนึ่งที่ยืนอยู่เคียงข้างกันในชุดสูทสีขาวที่ตอนนี้มือของพวกทั้งคู่ต่างสอดประสานกันอยู่ราวกับรอคอยเข้าพิธีแต่งงานไปพร้อมๆ กัน  แทยงและเตนล์




“พ่อจะขอถาม  ฮันโชอา  ลูกจะรับคิมแจงแดเป็นสามีไม่ว่าจะยามสุขหรือทุกข์  มั่งมีหรือยากจน  สบายดีหรือเจ็บป่วยจนกว่าจะตายจากกันหรือไม่”  บาทหลวงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มทรงอำนาจท่ามกลางความเงียบในพิธี

 

“พ่อจะขอถาม  ชิตพล  ลูกจะรับลีแทยงเป็นสามีไม่ว่าจะยามสุขหรือทุกข์  มั่งมีหรือยากจน  สบายดีหรือเจ็บป่วยจนกว่าจะตายจากกันหรือไม่” 

 

โชอาหันหน้ามามองชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะหันไปสบตากับบาทหลวงเอ่ยคำสัตย์ด้วยน้ำเสียงมั่นคง

“รับค่ะ”

 

“รับครับ” 

ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาแบบไม่มีเสียง     ดวงตาเรียวคู่สวยมองสบกับดวงตาคมเข้มของแทยงที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว

 

“จงแด  ลูกจะรับฮันโชอาเป็นภรรยาไม่ว่าจะยามสุขหรือทุกข์  มั่งมีหรือยากจน  สบายดีหรือเจ็บป่วยจนกว่าจะตายจากกันหรือไม่” 

“รับครับ” จงแดรับคำอย่างหนักแน่นมันทำให้เจ้าสาวที่ได้ฟังถึงกลับน้ำตาคลอ

 

“รับครับ” แทยงบอกแบบไม่มีเสียง  มือหนาเพิ่มแรงบีบมือบางที่สอดประสานกับมือหนาอยู่ราวกับจะยืนยันสิ่งที่กำลังสื่อให้ร่างบางที่อุ้มท้องลูกฝาแฝดที่มีอายุครรภ์ครบแปดเดือนแล้วได้รับรู้

 

“ลูกทั้งสองมีสิ่งใดที่จะใช้แทนคำสัญญานั้น”



สิ้นคำถามของบาทหลวง  จุนมยอนที่รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้างประธานจงแดพลางยื่นแหวนแต่งงานสีเงินเกลี้ยงไร้รอยต่อในพานให้เจ้าบ่าวที่รับไปส่งต่อให้บาทหลวงที่เป่ามนต์ศักสิทธิ์ให้กับแหวนก่อนจะส่งคืนให้เจ้าบ่าว



จงแดค่อยๆ จับมือเรียงบางขึ้นก่อนจะบรรจงสวมแหวนแต่งงานในนิ้วนางข้างซ้ายตามความเชื่อมาแต่ครั้งโบราณที่ว่าเส้นเลือดในนิ้วนางข้างซ้ายจะเชื่อมต่อกับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ




“ขอมอบแหวนวงนี้เป็นเครื่องหมายแสดงความรักและความซื่อสัตย์ตลอดไป” เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น  ก่อนจะก้มลงจูบซ้ำที่แหวนเนื้อเกลี้ยงเป็นการยืนยันคำพูดของตนเอง

 

“ขอมอบหัวใจดวงนี้เป็นเครื่องหมายแสดงความรักและความซื่อสัตย์ตลอดไป”

แทยงขยับปากแบบไร้เสียงก่อนจะหันใบหน้าคมเข้มมองเตนล์ที่จ้องมองมาอยู่  ในขณะที่มือของทั้งคู่ยังสอดประสานกันอยู่โดยที่นิ้วนางของทั้งคู่มีแหวนคาร์เทียร์วงเล็กๆประดับอยู่

 



“ขอมอบแหวนวงนี้เป็นเครื่องหมายของการตอบแทนความรักและความซื่อสัตย์ตลอดไป” 

โชอาค่อยๆ สวมแหวนแต่งงานที่ได้รับมาจากบาทหลวงสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของจงแด

 



“ขอมอบหัวใจดวงนี้เป็นเครื่องหมายของการตอบแทนความรักและความซื่อสัตย์ตลอดไป” 

แทยงขยับปากตอบกลับก่อนจะกระชับมือให้แน่นขึ้น

 


แหวนคู่ที่ใช้เป็นตัวแทนของความรักของคนทั้งคู่ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์  แม้แหวนจะมีราคาสูงเพียงใดหากวันใดที่เจ้าของแหวนคู่ที่หมดรักกันแล้ว  ก็ไม่ต่างกับแหวนที่ไร้ค่าที่เหลือเป็นอนุสรณ์ของความผูกพันกันเท่านั้น




“ขอให้ลูกทั้งสองจูบสาบานรักต่อหน้าพระเจ้าที่ประทับเป็นสักขีพยาน  อยู่  ณ ที่นี้”




จงแดอมยิ้มเมื่อเห็นสีเรื่อที่สองข้างแก้มของเจ้าสาวที่ตอนนี้ก้มหน้าลงมองพื้น  มือหนาค่อยๆ จับผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้น  ตอนนี้เจ้าสาวหลับตานิ่งเพื่อรอคอย...ริมฝีปากได้รูปของเจ้าบ่าวสัมผัสริมฝีปากของเจ้าสาวแผ่วเบาก่อนจะผละออกมา




“วิ้ดวิ้ว  สุดยอดไปเลยประธานของพวกเรา”  แจฮยอนและเพื่อนเจ้าบ่าวทั้งหลายต่างผิวปากแซว



“พ่อขอประกาศให้คิมจงแดและฮันโชอาทั้งสองเป็นสามีภรรยาภายใต้ความรักและศรัทธาของพระผู้เป็นเจ้า  พระองค์จะคอยดูแลลูกทั้งสองตราบเท่าที่ลูกทั้งสองจะรักษาความรักให้กันและกันตลอดไป..อาเมน”

 


“พ่อขอประกาศให้ลีแทยงและชิตพล  ทั้งสองเป็นสามีภรรยาภายใต้ความรักและศรัทธาของพระผู้เป็นเจ้า  พระองค์จะคอยดูแลลูกทั้งสองตราบเท่าที่ลูกทั้งสองจะรักษาความรักให้กันและกันตลอดไป..อาเมน” 



แม้จะไม่ได้จูบสาบานต่อหน้าพระเจ้าท่ามกลางบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์นี้  แต่แทยงและเตนล์ต่างรู้ดีว่าตอนนี้พวกเค้าทั้งคู่แต่งงานกันโดยทางจิตวิญญาณแล้ว

 


สิ้นเสียงประกาศรับรองการเป็นสามีและภรรยาที่ถูกต้องตามหลักศาสนาของทั้งคู่จากบาทหลวงเสียงปรบมือจากสักขีพยานทั้งหลายก็ดังก้องภายในโบสถ์




“ตอนนี้ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอย  สาวๆ หนุ่มๆ ทั้งหลายที่ยังโสด  เชิญรอที่หน้าประตูเลยนะครับเดี๋ยวโชอานูนาเจ้าสาวสุดสวยของเราในวันนี้จะทำพิธีโยนช่อดอกไม้” 



มักเน่ของวงประกาศออกไมโครโฟน  ทำให้สาวๆ และคนที่อยากได้ช่อดอกไม้ต่างรีบวิ่งออกไปนอกโบสถ์เพื่อรอรับช่อดอกไม้ที่เจ้าสาวจะโยนให้



“ดูสิ  ยูตะลากพี่ฮันซลออกไปก่อนคนอื่นเลย”



เตนล์บอกขณะที่ค่อยๆ เดินตามหลังคู่บ่าวสาวออกมานอกโบสถ์โดยมีแทยงคอยช่วยพยุงไม่ห่าง



“น้องเตนล์”



“อะ.....”  เสียงใสเงียบหายไปเมื่อร่างสูงก้มลงมาจุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปากบาง



“แบบนี้ก็เหมือนเราเข้าพิธีที่ถูกต้องแล้วเนอะ”      



“...” ไม่มีคำตอบใดจากเตนล์นอกจากแก้มแดงๆ ที่พยายามไม่หันไปมองคนที่เดินอยู่ข้างๆ มือของคนทั้งคู่ยังเกาะเกี่ยวสอดประสานกันอยู่



เจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนอยู่หน้าประตูโบสถ์   ด้านล่างมีนักร้องในค่ายและเพื่อนร่วมงานมากมายที่ยืนอออยู่จนเต็มพื้นที่  รวมถึงหนุ่มๆ BassBot ยกเว้นแต่แทยงและเตนล์ที่อยู่ยืนห่างๆ   นอกนั้นก็เหลือเพียงช่างภาพประจำค่ายที่เก็บรูปบรรยากาศภายในงานจนมือระวิง



“พร้อมน่ะ    จะโยนแล้วน้า” เจ้าสาวบอกด้วยความขี้เล่น



“พร้อมมมมมมมมมม”  บรรดาคนที่ยืนรอช่อดอกไม้อยู่ต่างขานรับเสียงใส



“เจ้าพวกนั่นก็เอากับเค้าด้วย”



“อะไรคะจงแด” โชอาถามเพราะได้ยินเสียงบ่นของสามีหมาดๆ พอดี



“ก็ดูสิ  หน้าตายูตะกับแจฮยอน  คอยดูนะสองคนนั้นต้องโวยวายแน่ถ้าแย่งไม่ได้”



โชอาหันไปตามมือของชายหนุ่มที่ชี้ไปยังนักร้องหนุ่มที่กำลังรอคอยช่อดอกไม้ด้วยใจจดจ่อ



“ฉันต้องโยนรอบสองให้น้องไหมคะ” เอ่ยถามแบบติดตลก



“ช่างเถอะ  ว่าแต่พร้อมนะ” พยักหน้ารับก่อนจะตกใจมือจงแดจะช้อนตัวอุ้มเจ้าสาวขึ้นมา



“พร้อมนะทุกคน  ฮานา  ดุล  เซส”  โชอาหลับตาโยนช่อดอกไม้ไปทางด้านหลัง  ท่ามกลางเสียงเฮสั่นของสาวๆ หนุ่มๆ ที่ยังโสด



“จงอิน/จงอิน???”



จงแดกับโชอาต่างเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน   หลังจากมองกลุ่มคนที่ปัดช่อดอกไม้เด้งไปมาจนในที่สุดก็ตกไปอยู่ในมือของชายหนุ่มหน้าคมเข้มที่เพิ่งลงจากเครื่องที่สนามบินอินชอนก็ตรงดิ่งมาร่วมงานทันทีหลังจากไปถ่ายโฟโต้บุคฉบับพิเศษที่อิตาลีเกือบสองเดือน   ท่ามกลางเสียงโห่แซวว่าจะเป็นเจ้าบ่าวคนถัดไปตามธรรมเนียม



“เจ้าสาวของจงอิน  นี่คือการเต้นหรือบัลเลย์รึเปล่าคะคุณ”



“อ้า.....บอกไม่ถูกเหมือนกันสำหรับเจ้านั้นปกติถ้าไม่ทำหน้านิ่ง  พอเปิดปากทีไรก็กัดชาวบ้านไปทั่ว”



“ไม่ได้เลยช่อดอกไม้”  ยูตะที่เดินขึ้นมาหาเจ้าบ่าวเจ้าสาวบ่นอุบ



“เพราะพี่นั้นล่ะ  มากระโดดอยู่ข้างๆ ทำให้ผมเสียสมาธิดูดิไม่ได้เลย” แจฮยอนบ่นบ้าง     ก่อนจะสะบัดหน้าไปคนละทางกับยูตะเพราะเจ้าตัวกะเอาช่อดอกไม้นี่ไปเนียนขอโดยองแต่งงานบ้าง



“ถ้านายอยากได้ขนาดนั้นเดี๋ยวกลับจากงาน  ฉันจะซื้อให้สักช่อก็ได้ยูตะ”



“ย่าห์  จีฮันวล” คนที่มีดวงตาที่หวานที่สุดในวงจ้องเขม็งไปยังคนพูดก่อนจะเดินกระแทกส้นหนีไปทางอื่น



“อ้าว?  ฉันพูดไรผิด  ก็เห็นอยากได้”  ฮันซลอมยิ้มก่อนจะเดินตามคนที่เดินหนีไปก่อนด้วยความเคยชิน(?)



“เลิกทำหน้าเศร้าได้แล้ว  พี่ให้”  โดยองแกะอมยิ้มยื่นให้แจฮยอนที่ตอนนี้รับเอาเข้าปากไปแล้วโดยที่พวกเค้าทั้งคู่ทรุดนั่งลงที่บันไดทางเดินขึ้นโบสถ์



“พี่..”


“เราอย่าเพิ่งรีบร้อนดีกว่าแจฮยอน  ชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกตั้งเยอะค่อยๆเป็นค่อยๆไปก็หรือนายรีบ”



“เปล่าๆ พี่บอกให้ค่อยเป็นค่อยไปก็ได้  ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” จากนั้นรอยยิ้มก็มีบนใบหน้าคมของมักเน่ในขณะที่คนพี่ก็หันไปยิ้มอีกทางเพราะขืนยิ้มให้ตรงๆเจ้าเด็กบ้านี่ต้องพุ่งมาหอมแก้มแน่ๆ เพราะแจฮยอนชอบบอกโดยองยิ้มแล้วเหมือนกระต่ายที่เคยเลี้ยงตอนเด็กเห้นยิ้มแล้วอยากเข้าไปฟัดแก้ม




“ร้อน  เข้างานล่ะ”  บอกสั้นๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปยังโซนงานเลี้ยงฉลองวิวาห์ที่ตอนนี้โต๊ะของBassBot มีฮันซลกับยูตะนั่งอยู่ก่อนแล้ว



“รอผมด้วยพี่โดยอง”



โชอาหันไปมองตามหลังหนุ่มๆ BassBot ที่เดินเข้างานเลี้ยงไปแล้วก่อนจะหันกลับมามองประธานจงแด  ก่อนที่มือบางทั้งคู่จะยกนิ้วชี้มาชิดกัน  ราวจะสื่อว่าสิ่งเข้าใจนั้นถูกต้องไหม?



“ก็แบบที่เข้าใจ  แจโด ฮันตะ ไม่นับแทเตนล์และจอห์นอิล  BassBot เค้ากินกันเอง”



“ฮาๆ แบบนี้ก็ไม่เสียดุลค่ายไหนสินะคะ”

 

 

 

 

++++++++tbc++++++++++

 

#อุ่นไอรักแทเตนล์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #14 aemll (@My-ae-mond) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 13:02
    โอ้ยยยยน่ารักมากกกกกกกกกกกกกก
    #14
    0