[NCT] Pure Love จอมใจองค์ราชัน II [ JaeDo]

ตอนที่ 6 : Chapter 5 :พระคู่หมั้น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 146 ครั้ง
    23 เม.ย. 59

[Fic NCT]  Pure Love  [ #JaeDo , #TaeTen , #HanTa ft. Johnil]

By winata

Chapter  5 :พระคู่หมั้น 







       องค์ชายซึงรีแห่งรอกแจ  ใช่ว่าจะไม่เคยได้พบหน้าคราตากันแต่การที่ได้พบปะเพียงไม่กี่ครั้ง  กลับทำให้ร่างบางรู้สึกอึดอัดกับสายตาจาบจ้วง แล้วยิ่งอีกฝ่ายหน้าด้านหน้าทนทรงขอประทานอนุญาตขออภิเษกกับตนเอง  โดยมิถามความสมัครใจเลยสักนิด  ยิ่งทำให้รู้สึกไม่ชอบเข้าไปใหญ่





       โดยองที่เก็บตัวอยู่เพียงแค่เรือนยาหลวงและตำหนักของตนเอง  ทนความเครียดไม่ไหวจนต้องออกมาเปลี่ยนบรรยากาศโดยการขี่เจ้าจางโฮมายังทุ่งหญ้าที่ชอบมานั่งเล่น




       “ดอกไม้แถวนี้คงต้องเหี่ยวเฉาเป็นแน่แท้  หากเจ้ายังเอาแต่ถอนหายใจอยู่เยี่ยงนี้”




       วูบหนึ่งที่หัวใจดวงน้อยขององค์ชายน้อยแห่งพูยอเต้นรัว  ก่อนจะหันไปมองยังต้นเสียงที่พบเพียงแค่ดวงตาคมของคนผิวคร้ามแดดที่ตัดกับผิวเนื้อในร่มผ้าที่ขาวจัดอย่างชัดเจนที่ทอดมองอย่างแน่วแน่




       “นี่ท่านยังมิได้กลับไปยังทงเยหรอกรึ”




       “ถ้าข้ากลับไปแล้ว  เจ้าจะเห็นข้ายืนอยู่ตรงนี้หรือไรเจ้าเด็กน้อย” เอ่ยเสียงเจือขันพร้อมกับมือหนาที่ลูบศีรษะเล็กๆ ด้วยความเอ็นดู





       “เผลอแล้วชอบลามปามเชียวนะ” บ่นงึมงำแต่ก็มิปฏิเสธสัมผัสเพราะมันรู้สึกอบอุ่นจนอยากจะเก็บไว้นานๆ





       “ยังมิตอบคำตอบว่าเจ้าเป็นอะไรวันนี้” ร่างสูงที่หย่อนกายนั่งลงข้างๆ ร่างบางที่ตอนนี้นั่งกอดเข่าจุ้มปุกสายตาเหม่อลอยไปยังภูเขาเขตกั้นแดนระหว่างพูยอและรอกแจ




       “ไม่ได้เป็นอะไร  เราสบายดี” บอกพร้อมยิ้มอีกฝ่ายที่มือน้ำใจถาม





       “คำพูดเจ้าบอกสบายดี  ปากเจ้ายิ้ม  แต่ดวงตานั้นหาได้ยิ้มด้วยไม่”





       เพราะความโศกเศร้าที่แสดงออกมาผ่านดวงตาเรียวรีที่เหมือนมีน้ำใสคลออยู่   ทำให้ร่างสูงอดใจไม่ไหวที่อยากจะแบ่งปันความโศกเศร้า  ใบหน้าคมโน้มลงไปหาร่างบางก่อนที่ริมฝีปากได้รูปจะจรดลงไปที่บริเวณหางตาทั้งสองข้าง  ก่อนจะสัมผัสเบาๆ ที่ริมฝีปากสีแดงสดแล้วผละออกมาโดยมิได้ล่วงล้ำไปมากกว่านั้น  พร้อมกับมือหนาที่คว้าร่างบางเข้ามากอดไว้





       ฝ่ายที่ถูกกระทำอย่างแสนอุกอาจได้แต่ซบศีรษะลงที่ไหล่แกร่งโดยมิได้ผลักไสใดๆ พร้อมกับหัวใจที่เต้นระทึกขึ้นมาด้วยจังหวะประหลาดๆ ขึ้นทุกทียามที่อยู่ใกล้ร่างสูง




       “ทีนี้บอกได้รึยังว่าเจ้าเป็นอะไรเด็กน้อย”




       “เราแค่เหนื่อยก็เท่านั้น  ที่วันนี้ขี่เจ้าจางโฮออกมาไกลเหลือเกิน” คิ้วเข้มเลิกขึ้นพร้อมกับดวงตาคมที่รี่ลงอย่างครุ่นคิดเพราะไม่เชื่อคำพูดของร่างบางเสียทั้งหมด





       ก่อนที่แจฮยอนจะเป็นฝ่ายเปลี่ยนเรื่องเสียเอง




       “รู้หรือไม่ตอนนี้มีข่าวโจษจันไปทั่วว่าองค์ชายน้อยแห่งพูยอจะทรงอภิเษกกับองค์ชายซึงรีแห่งรอกแจ”




       “เหลวไหล  นั่นมันแค่ข่าวลือ” ขึ้นเสียงใส่อีกฝ่ายด้วยความลืมตัว  มือบางกระขยุ้มกางเกงจนยับเสียหมด




       “หากมิมูล แล้วเหตุใดชาวเมืองต่างได้กล่าวถึง”




       “มันมิใช่เรื่องของเราที่ต้องสนใจ  มันจะมีมูลหรือเป็นจริงก็ต้องมีหมายกำหนดการอภิเษกออกมาเท่านั้น” โดยองเอ่ยขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น





       “ฮาๆ งั้นรึ จะว่าไปองค์ราชันเฒ่ายุนโฮก็ตาแหลมนะเพราะรอกแจทั้งกำลังทหารและเศรษฐกิจก็ดีหากเป็นทองแผ่นเดียวกับ

พูยอแล้วไซร้ก็จะยิ่งเข้มแข็ง  ไม่อ่อนแอด้านการทหารยามที่ถูกรุกราน”





       เปลือกตาบางปิดลงพร้อมกับใบหน้าเนียนที่ซบลงที่หัวเข่าตนเองอีกครา 




       ขนาดคนนอกยังมองเช่นนี้...เสด็จพ่อคงดำริเช่นนั้นหรอกหรือ....




       “อภิเษกเป็นพระชายาก็ยังดีกว่าการไปเป็นเครื่องบรรณาการแก่เมืองอื่นแล้วมีตำแหน่งแค่พระสนมไม่ใช่หรือ...”




       สายตาสองคู่ประสานนิ่งต่างพินิจมองกันและกันอย่างถ้วนถี่ราวจะเก็บภาพอีกฝ่ายเอาไว้ในหัวใจ 





       “ยิ้มเสียหน่อยเถอะ  รู้หรือไม่ว่าเจ้าเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่ามาทำหน้าเศร้าประหนึ่งว่าตัวเจ้าคือองค์ชายน้อยเสียเอง” เอ่ยกระเซ้าเล่นๆ แต่มิได้รู้เลยว่ากำลังพูดถึงความจริงที่อีกฝ่ายไม่ได้ปิดบังแต่ก็มิได้เปิดเผยฐานะที่แท้จริงของตน




       “ท่าน!” โดยองคร้านจะต่อปากต่อคำพูดเพราะวันนี้หัวใจดวงน้อยมันแทบไม่มีแรง  เมื่อคิดถึงว่าตนเองต้องแต่งงานไปกับชายที่ตนเองไม่มีจิตปฏิพัทธ์ด้วย




       “เป็นอะไรไปฮึ  แปลกเสียจริงจะพูดอะไรก็มิเอื้อนเอ่ยเสียที”




       “...”




       สายลมที่พัดผ่านมาแผ่วเบาๆ ราวจะเอ่ยคำลาให้แก่ทั้งสองที่ต่างนั่งเคียงข้างกันกลางทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่  เหมือนเป็นสัญญาณบอกว่ากาลหน้า  หากจักจะพบพานกันอีกคราคงมิใช่ในฐานะธรรมดาเสียแล้ว




       “หากเราคือองค์ชายน้อยผู้นั้นจริงๆ เราควรจะทำการเช่นไร”




       ร่างสูงหันไปมองเสี้ยวหน้าร่างเล็กที่บัดนี้ซบอยู่หน้าขาของตน  แม้จะเสี้ยวด้านข้างแต่ลางสังหรณ์ลึกๆ กลับบอกว่ามันหามิใช่เรื่องสมมุติไม่  หากเป็นจริงขึ้นมาก็ควรถึงเพลาที่ทงเยจะมีงานมงคลกะเค้าเสียทีกระมัง




       “ง่ายออก ถ้าไม่ชอบใจเจ้าองค์ชายบ้าตัณหานั้น  ก็แต่งงานกับองค์ชายเมืองอื่นที่มีอำนาจทัดเทียมกันก็สิ้นเรื่อง”





       “รู้เรื่อง เอ่อ...ตัณหานั่นด้วยรึ” ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีระเรื่อยก่อนก้มงุดๆ ซบแขนตัวเองแน่นขึ้น




       “ฮาๆ  ออกจะโจษจันไปทั่วแคว้น แล้วเจ้าละเด็กน้อยคิดเช่นข้าหรือไม่  มองหาเมืองทัดเทียมหรือทรงพลานุภาพกว่ารอกเจ”





       โดยองลอบถอนหายใจ  เมืองที่ยิ่งใหญ่กว่ารอกเจจะมีสักกี่เมือง  แต่การต้องไปเป็นพระชายาขององค์ชายสักองค์โดยไม่มีความเสน่ห์หาแก่กันมันเกินกว่าร่างบางรับไหวแล้ว




       “เฮ้อ  หากมีสักเมืองกล้ามาสู่ขอเราออกนอกหน้านอกตาที่ไม่ใช่รอกเจก็คงดี”




       “เจ้าว่าอะไรนะเด็กน้อย” แจฮยอนย้อนถามอีกครั้งเพราะร่างบางพูดเบามาก





       “ไม่มีอะไรหรอก  ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะที่เราจะได้เจอกัน” โดยองเอ่ยขึ้นก่อนจะหันหน้ามาสบกับร่างสูงคร้ามแดด




       “ทะ....”




       “เราคงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ไม่กี่ราตรีคงต้องออกเดินทางไกล  ลากันเสียตรงนี้”





       “ฮึ เจ้าน้อยเอ่ย  วันนี้เจ้าช่างบ่อน้ำตาตื้นเสียจริงเอะอะก็เอาแต่จะร่ำไห้  คนเราหากมีวาสนาต่อกันต่อให้จากกันไปนานเท่าใดก็จักหวนกลับคืนมาพบกันอยู่เช่นเดิม” อีกคราร่างสูงเช็ดน้ำตาให้แล้วรั้งให้กายบอบบางเข้ามากอดไว้  พอมีโอกาสได้สัมผัสถึงได้รู้ว่าเด็กน้อยของตนตัวเล็กขนาดไหน    มันทำให้ตัดสินใจแล้วว่าจะทำการเยี่ยงไรต่อไปได้แต่ภาวนาอย่าให้คนในอ้อมกอดของตนเองเกี่ยงงอนหรือเกลียดกันเลย




       “...” ยิ่งเห็นร่างบางเงียบไปไม่เอ่ยวาจาโต้ตอบทันทีมันชวนให้ใจเสีย  ยิ่งทำให้ร่างสูงเริ่มกลัว..กลัวที่ไม่ได้พบเจอกันอีกทั้งที่ความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดกับองค์ราชันแห่งทงเย





       “ข้ามีอะไรจะให้” ว่าแล้วก็ปลดสร้อยที่ข้อมือตัวเองออกแล้ว คว้าข้อมือบางมาพร้อมกับสวมให้ทันทีโดยที่ไม่รอคำตอบรับจากร่างบอบบาง





       “นี่มัน เราคงรับไม่ได้หรอก” โดยองเอ่ยขึ้นหลังจากยกข้อมือตัวเองขึ้นดูเพราะสร้อยที่ว่านั้นคืออัญมณีสีดำวาวที่เจียระไนอย่างดีร้อยกันอย่างสวยงามที่ห้อยแผ่นโลหะสีเงินที่สลักเป็นพญาอินทรีย์พร้อมมีไพลินสีแดงเม็ดเล็กประดับที่ดวงตาทั้งสองข้าง  แม้จะเป็นเพียงอัญมณีธรรมดาแต่เพราะการเจียระไนของมันทำให้ร่างบางรู้ทันทีว่ามันมาจากช่างที่มีฝีมือเยี่ยมยอด






       “เราให้เจ้า  เพราะเจ้าคือสหายเรา  หากวันใดในภายหน้าหากเจ้าต้องการความช่วยเหลือก็จงไปหาเราที่ทงเย”





       ร่างบางหัวเราะเบาๆ เมื่อสบกับดวงตาคมเข้ม แล้วยิ่งน้ำเสียที่บ่งบอกความจริงจังมันชวนให้อดขำ  ว่าวาณิชธรรมดานี่หรือที่จะมาช่วยรัชทายาทแบบตนเองได้





       “ยังไงซะ  เราก็ขอบคุณท่านนะ  เจ้าคนลามปาม”  ตอนแรกก็อดจะโมโหกับชื่อที่ร่างบางเอ่ยเรียกแต่พอเห็นรอยยิ้มกระจ่างบนหน้าเนียนใสก็ทำให้หัวใจกระตุก





       “ข้าพูดจริงหรอก  ถ้าเจ้าไปทงเย  แล้วชูสร้อยเส้นนี้พร้อมเหรียญแล้วบอกว่ามาพบข้า  เจ้าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่”




       “ฮาๆ ท่านมิได้อวดอ้างแน่นะ ท่านเวนิชพเนจร “อูแจ””





       แต่แล้วเสียงหัวเราะพร้อมกับรอยยิ้มของร่างบางก็หายไปเหลือเพียงใบหน้าซีดขาว  จนร่างสูงต้องหันไปมองด้านหลังของตนเองที่ตอนนี้ฝีเท้าม้าชั้นเลิศกำลังห้อมาอย่างรวดเร็วและหลายตัว  บ่งบอกว่าผู้มาใหม่มาไม่ต่ำกว่าห้าอย่างแน่นอน




       “เราต้องกลับแล้ว” น้ำเสียงตกใจของร่างบางยิ่งทำให้แจฮยอนรู้สึกถึงความผิดปกติ  อะไรในน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงกลุ่มคนมาใหม่ย่อมไม่ธรรมดา





       “คนที่บ้านหรืออย่างไร” พยักหน้ารับคำก่อนจะผุดลุกขึ้นพลอยทำให้ร่างสูงต้องลุกพร้อมกัน




       “เราจะได้เจอกันอีก  ข้าเชื่อว่า..เรามีวาสนาต่อกัน”




       “อย่าเพิ่งพูดอะไร  หากได้เจอกันอีกครา..เราจะเชื่อในดังคำท่านพูด” โดยองเอ่ยพร้อมส่งยิ้มที่คิดว่าสวยงามที่สุดในวาณิชหนุ่มต่างแดนด้วยรู้ดีว่าวันนี้คงเป็นสุดท้ายที่ตนจะมีอิสรภาพก่อนที่เข้าพิธีอภิเษก




       สายเลือดหน่อเนื้อกษัตริย์ต้องรักแผ่นดินเกิดมากกว่าความสุขส่วนตน  หากการใดที่ทำให้แผ่นดินปลอดภัยและประชาชนมีสุขแล้วไซร้จักยอมทำทุกวิธีทาง  แม้ภายใต้การนั้นจะนำมาพาซึ่งความเจ็บปวดตลอดชีวาก็จักยอม!!!







       “อะ...เอ่อคุณชายน้อย  นายท่านให้ข้าน้อยมาตามขอรับ” ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสีดำสนิทที่ลงจากม้าคนแรกเอ่ยพร้อมสายตาคมมองบุรุษในชุดพ่อค้าต่างแดนอย่างสำรวจ 




       “เรากำลังจะกลับแล้ว  ยองโฮ” ร่างบางเอ่ยบอกเรียบๆ พร้อมใช้สายตาปรามองค์รักษ์ที่พระเชษฐาทรงส่งมาให้ดูแลตนเอง




       มือแกร่งรั้งท่อนแขนบางที่ซ่อนอยู่ในชุดลำลองไว้






       ดวงตาสองคู่มองสบกันก่อนที่คนตัวเล็กและบอบบางกว่าจะเสหลบก่อน





       “อย่าลืมคำเรา  หากต้องการความช่วยเหลือจงไปหาข้าที่ทงเย”





       “ขอบคุณในน้ำใจของท่าน  แต่เราคิดว่าคงไม่มีวันนั้น”





       แจฮยอนมองขบวนม้าที่จากไปด้วยสายตานิ่งๆ  เหตุใดตัวเขาจะไม่เห็นวินาทีที่ “ซอยองโฮ” เตรียมจะชักดาบออกจากฝักแม้จะเพียงเวลาน้อยนิดยามที่เขาจับแขนร่างบางไว้  สมกับเป็นยอดองครักษ์ของรัชทายาทเสียจริงๆ นับว่าองค์ชายฮันซลตาแหลมที่เลือกบุคคลนี้มาอยู่ข้างกาย




       “ใครว่าเราจะไม่มีวาสนาต่อกันหนอ  องค์ชายน้องแห่งพูยอ...โดยอง”





       ใช่แล้ว...ร่างสูงรู้ตั้งแต่การพบกันครั้งที่สองแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร  เพราะยาที่ร่างบางให้นั้นไง  มันคือยาตำรับหลวงสูตรคิดค้นด้วยองค์ชายน้องแห่งพูยอเท่านั้น  ยาของหมอเทวดา





       บุคคลที่เขาแอบคาดหวังที่จักทำให้ลู่ฟางพระอนุชาของตนกลับมาเดินได้อีกครั้งหลังจากเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน





       รอยยิ้มพรายเกิดขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม





      เด็กน้อยเอ่ยไม่ใช่สิ  ต้องเรียกว่าพระคู่หมั้น  เตรียมตัวไปเป็นองค์รานีแห่งทงเยเสียเถอะร่างสูงรำพึงในใจ





       “กลับกันเถอะยูซอง”  เอ่ยกับนายทหารคนสนิทที่แอบอยู่หลังต้นไม้ไม่ไกลนักก่อนจะพลิ้วปากเรียกม้าคู่ใจให้เดินมาหา




       แน่นอนว่าการที่องค์ราชันย่อมไม่ไปไหนมาไหนเพียงลำพัง   เพราะมันใช่แค่ยูซองเท่านั้น  ยังมีทหารอีกจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบนายของทงเยที่ดักซุ้มอารักขาแก่องค์ราชันอยู่




       “แหม กระหม่อมก็นึกว่าพระองค์จะทรงดื่มด่ำฉลองการหมั้นอย่างเงียบเชียบอยู่” ยูซองเอ่ยแซวอย่างไม่เกรงกลัวอาญา




       “หึ...” ไม่มีอะไรตอบกลับนอกจากการทรงอาชาอย่างเงียบ ๆ ขององค์ราชัน




       โดยอง...คงไม่รู้ว่าสร้อยที่เจ้าตัวเต็มใจสวมที่ข้อมือข้างนั้นมีความสำคัญมากแค่ไหนกับแผ่นดินของทงเย





       เพราะเหรียญเงินที่มีตราพญาอินทรีย์ที่ดวงตาประดับด้วยไพลินสีแดง   นั่นคือสัญลักษณ์ของดวงตราพระราชลัญจกรประจำตัวองค์ราชันจองแจฮยอน   ซึ่งตามราชธรรมเนียมโบราณคู่เมืองคือสิ่งที่องค์ราชันจะมอบให้ว่าที่องค์รานีก่อนการอภิเษกสมรสหรือคือของหมั้นหมายอย่างเป็นทางการนั่นเอง!





       ด้วยทงเยเป็นเมืองที่อุดมด้วยแร่รัตนชาติมากมายจนเกินจะกล่าว  แต่มีเพียงอัญมณีสีดำสนิทนามว่า “นิล” เท่านั้นที่คือสัญลักษณ์ขององค์ราชัน  เพราะเป็นสายแร่ของอัญมณีที่หายากที่สุดผิดกับสายแร่ของเพชร พลอยอันอื่นที่หาพบได้ง่าย








                                                         +++++++++ที่เหลือค่ะ ^^ +++++++++++

 


     


         ใยดวงใจจักสูงเกินเอื้อมจิต     ได้แต่คิดฝันในห้วงนิทรา

         ยามพี่ตื่นมาสุดระทมนัก        สุดจะหักเพียงฐานันดร

 




       ลีแทยงใช้ไม้เขียนกลอนเสร็จก็เหม่อขึ้นบนท้องฟ้าของทงเยที่คืนนี้ดวงดาวเต็มท้องฟ้า     ในอุทยานหลวงของทงเยคืนนี้มีแต่ความเงียบสงบหลังจากที่เขาได้รับมอบหน้าที่มาจัดเตรียมไพร่พลเพื่อเตรียมยกทัพหลวงไปยังพูยอกับแทอิลและจงอิน





       “เหตุใดจักต้องกังวลกับศึกครั้งนี้ยิ่งนักท่านพี่แทยง” ผู้มาใหม่ที่มาพร้อมกับเงียบนั้นทำให้ร่างสูงทหารคนสนิทขององค์ราชันเบิกตาโพล่งก่อนจะรีบถวายความเคารพ  พร้อมกับถอยห่างผู้มาใหม่




       “มะ..ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ” ตอบเสียงเรียบก่อนจะเอ่ยถาม




       “นี่ดึกแล้วใยพระอนุชาไม่ทรงพักผ่อนอีก   พรุ่งนี้ต้องว่าราชกิจอีกมากมาย” ดวงตาคมเสมองดอกไม้ในอุทยานหลวง




       “เรายังไม่ง่วงเลย   ท่านพี่แทยงพอจะว่างสนทนากับเราชั่วครู่ได้หรือไม่”




    “มันคงเป็นการมิบังควร  หากกระหม่อมจะอยู่เพียงลำพังกับพระองค์  กระหม่อมจะไปตามนางข้าหลวงมาอยู่เป็นเพื่อนพระองค์  ขอทูลลา” แทยงทูลลาอย่างรวดเร็วก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ออกจากอุทยานหลวง  โดยไม่หันไปมองพระอนุชาในองค์ราชันว่าใบหน้าใสนั้นมีสีพระพักตร์เศร้าเพียงใด






       ร่างบางที่ตอนนี้ทรงรถเข็นด้วยไม้เหตุเพราะเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนทำให้ไม่สามารถเดินได้อย่างคนปกตินอกจากนั่งบนรถเข็น ซึ่งที่ในพระราชวังหลวงของทงเยทำทางลาดสำหรับรถเข็นของพระอนุชาลู่ฟางไว้ทุกที





       ดวงตาเรียวที่ถูกตบแต่งให้เฉียบคมคลอด้วยน้ำตาก่อนที่เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว  เมื่อเห็นถ้อยคำความในใจของใครบางคนที่ช่างใจร้ายเดินหนีไปก่อนทิ้งเอาไว้





       มือบางเข็นรถไปใกล้ๆ ก่อนจะก้มลงหยิบไม้กิ่งไม้ขึ้นมาก่อนเขียนลงไป

 






     แล้วใยตัวพี่มิเอื้อมมือมา  เมื่อดอกฟ้าพร้อมพลีกาย

       เหตุใดท่านเอาแต่ลี้   จะหลีกหนีกันไปกี่ครา



 

       “พระอนุชาเพคะ  ท่านแทยงให้หม่อมฉันมาอยู่เป็นเพื่อนเพคะ”





       “ไม่ล่ะ  ช่วยเข็นรถพาเรากลับตำหนักเถอะ” เอ่ยบอกนางข้าหลวงก่อนที่ดวงตาเรียวจะหลับลง  พร้อมรำพึงเมื่อไหร่หนอคนที่แสนดีและห่วงใยกับลู่ฟางตอนเด็ก ๆ จะกลับมาสักที   เพราะท่านลีแทยงทหารคนสนิทขององค์ราชันแจฮยอนคนนี้แสนเย็นชานัก




       ถัดไปไม่ไกลนักสองทหารเพื่อนสนิทของแทยง    มุนแทอิลกับคิมจงอินที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นลอบถอนหายใจ





       “สุราเราคงเป็นหมันก็งานนี้นะแทอิล”




       “ดอกฟ้าก็พร้อมจะโน้มลงมาแต่เพื่อนเรานี่สิ” แทอิลเอ่ยพร้อมกับส่ายหน้าไปมา





       “แบบนี้ล่ะรักต่างฐานันดร  ต่างรักกันทั้งคู่แต่ไม่มีใครยอมพูดสงสัยเกรงใจองค์ราชัน” จงอินเอ่ยขึ้นหลังจากที่พวกเขาทั้งคู่เดินมาถึงบริเวณที่เห็นแทยงนั่งขีดๆ เขียนๆ อยู่ตั้งนาน   ตอนแรกจะเข้ามาทักพร้อมสุราและกับแกล้มที่หอบหิ้วกันมาแต่เจอพระอนุชาลู่ฟางเข้าเสียก่อน





       “ถ้ามีรักแล้วทุกข์แบบนี้  ข้าขอไม่มีเสียดีกว่า” แทอิลที่เห็นกลอนตอบโต้กันแล้วได้แต่ถอนหายใจ






       “อย่าปากดีไปมุนแทอิล   เดี๋ยวสักวันเจ้าอาจจะมีรักแบบรวดเร็วอย่างสายฟ้าก็ได้” จงอินเอ่ยกระเซ้าเพื่อนรักก่อนจะชวนกันกลับห้องพัก  เพราะต่างรู้ดีว่าอีกไม่นานลีแทยงย่อมต้องกลับมาตรงนี้อีกครั้ง  เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่ระหว่างทหารคนสนิทลีแทยงและพระอนุชาลู่ฟางทิ้งข้อความตอบโต้ซึ่งกันและกัน!

 

 




+++++++++tbc+++++++++++

 ><



อย่าลืมเม้นให้กำลังใจให้เราด้วยนะคะ ><

ร่วมด้วยช่วยกันหวีดที่  tag #PLJaeDo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 146 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

627 ความคิดเห็น

  1. #619 May the fourth (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 23:25
    องค์ราชันย์ร้ายนัก
    #619
    0
  2. #597 pinkshoes (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 00:58
    สองคู่นี้ต่างกันหน่อยๆนะคะ แต่คู่น้องนี่สิ น่าสงสาร;_;
    #597
    0
  3. #593 ReallyRy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 19:42
    สงสารทั้งคู่เลย
    #593
    0
  4. #579 ploy wty (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:07
    ฝ่าบาทขอหมั้นแบบเนียนๆ มีเหล่าทหารส่วนพระองค์เป็นพยานอีก แยบยลมาก
    #579
    0
  5. #564 Panda~~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 12:32

    องค์ราชันเจ้าเหล่ ฮ่าๆๆๆ สงสารแทยง

    #564
    0
  6. #553 Lin_alirat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 15:41
    ฮื่ออ ไมไมเเจร้ายอย่างงี้ เนียนๆให้ของหมั้น
    #553
    0
  7. #532 jubjang21 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 08:40
    แจฮยอนร้ายนะคะ555555555
    #532
    0
  8. #522 puzzle97 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 15:31
    แทเตนล์ TT
    #522
    0
  9. #514 anndirus (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 11:19
    แจฮยอนก็เนียนให้ของหมั้นน้องเฉยเลยนะคะ ทำมาเป็นหลอกว่สให้กำไล แหม
    คู่แทเตนล์นี่เศ้ราเลยค่ะ ความรักต่างฐานันดรงี้แต่คุณองครักษ์กล้า ๆ หน่อยซี่ ลู่ฟางเองก็รออยู่นะคะ
    #514
    0
  10. #499 chali_23 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 10:36
    เอาใจช่วยองค์ราชันกับองครักษ์แทยงค่ะ
    #499
    0
  11. #479 cyn'dy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 19:36
    ทำไมตอนนี้มันฟินแบบนี้ค่ะะะ ฮรือออ กรีดร่อง ตะกุยหมอนพังหมดเเล้วค่ะ 55555555 แหมมม นี่ก็ว่าคนฉลาดๆอย่างองค์ราชันจองแจจะไม่รู้หรอว่ากระต่ายน้อยที่ตัวเองถูกใจเป็นใครรร งานนี้ก็มีแต่กาตุ่ยค่ะ ที่ไม่รู้อะไรกับเขาเล้ยยยย 555555555 โห ไรท์บรรยายสร้อยข้อมือที่เป็นของหมั้นโดยองของแจได้เห็นภาพมากเลยค่ะ สวยมากจริงๆ ซึงรีโดนตัดหน้าแล้วค่ะ 555555 คนนี้เขาตัวจริงค่ะ แอบมีใจให้กันด้วย แต่น้องโดก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองกับอูแจมีมากกว่าวาสนากันอีกค่ะ งุ้ยยยย ส่วนคู่แทเตนล์คือ คนละฟีลกันเลยค่ะ ฮรืออออ เศร้าจริงๆ ทั้งๆที่ก็รักกันแท้ๆ แทยงคิดมากเกินไป เท่าที่อ่านเราว่าอูแจรู้นะ ใช่มั้ย ว่าแทยงชอบน้องชายตัวเอง ว่าแต่เหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนคืออะไรกัน เอาเป็นว่าติดตามต่อไปค่ะ
    #479
    0
  12. #417 Lunarita Lucia (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 15:59
    เป็นการหมั้นที่กาตุ่ยของเราไม่รู้ตัว 555

    ละแทยงกะลู่ฟางจะสงสารรึจะฟินดี >< เขียนกลอนตอบกันได้น่ารักนัก
    #417
    0
  13. #343 Wimonrat Weangnon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 19:29
    สงสารคู่แทยงจัง
    #343
    0
  14. #334 BBelliZ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 00:58
    ไปเลยค่ะพี่แจ้
    เอาโดยองไปเป็นเมีย
    ยกให้
    #334
    0
  15. #309 kyosan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 00:26
    โอยย นี่หมั้นโดยที่น้องไม่รู้ตัว แทเตนล์จะปวดตับไม่นะ? 55555
    #309
    0
  16. #281 ihome_mie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 14:24
    เขินแจโด แล้วปิดด้วยหน่วงแทเตนล์ ฮืออ
    #281
    0
  17. #148 B_MOMORIN27 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 14:11
    แง แทเตนล์ดีงามอะไรอย่างนี้ ชอบบทกลอนมากเลยค่ะ ;_; รักต้องห้ามช่างเจ็บปวดใจยิ่งนัก นี่เรารออ่านจอห์นอิลเลยค่ะ 5555555
    #148
    0
  18. #141 WIFE_ENGINEER (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 07:25
    ฮืออออ แทเตนล์หน่วงมากกก
    #141
    0
  19. #127 Alexis potter (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 16:51
    ไม่ใช่น้องจะคิดว่าองค์ราชันมาหลอกตัวเองโดยไม่เผยตัวเพราะอยากจะให้ลู่ฟางหายนะ
    #127
    0
  20. #125 mayean (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 14:33
    แจฮยอนคนลามปาม มีความเนียน โอ้ย เขิน ตัดมาที่คู่แทเตนล์ ดราม่าโชยมากค่ะ ทะแยงทำไมเย็นชานักล่ะ TT
    #125
    0
  21. #99 neonice (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 09:56
    คู่พี่แทดูหน่วงๆจังเศร้าาาา
    #99
    0
  22. #96 ความลับ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 07:59
    แหม่ๆๆๆๆ แจฮยอน หมั้นเค้าเนียนๆเลยนะนั่น เจ้าตัวคงไม่รู้ตัว แต่ถ้าราขายุนโฮเห็น ได้ยิ้มแฉ่งหน้าบานแน่ๆ 555555555
    #96
    0
  23. #92 lemoneyy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 03:29
    ดอกฟ้าโน้มมาแล้ว แทยงจะกล้าเด็ดไหม~
    #92
    0
  24. #85 อี้หมี่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 00:58
    ดอกฟ้าเขาโน้มลงมาแล้วนะแทยง~~ ชอบเรื่องจังเลยค่ะ อ่านไปแล้วรู้สึกใจสั่นตลอดเวลา ชอบค่ะ สู้ๆนะคะ^^
    #85
    0
  25. #83 WIFE_ENGINEER (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 22:24
    กรี๊ดดดดด แจฮยอนนางร้ายยยย เขินๆ
    #83
    0