[NCT] Pure Love จอมใจองค์ราชัน II [ JaeDo]

ตอนที่ 8 : Chapter 7 : ก่อนรุ่งสาง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    26 เม.ย. 59

[Fic NCT]  Pure Love  [ #JaeDo , #TaeTen , #HanTa ft. Johnil]

By winata

Chapter  7 : ก่อนรุ่งสาง

           



            วรกายบอบบางที่พลิกไปมาแต่ไม่ว่าจะทำเยี่ยงไร  องค์ชายน้อยแห่งพูยอก็มิอาจข่มเนตรบางของตนเองลงได้เพราะความว้าวุ่นในหทัย  จนท้ายสุดตัดสินใจลุกจากพระแท่นแล้วคว้าฉลองพระองค์คลุมกายเอาไว้แล้วสาวพระบาทออกมาจากห้องบรรทม



            “ตัดสินใจแล้วใช่ไหมเพคะ”




            “พี่หญิงยอนฮวา”  นางข้าหลวงผู้ซึ่งเป็นทั้งพระพี่เลี้ยงและอดีตนางสนมต้องห้ามขององค์ราชันองค์ก่อนของพูยอเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือก่อนจะส่งห่อผ้าที่ตนได้เก็บของสำคัญยื่นให้องค์ชายน้อย




            “รักษาพระวรกายด้วย” มือบางที่เหี่ยวย่นตามวัยของคุณข้าหลวงลูบพระพาหาขององค์ชายโดยอง




            “เราขอโทษ” องค์ชายน้อยเอ่ยก่อนจะรีบปาดน้ำพระเนตรออก  นับแต่ตัดสินใจว่าตนเองจะหนีออกจากวังหลวงโดยทิ้งทุกอย่างไปใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนโดยไม่คิดถึงทิ้งใด





            “รีบไปเถอะเพคะ   ทางนี้หม่อมชั้นจะจัดการเอง”





            องค์ชายน้อยที่เดินลัดเลาะและหลบทหารยามไปจนถึงคอกม้าหลวง  แล้วรีบจูงม้าคู่ใจของตนให้เดินตามด้วยเบาๆ ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือเพราะอะไรที่ยามนี้ไม่รู้ว่าทหารหลวงไปที่ใดเสียหมด  แม้กระทั่งทหารที่ต้องอยู่ประจำประตูเล็กด้านข้างยังไม่มีทำให้องค์ชายโดยองกับม้าจางโฮลอบออกจากวังหลวงของพูยอได้  วรกายบอบบางขึ้นควบม้าจางโฮแล้วฮ้อเต็มเหยียดโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ริมป่าด้านตะวันออกเมือง  ที่พระองค์ได้แต่หวังจะมีผู้ใดรอคอยพระองค์อยู่ในคืนที่จันทราทอแสงเต็มดวงอยู่

 




            “จะไม่ให้ข้าตามองค์ชายน้อยไปจริงๆ หรือฮันซล”  ยองโฮเอ่ยถามเพื่อนสนิท    หรืออีกนัยองค์รัชทายาทอันดับที่1

ของพูยอที่ตอนนี้ได้แต่มองตามหลังโดยองที่ออกจากวังไปแล้ว




            “เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ  เราเชื่อก่อนฟ้าสางโดยองจะกลับมา”




            “ข้าไม่คิดเช่นนั้น  ห่อผ้าที่คุณข้าหลวงจัดให้หากใช้ชีวิตแบบสมถะคงอยู่ได้เป็นร้อยปี” ร่างสูงพูดจบก่อนจะยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ  คืนนี้ทั้งเขาและองค์ชายฮันซลต่างมาตรวจดูความเรียบร้อยภายในวังหลวงและเวรยาม  แต่ไม่คาดคิดว่าองค์ชายน้อยที่จู่ๆจะลุกขึ้นมาตัดสินใจหนีออกจากวังหลวง





            “รุกฆาต” องค์ชายฮันซลตรัส




            “ข้าเกลียดเจ้าวะ  นี่พูดจริงๆ นะว่าไม่ชอบองค์ราชันนั้นเลย” ยองโฮเอ่ยก่อนจะเรียงหมากในกระดานเพื่อเริ่มใหม่อีกครั้ง





            “เจ้าต้องทำใจเสียซอ ยองโฮ นั้นนะว่าที่พระสวามีน้องรักเราเชียวนะ”





            “ฮึ พระคู่หมั้นก็เป็นให้ได้ก่อนเถอะ” ถึงปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ยองโฮก็รู้ดีว่าทั้งองค์ชายน้อยโดยองและเวณิชต่างจากแดน...อูแจ  หรือองค์ราชันจองแจฮยอน  ต่างมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน ก็คราใดที่องค์ชายน้อยออกไปเที่ยวเล่นก็ตนนี่ละตามถวายการอารักขาอยู่ห่างๆ






            “เอาน้า เชื่อเราว่าพรุ่งนี้มีข่าวดีแน่ๆ มาเล่นกันต่อเถอะระหว่างรอโดยองกลับมา”

 






            ทั้งที่มีโอกาสที่จะหนีไปยังที่ใดที่ไม่รู้จักตนก็ได้แต่สุดท้ายโดยองก็ชักม้าจางโฮให้มาหยุดอยู่ที่ริมธาร  ก่อนจะลงจากหลังม้า  เพราะคืนนี้เป็นคืนวันเพ็ญทำให้สามารถมองเห็นได้ในความมืดแม้จะไม่ชัดเจน  ร่างบอบบางทรุดตัวนั่งลงริมลำธารมือบางกวัดน้ำเย็นๆ ขึ้นมาล้างหน้าตนก่อนที่ดวงตาเรียวรีจะเบิกขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้ใดอยู่ฝั่งตรงข้ามของลำธาร





            “ท่าน”




            “ออกมาทำอะไรดึกดื่นในคืนที่หนาวจับใจเยี่ยงนี้  ข้าชักอยากตีเจ้าขึ้นมาเสียจริงๆ เด็กน้อย” ร่างสูงใหญ่เอ่ยขึ้นหลังจากเดินข้ามลำธารที่มีความลึกเพียงหัวเข่า  แล้วต้องรีบถอดเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวหนาของตนคลุมให้ร่างบางที่มีเสื้อคลุมบางๆติดกายมาเพียงตัวเดียว




            โดยองเม้มปากแน่นตั้งแต่ร่างสูงถอดเสื้อคลุม...คลุมให้ตนเองก่อนจะโดนลากให้มานั่งที่ขอนไม้ส่วนอูแจเดินไปหากิ่งไม้เพื่อมาจุดไฟไล่ความหนาวออกไป





            “อุ่นขึ้นแล้วใช่หรือไม่” เสียงทุ้มที่เอ่ยถามขึ้นทำให้โดยองถึงกับน้ำตาร่วง  มือหนาที่พยายามถูกกับมือบางที่เย็นเฉียบเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นให้ระหว่างรอกองไฟที่กำลังลุกอยู่





            “น้ำตาเจ้า  ทำข้าปวดใจนะเด็กน้อย” ร่างสูงเอ่ยขึ้นก่อนจะค่อยๆใช้นิ้วชี้ซับน้ำตาจากวงหน้าเนียนใสมาสัมผัสที่ปากของตนเองเองแม้นไม่ใช่จุมพิตซับน้ำตาและมันก็ต่างกันเลย




            “เจ้าจะหนีไปที่ใดกัน” เสียงทุ้มเอ่ยถามเพราะม้าจางโฮของร่างบางมีห่อผ้าผูกมัดไว้ที่ด้านหลัง




            “ฮื้อ  ข้าไม่รู้จักไปที่ใดดี” โดยองที่ตอนนี้เผยความอ่อนแอออกมาจนสิ้น  จนลืมเฉลียวใจใยผู้นี้ถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวของตนเองทุกขณะจิต




            “งั้นไปทงเยกับข้าเสีย”




            อีกคราที่ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธ






            “ไม่ได้  แค่คืนนี้ข้าหนีออกมายังรู้สึกผิดท่วมท้นถึงเพียงนี้  หากต้องหนีก็คงต้องหนีไปชั่วชีวิต  ตอนที่ขี่จางโฮมาข้าหวังนะ...อยากจะเจอกันอีกสักครั้งอูแจ”ครานี้ถึงไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาอีกต่างฝ่ายต่างรับรู้ถึงความรู้สึกของกันและกันอย่างแจ่มแจ้ง




            “งั้นเรายังเหลือเวลาอีกเท่าไหร่กัน” ถามทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว  ร่างสูงรั้งร่างบางมาแนบชิดโดยมีเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวใหญ่คลุมทั้งอยู่



            “ก่อนฟ้าสาง  เราต้องกลับไป”




            “เมื่อตัดสินใจแล้วก็จงอย่าร้องไห้ออกมาอีกคิมโด  เพราะน้ำตาของเจ้าทำเราปวดใจเสียเหลือเกิน”




            “เราไม่สามารถให้คำสัญญาได้หรอกว่าจะไม่ร้องไห้   แต่เราสัญญาจะไม่มีผู้ใดเห็นน้ำตาเราอีกเฉกเช่นท่าน”





            วาจาน่ารักน่าเอ็นดูของร่างบางมันชวนให้ร่างสูงอยากรั้งเข้ามากอดแน่นๆ พร้อมฟัดแก้มนิ่มๆ ที่มีแต่รอยคราบน้ำตาแต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำในขณะนี้   แค่ตอนได้รับพิราบด่วนจากฮันซลว่าองค์ชายโดยองทรงดำริจะหนีออกจากวังหลวงของพูยอก็ทำให้ร้อนใจจนต้องส่งอินทรีทมิฬติดตามหา  พอรู้ว่าขี่ม้ามาทางทุ่งที่เคยมาเจอกันบ่อยๆ ทำให้ตนต้องรีบลุกออกจากกระโจมมาทันทีท่ามกลางเสียงโวยวายของยูซองที่คงอยู่ที่ใดใกล้ๆ แถวนี้




            ต่างคนต่างนิ่งเงียบ  กองไฟที่ลุกโชนบัดนี้ใกล้จะมอดเสียแล้ว  ร่างบางเป็นฝ่ายขยับก่อน  ดวงตาสองคู่ต่างมองสบกัน




            “ข้าไปส่งเจ้ายังเรือนเองคิมโด”




            “อย่าเลย  จากกันเสียตรงนี้ดีกว่า  เราสัญญานับจากเพลานี้ไปจะไม่ทำอะไรสิ้นคิดอีกเด็ดขาด” โดยองเอ่ยบอกเสียงสั่นๆ สุดท้ายแล้วตนเองก็ไม่กล้า...กล้าที่จะทิ้งภาระหน้าที่ในฐานะหน่อเนื้อเลือดเชื้อกษัตริย์ไปได้  แค่ทำตามใจตนเองขนาดนี้ก็มากพอแล้ว





            “สัญญาสิ จงอย่าถอดสร้อยเส้นนี้ออกจากมือ” ร่างสูงเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้มลงไปจุมพิตเบาๆ ที่มือบางข้างที่มีสร้อยของตนเองอยู่




            “เราสัญญาอูแจ  จะไม่มีวันถอดออก  รักษาตัวนะอย่าได้มีบาดเจ็บใดๆ อีกเลยเพราะเราคงปวดใจหากไม่ได้เป็นผู้รักษาท่านเองอูแจ” โดยองพยายามฝืนยิ้มให้ร่างสูงที่เดินตามตนเองมาติดๆ




            “อย่าร้องไห้”




            “จะไม่ร้องแล้ว  ขอแค่ตอนนี้เท่านั้น” จบคำโดยองก็โผเข้ากอดร่างสูงที่อ้าแขนรออยู่แล้ว




            “ข้าเชื่อว่าเราต้องได้พบกันอีก   หากยามใดได้พบกันอีกคราจงยิ้มให้ข้าแต่เพียงผู้เดียวนะเด็กน้อย”




            โดยองอยากจะเถียงนักว่าคงไม่มีโอกาสนั่นแล้ว  เพราะเมื่อกลับไปคงไม่แคล้วต้องได้เข้าพิธีมงคลสมรสกับองค์ชายซึงรีเป็นแน่แท้เพราะทั้งสองเมืองต่างมีสัญญาผูกพันมาหลายชั่วคนที่จะสองเมืองบ้านพี่เมืองน้องกลายเป็นแผ่นดินเดียวกัน  ส่วนอีกหนึ่งราชันผู้นั้นที่ได้ยินชื่อมาตลอดชีวิตคงไม่เป็นไรมากหากพูยอปฏิเสธไป  เพราะเมืองน้อยใหญ่มากมายต่างอยากจะถวายเหล่าหญิงงามและองค์หญิงให้ครองคู่ในฐานะองค์รานีแห่งทงเย




            “ตกลง ถ้าเจอกันอีกคราเราจะยิ้มให้ท่าน”




            “แล้วอย่าโกรธข้าด้วยนะเด็กน้อย”




            “เอ๋?...” โดยองทำหน้างงๆ





            “ก็เผื่อเจอเจ้าแล้วข้าปากไม่ดีพูดจาผิดหูเจ้า  เหมือนครั้งแรกที่เราเจอกันไง”  ครานี้โดยองหลุดยิ้มออกมานั่นเกือบสองเดือนก่อนเชียวที่มีโอกาสได้เจอกัน  แต่ชาตินี้คงหมดวาสนาต่อกันแล้ว   ถึงแม้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกันแต่โดยองจะเก็บสิ่งดีงามในค่ำคืนนี้และตลอดมาเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้มีชีวิตอยู่ต่อไป




            “เราสัญญา”



      หากในการณ์อันใกล้โดยองรู้ว่าคำสัญญานั่นจะกลับมาพันตัวเองไว้  ร่างบางบอกเลยจะไม่ขอสัญญาใดๆกับเจ้าคนลามปามจอมเจ้าเล่ห์อีกแล้วเป็นแน่แท้

 

           

 

 





        จักต้องเดินทางไกลอีกครา   น้องกราบวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ช่วยปกป้องตัวพี่ให้พ้นภัย    อย่าให้ศัตรูมาแผ้วพาล

 




          ลีแทยงเก็บจดหมายที่ได้รับจากนางข้าหลวงไว้แนบอก  จดหมายที่ไม่มีการลงชื่อใดๆ แต่เขาก็รู้ดีว่าผู้ใดคือเจ้าของจดหมายก่อนจะส่งกระดาษที่พับเป็นนกกระเรียนตัวน้อยให้นางข้าหลวงกลับไปก่อนที่จะนำทัพหลวงของทงเยรีบตามไปสมทบกับองค์ราชันให้ทันก่อนเที่ยงทั้งที่ปกติการเดินทางจากทงเยไปยังพูยอนั้น  ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าเจ็ดทิวาราตรี




          แต่เพราะการเดินทางครั้งนี้ใช้ม้าหลวงที่มีฝีเท้ายอดเยี่ยมทำให้ร่นระยะเวลาเหลือเพียงห้าชั่วยามเท่านั้น  และด้วยการเดินทางเส้นทางลัดทำให้ทัพหลวงของทงเยที่นำโดยราชองค์รักษ์ฝีมือเยี่ยมอย่างลีแทยง   แทอิลและจงอิน  ตามมาสมทบได้ทันก่อนเที่ยงวันพอดิบพอดี    โดยที่ทางรอกแจไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิด  คิดเพียงแต่ว่าเมืองของตนอยู่ติดกับพูยอจะยกทัพตอนไหนก็ได้

 




        ยามไกลพี่มิวายห่วงหา  โปรดอาทรตัวเจ้าเถิดยอดชีวี

เพราะพี่จะตรอมตรมยามเจ้าเจ็บ   วอนมีสุขยามห่างกายกัน  

 




          พระอนุชาลู่ฟางมองลงด้านล่างยังลานหน้าวังหลวงที่บัดนี้  ทหารนับพันของทงเยพร้อมที่จะออกเดินเสียตั้งแต่ยังไม่ย่ำรุ่งทั้งที่ทหารจำนวนมากมาย  แต่กลับกระทำการได้เงียบเชียบจนชาวบ้านแทบไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าทัพหลวงของเมืองตัวเองยกทัพออกไปนอกเมืองตอนไหน




      ดวงตาสองคู่มองสบกัน  ก่อนบุรุษที่อยู่ในชุดสีดำสนิทนั่งบนอาชาสีน้ำตาลเข้มจะเป็นฝ่ายเสหลบไปก่อนพร้อมกับให้สัญญาณเคลื่อนขบวนทัพ




          “เดินทางปลอดภัยนะ ท่านพี่แทยง” ลู่ฟางเอ่ยขยับปากแบบไม่มีเสียงหวังเพียงให้ผู้เอ่ยถึงได้รับรู้  แต่คนนั้นทำเพียงหน้านิ่งใส่ก่อนจะชักม้าขึ้นไปนำขบวน  แตกต่างจากจงอินและแทอิล  ที่โบกมือลาพระอนุชาด้วยความร่าเริง




          มือบางที่คลี่นกกระเรียนกระดาษตัวน้อยเพื่ออ่านความในจบแล้ว  ก็ค่อยๆ พับเป็นนกเช่นเดิมก่อนจะนำไปใส่ขวดโหลที่ตั้งอยู่บนชั้นข้างโต๊ะทรงงานที่ตอนนี้มีนกกระเรียนน้อยเกินกว่าจะนับไหวเพราะมันมากมายหลายขวดโหล





          “คราใด  พี่ท่านจะกล้าเสียที  หรือเพราะเราเป็นเช่นนี้สินะถึงได้รังเกียจกัน”




          เสียงหวานสั่นเครือของพระอนุชาทำเอานางข้าหลวงคนสนิทเข่าอ่อน   กลั้นน้ำตาไว้แทบไม่อยู่




          “ไม่ใช่เช่นนั้นนะเพคะ  ทูลกระหม่อมอย่าทรงตรัสแบบนั้น”




          “ความจริงก็คือความจริง  เพราะอย่างไรเสียก็ปฏิเสธมิได้ว่าเราพิการ” ลู่ฟางพูดก่อนจะยกมือบางปาดน้ำตาออก





          “ไม่..หม่อมฉันเชื่อในสายพระเนตรขององค์ราชัน  ว่าหมอเทวดาองค์ชายน้อยโดยองจักทำให้เพราะองค์ทรงกลับมาประทับยืนได้อีกครา”





          “อย่าให้ความหวังเราอีกเลยนาอึน   หมอแทบจะหมดแผ่นดินที่ท่านพี่แจฮยอนหามายังรักษาเราไม่ได้เลย..กี่ปีมาแล้ว”





          นางข้าหลวงนาอึนเลยถ่ายทอดคำพูดที่ตนได้สนทนากับจงอินและแทอิล  ก่อนที่สองนายทหารจะออกเดินทางให้พระอนุชาฟัง




          “เรื่องนี้อย่างไรเสียหม่อมฉันก็อยากให้ทูลกระหม่อมมีความหวัง   ส่วนเรื่องท่านแทยง พระองค์น่าจะรู้นิสัยดีกว่าใครเรื่องปากหนักและเรื่องเจียมตัว”





          ตัวนางเองก็ไม่อยากจะยุ่งเรื่องนี้สักเท่าใดแต่อาการของพระอนุชากับราชองค์รักษ์ที่ต่างมองดูก็รู้ว่ามีใจผูกสัมพันธ์กันมากเกินไปถึงขั้นไหน  ต่างแต่เพียงฐานันดรที่กีดกั้นทั้งคู่ไว้เท่านั้น  ได้แต่หวังว่ากลับมาคราวนี้องค์ราชันแจฮยอนจะทรงจัดการอะไรบ้างเพราะมิใช่ไม่รู้เรื่องของพระอนุชากับท่านลีแทยง  บางทีคราวนี้ทงเยการมีข่าวมงคลถึงสองงานซ้อนก็เป็นได้







          หากไม่มีไมตรีจิตต่อกันแล้วใยต้องฝากสาสน์กันไปมา  บางครานางข้าหลวงเฒ่าก็จนใจกับความคิดของคนหนุ่มสาว  อย่างว่าล่ะเรื่องของความรักไม่ว่าชนชั้นใดหรือฐานันดรใด  ไม่เคยหลีกหนีพ้นสักครา

 

 

 

 

 




 

            แสงแห่งรุ่งอรุณทอแสงผ่านเหลี่ยมเขากั้นพรมแดนระหว่างรอกแจและพูยอ   ขบวนของทัพหลวงห้าพันนายแห่งรอกแจที่นำโดยองค์ชายซึงรีก็เคลื่อนประชิดยังประตูตัวเมืองหลวงของพูยอ   สร้างความแตกตื่นให้กับชาวเมืองพูยออย่างมาก  ถึงสองเมืองจะเป็นมิตรต่อกันเยี่ยงพี่น้องแต่มิเคยที่จะมีการนำทหารจำนวนมากมายในการมาเยือนเลยสักครา





            “นายทวาร  จงนำสาสน์ไปถวายองค์ยุนโฮ   ว่าเราองค์ชายซึงรีแห่งรอกแจมารับขบวนขององค์ชายน้อย..โดยองเพื่อไปอภิเษกสมรสยังรอกแจ  เราจักปักหลักรอถึงตะวันตรงหัว” สิ้นคำสร้างความตกตะลึงแก่ชาวเมืองเป็นอย่างมาก  ถึงจะยังไม่ประกาศสงครามแต่การกระทำเช่นนี้รวมถึงทหารจำนวนมากมายที่ยกมาประชิดเมืองย่อมเป็นการบอกกรายๆ หากพูยอปฏิเสธไมตรีจิตครั้งนี้ของรอกแจ   คงต้องถึงคราวจะต้องเสียเลือดเสียเนื้อ





            แต่อนิจจาเอ่ย...พูยอ   ที่ในหลายปีมานี้ที่ประสพกับโรคภัยระบาดคุกคามทำให้ผู้คนเสียชีวิตจำนวนมากมาย   ประชาชนส่วนใหญ่มีแต่เด็กและสตรี   ส่วนเด็กหนุ่มหรือชายฉกรรจ์มีเพียงหยิบมือเดียว  แม้แต่ทหารหลวงของพูยอที่นับหัวทุกนายยังมีไม่ถึงพันคนถึงจะมากฝีมือแต่ใยจะต่อกรกับทหารหลวงของรอกแจที่มากกว่าถึงสิบเท่าได้  เหล่าประชาราษฎร์ได้แต่หวังว่าองค์เหนือหัวของตนจักจะคำนึงถึงบ้านเมืองมากกว่าสิ่งใด





            ภายในท้องพระโรงของพูยออยู่ในความตึงเครียด  จนมิผู้ใดกล้าที่จะหายใจแรงๆ เนื่องจากมุขมนตรีและเหล่าข้าราชการชั้นสูงถูกตามตัวด่วนเนื่องจากสาสน์จากองค์ชายซึงรีที่ส่งมา




            “สามหาว  เจ้านั่นกล้าดีอย่างไรถึงกล้ากระทำไร้ความคิดเพียงนี้” ฮันซลที่มิอาจเก็บอารมณ์ได้เอ่ยขึ้นมาอย่างโมโหในขณะที่องค์ยุนโฮและองค์แจจุง ต่างมองกันด้วยความหนักพระทัย  เพราะศึกประชิดเมืองครั้งนี้คงยากที่พูยอจะรักษาเอกราชไว้ได้




            องค์ชายน้อย...โดยอง  พระหัตถ์บางกำแน่นด้วยเหตุเพราะตนเองที่เป็นต้นเรื่องทั้งหมด




            “เหตุเกิดเพราะกระหม่อม   เพราะฉะนั้น”





            “หยุดเดียวนี้โดยอง  พี่จะไม่ยอมให้เจ้าต้องไปเป็นพระชายาของเจ้าองค์ชายมากตัณหาเยี่ยงนั้นเป็นแน่แท้” ฮันซลเอ่ยขัดขึ้นมาทันที




            “แล้วจะทำอย่างไร   เหลือเพียงชั่วยามเท่านั้น  กำลังพูยอเราก็มีเพียงน้อยนิด   น้ำน้อยหรือจะสู้ไฟได้” โดยองเอ่ยเสียงสั่นก่อนจะหันไปสบพระพักตร์ขององค์ราชันแห่งพูยอและองค์รานี   ที่ทั้งสองพระองค์ต่างมีพระพักตร์ที่เรียบเฉยผิดปกติ




            “แย่แล้วฝ่าบาท   บัดนี้องค์ราชันแจฮยอนแห่งทงเยพร้อมอินทรีทมิฬอยู่ที่หน้าประตูเมืองแล้ว”




            สิ้นเสียงมหาดเล็กที่เข้ามารายงาน  ยิ่งทำให้ท้องพระโรงอยู่ในความตึงเครียดยิ่งไปกว่าเดิม




            ยามนี้พูยอคงมีอาจเลี่ยงสองศึกที่มาประชิดเมืองในคราวเดียวกันได้เสียแล้ว   คงมีแต่เพียงปาฏิหาริย์เท่านั้น!!!





            แม้จะเพียงเสี้ยววินาที  ที่สีพระพักตร์ขององค์ยุนโฮเปลี่ยนไปแต่มิอาจรอดผลจากการสังเกตขององค์ชายฮันซลไปได้  เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้รู้แล้วว่าจุดจบของศึกต่างเมืองจะจบลงเช่นไร   เพราะองค์ยุนโฮทรงผ่อนคลายลงไปทันทียามได้สดับรับฟังว่าองค์ราชันแจฮยอนเคลื่อนพลมาถึงหน้าประตูเมืองพูยอแล้ว




            “ส่งม้าเร็วไปเชิญองค์ชายซึงรี และองค์ราชันแจฮยอน พร้อมด้วยทหารติดตามไม่เกิน 10 นาย เข้ามาพบเรา” องค์ยุนโฮตรัสด้วยพระสุรเสียงนิ่ง ๆ ก่อนจะเบนพระพักตร์ไปหาองค์ชายน้อยโดยอง




            “ส่วนลูกโดยอง  กลับไปรอฟังข่าวยังตำหนักหรือเรือนยาของเจ้า”




            “แต่ว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับลูกโดยตรง  แล้วเสด็จพ่อจะไม่ให้ลูกอยู่ร่วมตัดสินใจได้เยี่ยงไร” โดยองทูลแย้งทันที




            “เชื่อเสด็จพ่อเถอะ  ยอนฮวามาพาโดยองไปยังตำหนักเฝ้าไว้อย่าให้คาดสายตา  มิเช่นนั้นอย่าหาว่าเราไม่เตือน” ฮันซลเอ่ยสำทับกับนางข้าหลวงก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เหล่าองค์รักษ์มานำโดยองออกไป






            สายพระเนตรตัดพ้อขององค์ชายน้อยที่เป็นดั่งดวงใจของพูยอ  มันทำให้ทั้งคนที่เป็นพ่อแม่ พี่ชาย หรือมุขมนตรีต่างเบือนหนีเพราะหากยังมองอยู่มิแคล้วต้องใจอ่อน  แต่ตอนนี้เหตุการณ์ยังไม่น่าไว้ใจ...อย่างน้อยระหว่างการเจรจาพร้อมกันทั้งสามเมือง  องค์ชายน้อยควรอยู่ในที่ปลอดภัยมากกว่าในท้องพระโรง  เผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น!!!

 

 





        +++++++++tbc+++++++++++





มาทันวันอังคารนะคะ 5555555555

ร่วมด้วยช่วยกันหวีดที่ #PLJaeDo

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

627 ความคิดเห็น

  1. #620 May the fourth (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 23:49
    ลู่ฟางหนูต้องสู้ๆนะลูก อย่าให้ขีดจำกัดทางร่างกายมันบั่นทอนเราได้ เขาไม่กล้าเราก็ทำให้เขากล้าซะ
    #620
    0
  2. #599 pinkshoes (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 01:38
    ลู่เฟิงหนูร้องสู้ไปพร้อมๆพี่แทยงนะลูก
    #599
    1
    • #599-1 pinkshoes(จากตอนที่ 8)
      3 พฤษภาคม 2562 / 01:40
      ลู่ฟางสิคะ สติลูก555555
      #599-1
  3. #581 ploy wty (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:28
    องค์ชายน้อยผู้เป็นที่รัก
    #581
    0
  4. #556 เคเฮชเย็นเย็น (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 19:17
    โถ่ องค์ชายน้ยของเรา
    #556
    0
  5. #547 iamchnp_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 15:45
    ทุกคนดูโอ๋องค์ชายน้อยมากซึ่งเราก็อยากโอ๋ น้องจะต้องปลอยภัยไปเป็นองค์รานีที่ทงเย
    #547
    0
  6. #533 jubjang21 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 10:16
    ฮือออออออออ ทำไมคู่แทเตนล์หน่วงอย่างงี้TT
    #533
    0
  7. #516 anndirus (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 20:04
    กลัวใจองค์ชายน้อยจะโกรธองค์แจฮยอนจังเลยค่ะ แต่น้องสัญญาแล้วน้า อย่าโกรธแจฮยอนเลย;---;
    #516
    0
  8. #481 cyn'dy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 20:01
    ไว้ใจองค์ราชันแจฮยอนได้แน่ๆค่ะ โดยองบูกแม่ขออย่าถือทิฐินะลูก องค์ชายแจเขาทำด้วยความรัก อุอิ ส่วนลู่ฟางอย่าเพิ่งหมดหวังค่ะ โดยองจะต้องช่วยได้แน่ๆ
    #481
    0
  9. #418 Lunarita Lucia (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 16:43
    ฮือออ ลู่ฟาง อย่าตรัสพ้อเช่นนั้นสิเพคะ
    #418
    0
  10. #361 nnnut (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 01:42
    ข้าจักร้องไห้อยู่แล้วท่าน ใยลู่ฟางถึงกล่าวตัดพ้อเช่นนั้นเล่า ฮือออออ~ TT
    #361
    0
  11. #336 BBelliZ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 01:22
    แหม่พี่พระเอกสู้ๆคร่าาาาาาา
    #336
    0
  12. #282 ihome_mie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 15:34
    โอ้ยลุ้นน องค์ชายน้อยเห็นหน้าจองแจฮยอนจะทำหน้ายังไงง
    #282
    0
  13. #220 ความลับ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 22:05
    จองแจมาช่วยน้องช่ะ ยกทัพมาพร้อมกัน เยอะเหมือนกัน แต่ทำไมของราชันถึงได้ดูยิ่งใหญ่กว่า ฮ่าๆๆๆ อวยพระเอกก็มา
    #220
    0
  14. #216 B_MOMORIN27 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 18:47
    อ๊ากกกกกก ศึกชิงนางมาแล้ว องค์ชายโดยองอย่าพึ่งเศร้า อย่าคิดมาก อูแจมาช่วยแล้วงาย ><
    #216
    0
  15. #188 lemoneyy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 01:26
    ฮ่าๆ ถ้าองค์ชายน้อยรู้จะโกรธไหม แต่สัญญาแล้วนี่นะ ฮ่าๆๆๆๆๆ สู้ๆค่ะราชันอูแจ หมั้นเค้าเนียนๆแล้วก็ต้องได้~
    #188
    0
  16. #185 CaramelMocha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 21:53
    ไม่รู้จะเอ่ยเช่นไร แต่กลัวว่าถ้าองค์น้อยรู้เรื่องจะพาลโกรธ
    #185
    0
  17. #179 najar (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 20:08
    ตอนที่อ่านแอบอยากให้อูแจพาองค์ชายน้อยหนีไปจริงๆ
    ไม่อยากให้เกิดศึกสงครามเลย ... แต่งานนี้องค์ชายซึงรีไม่ยอมแน่ๆ ขอฝากความหวังไว้ที่องค์ราชันแจอยอนแล้วค่ะ สู้เขา!!!

    แอบกรี๊ดอยู่นิดนึงที่มีเรื่องราวขององค์ชายลู่ฟางกับองครักษ์แทยงด้วย
    งื้ออออ คู่นี้เขาแอบเศร้า T^T
    #179
    0
  18. #172 ปงจี้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 18:17
    อ้าว อ่านข้ามตอน5555555 กรี๊ดดดดด รีบๆมา รีบๆมาน้าาาาา โง้ยยยยย แล้วเอาองค์ชายไปไว้ที่เรือน แล้วอูแจจะใช้มุขหมั้นหมายแล้วได้อย่างไร ยังไงก็ต้องกลับมาท้องพระโรงอยู่ดี555555555
    #172
    0
  19. #165 _bbiz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 16:29
    สงสารลู่ฟางกับองครักษ์แทยง
    เหตุใดเล่า ท่านพี่แทยงถึงไม่กล้า
    ทั้งที่ใจสองใจก็ตรงกัน
    เฮ้ออออ หวังว่าท่านพี่แทยงจะมีความกล้ามากกว่านี้
    #165
    0
  20. #162 JannieJK (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 16:17
    ศึกชิงนาง5555
    #162
    0
  21. #160 Parknyoung40 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 16:00
    โอ้ย แจฮยอนรีบๆจัดการซึงรีอย่างไวเสียเถิด เราหมั่นไส้มานานแล้ว5555 ถ้าแจโดเจอกันจะเป็นยังไง โอ้ยย ลุ้นไม่ไหวแล้ว
    #160
    0
  22. #157 WIFE_ENGINEER (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 15:37
    ฮืออออ เมื่อไหร่จะได้เจอกัน ใจจะขาด
    #157
    0
  23. #153 mayean (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 15:05
    ชอบฉากที่ลำธารมากค่ะ ฮือ สวีท T///T มีการให้สัญญาว่าห้ามโกรธด้วยเนาะ แจมันร้ายจริงๆ 555555555555
    #153
    0
  24. #151 nutzazasp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 14:54
    โอ๊ยยยยยอ่านตอนนี้ละก็อยากอ่านตอนหน้าต่อเลย อยากรู้ว่าพอโดยองเจอองค์ราชันอีกครั้งจะยิ้มให้มั้ย ถถถถถถถถถ
    #151
    0
  25. #150 B_MOMORIN27 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 14:23
    รอค่า ปู่เสื่อรอๆๆ
    #150
    0