[NCT] Pure Love จอมใจองค์ราชัน II [ JaeDo]

ตอนที่ 4 : Chapter 3 :ล่าสัตว์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    21 เม.ย. 59

[Fic NCT]  Pure Love  [ #JaeDo , #TaeTen , #HanTa ft. Johnil]

By winata

Chapter  3 :ล่าสัตว์




            “โดยอง  วันนี้ฟ้าฝนตกอาจพิโรธเมื่อน้องรักอยู่ติดเรือนยา” ฮันซลรับสั่งอ่อนโยนกึ่งหยอกพระอนุชาที่คร่ำเคร่งอยู่ในเรือนยาของวังหลวง  สถานที่คิดค้นยารักษาโรค  ซึ่งองค์ชายโดยองที่เหมือนจะสืบทอดความรู้ด้านแพทย์จากองค์รานีแจจุงมาจนเกือบหมดเปลือกในขณะที่ตนเองหาได้มีความรู้ด้านนี้ไม่นอกจากวิชายุทธและเชิงรบเท่านั้น





            “หม่อมฉันกำกับอยู่เพคะ  วันนี้เลยไม่สามารถแอบไปเที่ยวเล่นที่ใด” ข้าหลวงยอนฮวาทูลเจือยิ้ม





            “ดีแล้วละพี่หญิง  ช่วงนี้มิปลอดภัยที่จะปล่อยองค์ชายน้อยของใครๆ ไปไหนมาไหนเพียงลำพัง” เอ่ยรับสั่งอย่างเป็นนัยรับรู้กันในเมื่อแขกต่างเมืองยังมิยอมกลับไปเสียง่ายๆ





            “เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะ  เราอยากรู้นักผู้ใดกันนะจะมาเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทอันดับหนึ่ง เพราะผู้นั้นย่อมน่าสงสารหากคิดจะมาดูแลองค์ชายปากจัดและเจ้าระเบียบเช่นท่านพี่” เอ่ยขึ้นพร้อมส่งยิ้มหวานจนคนโดนยั่วโมโหได้แต่โคลงศีรษะเพราะโกรธมิลงเพราะรอยยิ้มนั้น





            “ชายาของเราจักเป็นผู้ใดมิสำคัญ   เท่ากับที่ตัวเจ้าหรอกองค์ชายน้อย   ว่าจะเป็นไปชายาของผู้ใดโดยองน้องรัก”





            พระพักตร์ที่ผ่องเกินกว่าบุรุษธรรมดาเริ่มเง้างอ  เมื่อโดนพระเชษฐาเย้าแหย่แต่ต้องเสกริ้วกลบเกลื่อนความอุธัจไว้เพราะยามนี้ในพระทัยหวนคิดถึงใบหน้าคมพร้อมนัยน์ตาดุๆ ของบุรุษแปลกหน้าชาวทงเยผู้นั้น!!!




            “เราเป็นชายต้องมีพระชายา  มิได้จะไปเป็นพระชายาของผู้ใด”




            “แต่พี่มองเยี่ยงไร ไม่แคล้วเจ้าจะต้องเป็นพระชายาขององค์ชายสักพระองค์หรืออาจเป็นถึงองค์รานีก็จักเป็นได้”

ฮันซลมิอาจรู้เลยว่าถ้อยคำที่เอ่ยเย้าแหย่พระอนุชาเล่นๆ จะเป็นจริงในอนาคตข้างหน้า




            “ฮันซล  โอย!” คราวนี้องค์ชายน้อยกริ้วจริงๆ เพราะน้ำร้อนจากหม้อเคี่ยวยากระเซ็นขึ้นมาโดนพระหัตถ์บาง




            “ว้าย..ทูลกระหม่อม” คุณข้าหลวงประจำพระวรกายแทบเต้นเมื่อเห็นรอยแดงเป็นปื้นขึ้น  พร้อมร้องเรียกนางกำนัลหายาเสียให้วุ่น




            “จะเอ็ดตะโรทำไมกันพี่หญิงยอนฮวา  ลืมหรือไรเราว่าเองก็เป็นหมอ  แผลแค่นี้มิสามารถทำไรเราได้หรอกทายาเพียงนิดหน่อยก็หายแล้ว  ไว้เรามีแผลเสียเลือดท่วมตัวเสียก่อนเถอะค่อยร้องเรียกคนมาช่วย”





            “ทูลกระหม่อม  ทรงอย่าเอ่ยอะไรเป็นรางเช่นนี้อีกนะเพคะโบราณเค้าถือ” คุณข้าหลวงยอนฮวาเอ่ยท้วงเบาๆ




            “อะไรกันพี่หญิง  องค์ชายน้อยของพี่ก็พูดจาโผงเผงเช่นนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร  ยังมิชินอีกรึ” องค์ชายฮันซลรับสั่งกลั้วแย้มสรวล




            “อย่างไรก็มิชินเพคะ” ทูลตอบด้วยน้ำเสียงงอนๆ ที่องค์ชายทั้งสองต่างลอบสรวล





            “จริงสิ  วันนี้ท่านพี่คงมีได้มาเยี่ยมเยือนเราถึงเรือนยาเพียงแค่คิดถึงน้องกระมัง”




            “จะมาชวนไปล่าสัตว์”




            พระขนงได้รูปงามขององค์ชายน้อยโดยองเลิกขึ้นอย่างแปลกพระทัยเมื่อเห็นกิริยาค่อนข้างฉุนเฉียวราวกับไม่พอใจในการมาเอ่ยชวนไปล่าสัตว์  ทั้งที่ฮันซลต่างรู้ดีว่ามิทรงโปรดปรานการล่าสัตว์ใดๆ 




            “ก็ทรง...” ยังทูลไม่จบก็ถูกเสียงเข้มขัดขึ้น




            “เสด็จพ่ออยากให้เราทั้งคู่ไปล่าสัตว์เป็นเพื่อนองค์ชายซึงรี”




            สีพระพักตร์กังวลใจของพระเชษฐาเริ่มทำให้โดยองเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล  เพราะองค์ชายต่างแดนผู้นี้มาเยือน

พูยอบ่อยเสียความจำเป็นในรอบหลายเดือน




            “งั้นเราคงต้องต้องไปสินะ”





            “แต่พี่มิอยากให้เจ้าไปนะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อนที่พระวรกายสูงขององค์ชายฮันซลพร้อมเหล่าราชองค์รักษ์จะเสด็จกลับยังตำหนักรัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งพูยอ




            “พี่หญิงยอนฮวา”




            “เพคะทูลกระหม่อม” แววตาของคุณข้าหลวงคนสนิทที่ฉายแววเสียจนปิดไม่มิด    แล้วไหนจะปฏิกิริยาจากพระเชษฐาที่แสดงออกจากโจ่งแจ้งก็ทำให้ทรงคาดคะเนเรื่องราวๆ ได้











            สองวันถัดมาที่เป็นวันไปล่าสัตว์  องค์ชายน้อยแห่งพูยอทรงฉลองพระองค์ทะมัดทะแมงเยี่ยงบุรุษธรรมดาสามัญชนโดยทั่วไปก่อนจะตามไปสมทบกับขบวนของพระเชษฐาและอาคันตุกะต่างแดน  ก่อนที่จะออกจากตำหนักหลวง





            “ไหนฮันซลบอกเราว่า  องค์ชายน้อยมีคนไข้หนักจักต้องไปรักษามิอาจร่วมขบวนไปได้” องค์ชายซึงรีชักบังเหียนอาญาสีน้ำตาลเข้มเข้ามาใกล้พระวรกายบอบบาง  พลางแย้มสรวลส่งไมตรีให้





            “ฮะ..แฮ่ม  รีบออกเดินทางกันเถอะก่อนที่แดดจะแรงกว่านี้  โดยองน้องอย่าทำตัวให้เป็นภาระแก่ผู้ใดนะ” รับสั่งเชิงเข้มงวดในขณะสายพระเนตรตวัดมองแขกต่างแดนแบบไม่เป็นมิตร




            “เราสัญญาท่านพี่” เอ่ยรับสั่งหนักแน่นก่อนจะทรงม้าออกเดินทาง




            คณะล่าสัตว์ประกอบด้วยพี่น้องสองพระองค์แห่งพูยอและอาคันตุกะต่างแดนจากรอกเจ  พร้อมด้วยเหล่าองค์รักษ์ที่มากล้นด้วยฝีมืออีกสิบนาย 





            ผืนป่าแห่งพูยออุดมด้วยฝูงสัตว์นานาชนิด  ซึ่งคณะล่าสัตว์มุ่งมั่นที่จะล่ากวางและเสือดาวที่มีอยู่ชุกชุมโดยมีองค์ชายซึงรีดำริขึ้น 





            คงมีแต่องค์ชายน้อยเพียงผู้เดียวที่ได้แต่สวดมนต์อ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์  อย่าให้ได้มีสัตว์ใหญ่ใด ๆ หลงเข้ามาใกล้ในขบวนล่าสัตว์ครั้งนี้แต่อย่างไรเสียก็คงมิเป็นผล  เมื่อพระเนตรเรียวรีมองเห็นองค์ซึงรีกำลังง้างเกาทัณฑ์จะปล่อยลูกศรไปยังกวางหนุ่มตัวโตที่มีเขาอันสวยงาม





            ด้วยเพราะรู้หากศรขององค์ชายซึงรีพลาดจักต้องมีศรของเหล่าองค์รักษ์ถูกปล่อยออกไปเป็นแน่แท้  เสี้ยววินาทีเดียวพระหัตถ์บางก็รั้งสายบังเหียนของเจ้าจางโฮอย่างแรง  เป็นผลให้อาชาหนุ่มสีขาวปลอดหวีดร้องเสียงแหลมขึ้นมาขัดจังหวะส่งผลให้กวางหนุ่มกระโจนหนีหายไปรวมถึงเป็นเหตุให้สัตว์ป่าแถวนั้นหนีลี้หายไปทันที!!!





            “องค์ชายน้อย” องค์ชายซึงรีเอ่ยขึ้นด้วยความกริ้วกรุ่น   เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเจตนาจะช่วยสัตว์ป่าตัวนั้น  จ้องพระพักตร์นวลที่ทรงติดหทัยตั้งแต่คราแรกที่เสด็จตามพระบิดามาเยี่ยมองค์ราชันยุนโฮ





            “จู่ๆ จางโฮก็ร้องขึ้นมา” องค์ชายน้อยวางพระพักตร์ใสซื่อประหนึ่งไม่รู้เรื่องราวใดๆ




            อาชาที่ถูกฝึกมาอย่างดีจะแตกวินัยได้อย่างไรหากมิใช่ผู้เป็นเจ้าของเจตนาทำให้อาชาของตนหวีดร้องขึ้นมาเสียเอง






            “ท่านเจตนาจะช่วยกวางตัวนั้นใช่หรือไม่”




            “...”




            ฮันซลที่ทรงชักม้าเข้ามาใกล้ทั้งสองพระองค์ที่ยังมองสบพระเนตรกันอยู่  แล้วยิ่งกิริยาเงียบไม่มีคำตอบใดๆ จากโดยองนั่นคือการดื้อเงียบที่ทั้งตัวพระองค์เองและคุณข้าหลวงยอนฮวาเจอประจำ




            “ชาวพูยอกล้าทำต้องกล้ารับ”





            พระเนตรเรียวเสหลบพระเนตรคมของพระเชษฐาที่ทอดเสียงเนิบหนัก




            “เราสงสารมัน”





            “พวกเรามาล่าสัตว์มิได้มาโปรดสัตว์” องค์ชายซึงรีเอ่ย




            “ความใจอ่อนของเจ้า  วันหน้าอาจพาเสียการณ์ใหญ่ได้นะโดยอง”





            เรียวโอษฐ์อิ่มเม้มสนิทเพราะนอกจากพระเชษฐาจะมิทรงเข้าข้างแล้วยังเอ่ยวาจาเชือดเฉือน





            “หากพวกท่านคิดแต่จะใช้กำลังในการปกครองบ้านเมือง  มิช้ามินานจักมีประชาชนตาดำๆ ลุกขึ้นสู้อย่างแน่นอน  ล่าสัตว์ป่าก็เช่นกันเหตุใดไม่คิดถึงใจเค้าใจเราเล่า  พวกเรามิเดือดร้อนจนต้องออกมาล่ามัน”




            “อย่าเฉไฉ  เราว่าการล่าสัตว์คงมิเหมาะกับเจ้าเสียจริงๆ โดยอง  กลับวังหลวงเสียเถอะเพราะมือของเจ้าเหมาะแก่การรักษาผู้ป่วยเสียมากกว่าการจับอาวุธ” เอ่ยตัดบทก่อนจะเอ่ยรับสั่งองค์รักษ์ให้พาองค์ชายน้อยเสด็จกลับยังวังหลวง





            “เราจะกลับเอง  มิต้องให้ใครมาลำบากเพราะเรา เชิญเกษมสำราญเสียให้พอพระทัย”




            “ไม่ต้องตาม  คืนนี้เราจะพักอยู่ตรงริมธารของป่าข้างหน้าพวกเจ้าไปกางกระโจม” รีบรับสั่งเอ่ยห้ามก่อนที่องค์รักษ์เตรียมจะตามเสด็จองค์ชายน้อย





            “ฮึ” องค์ชายซึงรีส่ายพระพักตร์ไปมา   ทุกสิ่งที่องค์ชายฮันซลทำมิใช่ว่าไม่รู้ว่ากำลังโดนพระเชษฐาขององค์เหน่งน้อยกันท่าเสียแล้ว   แต่อะไรก็ตามที่องค์ชายซึงรีอยากได้ก็ต้องได้  หากใช้วิธีละมุนละม่อมมิได้ผลคงต้องใช้กำลังเสียกระมังเพื่อให้ได้องค์ชายโดยองไปเป็นพระชายานอกจากจะมีสิริโฉมค่อนไปทางอิสตรีที่ยิ่งมองยิ่งน่าหลงใหล   แล้วไหนจะฝีมือด้านการแพทย์ที่ถูกขนานนามว่า “หมอเทดาแห่งพูยอ” ยิ่งทำให้พระองค์มิอาจห้ามหทัยที่คิดอยากจะครอบครองพระวรกายบางลงได้เลย





            “ฮันซล... ท่านพี่ใจร้าย” เสียงใสบ่นอุบอิบกว่าจะรู้ตัวอีกคราก็มีถึงชายป่าที่เดิม




            ที่เดิมที่เคยเจอบุรุษจากทงเยเสียสองครั้งคราโดยมิได้นัดหมาย





            “อยู่ร่วมกันอย่างสันติไม่ได้รึไง  ใยท่านพี่กับองชายนั่นถึงได้ใจร้ายนัก  หรือผู้ชายทั่วไปล้วนมีนิสัยโหดร้ายแบบนี้ 

ฮึ..จางโฮ”





            ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่มีดอกไม้ขึ้นแซมที่มีขนาดกว้างจรดลูกหูลูกตาราวกับเป็นที่ส่วนพระองค์ขององค์ชายน้อยแห่งพูยอ





            “ช่างบ่นเสียจริง  หรือตัวเจ้ามิใช้ชายชาตรีหรอกรึ  เจ้าเด็กน้อย”




            “เจ้า!!!




            อารมตกใจเสียงทุ้มที่ดังอยู่เบื้องหลัง    ทำให้ร่างบางตกใจจนหันกลับไปมองโดยไม่รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายเข้ามาใกล้...

ใกล้จนแค่โดยองเอี้ยวตัวหันขวับไป  แก้มเนียนใส่ก็โดนจมูกโด่งได้รูปของร่างสูงเสียเต็มๆ




            กลิ่นหอมหวานราวกับแป้งเด็กของร่างบางไม่ต่างจากที่แจฮยอนแอบจินตนาการไว้เลย  นัยน์ตาคมพราวระยับขึ้นเมื่อเห็นดวงหน้าเนียนที่ขึ้นสีแดงกร่ำ





            “เราเป็นชายแท้แน่  ถึงแม้ตัวเราไม่สูงใหญ่เฉกเช่นเจ้า”  เอ่ยยืนกรานหนักแน่นแสร้งทำนิ่งเฉยต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ราวกับมิได้เกิดขึ้นแต่มันกลับสลักลงไปในใจของทั้งคู่เสียแล้ว






            “อ้าว...ใครจะรู้  ก็เห็นเจ้าร้องปาวๆ บ่นลมบ่นแร้งอย่างนั้น  นี่มันนิสัยอิสตรีชัดๆ”







            “เจ้า!” พร้อมกับกำปั้นน้อยๆ ที่ทุบลงแขนแกร่งที่เอี้ยวตัวหลบทันควัน

 







                                               +++++++++ #PLJaedo   50 % ที่เหลือ+++++++++++






            การพบเจอกันของทั้งคู่แต่ละครั้งไม่มีคำทักทายและคำเอ่ยลา  ราวกับว่าไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสิ้น




            “ยังมิกลับไปยังทงเยอีกรึ” ร่างบางเบนเรื่องสนทนาไปเสียพร้อมก้มหน้าหลบสายตาคมปลาบของร่างสูง




            “อะไรกัน  ชาวพูยอมิคิดต้อนรับอาคันตุกะจากต่างแดนแล้วรึ” เอ่ยเย้าให้อีกฝ่ายคลายความขัดเขิน




            “หากาคันตุกะจากต่างแดนมาอย่างมีไมตรีจิต  เราพูยอก็ต้อนด้วยไมตรีจิตเช่นกัน”




            “เด็กน้อย  เจ้าเคยคิดอยากเดินทางไปยังทงเยหรือไม่?” เสียงทุ้มเอ่ยคำถามเนิบๆ เชิงชักชวนสนทนาพร้อมกับที่ร่างสูงเอนกายนอนบนพื้นหญ้าสีเขียวขจีข้างๆ ร่างบางที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ก่อนแล้ว  เหม่อมองยังท้องฟ้าสีครามที่แสนสดใส  โชคดีที่แสงแดดมิได้ส่องมาถึงทุ่งหญ้าเพราะแนวเขาสูงบังไว้



            “ไม่รู้สิ  เราไม่เคยคิดที่ไปที่นั้นสักครั้ง  เคยได้ยินแต่เสียงร่ำลือว่าเป็นเมืองที่สวยงาม  แวดล้อมด้วยแผ่นน้ำไพศาลพร้อมด้วยพื้นที่ราบลุ่มที่มีผลเกษตรมากมายนัก  ช่างต่างกับพูยอนักที่มีแต่ป่าเขา”




            “ทงเยยังอุดมด้วยแร่รัตนชาติมากมาย  โดยเฉพาะวังหลวงแห่งองค์ราชันหากเจ้ามีโอกาสไปสัมผัสด้วยตาเปล่าสักครั้งจะไม่มีวันลืมเลย”




            “งดงามถึงเพียงนั้นเชียวหรือ” เอ่ยถามขึ้นด้วยความใคร่รู้




            “ใช่ งดงามอลังการ  จนผู้มาเยือนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นวังหลวงที่ละลานตาด้วยมณีล้ำค่า” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ  ไม่เชิงโอ้อวดแต่บอกเล่าสู่กันฟัง




            “ฮาๆ เวียงวังจะละลานตาหรืองดงามสักเพียงใด หากองค์ราชันผู้ครองมิได้ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมการปกครองแล้วไซร้จักมีวันล้มสลายเช่นกัน”




            ใบหน้าคมหันมาตะแคงพร้อมกับมือหนายกขึ้นมาค้ำศีรษะตนเองไว้  มองใบหน้าเนียนใสที่บัดนี้ผู้เป็นเจ้าของหลับตาพริ้มอยู่โดยที่มือบางทั้งสองข้างใช้รองศีรษะเล็กไว้




            “แค่คำร่ำลือเล่าอ้างขององค์ราชัน  เจ้าก็ทรงเดียดฉันท์เชียวหรือ”




            “มิใช่หรอก  เราแค่ไม่ชื่นชมคนที่ไร้ความเมตตาปราณี”





            “เจ้าเด็กน้อย  ความเมตตาบางครั้งจะนำความยุ่งยากมาสู่ตัวเจ้าหรือบ้านเมืองได้  เพราะมันไม่อาจทำให้บ้านเมืองสงบสุขลงได้จริงๆ เสียหรอกนะ  แต่การปกครองที่ดีเราต้องใช้ทั้งพระเดชพระคุณ  รวมถึงการแสดงแสนยานุภาพทางการทหารที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องแคว้นของตนด้วย”





            อีกคราที่วันนี้โดยองได้ยินวาจาที่ไม่ถูกใจตนเอง  เปลือกตาบางเปิดขึ้นก็พบสายตาคมที่จับจ้องมาที่ตนเองเสียก่อน





            “เมืองน้อยใหญ่ที่องค์ราชันท่านได้มาก็ล้วนเสียเลือดเสียเนื้อทั้งนั้น”







       “ใจอ่อนเสียจริงเจ้าเด็กน้อย  ไม่คิดมุมกลับหากเมืองเหล่านั้นมิสวามิภักดิ์ต่อองค์ราชันแห่งทงเยแล้วไซร้ก็จักต้องสวามิภักดิ์ต่ออาณาอื่นเช่นกัน  เมืองที่อ่อนใจเพราะผู้ปกครองมิอาจอยู่ได้ด้วยตนเองหากมิมีอาณาจักรใหญ่มาคุ้มครอง”






            ครานี้ร่างบางจนคำพูดที่จะต่อปากต่อคำกับร่างสูงเสียจริงๆ เพราะนอกจากทงเยที่เข้มแข็งด้านการทหารแล้วก็ยังมีรอกแจที่มีความเข้มแข็งทางการทหารมิได้ต่างกันเลย  เพียงแต่แค่รอกแจเองไม่มีเมืองน้อยเมืองใหญ่หันมาสวามิภักดิ์และอาศัยร่มบุญขององค์ราชันมากเฉกเช่นองค์ราชันของทงเย




            แต่อย่างไรเสียใช่ว่าคนตัวเล็กร่างบางจะยอมง่ายๆ





            “ทำไมเล่า  คนที่มีเมตตาต้องถูกเรียกใจอ่อน  ต้องให้มีใจเหี้ยมโหดชอบคิดล้างผลาญชีวิตผู้อื่นหรือไรจึงจะเรียกบุรุษอาชาไนยอย่างสมศักดิ์ศรี”





            “โอ๋ๆ เจ้าเด็กน้อย  อย่าเพิ่งโมโหโทสาไปนักเลย  เจ้าคงไม่รู้ตัวยิ่งเวลาเจ้าโมโหหน้าเจ้าจะแดงก่ำ  แก้มยุ้ยๆ ของเจ้ามันชวนน่าฟัดเสียจริงเชียว”






            “นี่..เจ้าคิดจะลามปามเราอีกแล้วเหรอ  เจ้าคนฉวยโอกาส” พร้อมกับร่างบางที่ลุกขึ้นหันไปหยิบกิ่งไม้แห้งอันเล็กๆ เอามาฟาดได้ร่างสูงที่ตอนนี้ไม่ยอมยืนนิ่งให้ร่างบางตีอยู่ฝ่ายเดียว  หากผู้อื่นมองมาคงเห็นเพื่อนพี่ชายกับน้องชายที่เล่นไล่จับกัน





            ถึงจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน  แม้จะขุ่นเคืองวาจาของกันและกันอยู่บ้าง  แต่ทั้งคู่ต่างมิอาจปฏิเสธได้ว่าต่างพึงพอใจในการต่อปากต่อคำด้วยกันไม่น้อย...แปลกที่บุรุษสองนายที่ต่างเสวนากันโดยที่มิได้เป็นทั้งมิตรและศัตรู








            เกือบย่ำค่ำที่องค์ชายน้อยโดยองจะเสด็จกลับถึงวังหลวง  พระพักตร์หวานคมฉายแววมีความสุขอย่างล้นปรี่เพราะวันนี้บุรุษแปลกหน้ากับพระองค์เองสนทนาติดพัน  จากทุ่งหญ้าจนมาถึงการเดินตลาดและสุดท้ายคือการฝากท้องกับมื้อเย็นที่ร้านเพิงข้างทางที่ขายอาหารพื้นบ้าน  แม้จะเป็นอาหารง่ายๆ  แต่พระวรกายบางกลับรู้สึกว่ารสชาติมันโอชะกว่าอาหารของวังหลวงที่เรืองชื่อเสียอีก






            “ทูลกระหม่อม” คุณข้าหลวงยอนฮวาผุดลุกขึ้นทันทีที่เห็นองค์ชายน้อยเสด็จกลับมายังตำหนัก






            “นี่ก็ดึกมากแล้วใยไม่ไปพักผ่อนแล้วพี่หญิง” อดจะบอกเสียไม่ได้  แต่อย่างไรเสียไม่เคยมีสักครั้งที่ยอนฮวาจะเข้านอนก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับ





            “หม่อมฉันจักต้องคอยเพคะ  เพราะองค์ราชันทรงมีรับสั่งให้ทูลกระหม่อมเสด็จไปเข้าเฝ้าทันทีที่กลับมาถึงตำหนัก”




            “เกิดอะไรขึ้น” เอ่ยถามด้วยความสงสัย





            ครานี้เป็นคราวคุณข้าหลวงที่ต้องหลบสายพระเนตรที่มองมา  จะให้ทูลได้อย่างไรเพราะเรื่องนี้ใช่ว่าทูลได้ง่ายๆ




            “...”




            โดยองสูดพระปัสสาสะก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ





            “ถึงจะไม่บอกเราตอนนี้  อย่างไรเสียเราไปพบเสด็จพ่อก็ย่อมรู้อยู่แล้ว  เหตุใดเล่าพี่ยอนฮวามิเอ่ยให้เราได้รู้ก่อน  เราจักได้เตรียมตัวรับสถานการณ์ถูก” เอ่ยน้ำเสียงออดอ้อนพร้อมสวมก่อนคุณข้าหลวงที่ตนเองรักเหมือนพี่สาวแท้ๆ






            “เรื่องที่องค์ชายซึงรีทรงอยากอภิเษกกับพระองค์เพื่อไปเป็นพระชายาแห่งรอกแจเพคะ”





            เหมือนฟ้าผ่ากลางใจขององค์ชายน้อย





            ที่บัดนี้เหมือนจะรู้พระองค์แล้ว  เหตุใดพระเชษฐาถึงได้ทรงกริ้วนักยามเมื่อองค์ชายซึงรีเสด็จมาเยือนที่เรือนยาหรือเสด็จมายังตำหนักส่วนพระองค์






            “ได้อย่างไรกัน  เราเป็นบุรุษนะมิใช่สตรี” พระเสียงหวานเครือเศร้า  







            พลางคิดหากอีกฝ่ายกล้ามาทูลขออภิเษกจากองค์ราชันยุนโฮ    ย่อมต้องรู้ถึงความลับแห่งราชนิกูลแห่งพูยอที่มิว่าบุรุษหรือสตรีก็สามารถให้กำเนิดทายาทได้!!!





            “ทูลกระหม่อม” ยอนฮวาได้แต่ลูบพระเกศาขององค์ชายน้อยปลอบประโลม 





            เพราะรู้แน่แท้อย่างไรเสียองค์ราชันยุนโฮกับองค์รานีแจจุงคงไม่อาจหักหาญน้ำใจองค์ชายน้อยที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจให้อภิเษกสมรสกับผู้ที่ไม่ได้มีใจผูกสัมพันธ์เป็นแน่แท้  




            แต่ผลที่จะตามมาจะเป็นอย่างไร 






            สองอาณาจักรทั้งพูยอและรอกแจแม้จะไม่ใช้มิตรสนิทแน่นแฟ้นแต่ก็มิใช่ศัตรู  แล้วยิ่งองค์ชายซึงรีที่ทรงแสดงออกอย่างชัดเจนที่ต้องการหมายมั่นปั่นมืออยากให้มีงานอภิเษกเกิดขึ้น 






            หากไม่มีงานมงคลเกิดขึ้นระหว่างสองแผ่นดินก็มิอาจมีอะไรมารับรองว่าจากมิใช่มิตรหรือศัตรู  อาจแปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น  เพราะนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นขององค์ชายซึงรีขจรขจายไปทั่วเช่นกัน  นี่ยังไม่นับนิสัยที่ชอบเสพสังวาสกับทั้งบุรุษ สตรีและเด็ก  หากผู้ใดริกล้าขัดขืนก็จะใช้กำลังทุบตี!

 

 


 

 

           

 

+++++++++tbc+++++++++++

 

แล้วเจอกันตอนหน้า    มาเมื่อไหร่ไม่รู้   ช่วงนี้เริ่มยุ่งแล้ว T^T



แวะมาลงให้ก่อน....เผื่อติดภารกิจแห่งชาติของที่บ้าน

ร่วมด้วยช่วยกันหวีดที่ #PLJaeDo

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

627 ความคิดเห็น

  1. #626 kookv_1130 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 20:28

    some time with you
    #626
    0
  2. #606 May the fourth (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 00:38
    เขามาขอน้องแล้วนะ ทำอะไรหน่อยสิพ่อหนุ่มทงเย
    #606
    0
  3. #595 pinkshoes (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 23:09
    โถ่ววว องค์ชาย หนูต้องสู้แล้วนะลูกก
    #595
    0
  4. #577 ploy wty (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:44
    ไม่นะ องค์ชายน้อยของพี่
    #577
    0
  5. #571 jn_leejn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 16:06

    เจ้าชายแจฮยอนเปิดเผยตัวตนเร็ววว

    #571
    0
  6. #562 Panda~~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 23:09
    องค์ชายโดยอง น่ารักก เมตตา อ่อนโยนแต่ก็ยังซน เอ็นดู .... แต่ไม่ได้องค์ชายน้อยจะไปเป็นชายาองค์ชายซึงรีไม่ได้ แจฮยอนต้องรีบมาแสดงตัวแล้ว
    #562
    0
  7. #545 iamchnp_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 15:09
    ซึงรีน่ากลัววว แจฮยอนมาชิงน้องไปเลยมาเร็วววว
    #545
    0
  8. #544 Smilw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 19:20
    อูแจคนร้ายกาจ ขโมยหอมแก้มน้อง
    #544
    0
  9. #530 jubjang21 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 06:39
    แจฮยอนมาช่วยน้องเร็วววว!!
    #530
    0
  10. #520 puzzle97 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 15:11
    ไม่ได้นะ!!!!!
    #520
    0
  11. #512 anndirus (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 08:02
    แจฮยอนต้องช่วยโดยองนะ!
    เพราะแบบนี้รอกเจถึงได้ต้องการตัวโดยอง แล้วองค์ยุนโฮถึงได้บอกให้แจฮยอนมาตีเมืองใช่ไหม;---;
    #512
    0
  12. #477 cyn'dy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 18:43
    แจฮยอนนนน ไปช่วยโดยองด้วยค่ะะะะ ฮรือออ นี่สินะ ความลับที่ว่านั่น โอ๊ยยย โดยองบูกแม่ ทีนี้ไม่มีข้ออ้างอะไรเลยค่ะ
    #477
    0
  13. #332 BBelliZ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 00:37
    แจฮยอนไปดักชิงตัวมาเลยย
    อย่ายอมมมมมมม!!!!
    #332
    0
  14. #320 UbieCerf (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 15:43
    อย่างนี้นี่เองงงงงง ตุ่ยท้องได้นี่เองสงสัยตั้งนานว่าความลับอะไร55555555 แต่ม่ายยย การแต่งงานต้องไม่เกิดขึ้น องชายซึงรีดูมีความตัณหากลับ สงสารองชานน้อยนยย
    #320
    0
  15. #286 kyosan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 01:09
    ถ้าอาจารย์ของแจฮยอนคือพ่อของโดยอง แสดงว่าจดหมายที่บอกว่าให้มารบเพราะพ่อตุ่ยรู้อยู่แล้วว่าซึงรีจะมาขอตุ่ยแต่งงาน งง อ่านยังไงถึงเป็นแบบนี้อ่ะ 55555
    #286
    0
  16. #279 ihome_mie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 13:44
    อูแจอ่าา ช่วยเด็กน้อยด้วยยย
    #279
    0
  17. #146 B_MOMORIN27 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 13:42
    ม่ายได้นะ! โดยองจะแต่งงานกับคนอื่นม่ายด้ายยยย แล้วดูเหมือนองค์ชายซึงรีจะวิปริตด้วย? อูแจยา รีบมาช่วยโดยองด่วน ><
    #146
    0
  18. #119 JannieJK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 19:01
    ตายแล้วโดยองโดนสู่ขอแล้วนะยะอูแจทำอัลไลอยู่
    #119
    0
  19. #47 najar (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 20:37
    ไม่น๊าาาา งานนี้จะมีใครห้ามการหมั้นหมายนี้ได้บ้างงงง
    สงสารองค์ชายน้อย
    #47
    0
  20. #40 0874094443 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 15:42
    อ่านแล้วเขินแรง สู้ๆ!!!
    #40
    0
  21. #39 lemoneyy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 13:48
    ไม่น๊าาาาา แจฮยอนมาเร๊วววว กระต่ายน้อยจะแต่งกะคนอื่นละนะ~~~~
    #39
    0
  22. #38 miskook (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 11:18
    นังอูแจจจจจรีบรีบมาเอาโดยองอย่างเร็วเลยค่ะ อย่ามัวแต่ขี่ม้าชมนกชมไม้ โดยองจะแต่งกับคนอื่นแล้วนะฮือ
    #38
    0
  23. #37 mayean (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 10:46
    แก้มยุ้ยๆน่าฟัด อหห.เขิน 55555555 กระต่ายของเราต้องเป็นชายาของอูแจคนเดียวสิคะ มาค่ะ สงครามเริ่มได้ จักช้าอยู่ใย
    #37
    0
  24. #36 นี่ี่พี่เอง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 10:45
    วี้ดดดดดดดด อูแจรีบมานะะะ อย่าปล่อยให้ซึงรีเอาไปปป #อิน
    #36
    0
  25. #35 WIFE_ENGINEER (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 10:12
    เคะท้องได้ เริ่ดค้าาาา
    #35
    0