END-[Mpreg NCT] อุ่นไอรักแทเตนล์ [TaeTen,Hanta, Johneil,Jaedo]

ตอนที่ 11 : [Mpreg]: อุ่นไอรักแทเตนล์ : 011

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 453
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    24 ต.ค. 62





[Mpreg]:  อุ่นไอรักแทเตนล์ : 011

Pairing :  [TaeTen,Hanta ,Johneil,Jaedo] 

By winata [@winatafiction]

 


 

แทอิลกอดอกยืนมองน้องชายร่วมวงของตัวเองด้วยอารมณ์ที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้  

ถ้าบีบคอคุณพ่อกับคุณแม่มือใหม่ได้    รับรองว่ามุนแทอิลคงทำไปแล้วก็ดันขัดจังหวะโทรมาในตอนที่กำลังจะ.....  ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับพาตัวเองไปทรุดนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นของคุณหมอซอยองโฮ

 

 

เนื่องจากตอนนี้คุณหมอยองโฮกลายเป็นเพื่อนบ้านคนใหม่ของหนุ่ม ๆ วง Bassbot เพียงแค่อยู่กันคนละชั้นของคอนโดก็เท่านั้นเอง 

 

 

“ตี4”

 

 

อดจะบ่นลอยๆ แถมไม่ได้  เพราะเขากับคุณหมอยองโฮต้องกระวีกระวาดหยิบเสื้อผ้าที่ใกล้มือที่สุดมาใส่  หลังจากได้รับโทรศัพท์แทยง

 

 

“แทอิล  น้องๆ แค่ตื่นเต้น”

 

 

พอเห็นยิ้มหล่อๆ ของแฟนหนุ่มทำให้แทอิลเลือกเอนตัวนอนพิงไปกับโซฟาและปิดเปลือกตาลงเพราะไม่อยากจะมองภาพคุณพ่อคุณแม่มือใหม่  แต่ประสาทการได้ยินยังเปิดอยู่

 

 

ยองโฮอดจะหัวเราะออกมาไม่ได้  หลังจากวางสายไม่ถึง 5 นาที คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็มากดออดหน้าห้องคุณหมอยองโฮด้วยอาการหน้าตาตื่น  โดยเฉพาะคุณพ่อที่มีน้ำตาคลอเบ้าที่พร้อมจะไหลออกมาได้ทุกเมื่อ   ส่วนคุณแม่ก็ดูร้อนรนมากกัดจิกเล็บมือตัวเองแทบจะตลอดเวลา

 

 

“เตนล์บอกพี่ได้ไหม  ว่าน้องแฝดดิ้นแบบไหน?”

 

 

ยองโฮเปลี่ยนมาเรียกคุณพ่อกับคุณแม่มือใหม่ด้วยความกันเองมากขึ้น   เพราะเริ่มสนิทกันมากขึ้นรวมถึงแทอิลแฟนหนุ่มที่รักทั้งคู่เหมือนน้องชายแท้ๆ  เลยทำให้คุณหมอรักทั้งคู่เหมือนน้องชายไปด้วย

 

 

“ผมบอกไม่ถูกครับพี่  แต่รู้สึกอะไรมาดุนๆ ในท้องแล้วก็เคลื่อนไหวไปมา” เตนล์บอกเสียงสั่นๆ

 

 

“ปวดท้องแปลบๆ ด้วยไหม?”

 

 

“........คะ คือ  ผมมัวแต่ตกใจที่ลูกดิ้นเลยไม่ได้สังเกต”

 

 

ยองโฮยิ้มจนเจ็บแก้ม  ก็คู่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ตรงหน้าที่ตอนนี้มือยังกุมกันอยู่  ส่วนมือข้างที่ว่างของแทยงก็ลูบหน้าท้องคุณแม่ที่เริ่มนูนขึ้นนิดๆ   ท้องแรกแล้วยิ่งลูกดิ้นครั้งแรกย่อมตื่นเต้นเป็นธรรมดา

 

 

“แล้วตอนนี้เตนล์รู้สึกยังไงบ้าง”

 

 

ดวงตาเรียวเงยหน้าขึ้นมามามองคุณหมอหลังจากก้มดูท้องตัวเองอยู่

 

 

“รู้สึกว่าแฝดขยับตัวไปมา”

 

 

“แล้วตั้งแต่ดิ้นครั้งแรกจนถึงตอนนี้ดิ้นไปกี่ครั้งแล้ว”

 

 

เตนล์หันมามองแทยง   ก่อนจะส่งสายตาละห้อยให้คุณหมอ

 

 

“ม่ะ..ไม่ได้นับครับ  พอรู้ว่าแฝดดิ้น  พี่แทยงก็โทรหาพี่หมอทันทีเลย”

 

 

“ผมว่าน่าจะดิ้นไปมา 5-6 ครั้งได้เท่าที่นับได้”

 

 

แทยงเสริมขึ้นมาเพราะหลังจากออกจากห้อง  ระหว่างเดินลงบันไดมายังห้องของยองโฮทุกครั้งที่แฝดขยับตัวเตนล์จะเอื้อมมือมาหยิกที่แขนเขา  ตอนนี้ที่แขนแกร่งมีรอยแดงๆ อยู่ 5-6 รอยแล้ว

 

 

 

ลูกครับ  พ่อขออย่าเพิ่งซนมากแค่นี้แม่หนูๆ ก็หยิกพ่อแดงหมดแล้ว -*-...

 

 

 

 

“งั้นคงไม่อะไรที่ต้องน่าเป็นห่วง  เพราะปกติเด็กในท้องจะดิ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 200-230 ครั้งต่อสัปดาห์  แต่ต้องมีอายุครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไป  ส่วนในกรณีของเราเพิ่ง 16 สัปดาห์กว่าๆ น้องแฝดก็ดิ้นแล้ว  แสดงให้เห็นว่าเด็กมีพัฒนาการไวมาก”

 

 

แทยงกับเตนล์หันมาสบตากัน  แค่ลูกดิ้นครั้งแรกยังตื่นเต้นขนาดนี้  แล้วถ้าต้องดิ้นวันละหลายสิบครั้งจะทำยังไง  เพราะอาทิตย์หน้าจะเริ่มทำงานตามปกติแล้ว

 

 

“ไม่ต้องเครียดไป   ถ้าปกติในชีวิตประจำวันของคุณแม่มีงานทำตลอดเวลาก็ไม่รู้สึกหรอกว่าลูกดิ้น ส่วนที่การที่เด็กดิ้นโดยเฉลี่ยมาจากการวิจัยทางการแพทย์”

 

 

ยองโฮที่เห็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่พยักหน้าแบบเข้าใจแล้วก็พูดต่ออย่างช้าๆ

 

 

“ยิ่งอายุครรภ์เยอะเด็กก็ยิ่งดิ้นแรงและถี่ขึ้นเรื่อยๆ  ราวๆ สัปดาห์ที่ 23 หรือย่างเข้าเดือนที่ 6  จะดิ้นเฉลี่ยถึง 500 ครั้งต่อวันเลยทีเดียว  จากนั้นจะดิ้นน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อใกล้จะคลอด  เด็กในท้องจะหลับหรืออยู่นิ่งๆ ได้ราว 75-80 นาที  คุณแม่ต้องคอยสังเกตด้วยว่าลูกดิ้นอยู่รึเปล่า  เพราะเด็กในท้องอาจมีปัญหาได้ถ้าไม่ดิ้น”

 

 

เตนล์หันมากอดแทยงพร้อมกับคิดหนัก  นี่ต้องเฝ้าระวังลูกแฝดในท้องทุกๆ 75 นาทีใช่ไหม

 

 

“แล้วอาการดิ้นนี่  มีแบบไหนอีกบ้างครับ”

 

 

แทยงถามต่อในขณะที่มือหนึ่งก็ลูบผมเตนล์  ส่วนอีกข้างก็ลูบหน้าท้องคุณแม่เบาๆ และตลอดเวลาที่ลูบท้องก็รู้สึกอยู่ตลอดว่ามีอะไรมากระทุ้งทุกจุดที่มือแกร่งลูบลงไป   อาการโต้ตอบกลับมาราวจะสื่อให้คุณพ่อรู้ว่าลูกแฝดอยากจะเล่นด้วย

 

 

“การดิ้นของเด็กแบ่งได้ 4 ลักษณะ  หนึ่งก็ดิ้นเบาๆ  สองคือดิ้นแรงหรือเตะ  ไม่ก็เคลื่อนไหวแบบกระตุก  สามก็เคลื่อนไหวแบบคลื่นซึ่งพบทุกช่วงของอายุครรภ์  ส่วนแบบสุดท้ายคือการสะอึกหรือดิ้นเป็นจังหวะซึ่งจะเกิดช่วงท้ายๆ ของการตั้งครรภ์  คล้ายๆ กับผู้ใหญ่สะอึก”

 

แทยงขมวดคิ้วก่อนจะถามต่อ

 

 

“แล้วถ้าแฝดดิ้นแรงนี่  หมายถึงมีร่างกายแข็งแรงมากรึเปล่าครับพี่หมอ”

 

 

“ไม่เสมอไปหรอกแทยง  เด็กบ้างคนอาจนานทีจะดิ้นสักทีหนึ่ง  แต่ยังไงภายใน 12 ชั่วโมงเด็กต้องดิ้นไม่งั้นสันนิษฐาน ว่ามีปัญหาขึ้นแล้วกับเด็กต้องรีบมาหาหมอโดยทันทีอย่าใจเย็นเพราะบ้างทีกว่าคุณแม่จะรู้ตัวเด็กก็อาจจะเสียชีวิตตั้งแต่ในครรภ์ไปแล้ว”

 

 

เตนล์หน้าซีดเข้าไปใหญ่หลังจากได้ฟังคุณหมอยองโฮบอก  จนแทยงต้องเอามือบางมากุมไว้พร้อมบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจไม่อยากให้คิดไปไกล

 

 

“พี่ฮะ......”

 

 

ร่างสูงยกมือบางขึ้นมาจุมพิตเบาๆ  ปลอบโยนคุณแม่ที่กำลังคิดมาก

 

 

“ไม่ต้องกังวลกันไปนะ  พี่อยากให้เตนล์คอยสังเกตและแยกให้ออก  แบบไหนคือเด็กที่ดิ้นสม่ำเสมอ  แบบไหนคือการเต้นของเส้นเลือดของตัวคุณแม่เอง  ตอนที่คุณแม่เอนหลังหรือนอนหงาย  ลูกในท้องอาจจะไปกดทับเส้นเลือดแดงทำให้มีการส่งผ่านการเต้นมาถึงลูก  คุณแม่ก็อาจเข้าใจผิดว่าลูกดิ้นได้  มีวิธีการแยกอยู่ไม่ยากเลย   แทยงลองจับชีพจรตรงข้อมือของเตนล์ ส่วนอีกข้างก็วางลงบนท้อง”

 

 

แทยงทำตามอย่างรวดเร็วไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ

 

 

“อย่างนั้นล่ะ   ถ้าลูกดิ้นเป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของชีพจรคุณแม่  นั้นหมายถึงเส้นเลือดคุณแม่เต้น  แต่ถ้ามันแตกต่างกันแสดงว่าลูกดิ้นเป็นจังหวะ”

 

 

“พี่หมอแล้วถ้าลูกไม่ดิ้นเป็นเวลานานจะทำยังไงละครับ”

 

 

เตนล์ถามขึ้นมาบ้าง

 

 

“ก็ต้องตรวจคลื่นหัวใจของเด็กในท้อง  ถ้าไม่ได้ยินเสียงหัวใจเลยก็ต้องใช้เครื่องมือกระตุ้นหัวใจเด็กอีกที   แต่เตนล์ไม่ต้องกังวลไปนะตอนนี้น้องแฝดในท้องแข็งแรงมากจริงๆ ไม่งั้นคงไม่ดิ้นก่อนปกติ   เดี๋ยวตอนบ่ายพี่ไปเข้าเวรแล้วจะสั่งยาบำรุงให้เราอีกชุดนะ  ส่วนนัดตรวจครรภ์ก็ยังต้องมาตรวจตามเวลานัดเหมือนเดิม”

 

 

“ขอบคุณมากนะครับพี่หมอ   งั้นพวกผมขอตัวกลับเลย  ขอโทษด้วยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของพี่หมอทั้งที่เพิ่งบินกลับมาถึง”

 

 

แทยงบอกด้วยความเกรงใจ   ยิ่งเห็นใบหน้าหงุดหงิดของแทอิลมันทำให้รู้สึกตัวว่าเขาเผลอโทรมาขัดจังหวะคู่รักที่ไม่ได้เจอกันมาหลายสัปดาห์  ก็สภาพของคุณหมอยองโฮกับลีดเดอร์ของวงถึงไม่บอกก็พอเดาได้ว่าก่อนพวกเขามาทั้งคู่ต้องประกอบกิจกรรมคู่รักอยู่แน่ ๆ  ยิ่งรอยแดงๆ แถวคอคุณหมอยองโฮนี่ชัดเจนมาก ๆ

 

 

“พวกนายรีบกลับๆ ไปสักที  พวกพี่จะได้ไปนอน” แทอิลที่นิ่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นมาบ้าง

 

 

“พี่แทอิล  ผมขอโทษน้า” เตนล์พูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเต็มที่แต่แววตาแสดงอาการล้อเลียนลีดเดอร์ของวงตัวเองที่นานๆ ทีจะมีโอกาสได้แกล้ง

 

 

“เดินกลับดีๆ นะ” คุณหมอหนุ่มยิ้มส่งนักร้องหนุ่มทั้งสองคน

 

 

“พี่ยังยิ้มระรื่นได้อีกนะ  ฮึ” หลังจากเตนล์กับแทยงกลับไปแล้ว  แทอิลก็บอกด้วยน้ำเสียงงอนๆ ปนหงุดหงิด

 

 

“นั้นน้องรักของเราเชียวนะ  ไม่เอาไม่หงุดหงิด  พี่ว่าเรามาสานต่ออะไรๆ ให้มันจบดีกว่านะคิดถึงจะแย่ไม่ได้กอดแทอิลตั้งหลายอาทิตย์” คุณหมอยองโฮก้มลงจูบแทอิลเบาๆ

 

 

“พี่ยองโฮ  ผมก็คิดถึงพี่มากๆ เลยนะ” เสียงหวานๆ ที่กระซิบข้างหูคุณหมอ  กลิ่นหอมหวานจากครีมอาบน้ำที่แทอิลใช้มันแตะจมูกของยองโฮ  กลิ่นหอมอ่อน ๆ กระชากสติคุณหมอหนุ่มไปจนหมด  ซอกคอขาวเนียน  กลิ่นหอมมันชัดเจนมากซะจนยองโฮใจเต้นไม่เป็นจังหวะ  อดไม่ได้ที่จะใช้ริมฝีปากจูบไล้ไปซ้ำๆ ฝ่ามือเริ่มวุ่นวายไปทั่วร่างแทอิลที่ตอนนี้เสื้อเชิ้ตตัวยาวและกางเกงบ๊อกเซอ์ตัวสั้นหลุดออกจากร่างไปแล้ว พอๆ กับยองโฮที่ตอนนี้เหลือแค่ตัวเปล่า ๆ

 

 

“เดี๋ยวเจ็บหลังนะ” ยองโฮเพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้ทั้งเขาและแทอิลอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ที่พอมีผู้ชายสองคนมานอนเบียดกันอยู่นี้ถือว่าแคบมาก

 

 

“ผมอยู่กับพี่หมอต้องกลัวอะไรอีก  รักผมให้เหมือนกับพี่รักพี่นะฮะพี่ยองโฮ” คุณหมอยองโฮพลิกตัวขึ้นทาบทับร่างบาง  บดเบียดร่างเปล่าเปลือยที่ตอนนี้ไม่มีอะไรปกคลุมอยู่  ก่อนจะซุกใบหน้าคมสูดกลิ่นหอมราวกับคนหิวโหย  ไล่ลงมาจนถึงแผงอกขาวเนียน

 

 

เสียงครางเบา ๆ จากอีกแทอิลทำให้ยองโฮตวัดปลายลิ้นกับยอดอกสีอ่อนเร็วขึ้น  และนั่นทำให้ร่างของลีดเดอร์วงBassBot แอ่นกายรับสัมผัสพร้อมกับเสียงครวญครางที่ดังมากกว่าเดิม

 

 

“พี่ยองโฮ...อา” เสียงใสเรียกชื่อเขาเบาหวิว  ทำให้ยองโฮเลื่อนตัวขึ้นมาจูบหยอกเย้าที่ริมฝีบางบางเบา ๆ แขนผอมๆ ของแทอิลเหนี่ยวรั้งร่างสูงไว้ด้วยอ้อมกอด  แอ่นกายเบียดกับร่างของคุณหมอจนส่วนที่แข็งขืนสัมผัสกันไปมา แล้วตวัดขาข้างหนึ่งเกี่ยวเอวสอบเอาไว้

 

 

“คิดถึงพี่” เสียงออดอ้อนนั้นมันทำให้คุณหมอหนุ่มแทบคลั่ง  แทอิลอา...

 

 

“อย่าหวังว่าจะได้นอนเลยนะเรา  ยั่วดีนัก” เสียงยองโฮเหมือนจะโหด ๆ แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเซ็กซี่  ร่างสูงกดจูบอย่างหมั่นเขี้ยวทำเอาร่างบางขำออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบกลับมา

 

 

“เพิ่งตีสี่ครึ่งเอง”

 

 

“เรานี่นะ  ทำท่าจะจับพี่ปล้ำตั้งแต่ที่สนามบินแล้วนะ  พี่จะไม่ทนแล้วนะ”

 

 

จบคำยองโฮก็จูบแทอิล...จูบที่รุนแรงมากกว่าปกติซึ่งเชื่อเถอะริมฝีปากสวย ๆ ต้องบวมเจ่อแน่ ๆ พรุ่งนี้  แต่แทอิลกลับตอบรับมาอย่างเต็มอกเต็มใจทำให้ยองโฮหยุดไม่ได้  ปลายลิ้นอุ่นของทั้งคู่ตวัดรุกไล่ซึ่งกันและกัน  เรือนกายตอบสนองจังหวะที่บดเบียดกันอย่างลงตัว

 

 

แต่...................

 

เสียงเรียกเข้าพิเศษที่ยองโฮตั้งเอาไว้สำหรับแทยงและเตนล์ทำให้คุณหมอหนุ่มกับแทอิลที่กำลังจะแตะถึงฝั่งฝันหยุดทันที

 

 

“คือ...”

 

ยองโฮมองสบตากับแทอิลที่ตอนนี้ใบหน้าหวานดวงตาคู่สวยเขียวปัด  เพราะมันกำลังอยู่ในสถานการณ์เข้าด้วยเข้าเข็มที่กำลังค้างคาอยู่  แต่พอเสียงมือถือดังขึ้นรอบที่สองกลายเป็นแทอิลที่เอื้อมมือไปคว้ามือถือของคุณหมอหนุ่มกดสไลด์หน้าจอรับสายแล้วยื่นในร่างสูงที่กำลังคร่อมทับตัวเองอยู่

 

 

“ห๊ะ...แทยงใจเย็นๆ เดี๋ยวพี่จะตามไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”

 

 

จากที่กำลังโมโหที่ถูกขัดจังหวะกลายเป็นแทอิลผลักยองโฮออกจากร่างตัวเองทันที

 

 

“โอย  แทอิล”

 

 

“พี่ฮะ เจ็บไหม”

 

 

แต่วินาทีนี้เรื่องอื่นทิ้งไว้ก่อนเพราะตอนนี้แทอิลพุ่งนี้กดไปหยิบมือถือของตัวเองโทรหาผู้จัดการวงอย่างจุนมยอนและเซฮุนโดยด่วน  ส่วนคุณหมอยองโฮหอบตัวรีบไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปโรงพยาบาลทันที

 

 

 

 

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่เดินจูงมือกันเดินมาหยุดอยู่ตรงโถงทางเดิน

 

 

“พี่ฮะ  น้องเตนล์หิวอีกแล้วเราไปกินซุปร้านที่อยู่เยื้องๆ หอดีไหม” เตนล์พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน    พร้อมกับยกมือข้างที่ว่างเกาแก้มตัวเองหลบสายตาคมที่จ้องมองมา

 

 

“ก็ได้  งั้นเราเดินไปกัน” แทยงบอกก่อนจะกดลิฟต์ลงไปชั้นล็อบบี้เพราะร้านซุปที่เตนล์บอกเป็นร้านขายอาหารชาวของคุณลุงคุณป้าที่เปิดขายตั้งเช้ามืดจนถึงเที่ยง

 

 

“แย่ละลืมหยิบกระเป๋าเงินลงมาด้วย”

 

 

“น้องเตนล์ก็ลืมหยิบมาเหมือนกัน    งั้นน้องยืนรออยู่ตรงนี้พี่แทยงรีบไปรีบมานะ” บอกพร้อมกับยิ้มตาหยีให้ลีแทยง

 

 

เตนล์ยืนรอร่างสูงอยู่ก็กวาดสายตามองไปรอบด้วยความสนใจ  เพราะห่างออกไปไม่มากเป็นสนามเด็กเล่นของส่วนกลางคอนโด   ที่ตอนนี้มีทั้งเด็ก ๆ กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน ในขณะที่ผู้ปกครองกำลังวิ่งจ๊อกกิ่งยามเช้า  

 

 

มือบางลูบหน้าท้องตัวเองที่อยู่ภายใต้ชุดกางเกงเอี๊ยมขายาวสีน้ำเงินเข้ม  พลางนึกว่าอีกห้าเดือนข้างหน้าลูกแฝดคลอดออกมาแล้วจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง   แต่ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็รักทั้งนั้น 

 

 

แอบเสียดายที่ยังไม่ได้ถามแทยงว่าอยากให้ลูกแฝดในท้องเป็นเพศไหน   ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ ดวงตาเรียวก็หันไปเด็กหญิงที่มีอายุราวๆ 5 ขวบ  ในชุดเสื้อกันหนาวสีชมพูกางเกงขายาวสีขาววิ่งตามลูกบอลที่ตอนนี้กลิ้งไปอยู่กลางถนน

 

 

สัญชาติญาณความเป็นแม่ทำให้เตนล์วิ่งไปช่วยเด็กหญิงที่ยืนนิ่งอยู่ให้ออกจากถนนที่มีรถยนต์ที่กำลังแล่นตรงมาด้วยความรวดเร็ว

 

 

“น้องเตนล์ระวัง!” แทยงตะโกนสุดเสียงก่อนจะวิ่งเข้าไปหาเตนล์ที่ตอนนี้ยืนอยู่กลางถนนกำลังย่อตัวจะอุ้มเด็กหญิงขึ้นมา

 

 

เอี๊ยด...................!!!!!!!

 

 

เสียงรถยนต์ที่เหยียบเบรกจนตัวโก่ง

 

 

เป็นจังหวะเดียวกับที่แทยงวิ่งถึงตัวเตนล์    ร่างสูงดึงให้คุณแม่พร้อมเด็กหญิงให้หลบพ้นจากวิถีของรถยนต์อย่างเฉียดฉิว   ท่ามกลางความตกใจของผู้คนในบริเวณนั้น

 

 

“ฮื้อๆ....แม่จ๋า   แม่หนูอยู่ไหน”

 

 

ด้วยความเร็วตกใจเด็กหญิงร้องไห้ออกมาเสียงดัง

 

 

“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรแล้วนะ”

 

 

เตนล์พยายามปลอบเด็กหญิงที่นั่งอยู่กับพื้นข้างๆ ที่มีรอยทะลอกมอมแมมไปหมด  ในขณะที่ตัวเค้าเองเกยทับอยู่บนร่างแทยง

 

 

“มินโซ  เป็นยังไงบ้างลูก”  แม่เด็กหญิงที่วิ่งเข้ามาดูลูกตัวเองบอกเสียงสั่นเครือ  เพราะแค่เธอคลาดสายตานิดเดียวเท่านั้นเองเพราะหันไปหยิบขวดนมให้ลูกสาว

 

 

“ขอบคุณพวกคุณมากจริงๆ นะคะ”

 

 

บอกพร้อมโค้งศีรษะให้ก่อนจะอุ้มลูกสาวขึ้นมาแนบอก

 

 

“ไม่เป็นไรครับ  แต่คราวหน้ายังไงก็ระวังหน่อย     อะ...โอย  เจ็บท้อง”

 

“เตนล์”

 

 

แทยงที่กำลังจะพยุงให้ร่างบางยืนขึ้นตกใจแทบจะหมดสติ   เมื่อเห็นมือบางที่เอื้อมไปจับกางเกงคลุมท้องแล้วมีน้ำสีแดงๆ พร้อมกลิ่นคาวเลือดติดมือมาด้วย   ตอนนี้ชายหนุ่มไม่สนใจแม้กระทั่งศีรษะของตนเองที่ตะกี้ล้มฟาดกับขอบถนนจนได้แผลแตกซ้ำที่ศีรษะ  เลือดที่กำลังไหลออกจากแผลเรื่อยๆ

 

 

 “เจ็บบบบบ   พี่ฮะ  น้องเตนล์เจ็บ”

 

 

“ทำใจดีๆ ไว้ก่อนเตนล์” บอกเสียงสั่นๆ ก่อนจะตัดสินใจช้อนตัวเตนล์ขึ้นมามานั่งที่ฟุตบาทพร้อมกับโทรเรียกรถพยาบาล  และคุณหมอซอยองโฮ!!

 

 

 

 

 

 

“หมอ.....หมออยู่ไหน  ใครก็ได้ช่วยเมียกับลูกผมด้วย”

 

 

แทยงตะโกนระหว่างทางไปห้องฉุกเฉินโดยไม่ได้สนใจสักนิดว่าตัวเองไม่พรางเลยสักนิด   นอกจากเสื้อโค้ทตัวหนาที่เปื้อนเลือดเตนล์เป็นด่างดวง  และเสื้อคอเต่าสีขาวที่ขะมุกขะมอม ที่บุรุษพยาบาลเข็นเตียงเตนล์ที่ยังมีเลือดไหลออกมาจากหว่างขาไม่หยุดเข้าไปยังห้องฉุกเฉินแล้วเกือบจะพร้อมด้วยคุณหมอยองโฮ  และแทอิลที่ขับรถตามมาโรงพยาบาลทันพอดี

 

 

“แทยงใจเย็นๆ ไปทำแผลก่อนดีกว่า”  พี่ใหญ่ของวงบอกเพราะตอนนี้สภาพลีแทยงแย่มากเลือดที่ศีรษะยังไหลออกมาเรื่อยๆ  รวมทั้งชุดที่ใส่อยู่ตอนนี้ก็เปื้อนเลือดของเตนล์มากมาย

 

 

“น้องเตนล์”

 

 

คำพูดสุดท้ายก่อนที่แทยงจะสลบลงไปหน้าห้องฉุกเฉินโชคดีที่แทอิลรับไว้ทัน

 

 

“หมอ  ทางนี้ด้วย”

 

 

แทอิลมองน้องชายร่วมวงที่ตอนนี้อยู่บนเตียงที่บุรุษพยาบาลเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินตามเตนล์ไปติดๆ  เค้าเลือกที่จะโทรบอกข่าวทางบ้านของแทยงเป็นที่แรกก่อนจะโทรหาคุณชเวซีวอนพ่อของเตนล์

 

 

แต่คนที่ก้าวมาใหม่ที่หน้าห้องฉุกเฉินทำให้แทอิลถึงกับตัวเย็นเฉียบทันทีที่หันหลังกลับมาเจอ

 

 

“นักข่าวยุก”

 

 

ไม่ใช่คนอื่นคนไกล   แต่เป็นนักข่าวที่กำลังนำเสนอข่าวขุดคุ้ยเกี่ยวกับเรื่องความรักของฮันโชอากับลีแทยง

 

 

 

 

ตอนนี้แทอิลอยากสวดมนต์อ้อนวอนขอต่อพระเจ้า   ได้โปรดอย่าส่งบททดสอบที่มาล้อเล่นกับชีวิตของมนุษย์เลยเถอะ

 

 

ทั้งชีวิตเล็กๆ สองชีวิตที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายในห้องฉุกเฉิน   เพราะหัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่คงได้แตกสลายหากต้องเสียชีวิตน้อยๆ ไป

 

 

โบราณท่านว่าไว้ชีวิตคนเรานานๆ ครั้งจะมีเรื่องดีเข้ามาแวะทักทาย   แต่เรื่องร้ายๆ ที่คอยเข้ามาซ้ำเติม...เข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน  และแทยงกับเตนล์ก็เป็นอีกคู่หนึ่งที่กำลังโดนโชคชะตาเล่นงาน

 

 

 

นับเป็นอีกวันที่แสนวุ่นวายและตึงเครียดของBassBot ที่สมาชิกทุกคนต่างเดินไปเดินมาหน้าประตูห้องฉุกเฉินด้วยความกระวนกระวาย     นี่ไม่นับผู้จัดการวงทั้งสองคนที่แยกไปยืนคุยกันท่าทางเคร่งเครียดอยู่อีกมุม

 

 

“แทยงเป็นยังไงบ้างฮันซล”

 

 

คุณลีทงเฮถามถึงลูกชายคนเดียวทันทีที่มาถึงโรงพยาบาล   ซึ่งตอนนี้มารดาของแทยงและพี่สาวบินไปพักผ่อนที่สหรัฐอเมริกา  จีฮันซลยังไม่ทันได้ตอบคำถามก็เห็นกลุ่มคนที่มาใหม่เพิ่มขึ้น

 

 

“ยูตะ  เตนล์เป็นยังไงบ้าง” ยูตะมองคุณชเวซีวอนด้วยสายตาหวาดๆ

 

 

หนุ่มๆ BassBot และผู้จัดการวงต่างทำความเคารพบิดาของแทยงและบิดามารดาของเตนล์

 

 

ท่ามกลางความกระอักกระอวลของหลายๆ คน  จุนมยอนเลยเป็นคนกลางแนะนำทั้งสองครอบครัวให้รู้จักกันเป็นทางการอีกครั้ง  โดยมีฉากหลังเป็นประตูห้องฉุกเฉิน

 

 

“ขอโทษด้วยนะครับที่ลูกชายผมไปก่อเรื่องและความวุ่นวายให้”

 

 

คุณลีทงเฮรีบอกพร้อมกับโค้งเก้าสิบองศาเพื่อเป็นการขอโทษคุณซีวอนที่ได้กอดอกมองมานิ่ง ๆ

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ  ผมเองก็ต้องขอโทษด้วยที่แกล้งลูกชายคุณแรงไปหน่อย” คุณซีวอนบอก

 

 

“แทยงแค่หัวแตกเย็บไม่กี่เข็ม  ไม่เหมือนกับสิ่งที่น้องเตนล์กำลังผจญอยู่เลยนะ”

 

 

ชายสูงวัยส่ายศีรษะเล็กน้อยอย่างอ่อนใจ

 

 

“สำหรับครอบครัวเรา  พวกเราดีใจมากที่จะได้น้องเตนล์มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว  แกเป็นเด็กดี  น่ารักและมีกิริยามารยาทเรียบร้อย  พวกคุณเลี้ยงแกได้ดีมาก   ผิดกับผมที่สั่งสอนลูกไม่ดีจนก่อเรื่องไม่ดีขึ้น   ขอโทษสักพันครั้งคงยังไม่พอ  หากคุณยินดียกน้องเตนล์ให้มาเป็นสะใภ้ของเรา” คุณลีทงเฮกำลังพูดโน้มน้าวให้คุณชเวซีวอนเห็นใจและเข้าใจลูกชายคนเล็กของตัวเอง

 

 

“มันไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับกันง่ายๆ นะ คุณทงเฮ   คนภายนอกเค้าจะมองยังไง  เด็กสองคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาเดินดินนะ”

คุณซีวอนกอดอกมองสบตาคู่สนทนา  ในขณะที่คุณโซฮีนั่งเงียบๆ ที่หน้าห้องฉุกเฉิน

 

 

“ผมรู้มันไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะยอมรับได้   แต่พวกเค้าทั้งคู่เป็นลูกชายของเราและผมยิ่งเข้าใจคุณดีกับการที่คุณหวังให้ลูกชายคนเดียวเป็นผู้สืบทอดสกุล  แต่ต้องกลายมาเป็นลูกสะใภ้ของคนอื่นร่วมถึงการตั้งท้อง    แต่ถ้าคุณยอมรับแทยงและไม่ขัดขว้างเด็กสองคน  เด็กแฝดที่จะเกิดมาผมยินดีให้พวกเค้าใช้สกุลชเวแทนสกุลลีเลย  เพื่อเป็นการชดเชยในความผิดพลาดของลูกชายผมที่ได้ล่วงเกินต่อคุณ”

 

 

“คุณ”

 

 

คุณซีวอนอุทานด้วยความตกใจ  ไม่คิดว่าคุณทงเฮจะเอ่ยปากแบบนี้  ถึงแม้ว่าพวกเค้าจะไม่รู้จักเป็นการส่วนแต่ต่างเคยเจอกันผ่าน ๆ ตามงานเลี้ยงหรือสัมมนาทางธุรกิจอยู่บ่อย ๆ เพราะลีทงเฮเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและมีความสมถะ  ทำให้ไม่ค่อยได้ออกงานสังคมบ่อยๆ ซึ่งแตกต่างกับคุณซีวอนและภรรยาคนสวยที่ออกงานบ่อยมาก บางวันไปถึงสามงานเลยก็มี

 

 

“ผมไม่ได้จะขัดขว้างเด็กทั้งสองคนหรอกครับ  ส่วนเด็กที่จะเกิดมาจะใช้สกุลไหนก็ได้ที่จริงผมยอมรับลีแทยงตั้งแต่ที่เค้ากล้า.....กล้าที่จะเดินเข้าไปสารภาพตรงๆ กับผมแบบลูกผู้ชายแล้ว”

 

 

พอได้ฟังถึงตอนนี้คุณทงเฮเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

 

 

“ก็อารมณ์ห่วงลูกชายนิดหน่อยนะครับ   ก็ตอนแรกหวังได้แต่งสะใภ้เข้าบ้านดันได้ลูกเขยแทน”

 

 

“ฮาๆ ถ้าเป็นผม  ก็คงทำเหมือนคุณเหมือนกัน”

 

 

ยูตะที่มองสองคุณพ่อของเพื่อนร่วมวงที่พูดคุยกันด้วยดี   ทั้งที่ตอนแรกแอบลุ้นแทบแย่ว่าต้องเกิดสงครามฝีปากกันแน่ๆ ทำให้อดจะน้ำตาคลอไม่ได้   อย่างน้อยเพื่อนเค้าทั้งคู่ยังมีครอบครัวคอยให้ความช่วยเหลืออยู่

 

 

“เช็ดซะ” ฮันซลแม้ปากจะบอกแต่กลับใช้ทิชชู่ช่วยซับน้ำตาให้ยูตะอย่างอ่อนโยน

 

 

“พี่เตนล์ออกมาแล้วครับ”

 

 

มักเน่บอกด้วยน้ำเสียงละล่ำละลักบอกเมื่อเห็นไฟหน้าห้องฉุกเฉินดับลงและคุณหมอยองโฮเปิดประตูออกมา  ก่อนที่บุรุษพยาบาลจะเข็นเตียงของเตนล์ออกมาตามหลัง

 

 

“น้องเตนล์เป็นยังไงบ้างคุณหมอ/เตนล์เป็นยังไงบ้างคุณหมอ”

 

 

สองคุณพ่อเอ่ยถามขึ้นพร้อมๆ กัน

 

 

คุณหมอยองโฮยืนนิ่งไปชั่วขณะก่อนเอ่ยบอกอาการของร่างบางตามจริง  ที่ทำให้คนที่ได้ฟังแทบจะเข่าอ่อนไปตามๆ กัน

 

 

“อาการตกเลือดตอนนี้หยุดแล้ว  เด็กในท้องปลอดภัยทั้งคู่แต่ยังไงต้องรอดูอาการของแม่ก่อนถ้าเกิดปวดท้องอย่างรุนแรงและมีเลือดไหลออกมาอีก  ด้วยอายุครรภ์ที่มากขึ้นทำให้มีเปอร์เซ็นสูงที่เด็กในท้องคนใดคนหนึ่งอาจไม่รอด  ถ้าถึงตอนนั้นหมอคงต้องให้เอาเด็กออกเพื่อรักษาชีวิตคุณแม่”

 

 

“...........................”

 

 

มีแต่ความเงียบที่แผ่ไปทั่วหน้าห้องฉุกเฉิน  คุณโซฮีมารดาของเตนล์ที่ถึงกับเป็นลมเมื่อได้ฟังคุณหมอบอก   เดือดร้อนให้ซีวอนรีบไปตามนางพยาบาลมาดูแล

 

 

 ภายในห้องพักพิเศษของผู้ป่วยที่ชื่อลีแทยง  มีแต่ความเงียบเมื่อคนมาเฝ้าผู้ป่วยต่างเลือกที่จะอยู่ในความเงียบ  รอคอยให้คนป่วยได้ฟื้น....เพื่อมารับรู้ความจริงที่มันอาจทำร้ายจิตใจของคนเป็นพ่อ

 

 

“ฟื้นแล้วเหรอลูก”

 

 

ทงเฮเอ่ยถามเมื่อเห็นลูกชายคนเล็กที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยพลิกตัวไปมาก่อนที่ดวงตาคมจะลืมขึ้นมากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง”

 

 

“เตนล์    เตนล์อยู่ไหน  ผมจะไปหาน้อง”

 

 

แทยงตะโกนลั่นก่อนจะรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว   ทำให้ดวงตาพร่ามัวในขณะที่ศีรษะก็ปวดจี๊ดๆ จนแทบจะระเบิดออกมา  ร่างสูงเซไปมาก่อนจะคว้าแขนใครสักคนไว้ก่อนที่จะล้มลง

 

 

“ใจเย็นก่อนเจ้าลูกเขย” แทยงเงยหน้ามองด้วยความตกใจเพราะไม่คาดคิดจะได้เจอคุณชเวซีวอนในห้องนี้  ปากอยากจะพูดขอบคุณแต่ตอนนี้มันพูดไม่ออก

 

 

“อะไรกันขนาดเตนล์ที่ว่าดื้อๆ ซนๆ เธอยังรับมือได้  แค่พ่อตาอีกคนจะรับมือไม่ได้เชียวเหรอ”

 

 

น้ำเสียงกระเซ้าที่มาพร้อมกับรอยยิ้มมันทำให้แทยงไปไม่เป็นจริงๆ

 

 

“คุณซีวอน  เอ่ออ.......”

 

 

“คุณพ่อเรียกซะใหม่ด้วย   ส่วนแผลที่หัวคิ้วนาย  ฉันไม่ขอโทษหรอกนะที่ทำให้เกือบหมดหล่อก็ใครบอกให้เธอพูดจาไม่เข้าหูฉัน”

 

 

ทุกคนในห้องต่างฮาครืนกับคำพูดคุณชเวซีวอน   ในขณะที่แทยงยังทำตาโตเพราะยังตามเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ค่อยจะทัน

 

 

“มีอะไรอีกลีแทยง  ทำไมทำหน้าแบบนั้น  หรือนายไม่อยากมาเป็นเขยบ้านชเวแล้วก็เป็นพ่อของเด็กแฝด”

 

 

“มะ  ไม่ใช่แบบนั้นนะครับคุณพ่อ  ผมแค่ตกใจ” แทยงรีบบอกเสียงดัง     ผลที่ตามมาคือการปวดหัวที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น     แต่ยังไม่ลืมถามหาเตนล์

 

 

“แล้วเตนล์ละครับ  ทุกคนยังไม่บอกผมเลยน้องอยู่ที่ไหน”  แทยงรู้สึกหนักอึ้งในใจเมื่อเห็นสีหน้ากังวลใจของแต่ละคนที่อยู่ในห้อง  แล้วยิ่งเห็นยูตะที่กอดฮันซลไว้ไม่ยอมหันมามองสบตาเลย  โดยองที่ตาแดงๆ นั่นอีก ไม่นับมักเน่ที่กอดแทอิลไว้

 

 

คุณทงเฮก้าวมายืนข้างเตียงเดียวลูกชาย   พร้อมกับเปิดปากบอกเล่าอาการต่างๆ ของเตนล์รวมถึงอาการของเด็กในท้องให้แทยงฟังเองโดยละเอียดก่อนจะแตะไหล่แกร่งเบาๆ เพื่อส่งกำลังใจให้

 

 

“เข้มแข็งไว้เจ้ายง   น้องกับลูกในท้องต้องปลอดภัย”

 

 

ภาพที่ร่างบางล้มลงบนตัวเค้าและมือบางที่เปื้อนเลือดมันยังติดตาของแทยง   ร่างสูงได้แต่นึกโทษตัวเองอยู่ในใจ    หากเค้าใจแข็งมากกว่านี้กับเตนล์  ไม่ประมาทให้ร่างบางหลุดรอดสายตาก็คงไม่เป็นแบบนี้  แล้วถ้าเตนล์กับลูกเป็นอะไรไปเค้าจะไม่ให้อภัยตัวเองจริงๆ

 

 

“ผมจะไปหาน้อง”

 

 

“ถึงไปตอนนี้ก็เข้าไปเยี่ยมไม่ได้อยู่ดีแทยง  มีสติหน่อยลูก  พรุ่งนี้หมอถึงจะให้เยี่ยมเตนล์ได้”

 

 

คุณทงเฮคว้าแขนร่างสูงไว้ได้ทันก่อนจะก้าวลงจากเตียงอีกรอบ

จังหวะเดี๋ยวกับประตูห้องพักที่ถูกเปิดเข้ามาด้วยฝีมือของผู้จัดการวงและที่ทำให้แทยงตะลึงมากกว่าคือคนที่ก้าวเข้ามาตามหลัง

 

 

“นักข่าวยุก”

 

 

“ผมกับครอบครัวมาขอบคุณที่ แทยงกุนกับเตนล์กุน  ได้ช่วยชีวิตมินโซไว้”

 

 

นักข่าวยุกหรือยุกซองแจ  นักข่าวบันเทิงของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของวงการบันเทิงเกาหลีบอกก่อนที่เค้าพร้อมกับภรรยาจะโค้งเก้าสิบองศาเพื่อขอบคุณแทยง

 

 

“คุณกับมินโซไปรอผมที่หน้าห้องนะ” ซองแจเอ่ยบอกภรรยาสั้นๆ  รอจนทั้งคู่ออกจากห้องแล้วค่อยพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบ

 

 

“พวกคุณสบายใจได้  เรื่องของเตนล์วันนี้จะไม่มีวันเป็นข่าวแน่นอน”

 

 

“ทำไม...”

 

 

แทยงถามขึ้นด้วยความสงสัยก็เพราะข่าวของตัวเองที่กำลังถูกขุดคุ้ยจากนักข่าวตรงหน้านี้จนBassBot ต้องพักงานก็เพราะฝีมือยุกซองแจ

 

 

“ผมไม่เนรคุณ  คนที่ช่วยชีวิตลูกสาวผมหรอก  แต่ผมเป็นสื่อก็ต้องนำเสนอข่าวเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้” ยุกซองแจกระตุกยิ้มมุกปาก  เมื่อเห็นสายตาทุกคู่จับจ้องมาเหมือนเค้าเป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์

 

 

“ถึงผมไม่เล่นข่าวนี้  สำนักพิมพ์อื่นก็เล่นข่าวนี้อยู่ดี  ความลับของพวกคุณ  โดยเฉพาะเรื่องท้องของเตนล์จะเก็บไปได้นานแค่ไหนสู้ออกมาแถลงข่าวทุกอย่างจะไม่ง่ายกว่านี้เหรอ  นี่นามบัตรผมเผื่อจะมีอะไรให้ช่วย”

 

 

แทยงมองนามบัตรในมืออย่างเคร่งเครียด 

 

 

“แถลงข่าวในส่วนที่เปิดเผยได้  อีกอย่างระดับนี้ควรให้ฮันโชอากับประธานค่ายพวกคุณออกหน้าจะดีกว่านะ  อย่าลืมโทรหาผมได้ตลอด24 ชั่วโมงถ้าอยากให้ช่วยเหลือ” ยุกซองแจออกไปจากห้องนานแล้ว 

 

 

ภายในห้องผู้ป่วย  ต่างมีแต่ความเงียบ ๆ ใบหน้าคมของแทยงเงยหน้าขึ้นสบตากับจุนมยอน  และเซฮุนที่ยืนมองมาอยู่ก่อนแล้ว   บางทีมันคงเวลาที่ต้องจัดการอะไรให้เรียบร้อยสักที  ได้แต่หวังว่าเมื่อถึงวันนั้นแฟนคลับจะยังอยู่ให้ความสนับสนุนพวกเขา 

 

 

ผ่านไปสามวันแล้วที่เตนล์ยังไม่ฟื้น     ตอนนี้ร่างบางถูกย้ายออกจากห้องผู้ป่วยหนักให้ออกมาอยู่ห้องผู้ป่วยธรรมดาได้โดยที่มีแทยงนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่างไปไหน   ร่างสูงไม่เหลือสภาพแร๊พเปอร์เจ้าเสน่ห์อยู่เลยจากที่หล่อ ๆ ดูดีตลอดสามร้อยหกสิบองศา เพราะใบหน้าคมที่ตอนนี้ซูบผอม  หนวดเคราครึ้มที่ขึ้นแถวข้างแก้ม  แถมยังรับประทานอาหารได้เพียงเล็กน้อย   จนสมาชิกในวงรวมถึงครอบครัวต่างกลัวว่าแทยงจะล้มป่วยไปอีกคน

 

 

“ไปพักหน่อยไหมแทยง  เดี๋ยวฉันกับแจฮยอนจะเฝ้าให้  นายยังไม่ได้นอนมาสองวันแล้วนะ” 

 

 

โดยองบอกพร้อมกับเดินมาหยุดข้างเตียงฝั่งตรงข้ามกับแทยง  ที่ตอนนี้ยังกุมมือบางข้างที่ไม่ได้เจาะน้ำเกลือไว้

 

 

“พี่ครับ  ถ้าพี่ไม่สบายไปอีกคนแล้วใครจะมาดูแลพี่เตนล์กับลูกละครับพี่  เชื่อโดยองเถอะไปนอนพักสักหน่อย  2-3 ชั่วโมงก็ยังดี” แจฮยอนพยายามหว่านล้อมอีกคน 

 

 

“แต่ฉันอยากให้เตนล์เห็นหน้าฉันคนแรกทันทีที่ตื่น”

 

 

“เดี๋ยวผมปลุกพี่เองถ้าพี่เตนล์ฟื้นขึ้นมานะครับพี่  เตียงนอนเฝ้าไข้ก็อยู่ข้างๆ เตียงพี่เตนล์เองนะไม่ได้ไกลเลย”

 

 

ด้วยความอ่อนเพลียที่สะสมมาหลายวัน  รวมถึงแผลหัวแตกที่ยังไม่ได้หายดีทำให้แทยงแทบจะหลับทันทีที่เอนตัวลงบนเตียงนอนเฝ้าไข้ผู้ป่วย  ที่คุณหมอยองโฮจัดมาให้เป็นพิเศษถึงโรงพยาบาลที่เตนล์ทำการรักษาจะเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อ  แต่พวกเค้าก็ไม่ได้พักในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีซึ่งตึกนั้นมันอยู่ห่างไกลจากตึกสูตินารี  เผื่อเตนล์มีอาการทรุดลงจะได้ตามคุณหมอยองโฮเจ้าของไข้ได้ง่ายๆ

 

 

“อ้าว.....”

 

 

ฮันซลกับยูตะที่เปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้ามาต้องรีบเงียบเสียงทันที  เมื่อเห็นโดยองส่งสัญญาณให้เงียบๆ เพราะแทยงเพิ่งจะหลับไปได้สักครู่เอง

 

 

“เพิ่งได้นอน    คงต้องปล่อยให้เจ้าตัวตื่นเอง”

 

 

โดยองบอกเพื่อนๆ ร่วมวงที่ต่างพยักหน้ารับเพราะพวกเค้าต่างรู้ว่าแทยงแทบไม่ยอมหลับยอมนอนเลยตั้งแต่เตนล์ย้ายออกมาอยู่ห้องพักผู้ป่วย  คอยเฝ้าแทบจะไม่ปล่อยให้คลาดสายตา

 

 

กว่าแทยงจะรู้สึกตื่นมาอีกทีก็ปาเข้าไปบ่ายแก่ๆ แม้จะรู้สึกโมโหมักเน่ที่บอกจะปลุกเค้าหลังจากนอนไปสามชั่วโมง  

แต่นี่อะไรปล่อยให้เค้านอนตั้งแต่เช้าจนบ่ายเกือบหกชั่วโมงที่หลับสนิทพอเห็นสีหน้าห่วงใยของสมาชิกแต่คนในวงที่มองมา  ชายหนุ่มเลยแต่ส่งยิ้มฝืนๆไปให้พร้อมกับลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อให้ร่างกายสดชื่น

 

 

“นี่เตนล์นายรู้ไหม  ตอนนี้ฉันกินขนมจากบรรดาแฟนคลับนายจนพุงจะป่องเท่านายแล้วนะ”

 

 

ยูตะที่พูดกับเพื่อนสนิทที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงราวกับเจ้าตัวตื่นมานั่งฟังอยู่

 

 

“ใช่แล้ว  พี่เตนล์ต้องรีบตื่นนะพอพี่ไม่อยู่ ผมนะเหงาๆ ไม่มีคนเล่นเกมด้วยเลย”

 

 

“แจฮยอน  ปกตินายเล่นเกมกับโดยองไม่ใช่เหรอ   เคยเล่นกับเตนล์ตอนไหนกันทำไมพี่ไม่รู้วะ” 

 

 

ฮันซลถามขึ้นมาด้วยความสงสัย  ก็ปกติมักเน่ตัวติดกับคิมโดยองประจำวงจะตาย

 

 

“ไม่ขัดคอผมสักครั้ง  มันจะตายไหมพี่จีฮันซล”

 

 

“เกิดอะไรขึ้น!

 

 

แทยงที่เดินออกมาจากห้องน้ำถามด้วยความสงสัย   เพราะมองดูแล้วเหมือนฮันซลกับมักเน่ที่เล่นสงครามปากกัน   ดูท่าที อาจจะพัฒนาเป็นสงครามมวย

 

 

“ก็ตะกี้คุณหมอยองโฮแวะมาตรวจนะ   คุณหมอเลยแนะนำให้ช่วยผู้ป่วยคุยหรือร้องเพลงให้ฟังเพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นให้ฟื้นเร็วขึ้น” ยูตะหันมาอธิบายก่อนจะรีบลุกให้แทยงนั่งข้างเตียง

 

 

“นายว่างๆ ช่วงที่เฝ้าก็ลองคุยกับเตนล์ในเรื่องที่อยากจะคุยก็ดีนะเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง   นี่ก็จะมืดแล้วพวกฉันกลับก่อนแล้วกัน   เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะรีบมา” โดยองบอกพร้อมตบไหล่เพื่อนให้กำลังใจเบาๆ

 

 

“ขอบใจพวกนายมากนะ”

 

 

ตอนนี้ทั้งห้องพักผู้ป่วยเหลือเพียงความเงียบเมื่อสมาชิกของวงกลับไปแล้ว  ร่างสูงเอื้อมมือไปกุมมือบางไว้ก่อนจะเริ่มคุยกับร่างบางที่ยังไม่ยอมฟื้นขึ้นมาก

 

 

“รีบตื่นเถอะนะน้องเตนล์   รู้ไหมพี่มีอะไรตั้งมากมายที่อยากจะคุยกับเรา”

 

 

“มีบางอย่างที่พี่ไม่เคยบอกเราด้วยนะ   จำคืนแรกของเราได้ไหมวันนั้นพี่อยากจะขอโทษมากขนาดไหน  แต่พอเห็นสีหน้าและแววที่ไม่ใส่ใจของเรามันทำให้พี่โมโหแบบไม่เคยเป็นมาก่อน”

 

 

แทยงอมยิ้มเมื่อนึกถึงอดีตแม้มันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่ดีนักของพวกเค้าทั้งคู่

 

 

“แล้วรู้ไหม  ถึงปากพี่จะบอกให้พวกเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม   แต่ไม่เคยทำได้เลยสักครั้ง  ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ เรา  หัวใจพี่มันเต้นรัวและไม่พอใจทุกครั้งที่นายดูแลและใส่ใจยูตะหรือแจฮยอนมากเกินไป”

 

 

ร่างสูงนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ

 

 

“พอพี่คิดย้อนกลับไปดูแล้ว  ทั้งที่บอกตัวเองตลอดมาว่าคนที่พี่ชอบคือจูฮยอน  แต่ทำไมต้องหงุดหงิดทุกครั้งที่นายเข้าใกล้ใครๆ  พี่ก็แค่คนเห็นแก่ตัวอยากให้เราใส่ใจและสนใจพี่แค่คนเดียว”

 

 

“เพราะพี่กับเราอยู่ใกล้กันมากเกินไป  จนไม่ได้สังเกตถึงไม่เคยรับรู้ความรู้สึกที่เรามีให้ได้โปรดเถอะน้องเตนล์รีบตื่นมาเถอะ   ตื่นมาฟังพี่บอกรักเราอีกสักครั้งเถอะ  พี่ขอร้อง......”

 

 

ปลายนิ้วบางที่ถูกมือใหญ่กุมไว้กระดิกไป  มาแต่นั้นเรียกความสนใจจากร่างสูงที่กำลังฟุบอยู่ข้างเตียงให้พุ่งตัวไปกดปุ่มเรียกพยาบาลทันที

 

 

ดวงตาคมจับจ้องเตนล์ไม่ให้คลาดสายตาในขณะที่มือก็กุมมือบางไม่ให้ห่าง  ก่อนที่ริมฝีปากได้รูปจะปรากฏรอยยิ้มดีใจเมื่อเห็นดวงตาเรียวของร่างบางที่กระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะเปิดขึ้นมา 

 

 

แทยงยกมือไปลูบไล้แก้มใสเบาๆ ก่อนจะช้อนตัวคนที่เพิ่งฟื้นขึ้นมากอดเอาไว้แนบอกเพื่อยืนยันว่าคนที่ตนกอดเอาไว้นั้นฟื้นขึ้นมาจริงๆ

 

 

“พี่ฮะ อย่าร้องนะ” 

 

 

 

 

 

 



 

+++++++++++++++++tbc+++++++++++++++

 

 

         

 

#อุ่นไอรักแทเตนล์

 


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #9 BBC_Tommii (@bbc_tommy-13) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 14:14
    ฮือออ คุณแม่ฟื้นแล้ววววววววว
    #9
    0